ค
ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มลนไฟทิ่มเข้าที่ต้นคอเริ่มทุเลาลงกลายเป็นความเจ็บแปลบที่สั่นเป็นจังหวะ รถเอสยูวีที่สะบักสะบอมของเราแล่นผ่านสะพานข้ามทะเลสาบพอนชาร์เทรนเข้าสู่นิวออร์ลีนส์ บรรยากาศเมืองที่ควรจะคึกคักกลับถูกแทนที่ด้วยหมอกหนาทึบสีม่วงหม่น มันคือไอระเหยของความบ้าคลั่ง
"นิวออร์ลีนส์..." ผมพึมพำยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงเบาะ เรี่ยวแรงของผมหายไปเยอะมากจนแค่หายใจลึกๆ ยังรู้สึกเหนื่อย แต่แววตาสว่างไสวของลิเลียน่าทำให้ผมลืมความเหนื่อยล้าจนหมด
"นายโอเคไหมเดม่อน?" ลิเลียน่ารีบเข้ามาประคอง "รอยสักนั่น... มันเข้มขึ้นใช่ไหม?" ผมเหลือบมองกระจก เห็นรอยนกฮูกสีดำเริ่มแผ่กิ่งก้านคล้ายเถาวัลย์ตามไหปลาร้า
"แค่นิดหน่อยน่า ลิเลียน่า สงสัยนกฮูกคงอยากจะโตขึ้นอีกล่ะมั้ง" ผมพยายามปล่อยมุขฝืด แต่อาการปวดที่ขมับทำให้ต้องหลับตาแน่น ภาพนิมิตพุ่งเข้ามา... ผมเห็นตัวเองกับลิเลียน่าซ้อมอ่านกลุ่มดาวตอนกลางคืน เธอพูดว่า 'เดม่อน... ขอบคุณนะที่อยู่ตรงนี้' กลิ่นแชมพูของเธอชัดเจนเหลือเกิน
"อึก...!" ผมสะดุ้งตัวงอจากความร้อนที่รอยสัก ลิเลียน่าร้องลั่นประคองผมไว้แน่น "หยุดนะ! อย่าพยายามนึกถึงมันอีก! นายกำลังจะฆ่าตัวเองนะ!"
"ผมจำได้แล้ว... กลุ่มดาวนายพราน... เธอบอกว่ามันดูเหมือนคนถือธนู แต่ผมบอกว่ามันดูเหมือนถือกีตาร์... นายหัวเราะจนเกือบตกม้านั่งเลยนะ" ลิเลียน่าน้ำตาร่วง "ฉันจำได้... ฉันจำเสียงหัวเราะตัวเองได้แล้วเดม่อน พอกันที! อารีแอนน์! รอยสักนี่กำลังจะฆ่าเขา!"
อารีแอนน์ตวัดพวงมาลัยเข้าสู่ย่านเฟรนช์ควอเตอร์ "ฉันกำลังทำอยู่นี่ไง! เราต้องไปที่ร้านเดอะ เซอร์เพนท์ อาย หลังโบสถ์เซนต์หลุยส์ ที่นั่นคือเขตอาคมที่คำสาปโลกิเข้าไม่ถึง"
เพอร์ซีย์ลดกระจกลง กลิ่นกำมะถันแรงขึ้น "มีบางอย่างตามเรามา มันไม่ใช่โทรลล์ แต่มันคือ... เงา" ผมเห็นเงาบิดเบี้ยวมีดวงตาสีเขียวก่อตัวตามซอกตึก ยิ่งความทรงจำลิเลียน่ากลับมา พวกเงายิ่งแข็งแกร่งขึ้น
"เดม่อน ตั้งสติไว้! นึกถึงลิเลียน่าเข้าไว้!" เพอร์ซีย์ตะโกนบอก ผมพยายามกุมมือลิเลียน่าให้แน่นที่สุด มันคือสมอเรือลำเดียวที่รั้งผมไว้ไม่ให้จมดิ่ง
"ผมไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก... ผมเพิ่งจะได้ยินเสียงหัวเราะของนายกลับมา... ผมยังอยากฟังมันไปอีกนานๆ" รถเอสยูวีพุ่งผ่านซากรถม้าและม่านหมอก มุ่งหน้าสู่ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยมนตรา ศึกนี้คือการต่อสู้เพื่อชิงตัวตนกลับคืนมาจากเงามืด
รอยสักที่ลำคอเริ่มขยับ ผมรู้สึกเหมือนมีแมลงนับพันไต่สลับกับความร้อนลวก ทุกครั้งที่ลิเลียน่าพึมพำถึงความทรงจำ รอยสักจะดูดเรี่ยวแรงผมไปจนพยุงหัวไม่ไหว "อารีแอนน์! ถนนข้างหน้ามันบิดเบี้ยว!" เบย์ตะโกนลั่น
"มันคือมิติลวงตาแห่งความตาย โลกิกำลังเปลี่ยนนิวออร์ลีนส์ให้กลายเป็นเขาวงกต! เพอร์ซีย์! ฉันต้องการน้ำล้างหมอกพวกนี้!" เพอร์ซีย์หลับตายื่นมือออกนอกรถ ท่อประปาระเบิดออกเป็นสายน้ำวนขนาดใหญ่โอบล้อมรถเป็นโล่เหลวชะล้างหมอกสีม่วง
"เร็วเข้าอารีแอนน์! น้ำพวกนี้มันปนเปื้อนพิษคธูลู ฉันคุมมันได้ไม่นาน!" ในหัวผมกลับกลายเป็นสมรภูมิความทรงจำ... ภาพผมกับลิเลียน่าในโรงฝึกช่วงดึก ผมบอกเธอว่า 'ผมอยากพานายไปนิวออร์ลีนส์... ไปฟังเพลงแจ๊สที่ไม่มีเสียงกรีดร้องของอสุรกาย'
"อึก...!" ผมสำลักลิ่มเลือดสีคล้ำ ลิเลียน่ากรีดร้องซับเลือดให้ผมด้วยมือสั่นเทา "ฉันจำได้แล้ว... นายเคยบอกว่าอยากพาฉันมาที่นี่... พามาฟังเพลงแจ๊ส" รอยสักขยายตัวจนเกือบถึงใบหู พลังเสน่ห์ปั่นป่วนจนส่งกลิ่นกุหลาบไหม้เกรียมออกมา
"ผม... ผมสัญญากับเธอไว้แล้วไง แค่นิวออร์ลีนส์ในความจริงมันต่างจากฝันไปหน่อยนะ" ผมเค้นยิ้ม ลิเลียน่ากอดผมแน่น "นายต้องมีชีวิตอยู่เพื่อพาฉันไปฟังเพลงแจ๊สจริงๆ สิ!"
รถเอสยูวีพุ่งทะลุม่านหมอกเข้าไปยังซอยแคบหลังโบสถ์เซนต์หลุยส์ สู่ป้ายไม้เดอะ เซอร์เพนท์ อาย "ถึงแล้ว! ทุกคนลงจากรถ!" เพอร์ซีย์ฟันฝ่าพวกเงาเปิดทาง เบย์ช่วยประคองผมที่เดินแทบไม่ได้ ลิเลียน่าโอบเอวพยุงเดิน สัมผัสจากเธอคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผมยังไม่ยอมหมดสติไปท่ามกลางฝันร้ายนี้

