[ย่านเซ็นทรัลพาร์ค] Central Park

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×




Central Park

เซ็นทรัลพาร์ค, แมนฮัตตัน, นิวยอร์ก



สวนสาธารณะระดับเมือง ตั้งอยู่ระหว่างย่านอัปเปอร์เวสต์ไซด์และอัปเปอร์อีสต์ไซด์ ของเขตแมนแฮตตันในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในอเมริกาทีไ่ด้รับการออกแบบภูมิทัศน์ มีพื้นที่ประมาณ 2,133 ไร่ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของนครนิวยอร์ก และเป็นสวนสาธารณะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกา
ภายในเซ็นทรัลพาร์คเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และแมกไม้นานาพันธุ์ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทาง ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนปอดยักษ์ และแหล่งธรรมชาติที่สำคัญใจกลางเมืองใหญ่ ให้ผู้คนได้ละทิ้งความวุ่นวาย มาชาร์จพลังกับบรรยากาศสุดชิลและภูมิทัศน์อันงดงามของสวนสาธารณะแห่งนี้



จุดที่น่าสนใจในเซ็นทรัลพาร์ค


🌳 ธรรมชาติและวิวสวย ๆ

➥ The Lake & Bow Bridge – จุดชมวิวสุดโรแมนติก

Bethesda Terrace & Fountain – น้ำพุและศาลาที่เป็นสัญลักษณ์ของสวน

The Ramble – ป่าธรรมชาติเล็ก ๆ ในเมือง

Conservatory Garden – สวนดอกไม้เงียบสงบ เหมาะกับถ่ายรูป

Belvedere Castle – ปราสาทเล็ก ๆ พร้อมวิวจากมุมสูง

🎭 กิจกรรมและความบันเทิง

Loeb Boathouse – เช่าเรือพายหรือเรือกอนโดลา

Shakespeare in the Park – การแสดงละครฟรี (เฉพาะฤดูร้อน)

นั่งรถม้าชมวิว (Horse-drawn Carriage Ride)

ดนตรีเปิดหมวกที่ Bethesda Fountain

Wollman Rink - ลานสเก็ตน้ำแข็ง (เปิดเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น)

🦓 สวนสัตว์และจุดสนุก ๆ

Central Park Zoo – สวนสัตว์ขนาดเล็ก

Strawberry Fields – จุดรำลึก John Lennon

Alice in Wonderland Statue – รูปปั้นจากนิทานดัง

คาเฟ่และร้านอาหาร

Tavern on the Green – ร้านอาหารสุดคลาสสิก

Le Pain Quotidien – คาเฟ่เบเกอรี่บรรยากาศดี




📌 Tips: ฤดูใบไม้ผลิ & ใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่สวนสวยที่สุด

ช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม ดอกซากุระสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปลูกกระจายอยู่ในสวนจะผลิบานพร้อมกัน ยอมสวนสาธารณะแห่งนี้ให้กลายเป็นสีชมพู

ถ้าอยากปั่นจักรยาน สามารถเช่าได้จากร้านรอบ ๆ สวน





แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 4948 ไบต์และได้รับ 1 EXP! [VIP]  โพสต์ 2024-2-25 18:22
โพสต์ 2024-2-25 23:43:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2024-2-26 16:41



The beginning




เดม่อนกับอาเธอร์เดินทางด้วยกันกว่าสองปี ตลอดสองปีนี้อาเธอร์ดูแลเดม่อนเหมือนน้องชายคนหนึ่ง ผมเองก็เช่นกันรักอาเธอร์เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ถ้าผมไม่ได้เขาชีวิตผมคงดับสิ้นไปเมื่อสองปีก่อนแล้ว เราทั้งคู่เดินทางมาจนถึงสวนสาธารณะใจกลางแมนฮัตตัน สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของนิวยอร์ก 

        "เดส พี่ว่าเราพักกันบริเวณนี้ก่อนก็ได้ คงไม่มีอสุรกายแถวนี้" อาเธอร์กล่าวขึ้นก่อนเขาเก็บกราดิอุสทองคำของเขา เดม่อนเดินไปนั่งบนม้านั่ง 
        "งืม ครับพี่ ผมเองก็เหนื่อย ๆ แล้วเหมือนกัน" เดม่อนตอบเขาทันทีที่ก้นหย่อนลงบนม้านั่ง
        "พี่ว่าเราจะเจอกลุ่มคนที่พี่บอกว่าเป็นพวกเดียวกับผมไหมครับ นิวยอร๋กกว้างใหญ่แบบนี้...." เดม่อนพูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจ "เหมือนเรางมเข็มในมหาสมุทร"
        "พี่เชื่อว่าต้องหาเจอ ถ้าช่วยนายเจอพวกของนายไม่ได้ พี่จะไม่ทิ้งนายแน่ นายวางใจ" อาเธอร์พูดปลอบเด็กวัยรุ่น 15 ปี แต่เขาก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง ความไม่ยอมแพ้ของเขาตลอดเวลามา ในภายหน้าเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างแน่
        "ครับ..." เดม่อนตอบด้วยความเชื่อใจอาเธอร์อย่างเต็มเปี่ยม

        เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พลางทำให้เขานึกถึงพ่อของเขา "พ่อครับ ผมรอดมาจากคืนนั้น" 
       แม้เขาจะฝืนยิ้มแต่ภายในใจก็มีเรื่องให้ขบคิดมากมาย และสิ่งสุดท้ายที่พ่อกำลังจะบอกเขาคืออะไรกันแน่ พ่อตั้งใจจะบอกอะไรเขา เรื่องเกี่ยวกับค่ายอะไรสักอย่างที่อาเธอร์พูดถึงแต่เขาจำไม่ได้หรือเปล่า หรือเรื่องของแม่เขา ถ้าอาเธอร์บอกว่าเขาเป็นกึ่งเทพ งั้นแสดงว่าแม่ของเขาคือเทพงั้นเหรอ... เดม่อนครุ่นคิดก็ยังคิดไม่ตก ปริศนาเยอะเกินไปแล้ว 


"เดม่อน" อาเธอร์เรียกอีกฝ่าย

"เดม่อน!!" อาเธอร์ตะโกนอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายไม่ขานรับ

เดม่อนสะดุ้ง ก่อนรีบหันไปตามเสียงเรียก "พี่อาเธอร์มีอะไร--"

เดม่อนที่เห็นอาเธอร์กำลังปะทะกับฝูงก็อบลินห้าตัว เขารีบพุ่งเข้าไปด้วยวิชาเทควันโดช่วยอีกฝ่ายอีกที แม้เขาไร้อาวุธแต่ก็พอช่วยสนับสนุนได้ อีกทั้งได้รับการฝึกจากอาเธอร์มาตลอดสองปี ทำให้เขาไม่เหมือนคืนนั้น


ทั้งสองร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ อาเธอร์ที่มีอาวุธก็ประสานคอยแทงพวกก็อบลิน แต่ใครจะคิดว่าตำรวจที่ผ่านมาพอดีเห็นเรากำลังทำร้ายคน ฉันก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอสุรกายที่สลายเป็นผงละอองสีทองเช่นนี้จึงทำให้คนธรรมดามองเป็นศพไปได้ ทั้งที่บริเวณนี้ไม่มีร่างศพอะไรสักอย่าง ความคิดพวกเขานี่มัน....

อาเธอร์กับผมรีบวิ่งหนีตำรวจให้ไว...


เราวิ่งมาจนถึงทิศเหนือของสวนสาธารณะ เรากำลังแอบอยู่ในห้องน้ำตอนเหนือของสวน 

"เราคงพ้นแล้วนะพี่" เดม่อนพูดขึ้น ก่อนมองรอบ ๆ

"คิดว่าคงใช่ ฮ่า ๆ เกือบได้ไปนอนกินข้าวแดงแล้ว" อาเธอร์หัวเราะด้วยความสุข ก่อนเขาหันไปตบบ่าเดม่อน "เ่กงมากน้องชาย เราไปกันต่อเถอะ อยู่แถวนี้นานไม่ดีแน่"

"เห็นด้วยเลย" เดม่อนสนับสนุนก่อนทั้งสองจะเดินออกจากที่ซ่อนเพื่อเดินทางกันต่อ 

ผมและอาเธอร์เราใกล้จะถึงจุดที่ต้องแยกเส้นทางใครเส้นทางมันกันแล้ว ก่อนเราจะมาเจอกับแซเทอร์ ใช่ปีเตอร์ก็ยืนยันอีกเสียง เขาไม่ใช่คนจากค่ายของพี่อาเธอร์ เพราะพวกเขาแตกต่างกันมาก แซเทอร์พวกพ้องของผมพี่อาเธอร์บอกว่าพวกเขาขยันขันแข็ง แซเทอร์ตนนั้นมองทั้งสอง และสลับไปมองเสื้อยืดสีม่วง 'ค่ายจูปิเตอร์'

"พวกท่านมีอะไรหรือเปล่า" แซเทอร์มองอย่างไม่แน่ใจ

"เปล่าครับ พอดีเด็กคนนี้ ผมคิดว่าเขาคงจะเป็นคนของค่ายฮาล์ฟบลัด เขาเพิ่งย่างก้าวเข้าสู่เบื้องหลังของมนต์บังตาไม่นาน" อาเธอร์อธิบาย ก่อนเขาหันไปยิ้มให้เดม่อน

"เอ่อ... ครับ พอดีพ่อของผมโดนไซคลอปส์ฆ่าตาย พ่อเสียสละเพื่อให้ผมรอด..." เดม่อนพูดน้ำเสียงปนเศร้า ก่อนเขาพยายามเก็บน้ำตานั้นไม่ให้ไหลริน "ผมเดม่อน ส่วนนี่พี่อาเธอร์"

"เรียกผมว่าคิง ดีใจที่ได้เจอทั้งสองนะ ขอให้นายเดินทางสวัสดิภาพอาเธอร์ ขอบคุณที่ดูแลเด็กคนนี้" แซเทอร์คิงกล่าวขึ้น ก่อนเขาหันมาทางผม "หนุ่มน้อย ตามมา เราต้องรีบไปให้ถึงค่ายโดยเร็ว นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว พวกอสุรกายจะหูจมูกดีเป็นพิเศษ

"ครับ" เดม่อนพูดขึ้นก่อนหันไปหาพี่อาเธอร์ "ลาก่อนนะครับพี่ หวังว่าสักวันจะได้เจอพี่อีก" ผมพูดส่งท้ายก่อนรีบวิ่งตามคิงไป

"โชคดีน้องชาย ตั้งใจฝึกล่ะ รอดมาจนวันที่เราไ้ดเจอกันให้ได้" อาเธอร์เอ่ยโต้ตอบเสียงดัง ก่อนเขาก็ไปอีกทางเช่นกัน


หลังจากตอนนั้น ผมกับแซเทอร์ก็รีบมุ่งหน้าไปยังลองไอส์แลนด์ เราแวะขโมยรถแท็กซี่เพื่อขับไปจะเรียกว่าขโมยก็ไม่เชิง ไม่รู้ทำไมผมขอเขา เขาถึงยอมให้เรายืมมา แต่เอาเป็นว่าหลังเราถึงค่ายอย่างปลอดภัย คิงจะเป็นคนนำรถไปคืนเขาเอง สุดท้ายนี้ผมขอเปิดเพลงนั่งรถไปยังค่ายฮาล์ฟบลัด สถานที่ ๆ เป็นจุดเริ่มต้นของผม ซึ่งผมมีปณิธานแล้วจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ ไม่ทำให้ใครต้องเสียสละเพื่อผมอีก

 


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 15267 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2024-2-25 23:43
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2024-2-28 13:42:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daryna เมื่อ 2024-2-28 13:48


DARYNA
Strategize with my friend
ช่วงเวลาใกล้เที่ยง

     งานไฟนอลที่ดาริน่าตั้งใจทำถูกเก็บรักษาอย่างดีภายใต้ห่อกระดาษที่กำลังถูกโอบอุ้มออกจากรถโดยสารที่มาส่งเจ้าตัวยังเขตมหาวิทยาลัย หญิงสาวเข้าไปพรีเซนต์อีกครู่ใหญ่ถึงกลับออกมาด้วยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายลงหลายส่วน รอยยิ้มวาดจางขณะที่เรือนร่างเล็กจะก้าวเดินเอื่อยเตรียมไปยังเขตสวนสาธารณะของเมืองพร้อมกับสมุดวาดภาพขนาดกลางที่ตั้งใจจะเอาไปวาดรูปทิวทัศน์สำหรับวันนี้ด้วย

อืม.. เหมือนคุณนีลจะนัด… ใช่ไหมนะ?

ระหว่างเส้นทางที่ทอดผ่านสู่สวนสาธารณะเขียวขจี มือเล็กจัดการหยิบโทรศัพท์เครื่องกระทัดรัดออกมาไล่ย้อนดูข้อความเล็กน้อย จนมั่นใจถึงได้ผินเงยขึ้นคล้ายเกือบจะชนเข้ากับรถขายสายไหม ทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก ดวงหน้าคนขายที่ดูติดประหลาดทำให้ริมฝีปากเล็กหุบฉับ และเร่งเบี่ยงตัวออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดก่อนที่อีกคนจะจับสังเกตกลิ่นของเธอได้

กลิ่นที่หญิงสาวลืมชื่อคนนั้นเคยบอกว่าเป็นกลิ่นลูกครึ่งเทพ ..แต่เอาเถอะ ดาริน่าไม่อยากจะเชื่อเสียเท่าไหร่ มันฟังประหลาดนี่นา เอาเป็นว่า คงเป็นเหมือนกลิ่นของพวกมีเซนส์? อะไรแบบนั้นหรือเปล่านะ

@Dean

หลบหลีกมายังพื้นที่โล่งว่างบางตาผู้คนในมุมหนึ่งของสวนสาธารณะที่มักเป็นจุดนัดพบของพวกเธอ ดาริน่าก็เริ่มจัดการมองหาพื้นที่นั่งอย่างทุกหน ดวงหน้าหวานก้มผินหาเนินดินที่พอเรียบเรี่ยถึงค่อยคอยขยับนั่งลงไปพร้อมสองมือที่ขยับจับเรือนผมที่ทิ้งเคลียสองข้างแก้มไว้หลังใบหู กระทั่งจัดท่าทางจนเรียบร้อย สมุดที่ยังถือข้างไว้ยังมือข้างหนึ่งถึงได้ผละวางมันลงยังตักของตน

ดินสอถูกหยิบออกมาเตรียมร่างภาพที่อยู่ในหัว ก่อนรถขายสายไหมที่เกือบเดินชนจะเริ่มปรากฏยังผืนกระดาษ เบื้องหลังดูคล้ายเป็กลักษณะคนตัวเล็กใกล้เคียงเด็ก ทว่าเครื่องหน้าเหล่านั้นกลับไม่ใช่ จมูกยาวงุ้มและดวงตาปูดโปน ผิวเขียวคล้ำเหล่านั้นมองทีเดียวก็เหมือนจำได้ขึ้นใจแล้ว กระทั่งเดินผละจากมาระยะหนึ่งและได้มองย้อนกลับไปนั่นแหละ

กลายเป็นเด็กเสียอย่างนั้น..

เสียงลมหายใจเฝ้าถอนด้วยคิดว่าช่วงนี้ที่เพิ่งพ้นช่วงวัย 19 มาไม่นานก็ดูจะเริ่มเห็นตัวประหลาดหนักข้อ อีกทั้งยังเจอหญิงสาวลืมชื่อตนนั้นมาพูดเรื่องแปลกใส่อยู่ตลอดนั่นอีก กระทั่งเสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้นจะเรียกดวงหน้าที่กำลังเหม่อคิดเงยหายังอีกฝ่าย รอยยิ้มวาดผ่านเสียจุมพิตนางฟ้าสองข้างแก้มจะปรากฏขึ้น

คุณนีลสวัสดีค่ะ.. นั่งไหมคะ? ” เอ่ยถามเสียงใสพร้อมตบแผ่วยังพื้นที่ดินนุ่มประดับหญ้าขึ้นใหม่ไม่ไกลจากตนนัก

คล้ายชะโงกลอบผินสังเกตรอยแผลอีกฝ่ายไปด้วยความเคยชินอย่างทุกครั้ง ก็ไม่รู้ทำไมคุณนีลเหมือนจะคล้ายเธอแต่ดูจะซวยกว่ามาก ดูเป็นโล่รับแรงปะทะ สิ่งแปลก ๆ ที่เห็นถ้าเตรียมเข้ามาทำร้ายเธอแล้วมาเห็นคุณนีลอีกทีก็เปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว เลยกลายเป็นได้สนิทกันอย่างไม่รู้ตัวไปแล้ว

แต่ไม่ใช่ว่าสนิทเพื่อเอาคุณนีลเป็นโล่นะ โธ่ แค่สนิทเพราะว่าเหมือนกันต่างหาก..

ฉันโดน.. สาวแปลกหน้าคนนั้นพูดเรื่องให้ไปค่ายอีกแล้วล่ะค่ะ ค่ายเก็บตัวของเด็กอายุ 12 ” ว่าแล้วก็เข้าประเด็นพลางผละมือยกมาขยับสองนิ้วกระดกลงทั้งสองข้างเน้นหายังคำพูดเรื่องค่ายที่เก็บตัวเด็กอายุน้อยที่ว่านั้นไป

@Dean

ยังไม่ทันได้รับคำตอบอะไรก็เห็นเพื่อนชะโงกหน้ามาดูรูปวาดด้วยเสียก่อนให้ดาริน่าเอียงสมุดวาดรูปให้ดูอย่างไม่คิดปิดบังนัก ก็เจอด้วยกันมาตลอดคงไม่มีอะไรแปลกแล้วล่ะ ครั้นอีกฝ่ายดูเสร็จก็เข้าประเด็นเรื่องที่ตนเริ่มพอดีให้หญิงสาวเผลอเคาะปลายดินสอลงสมุดเบา ๆ ดูครุ่นคิด เจ้าตัวกลอกลูกแก้วสีฮาเซลนั้นไปรอบพื้นที่ ก่อนจะหยุดตรงรอยกัดประหลาดข้างไหปลาร้าของดีน

ครั้งนี้.. ว่าจะลองแวะไปดูให้ได้น่ะค่ะ เหมือนโดนย้ำเรื่องคุณแม่ขึ้นมาบ่อย ๆ สงสัยว่าอาจจะอยู่ที่นั่นจริงหรือเปล่า

อีกอย่างพวกเราดูจะเจ็บตัวถี่ไปแล้วนะคะ โดยเฉพาะคุณนีล ” ชี้ลงแถวรอยกัดเหล่านั้นผ่านปกเสื้อโค้ดที่บดบังอย่างหมิ่นเหม่

ตอบกลับไว้เท่านั้นก็ถูกเรียกความสนใจจากนามบัตรสีส้มยับยู่ที่ยื่นส่ง สถานที่เดียวกันกับที่สาวแปลกหน้าเอ่ยย้ำทำให้ดวงตากลมฉายแววครุ่นคิดไม่คลาย เธอเฝ้าฟังเพื่อนต่างรุ่นเอ่ยยาวเหยียดเกี่ยวกับความคิดเห็นฝั่งนั้นจนเกือบคล้อย ถ้าไม่เพราะย้ำเรื่องจนกับเรื่องที่พ่อแม่อาจเป็นเศรษฐีขึ้นมาเสียจนดาริน่าเผลอหลุดหัวเราะให้ยกสองมือปิดบังริมฝีปากวาดรอยยิ้มนั้นเอาไว้

เอาเป็นว่าเธอดันสนใจคำพูดราวกับมุกของเพื่อนมากกว่าเรื่องความอันตรายนั้นจนคลายความกังวลไปบางส่วนไปเสียได้

งั้นไปพิสูจน์ที่ค่ายกันไหมคะ ..เผื่อเจอคุณพ่อคุณแม่ก็ถามเลยว่ารวยหรือเปล่า ” เอ่ยกลั้วหัวเราะกลับไปเช่นกันก่อนจะเริ่มวาดร่างภาพต่อเพื่อเก็บรายละเอียดของสิ่งที่เจอในวันนี้ราวไดอารี่

เผื่อต้มตุ๋นจริงพวกเราจะได้มีหลักฐานมาแจ้งตำรวจด้วยน่ะค่ะ

สำทับเหตุผลไปด้วยเผื่อว่าหลังพบว่าเป็นเรื่องหลอกลวงจะได้ไม่ไหวเอนกับคำพูดหรือการกระทำช่วยเหลือพวกนั้นอีก ถึงดาริน่าจะรู้สึกไว้ใจสาวแปลกหน้าตนนั้นก็เถอะ แต่ก็ไม่เคยเห็นค่ายที่ว่านั่นจริง ๆ นี่นา มือก็เริ่มขีด ๆ เขียน ๆ วาดถึงร่างหนึ่งหญิงหนึ่งชายที่มีบับเบิ้ลความคิดกำลังวางแผนจับค่ายลักพาตัวเด็ก

@Dean

ดาริน่าฟังที่เพื่อนหนุ่มอธิบายถึงแผนการณ์ก็คล้ายตาวาว ก้มหน้าลงวาดยุกยิกกับสมุดภาพตัวเองถึงคำพูดอีกคนประกอบไปด้วย เป็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายในร่างย่อส่วนกำลังกางชูแขนสุดมือและมีบับเบิ้ลแผนยิ่งใหญ่ในการเปิดโปงค่ายลักพาตัว

ตัวอักษรภาษาอังกฤษถูกวาดลงเป็นคำว่าฮีโร่ง่าย ๆ คล้อยตามคำพูดอีกฝ่ายให้หลุดรอยยิ้มเจือความสนุกสนานตามไปด้วย กระทั่งร่างภาพทั้งหมดลงเสร็จสิ้น ก็ผละมือเก็บเอาดินสอลงกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก สลับหยิบเอากล่องใส่สีไม้ราวสิบสองสีสองด้านออกมาระบายจนแว่วเสียงขูดเขียนอยู่แบบนั้นพลางฟังคำถามของคู่สนทนาไปด้วย

ก็– นิดหน่อยค่ะ สาวแปลกหน้าคนนั้นช่วยทันบ่อย ๆ เหมือนกันค่ะ

พูดถึงตรงนี้มือเล็กที่กำดินสอสีก็ดูชะงักไป ถ้าอีกคนจะมาหลอกก็ไม่น่าเสี่ยงเพื่อตนบ่อย ๆ ขนาดนั้นนี่นา.. แต่เพราะแบบนั้นดาริน่าพลันยิ่งอยากพิสูจน์ความจริงเข้าใหญ่ ถ้าเป็นเรื่องโกหกก็จะได้ปฏิเสธอีกคนไม่ให้เข้าช่วยเหลืออย่างมั่นใจ ไม่ใจอ่อนอยู่แบบนี้

ยังไง.. ถ้าจะทำตามแผนของคุณนีล เจอกันสุดสัปดาห์แถวลองไอแลนด์ด้วยกันเลยไหมคะ? ขอเราเตรียมของก่อน.. –ส่วนตำรวจจะแจ้งไว้เลยไหมคะ? หรือรอหลักฐาน?

@Dean

คำพูดของดีนนั้นทำให้ดาริน่าผละสายตาจากสมุดขึ้นมามองสบ อาจจะด้วยอยากช่วยเพื่อนให้รอดพ้นจากตัวประหลาดด้วยเหมือนกันเพราะดูอีกคนจะเจอมาหนักหนากว่าทำให้เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยแนะนำแผนการณ์ต่อมาก็พยักหน้ารับไปเสียหมด

ในตอนประโยคท้ายที่เตรียมไปเข้ากะทำงานต่อด้วยแล้วนั้น มือเล็กก็พลันยกโบกลาไปด้วยก่อนจะมองส่งร่างสูงให้จากไปจนลับตาถึงได้กลับมานั่งขีดเขียนระบายสีไปตามเรื่องของตนต่อไปอย่างเรื่อยเอื่อย

ดูเริ่มจะมีผู้ปรากฏตัวเพื่อเข้าช่วยเหลือมาคนสองคนแบบนี้ อย่างไรก็ต้องไปพิสูจน์ความจริงกันให้กระจ่างหน่อยแล้วล่ะ

แสดงความคิดเห็น

002 นัดเจอ ...ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย... ไม่ได้อ้างอิงถึงวรรณกรรมชื่อดังที่วางขายอยู่ในท้องต  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2024-2-28 14:13
โพสต์ 17907 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2024-2-28 13:42
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
โพสต์ 2024-2-28 14:13:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2024-3-19 04:22
Daryna ตอบกลับเมื่อ 2024-2-28 13:42
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daryna เมื่อ 2024-2-28 13:43

DARYNAStrategize with  ...

002
นัดเจอ

          ...ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย...

          ไม่ได้อ้างอิงถึงวรรณกรรมชื่อดังที่วางขายอยู่ในท้องตลาด แต่ดีนภาวนาถึงเรื่องราวชีวิตของตนเองต่อจากนี้ขอให้วันนี้เขาไม่ต้องพบพานกับสัตว์ประหลาดด้วยเทอญ

          “ข้าแต่พระบิดา พระบุตร และพระจิต เอเมน…”

          ดีนถึงกับสวดภาวนาก่อนออกจากห้องแม้ว่าตนจะไม่ใช่คนเคร่งศาสนาแต่อย่างน้อยก็พอเป็นที่พึ่งทางใจได้นิดนึง คงเพราะว่าหัวคิดเป็นแบบวิทยาศาสตร์จ๋าล่ะมั้งถึงได้เชื่อเรื่องลี้ลับอะไรพวกนี้ยาก ถึงจะเพิ่งสัมผัสด้วยตัวเองอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ก็ตามทีเถอะ

          เรียวขายาวก้าวออกจากแชร์อะพาร์ตเม้นต์ด้วยถือเคล็ด ‘ก้าวขาซ้ายโชคดี’ ถึงจะงี่เง่าไปสักนิดแต่ตอนนี้เขาพึ่งพาความเชื่อทุกแขนงอย่างไม่เป็นตัวเอง เหลือแต่แค่ไปหาแม่หมอร่างทรง.. ให้ตายเถอะ เมื่อไรเรื่องราวแบบนี้จะจบลงไปได้สักทีกันนะ เขาจะได้เลิกทำอะไรงี่เง่า ๆ แบบนี้เสียที

          เมื่อพร้อมแล้ว ดีนและจักรยานเสือภูเขาคู่ใจก็ออกเดินทางไปสู่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค

          [ดูโรลก่อนหน้าของ Daryna]

          “โอ๊ย เจ็บ ๆๆ”

          ดีนโอดครวญเมื่อเผลอสัมผัสบาดแผลรูปรอยฟันที่บริเวณไหปลาร้า หากมองผ่านสายตาบุคคลภายนอกคงคิดว่าหนุ่มซุกซนคนนี้เพิ่งไปเล่น BDSM ที่ไหนมา แต่ใครเล่าจะรู้ว่าแผลสดใหม่ที่ได้รับมานี้เป็นของสัตว์อสูรในคราบแมว เผลอใจอ่อนกับความนุ่มนิ่มปุกปุยแค่นิดเดียวมันก็พุ่งขย้ำเข้าที่คอ ยังดีที่เมื่อคืนเขาหลบได้ฉิวเฉียดแล้วมีคนมาช่วยไว้ได้ทัน

          …แต่แมวที่ไหนจะกัดเป็นรอยฟันคน…

          ชายหนุ่มกระชับเสื้อโค้ดขึ้นมาปิดบังรอยแผลไว้เมื่อมีสายตาจ้องมอง ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าคนที่มองมาจะเป็นคนธรรมดาหรือเป็นอสุรกายแปลงตัวมาอีก นับวันยิ่งเจอเรื่องประหลาดหนักข้อขึ้น ตั้งแต่หลังวันเกิดอายุครบ 23 ปี เขาก็เจอเหตุการณ์เช่นนี้ถี่ขึ้นรายวัน

          ดีนเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นให้ไปถึงจุดนัดพบที่สวนสาธารณะในแมนฮัตตัน บางทีอีกฝ่ายอาจมาถึงก่อนแล้วอย่างที่เคยเป็นพร้อมกับสมุดวาดภาพ

          ดวงตาสีน้ำตาลมองหาหญิงสาวที่รู้จัก จนในที่สุดเขาก็ได้พบกับดาริน่าในลุคเดิม  นั่นไงคาดไว้ไม่มีผิด ทำไมซื้อล็อตโต้แล้วไม่ถูกแบบนี้นะ! แต่ก็ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้เล่นลอตเตอรี่…

          “โย่! ดารี่”

          หนุ่มในชุดโค้ดสีกากียกมือขึ้นโบกทักหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเช่นทุกครั้ง

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]

          “นั่ง ๆ”

          ดีนตอบรับคำชวน แต่ถึงไม่ชวนเขาก็จะเข้าไปนั่งข้าง ๆ อยู่ดี แม้ไม่ได้รักษาระยะห่างแต่ก็ไม่ได้อยู่ชิดติดตัวอีกฝ่ายจนเกินพอดี

          “วันนี้วาดรูปอะไร?”

          เขาชะเง้อคอมองสมุดวาดภาพของอีกฝ่ายอย่างสาระแน หัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อเพ่งมองแต่เขาไม่ได้สนใจอะไรนัก นั่นเป็นแค่นิสัยส่วนตัวเฉย ๆ แล้วก็ผินกลับมามองหน้าอีกฝ่ายเมื่อหญิงสาวชิงเปิดประเด็นก่อนเขาเสียอีก

          “โดนย้ำมาอีกแล้วสินะ แล้วเธอคิดว่าไง?”

          ปากก็พูดมือก็เปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเอานามบัตรสีส้มบู้บี้ส่งให้ดาริน่าดู ในนั้นมีพิกัดบอกทางให้ไปยังเนินเขาในลองไอแลนด์

          “เมื่อวานฉันเจอ ‘ไอ้นั่น’ อีกแล้ว คราวนี้โชคดีมีคนมาช่วยเอาไว้ แต่ไม่ได้คุยอะไรกันมาก แล้วเขาก็ทิ้งนามบัตรนี่ไว้ให้ฉัน”

          ดีนเพยิดหน้าเชิงยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นความจริงอีกที

          “คราวนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง ฉันเกือบจะเชื่อแล้ว แต่มาคิดอีกทีมันคือการจัดฉากของลัทธิประหลาดหรือเปล่า? เห็นเดี๋ยวนี้มันก็หลอกกันเนียน แกล้งเรี่ยไรรายชื่อเอาไปหลอกเหยื่อว่าคนในลัทธิมีเยอะบ้างล่ะ แกล้งรักษาโรคปลอม ๆ จนหายได้บ้างล่ะ แต่ว่าฉันไม่ได้รวยนี่ พวกมันจะมาหลอกฉันทำไม”

          นั่นคือสิ่งที่ดีนไม่เข้าใจมาจนถึงทุกวันนี้ กับตัวเขาเองไม่ใช่ แต่สำหรับชาวต่างชาติที่มีญาติอยู่ฮันทิงตันจะเป็นกลุ่มเป้าหมายก็ไม่แปลก

          “หรือว่าจริง ๆ แล้วพ่อกับแม่จะเป็นมหาเศรษฐีแต่แกล้งปลอมตัวมาเป็นชนชั้นแรงงาน เธอว่าที่ฉันพูดมันพอที่จะเป็นไปได้ไหม?”

          เขาพูดเรื่องไร้สาระออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]

          ดูท่าจะปกปิดรอยแผลไว้ไม่มิดดีนจึงได้แต่ยิ้มเผล่

          “ที่เธอพูดก็มีเหตุผล” ดีดนิ้วดังเป๊าะ “ถ้างี้ต้องแอบอัดคลิปไว้ด้วยเผื่อเป็นหลักฐาน หรือบางทีอาจไลฟ์ไปด้วย ถ้าเกิดอะไรผิดปกติจะได้มีคนมาช่วยได้ทัน”

          ถ้าไปพิสูจน์เลยก็ไม่ต้องมาค้างคาใจเรื่องแปลกที่ตนเจอ ถึงกระนั้นคนที่จบวิทยาศาสตรบัณฑิตมาหมาด ๆ อย่างเขาก็จำใจคล้อยตามสิ่งประหลาดเหล่านั้นได้ยากจนต้องหาเหตุผลมาคัดง้างทุกรอบ

          เขาปรายตามองไปยังภาพวาดของหญิงสาวแล้วกลั้วขำ

          “บางทีไปครั้งนี้พวกเราอาจได้กลายเป็นฮีโร่ก็ได้”

          แต่ไม่ทันไรเขาก็เปลี่ยนเรื่องจากลัทธิลักเด็กกลับมาประเด็นเดิมอย่างรวดเร็ว

          “แล้วช่วงนี้เป็นไงบ้าง? เธอถูกพวกมันทำร้ายบ้างไหม?”

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]

          “ได้ยินแบบนี้ก็แปลว่าชีวิตของเธอยังปลอดภัยกว่าฉันเยอะ”

          เขาหัวเราะ ดูเหมือนไม่จริงจัง แต่ในน้ำเสียงมีความขมขื่นเจือปนอยู่นิด ๆ

          ตอนนี้เหมือนชีวิตอยู่บนเส้นด้ายไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งเมื่อไร อย่างเมื่อวานถ้าเขาไม่หลบแมวปีศาจตัวนั้นคงงับเข้าที่คอไปแล้ว ถึงมีคนช่วยแต่ไม่น่าจะรอดอยู่ดี

          แม้จะหวาดกลัวอันตรายแต่ครั้นจะเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยที่สุด อีกอย่างเขาคงอกแตกตายก่อนที่ไม่ได้ออกมารับวิตามินดี แล้วถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินจากที่ไหนไปจ่ายค่าแชร์เฮ้าส์กันล่ะ

          “โอเค สุดสัปดาห์นะ ฉันจะพยายามไม่ตายก่อน—”

          “ส่วนตำรวจยังก่อนดีกว่า ไว้ถ้ามีหลักฐานค่อยแจ้งความ ไม่งั้นอาจโดนข้อหาแจ้งความเท็จเอา”

          ดีนกุมคางครุ่นคิดไล่เรียงแผนการในหัวว่าขัดตกบกพร่องอะไรไหม

          “อืม.. งั้นตามนี้แหล่ะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็คุยกันในแชทนะ ส่วนฉันใกล้ได้เวลาเข้างานแล้ว”

          ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นยืนจากพื้น ปัดเศษหญ้าออกจากกางเกงยีนส์ตัวเก่งแล้วยกมือบ๊าย ๆ ให้หญิงสาวผู้ร่วมชะตากรรม จากนั้นเขาก็เดินผละออกมาไปยังลานจอดจักรยานเพื่อขี่ไปทำงานร้านฟาสต์ฟู้ดบนถนนบอร์ดเวย์

          วันนี้ต้องทำอะไรอีกบ้างนะ? ทำหน้าที่เหมือนเดิมอย่างขยันขันแข็ง ไม่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ต้องยิ้มให้ลูกค้า แล้วก็บอกจูนเรื่องลาออก มีอะไรอีก..

          ‘อ้อใช่ ขับขี่ปลอดภัย มองซ้ายมองขวา’

          เมื่อไล่เรียงความคิดทั้งหมดได้แล้วก็ได้เวลาออกเดินทางสู่ที่ทำงานเสียที

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 20414 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2024-2-28 14:13
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
STR
5+0
INT
6+5
LUK
2+0
POW
1+0
CHA
0+0
VIT
1+20
โพสต์ 2024-3-6 21:30:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lilia เมื่อ 2024-3-6 21:36



Lilia Nix. McNerel



6 / 3 / 2024 | @ Central Park.

เช้าอันสดใส สุดแสนจะวุ่นวายเป็นปกติในนิวยอร์ก หญิงสาววิ่งเหนื่อยหอบไม่น้อยเหมือนหนีอะไรบางอย่าง เธออยู่ในชุดเสื้อฮูดสีแดง กางเกงยาวสีดำ พร้อมกับแบกกระเป๋าสะพายข้าง และมีหูฟังคล้องคออยู่ เธอวิ่งเข้ามาในสวนสาธารณะคิดว่าน่าจะปลอดภัย

" ทำไมต้องเจอตัวประหลาดไรอีกแล้ววะเนี่ยย ไม่ชินสักที!! "

แม้เธอเองจะเจอเหตุการณ์แบบนี้มามากน้อยเพียงใดก็ไม่เคยจะชินชากับเหตุการณ์แบบนี้เลยสักครั้ง เธอมองหันหลังกลับไปดูแต่ก็ยังเห็นมันอยู่ไกลๆ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาแรงๆ

" เจอแต่คนแปลกๆ แม้ว่าจะยังไงก็ไม่ชิน... "

เธอมองไปไกลๆก็ยังเห็นคนดูท่าแปลกๆ มีเขาเล็กๆบ้าง มีขนดูแลกๆบ้าง ไม่รู้ว่าเป็นจากอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ไหม เธอพยายามละทิ้งความคิดไป ก่อนที่จะหยิบหูฟังมาสวม และเปิดมือถือขึ้นมา เพื่อเปิดเพลงฟัง แต่มือถือเธอก็เป็นภาษากรีกโบราณจากที่เธอพยายามเขียนโค้ดมาเพื่อให้ตัวเองอ่านออก

ระหว่างนั้นเองที่เธอเดินอยู่ในเซ็นทรัล พาร์ค หูเธอก็ช่างดีดันไปได้ยินคนพูดถึงค่ายบางอย่างที่ดูคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูก

" ให้ตายเถอะ ลืมไปเลยต้องกลับไป "

เธอได้แต่ถอนหายใจออกมา ไม่นานนักก็มีรถที่คุ้นเคย มาจอดตรงหน้าตน บริเวณขอบของสวน

แม่เปิดกระจกรถขึ้นเพื่อถามลูกสาวของเธอ โดยมีพ่อเลี้ยงนั่งมาด้วย

" ไงจ๊ะ ลูกแม่ หนีตัวประหลาดอีกแล้วเหรอ.. "

" เราเตรียมของให้ลูกหมดแล้ว ไม่คิดเลยนะจะเจอแบบนี้ในเมืองใหญ่ "

พ่อเลี้ยงหยิบขวดน้ำมาให้เธอที่ดูท่าทีเหนื่อยล้าจากการวิ่งมาแล้วเหมือนจะเพิ่งได้พักเมื่อขึ้นรถ


" หนูได้ยินคนพูดเรื่องค่ายนั่นด้วย มันดังหนาหูขนาดนั้นเลยเหรอ อยู่ที่นั้นก็เหนื่อยยย เห้อออ"

เธอพูดพร้อมกับวางทุกอย่างลง แล้วไหลไปกับเบาะหน้าหลังอย่างเพลียๆไม่น้อย เธอได้แต่คิดว่าจะต้องกลับไปอีกแล้ว เหมือนเพิ่งจะกลับมาได้ไม่นานเอง

และพวกเขาก็เดินทางสู่ ลองไอส์แลนด์ เพื่อส่งเธอไปที่ค่าย






แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 4844 ไบต์และได้รับ 1 EXP!  โพสต์ 2024-3-6 21:30
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โพสต์ 2024-3-28 12:53:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด


Gray Sisters' Taxi





เดม่อนพบเจอลิเลียน่า เขาจึงได้พูดคุยกับเธออยู่พักหนึ่งว่ากำลังจะออกไปช่วยเฮอร์มีสตามหาพัสดุที่ถูกขโมยไป ลิเลียน่ายิ้มก่อนจะจูงมือเขาไปที่ประตูค่าย


"ชั้นจะไปด้วย วันนี้จะแนะนำให้รู้จักแท็กซี่พี่น้องสีเทา" ลิเลียน่ายิ้มด้วยความตื่นเต้นก่อนเธอจะตะโกนเรียก 


"แท็กซี่พี่น้องสีเทา ขอใช้บริการหน่อย!" เสียงดังของเธอ ก่อนครู่หนึ่งมีหมอกควันลอยมาก่อรูปเป็นรถแท็กซี่ตรงหน้า ก่อนประตูจะเปิดต้อนรับ


"นี่คือแท็กซี่เวทมนต์เหรอ" เดม่อนพูดขึ้นก่อนมองแท็กซี่ประหลาด 


ลิเลียน่าไม่ตอบผมเธอจูงมือผมไปขึ้นแท็กซี่ "ไปกัน รับรองความมันส์!" เธอยิ้มกรุ้มกริ่มพลางบอกให้ผมขึ้นก่อนและเธอขึ้นตามมา 


"ไปเซ็นทรัลพาร์คค่ะ" ลิเลียน่าขึ้นมาก่อนพูดแจ้งคนขับ ผมหันไปมองเห็นคนขับมีอยู่ด้วยกันสามคนนั่งหันหลังอยู่ แต่พวกเธอก็ดูจะเป็นหญิงชราอายุมาก แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นดั่งที่เห็นเสมอไป บางทีพวกเธออาจมีกำลังวังซาพอสมควรก็เลยขับรถได้


ลิเลียน่าหันมามองผมที่นั่งตรงกลางรถ ก่อนเธอจะยิ้มคิก ๆ พูดขึ้น "ชั้นว่านายขยับไปนั่งติดประตูอีกฝั่งก็ดีนะ"


ผมมองแววตาจริงจังของเธอ ดูเหมือนผมควรฟังลิเลียน่า ก่อนขยับตามที่เธอบอก 


"เหวอ~" 


แท็กซี่เริ่มขับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ นี่มันความเร็วเกินขีดจำกัดหรือเปล่าเนี่ย ดูเหมือนหญิงชราทั้งสามคนที่นั่งเบียดกันข้างหน้าจะหัวเราะไปชอบใจไป ก่อนคนหนึ่งพูดประมาณว่าลูกตาอยู่ไหน และมีหญิงชราอีกคนเบาะที่นั่งฝั่งคนนั่งแย่งลูกตาจากคนขับ พวกเขากำลังถอดลูกตากัน ใช่ พวกเขาทำแบบนั้นจริง ๆ


"พวกเธอ..." เดม่อนมองทั้งสามก่อนพูดขึ้น ลิเลียน่าเอียงคอหันมาพูดกับผม


"ใช่ พวกเธอมีตาดวงเดียว ใช้ร่วมกันทั้งสามคน สามผู้เฒ่าสีเทาในตำนาน" ลิเลียน่าพูดก่อนเริ่มเล่าเรื่องตำนานพวกเธอให้ผมฟัง ผมตั้งใจฟังอย่างสนใจไม่คิดว่านอกจากเทพ อสุรกายแล้ว ตำนานอื่น ๆ กลับมามีชีวิตในโลกปัจจุบันหมดเลย และปรับตัวเข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างไม่น่าเชื่อ


"แล้วแบบนี้ ตาอยู่กับอีกคน คนขับรถอยู่จะไม่เป็นไรแน่เหรอครับ" เดม่อนชี้ไปทางด้านหน้าก่อนหญิงชราทั้งสามหันหน้ามาพร้อมกันยิ้มแหย ๆ หัวเราะ 


ซึ่งผมยกนิ้วชึ้ข้างหน้า ลิเลียน่าก็เช่นกัน รถบัสคันใหญ่ที่เรากำลังจะซนแล้ว ผมกับลิเลียน่าร้องเสียงหลงก่อนหญิงชราตรงกลางขยับไปนั่งติดคนฝั่งเบาะที่นั่งคนไม่ได้ขับรถและขยับเกียร์บางอย่าง รถแยกออกเป็นสองส่วน ใช่ แยกแบบเหมือนโดนของมีคมฟันฉับแยกครึ่ง ผ่านรถบัสนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด ผมมองไม่เห็นอีกฝั่งเพราะรถบัสบัง


และเมื่อผ่านรถบัสไปได้ รถแท็กซี่ก็มาประกอบตามเดิม ผมเข้าใจอย่างถี่ถ้วนทำไมลิเลียน่าให้นั่งชิดประตู แบบนี้ถ้ามากันสามคน คนตรงกลางต้องเลือกเบียดสักฝั่งสินะ


"โอเค ขอบคุณมากนะลิเลียน่า เกือบไปแล้ว..." เดม่อนเหงื่อตก มองสามพี่น้องสีเทากำลังแย่งดวงตากันต่อ คนขับรถดูจะไม่ยอม เธออ้างสิทธิ์ที่ขับรถขอดวงตาไปใส่ ผมที่กำลังจะพูดก่อนลิเลียน่าสะกิต


"อย่าไปยุ่งกับพวกเธอเลย พวกเธอดื้อ แต่เอาเป็นว่าเชื่อใจพวกเธอก็พอ เพราะพวกเธอคงไม่อยากตาย ฮ่ะ ๆ" ลิเลียน่าพูด่กอนจะหัวเราะ มองเดม่อนหวาดเสียว กับประสบการณ์ครั้งแรกที่นั่งแท็กซี่สามพี่น้องสีเทา


เรานั่งแท็กซี่กันจนใกล้ถึงเซ็นทรัลพาร์ค ผมกับลิเลียน่าจ่ายเงินให้สามพี่น้องก่อนพวกเธอจะแล่นรถไปต่อ ผมนึกสภาพไม่ออกเลย ถ้ามนุษย์ธรรมดาเผลอโบกรถพวกเธอ พวกเขาจะเห็นภาพเหล่านั้นยังไงกันนะ ก่อนผมกับลิเลียน่าเดินเข้าไปสำรวจภายใน 


ก่อนลิเลียน่าที่ตาดีจะสังเกตพบร่องรอยกล่องพัสดุเฮอร์มีส และนั่นทำให้เราได้เบาะแสไปต่อ... ดูเหมือนที่ต่อไปของเราที่จะไปคงเป็นที่นั่นแน่ แต่คราวนี้ผมบอกลิเลียน่าไม่เอาแท็กซี่นั่นแล้วนะ ไว้ขากลับพอ เดินเท้าออกกำลังไปดีกว่า ทำเหมือนชาวนิวยอร์กหลายคนตามปกติในวิถีชีวิตมหานครแ่หงนี้



- จ่ายค่าแท็กซี่ 10 USD 
ค่าธรรมเนียม 1 USD






แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 16977 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2024-3-28 12:53
โพสต์ 16,977 ไบต์และได้รับ +4 EXP +5 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก เปลี่ยนชุดใจปรารถนา  โพสต์ 2024-3-28 12:53
โพสต์ 16,977 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ล็อคเก็ตรูปหัวใจ  โพสต์ 2024-3-28 12:53
โพสต์ 16,977 ไบต์และได้รับ +3 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์ 2024-3-28 12:53
โพสต์ 16,977 ไบต์และได้รับ +3 EXP +4 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์ 2024-3-28 12:53
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2024-4-13 22:39:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด


PLΔΠ ΩR TRΦCK






หลอกหรือเลี้ยง.. ฮัลโลวีน เด็กคนไหนก็ชอบ แต่พอผ่านคืนนั้นไปแล้ว ความหมายของมันอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป... 
ในสถานการณ์ที่เรียกได้เต็มปากว่าคับขัน ชายชราร่างใหญ่ได้อุ้นเด็กหญิงตัวน้อยออกจากที่เกิดเหตุตรงนั้น ในขณะที่โทรลร่างยักษ์นั้นกำลังเสียศูนย์จาก การต่อสู้กับชราร่างใหญ่ ด้วยความรวดเร็วที่เขานั้นฝึกฝนมาร่วมทศวรรษ การวิ่งของเขานั้น มันจึงเหมือนกับความเร็ซของนักวิ่งที่ทำสิถิติโลกได้อย่างไม่ยากเย็น 

ชายชราร่างใหญ่ ได้อุ้มร่างของเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมกอด ด้วยร่างกายที่ซึมไปด้วยเลือดจากการต่อสู้ครั้งก่อนหน้า นั่นทำให้เด็กน้อยรู้สึกหวั่นใจกับคนที่ช่วยเธอเอาไว้ 

หลังจากนั้นไม่นาน ที่เซ็นทรัลพาร์ค ใจกลางมหานครนิวยอร์ค ซึ่งเขาตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่กำจัดเจ้าโทรลยักษ์ที่กำลังเดินตามกลิ่นของเด็กน้อยมา ซึ่งเขานั้นจำเป็นต้องเตรียมตัว ชายชราหยิบอุปกรณ์ภาคสนามออกมาก่อนวิเคราะห์และวางแผนโดยการตั้งกับดักไว้ในจุดต่างๆ ตอนนี้ อาวุธในตัวของเขานั้น มีทั้ง หอกยาว โล่ห์ไม่นับ มีดสั้น ดาบยาว และอีกอย่างที่เขานั้นจะเก็บเอาไว้เผด็จศึกเมื่อมันใกล้จะตาย

เขานำทุกอย่างมาเรียงเอาไว้ แล้วยื่นมีดสั้นให้เด็กหญิงด้วยเหตุผลที่เขากำลังอธิบาย 

"ครั้งนี้ ฉันต้องการให้หนูช่วยฉันจัดการกับโทรลตัวนี้ด้วยกันกับฉันนะ" 

"ได้ค่ะ ว่าแต่ จะให้หนูช่วยอะไรคุณได้บ้างล่ะ?" 

"ฉันคิดว่างานนี้ ไม่ใช่ง่าย แม้ตัวของฉันเองที่มีพลังกายทัดเทียมกับมัน ก็ยังไม่อาจจะประมือกับมันได้เพราะความประมาท ฉันจึงสาหัสขนาดนี้ล่ะ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันยังทนได้อยู่ เธออยู่ใกล้ๆตรงนี้ ปีนต้นไม้ขึ้นไป ประจำตำแหน่งให้เรียบร้อย ฉันจะขึ้นไปตามและฉันจะทำกับดักเอาไว้ เพื่อให้เธอช่วยทำให้มันบาดเจ็บ ไม่มากก็น้อย หลังจากนั้น ฉันจะเข้าปะทะกับมันอีกครั้ง แต่ขอให้มั่นใจว่า ครั้งนี้จะไม่เหมือนกับครั้งแรกอย่างแน่นอน.. "

ชายชราอธิบายทุกอย่างให้เด็กหญิงตัวน้อยได้ฟังอย่าง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น ส่วนตัวเขานั้น ก็ได้ขึ้นไปบนต้นไม้ ก่อนนำเชือกขึงกับกิ่งไม้ที่ไม่แข็งจนเกินไป พอจะสามารถยืดหยุ่นได้ ก่อนที่จะใช้เชือกที่มีความยืดหยุ่นผูกกับกิ่งไม้เอาไว้ทั้งสองข้าง แล้วหลังจากนั้น เขาจึงนำหอกยาว ขึงกับเส้นเชือกก่อนจะดึงน้าวมาที่ด้านหลัง และเกี่ยวไว้ที่ตาไม้ที่พอจะเกี่ยวได้ แบะอธิบายให้เด้กน้อยฟัง

"เธอประจำที่ตรงนี้ เอานี่ ผ้าคลุมพรางตัว เอาใช้ในเขตป่า พยายามซ่อนตัวเอาไว้ อย่าให้มันมองเห็น เมื่อฉันให้สัญญาณแล้วให้เธอใช้มีดสั้ นนั้นงัดเชือกออกมาให้หอกยาวนั้นพุ่งเข้าใส่ เธอมีเวลาไม่มาก ในการที่โทรลจะเดินผ่านต้นไม้นั้น อย่าทำตัวให้เป็นจุดสนใจเป็นอันขาด ไม่งั้น ฉันอาจจะต้องใช้อีกแผน และฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้น.. หวังว่าเธอคงจะเข้าใจ" 

เด็กหญิงตัวน้อย ที่พอจะรับรู้ถึงคำอธิบาย ก็พยักหน้าตอบรับ ชายชราที่เห็นเด็กน้อยให้ความร่วมมือ ก็รู้สึกเหมือนได้กำลังใจ หลังจากนั้นก็เป็นทีของชายชราหัวสีเงิน เขานั้นใช้วิธีเดียวกัน แต่เป็นโล่ห์ขนาดใหญ่ของเขา ด้วยความใหญ่ อีกทั้งความหนัก อย่างน้อย หากทำให้มันเซล้มลงไปได้ งานจะง่ายมากขึ้น และทุกอย่างจะจบลงเร็ซขึ้นยิ่งกว่าที่เขาประมาณการณ์เอาไว้ 

เมื่อทุกอย่างจัดเตรียมจนเข้าที่เรียบร้อย เวลาเริ่มทำให้เซ้นทรัลพาร์คนั้นเริ่มมืด ชายหนุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ซ่อนก็เตรียมตัว เพราะแรงสั่นสะเทือนของฝีเท้าแต่ละก้าวของมัน หมายความว่าโทรลยักษ์นั้น เข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีแล้ว..


และเมื่อร่างอันใหญ่โตนั้นกำลังมองประตูลูกกรงนั้นขวางทางตัวมัน สัญชาตญาณบวกกับความโอหัง ทืำให้ประตูลุกกรงของสวนสาธารณะพังยับเยิน สายน้อยที่อยู่ประจำจุดนั้นถึงกับขวัญผวา แต่ก็พยายามคงสติของตนเองไว้ เชื่อว่า ชายที่มาช่วยเธอนั้นจะต้องจัดการกับมันได้อย่างแน่นอน เด็กหยิงค่อยสงบอารมณ์แล้วเตรียมตัวหน้าที่ของตนเองอย่างตื่นเต้น เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เด้กสาวนั้นรู้สึกตื่นเจ้นไม่น้อย เพราะนี่คือทักษะเล้กๆน้อยๆ ที่ทหารได้ใช้กับในสนามรบจริงๆ และสิ่งที่ชายผู้ที่มาช่วยเขานั้น เขาคือทหารอย่างแน่นอน เธอรู้สึกตื่นเต็นจนกระทั่ง ชายชราน่างใหญ่ให้สัญญาณ

"เฮ้ย! สวนปิดแล้ว ไม่ต้องมาอีกนะ.." 
นั่นคือสัญญาณที่เขาใช้กับเด็กหญิงฯ เมื่อเธอได้ยิน นางจึงใช้มีดสั้นงัดเชือกที่ขึงเอาไว้ ในขณะนั้นเองที่ชายชราร่างใหญ่กำลังเดินตรง ประจันดังเช่นคราวก่อน คราวนี้ เขานั้นไร้ซึ่งความกลัว แล้วเดินเข้าประจันหน้ากับศัตรูที่เขานั้นเพิ่งพ่ายมันไป ทั้งสองจ้ิงตากันอย่างไม่สนใจว่า ใครจะอยู่จะไป ในทันใดนั้นเอง..

*แกร็ก!*
*ฟ้าว.. ฉึก!!*
"ฮ้ากกกกกกกกกก"

เสียงของโทรลร้องสนั่นลั่นเซ็นทรัลพาร์ค หอกที่เขาขึงตั้งเอาไว้นั้น พุ่งเข้าใส่แทงทะลุคออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว โทรลคำรามเสียงลั่นและพยายามจะดึงหอกยาวทั้งด้ามออก แต่มันก็ไม่ทันเอาเสียแล้ว..

*ปังๆๆๆๆๆ*

ชายชราร่างใหญ่ หยิบอาวุธที่ในโลกมนุษย์มีให้เห็น แต่มันไม่ได้ทำขึ้นจากโลกมนุษย์ หากแต่อทำจากสัมฤทธิ์ ชายชราร่างใหญ่เล็งมือขนาดใหญ่ของโทรลและยิงเข้าใส่อย่างแม่นยำ  กระสุนสัมฤทธิ์ ยิงทะลุนิ้วทั้งห้าจนขาดสะบั้น โทรลร่างยักษ์พยายามกระเสือกกระสนเพื่อที่จะดึกหอกทั้งด้ามออกจากคอ ที่จริงๆแล้ว เพียงแค่หอกทะลลำคอของมันได้ก็ต้องล้ม แต่มันไม่ใช่กับเจ้าตัวนี้ ความดื้อด้านของมัน พาร่างกายที่สาหัสอย่างหนักกระเสือกกระสนเพื่อเป้าหมายของมัน นั่นคือ เด็กหญิง ที่ตอนนี้ เธอเองก็ตกใจมาก ที่เห็นร่างของมันค่อยๆเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ 

*ปังๆๆ ปังๆ ปังๆๆๆ*

ความปราณีสำหรับทหารผ่านศึกเช่นเขานั้นไม่มีจริงๆ หากไม่ฆ่า ก็จะต้องถูกฆ่า ชายชราร่างใหญ่ควักปืนพกออกมา เปลี่ยนตลับใส่กระสุนใหม่ แล้วยิ่งเข้าไปที่ข้อต่อของขาและข้อพับของมัน อย่างทารุณแต่ในใจของเขานั้น กลับไม่มีความสะใจหรืออาฆาตแฝงอยู่ในตัว สิ่งที่เขากำลังทำในตอนนี้ เหตุผลเดียวคือ ช่วยชีวิต.. ร่างของโทรลทรุดลงอย่างเจ็บปวด ร้องครวญครางอย่างหน้าเวทนา ทำให้เด้กหยิงที่เห็นภาพสะเทือนอย่างหนักเช่นนี้ ถึงกับพรากน้ำตาไม่หยุด ด้วยความสงสารในชีวิตของโทรงตนนนี้ 

ความสงสารของเด็กหญิงอยู่ได้ไม่นาน ชายชราอดีตทหารผ่านศึก เปลี่ยนตลับกระสุนอีกครั้ง ก่อนที่จะเซ็ตโหมดการยิงแบบอัตโนมัติแล้วเล็งไปที่หัวของมัน และภาพต่อมานั้น คือสิ่งที่เด้กผู้หยิงตัวน้อยผู้รู้เดียงสาจะต้องมาเจอ 

*BRRRRRRRRRRR!!*
จอห์นลั่นกระสุนทั้งหมดในตลับกระสุนเพียงการเหนี่ยวไกเพียงครั้งเดียว ศีรษะของโทรลที่สิ้นสติ ในตอนนี้ กบายเป็นซากศพไปเรียบร้อย ร่างของมันค่อยๆสลายกลายเป็นฝุ่นสีทองปลิวไป สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้เด็กสาวเกิดอาการ สะเทือนใจอย่างรุนแรง จนกระทั่งถึงขั้นทำให้สภาวะจิตใจของเธอนั้นเสียหายอย่างรุนแรง เธอในตอนนี้ ทำอะไรไม่ได้ ด้วยเพราะความสะเทือนใจอย่างรุนแรง 

กลุ่มที่เฝ้าดูแะค่อยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ก็ทำได้เห็นสิ่งที่เขานั้นได้ทำ มันจึงกำให้ผู้ดูแลเขตนั้น สงสัย ในสายเลือดที่ทำให้นิสัยของชายชราคนนี้ ไม่ต่างอะไรกับปีศาจเลยแม้แต่น้อย ฆ่าทุกอย่างอย่างไร้อารมณ์จนแม้แต่คนอื่นก็ไม่คิดว่าชายชราคนนี้จะทำ ถ้าหากร่างของโทรลยังคงอยู่ มันคงเป็นภาพที่หน้าสะเทีอนขวัญไม่ได้น้อย

ชายชราเดินจูงมืออย่างไม่ต่อต้าน แล้วพากลับไปที่ค่าย ที่ๆปลอดภัยสำหรับพวกเขาและเด็กๆสายเลือดเทพทุกๆคน...

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ +15 ความกล้า --20 ความศรัทธา โพสต์ 2024-4-13 22:50
โพสต์ 24830 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2024-4-13 22:39
โพสต์ 24,830 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 ความกล้า จาก ปืนอัจฉริยะ L&E  โพสต์ 2024-4-13 22:39
โพสต์ 24,830 ไบต์และได้รับ +10 EXP +8 เกียรติยศ +10 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ช่ำชองการรบ[I]   โพสต์ 2024-4-13 22:39
โพสต์ 24,830 ไบต์และได้รับ +10 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ความถึก  โพสต์ 2024-4-13 22:39
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ช่ำชองการรบ[II]
กระโดดแห่งชัยชนะ
น้ำหอมบุรุษ
นาฬิกาสปอร์ต
มีดสั้นสัมฤทธิ์
ความถึก
กำไลหินนำโชค
เกราะหนัง
หมวกเกราะ
รองเท้าเซฟตี้
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โล่อัสพิส
หอกกรีก
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x4
x66
x4
โพสต์ 2024-4-15 15:27:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2024-4-16 12:02

082
ซากุระผลิบานที่นิวยอร์กซิตี้



             สีสันแห่งฤดูใบไม้ผลิปกคลุมไปทั่วเซ็นทรัลพาร์ค ไม่ว่าจะเป็นสวนทิวลิปหลากสีที่ชูช่ออวดความสวยงามและให้มวลหมู่ภมรได้ไต่ตอมน้ำหวาน ส่วนที่น่าจะเป็นไฮไลท์มากที่สุดเฉพาะฤดูกาลคงหนีไม่พ้นโยชิโนะซากุระที่เบ่งบานเต็มต้น กลีบดอกสีชมพูอ่อนปลิดปลิวไปทั่วหย่อมหญ้า ย้อมพื้นที่สีเขียวให้เต็มไปด้วยสีอ่อนหวานโดยมีอาคารเอลโดราโดอันทรงคุณค่าเป็นฉากหลังประดับเมือง

             ไม่รู้ว่าระหว่างซากุระกับ รีชา แคมพ์เบลล์ อย่างไหนคือความสดใสของโลกใบนี้ไปมากกว่ากัน ดีนไม่รู้ว่าตลอดการเดินทางน้องสาวที่น่ารักได้งีบหลับไปบ้างหรือไม่ ส่วนเขานั้นหลับไปเต็ม ๆ เกือบสามชั่วโมง ถ้าหากว่าเธอไม่งีบเลยก็ถือว่าเป็นสาวน้อยพลังงานสูงมาก ดีนได้ภาพถ่ายของรีชามาหลายภาพ แม้ว่าคงไม่ได้อัพลงอินสตราแกรมให้เป็นที่ฮือฮาว่าลูกใครหว่า แต่ว่าเขาเพียงแค่อยากถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแค่นั้นเอง ก็น้องสาวน่ารักขนาดนี้เลยนี่นา

             โชคดีจริง ๆ ที่การทะเลาะกันของเทพเจ้าเมื่อหลายวันก่อนไม่ทำให้ทัศนียภาพอันสวยงามเช่นนี้ถูกทำลายลงไป

             “พี่ดีนคะ ดอกซากุระพวกนี้มาอยู่ที่นิวยอร์กได้ยังไงเหรอ? หนูคิดว่าเป็นดอกไม้ที่มีแต่ที่ประเทศญี่ปุ่นเสียอีก”

             “เอ่อ.. พี่ก็ไม่รู้”

             เขาตอบไปตามตรง น่าเจ็บใจตรงที่ว่าพอสงสัยอะไรแล้วกลับใช้โทรศัพท์มือถือเสิร์จหาคำตอบไม่ได้เนี่ยแหล่ะ พ่อเคยว่าการใช้เครื่องมือสื่อสารโดยไม่ผ่านระบบของเฮอร์มีสจะเป็นการดึงดูดอสุรกายให้เข้ามาทำร้าย ถ้าจะติดต่อสื่อสารให้ใช้ระบบเทพีไอริสแทน แต่เขายังไม่ค่อยเข้าใจการทำงานของโทรศัพท์เทพดังกล่าวจึงไม่เคยคิดจะใช้งาน พอมาดูแล้วเจ้าพวกนั้นมันแอบดักฟังโทรศัพท์เป็นเคจีบี (สายลับโซเวียต) เหรอ? แปลกพิลึก

             แต่เด็กวัยอยากรู้ต้องได้รับคำตอบ

             “อาจจะไม่ใช่สายพันธุ์ของญี่ปุ่นก็ได้มั้ง” เขามั่ว “ซากุระคือต้นเชอร์รี่นี่นา ที่อเมริกาก็หาได้ทั่วไปแหล่ะ” นี่ก็มั่วอีก..

              “จริงเหรอ แต่ว่าหนูไม่ค่อยจะเห็นเลยนะคะ?” รีชาทำหน้าไม่เชื่อ ถ้ามีอยู่ถมไปงั้นที่ค่ายก็น่าจะมีด้วยสิ

             “ไม่งั้นก็.. อาจจะถูกรับมาปลูกตอนเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกาก็ได้” จะว่าไปตอบแบบนี้ก็ฟังขึ้นมากกว่าแถมไม่ดูมักง่ายด้วย “แต่ว่าพี่ไม่รู้รายละเอียด ถ้ารีชถามเรื่องแบคทีเรียใต้ทะเลน้ำลึกพี่คงตอบได้ดีมากกว่านี้”

             “แบคทีเรียใต้ทะเลน้ำลึก!” เด็กหญิงหันขวับทำตาโต เธอทำหน้ายี้เหมือนเขากำลังพูดถึงสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะ “ไม่เอาค่ะ หนูไม่เห็นอยากจะรู้เลย”

             “ทำไมล่ะ มันมีประโยชน์ออก ‘ลูกไฟยุ่บยั่บ’ พวกนั้นมันสามารถเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพได้ พวกมันตอนที่อยู่บนสไลด์ก็ยุ่บยั่บสุด ๆ ไปเลย เห็นแล้วคันยุ่บ ๆ”

             “ม่ายยย” เด็กหญิงยกมือขึ้นปิดหู ไม่อยากรับรู้เรื่องงานวิจัยของพี่ชาย ปัดโธ่! เขาอุตส่าห์อธิบายด้วยแพชชั่นอันแรงกล้าเลยแท้ ๆ

             เดินกันไปจนถึง ‘เชอร์รี่ฮิล’ ก็ถึงจุดนัดพบที่ดีนนัดไว้กับคุณแม่ แถบนั้นมีครอบครัวเพื่อนฝูงมาปิกนิกกันมากมาย ดีนมองหาคุณนายอัลวาเรซที่น่าจะมารออยู่ก่อนหน้าแล้ว

             “ดีน ลูก ทางนี้!”

             หันมองไปทางต้นเสียงก็เห็นคุณแม่โบกมือเรียกอยู่หวอย ๆ ตรงนั้นมีเสื่อปิกนิกกับตะกร้าสานใบเขื่องวางไว้ข้างกาย ไม่รู้ว่าแม่ไปเอามาจากไหน บางทีอาจเพิ่งซื้อมา เพราะเขามั่นใจว่าแม่ไม่พกตะกร้าสานไปทำงานเรียกร้องสิทธิสตรีแน่ ๆ

             “ไปหาคุณแม่ของพี่กันรีช”

             “ค่ะ”

             เด็กหญิงตอบรับจากนั้นก็ยกมือเล็ก ๆ ขึ้นจับมือของพี่ชายต่างมารดา แล้วทั้งคู่ก็เดินไปหา นางมาเรียนน่า คามิลล่า อัลวาเรซ ที่รออยู่

             “ฮาย คุณแม่ ผมมีแขกมาด้วยครับ”

             “สวัสดีค่ะ คุณแม่ของพี่ดีน หนูรีชค่ะ” หนูน้อยรีชาจับปลายกระโปรงลายดอกถอนสายบัวอย่างสวยงามต่อหน้าคุณแม่ สร้างความเอ็นดูแก่หญิงวัยกลางคนตั้งแต่แรกเห็น

             “ตายจริง น่ารักเชียวหนูรีชใช่ไหมจ๊ะ หนูก็เป็นลูกของโพไซดอนอย่างนั้นเหรอ?”

             “ใช่ค่ะ คุณแม่ หนูเรียกแบบนี้ได้หรือเปล่าคะ ถ้าคุณแม่เป็นแม่ของพี่ดีนก็น่าจะเป็นแม่ของหนูด้วย”

             สองแม่ลูกแท้ ๆ หันหน้ามองกัน ดีนได้แต่ยิ้มเผล่ใส่ ต้องมาลุ้นกันล่ะว่าคุณแม่ของเขาจะเป็นแม่เลี้ยงใจดีหรือว่าแม่เลี้ยงใจร้ายกันแนะ

             “ได้สิจ๊ะ ถ้ารีชว่าอย่างนั้นล่ะก็ถือว่าแม่เป็นแม่ของหนูอีกคนก็แล้วกันนะจ๊ะ”

             “ขอบคุณค่ะคุณแม่ คุณแม่ของพี่ดีนใจดีเหมือนเทพีแอมฟิไทรต์เลยค่ะ”

             “ใครนะ แอมฟิไทรต์?” จะว่าคุ้นหูก็ใช่ เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนมาก่อนแต่กลับจำไม่ได้

             “เทพีแอมฟิไทรต์ก็คือพระมเหสีเอกของโพไซดอนน่ะลูก”

             มาเรียนน่ากระแอมเบา ๆ เมื่อกล่าวถึงเทพเจ้าในตำนานที่ไม่เคยพบหน้าค่าตาแต่ถ้ามองในมุมที่ว่ามีสามีคนเดียวกันแล้วเธอคงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลก ๆ แม้ว่าเธอกับโพไซดอนจะจบความสัมพันธ์ลงไปนานแล้วก็ตามที ดีนไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของมารดาได้ทั้งหมดแต่ก็พอจะรู้สึกได้ อย่างถ้าวันหนึ่งเขาได้ลงไปแอตแลนติสจริงแล้วพบกับเทพีแอมฟริไทรต์ตัวจริงคงทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไง แล้วเขาจะกลายเป็นซินเดอเรลล่าที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายกับลูก ๆ ของนาง (หมายถึงเทพไตรตัน) กลั่นแกล้งหรือไม่

             ไม่น่า.. ลุงหนวดคงไม่แกล้งเอาชุดเขาไปเผาทิ้งหรอก …ว่าไปทำไมถึงจินตนาการภาพเป็นแบบนี้ไปได้ก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ

             แบบนี้ควรจะกระชับมิตรกับเทพีเสียหน่อยดีไหมนะ? อย่างน้อยก็ให้นางเมตตาเขาบ้างเวลาลงน้ำลงเรือ..

             “หนูขอกอดคุณแม่ได้ไหมคะ?” รีชาถามคุณแม่ตาใส แล้วใครจะปฏิเสธความน่าเอ็นดูนั้นไหวกันล่ะ

             “ได้สิจ๊ะ มาสิจ๊ะรีช” คุณแม่ก็ใจดีอ้าแขนยอมให้กอด

             เด็กหญิงเข้าโผกอดมาเรียนน่าทันทีโดยไม่มีกำแพงใจใด ๆ มากั้นขวาง ความใสซื่อและมองโลกในแง่ดีของเธอรู้ได้เลยว่าได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี รีชาเป็นดั่งนกน้อยในกรงทอง เธอไม่เคยออกเดินทางไปไหนไกล ๆ การเดินทางมาค่ายฮาล์ฟบลัดน่าจะเป็นครั้งแรกที่ต้องออกจากอกแม่ที่แท้จริง แม้ในค่ายจะมีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเป็นเพื่อนแต่ก็ไม่มีใครที่จะมาทดแทนความอบอุ่นจากพ่อแม่ได้หรอก จะบอกว่าคุณไครอนเหรอ.. ไม่รู้ทำไมพอคิดภาพแล้วถึงคันยุบยิบขึ้นมาพอ ๆ กับที่ส่องกล้องดูเจ้าลูกไฟยุ่บยั่บ

             พอเห็นแบบนี้ดีนก็เข้าไปผสมโรงกอดเข้าไปด้วยอีกคนกลายเป็นก้อนกลม ไม่ใช่แค่เด็กอายุสิบสองเท่านั้นหรอกนะที่ต้องการความอบอุ่นของครอบครัว ผู้ใหญ่อายุยี่สิบสามเองก็ด้วย

             “แม่ครับ ผมคิดถึงแม่จัง”

             “โอ้ดีน แม่ก็คิดถึงลูกจ้ะ”

             ดีนกระชับกอดมารดาแน่นกว่าครั้งไหน ๆ แม่คงไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาต้องเจออะไรมาบ้างเพราะว่าดีนไม่มีทางบอก แม่คงคิดว่าเขาเหงาจัดเพราะอดปาร์ตี้กอปรกับความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันเป็นปีถึงได้รับกอดอันแน่นแฟ้นเช่นนี้ แต่ความจริงคงไม่มีถ้อยคำใด ๆ สามารถบรรยายความรู้สึกที่หนักอึ้งนี้ไว้ได้ จนรู้สึกได้ว่าน้องสาวตัวน้อยดิ้นขลุก ๆ อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองดีนจึงปล่อยกอดออก

             “ทั้งสองคนทานอะไรกันมาหรือยังจ๊ะ?”

             “ยังเลยครับ แม่ก็ถามได้จังหวะพอดี”

             กว่าจะนั่งรถเข้ามาถึงตัวเมืองอาหารเช้าฝีมือเจ๊ฮาร์ปี้ก็ถูกย่อยไปจนหมดแล้ว และตอนนี้กระเพาะน้อย ๆ ก็เริ่มจะส่งเสียงร้องโครกคราก ทว่าแม่ก็คือแม่ คิดไว้แล้วว่าลูกเดินทางไกลมาน่าจะหิวก็เลยซื้อแซนด์วิช มันฝรั่งทอดกรอบที่ดีนชอบและน้ำมะนาวเตรียมเอาไว้ให้

             “ถ้างั้นก็กินกันก่อนนะ แล้วค่อยไปทำภารกิจอะไรที่ลูกว่า”

             “โอ้โห น่ากินจัง มีชิปส์ด้วย?” พอเห็นของโปรดในตะกร้าดีนก็จ้วงหยิบเข้าปากทันที

             “พี่ดีนไม่ล้างมือก่อนเหรอคะ?” เสียงเล็ก ๆ ที่ท้วงติงทำเอาชายหนุ่มที่เคี้ยวมันฝรั่งทอดกรอบจนแก้มตุ่ยชะงัก ส่วนคุณแม่ก็ได้แต่ขำคิก

             “ตายจริง ใครเป็นพี่เป็นน้องกันแน่เนี่ย สงสัยว่าพี่รีชต้องดูแลน้องดีนดี ๆ เสียแล้วมั้ง”

             “โธ่แม่” ดีนรีบกลืนขนมลงคอพร้อมกับทำหน้ามุ่ย ก็มีแค่ครั้งนี้แหล่ะที่เด็กหญิงดูจะโตกว่า นอกนั้นเหมือนเขาที่ต้องคุมประพฤติเธอเป็นพ่อคนที่สอง

             ใช้เจลล้างมือกันสะอาดเรียบร้อยแล้วก็เริ่มรับประทานมื้อเที่ยงพลางชมดอกซากุระไปพลาง เมื่อทานอิ่มรีชาขออนุญาตไปเดินเล่นชมดอกไม้ในละแวกนี้โดยสัญญาว่าจะไม่ให้คลาดสายตา ดีนไม่อยากจะเข้มงวดกับเธอมากจึงอนุญาตแล้วคอยจับตามองสาวน้อยอีกทีนึง

             “แม่รู้ไหมช่วงนี้พ่อกับลุงไมค์เป็นไงบ้าง? นอกจากแชทแล้วผมไม่ได้โทรไปคุยด้วยเลย” ดีนเปิดประเด็นถามสารทุกข์สุกดิบของคนที่บ้าน แม้ไม่มั่นใจว่าคุณแม่จะรู้เรื่องทั้งหมดแต่อย่างน้อยคงทราบมากกว่าเขา

             “โดนัลด์บอกกับแม่ว่าจะไปเทศกาลสาดน้ำที่ไทยกับไมค์นะ ตอนนี้พวกเขาก็น่าจะกำลังสนุกกันอยู่ ยังไงลูกหาเวลาโทรหาโดนัลด์บ้างก็ดี เขาเป็นห่วงลูกมากกว่าแม่เสียอีกนะ”

             ได้ยินแบบนี้ดีนก็หัวเราะแห้ง ๆ

             “นั่นแหล่ะครับ พ่อชอบเป็นห่วงผมจนเวอร์ แต่เอาไว้จะหาเวลาโทรไปคุยด้วยสักหน่อย”

             ถ้าถามว่าใครเป็นห่วงดีนที่สุดในบ้านคงไม่พ้นโดนัลด์ น่าแปลกใจเสียจริงทั้งที่อีกฝ่ายไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเขา แต่กลับมอบความรักให้อย่างไม่บกพร่อง เผลอ ๆ มีให้จนล้นเสียอีก อาจเป็นเพราะว่าโดนัลด์เป็นคนแรกที่ได้อุ้มดีนตอนแรกเกิดหากไม่นับรวมหมอก็ได้มั้ง แม้ว่าดีนจะรู้แล้วว่าใครคือพ่อที่แท้จริงแต่เขาก็ไม่ถอดชายที่ชื่อว่าโดนัลด์ออกจากตำแหน่งคุณพ่อง่าย ๆ แน่ ๆ

             “ไปเที่ยวเทศกาลสาดน้ำเหรอ น่าอิจฉาจัง ผมก็อยากไปเทศกาลแบบนั้นสักครั้งบ้างจังแฮะ..”

             “เดี๋ยวก็มีโอกาสนั้นมาถึงเองแหล่ะลูก ถ้าดีนออกมาข้างนอกได้แบบนี้ก็แปลว่าลูกรับมือกับ..สัตว์ประหลาดพวกนั้นได้แล้วหรือเปล่า?” สังเกตได้ว่ามาเรียนน่าทำใจลำบากเมื่อต้องพูดคำว่าสัตว์ประหลาดออกมา

             “ก็คงงั้นครับ จะว่าไปตั้งแต่ออกมานี่ก็ยังไม่เจอพวกนั้นเลยแฮะ แต่ช่วงนี้เพื่อน ๆ ในค่ายออกมาทำภารกิจกันบ่อยด้วยบางทีสัตว์ประหลาดพวกนั้นอาจจะถูกเคลียร์ไปบ้างแล้ว”

             ขอให้เป็นแบบนั้น.. ดีนอยากจบภารกิจครั้งนี้แบบสวยงามผ่านฉลุยโดยไม่มีอะไรตามรังควาน ระหว่างนั้นสายตาของดีนก็เหลือบไปเห็นรอยขีดข่วนที่ข้อมือของแม่พอดี

             “แม่ครับ รอยนั่น…” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน หรือว่าแม่จะถูกทำร้ายตอนอยู่เฮติอย่างนั้นเหรอ?

             “อ๋อ รอยนี่น่ะเหรอ..” มาเรียนน่ายิ้มบาง หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงบอกว่า ‘แม่ซุ่มซ่ามไปเอง’ แต่มันอาจจะเกี่ยวกับภารกิจที่ลูกชายเธอมาในวันนี้ก็ได้ “เมื่อไม่กี่วันก่อนแม่ฝันร้ายน่ะ ฝันว่าถูกสัตว์ประหลาดไล่ล่า พอตื่นมาก็เป็นแผลแบบเดียวกับที่ฝัน แม่พยายามคิดว่าเพราะละเมอมือเลยไปฟาดโดนอะไรเข้าหรือเปล่า แต่นิกกี้กับคนอื่น ๆ ในกลุ่มก็ฝันแบบนี้เหมือนกันแล้วก็ได้แผลมาเหมือนกันด้วย มันจะใช่ภารกิจที่ลูกมาทำหรือเปล่า?”

             “ไม่นะครับ ของผมไม่ใช่อันนี้”

             สิ่งที่คุณแม่และคนอื่น ๆ เจอมันแปลกประหลาดพิศดารเกินจะบอกว่าเป็นเหตุบังเอิญ เขาหวนคิดถึงตอนที่ถูกแม่มดดำทำร้ายในฝันแล้วได้แผลในชีวิตจริง แต่ลำพังเขาคงไม่อาจทราบสาเหตุถึงภัยที่คุณแม่ประสบ บางทีกลับไปค่ายอาจจะมีภารกิจเกี่ยวกับความฝันงอกขึ้นมา

             ดีนเก็บเอาเรื่องราวคาใจพักไว้ก่อน เขาหยิบเอาสมาร์ทโฟนออกมาเปิดรูปถ่ายบอร์ดกระดานหินเทพแล้วอ่านภารกิจของเฮอร์มีส

             “ใครบังอาจมาแหยมใต้จมูกเฮอร์มีสด้วยการลอบเร้นปล้นรถขนส่งพัสดุ เฮอร์มีสเอ็กซ์เพรส ทำให้ขนส่งเฮอร์มีสเอ็กซ์เพรสเสื่อมเสียชื่อเสียงในช่วงสองสามวันนี้ มนุษย์ธรรมดาเริ่มวิพากย์วิจารณ์เกี่ยวกับบริษัทเฮอร์มีสเอ็กช์เพรสอย่างมาก เหมือนมีมืดมืดบางอย่างกำลังท้าทายเฮอร์มีส และตอนนี้ยังมีพัสดุจำนวนมากที่เฮอร์มีสยังหาไม่เจอ นี่ไม่ดูเหมือนฝีมือของมนุษย์ธรรมดาเป็นแน่ หากจะเป็นกึ่งเทพสารเลวคนใดคนหนึ่งที่แทรกแซงเรื่องนี้ เพราะมีเพียงกึ่งเทพที่ทำเรื่องเช่นนี้ได้ พื้นที่น่าจะแถว ๆ นิวยอร์ก จงไปสอดส่องหาดู และระวังอสุรกายด้วยล่ะ เนี่ยครับ ภารกิจของผม”

             พอได้ฟังคุณแม่ก็ยกมือขึ้นทาบอก “เฮอร์มีสเป็นคนเขียนประกาศเหรอ? น้ำเสียงเขาดูโมโหน่าดู แต่ว่าหาพัสดุที่สูญหายในนิวยอร์ก.. โจทย์มันกว้างมากเลยนะเนี่ย”

             “นั่นสิครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าจะไปตามหาที่ไหน แทร็กกิ้งก็ไม่มี แต่เพราะว่ามีโอกาสได้แว้บมาหาแม่เนี่ยแหล่ะผมเลยรับภารกิจนี้”

             “มันก็ดูง่ายกว่าภารกิจสิบสองประการของเฮอคิวลิสอยู่นะ แต่ก็ถือว่ายากอยู่ดี บางทีอาจต้องเริ่มที่จุดกระจายสินค้าของเฮอร์มีสเอ็กซ์เพรสก่อนหรือเปล่านะ”

             คุณแม่ช่วยคิด แต่ดูเหมือนว่าเบาะแสแรกจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดเอาไว้เมื่อรีชากลับมาพร้อมกับกล่องพัสดุที่ถูกเปิดแล้วมันประทับตราสัญลักษณ์ปีกของเทพเฮอร์มีสไม่ผิดแน่ เด็กหญิงมีเศษใบไม้และกลีบดอกซากุระติดอยู่เต็มเนื้อตัวและเส้นผมสีจินเจอร์

             “พี่ดีนคะ หนูเจอนี่ จะใช่ภารกิจที่เราต้องตามหาหรือเปล่าคะ?”

             ดีนรับกล่องใบนั้นมาดู ด้านหน้ากล่องระบุว่าพัสดุเป็น ‘โมเดลยานมิลาโน่ของแก๊งผู้พิทักษ์จักรวาล’ ส่วนสิ่งที่น่าสงสัยที่สุดเห็นทีจะเป็นโพสต์อิทสีเขียวสะท้อนแสงที่ระบุพิกัดเอาไว้

             สารท้าดวลชัด ๆ..

             “รีชเจอมันที่ไหน?”

             “ใต้กองกลีบซากุระค่ะ หนูไปคุ้ยเจอมา” เด็กสาวตอบโดยตอนนี้เธอนั่งนิ่ง ๆ ให้แม่มาเรียนน่าปัดเศษใบไม้ออกไป ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงกลับมาในสภาพแบบนี้ ไม่คิดด้วยว่าลูกคุณหนูจะเล่นคุ้ยกองใบไม้…

             “คุณแม่ครับ ดูเหมือนว่าผมต้องไปทำภารกิจแล้ว ไม่งั้นคนที่ทิ้งโน้ตไว้ต้องรอเงกแล้วแน่ ๆ”

             “จ้ะ รักษาตัวดี ๆ นะลูกรัก แม่ขอให้ลูกและรีชาปลอดภัยนะ” มาเรียนน่าจูบแก้มของชายหนุ่มทั้งซ้ายละขวา ส่วนดีนก็แตะแก้มตอบเธอ

             “ครับแม่ เสร็จแล้วผมจะติดต่อกลับไปใหม่ครับ ดีนผละกอดออกมาจากคุณแม่แล้วหันไปบอกให้น้องสาวเตรียมตัว เตรียมออกรบนะรีช

             “ค่ะพี่ดีน!”

             รีชาพยักหน้าหงึกหงักแล้วหยิบชุดเกราะสัมฤทธิ์ในกระเป๋าเป้ออกมาสวมใส่ ดีนก็เช่นเดียวกัน ภาพอาจดูประหลาดไปเสียหน่อยเพราะคนธรรมดาคงเห็นเขาเป็นช่างประปา ส่วนรีชาแต่งตัวเป็นสาวน้อยเวทมนตร์การ์ดแคปเตอร์ หลังจากแต่งองค์พร้อมรบเด็กหญิงก็เอื้อมมือไปจับกับพี่ชายต่างวัยไว้ ทั้งสองบอกลากับคุณแม่มาเรียนน่า แล้วออกเดินทางสู่จุดหมายตามเบาะแสที่ได้รับมา


รับรู้ข่าวลือ: ชาวนิวยอร์กถูกทำร้ายในฝัน +10 EXP
ได้รับเบาะแสภารกิจ [Midnight Volumn Club]

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ 10 EXP โพสต์ 2024-4-15 15:34
God
ดีไม่ช่างแอร์ 555+  โพสต์ 2024-4-15 15:34
โพสต์ 43871 ไบต์และได้รับ 24 EXP!  โพสต์ 2024-4-15 15:27
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
โพสต์ 2024-5-17 22:29:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Nanette เมื่อ 2024-5-17 22:41

Nanette Leblanc
Central Park (1 PM)


สวนสาธารณะใจกลางเมืองนิวยอร์กในตอนนี้ไม่ได้มีผู้คนเยอะนัก สาเหตุเพราะนี่ไม่ใช่เวลาเย็นหรือเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงไม่มีคนนิวยอร์กหรือนักท่องเที่ยวมาใช้เวลาพักผ่อน ณ ที่แห่งนี้เสียเท่าไหร่ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่อย่างนั้นชาวเมืองนิวยอร์กคงได้ฟังเด็กสาวจากฝรั่งเศสเอาแต่บ่นไปตลอดทางแน่ ๆ


แต่ถึงจะไม่มีผู้คนมากมายเดินเฉียดกายให้หงุดหงิดใจ แต่ใบหน้าน่ารักของนาแนตต์ก็มู่ทู่ เหตุเพราะแสงแดดร้อน ๆ ที่ส่องลงกลางศีรษะพอดี ส่งผลให้เส้นผมสีบลอนด์อ่อนที่เจ้าของอุตส่าห์ตั้งใจม้วนลอนอย่างสวยงามต้องลีบแบนและชื้นเล็กน้อยเพราะเหงื่อ มือเล็กโบกไปมาตรงใบหน้าของตน หวังคลายความร้อนขณะเดินตามคุณครูและเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ไปตามทาง ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าทุกคนจะเดินไปไหนกัน


หากใครสงสัยว่าเหตุใดเด็กสาวจากบลัวส์ถึงได้มาอยู่ใจกลางมหานครแห่งนี้ นาแนตต์จะเฉลยให้ก็ได้ว่าโรงเรียนของเธอนั้นพานักเรียนที่ได้รับคัดเลือกมาทัศนศึกษา วิชาประวัติศาสตร์และตำนานกรีก ถึงจะบอกว่าได้รับคัดเลือก จากผลการเรียนและความประพฤติก่อนหน้านี้ แต่นาแนตต์กลับได้รับคัดเลือกจากเงินของผู้เป็นพ่อที่ยื่นไปใต้โต๊ะคุณครูเสียอย่างนั้น บอกตามตรงว่าตอนนี้เธอชักจะรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดแล้วที่อยากมาด้วย



นอนอยู่บ้านสวย ๆ ซะก็ดี



“โอ๊ย!” ขณะที่กำลังหงุดหงิดกับบรรยากาศอยู่ ลูกสาวของนักปรุงน้ำหอมชื่อดังจากฝรั่งเศสก็มีเรื่องให้หงุดหงิดใจเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อจู่ ๆ ก็มีใครที่ไหนก็ไม่รู้เดินมาชน นาแนตต์ขมวดคิ้วพลางยกมือลูบแขนที่โผล่พ้นเสื้อสายเดี่ยวสีขาวของตัวเองจุดที่โดนชนไปมา


“ขอโทษที เจ็บตรงไหนมั้ย”


นาแนตต์ยกมือขึ้นเท้าเอว พลางจ้องไปที่เด็กคนนั้นเขม็ง คิดว่าตัวเองน่ากลัวที่สุดในชีวิตแต่สายตาที่คนอื่นมองมากลับเหมือนแมวขู่เสียมากกว่า


“เจ็บทุกตรงนั่นแหละ ชนกันมาได้ ไม่มีตาหรือไงห๊ะ”


เด็กหนุ่มผู้ตกเป็นจำเลยยิ้มแหย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มทั้งยังหลบสายตา “ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”


นาแนตต์ถอนหายใจ จะเอาความไปก็ดูจะไม่มีประโยชน์ ทั้งตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนก็ดูเหมือนจะรั้งท้ายกลุ่มเสียแล้ว “ครั้งนี้ฉันจะฝากเอาไว้ก่อนก็ได้”


อีกฝ่ายยิ้มกว้างเมื่อได้ยินดังนั้น นาแนตต์ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย กำลังจะก้าวเท้าออกเดินตามขบวนโรงเรียนของตนต่อแต่ก็ชะงักไว้ด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มคนเดิม


“ว่าแต่เธอ… นาแนตต์ใช่มั้ย”


บอกตามตรงว่าเธอจำไม่ได้หรอกว่าคนตรงหน้าคือเด็กในโรงเรียนเดียวกันที่มาทัศนศึกษาด้วย หรือเป็นแค่วัยรุ่นหลงทิศในเซ็นทรัลพาร์ค แต่พอโดนถามชื่อแบบนั้นก็รู้แล้วว่าเขาต้องเป็นเพื่อนร่วมชั้นแน่ ๆ


เด็กสาวมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาใส่เสื้อฮู้ดตัวใหญ่สีทึมทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ร้อนตับจะแตก กางเกงยีนส์สีซีดตัวใหญ่ และถ้าสังเกตดูให้ดี ๆ จะเห็นว่าถ้ายืนของนายคนนี้แปลก ๆ อีกด้วย “ใช่แล้วทำไม ถ้าไม่ใช่แล้วจะทำไม” นาแนตต์กอดออกเชิ่ดหน้าอย่างถือดี


“เปล่าหรอก ฉันแค่อยากแนะนำตัว ฉันคีชานะ” นายที่ชื่อคีชายิ้มแห้งก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวพลางยื่นมือออกมาตรงหน้า แต่เด็กสาวทำเพียงมองนิ่งจนเขาต้องดึงมือกลับไป “ยินดีที่ได้รู้จัก”


“อือ” นาแนตต์พยักหน้าเพียงเท่านั้น ดวงตากลมมองข้ามไหล่คีชาไปแล้วพบว่าตอนนี้กลุ่มครูและนักเรียนโรงเรียนของพวกเขาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ “คีชานายนี่มัน ตอนนี้พวกเราโดนทิ้งแล้ว!”


“นาแนตต์”


“อะไร!”


นาแนตต์กระแทกเสียง รู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีกทีตัวเองถูกกลุ่มทิ้งทั้งคีชาก็ดูเหมือนจะไม่สนใจฟังกัน ดูจากท่าทางที่เด็กหนุ่มจดจ้องอะไรบางอย่างด้านหลังเธอด้วยสีหน้าตื่นตะหนกอย่างสังเกตได้


“อย่าหันไปมองด้านหลังนะ”


“ทำไม” เสียงใสแหลมสูงเล็กน้อยเอ่ยถามออกมาแต่ไม่ได้รอฟังคำตอบ นาแนตต์หันไปมองด้านหลังของเธอทันทีที่คีชาพูดจบ สายตาของเธอยังโฟกัสอะไรไม่ได้ แต่แล้วเธอก็เห็นเด็กวัยประถมคนหนึ่งจ้องมาที่ทั้งคู่ แล้วค่อย ๆ วิ่งเข้ามาใกล้


“นาแนตต์” คีชาเริ่มเสียงสั่น พลางก้าวถอยหลังช้า ๆ “หน…หนีเร็ว”


“ว่าไงนะ” ไม่กี่วินาทีต่อมานาแนตต์ก็เข้าใจสถานการณ์ เมื่อเด็กน้อยคนนั้นเริ่มกลายร่างเป็นกวางมูสวิ่งสองข้างตรงมายังพวกเขา “นั่นมันอะไรกัน”


“วิ่ง!”


เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของคีชาดังขึ้น พร้อมกับร่างของทั้งสองคนที่ออกวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต นาแนตต์แทบจะกรี๊ดออกมาเพราะเด็กสาวไม่ชอบการต้องออกแรงใด ๆ แต่ถ้าไม่วิ่งเธอก็รู้ว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสได้วิ่งอีก


“ไอ้ตัวนั้นมัน มันคือสัตว์ประหลาดที่ฉันชอบเจอใช่มั้ย”


“ใช่ แต่ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ต้องหนีก่อน”


พวกเขาหาทางออกจากสวนสาธารณะให้เร็วที่สุด แต่ด้วยความที่พื้นที่นี้กว้างใหญ่ ทำให้ต้องใช้เวลา ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าเจ้ากวางมูสที่พวกเขาเห็น กับคนอื่นที่มาใช้เวลาในสวนสาธารณะนั้นจะยังเห็นเป็นเด็กประถมวิ่งไล่ทั้งสองคนเช่นเดิม


“ฉันต้องหารถ”


“แล้วรถนายอยู่… ทะ… ที่ไหน” นาแนตต์เริ่มรู้สึกว่าจะหายใจไม่ทัน ดวงหน้าขาวตอนนี้เริ่มแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยและร้อน เธอรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงจนจะหลุดออกมา และขาก็เริ่มสั่น “ฉะ…ฉันเหมือนจะวิ่งไม่ไหวแล้ว”


“อย่าเพิ่ง!” คีชาว่าก่อนจะคว้าข้อมือเด็กสาวเอาไว้แล้วฉุดให้วิ่งตามมาด้วยกัน เด็กหนุ่มร่วมโรงเรียนที่นาแนตต์จะได้รู้ต่อไปว่าคือแซเทอร์ผู้นำทางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาจุดที่ตัวเองจอดรถยนต์ทิ้งเอาไว้ ก่อนจะพบว่ามันอยู่ไม่ไกลจากทางซ้าย


“กรี๊ดดดดดดด” เสียงของนาแนตต์ดังขึ้นจนคีชาสะดุ้ง ก่อนที่ถังขยะจะลอยเฉียดพวกเขาไปนิดเดียว คีชาหันไปมองด้านหลังพบว่าเจ้าอสูรกายคล้ายกวางมูสตัวนั้นใช้เขาเกี่ยวถังขยะแล้วโยนมาทางพวกเขา


“ทางนี้!” แซเทอร์ตะโกน แล้วเขาก็มาถึงรถจนได้ “ขึ้นมาเร็ว!”


นาแนตต์ไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจ เธอรีบเปิดประตูรถยนต์เข้าไปนั่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงปลดล็อค ก่อนที่คีชาจะเหยียบคันเร่งให้มันพาพวกเขาออกไปจากที่นี่




εїз




“เธอโอเคมั้ย”


หลังจากที่ภายในรถเงียบอยู่นาน เมื่อคีชามั่นใจแล้วว่าพวกเขาไม่โดนตาม แซเทอร์ก็เอ่ยถามมนุษย์ครึ่งเทพที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ ดูเหมือนนาแนตต์จะยังตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กสาวพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติทั้งยกมือขึ้นแนบอกราวกับหวังว่ามันจะช่วยให้หัวใจของเธอเต้นช้าลง


“ฉันดูเหมือนคนโอเคเหรอ”


ทว่าคำถามกลับไม่ได้รับคำตอบ คีชายักไหล่ เพราะหากนาแนตต์ยังคงต่อปากต่อคำได้แสดงว่าเธอก็สบายดีในระดับหนึ่ง


ภายในรถเงียบลงอีกครั้งจนพวกเขาผ่านตึกสูงในนครนิวยอร์กมาหลายหลัง เสียงขอวเด็กสาวก็ดังขึ้นอีกครั้ง


“เอาล่ะ นาย บอกฉันมาให้หมดเลยนะว่าเรื่องเมื่อกี้นี้มันคืออะไร”


นาแนตต์ขยับตัวหันมาจ้องใบหน้าด้านข้างของคีชาเขม็งจนแซเทอร์ยังรู้สึกประหม่า เขาลอบกลืนน้ำลายน้อย ๆ ก่อนจะละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมาปลดกางเกงยีนส์ตัวเอง


“นะ…นายจะทำอะไร ไอ้บ้า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” นาแนตต์ร้องขึ้นเสียงดัง พลางยกมือปิดตา รู้สึกกลัวขึ้นมาเหมือนหนีเสือปะจระเข้อย่างไรอย่างนั้น


แต่ทว่าคีชายังถอดกางเกงยีนส์ของตัวเองอย่างใจเย็น เผลอให้เห็นส่วนล่างของร่างกายที่เหมือนกับร่างกายของแพะ


“หันมาดูสิ”


“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ดูอะไร ฉันไม่ดูหรอกนะ!” ถึงจะปิดตาแต่ก็ยังด่าได้รัว ๆ คีชาถอนหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น


“ฉันไม่ได้โป๊หรอกนะ ถ้าเธออยากได้คำอธิบายเรื่องต่าง ๆ ก็หันมาดูนี่”


นาแนตต์นิ่งไป ก่อนที่เด็กสาวจะค่อย ๆ แง้มนิ้วมือของตัวเอง คราแรกก็มองลอดนิ้วก่อน พอเห็นว่าไม่ใช่ภาพอุจาดตาแบบที่คิดก็เปิดมือของตัวเองออก ก่อนที่เด็กสาวจะอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่าคีชาเป็นครึ่งคนครึ่งแพะ


“นาย ทำไมถึง…”


“ฉันคือแซเทอร์ เป็นผู้ที่จะพาเด็ก ๆ สายเลือดครึ่งเทพกลับไปยังค่ายฮาล์ฟบลัด”


“ฮาล์ฟอะไรนะ”


“ฮาล์ฟบลัด เดาเอาว่าก่อนหน้านี้เธอมักจะเจออะไรแปลก ๆ อย่างสัตว์ประหลาดหน้าตาน่ากลัวไล่ตามใช่มั้ย” คีชาละสายตาจากถนนหันมามองเด็กสาวแว๊บหนึ่งก่อนจะตั้งใจขับรถต่อ “นั่นเป็นเพราะกลิ่นของมนุษย์ครึ่งเทพมันล่อให้พวกอสุรกายมาหา”


“เดี๋ยว ๆ ฉันตามไม่ทัน”


“มนุษย์ครึ่งเทพ ก็ตามชื่อ เธอเป็นลูกของมนุษย์และก็เทพ”


“เทพไหน”


“เทพโอลิมปัส เธอน่าจะรู้นะ”


“ฉันเนี่ยนะ?” นาแนตต์ถามเสียงสูง


“เธอไม่เคยรู้จักแม่ใช่มั้ยล่ะ เพราะแม่ของเธอเป็นเทพีบนโอลิมปัสไงนั่นคือสาเหตุ”


ถึงแม้จะยากเกินที่จะเชื่อ แต่เมื่อคิดตามแล้วอะไร ๆ ทุกอย่างมันก็เข้าเค้า ทั้งสัตว์ประหลาด หรือคีชาที่มีร่างกายครึ่งแพะ และปริศนาของแม่ของเธออีก


“ละ..แล้วฉันต้องทำไง ฉันไม่อยากโดนตามล่าจากพวกตัวเหม็นหน้าตาน่ากลัวหรอกนะ”


“ฉันเลยมาที่นี่เพื่อพาเธอไปยังค่ายฮาล์ฟบลัดยังไงล่ะ ที่นั่นเราจะฝึกเด็กครึ่งเทพทุกคนจนกว่าจะดูแลตัวเองได้ แล้วพวกเธอจะได้ออกจากค่ายนี้ไป ก็เหมือนค่ายฤดูร้อนนั่นแหละ”


“ฉันไม่ชอบค่ายฤดูร้อน” เด็กสาวยกมือกอดอกพลางกระแทกตัวกับเบาะรถหันกลับมานั่งตัวตรงด้ววสีหน้ามู่ทู่ ค่ายฤดูร้อนเนี่ยนะ ไม่ได้น่าอภิรมย์ซักนิด เด็กหลายคนมาอยู่รวมกัน นอนรวมกัน กินข้าวด้วยกัน แค่คิดก็ได้กลิ่นไม่ดีแล้ว


คีชายิ้มแห้ง ยังไม่ทันได้พูดอะไรพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย ซึ่งนั่นก็คือที่พักของคณะทัวร์ที่พวกเขาเข้าร่วม


“มันอาจจะต้องทำใจหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าโดนไล่ล่าจากอสุรกายไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือไง เธออาจจะตายก็ได้นะ”


นาแนตต์เม้มปากแน่น คิดทบทวนเรื่องทุก ๆ อย่างแล้วก็ตัดสินใจได้ว่าเธอยังไม่อยากตาย


เมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีท่าทีอ่อนลง คีชาก็พูดต่อ “รีบเก็บของเถอะ ก่อนที่จะมีตัวอะไรตามพวกเรามาอีก”

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 58371 ไบต์และได้รับ 30 EXP!  โพสต์ 2024-5-17 22:29
โพสต์ 58,371 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย  โพสต์ 2024-5-17 22:29
โพสต์ 58,371 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2024-5-17 22:29
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาหลากสี
ชุดบำรุงอาวุธ
หมวกปีกกว้าง
ต่างหูเงิน
หอมเย้ายวน
ดาบสัมฤทธิ์
มีดสั้นสัมฤทธิ์
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
โพสต์ 2024-6-27 18:37:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด

◇◆ 91 ◇◆


รู้อีกทีไบร์ทก็วิ่งฝ่ากองทัพน้ำแข็งมาซะแล้ว ดูเหมือนพวกอสูรที่ฉันได้เจอด้วยจะเป็นพวกลูกกระจ๊อกเป็นส่วนใหญ่ทำให้สามารถฝ่าออกมาได้ด้วยการใช้อาวุธอันแยบยลและเทคนิคมั่ว ๆ


ที่นี้แหละมาเข้าสู่ถึงความหรรษากันดีกว่า เหล่าชาวค่ายต้องการความช่วยเหลือ และความช่วยเหลือที่ใกล้ที่สุด เพอร์ซี่ แจ็คสัน บุตรแห่งโพไซดอน


หัวเดียวกระเทียมลีบของแทร่


จะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือหรือพึ่งพาใครก็ไม่ได้เลย ดันมีแค่ไบร์ทเนี่ยสิที่ออกมาได้ แล้วไหงดันเป็นฉันที่ได้ออกมา !


ถึงยุ่งวุ่นวายไปบ้าง ตัวฉันติดรถคนผ่านทางมาด้วยการดีลลับเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกฝ่ายเองกำลังไปเซ็นทรัลพาร์ก ใช่แล้ว สวนสาธารณะในนครนิวยอร์ก ตั้งอยู่ระหว่างย่านอัปเปอร์เวสต์ไซด์และอัปเปอร์อีสต์ไซด์ ของเขตแมนแฮตตัน


เมื่อมาถึงที่สวนสาธารณะ ไบร์ทหาที่นั่งหยิบสมุดเลคเชอร์เล่มเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ ไล่เปิดดูบันทึกที่ตัวเองจดเอาไว้ พิกัดอะพาร์ตเมนต์ครอบครัวแจ็คสัน


East 104th and 1st, Upper East Side, Manhattan, New York City


ร่างสูงเดินจ้ำอ้าวก้าวเท้ายาว ๆ รองเท้าบูทกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ ผสมเสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งบนพื้นที่รองเท้าฉันเดินเหยียบ


“ที่นี่สินะ” พึมพำบอกตัวเอง 


ฝ่ามือเคาะลงบนบานประตูหน้าห้อง มั่นใจว่าจะต้องมีคนพักอยู่ด้านในแน่นอน ‘ก็ฉันน่ะเอาหูแนบประตูฟังเสียงแล้วยังไงล่ะ’ 


เคาะประตูรอบแรกดูจะไม่เป็นผล ไบร์ทเคาะอีกรอบพร้อมเอ่ยเสียงทุ้มห้าว “สวัสดีมีใครอยู่ไหม ? มีแน่ ๆ ไม่ต้องมาเนียนเลย”


“.....”


“ฉันมาจากค่ายฮาล์ฟบลัด”


เท่านั้นก็มีฝีเท้าของใครบางคนเดินย้ำมาเปิดประตูเผยให้เห็นร่างหญิงสาววัยกลางคนผมสีน้ำตาลและมีดวงตาสีฟ้า


“คนของค่ายฮาล์ฟบลัด ?”


“เยสเซอร์” ไบร์ทประเมินผู้หญิงตรงหน้า “คุณแซลลี่ แจ็คสัน ใช่หรือเปล่า”


“ใช่ เป็นฉันเอง”


“เยี่ยม ! ถ้างั้นก็พาฉันไปหาคุณเพอร์ซี่หน่อย”


แซลลี่เชิญไบร์ทเข้าอะพาร์ตเมนต์ ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของอาคารห้าชั้น “ลูกรัก มีเพื่อนที่ค่ายมาหา”


เจ้าของชื่อเปิดประตูพรวดออกมาจากห้องนอน สวมใส่แจ็คเก็ตสีน้ำเงิน นัยน์ตาสีฟ้าจ้องผู้มาเยือนอย่างงงงวย เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดวงตาเลื่อนลงเห็นเสื้อยืดสีส้ม เป็นเสื้อยืดของค่ายฮาล์ฟบลัด “สวัสดี”


“สวัสดีเช่นกันคุณเพอร์ซี่ ฉันไบร์ท เอมส์”


“มีธุระอะไรหรือเปล่า”


“งั้นก็เข้าเรื่องกันเลยเนาะ จะได้อธิบายทีเดียวรอบเดียวจบ” ไบร์ทพูดเสียงสบาย ๆ “อ๋อฉันเป็นลูกโพไซดอน พ่อเดียวกันกับนายด้วย”


“เดี๋ยวก่อน เธอ” เพอร์ซี่ชี้มายังตัวไบร์ท “เป็นธิดาแห่งโพไซดอนเหรอ” 


“ใช่”


เพอร์ซี่มีสีหน้าผ่อนคลายลงเมื่อรู้ว่าอีกฝ่าย มีศักดิ์เป็นน้องสาว จากตอนแรก ๆ หน้าเคร่งขรึม 


ไบร์ทเล่าเรื่องค่ายโดนบุกรุกโดยกองทัพยีเมียร์ ที่ได้มาเยือนยังลองไอส์แลนด์พร้อมกองทัพยักษ์น้ำแข็งของมัน เพอร์ซี่นั่งไม่ติดเก้าอี้ หลังได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น 


“ดังนั้นคงต้องขอยืมพลังคุณแล้วหน่อยล่ะ พี่ชาย”





แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 20085 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2024-6-27 18:37
โพสต์ 20,085 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก ตรีศูลน้อย  โพสต์ 2024-6-27 18:37
โพสต์ 20,085 ไบต์และได้รับ +8 ความศรัทธา จาก GPS ทะเล   โพสต์ 2024-6-27 18:37
โพสต์ 20,085 ไบต์และได้รับ +4 ความศรัทธา จาก น้ำหอมบุรุษ  โพสต์ 2024-6-27 18:37
โพสต์ 20,085 ไบต์และได้รับ +6 EXP +8 เกียรติยศ +6 ความศรัทธา จาก ชุดเครื่องเพชร  โพสต์ 2024-6-27 18:37
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไซฟอสออฟเดอะฟอลเลน
ควบคุมน้ำ
ตรีศูลน้อย
เข็มทิศมหาสมุทร
น้ำหอมบุรุษ
ชุดเครื่องเพชร
หมวกนีเมียน
ฟองอากาศแห่งชีวิต
ภูมิคุ้มกันเปียก
แว่นกันแดด
เกราะหนัง
กำไลหินนำโชค
หายใจใต้น้ำ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x17
x2
x3
x2
x3
x3
x20
x4
x6
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้