เจ้าของ: God

[ตอนเหนือของค่าย] ชายหาด

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2025-9-7 12:51:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด

◇◆ 01 ◇◆


วันที่ 07 เดือนกันยายน 2025 เวลา : 13.00 น. ไบร์ท เอมส์ รู้สึกเหมือนกำลังเป็นบ้า ไม่สิ แม่งเหี้—ยอะไรวะ!!? ร่างกายของฉันมันหนักอึ้งชนิดที่ว่า “โอ๊ยยย” แสงสว่างกำลังทำให้ฉันเป็นบ้า ก่อนจะลืมตาขึ้นเพราะแสงมากเกินไป ดวงตาของฉันสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ ชายหนุ่มคนนึงกำลังยืนเบื้องหน้าฉันด้วยสีหน้ากังวล ทั้งความหงุดหงิด หัวร้อนและอีกบลา ๆ ฉันพยายามรวบรวมสติเท่าที่จะทำได้และเพ่งพิจารณาคนตรงหน้า ก่อนที่จะได้พูดอะไรอีกฝ่ายก็ดันพูดออกมาซะงั้น เอ้า !!! แย่งบทกันซะได้ “ไบร์ท เอมส์ใช่ไหม” เจโรมถามสีหน้า แก้มกึ่งระหว่างดีใจกับเหมือนคนเห็นผี “ใช่ นายคือเจโรมเรอะ” เอาจริง ๆ หากนับตามอายุ ฉันโตกว่าเจโรมแน่ ๆ แต่อีกฝ่ายน่ะมาค่ายก่อน จะพูดยังไงดีล่ะ รุ่นพี่ในค่าย ? ไม่สิ ยังไงพวกเราก็เป็นพี่น้องที่มีพ่อเดียวกัน เดี๋ยวนะบุตรกับธิดาแห่งโพไซดอนมาเจอกัน ที่นี่… เสียงคลื่นทะเล “ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ” กุมขมับ “มีบุหรี่ไหม” พลางถามเสียงเข้ม “รู้ไหมว่าเธอหายตัวไปตั้งปีกว่า แล้วเจอหน้ากันถามหาบุหรี่เนี่ยนะ” “อ้าว ก็คนมันเครียดก็ต้องสูบบุหรี่คลายเครียดดิ” บ่นอุบอิบ “หายไปปีกว่า ได้ไง…จำได้ว่าออกไปทำ คำพยากรณ์แล้วก็สู้กับ….” เลิ่กลั่ก “สู้กับใคร อย่าบอกนะนอกจากความจำเสื่อม” โจเรมถามย้ำ “ถ้าความจำเสื่อมก็คงจำใครไม่ได้แล้วล่ะ มันเหมือนกับว่าความทรงจำมันหายไปชั่วคราว เท่าที่จำได้ ก็คือ เจอผู้ชายคนนึงลูกครึ่งอาหรับถึงเคียว แล้วก็เกิดการต่อสู้แบบปะทะกันนัวการนิวยอร์ก” พยายามนึกเท่าที่จะทำได้ “และภาพก็ตัดตอนที่รู้สึกเหมือนจะโดนไอ้หมอนั่นซัดตกทะเล วันนี้วันที่เท่าไหร่” “7 เดือน 9 ปี 2025” “ขอบคุณที่ช่วยฉัน นี่ถ้าไม่ได้เป็นธิดาแห่งโพไซดอนบางทีอาจจะตายขึ้นอืดกลางทะเลแน่ ๆ” อะไรไม่รู้แต่ ‘กุแค้นนนนนนน’ คิดในใจและกล่าวขอบคุณเจโรมก่อนจะเดินไปทางค่ายด้านใน





แสดงความคิดเห็น

God
ยินดีต้อนรับกลับมา ไบร์ซอย่าลืมซ่อมประวัติด้วยนะเหมือนว่าภาพจะหาย  โพสต์ 2025-9-7 14:31
โพสต์ 5943 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2025-9-7 12:51
โพสต์ 5,943 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก ควบคุมน้ำ  โพสต์ 2025-9-7 12:51
โพสต์ 5,943 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก ตรีศูลน้อย  โพสต์ 2025-9-7 12:51
โพสต์ 5,943 ไบต์และได้รับ +2 ความศรัทธา จาก เข็มทิศมหาสมุทร  โพสต์ 2025-9-7 12:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไซฟอสออฟเดอะฟอลเลน
ควบคุมน้ำ
ตรีศูลน้อย
เข็มทิศมหาสมุทร
น้ำหอมบุรุษ
ชุดเครื่องเพชร
หมวกนีเมียน
ฟองอากาศแห่งชีวิต
ภูมิคุ้มกันเปียก
แว่นกันแดด
เกราะหนัง
กำไลหินนำโชค
หายใจใต้น้ำ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x17
x2
x3
x2
x3
x3
x20
x4
x6
x1
โพสต์ 2025-9-19 21:46:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ค่ายฮาล์ฟบลัดโลโก้

ค่ายฮาล์ฟบลัด

วันที่: 19/09/2025
บุตรีเฮคาที

ผืนทรายยามสายเปล่งประกายระยิบระยับรับแสงแดด เมื่อ ภริดา อารยภักดีเทวราช หรือ ริดา เดินออกจากแนวป่าสนของธาเลีย หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบเขตแดนเวทมนตร์แล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปยังชายหาดของ ค่ายฮาล์ฟบลัด ที่วันนี้ถูกจัดเป็นห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับวิชา "อสุรกายศึกษา I"

​เวลาในขณะนั้นอยู่ระหว่าง 09.00 - 11.00 น. แสงแดดอุ่น ๆ และลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งเป็นจังหวะกลับยิ่งเสริมความรู้สึกถึงพลังและความท้าทายที่ซ่อนอยู่

​คาบเรียนที่ 1: "มากกว่าที่ตาเห็น" - การจำแนกอสุรกายด้วยประสาทสัมผัส

​วัตถุประสงค์:

ฝึกให้ผู้เรียนใช้ประสาทสัมผัสทุกส่วน โดยเฉพาะ การดมกลิ่น และ การฟังเสียง เพื่อจำแนกประเภทและระดับภัยคุกคามของอสุรกาย ก่อนที่จะเผชิญหน้าหรือปะทะโดยตรง

​ทำไม "จมูก" ถึงสำคัญกว่า "ดาบ"

​ครูผู้สอนยืนอยู่ริมทะเลและกล่าวเปิดบทเรียนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า:

​“พวกเจ้าอาจคิดว่าดาบหรือหอกคือสิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้... แต่แท้จริงแล้ว ‘จมูก’ ของเจ้าสำคัญกว่านั้น เพราะกลิ่นสามารถเตือนถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอก (The Mist) ได้เร็วกว่าที่ตาจะมองเห็น"

​คำพูดนี้สะกิดใจริดาไม่น้อย เธอเข้าใจดีว่าความเฉียบคมทางประสาทสัมผัสจะช่วยชีวิตได้มากกว่าพลังหรืออาวุธใด ๆ

​ศาสตร์แห่งกลิ่นอสุรกาย

​นักเรียนทุกคนต้องจดจำและแยกแยะ กลิ่นเฉพาะตัว ของอสุรกายชนิดต่าง ๆ ครูผู้สอนเปิดโหลแก้วเวทมนตร์ทีละใบ ปลดปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมา:

​กลิ่นกำมะถัน: อสูรจากยมโลก เช่น เซอร์เบรัส หรืองูพิษใต้พิภพ

​กลิ่นสาบสัตว์ป่า: คิมีร่า, มิโนทอร์, หรือสัตว์ครึ่งเทพครึ่งสัตว์

​กลิ่นโอโซนและเหล็กเผา: อสูรจักรกลหรือสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ที่ถูกปลุกชีพ

​ริดาโน้มตัวลงเล็กน้อย สูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อซึมซับรายละเอียดของกลิ่น บางกลิ่นทำให้เธอเวียนหัว บางกลิ่นเหม็นจนแทบกลั้นหายใจ แต่เธอก็จดจำมันไว้ทั้งหมด

​เสียงที่ต้องระวัง

​จากนั้น ครูผู้สอนวาง เทปเวทมนตร์ ลงในเครื่องเล่น เสียงต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกโดยนักล่าอสุรกายก็ดังขึ้นกลางหาดทราย:

​เสียงฝีเท้าหนักหน่วงบนหิน: มิโนทอร์

​เสียงเกล็ดเสียดสีกันคล้ายหินครูด: มังกรหรืองูยักษ์

​เสียงลมหายใจแผ่วต่ำแต่ก้องกังวาน: อสูรเฝ้าประตูจากยมโลก

​ริดาหลับตาลงและใช้สมาธิสูงสุด พยายามแยกแยะความต่างของจังหวะ ความถี่ และโทนเสียงที่แฝงความอันตรายไว้

​กิจกรรมภาคปฏิบัติ

​1. ทดสอบกลิ่นปริศนา

​นักเรียนแต่ละคนได้รับ โหลแก้วเวทมนตร์ ที่ปิดผนึกด้วยคาถา ภายในบรรจุเศษเสี้ยวกลิ่นของอสุรกายหลายชนิด พวกเขาต้องทายว่าเป็นกลิ่นของอะไรและมีระดับภัยคุกคามแค่ไหน

​ริดาค่อย ๆ เปิดฝาโหล กลิ่นสาบปนกลิ่นคาวเหล็กตีเข้าจมูก เธอย่นคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น:

​“คิมีร่า… ระดับภัยคุกคาม: สูง”

​2. ทดสอบเสียงบันทึก

​เทปเสียงอีกชุดถูกเปิดขึ้น ริดาหลับตาและตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่ ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงเสียดสีกับเสียงกระแทกเป็นจังหวะ

​“นั่นคือ... เสียงเกล็ดขนาดใหญ่เสียดสี มังกร”

​คำตอบนั้นทำให้ครูผู้สอนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

​บรรยากาศริมหาดเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและสมาธิของนักเรียนทุกคน ริดารู้สึกว่าการเรียนครั้งนี้ไม่เพียงแค่ช่วยพัฒนาทักษะการเอาตัวรอด แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางในฐานะ ธิดาแห่งเฮคาที ที่ต้องเผชิญหน้ากับอสุรกายมากมายในอนาคต


เข้าเรียนวิชา อสุรกายศึกษา คาบเรียนที่ 1 ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 - 11.00 นาฬิกา

รางวัลได้รับ : +10 EXP





สถานที่: ชายหาด
หัวข้อ: กลิ่นเลือดและเสียงคำราม: บทเรียนแรกของธิดาแห่งเฮคาที

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 16374 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2025-9-19 21:46
โพสต์ 16,374 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ต้านทานเวทมนตร์  โพสต์ 2025-9-19 21:46
โพสต์ 16,374 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก สื่อสารกับสุนัข  โพสต์ 2025-9-19 21:46
โพสต์ 16,374 ไบต์และได้รับ +5 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก ทักษะมีดสั้น  โพสต์ 2025-9-19 21:46
โพสต์ 16,374 ไบต์และได้รับ +2 EXP +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก การร่ายคาถา  โพสต์ 2025-9-19 21:46
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ทักษะมีดสั้น
การร่ายคาถา
ชุดเครื่องเพชร
กล้องถ่ายรูป
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
แว่นกันแดด
ปากกาหมึกซึม
กล่องดนตรี
รองเท้าเซฟตี้
กิ๊บติดผม
ต่างหูเงิน
กางเกงเดินป่า
เข็มกลัดเฮคาที
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x2
x2
x5
x19
x8
x2
x2
x3
x12
x11
โพสต์ 2025-11-14 21:14:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2025-11-14 21:20

วันที่ 12 เดือน พฤศจิกายน ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 15.00 - 16.00 น. ณ ชายทะเล

◀️┃▶️


ใต้เงาแสงบ่ายที่ทอดลงบนผืนน้ำของอ่าวลองไอส์แลนด์เป็นประกายสีทอง คีอาร์ก้าวผ่านแนวทรายละเอียดอย่างเงียบงัน ความเย็นตามธรรมชาติของเธอตัดกับอากาศอบอุ่นรอบตัวได้อย่างเด่นชัด ลมทะเลพัดผมสีบลอนด์ทองแดงของเธอไหวเบา ๆ แต่ใบหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เธอหยุดยืนอยู่บริเวณชายฝั่งที่ปกติจะเต็มไปด้วยลูก ๆ ของอะโฟรไดท์ซึ่งมักจะอาบแดดกันเสียงดัง แต่วันนี้เหมือนทุกคนจะกระจายตัวไปไกล คงเพราะตารางเรียนบ่ายค่อนข้างแน่น


เสียงอะไรบางอย่างเบา ๆ ดังขึ้นใกล้ ๆ ก่อนโกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด เซเทอร์ผู้มีบุคลิกสดใสแต่แฝงความกังวลตลอดเวลาจะเดินออกมาจากพุ่มไม้ เขายิ้มให้คีอาร์แบบที่คนมองโลกในแง่ดีเท่านั้นจะทำได้ ดวงตาสีน้ำตาลของเขาเปล่งประกายเมื่อต้องสอนอะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติ


“สวัสดี ทุกคน! มาทันเวลาเลยนะ คลาสนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ออกภารกิจบ่อย”


คีอาร์พยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดเกินความจำเป็น เธอจัดแว่นกลมบนสันจมูกให้ตรงเฉียบเหมือนเดิม เด็กเดมิก็อดคนอื่น ๆ วิ่งลงมาชายหาดทีละกลุ่มแต่คีอาร์ยังคงนิ่งเหมือนน้ำแข็งที่ไม่หวั่นแม้แดดบ่ายจะสาดแรงแค่ไหน


เมื่อทุกคนรวมตัวกัน โกรเวอร์เคาะกีบกับพื้นทรายเบา ๆ เพื่อเรียกความสนใจของคนในคลาส “โอเค ทุกคน! ยินดีต้อนรับสู่คลาส ‘การจำแนกอสุรกายด้วยประสาทสัมผัส’ วันนี้เราจะใช้จมูกกับหูมากกว่าดาบและโล่นะครับ” เขายิ้มยกกระปุกโหลแก้วหลายใบขึ้นมา ข้างในล้วนเป็นไอหมอกกลิ่นแปลกประหลาดสลับสี


“เริ่มกันที่บทนำก่อน ทำไมจมูกถึงสำคัญกว่าดาบ? เพราะ...ถ้าเธอได้กลิ่นกำมะถัน เธอมีเวลาเผ่นก่อนที่อสูรจากยมโลกจะโผล่ ถ้าเธอได้กลิ่นสาบป่าสัตว์ป่า เธอรู้ระดับอันตรายล่วงหน้า และถ้าเป็นกลิ่นโอโซน…ก็เตรียมรับมืออสูรจักรกลของเฮเฟตัสได้เลย!” เด็กหลายคนหัวเราะกับท่าทางบรรยายประกอบของเขา แต่คีอาร์ยืนนิ่ง ฟังทุกคำด้วยความตั้งใจแบบไม่แสดงออก เธอไม่กลัวอสูรกาย แต่เธอชอบข้อมูลมากกว่า และวิธีการแยกแยะด้วยประสาทสัมผัสถือเป็นข้อมูลเชิงตรรกะชั้นดี


โกรเวอร์ยกนิ้วขึ้นราวกับกำลังจะเผยความลับสำคัญ “ต่อไปคือเสียงที่ต้องระวังนะ เสียงฝีเท้าที่หนักสลับเบา เสียงเกล็ดลากไปกับพื้น เสียงลมหายใจ…บางทีเสียงเดียวอาจช่วยให้เธอรอดจากการถูกซุ่มโจมตีก็ได้” เขาเปิดเทปเสียงอสุรกายชนิดต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์ เสียงแรกคือเสียงคล้ายเกล็ดสีกับหิน เสียงที่สองเป็นเสียงหอบแผ่วแต่มีจังหวะไม่สม่ำเสมอ เด็กบางคนทำหน้าเหยเก แต่คีอาร์เพียงเอียงหู ฟังอย่างวิเคราะห์


“เสียงแรกคือไฮดร่า เสียงสองคือออร์ธรอส…แต่เสียงสองหายใจลึกกว่าแบบไม่สม่ำเสมอ” เธอเอ่ยเบา ๆ ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง แต่โกรเวอร์ได้ยินจนต้องหันมามองด้วยแววตาชื่นชม

“เก่งมาก เด็กลมเหนือ! หูเธอไวจริง ๆ นะ” 

คีอาร์ไม่ตอบรับแค่ก้มหน้าทราบแล้วกะพริบตาช้า ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติที่ควรรู้


จากนั้นโกรเวอร์ก็หยิบโหลแก้วใบแรกขึ้น โหลสว่างด้วยกลิ่นสีฟ้าอ่อนที่ไม่ใช่ควัน แต่เหมือนละอองพลังงาน “กิจกรรมทดสอบกลิ่นปริศนานะครับ ทุกคนสูดเบา ๆ แล้วบอกฉันว่าคิดว่าเป็นอสุรกายแบบไหน”


เด็กหลายคนลังเล เริ่มสูดอย่างระวัง แต่คีอาร์ยื่นหน้าไปใกล้เพียงเล็กน้อย สูดเบามากจนแทบไม่เห็นว่าเธอหายใจ ก่อนพูดเรียบ ๆ “กลิ่นโอโซนผสมโลหะร้อย…เป็นอสูรจักรกลค่ะ น่าจะเดธแมชีนของเฮเฟตัสหรือวัลแคน ไม่ใช่รถไฟลีเจี้ยนเพราะไม่ได้กลิ่นน้ำมันหรือการเผาไหม้ของถ่านหิน”


โกรเวอร์อ้าปากค้าง “ใช่เลย! นี่มัน…อ๊ะ ถูกหมดทุกอย่าง เธอแยกได้จากการสูดรวดเดียวเนี่ยนะ?”

คีอาร์พยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงยังเรียบนิ่ง “พลังของสายเลือดบอเรอัส…ช่วยให้แยกกลิ่นอากาศได้ค่ะ”


โกรเวอร์ยิ้มกว้างเหมือนคนดีใจแบบสุดขีด “ดีมาก! ความสามารถแบบนี้สำคัญมากเวลาเจอมิสต์ปั่นประสาทนะ เธอจะไหวตัวทันก่อนใครแน่นอน!” คำชมถูกเก็บเข้ากล่องข้อมูลในหัวคีอาร์ ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ แต่ทำให้เธอคำนวณได้มากขึ้นว่าทักษะนี้จะใช้ต่อยอดอย่างไรในภารกิจภาคสนาม คลื่นทะเลกระทบฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงนกน้ำบินผ่าน เสียงใบไม้เสียดลมเหนือชายป่า ทุกเสียงเหมือนชัดขึ้นในระดับที่ละเอียดโหดเหี้ยมต่อการสังเกต และคีอาร์ยืนนิ่งกลางลมทะเล เหมือนภาพที่ถูกสลักไว้ในน้ำแข็งหนึ่งก้อน แต่ภายในหัวของคีอาร์นั้นเงียบเย็น และมีแต่ตรรกะล้วน ๆ กำลังทำงานอย่างเงียบงันเช่นกัน


วิชาอสุรกายศึกษา I - 01
รางวัล : +10 EXP และ +5 ความกล้า

[Satyr-02] โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ NPC +20


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-02] โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2025-11-15 00:37
God
คุณได้รับ +5 ความกล้า โพสต์ 2025-11-15 00:37
God
คุณได้รับ 10 EXP โพสต์ 2025-11-15 00:37
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-02] โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2025-11-15 00:36
God
คุณได้รับ +5 ความกล้า โพสต์ 2025-11-15 00:36
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-11-20 13:41:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 17 เดือน พฤศจิกายน ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 13.00 - 15.00 น. ณ ชายทะเล (เรียนกับโกรเวอร์)

◀️┃▶️


ช่วงบ่ายที่ลมทะเลเย็นจัดพัดมาปะทะผิวราวกับกำลังเตือนว่าฤดูหนาวใกล้เข้ามาเต็มที คีอาร์ก้าวเท้าลงสู่ผืนทรายละเอียดที่ทอดตัวยาวริมชายฝั่งของค่ายฮาล์ฟบลัด เสียงคลื่นซัดเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอคล้ายบทเรียนที่รอให้เธอรับฟังอย่างอดทน วันนี้คือคาบที่สองของวิชาอสุรกายศึกษา และเหมือนทุกครั้ง สถานที่สอนคือชายทะเลอันกว้างใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องเรียนตามธรรมชาติของโกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด


โกรเวอร์ยืนอยู่ด้านหน้าอย่างสดใสเหมือนเดิม ขาแพะของเขาจมลงในทรายปุย ๆ ส่วนมือก็กำขลุ่ยต้นกกไว้ตามนิสัยประจำตัวที่มักถือมันเสมอแม้ไม่เป่า “สวัสดีทุกคน! วันนี้เราจะทำความรู้จักกับอสุรกายที่พวกเธอมีโอกาสเจอบ่อยที่สุดนะ” เขาพูดพลางยิ้มกว้าง ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกายแบบเด็กที่กำลังภูมิใจกับสิ่งที่กำลังสอนเหลือเกิน


คีอาร์ยืนแถวหลังสุดอย่างเงียบ ๆ เธอไม่ชอบความวุ่นวาย และยิ่งไม่ชอบอยู่กลางฝูงชน แต่ข้อดีของการอยู่หลังสุดคือไม่มีใครมายุ่งมากนัก เธอสามารถวิเคราะห์บทเรียนในระยะปลอดภัยของตัวเองได้ตามชอบใจ


โกรเวอร์ดีดปากกาชี้ไปยังลูกแก้วฉายภาพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนแท่นหิน ก่อนภาพของร่างมหึมาสีดำสนิทจะปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงคำรามต่ำ ๆ ที่ถูกบันทึกไว้ก้องกังวานจนเด็กคนหนึ่งข้างหน้าเผลอสะดุ้ง “นี่คือเฮลล์ฮาวนด์ หรือที่บางที่เรียกว่าการ์มร์ แบล็กชัค คูน อานูน หรืออะไรก็ตามตามวัฒนธรรม… แต่รับรองได้เลยว่าทุกชื่อหมายถึงอะไรบางอย่างที่คุณไม่อยากเจอในซอกหลืบมืด ๆ ของสุสาน” โกรเวอร์อธิบายพลางทำตาโตประกอบอย่างจริงจัง


คีอาร์ฟังอย่างตั้งใจ เธอไม่ตื่นกลัว แต่ประเมินข้อมูลอย่างมีเหตุผล ขนสีดำสนิท… ดวงตาเรืองแดงในความมืด… ทนไฟ… ควบคุมไฟได้บางส่วน… หน้าที่คือผู้เฝ้าประตูโลกใต้พิภพทั้งหมดนี้ถูกจัดหมวดหมู่ในสมองของเธออย่างรวดเร็วราวกับคอลเลกชันวิเคราะห์ลมที่คุ้นเคย


โกรเวอร์เล่าไปเรื่อย ๆ ทั้งตำนาน ประวัติ ความหมายเชิงวัฒนธรรม การพบเจอในโลกจริง และอธิบายเทคนิคการเอาตัวรอดเป็นระยะ สีหน้าจริงจังอย่างน่ารัก เขาบอกว่า “อย่าลืม! ถ้าเจอเฮลล์ฮาวนด์ อย่าสบตานานนะ เดี๋ยวจะถูกมันมองเป็นอาหารว่าง” คลื่นซัดเข้าฝั่งอีกครั้ง คีอาร์ผมปลิวเล็กน้อย เธอไม่หวั่น เรียนรู้ทุกอย่างอย่างสงบ ราวกับสายลมที่ไม่มีวันกลัวเปลวไฟ


โกรเวอร์ฉายภาพต่อไป ตัวเมียท่อนบนมนุษย์ ท่อนล่างเป็นงูเลื้อยยาว ขนาดใหญ่จนทำให้เด็กใหม่บางคนยกแขนขึ้นกอดตัวเองอย่างหวาดกลัว “แดรคีเน หรือแดรกคีเน คือสตรีงู” เขาเริ่มอธิบาย “พวกเธอจะพบพวกนี้บ่อยมากกว่าที่คิด และมันไม่ได้โจมตีแบบสุ่มนะ พวกมันซื่อสัตย์ต่อไกอามากกว่าที่ลูกครึ่งบางคนซื่อสัตย์ต่อกระท่อมตัวเองซะอีก!” เสียงหัวเราะเบา ๆ กระจายไปทั่วบริเวณ มีเพียงคีอาร์ที่ยังยืนนิ่งราวกับลมหนาวเป็นเพียงอากาศอุ่น ๆ โกรเวอร์พูดต่ออย่างตื่นเต้น “พวกเธอเคลื่อนไหวเร็วมากแม้ไม่มีขา พ่นพิษได้ มีคำสาปเสียงงูที่ทำให้เคลื่อนไหวช้าลง และที่สำคัญที่สุด ถ้ามันฟื้นจากทาร์ทารัสเมื่อไหร่ ก็จะตามล่าพวกเธอจนกว่าจะพอใจ!”


เด็กบางคนกลืนน้ำลายดังชัดเจน คีอาร์เพียงกะพริบตาช้า ๆ ความเร็วสูง… พิษ… เสียงสาป… ผู้จงรักภักดีต่อไกอา… เป็นกำลังรบหลักในตำนาน


คีอาร์จดจำอย่างเป็นระบบโดยไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ นี่คือเพียงข้อมูลเหมือนตัวเลขอุณหภูมิในอากาศ หรือแรงลมก่อนพายุ สายลมยามบ่ายปะทะผิวทะเลจนเกิดระลอกคลื่นสีเงินทอดยาวไปสุดสายตา เหล่าลูกครึ่งเทพยังคงยืนล้อมเป็นวงกว้างบนผืนทราย ชุดเกราะเบา ๆ สะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ของเดือนพฤศจิกายน ขณะที่โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ดยืนอยู่ตรงกลางด้วยท่าทางกระตือรือร้นเหมือนเด็กกำลังจะเล่าเรื่องโปรดของตัวเองต่อ


“ต่อไปคือยักษ์ไลสโครโกเนียน!” โกรเวอร์ประกาศเสียงดังพร้อมตบฝ่ามือลงบนแท่นหินเบา ๆ ภาพฉายเหนือศีรษะเปลี่ยนเป็นร่างอสุรกายยักษ์ตัวสูงยิ่งกว่าตึก ขนสีฟ้าซีดปกคลุมบางส่วน ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งจ้องตรงมาด้วยแววหิวกระหายจนเด็กหลายคนขยับถอยหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว คีอาร์มองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่งตามสไตล์ของเธอ ใบหน้าขาวซีดสะท้อนสีฟ้าของหน้าจอเหมือนประติมากรรมอ่อนชื้นถูกแกะสลักด้วยความเย็นชา 


โกรเวอร์เริ่มอธิบายอย่างละเอียดถึงแหล่งกำเนิดของไลสโครโกเนียน ประวัติที่เกี่ยวโยงกับอดีตของโอดิสซิอุส อาหารโปรดของพวกมันที่ไม่ควรถูกเอ่ยถึงก่อนมื้อกลางวัน พฤติกรรมการล่า จุดอ่อนบริเวณดวงตา และวิธีรอดชีวิตเมื่อเจอมันในเมืองใหญ่ ทุกคำพูดเหมือนบทเพลงที่เขาภูมิใจจะถ่ายทอดเมื่ออธิบายจบก็กระตุ้นให้ทุกคนในคลาสเรียนล้อมวงกัน


“เอาล่ะ! ภาคปฏิบัติแบบเบา ๆ วันนี้คือการอภิปราย หัวข้อว่า ถ้าเจออสุรกายในเมือง จะทำยังไงดีแต่ห้ามซ้ำประเภทกันนะครับ!” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เด็กหลายคนรีบยกมือแย่งกันเอาอสุรกายง่าย ๆ อย่างไซคลอปส์ เมดูซา มิโนทอร์ แฮร์ปี หรือแม้แต่ไฮดร่าไปอย่างไว คีอาร์ยืนฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่รีบร้อน พวกนี้… เลือกตามอารมณ์มากกว่าเหตุผลอีกแล้ว


ในที่สุดตัวเลือกก็เหลือน้อยจนทุกคนเริ่มมองหาสิ่งที่ตนไม่คุ้น คีอาร์จึงขยับตัวเล็กน้อย สายตาสีเทาอมเขียวหรี่ลงอย่างพิจารณาก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่มั่นคง “ฉันจะอภิปรายเรื่องกริมาลคินค่ะ” ทันทีที่คำว่า กริมาลคิน หลุดออกไป เด็กหลายคนกะพริบตาปริบ ๆ บางคนกระซิบถามว่าคืออะไร บางคนแกล้งทำหน้าเหมือนนึกออกแต่จริง ๆ ไม่มีความรู้แม้แต่นิดเดียว


คีอาร์ก้าวออกมาหนึ่งก้าว ผมสีบลอนด์ทองแดงพริ้วเบา ๆ ตามแรงลมทะเล เธอยืนหลังตรงราวกับกำลังอ่านประกาศเกียรติคุณในโบสถ์โบราณ “กริมาลคินเป็นอสุรกายในตำนานเคลติกค่ะ เป็นภูตประจำตัวของแม่มดดำและเป็นสัตว์รับใช้ของเทพีเฮคาที หากเห็นมันในเมืองโดยไม่ตั้งใจ… ทางที่ดีที่สุดคืออย่าเข้าไปยุ่งค่ะ” เธอเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เนื้อหากลับคมชัดเหมือนมีดผ่าพิสูจน์ศพ


“ในยุโรปยุคกลางเชื่อว่าแม่มดมีสิ่งที่เรียกว่า Familiar สิ่งมีชีวิตที่ช่วยเหลือในการทำพิธี และกริมาลคินก็คือหนึ่งในสิ่งนั้น มันทำหน้าที่ส่งคำสาป ทำหน้าที่เป็นสายลับ เชื่อมโลกมนุษย์กับโลกเหนือธรรมชาติ หากได้ยินเสียงแมวดำกลางคืนผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณ” เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นราวกับขับเน้นคำพูดของเธอ


คีอาร์พูดต่อโดยไม่เร่ง ไม่ช้า เหมือนสายลมเย็นที่ไหลสม่ำเสมอ “แต่มันไม่ใช่อสุรกายที่อันตรายโดยไร้เหตุผลนะคะ กริมาลคินเป็นสิ่งมีชีวิตที่ภักดี ระหว่างมันกับเจ้าของมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งมาก หากสร้างความผูกพันได้ มันจะปกป้องจนลมหายใจสุดท้าย แม้ตัวเองจะหนีได้ก็ตาม” เธอหยุดเล็กน้อย ดวงตาไล่มองเพื่อนร่วมชั้นทีละคน “ดังนั้น หากเจอในเมือง… อย่าโจมตีค่ะ ผูกมิตรจะดีกว่า เผื่อบางครั้งมันจะเลือกเดินตามเราเอง และถ้าทำได้ ก็ถือว่าโชคดีมากค่ะ”


โกรเวอร์พยักหน้าแรงจนขนแพะพลิ้ว “ยอดเยี่ยมมากสาวบอเรอัส! รู้ลึกดีจริง ๆ นะเนี่ย” เพื่อนบางคนมองเธอด้วยแววทึ่ง ส่วนบางคนก็จดบันทึกกันแทบไม่ทัน แต่คีอาร์เพียงตอบกลับด้วยการพยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้แสดงท่าทีภูมิใจ สำหรับเธอ นี่คือการรายงานข้อมูลตามความจริง ไม่มากกว่านั้น


เมื่อกิจกรรมจบ โกรเวอร์ประกาศเลิกคาบพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ไปพักผ่อนกันเถอะทุกคน! เจอกันคาบหน้า แล้วอย่าลืมดูแลตัวเองดี ๆ นะ!” เด็กนักเรียนแตกกลุ่มกันทั้งที่ยังคุยคึกคักเกี่ยวกับอสุรกายต่าง ๆ ขณะที่คีอาร์เก็บของเงียบ ๆ แล้วเดินออกจากชายฝั่งด้วยท่วงท่าที่สงบเย็นราวกับไม่มีอะไรในบทเรียนนี้ทำให้หัวใจเต้นไวกว่าปกติเลยแม้แต่น้อย เพราะในความคิดของเธอ อสุรกายก็คือข้อมูล ที่ต้องทำความเข้าใจเท่านั้นเอง ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรู้สึกอะไรด้วยเลย


วิชาอสุรกายศึกษา I - 02
รางวัล : +10 EXP และ +5 ความกล้า

[Satyr-02] โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ NPC +20

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ +5 ความกล้า โพสต์ 2025-11-20 16:39
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-02] โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2025-11-20 16:39
God
คุณได้รับ 10 EXP โพสต์ 2025-11-20 16:39
โพสต์ 38145 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-11-20 13:41
โพสต์ 38,145 ไบต์และได้รับ +4 EXP +8 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก ลมกรด  โพสต์ 2025-11-20 13:41
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-11-30 22:22:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด





วันที่ 1 พฤษภาคม 2025
เวลา 10:30 - 
15:30 น.



หลังจากการปะทะกับนกสติมฟาเลียนสิ้นสุดลง เรือมินิบานาน่าสีนีออนก็กลับมาพุ่งทะยานอีกครั้งด้วยความเร็ว 150 นอต แต่คราวนี้มีเพียงสัญชาตญาณของป้าคาเรนเท่านั้นที่เป็นเข็มทิศนำทางให้พวกเขากลับค่าย

ใช้เวลาประมาณเจ็ดชั่วโมงครึ่ง ผืนน้ำก็เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มจัเป็นสีฟ้าอ่อนจาง แรงลมที่ปะทะหน้าจนชาด้านตั้งแต่ต้นก็เริ่มลดความรุนแรงลงตามระยะทางที่เข้าใกล้แผ่นดินใหญ่ เอโลอิสกัดฟันแน่น มือทั้งสองจับกระบอกไว้แน่นจนข้อขาวโพลน ผมสีแดงเพลิงของเธอปลิวสะบัดเป็นเส้นสายราวกับแส้ในสายลม ขณะที่เธอกวาดสายตามองไปยังขอบฟ้าเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ แจสเปอร์เองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน แม้จะเป็นบุตรแห่งเทพสงคราม แต่ร่างกายก็อ่อนล้าจากการต่อสู้และการเกร็งตัวต้านแรงมหาศาลตลอดเวลา

“รู้สึกเหมือนวิ่งมาราธอนสามรอบติดกันโดยไม่ได้หยุดหายใจเลยนะเนี่ย” แจสเปอร์บ่นอุบอิบขณะพยายามนวดไหล่ที่แข็งเกร็ง

“อย่าบ่นเลย” เอโลอิสตอบกลับโดยไม่ได้หันไปมอง “เราใกล้จะถึงแล้วล่ะ…คิดว่านะ…”

ขณะที่เรือล่องไปเรื่อย ๆ ด้วยความเร็ว คนที่เห็นฝั่งก่อนใครนั่นคือ ป้าคาเรน ดวงตาของเธอฉายแววของความดีใจ ป้าแกซึ่งเป็นคนแก่ที่มีสายตายาวกว่าใครเพื่อน (และดวงดีกว่าใครในเรือลำนี้) จ้องมองผ่านอากาศที่สั่นสะท้านจากความเร็วเรือไปยังขอบฟ้าที่ปรากฏเป็นริ้วสีเขียวเข้มทอดยาว

“เอโลอิส ชะลอเรือ…ชะลอเดี๋ยวนี้! ฉันเห็นแผ่นดินแล้ว! แผ่นดินใหญ่! แผ่นดินอเมริกาแน่ ๆ กรี๊ดดดดด!

เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความดีใจของป้าคาเรนไม่เหมือนเสียงกรีดร้องหวาดกลัวแบบเมื่อตอนเจอนกสติมฟาเลียน เธอชี้นิ้วไปยังทิศทางเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น

เอโลอิสไม่รอให้บอกซ้ำ เธอตัดสินใจโยนกระบอกบรรจุลมสี่ทิศกระบอกสุดท้ายทิ้งลงทะเลไปอย่างไม่ลังเล เสียงคำรามอันบ้าคลั่งของลมยุติลงอย่างฉับพลันอีกครั้ง เรือมินิบานาน่ากระชากตัวอย่างรุนแรงจนทุกคนเกือบจะเซถลาอีกรอบ แต่ความเร็วที่ลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนเพิ่งได้กลับมาหายใจอีกครั้ง ความเร็วของเรือลดลงสู่ 12 นอต ซึ่งเป็นความเร็วที่ปลอดภัยสำหรับการแล่นในน่านน้ำปกติ แผ่นดินใหญ่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้าอย่างยิ่งใหญ่ แต่เอโลอิสรู้ดีว่านั่นยังไม่ใช่จุดหมายสุดท้ายของพวกเขา

“ขอบคุณค่ะป้า ดวงของป้านี่ช่วยเราไว้จริง ๆ” เอโลอิสพึมพำ “แต่ตอนนี้เราต้องเข้าสู่โหมดออโต้ไพลอต แล้วนะ เราต้องขับเข้าไปในช่องแคบลองไอส์แลนด์ซาวด์ค่ะ”

เรือมินิบานาน่ากลับเข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติแล่นด้วยความเร็วคงที่ 12 นอต มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามที่ป้าคาเรนชี้ทางไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขายังคงต้องใช้เวลาเดินทางอีกประมาณห้าชั่วโมงเพื่อผ่านช่องแคบอันคดเคี้ยวสู่หาดที่ซ่อนเร้นของค่ายฮาล์ฟบลัด

ห้าชั่วโมงนั้นดำเนินไปอย่างเนิบนาบผิดกับช่วงเจ็ดชั่วโมงครึ่งก่อนหน้า ท้องฟ้าแม้จะไม่เคยมืดลงเป็นเวลาหลายเดือนแล้วแต่ก็พอจะเดาได้ว่าอยู่ในช่วงบ่ายแก่เต็มที ลำเรือมินิบานาน่าที่ตอนนี้แล่นช้าลงจนคลื่นน้ำกระแทกกาบเรือเพียงเบา ๆ ทำให้พวกเขามองเห็นทิวทัศน์สองฝั่งของช่องแคบที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนบนเกาะลองไอส์แลนด์และคอนเนตทิคัต

ในที่สุด...เมื่อผ่านไปครบห้าชั่วโมง พวกเขาก็ล่วงเข้าสู่น่านน้ำที่คุ้นเคย กลิ่นหอมของสนซีดาร์และน้ำทะเลที่คุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก

“โน่นไง!” เอโลอิสชี้ไปยังทิศทางเบื้องหน้าหาดทรายขาวละเอียดของค่ายฮาล์ฟบลัด 

เรือมินิบานาน่าลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลก่อนจะ ไถลขึ้นสู่ผืนทรายได้อย่างปลอดภัย ทุกคนแทบจะพุ่งออกจากเรือทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นทราย ป้าคาเรนเป็นคนแรกที่คุกเข่าลงแล้วก้มกราบผืนดินด้วยความปิติยินดีอย่างที่สุด

“แผ่นดิน!!! ฉันรอดตายแล้ว!” 

แจสเปอร์ทิ้งตัวลงนอนบนผืนทรายอย่างหมดแรง ง้าวเยี่ยนหยาในมือร่วงลงข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ “ให้ตายสิ...นี่มันเป็นหนึ่งในการเดินทางที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิตผมเลย”

เอโลอิสยืนมองเพื่อนร่วมเดินทางทั้งสองที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากตัวเอง ใบหน้าของเธอยังคงเปื้อนคราบเกลือและเหงื่อ แต่รอยยิ้มแห่งความโล่งอกก็ปรากฏขึ้น เคอร์ติสบินมาเกาะบนไหล่ของเอโลอิสแล้วพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก

“ขอบคุณเหล่าทวยเทพที่ทำให้พวกเรากลับสู่ค่ายอย่างปลอดภัย ถ้าไม่ได้พวกท่านแล้วพึ่งแต่คุณเอโลอิสพวกเราต้องตายตั้งแต่ออกเดินทางวันแรกแน่ ๆ”

“หุบปากไปเลยเคอร์ติส!” เอโลอิสถลึงตาใส่เจ้านกกระทาขี้บ่นที่เกาะอยู่บนไหล่ของเธออย่างไม่จริงจังนัก ขณะที่มันพ่นคำวิจารณ์ถึงความสามารถในการนำทางของเธอไม่หยุดหย่อน เธอยกมือลูบหัวเคอร์ติสเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนร่วมทีมที่กำลังทิ้งตัวอยู่บนหาดทรายของค่ายฮาล์ฟบลัด

ป้าคาเรนที่เพิ่งลุกขึ้นจากการกราบผืนดินก็ปัดเศษทรายออกจากเสื้อของเธออย่างประณีต ดวงตาของเธอฉายแววถึงความอิ่มเอมใจอย่างที่สุด

“อืมมมม...กลิ่นของหาดทรายค่ายฮาล์ฟบลัดนี่แหละที่หอมชื่นใจที่สุด” ป้าคาเรนสูดหายใจเข้าเต็มปอดราวกับเพิ่งได้รับยาอายุวัฒนะ “เอาล่ะ พวกเธอทุกคนก็ลุกขึ้นมาได้แล้ว ถึงเวลาที่เราควรจะไปพักผ่อนกันจริง ๆ จัง ๆ สักที เราเดินทางกันมานานมาก...”

แจสเปอร์ลุกขึ้นยืนอย่างอิดโรย เขาหยิบง้าวเยี่ยนหยาคู่ใจที่ตกอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาถือไว้ แล้วยิ้มให้กับเอโลอิสด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ภาคภูมิใจ

“จริงของป้าคาเรน” แจสเปอร์รับคำ “เราออกไปนานจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าการนอนบนเตียงนุ่ม ๆ มันรู้สึกยังไง พวกเราทุกคนควรจะพักยาว ๆ ได้แล้ว”

เอโลอิสเดินเข้าไปใกล้เพื่อนร่วมภารกิจ เธอตบไหล่แจสเปอร์เบา ๆ และจับมือของป้าคาเรนด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริง

“ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ ที่ไปช่วยภารกิจนี้” เอโลอิสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนผิดปกติ “ถ้าไม่ได้แจสเปอร์ช่วยจัดการกับพวกอสุรกาย และถ้าไม่ได้ดวงดี ๆ ของป้าคาเรนฉันว่าเราคงทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ”

แจสเปอร์ผายมืออย่างเปิดเผย “ยินดีมากเลยพี่สาว นี่คือหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้รับมาเลยนะ” ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น “ผมได้ใช้ทักษะการต่อสู้ ได้เห็นโลกภายนอกที่ไม่เคยเห็น ถ้ามีภารกิจอื่น ๆ อีก ผมก็ยินดีที่จะร่วมเดินทางเสมอ”

ป้าคาเรนเบ้ปากเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ฮึ่ม! ไม่ต้องมาพูดจาดีเลยพ่อหนุ่ม! ไม่ต้องมาพาฉันไปลำบากแบบนี้อีกแล้วนะ!” ป้าคาเรนทำเสียงฮึดฮัด “ให้ฉันได้อยู่ค่ายแบบสงบ ๆ ไปอีกสิบปีเถอะ การเดินทางครั้งนี้มัน...มันก็เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีอยู่หรอกนะ แต่คนอายุอานามเท่าฉันจะให้ไปทำแบบนี้บ่อย ๆ ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน” 

“ไม่ต้องห่วงค่ะป้า หนูก็คงพักภารกิจไปสักพักเลยล่ะ”

“เอาล่ะ! ได้เวลาแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้วล่ะ”

เอโลอิสพยักหน้า เธอจัดการทำให้เรือมินิบานาน่าสีนีออนกลับไปเป็นผ้าเช็ดปากสีเหลืองผืนเล็ก ๆ แล้วเก็บมันใส่ในกระเป๋าคาดเอว

“ไว้เจอกันใหม่นะคะทุกคน”

แล้วทั้งสามคน (และหนึ่งนกกระทา) ก็เริ่มเดินแยกย้ายกันไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่นำไปสู่โซนกระท่อมพักของแต่ละคน





@God 




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 23742 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2025-11-30 22:22
โพสต์ 23,742 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2025-11-30 22:22
โพสต์ 23,742 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +12 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2025-11-30 22:22
โพสต์ 23,742 ไบต์และได้รับ +15 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +12 ความกล้า +12 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2025-11-30 22:22
โพสต์ 23,742 ไบต์และได้รับ +10 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +10 ความกล้า +8 ความศรัทธา จาก เกราะไทเทเนียม  โพสต์ 2025-11-30 22:22
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2026-1-1 12:30:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด







Daemon  Kannel

1 · มกราคม · 2026
 · 11.30 น.  
     แดดส่องลงมากระทบผิวน้ำทะเลเบื้องหลังค่ายฮาล์ฟบลัด แม้ที่นี่จะยังดูใสสะอาดและสะท้อนแสงระยิบระยับเป็นปกติ แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งอย่างประหลาด เดม่อนก้าวเท้าลงบนผืนทรายร้อนระอุ สายตาจับจ้องไปที่ ดีน ซึ่งยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ริมชายฝั่ง แผ่นหลังกำยำของบุตรแห่งโพไซดอนดูเครียดเขม็งกว่าทุกวัน

     เดม่อนเดินเข้าไปหยุดยืนข้างๆ ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น

     "ผมเห็นนิมิตบางอย่างมา ดีน... จากแหวนวงนี้" เดม่อนชูนิ้วที่มีแหวนเธซีอุสให้ดู "มันไม่ใช่เรื่องดีเลย"

     @@@Dean 

     เดม่อนนิ่งไป คำบอกเล่าของดีนยืนยันสิ่งที่เขาเห็นในนิมิตร่วมกับลิเลียน่าได้อย่างไร้ที่ติ ความวิปลาสที่เขากลัวไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันกำลังกัดกินโลกจากที่ไกลๆ และกำลังรุกรานเข้ามา

     "ดูเหมือนคำพยากรณ์นั่นจะหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ" เดม่อนถอนหายใจยาว "ผมกะว่าจะคิดดูอีกทีเรื่องที่จะไปหาเรเชล แต่มาถึงขั้นนี้คงไม่ต้องคิดแล้วล่ะ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเรากำลังรับมือกับอะไรกันแน่"

     @@@Dean 


NC

แสดงความคิดเห็น

385ทะเลไม่เหมือนเดิม (THU) 01/01/2026 เวลา 11.30 น. วงน้ำปริศนาผุดขึ้นเหนือคลื่นน้ำชายหาดฮาล์ฟบลัด ส  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2026-1-29 01:05
โพสต์ 9,199 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก การควบคุมความรัก  โพสต์ 2026-1-1 12:30
โพสต์ 9,199 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก ชุดบำรุงอาวุธ  โพสต์ 2026-1-1 12:30
โพสต์ 9,199 ไบต์และได้รับ +2 ความศรัทธา จาก มนต์มหาเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-1 12:30
โพสต์ 9,199 ไบต์และได้รับ +1 เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก ดาบเธซีอุส  โพสต์ 2026-1-1 12:30
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-2 20:33:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด





วันที่ 20 ธันวาคม 2025
เวลา 00
:00 น.



ท่ามกลางแสงสนธยาที่แผดส้มจนแสบตา (แม้เวลาจะดึกแล้วก็ตาม) เอโลอิสพุ่งร่างที่โชกไปด้วยเหงื่อและเขม่าโคลนออกมาจากชายป่า ทัศนียภาพเบื้องหน้าเปิดกว้างเป็นหาดทรายขาวละเอียด ทว่าในเวลานี้มันกลับดูไม่ต่างจากกับดักมรณะ ลมทะเลเค็มปร่าพัดเข้าปะทะหน้ากากหมวกเหล็กจนความชื้นของเกลือเกาะตามช่องลม ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับก้อนสำริดมหึมาที่กำลังกลิ้งอยู่บนผืนทราย ทุกครั้งที่ฝีเท้าเหยียบลงบนทรายที่อ่อนนุ่ม มันกลับสูบเอาแรงจากน่องที่ปวดร้าวของเธอไปจนเกือบหมด

“ถะ...ถึงชายหาดแล้ว...พี่แคลรีส ฉันหยุดได้แล้วใช่ไหม!” เอโลอิสตะโกนลอดผ่านช่องว่างของหมวกเหล็ก เสียงของเธอแหบพร่าและขาดช่วง ลมหายใจที่พ่นออกมามีรสคาวเลือดจาง ๆ ติดอยู่ที่ปลายลิ้น

“หยุดเหรอ? ใครบอกว่าให้หยุดแค่นี้!” เสียงคำรามของแคลรีสดังก้องแข่งกับเสียงเกลียวคลื่น รถม้าสีแดงโลหิตควบตะบึงเข้าหาเธอในมุมหักศอก ใบมีดที่ดุมล้อหมุนวนตัดผ่านผืนทรายจนกระจุยเป็นทางยาวราวกับรอยแผลขนาดใหญ่บนพื้นดิน “นั่นมันแค่วอร์มอัพยัยช่างเหล็ก! สนามรบจริงมันไม่มีเส้นชัยหรอกจนกว่าจะตาย หรือศัตรูจะตายไปหมดน่ะ! กลับตัวซะ! เป้าหมายต่อไปคือทะเลสาบที่กลางค่าย...วิ่งไปตามชายน้ำนั่นแหละ!”

เอโลอิสไม่มีทางเลือก เธอต้องฝืนใจเอี้ยวตัวกลับท่ามกลางแรงเหวี่ยงที่ทำให้ชุดเกราะหนัก 30 กิโลกรัม เหวี่ยงไปด้านข้างจนกระดูกไหปลาร้าแทบเดาะ แคลรีสไม่ได้รอให้เธอหายใจ เธอสะบัดบังเหียนสั่งให้ม้าศึกพุ่งเข้าใส่เอโลอิสทันที บีบให้บุตรีแห่งเฮเฟตัสต้องวิ่งลุยลงไปในจุดที่น้ำทะเลท่วมถึงตาตุ่ม ทรายเปียกน้ำนั่นเหนียวหนึบและหนักราวกับกาวลาเท็กซ์ มันฉุดรั้งทุกย่างก้าวของเธอให้ช้าลง ในขณะที่รถม้าของแคลรีสวิ่งอยู่บนทรายแข็งขนาบข้างไล่กวดมาติด ๆ

กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!

“วิ่งให้เร็วกว่านี้สิ! อย่าให้ม้าฉันงับหลังเธอได้!!” แคลรีสหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่งอยู่บนตัวรถม้าที่โยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อน เธอสะบัดแส้ลงบนอากาศจนเกิดเสียงดังราวกับเสียงปืนใหญ่ที่จุดระเบิดอยู่ข้างหูเอโลอิสตลอดเวลา

เอโลอิสรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจม้าศึกที่เป่ารดแผ่นหลังเกราะสำริดของเธอ ทุกครั้งที่เธอเริ่มผ่อนแรงเพราะความเจ็บปวดที่ฝ่าเท้า ความเร็วของรถม้าจะเพิ่มขึ้นจนใบมีดดุมล้อเกือบจะเกี่ยวเข้าที่สนับแข้ง แคลรีสขับรถม้าเบียดเข้าหาเธอเรื่อย ๆ จนเอโลอิสต้องวิ่งลุยน้ำทะเลที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเข่า ชุดเกราะที่หนักอยู่แล้วเมื่อโดนน้ำสาดซัดเข้าไปกลับยิ่งทวีความหนักหน่วงราวกับมีใครเอาแท่งตะกั่วมาผูกติดไว้ที่ขา

“พี่บ้าไปแล้วหรือไง!” เอโลอิสตะโกนโต้กลับด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวจนหน้ากากหมวกเหล็กเต็มไปด้วยไอสีขาว “ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะ!”

เอโลอิสต้องหักเลี้ยวออกจากชายหาดเพื่อมุ่งหน้าตัดเข้าสู่เส้นทางดินลูกรังที่ขนาบข้างด้วยทุ่งหญ้ากว้าง แสงอาทิตย์ที่ยังคงค้างเติ่งเป็นสีส้มฉานทำให้ชุดเกราะที่เธอสวมอยู่เริ่มดูดซับความร้อนจนเอโลอิสรู้สึกราวกับกำลังถูกอบสดอยู่ในเตาหลอมโลหะเคลื่อนที่เหงื่อและน้ำเค็มไหลซึมลงไปตามร่องเกราะจนผิวหนังแสบไหม้ราวกับโดนไฟลวก กลิ่นของโลหะร้อนและเหงื่ออบอวลอยู่ในหมวกเหล็กจนน่าสะอิดสะเอียน

ตลอดระยะทางที่วิ่งตัดผ่านทุ่งหญ้าและเนินเขาเตี้ย ๆ แคลรีสไม่ได้ปล่อยให้เอโลอิสได้พักสายตาแม้แต่วินาทีเดียว เธอขับรถม้าซิกแซกไปมา ตัดหน้าบ้าง เบียดข้างบ้าง บีบให้เอโลอิสต้องใช้ไหวพริบในการเปลี่ยนจังหวะการวิ่งและรักษาสมดุลของร่างกายท่ามกลางน้ำหนักมหาศาล เสียงฝีเท้าม้าที่หนักหน่วงราวกับเสียงกลองศึกดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของเอโลอิสจนกลายเป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจที่จวนจะระเบิด

“ดูนั่น! ทะเลสาบอยู่ข้างหน้า! ถ้าเธอโดนรถม้าฉันแซงก่อนจะถึงริมตลิ่ง เธอต้องวิ่งวนกลับไปชายหาดใหม่อีกรอบ!” แคลรีสแผดเสียงแข่งกับเสียงล้อรถม้าที่บดขยี้ก้อนกรวดจนแตกละเอียด

จากชายหาดที่แสนไกล มุ่งหน้าสู่เนินที่มองเห็นทะเลสาบอยู่รำไร เอโลอิสคำรามออกมาด้วยความอัดอั้น ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดและสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่แคลรีสจงใจปลุกมันขึ้นมาด้วยความบ้าคลั่ง ร่างของบุตรีแห่งเฮเฟตัสในชุดเกราะพุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางฝุ่นตลบที่รถม้าศึกสร้างขึ้น สายตามุ่งตรงสู่ผืนน้ำของทะเลสาบเบื้องหน้าท่ามกลางเสียงแส้และเสียงหัวเราะของธิดาแห่งสงครามที่ไล่ล่าเธอไปอย่างไม่ลดละ ราวกับเงาแห่งมัจจุราชที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย





ฝึกครั้งที่ 4 Endurance Run (2)

@God 




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 14433 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-2 20:33
โพสต์ 14,433 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2026-1-2 20:33
โพสต์ 14,433 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2026-1-2 20:33
โพสต์ 14,433 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2026-1-2 20:33
โพสต์ 14,433 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2026-1-2 20:33
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2026-1-29 01:05:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2026-1-29 01:06
Daemon ตอบกลับเมื่อ 2026-1-1 12:30
Daemon  Kannel1 · มกราคม · 2026 · 11.30 น.    &nbs ...

385
ทะเลไม่เหมือนเดิม


               (THU) 01/01/2026 เวลา 11.30 น.

               วงน้ำปริศนาผุดขึ้นเหนือคลื่นน้ำชายหาดฮาล์ฟบลัด ส่งตัวของชายหนุ่มสายเลือดโพไซดอนกลับสู่ผืนดินอีกครั้งหลังจากที่ ดีน เอลวิน อัลวาเรซ นีล หายตัวไปจากค่ายฮาล์ฟบลัดเป็นเวลาสองชั่วโมงครึ่ง ป่านนี้ข่าวของการหายตัวไปของเขาคงลือสะพัดทั่วค่าย แต่คราวนี้ดีนไม่ได้หายไปนานเหมือนสองปีก่อนช่วงปลายปี บางทีเขาอาจจะกลับมาที่นี่ก่อนใครหลาย ๆ คนจะทันรู้ข่าวการหายตัวไปของเขาด้วยซ้ำ

               และหวังว่าแมคเคนซีจะไม่ตกใจ

               สายลมหนาวพัดโบกโบยหอบไอเย็นมาปะทะผิวกายจนหนาวสั่น แม้ว่าหยาดน้ำทะเลจะเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ร่างสูงใหญ่ขึ้นมาจากน้ำแต่ก็มิวายต้องกอดตัวเองเอาไว้แน่นอยู่ดี น่าประหลาดที่เขาสามารถแช่น้ำเย็นกลางมหาสมุทรได้เป็นชั่วโมงแต่กลับมาหนาวเอาบนบก ความจริงหลักการนี้สามารถอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ง่าย ๆ อย่างเช่นการปรับสภาพของร่างกาย การไหลเวียนโลหิต และการระเหยของน้ำบนผิว เมื่ออยู่ในน้ำ ๆ ที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าร่างกายสัมผัสผิวที่อบอุ่น ชั้นน้ำที่เคลือบอยู่บนผิวจึงอุ่นตาม กลับกันเมื่อขึ้นสู่บก น้ำที่อยู่บนผิวระเหยออกไปทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนจนหนาวสั่น กอปรกับแรงลมที่ปะทะผิวกายยิ่งทำให้เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม แม้ตอนนี้จะเกือบเที่ยงวันแล้วแต่อุณหภูมิน่าจะไม่เกินตัวเลขหลักเดียว

               มองดูเผิน ๆ ชายหาดทางตอนเหนือของค่ายก็ยังคงดูเป็นปกติ คลื่นน้ำที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระรอกยังคงสะอาดใส แต่ในใจของบุตรเจ้าสมุทรกลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยหลังจากที่คุยเรื่องสำคัญจากพ่อ

               ร่าง ๆ หนึ่งขยับมายืนข้าง ๆ จ้องมองทะเลไปด้วยกันกับเขา เป็นชายหนุ่มที่ดีนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเขาคือ ‘เดม่อน เคนเนลท์’ หนึ่งในเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายในภารกิจตามหาตรีศูลที่หายไป ความเงียบปกคลุมทั้งคู่ก่อนที่ดีนจะเอ่ยทักทาย

               “ฮาย เดมี่” กะจะทักทายสวัสดีปีใหม่กับเพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งปาร์ตี้กันมาเมื่อคืน (แม้ว่าเดม่อนจะถูกสาวสวยสองคนประกบจนพวกเขาทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันในงานเลี้ยงเลยก็ตามที) แต่สีหน้าไม่สบายใจของอีกฝ่ายทำให้ดีนต้องเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องอื่นแทน “นาย… มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าเดมี่?”

               เช่น… ตกลงได้แล้วหรือยังว่าจะเลือกคบใครระหว่างสาวสวยผมบลอนด์แสนฉลาดจากบ้านอะธีน่า หรือจะเป็นสาวเอเซียหน้าคมเฉี่ยวผู้เก่งกาจจากบ้านแอรีส แต่ไม่แน่เดม่อนอาจไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้เพราะพลังมหาเสน่ห์จากสายเลือดอะโฟรไดท์จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง และครองรักกันสามคนด้วยความปรองดองอย่างมีความสุข...

               ‘ใช่ก็แย่ละ ไม่งั้นหมอนี่คงไม่ทำหน้าเป็นตูดแบบนี้หรอก… ขนาดเทพีอะโฟรไดท์ตัวแม่กูรูด้านความรักยังเคลียร์ปัญหารักสามเส้าเราสามคนของตัวเองไม่รอดเลย’

               “ผมเห็นนิมิตบางอย่างมา ดีน... จากแหวนวงนี้” เดม่อนชูนิ้วที่มีแหวนเธซีอุสให้ดู “มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”

               “หือ? อ้อ…” กลายเป็นว่าดีนเข้าใจผิดไปไกล ก็อย่างว่าดราม่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มันน่าใส่ใจจะตายไปนี่นา “นายบอกว่าเห็นนิมิต.. หมายถึงฝันบอกเหตุ ฝันเกี่ยวกับคำพยากรณ์งั้นเหรอ?”

               ตั้งแต่เป็นเดมิก็อดดีนได้ยินเรื่องฝันบอกเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน และที่แย่ที่สุดคือมันเคยเกิดขึ้นกับตัวเขาเองในตอนที่ไปช่วยชาร์ล็อตจนเลยเถิดได้ทำภารกิจทำลายพิธีกรรมปลดปล่อยอะพอลลีออน แต่โชคดีที่ช่วงก่อนหน้านี้เขาแทบจะไม่ฝันตอนหลับ (หรืออาจฝันแต่จำไม่ได้) ให้ได้ซวยต้องไปรับคำพยากรณ์แสนน่ารันทดใจ

               “ก็จริง.. ความฝันของเดมิก็อดมักเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่างเหมือนกับว่าพวกเรามีพลังจิตแบบจีน เกรย์–.. แล้วเมื่อคำพยากรณ์หมายหัวเอาไว้แล้ว พวกเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”

               แล้วก็อดที่จะนึกถึงคำพูดที่โพไซดอนกล่าวกับเขาไม่ได้

               ‘สายน้ำไม่สงบ บางที… เจ้าอาจสัมผัสได้ มันคือภัยพิบัติใต้ทะเลที่เกิดจาก…’

               “คธูลฮู… นายกำลังนึกถึงสิ่งนี้อยู่ใช่ไหม?”

               ดีนเติมคำในใจออกมาเป็นคำพูดได้อย่างรวดเร็ว แล้วยิ่งเดม่อนพูดถึงแหวนเธซีอุสผู้กำราบและผนึกเทพปีศาจคลั่งไว้ใต้ก้อนหินด้วยแล้ว ไม่มีอะไรจะเหมาะสมมากไปกว่านั้นอีก บุตรแห่งโพไซดอนนึกถึงคำของบิดาอีกครั้งก่อนจะแค่นยิ้ม

               ‘ภัยร้ายที่กำลังจะเกิดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามคำทำนายที่ยังไม่มาถึง ทว่าเมื่อถึงครานั้นข้าขอให้วีรบุรุษในการณ์นั้นไม่ใช่เจ้า แต่จงเป็นผู้อื่นที่เต็มใจที่จะแบกรับชะตากรรมไว้บนบ่า’

               ‘คราวนี้คงไม่ใช่ฉันแต่เป็นนายสินะ…’

               “แล้วนายจะเอายังไงล่ะเดมี่?”

               ดีนถาม ฝั่งเดม่อนนิ่งไปคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างซึ่งอีกฝ่ายน่าจะมีคำตอบในใจอยู่แล้ว

               “ดูเหมือนคำพยากรณ์นั่นจะหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ” เดม่อนถอนหายใจยาว “ผมกะว่าจะคิดดูอีกทีเรื่องที่จะไปหาเรเชล แต่มาถึงขั้นนี้คงไม่ต้องคิดแล้วล่ะ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเรากำลังรับมือกับอะไรกันแน่”

               ดีนวางมือลงบนบ่าของเดม่อนก่อนจะตบลงเบา ๆ ไม่รู้ด้วยเหตุใด เขาถึงคิดว่าบุตรแห่งอะโฟรไดท์คนนี้ต้องเอาอยู่และฝากอนาคตของโลกไว้ได้

               “ถ้านายพร้อมจะแบกมันไว้บนบ่าก็ลุยเลย ฉันขอให้นายโชคดีนะเพื่อน”

@God


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 28159 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-29 01:05
โพสต์ 28,159 ไบต์และได้รับ +15 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +20 ความศรัทธา จาก น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ  โพสต์ 2026-1-29 01:05
โพสต์ 28,159 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก กางเกงเดินป่า  โพสต์ 2026-1-29 01:05
โพสต์ 28,159 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-29 01:05
โพสต์ 28,159 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +10 ความกล้า +8 ความศรัทธา จาก หมวกคอรินเธียน  โพสต์ 2026-1-29 01:05
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้