[เนินฮาล์ฟบลัด] อะธีน่า พาร์เธนอน

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×


อะธีน่า พาร์เธนอน





อะธีน่า พาร์เธนอน เป็นเป็นรูปปั้นสูงสี่สิบฟุตของเทพีอะธีน่า 

ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นรูปปั้นสุดแสนสำคัญในวิหารพาร์เธนอนแห่งเอเธนส์

ปัจจุบันได้ถูกคณะเดินทางคำพยากรณ์เจ็ดวีรบุรุษขนย้ายกลับมา

ตั้งบนเนินฮาล์ฟบลัด ใกล้กับประตูค่าย เพียงผู้เดินเข้ามาบริเวณเนิน

จะพบเห็นรูปปั้นสูงตระหง่านสีทองเปล่งประกายมีราศีแผ่พลังอำนาจตั้งอยู่

โดยรูปปั้นจะหันหน้าเข้ามาหาค่าย ทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกเหมือน

เทพีอะธีน่ามองตลอดเวลา


โดยพลังของรูปปั้นจะยิ่งแข็งแกร่งเมื่อมีเดมี่ก็อตอาศัยอยู่ในค่ายจำนวนมาก

เมื่อมีผู้บุกรุก หากมีพลังเพียงพอรูปปั้นจะยิงลำแสงพลังงานไปที่เป้าหมาย

แต่หากในค่ายเดมี่ก็อตมีจำนวนน้อย ลำแสงจะแทบไม่มีดาเมจใด ๆ






ประวัติรูปปั้นอะธีน่าพาร์เธนอน

เมื่อชาวโรมันยึดครองเมืองของชาวกรีกแล้ว เพื่อเป็นหนทางในการบ่อนทำลายอะธีน่าและจิตวิญญาณชาวกรีก เหล่ากึ่งเทพโรมันได้ยึดเอาอะธีน่าพาร์เธนอน 

และพวกกึ่งเทพโรมันได้จัดากรซ่อนรูปปั้นไว้ในเทวสถานใต้ดิน

พวกเขาได้สาบานกันไว้ว่ารูปปั้นนี้จะไม่ได้เห็นแสงสว่างในตอนกลางวันอีกต่อไป 

เมื่ออะธีน่ากลายเป็นมิเนอร์วา เธอก็สูญเสียสถานะของเธอในฐานะเทพีแห่งสงคราม การยึดครองพาร์เธนอน ถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นอะธีน่า 

และเป็นที่มาของความขัดแย้งชั่วนิรันดร์ระหว่างเทพกรีกและโรมัน 

ตามตำนานในหมู่ชาวโรมัน สงครามกลางเมืองระหว่างชาวกรีก

และชาวโรมันทุกครั้ง ล้วนถูกเริ่มต้นจากลูกหลานของอะธีน่า ในทุกรุ่นต่อ ๆ มา

หลังจากการยึดครองพาร์เธนอน อะธีน่าได้สั่งให้ลูกคนหนึ่งของเธอกู้รูปปั้นนี้ 

โดยติดตามเครื่องหมายแห่งอะธีน่าผ่านกรุงโรม โดยรูปปั้นพาร์เธนอนนั้น

ได้รับการปกป้องโดยอารัคเน่ ซึ่งถักใยแมงมุม ไว้รอบ ๆ 

เพื่อป้องกันไม่ให้ตกสู่ทาร์ทารัส ความโกรธของอะธีน่าเหลือเพียงแผ่นกระเบื้อง

และใยแมงมุมบาง ๆ ระหว่างห้องของอารัคเน่และหลุมตรงไปยังทาร์ทารัส 

ที่ซึ่งความคิดอันเกรี้ยวกราดของสัตว์อสุรกายที่อยู่เบื้องล่างค่อย ๆ คลานออกไปที่พื้นคอกม้า ลูก ๆ ของอะธีน่าทั้งหมด ต่างล้มเหลวในการนำรูปปั้นกลับมา


ในที่สุดแอนนาเบ็ธ เชส เธอก็ได้ทำภารกิจประสบความสำเร็จ

โดยที่พี่น้องของเธอรุ่นต่อรุ่นต่างล้มเหลว เธอติดตามรอยตราแห่งอะธีน่า

ไปยังห้องของอารัคเน่ได้สำเร็จ แม้ว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า 

แต่เธอก็ยังเอาชนะอารัคเน่และขังนางไว้ในคุกทอของนางเอง 

ซึ่งเกี่ยวข้องกับบรรทัดในคำพยากรณ์เจ็ดวีรบุรุษ


เมื่อเรืออาร์โก้ II มาถึง โดยการระเบิดเปิดเพดาน และส่งเศษซากลงมาในห้อง 

ทำลายพื้นซึ่งอารัคเน่เชื่อว่ามันจะนำไปสู่​​ทาร์ทารัส และนางก็ร่วงตกลงไปในหลุม 

ในขณะที่ ลีโอ วัลเดซ , แฟรงก์ จาง และเจสัน เกรซ ต่างรักษาความปลอดภัย

ให้กับรูปปั้นอะธีน่าพาร์เธนอน แต่แทบจะไม่สามารถใส่มันเข้าไปในเรือได้ 

เพราะขนาดใหญ่เกินไป พวกเขาจะใช้รูปปั้นเพื่อสันติภาพ

แทนการทำสงครามตามที่แอนนาเบธตัดสินใจ 

อย่างไรก็ตาม ตัวแอนนาเบธและเพอร์ซีย์ แจ็กสัน 

ได้ถูกลากเข้าไปในหลุมที่นำไปสู่ทาร์ทารัสโดยอารัคเน่


อะธีน่า พาร์เธนอน ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของเรืออาร์โก้ II ซึ่งเป็นห้องผู้ป่วยและคอกม้า 

ลีโอบอกว่าเขาพยายามค้นหาอาวุธหรือเครื่องจักรลับในรูปปั้น แต่ก็ไม่มีเลย 

ลีโอถูกจับได้ว่าจับไนกี้ตัวจิ๋วที่อยู่ในมือของอะธีน่า และในที่สุดนิโค, เรย์นา 

และโค้ชเฮดจ์ได้มาถึงเรืออาร์โก้ II เพื่อขนรูปปั้นกลับไปที่ค่ายฮาล์ฟบลัด 

เพื่อเป็นแนวทางในการชดใช้ แม้ว่าโค้ชเฮดจ์จะเชื่อว่าพวกเขาควรยิงมัน

ไปที่ไกอาในรูปแบบขีปนาวุธก็ตาม 


ตลอดการเดินทางของนิโค เรย์นา และโค้ชเฮดจ์ เต็มไปด้วยอันตราย

ผ่านการเดินทางผ่านเงาของนิโค เพื่อนำอะธีน่า พาร์เธนอนกลับคืนสู่ค่ายฮาล์ฟบลัด

พวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายมากมาย และการเดินทางผ่านเงาครั้งนี้เกือบคร่าชีวิตของนิโค ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือของเพกาซัสแบล็๋กแจ็ก และเพื่อนของมันอีกหกตัว พวกเขาก็ไปถึงลองไอส์แลนด์ แต่ไม่สามารถเข้าใกล้ค่ายได้ 

เนื่องจากมีผู้โจมตีชาวโรมันอยู่รอบ ๆ ค่าย ซึ่งสามารถยิงพวกเขาร่วงได้ทุกเมื่อ 

เพื่อความปลอดภัย พวกเขาลงเรือยอร์ช และแม้ว่าเพกาซัสจะต้องออกไป 

พวกเขาก็ยังได้แบล็กแจ็กและเพกาซัสตัวอื่น ๆ อยู่และช่วยพารูปปั้นไปตลอดทาง

ไมเคิล คาฮาเล่ , ดาโกต้า และ ไลล่า พยายามจับกุมพวกเขา 

แต่คาฮาเล่ถูกปราบโดยไทสัน และดาโกต้ากับไลล่าที่ล้มเหลว 

เรย์นาจึงได้ส่งโค้ชเฮดจ์กลับไปที่ค่ายพร้อมกับไทสัน, เอลล่า และ เรนโบว์ 

เนื่องจากภรรยาของเขากำลังจะคลอด และ นิโคกับชาวโรมันอีกสองคน

เพื่อหยุดผู้ก่อเหตุในขณะที่เธอวางแผนที่จะนำรูปปั้นมาเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น


โอไรอันโจมตีและพยายามที่จะทำลายรูปปั้นและสังหารเรย์นา 

แต่ด้วยความช่วยเหลือของอะธีน่าและเบลโลน่า ในที่สุดเรย์นาก็สามารถสังหารเขาได้

แม้ว่าแบล็กแจ็กจะได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ตาม เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น 

ในขณะที่ค่ายกำลังจะเข้าสู่สงคราม เรย์นาก็มาถึงพร้อมกับเพกาซัส

และอะธีน่าพาร์เธนอน และมอบมันคืนให้กับชาวกรีกเป็นของขวัญแห่งการคืนดี 

การปรากฏตัวของรูปปั้นนี้ช่วยหยุดยั้งสงครามและรักษาความแตกแยก

ระหว่างกรีกและโรมัน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาบุคลิกที่แตกแยกของเหล่าทวยเทพ ทำให้พวกเขาเข้ามาช่วยเหลือ 7 วีรบุรุษในการต่อสู้กับยักษ์ในภาคกรีกของพวกเขาได้ทันท่วงที


ในที่สุด เมื่อไกอาตื่นขึ้น ก็ได้มีการเปิดเผยว่าพลังของรูปปั้นสามารถรั้งเธอ

ไว้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แม้ว่าเธอจะพิสูจน์ได้ว่ามีพลังเกินกว่าที่แม้แต่อะธีน่า พาร์เธนอนก็ยังไม่สามารถรั้งเธอไว้ได้ตลอดไป หลังจากที่ไกอาพ่ายแพ้ 

ทั้งสองค่ายก็ได้สร้างสันติภาพอย่างเป็นทางการ 

และ ตอนนี้อะธีน่า พาร์เธนอนก็ได้ตั้งดำรงอยู่บนเนินเขาของค่ายฮาล์ฟบลัด

กางอาณาเขตม่านพลังปกป้องค่ายช่วยเสริมพลังของหนังแกะทองคำได้อีกชั้น







  สำหรับสายเลือดอะธีน่าปลดพลังที่อะธีน่า พาร์เธนอน
จะได้รับโบนัสการปลดพลัง +2 Point 
แต่ใช้ตื่นรู้มากขึ้น 1 จุด




สำหรับถวายศรัทธาต่ออะธีน่า

บูชาด้วยความศรัทธา: จาก +50 ได้เป็น +60 แทน
บูชาถวายเกียรติยศ: 
30 EXP, +30 ความโปรดปรานต่ออะธีน่า



สำหรับสละความแข็งแกร่งแก่เพื่อน

1) ต้องมีความโปรดปรานกับเทพีอะธีน่าทั้งสองคน คนละ 4 หัวใจ
2) สร้างสตอรี่โรลเพลย์ที่นี่ เกี่ยวกับการบูชาเทพีทั้งคู่กับเพื่อน (โคโรล)
3) เทพีปรากฎกายก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง เมื่อฝ่ายมอบให้ตกลง
ก็เชื่อมสายใยทั้งสอง ในระหว่างกระบวนการนี้ผู้มอบพลังให้
จะต้องเลือกความทรงจำที่จะให้เพื่อนเห็น 1 ความทรงจำ

การถ่ายโอน Level สามารถถ่ายโอนได้สูงสุด 15 Level
และทำการได้ 3 เดือนต่อครั้ง

และ Point จะติดลบตามจำนวน Level ที่ลดลง





แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 22898 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2024-5-31 09:30
โพสต์ 2024-6-1 20:54:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด

◇◆ 84 ◇◆


ฉันหิ้วกระเป๋าเดินมาเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงทางออกนอกค่าย สายตามองตรงรูปปั้นสูงสี่สิบฟุตของเทพีอะธีน่า 


"เจ้าหญิงน้อย" ไบร์ทลูบฮาร์ปี้ตัวเล็กตัวน้อยซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงมอนเตอร์ น่ารัก กว่าฮาร์ปี้ทุกตัวบนโลกใบนี้ พลังแห่งการอวยยืนหนึ่ง


เจ้าตัวน้อยเกาะไหล่ตาแป๋ว ฉันวางแพลนออกนอกค่ายไปที่มหาลัย MIT สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และต้องออกลองไอส์แลนด์ไปยังเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์


ระยะทางที่คำนวณไว้ก็ราว ๆ 241 ไมล์ เป็นเส้นทางใช้รถส่วนตัว เกือบ 5 ชั่วโมง ยกเว้นเดินทางด้วยรถขนส่งโดยสาร ที่มีอ้อมหลายต่อ ไบร์ทโทรแจ้งบริการเรียกรถยนต์ส่วนตัวถัดเจอกันหน้าตลาดนัดลองไอส์แลนด์ ใกล้เนินฮาล์ฟบลัด


อีกไม่กี่วันจะถึงวันรายงานตัว สาขาที่ไบร์ทกำลังต่อใน ป.เอก และไปหาน้องสายตัวแสบสองคนที่เลือกมหาลัยเดียวกันกับฉัน คนละคณะสาขา อาร์มี่เองก็ติดต่อฉันมาตลอด ดูเหมือนเขาจะถึงหอพักก่อนแล้ว


"เทพีอะธีน่า ฉันขอมอบความแข็งแกร่งให้แก่ฮาร์ปี้น้อยตัวนี้" ไบร์ทภาวนาถึงเทพีอะธีน่าด้วยจิตใจอันมุ่งมั่น 


คนภายนอกที่ไม่ใช่เดมิก็อดมองเห็นอสุรกายเป็นนกธรรมดา 


"เอาล่ะ เสร็จสักที" พยายามเคลียร์หลาย ๆ ในวันเดียวเสร็จสรรพ ไอ้ฉันมันก็ห้าวซะด้วย พอออกนอกค่ายเปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตของโทรศัพท์มือถือ


อยู่คนเดียวไม่ได้เดือดร้อนใคร 


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เผยเบอร์คนขับรถที่ฉันจ่ายเงินจ้างไว้ติดต่อ "ตลาดนัดลองไอส์แลนด์แล้วนะครับ คุณไบร์ท"


"โอ้ มาเร็วจังแฮะ" ฉันพูดตอบกลับปลายสาย "กลับออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"


พอตัดสายทิ้ง ไบร์ทคุยกับฮาร์ปี้ "เจ้าหญิงน้อย พวกเราก็ต้องรีบไปกันแล้ว คงไม่อยากให้คนขับรถรอนานใช่ไหม"


มอบพลังแก่เบบี้ - ฮาร์ปี้

ถ่ายโอนความแข็งแกร่ง 10 level 


รางวัลแก่ผู้ถ่ายโอน: +500 เกียรติยศ และ +100 พลังใจ ต่อ 1 Level

รวมทั้งหมด 5000 เกียรติยศ และ 1000 พลังใจ


HEROES [วีรบุรุษผู้โปรดปราน] โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+25




แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-08] อะธีน่า เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2024-6-2 00:49
God
คุณได้รับ +5000 เกียรติยศ โพสต์ 2024-6-2 00:48
โพสต์ 12835 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2024-6-1 20:54
โพสต์ 12,835 ไบต์และได้รับ +4 ความศรัทธา จาก น้ำหอมบุรุษ  โพสต์ 2024-6-1 20:54
โพสต์ 12,835 ไบต์และได้รับ +4 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก ชุดเครื่องเพชร  โพสต์ 2024-6-1 20:54
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไซฟอสออฟเดอะฟอลเลน
ควบคุมน้ำ
ตรีศูลน้อย
เข็มทิศมหาสมุทร
น้ำหอมบุรุษ
ชุดเครื่องเพชร
หมวกนีเมียน
ฟองอากาศแห่งชีวิต
ภูมิคุ้มกันเปียก
แว่นกันแดด
เกราะหนัง
กำไลหินนำโชค
หายใจใต้น้ำ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x17
x2
x3
x2
x3
x3
x20
x4
x6
x1
โพสต์ 2024-6-5 21:31:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2024-6-6 05:57

166
อะธีน่า พาร์เธนอน

             ดีนและเลนน็อคมาที่รูปปั้นเทพีอะธีน่าขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ด้านนอกประตูค่ายและหันหน้าเข้ามา เคยได้ยินเด็กในค่ายร่ำลือกันว่ารูปปั้นของเทพีจะยิงแสงออกจากตาเหมือนซูเปอร์เกิร์ลเมื่อถูกอสุรกายรุกราน ดีนหวนนึกถึงตอนที่เขาช่วยแมคเคนซีที่หน้าประตูค่าย ตอนนั้นทำไมรูปปั้นของเทพีถึงไม่ยิงแสงช่วยเขาหว่า หรือว่านางช่วยแล้วแต่พลังงานไม่พอเพราะเดมิก็อดอยู่ในค่ายน้อยกันแน่นะ…

             จากนี้สิ่งที่ดีนต้องทำคือการติดต่อเทพีสำหรับการเดินทาง

             “เทพีอะธีน่าครับ”

             เพียงแค่ป้องปากตะโกนเรียกหาเทพีแห่งปัญญาและสงครามก็พุ่งลงจากฟากฟ้าเป็นลำแสงสีทองสว่างจ้า ชนิดที่ว่าหากเผลอมองเข้าไปตรง ๆ ตาอาจจะบอดได้ แม้นางจะปรากฏกายในร่างมนุษย์ทว่ายังคงแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดเกราะสีทองเต็มยศเช่นเดียวกันเมื่อตอนที่เจอกันครั้งล่าสุด อาจจะเป็นชุดทำงาน หรือไม่นางก็ชื่นชอบการแต่งคอสเพลย์

             “มากันแล้วรึเหล่าเดมิก็อดที่จะไปทำภารกิจของข้า”

             เทพียื่นมือออกมาด้านหน้าจากนั้นตั๋วรถไฟไปกลับสำหรับคนทั้งคู่ก็ปรากฏตรงหน้าพวกเขา ดีนรับตั๋วรถไฟมาดูหมึกพิเศษพิมพ์ระบุว่าพวกเขาต้องไปขึ้นรถไฟที่ชานชาลาหมายเลขเก้า สถานีต้นทางและปลายทางคือ ‘นิวยอร์ก - เคียฟ’ ส่วนที่นั่งเป็นแบบ 'ที่นั่งแบบอิสระ' ซึ่งพวกเขาต้องไปวัดดวงกันเองว่าจะได้นั่งหรือว่าต้องยืนไปจนถึงเคียฟ

             “งานนี้พวกเจ้าจะต้องเดินทางไปทำภารกิจกันเอง ซึ่งตั๋วรถไฟในมือของพวกเจ้าพาไปส่งแค่ที่เคียฟ หลังจากนั้นพวกเจ้าต้องเดินทางไปเมืองที่เป็นสมรภูมิด้วยวิธีของมนุษย์ สงครามครั้งนี้ถูกจุดชนวนขึ้นด้วยน้ำมือของบุตรแห่งเทพเปรุนดังนั้นเพื่อไม่ให้มันลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามโลกอีก ข้าจึงไม่อาจใช้พลังแทรกแซงส่งพวกเจ้าถึงที่หมายได้”

             เทพีอะธีน่าชิงกล่าวเหตุผลก่อนที่ดีนจะทันได้ถามราวกับรู้ดีว่าต้องตอบคำถามเหล่านี้แน่ ๆ ดีนจึงทำได้เพียงแค่รับฟังน้ำเสียงที่เคร่งเครียดนั้นสั่งงาน

             “จงกำจัดกูลที่จะมากินซากศพของเหล่าทหารหาญ ปกป้องวิญญาณของพวกเขาคนกว่าศพทั้งหมดจะได้รับการทำพิธีที่ถูกต้อง จนกว่าที่ธานาทอสจะมารับวิญญาณผู้เสียชีวิตทุกคนไปได้หมด”

             ‘อะไรนะ ธานอส?’

             ดีนได้แต่คิดในใจแต่ไม่กล้าถามเทพีอะธีน่าออกไปตรง ๆ เพราะเขารู้ว่านางหมั่นไส้บุตรแห่งโพไซดอนไม่มากก็น้อย เขาจึงรูดซิบปากปิดสนิทเงียบไม่อยากกวน

             “ศัตรูที่พวกเจ้าต้องต่อกรคือฝูงกูลจำนวนมาก อาจจะมากถึงยี่สิบตัวและยังมีจ่าฝูงอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นพวกเจ้าจงระวังอสุรกายรายทาง เดมิก็อดและทหารของฝั่งศัตรู เป็นไปได้จงหลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็น และเมื่อทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยจงใช้ตั๋วรถไฟเที่ยวกลับที่ไม่ระบุวันที่กลับมายังนิวยอร์กโดยสวัสดิภาพ มีใครสงสัยอยากถามอะไรบ้างไหม… ดี ถ้างั้นพวกเจ้าออกเดินทางกันได้เลย”

             จากนั้นเทพีอะธีน่าก็รีบร้อนจากไป ทิ้งให้ดีนยืนงง ‘ไหนบอกว่าจะให้ถามได้ไง…’ แต่ก็ช่างเถอะ นางอธิบายทุกอย่างไว้ค่อนข้างเคลียร์ แถมช่วงนี้เหตุการณ์ความไม่สงบบนโลกก็ระอุขึ้นแทบจะทุกภูมิภาค นางจึงไม่มีเวลาว่างเสียเท่าไร ไม่เหมือนเทพแห่งสงครามอีกคนที่ว่างเสียเหลือเกินจนมาข่มขู่คุกคามเด็ก ดีนได้ทำแผนการเดินทางคร่าว ๆ เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

             แต่ไหน ๆ อยู่ตรงหน้ารูปปั้นของเทพีทั้งที ดีนจึงอธิษฐานขอพรนางเสียหน่อย จากนั้นก็มอบเกียรติยศจำนวนมากบูชาแก่นางไปด้วยเลย

             ‘ด้วยเกียรติยศทั้งหมดที่มี ขอให้ภารกิจคราวนี้สำเร็จ ปราศจากคำว่าล้มเหลว ขอให้ทุกอย่างราบรื่น และพีทีเอสดีไม่กำเริบด้วยเทอญ’

             เมื่อขอพรเสร็จเรียบร้อยทั้งดีนและเลนน็อคก็ได้เดินทางออกจากค่ายฮาล์ฟบลัดไปยังสถานีแกรนด์เซ็นทรัล


เริ่มภารกิจ:
แม้มิอาจหยุดยั้งสงคราม แต่สามารถปกป้องผู้คนได้
--------------------------------------------------------
ข้า ดีน เอลวิน อัลวาเรซ นีล ขอถวายเกียรติยศแก่เหล่าเทพ
แก่เทพีอะธีน่า เทพีแห่งปัญญาและสงคราม
จำนวนเกียรติยศที่มอบให้: 3,000
+90 EXP, +15 ความโปรดปราน
BELIEVER (ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-08] อะธีน่า เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2024-6-5 23:02
God
คุณได้รับ 90 EXP โพสต์ 2024-6-5 23:02
God
คุณได้รับ --3000 เกียรติยศ โพสต์ 2024-6-5 23:02
โพสต์ 13341 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2024-6-5 21:31
โพสต์ 13,341 ไบต์และได้รับ +2 เกียรติยศ จาก นาฬิกาสปอร์ต  โพสต์ 2024-6-5 21:31
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
โพสต์ 2024-6-14 08:32:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด

◇◆ 88 ◇◆


ไบร์ทเดินทางกลับมายังค่ายฮาล์ฟบลัด สมองเบลอ ๆ จากการเรียนหนักของมหาลัยยังหลอนการสอบเมื่อสองวันที่แล้วไม่หาย 


อันที่จริงตัวฉันก็ไม่ได้อยากกลับมาค่ายในเร็ว ๆ นี้หรอกนะ เจ้าหญิงน้อยน่ะสิร้องตลอดเป็นอะไรก็ไม่รู้ พอปลอมประโลมก็ยังไม่หายงอแง บางทีฮาร์ปี้ตัวน้อยที่ฉันเลี้ยงอยู่จะคิดถึงฝาแฝดหรือเปล่า ยอมรับว่ารู้ทีหลังที่ฮาร์ปี้มีฝาแฝดอีกตัว


ซึ่งรู้แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อเจ้าของร้านไม่ต้อนรับสายเลือดโพไซดอนนี่น่า และเจ้าหญิงน้อย ฉันฝากซื้อเอามีบุตรธิดาแห่งเฮคาทีเปรียบเสมือนคนกลางระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ 


"หิมะตก ว้อททท ?"


ทางเดินป่าสนไปยังเนินเขา มีหิมะขาวตกปกคลุม


เกล็ดหิมะปลิวไสวไปในอากาศ มือของไบร์ทรองรับเกล็ดสีขาวสัมผัสถึงความเย็นในฤดูร้อน เอ่อ… นี่มันเพิ่งเริ่มต้นฤดูร้อนไม่ใช่หรอวะ


ต้นไม้สูงตระหง่านเต็มไปด้วยหิมะนวลขาว กิ่งก้านของพวกมันหนักแน่นไปด้วยเกร็ดปุยขาวนวลที่เย็น หิมะบาง ๆ ปกคลุมพื้นทั่วทุกทิศบนผืนดิน ดวงอาทิตย์โผล่ออกจากหลังเมฆเป็นครั้งคราว


ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนไม่เข้าใจเลยสัก !!!


เสียงฝีเท้าจากเบื้องหน้าทำให้ไบร์ทขมวดคิ้ว จำนวนเสียงเท้าที่ได้ยินค่อนข้างเยอะ ราวกับมีกองทัพนักรบเคลื่อนพล


"โอ้พระเจ้า" เห็นกองทัพยักษ์น้ำแข็ง ทันทีที่พวกสัตว์ประหลาดร้ายเห็นฉัน มันก็ส่งเสียงข่มขู่ไล่ต้อนเข้ามาหา


หยิบปืนชาร์จยิงตีฝ่ากลางวงล้อม วิ่งไปทางค่ายฮาล์ฟบลัด มีกระทั่งหมาป่าน้ำแข็งที่แววตาดุร้ายไม่มีความเป็นมิตรเอาซะเลย


"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน"


ควงมีดสั้นตอบโต้เหล่าสิ่งมีชีวิตที่รุกราน 


กองทัพยักษ์น้ำแข็งส่งมาชนม่านพลังที่แผ่จากขนแกะทองคำและรูปปั้นอะธีน่าพาร์เธนอน หวังทลายม่านพลังที่ปกคลุมค่ายแห่งนี้ โดยมีวัวโคลคีส 4 ตัว วิ่งไปแยกไปคนละทิศทาง "เฮ้ย ๆๆๆ อย่านะเว้ย ไอ้เวร"


เหนี่ยวไกปืนอัจฉริยะชาร์จยิง วัวโคลคีสที่มีระดับความแข็งแรงทนทาน ตัวมันยิงไม่เข้าเลยสักนัดเนื่องจากปกคลุมด้วยเกราะ 


ฉันใส่เดี่ยวอสุรกายกัดฟันสู้ยิบตา ถึงเกราะจะหนาแต่ไบร์ทเล็งยิงสวนเข้าทางปากที่พ่นไฟของมัน ลูกกระสุนทะลุผ่านเข้าไปทำลายส่วนด้านในจนเกิดความเสียหาย


พร้อมเสียงระเบิดดัง


ตู้มมมมมมมม


ทางฝั่งทิศเหนือกำจัดไปหนึ่งตัว ไบร์ทฉีกกระดาษแผ่นสีขาว เขียนข้อความด้วยลายมือเร่งรีบ ทิศไว้ให้คนในค่ายหน้าบริเวณรูปปั้นอะธีน่าพาร์เธนอน ก่อนวิ่งไปอีกจุดนึง



{ พวกมันส่งวัวโคลคีสหวังทลายม่านพลังของค่าย ถ้าใครเห็นจดหมายนี้ ช่วยนำไปส่งให้คนในค่ายทีแข็งแกร่งทีเถอะ มันใกล้จะทำลายม่านพลังได้แล้ว พิกัด ทิศใต้และทิศตะวันตก } 



ตอนนี้มันโคตรโกลาหล


วิ่งไล่ตามวัวโคลคีสอีกตัวมาทางเนินเขาฝั่งตะวันออก ฝีเท้าของมันชะลอลงหันมาวิ่งใส่ฉันแทน 


จากเป็นฝ่ายไล่ตามบัดนี้กลายเป็นฝ่ายถูกไล่ตามซะแล้วสิ อาวุธที่ใช้เป็นอาวุธระยะไกล ไบร์ทยิงสกัด ไม่ให้เข้ามาประชิดตัว แต่ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ การต่อสู้จะยิ่งยาวนานมากขึ้น คิดได้ดังนั้นจึงใช้ความได้เปรียบของสายเลือดโพไซดอน


ตัวไบร์ทสามารถใช้น้ำยาเยียวรักษาแผลได้ ฉะนั้นจึง สู้กับมันแบบซึ่ง ๆ หน้าอีกรอบ แขนเสื้อไหม้จากไฟ 


โยนเสื้อคลุมปิดหน้ามันก่อนยิงสวน ใช้เวลาอยู่พักใหญ่จนได้แผลเต็มตัว ปิดฉากวัวโคลคีสจนมันล้มลงสลายหายไป


คนเจ็บก็ต้องดูแลตัวเอง ไบร์ทพยายามพยุงร่างกายเดินกลับเข้าค่ายเพื่อไปหาน้ำนำมาใช้พลังเยียวยา 


กลับมากลับค่ายมาไม่ทันไรก็เจอเรื่อง ซวยเช็ด 



เคลียร์เวฟแรก 

ทิศเหนือและทิศตะวันออก





รางวัลดรอปหลังพิชิตวัวโคลคีส: +15 EXP และ ฟันเฟืองดรอปx2

รางวัลประสบการณ์เปิดอีเว้นท์: +15 EXP +1 Point





แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ 45 EXP โพสต์ 2024-6-14 11:37
โพสต์ 22397 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2024-6-14 08:32
โพสต์ 22,397 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก ตรีศูลน้อย  โพสต์ 2024-6-14 08:32
โพสต์ 22,397 ไบต์และได้รับ +8 ความศรัทธา จาก GPS ทะเล   โพสต์ 2024-6-14 08:32
โพสต์ 22,397 ไบต์และได้รับ +4 ความศรัทธา จาก น้ำหอมบุรุษ  โพสต์ 2024-6-14 08:32
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไซฟอสออฟเดอะฟอลเลน
ควบคุมน้ำ
ตรีศูลน้อย
เข็มทิศมหาสมุทร
น้ำหอมบุรุษ
ชุดเครื่องเพชร
หมวกนีเมียน
ฟองอากาศแห่งชีวิต
ภูมิคุ้มกันเปียก
แว่นกันแดด
เกราะหนัง
กำไลหินนำโชค
หายใจใต้น้ำ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x17
x2
x3
x2
x3
x3
x20
x4
x6
x1
โพสต์ 2024-6-14 22:51:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2024-6-14 22:53

171
ค่ายฮาล์ฟบลัดไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

               ในที่สุดก็จะได้พักผ่อน คราวนี้ขอพักผ่อนอย่างจริงจังเสียทีเถอะ…

               ดีนวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากนี้อีกสิบกว่าวันจะขลุกตัวอยู่กับเพื่อนรักและไปดูแลไข่ของเจ้าไข่เหลืองวันละครั้ง ส่วนวันเสาร์ก็เรียนขี่เพกาซัสกับน้องสาวอย่างสบายใจ หลังลงเรลเวย์ที่ริเวอร์เฮดมาได้ทั้งสองก็ตรงไปที่เนินฮาล์ฟบลัดทันที

               “นายว่าอากาศมันหนาว ๆ ไหมเลนนี่ ฝนเพิ่งจะตกหรือไงนะ…”

               ดีนกอดตัวเองแน่นขณะที่เดินขึ้นไปบนเนิน เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ ว่าอุณหภูมิหนาวผิดปกติวิสัยของอากาศต้นฤดูร้อน ลมหายใจที่พรั่งพรูออกมากลายเป็นไอสีขาว ทว่าเมื่อมองไปรอบ ๆ กลับไม่พบร่องรอยของฝน

               ‘ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหันงั้นเหรอ?’

               ถ้ายังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับโลกแห่งทวยเทพดีนคงคิดว่าเป็น ‘ปรากฏการณ์ลานีญา’ ซึ่งก็คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางตะวันออกแถบเส้นศูนย์สูตรจะต่ำกว่าปกติสามถึงห้าองศาเซลเซียส ทว่าตอนนี้โลกกำลังเข้าสู่สถานการณ์ ‘โลกเดือด’ มันควรจะเป็นเอลนีโญมากกว่าลานีญาสิ

               แม้จะเพิ่งไปยูเครนกันมาแต่ทั้งดีนและเลนน็อคไม่มีใครพกโอเวอร์โค้ทตัวใหญ่ติดไปด้วย มีแค่เพียงแจ๊กเก็ตที่พอจะห่อหุ้มร่างกายให้อบอุ่นขึ้นมาได้บ้าง และยิ่งใกล้ถึงค่ายก็ยิ่งรู้สึกถึงความแปลกมากขึ้นกว่าเดิม พื้นหญ้าที่ควรจะเป็นสีเขียวชะอุ่มกลับถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวที่โปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน และยิ่งเข้าใกล้รูปปั้นอะธีน่าพาเธนอนมากเท่าไรพายุหิมะก็ยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


               ท่ามกลางทิวทัศน์สีขาวดีนเห็นลำแสงสีแดงปะทะกัน นัยน์ตาเลเซอร์ของรูปปั้นเทพีอะธีน่ายิงลำแสงใส่อสุรกายตนหนึ่งที่พยายามทำลายม่านคุ้มกันค่ายทว่าไร้ผล มันไม่มีแม้แต่ร่องรอยขีดข่วน

               “นั่นมัน.. วัวโคลลิส?”

               ดีนพยายามเพ่งมองฝ่าละอองหิมะสีขาวโพลน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพบเห็นอสุรกายอยู่หน้าประตูค่าย แต่เป็นครั้งแรกที่มันพยายามจะพังม่านพลังเข้ามา ก่อนหน้านี้เหมือนเคยได้ยินข่าวลือว่าอะไรนะ? ให้ระวังจ่ายจะถูกอะไรสักอย่าง

               “ถ้าให้ม่านพลังถูกทำลายไม่ดีแน่ เตรียมสู้รบ” เลนน็อคเอ่ยบอกก่อนที่จะเปิดกระเป๋าเงาแล้วดึงเอาหอกกับโล่ขึ้นมาถือกระชับไว้ในมือ

               “ให้ตายสิ! จะให้กลับมาพักสบาย ๆ หน่อยก็ไม่ได้” ใครเคยพูดเอาไว้นะว่าค่ายฮาล์ฟบลัดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดของเดมิก็อดสายเลือดกรีก มันอันตรายตั้งแต่ที่มีป่าต้องห้ามอยู่ในค่ายแล้วว้อย!!

               เมื่อได้สัญญาณจากเลนน็อคดีนก็ปลดอาวุธสัมฤทธิ์ออกมาจากกลางหลัง คราวนี้ไม่มีน้ำให้ควบคุมเสียด้วย เขาจำเป็นต้องสู้รบกับกระทิงคลั่งด้วยสองมือและสองขาที่เริ่มจะชาของตัวเอง

               หนุ่มบ้านฮาเดสเป็นผู้เปิดการโจมตีใส่ด้านหลังของวัวโคลลิสที่ยิงขีปนาวุธใส่ม่านพลังอย่างเป็นตาย เมื่อได้รับความเสียหาย (ที่มากกว่าเลเซอร์จากตาของรูปปั้นเทพีอะธีน่าอย่างแน่นอน) สิ่งประดิษฐ์จากเทพเฮเฟตัสจึงหันมาเล่นงานพวกเขา

               เสียงโลหะสัมฤทธิ์กระทบกันจนเกิดเสียงดังคึกโครม ในระหว่างการต่อสู้ดีนเห็นเงาของคนกลุ่มหนึ่งจำนวนไม่เยอะมากออกจากกระท่อมมาดูการสู้รบอยู่ในเขตแดนแต่ไม่มีใครสักคนที่กล้าออกมาข้างนอกค่ายเพราะการต่อสู้นั้นชุลมุนไปหมด วัวโคลลิสยิงจรวดและแสงเลเซอร์ออกมาจากหลายทิศทางราวกับเป็นโดรนรบที่กระสุนไม่มีวันหมด ไม่เพียงแค่เรียกเหล่าเด็กในค่ายตอนนี้ยังมีกระทิงอีกตัววิ่งมาจากทิศตะวันตกเข้ามาร่วมแจมทำให้การต่อสู้ชุลมุนไปหมด

               “โธ่เว้ย ล้มยากชะมัด!”

               วัวดังกล่าวแข็งแกร่งกว่าวัวรถถังที่พวกเขาเจอที่ยูเครน แถมตอนนี้สถานการณ์เป็นรองแบบสุด ๆ ความหนาวทำให้นักสู้เคลื่อนไหวได้ช้าลง และพายุหิมะบดบังทัศนวิสัยจนทำให้ยากที่จะจู่โจมยังรอยต่อของโลหะ แทงหอกเข้าไปเท่าไรก็ได้ยินเพียงแค่เสียงโลหะแน่ ๆ สะท้อนกลับมา คงมีเพียงแค่ทหารโครงกระดูกโครงหนึ่งที่เป็นสมุนของเลนน็อคที่ยังสามารถต่อสู้ได้คล่องแคล่วและไม่กลัวตาย เมื่อเขาถูกวัวพุ่งชนจนร่างกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ก็กลับมารวมตัวกันใหม่ ถึงกระนั้นดีนก็ไม่เห็นหนทางที่จะเอาชนะ

               ‘ถ้าแถวนี้มีน้ำคงดีกว่านี้ เดี๋ยวสิน้ำเหรอ?...’

               ดีนแตะมือไปข้างกระเป๋าเป้ ที่ช่องตาข่ายมีขวดน้ำดื่มขวดหนึ่งที่เขายังไม่ได้เปิดดื่ม แต่ว่าปริมาณน้ำเพียงแค่หกร้อยมิลลิลิตรจะสามารถล้มวัวโคลลิสได้เหรอ และถึงล้มได้จริงมันก็เพียงพอสำหรับวัวแค่ตัวเดียวเอง

               ไม่ลองก็ไม่รู้ ในจังหวะที่วัวโลหะตัวหนึ่งอ้าปากจะยิงพลังใส่คราวนี้ดีนไม่หลบหนีแต่เขาปาขวดน้ำใบนั้นใส่เข้าไปในปากของมัน แต่อย่างที่กล่าวข้างต้นไปว่าทัศนวิสัยตอนนี้ย่ำแย่สุด ๆ ดีนจึงปาเข้าไปไม่ถูกปาก

               “เวรเอ๊ย!”

               แต่ไม่ทันจะสิ้นความหวังเลนน็อคมุดเงาเข้ามาหยิบขวดน้ำที่ตกอยู่จากนั้นจับยัดกลับเข้าไปในปากของวัวโคลลิสซึ่งคราวนี้ไม่มีพลาดราวกับเดวน เวด ทำแสลมดังก์ บุตรแห่งฮาเดสมุดเงาออกมาก่อนจะตะโกนเรียกชื่อเขา “ดีน!”

               “ระเบิด!”

               ดีนควบคุมแรงดันน้ำในขวดพลาสติกให้ระเบิดออกจากด้านใน ทันใดนั้นวัวโคลลิสก็กระตุกตัวราวกับมีปฏิกิริยา ไฟบางส่วนที่ตัวของมันดับลง เจ้าวัวตัวนั้นเคลื่อนที่ได้ช้าลงด้านในคงลัดวงจรไปบางส่วนทว่าไม่หมด ว่าแล้วเชียวว่าน้ำเพียงแค่นี้จะต้องไม่พอ แต่ก็ยังดีที่พอจะมีจังหวะให้เขาได้จัดการปิดฉากมันด้วยหอก

               “ย้ากกก!!”

               ดีนเหน็บหอกไว้ข้างตัวคล้ายกับทวน จากนั้นก็วิ่งพุ่งชนวัวที่เสียจังหวะจนหอกสัมฤทธิ์เสียบทะลุปากจนไปออกหาง ชายหนุ่มจับปลายด้ามหอกเอาไว้มั่นก่อนจะยกขาขึ้นถีบยันเพื่อกระชากอาวุธกลับมา วัวโคลลิสช็อตอย่างหนักจากนั้นมันก็ทรุดขาลงกับพื้นแล้วแสงไฟในตัวก็ดับนิ่งสนิทไป เสียงเฮจากในค่ายดังสนั่นทว่ายังเหลือวัวอีกตัวที่ตอนนี้กำลังต่อสู้กับทหารโครงกระดูกอมตะของเลนน็อค เขาเห็นหนุ่มบ้านฮาเดสเม้มริมฝีปากแน่น อีกฝ่ายคงจนปัญญาเช่นกันที่จะใช้หอกโจมตีกระทิงเหล็กจากภายนอก

               “ช่วยไม่ได้..”

               เลนน็อคพึมพำบางอย่างออกมาจากนั้นปฐพีเบื้องหน้าก็แยกออกดูดทั้งโคเหล็กและทหารโครงกระดูกจมธรณีไปพร้อมกัน จากนั้นแผ่นดินที่แตกออกก็กระแทกกลับอย่างรุนแรงบดขยี้ผลงานที่ผิดพลาดของเทพเฮเฟตัสจนแหลกละเอียดเหลือเพียงแค่ฟันเฟืองบางส่วนกระจายตกอยู่ตามพื้น แน่นอนคราวนี้ได้ยินเสียงเฮลั่นออกมามากกว่าตอนที่ดีนต่อสู้กับวัวตัวแรกอย่างเป็นตายเสียอีก

               เขาได้ยินเสียงซุบซิบด้วยความชื่นชมดังเข้ามาในหู “นั่นท่าไม้ตายของสายเลือดฮาเดสเชียวนะ!” น่าเสียดายชะมัดที่มีน้ำแค่ขวดเดียว ไม่งั้นเดี๋ยวจะใช้ท่าไม้ตายของสายเลือดโพไซดอนให้ดูกันบ้าง… ล้อเล่นน่า เขายังไม่ได้ปลดพลังเพิ่มเลย เด็กบางส่วนกรูกันออกจากค่ายเข้ามาสวมกอดแสดงความยินดีแก่สองผู้พิชิตที่เพิ่งมาถึง ใครบางคนในนั้นเอาเสื้อโค้ทมาคลุมให้ดีนกับเลนน็อค ค่อยอุ่นขึ้นมาหน่อย..

               ทว่าแม้กำจัดวัวโคลลิสไปได้แล้วแต่หิมะก็ยังไม่หยุดตกอยู่ดี

               เสียงฝีเท้ามาดังสวบสาบย่ำหิมะตรงมาทางเขา และเมื่อมองออกไปด้านหน้าเขาเห็นผู้อำนวยการเดินมาทางนี้

               “ยินดีต้อนรับกลับ คุณดีน คุณเลนน็อค เชิญพวกคุณเข้ามาผิงไฟที่บ้านใหญ่กันก่อนเถอะ”

เคลียร์เวฟแรก: ทิศใต้ และทิศตะวันตก
 
รางวัลประสบการณ์เปิดอีเว้นท์: +15 EXP  +1 Point
รางวัลดรอปหลังพิชิตวัวโคลคีส: +15 EXP  และ ฟันเฟืองดรอปx2 
(สินสงครามหาร 2 กับเลนน็อค)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ 30 EXP โพสต์ 2024-6-14 23:08
โพสต์ 31045 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์ 2024-6-14 22:51
โพสต์ 31,045 ไบต์และได้รับ +7 EXP +6 เกียรติยศ จาก นาฬิกาสปอร์ต  โพสต์ 2024-6-14 22:51
โพสต์ 31,045 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ล็อคเก็ตรูปหัวใจ  โพสต์ 2024-6-14 22:51
โพสต์ 31,045 ไบต์และได้รับ +8 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก ควบคุมน้ำ  โพสต์ 2024-6-14 22:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
โพสต์ 2024-7-1 18:35:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด

◇◆ 94 ◇◆


“เทพีอะธีน่า” 


ฉันยืนมองรูปปั้นขนาดใหญ่เบื้องหน้า เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่าง ผ่านไปเรียบร้อยแล้วทั้งความวุ่นวายและอีกหลายๆอย่างก็กลับคืนสู่ความเป็นปกติอีกครั้ง


ดังนั้นครั้งนี้ที่มายืนอยู่อะธีน่า พาร์เธนอน ก็ต้องการที่จะภาวนาถึงเทพีแห่งปัญญาและสงคราม


“ฉันขอมอบความแข็งแกร่งของตัวเองให้กับฮาร์ปี้น้อย อ่า เจ้าหญิงน้อยสิ !” จากนั้นจึงประสานฝ่ามือ ภาวนาด้วยจิตใจอันมุ่งมั่น 


เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของอสุรกายที่ฉันเลี้ยงอยู่ ลืมตาขึ้น “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม น่าจะใช่แหละ”



มอบพลังแก่เบบี้ - ฮาร์ปี้

ถ่ายโอนความแข็งแกร่ง 10 level 


รางวัลแก่ผู้ถ่ายโอน: +500 เกียรติยศ และ +100 พลังใจ ต่อ 1 Level

รวมทั้งหมด 5000 เกียรติยศ และ 1000 พลังใจ


HEROES [วีรบุรุษผู้โปรดปราน] โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+25






แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ +5000 เกียรติยศ โพสต์ 2024-7-1 20:47
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-08] อะธีน่า เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2024-7-1 20:47
โพสต์ 7795 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2024-7-1 18:35
โพสต์ 7,795 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก ตรีศูลน้อย  โพสต์ 2024-7-1 18:35
โพสต์ 7,795 ไบต์และได้รับ +2 ความศรัทธา จาก GPS ทะเล   โพสต์ 2024-7-1 18:35

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +1000 ย่อ เหตุผล
God + 1000

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดาบไซฟอสออฟเดอะฟอลเลน
ควบคุมน้ำ
ตรีศูลน้อย
เข็มทิศมหาสมุทร
น้ำหอมบุรุษ
ชุดเครื่องเพชร
หมวกนีเมียน
ฟองอากาศแห่งชีวิต
ภูมิคุ้มกันเปียก
แว่นกันแดด
เกราะหนัง
กำไลหินนำโชค
หายใจใต้น้ำ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x17
x2
x3
x2
x3
x3
x20
x4
x6
x1
โพสต์ 2024-10-7 00:15:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ᏕᏝᏋᏋᎮᎥᏁᎶ ᎶᎥᏒᏝ
Feria Hayes
ในที่สุดเฟเรียก็พาเหล่าเด็ก ๆ ของตัวเองมาถึงยังอะธีน่า พาร์เธนอน สถานที่นัดพบเพื่อเริ่มทำภารกิจลอบช่วยเหลือเทพีไอรีสครั้งนี้ ทันทีที่เฟเรียมาถึงเธอก็พบกับเทพีอาธีน่า เทพีแห่งปัญญาที่เป็นผู้ส่งคำขอภารกิจครั้งนี้ของเธอ เธอจึงพาเด็ก ๆ ของเธอเดินไปทักทายเทพีอาธีน่าทันที

“เจ้าคือคนรับภารกิจของข้าสินะ”

“เจ้าค่ะ หนูเฟเรีย เฮยส์ ธิดาแห่งฮิปนอสค่ะ”

เธอโค้งทักทายอีกฝ่ายอย่างนอบน้อมก่อนที่กาเอลกับเรเลียก็ทำตามเธอเช่นกัน

“สองคนนี้คือกาเอลกับเรเลีย ลูก ๆ ของหนูเองค่ะ”

“ยินดีที่ได้พบพวกเจ้ามาก เฟเรีย กาเอล เรเลีย ขอขอบคุณที่รับคำขอของข้า ข้าจะส่งเจ้าไปที่ฮ่องกง เจ้าจะต้องลอบเข้าจีนไปช่วยเหลือเทพีไอรีสที่ถูกจับตัวไปให้ได้ แต่เจ้าจงจำไว้ว่าเมื่อเจ้าไปถึงประเทศจีนเจ้าจะใช้พลังแห่งเทพของเจ้าได้เลยแม้แต่นิดเดียว เจ้าจะต้องพึ่งพาสติปัญญาและความสามารถของตนเพียงเท่านั้น แต่ข้าก็ขออวยพรให้เจ้าประสบความสำเร็จให้จงได้นะ”

“ค่ะ”

เธอตอบรับอย่างแข็งขัน ก่อนจะสวมเสื้อคลุมพร้อมปิดฮู้ตปิดบังตัวเองพร้อมทำภารกิจแน่นอนว่ากาเอลกับเรเลียก็ทำแบบเดียวกัน

“มีอะไรจะกล่าวก่อนลาไหม”

เทพีอาธีน่าเอ่ยถามในช่วงวินาทีที่กำลังจะพาพวกเธอวาร์ปไปยังฮ่องกง ก็เป็นเวลาให้เฟเรียตัดสินใจหยิบซ็อกโกแลคในกระเป๋ายื่นให้กับเทพีอาธีน่าทันที

“ซ็อกโกแลคนี้หนูขอมอบให้ท่านค่ะ เป็นเครื่องยืนยันว่าหนูจะกลับมาพร้อมกับเทพีไอรีสอย่างปลอดภัยให้ได้”

“ได้ ข้าขอรับไว้แล้วกันนะ แล้วขออวยพรให้เจ้าโชคดี”

หลังจากยื่นซ็อกโกแลคให้ไป เทพีอาธีน่าก็ได้วาร์ปพาพวกเธอไปยังฮ่องกงในทันทึ และแล้วภารกิจช่วยเหลือไอรีสก็ได้เริ่มต้นขึ้น

มอบซ็อกโกแลคให้ เทพีอะธีน่า [God-08]
เดินทางสู่ฮ่องกง

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-08] อะธีน่า เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2024-10-7 11:45
โพสต์ 5403 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2024-10-7 00:15
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืนสไนเปอร์สัมฤทธิ์
นิทราอมตะ
หนังสือรับรองไครอน
เรือแคนูไม้
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ควบคุมดอกป๊อปปี้
กำปั้นแห่งนิทรา
ฝันร้าย
มีดสั้นสัมฤทธิ์
Daedalus's Legacy
เกราะสายรุ้ง
สะกดจิต
น้ำหอม Unisex
ทักษะหอก
หูฟังบลูทูธ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โล่อัสพิส
หลับใหล
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x1
x3
x12
x1
x6
x4
x1
x3
x1
x2
x4
x10
x5
x8
x2
x1
x1
x1
x1
x2
โพสต์ 2024-12-12 21:30:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2024-12-12 21:31








Daemon  Kannel

12 · ธันวาคม · 2024

          ยามสามทุ่มในค่ายฮาล์ฟบลัดไม่เหมือนกับที่อื่นใด เพราะปรากฏการณ์ Eternal Sunshine ทำให้รัตติกาลไม่มาเยือน ดวงอาทิตย์ยังคงลอยเด่นบนฟ้าสาดแสงอบอุ่นแม้จะมีสายลมเย็นพัดผ่าน เดม่อนเดินขึ้นไปยังเนินฮาล์ฟบลัดหลังจากกิจกรรมในวันนั้นสิ้นสุดลง


       เขาล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม เอนหลังมองดูรูปปั้นเทพีอะธีน่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ รูปปั้นซึ่งเคยถูกซ่อนอยู่ใต้ดินในกรีซโบราณ แต่ถูกเหล่าวีรบุรุษทั้งเจ็ดในคำพยากรณ์สมัยก่อนกู้คืนมา เดม่อนยกแขนขึ้น ยืดมือทั้งสองข้างให้ดูเหมือนกรอบสี่เหลี่ยมมองไปยังท้องฟ้าแทนที่จะเห็นเพียงฟ้าสีคราม เขากลับจินตนาการเห็นใบหน้าของลิเลียน่าฉายขึ้นมาราวกับภาพฝัน


      ตั้งแต่พี่เนเรซ่าพูดเรื่องลิเลียน่ากับเขา เดม่อนก็รู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่คิดถึงเธอ "หรือเราจะคิดไปเอง?" เขาถามตัวเองในใจ 


          แต่ไม่ทันได้ตอบคำถาม ความสงบก็ถูกทำลาย รูปปั้นอะธีน่าขยับเล็กน้อย เดม่อนลุกขึ้นอย่างระวัง หันไปตามเสียงกระทบโลหะดังมาจากหน้าค่าย เห็นฝูงก็อบลินสิบตัวกำลังป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้แนวป้องกัน เขาหยัดยืนเต็มความสูง ยกมือขึ้นห้ามรูปปั้นก่อนเอ่ยกับมันว่า 


          "ให้ฉันจัดการเอง" 


          แล้วเดินก้าวออกมาจากเนิน พลางถอดแหวนที่นิ้วมือ แหวนแปรเปลี่ยนเป็นดาบเธซีอุสในมือของเขา แม้เขายังใช้พลังของมันได้เพียงบางส่วน แต่ความแกร่งของมันก็เพียงพอสำหรับการต่อกรกับอสูรตัวเล็กพวกนี้


          เดม่อนก้าวออกจากเขตคุ้มครองของขนแกะทองคำ ฝูงก็อบลินหันมาทันที ก่อนจะกรูเข้ามาล้อมรอบเขา เดม่อนยิ้มอย่างท้าทาย 


          "ก็แค่นี้เองเหรอ?" เขายั่วเย้า รวบรวมสมาธิขณะพวกมันพุ่งเข้ามา


         เดม่อนพุ่งเข้าหาพวกก็อบลินตัวแรก ดาบในมือของเขาสะท้อนแสงอาทิตย์ก่อนจะฟาดลงไปยังหัวของมันอย่างแม่นยำ ตัวมันกระเด็นไปชนพวกเดียวกันล้มกลิ้ง เขาหมุนตัวหลบคมดาบของก็อบลินอีกตัวที่โจมตีจากด้านหลังแล้วสวนกลับด้วยการฟันทะลุเกราะเหล็กจนมันล้มลง


         ฝูงก็อบลินไม่ลดละ พวกมันกระโจนเข้ามาพร้อมกันสามตัว เดม่อนใช้ดาบตั้งรับพลางก้าวถอยหลบออกมา หมุนตัวและเหวี่ยงดาบกวาดพวกมันออกจากระยะ ใบมีดของเธซีอุสเปล่งประกายพลังออกมาราวกับตอบสนองต่อจิตวิญญาณนักสู้ในตัวของเขา


      "พวกแกชักจะยุ่งยากไปหน่อยแล้ว!" เดม่อนคำรามก่อนพุ่งทะยานขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย และใช้แรงส่งจากการฝึกเทควันโดเหวี่ยงดาบลงมาอย่างรุนแรง คลื่นพลังจากดาบทำให้ก็อบลินสามตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดปลิวกระเด็นไป พวกที่เหลือเริ่มถอย แต่เขาไม่ปล่อยให้มันหนี เดม่อนไล่ล่าพวกมันอย่างรวดเร็ว ฟาดดาบใส่จนตัวสุดท้ายล้มลงกับพื้นและสลายเป็นฝุ่นละอองสีทองปลิวไป


          เหงื่อหยดลงบนพื้นหญ้า เดม่อนถอนหายใจยาว ยืนมองร่างของก็อบลินที่เริ่มสลายกลายเป็นฝุ่นใต้แสงอาทิตย์ เขาเดินกลับเข้ามาในเขตค่าย พลางทิ้งตัวลงนอนบนพื้นหญ้าอีกครั้ง


          "ยัยฉลาดคงไม่ว่าอะไรหรอก ถ้าฉันแค่ปกป้องค่าย" เขาพึมพำ ก่อนหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อันดุเดือด



สินสงคราม หมวกก็อบลิน 10 ใบ


 

NC

แสดงความคิดเห็น

ดี: 5.0
God
ดี: 5
  โพสต์ 2024-12-12 21:31
โพสต์ 15107 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2024-12-12 21:30
โพสต์ 15,107 ไบต์และได้รับ +2 EXP +5 ความศรัทธา จาก มนต์มหาเสน่ห์  โพสต์ 2024-12-12 21:30
โพสต์ 15,107 ไบต์และได้รับ +5 EXP +2 เกียรติยศ +5 ความกล้า จาก ดาบเธซีอุส  โพสต์ 2024-12-12 21:30
โพสต์ 15,107 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +6 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก หมวกนีเมียน  โพสต์ 2024-12-12 21:30
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2024-12-25 00:58:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eloise เมื่อ 2024-12-25 01:00





22 ธันวาคม 2024
เวลา 00.15 น.



ท่ามกลางเสียงอึกทึกของสนามรบ เอโลอิสกัดฟันพุ่งฝ่าวงล้อมของศัตรูอย่างห้าวหาญ ใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่อได้ยินข่าวว่ารูปปั้นเทพีอะธีน่า พาร์เธนอนกำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้าโลกิในศึกอันดุเดือดนี้ หากรูปปั้นนั้นพินาศลงไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อชัยชนะในสนามรบ แต่ยังหมายถึงการสูญเสียพลังที่ช่วยปกป้องค่ายและขนแกะทองคำมาช้านานด้วย เอโลอิสไม่มีทางยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นแน่!

“ขออาสาสมัครไปช่วยเสริมทัพช่วยรูปปั้น ตามผมมา!” 

แม่ทัพควินตัสตะโกนสั่งก่อนจะพุ่งทะยานนำไปก่อน เขาใช้หอกฮาสต้านุนเทียสเปิดทางฝ่าวงล้อมศัตรูอย่างกล้าหาญ เอลลิสวิ่งตามมาติด ๆ โดยไม่หันหลังกลับมามองสิ่งใด ส่วนเอโลอิสแม้จะตามไม่ทันในช่วงแรกแต่ก็พยายามตีฝ่าไปจนได้

เมื่อมาถึงจุดหมาย สายตาของเอโลอิสก็มองไปยังภาพเบื้องหน้า รูปปั้นเทพีอะธีน่าขนาดมหึมากำลังห้ำหั่นกับเทพเจ้าโลกิอย่างดุเดือด แต่เมื่อโลกิสัมผัสได้ถึงการมาของพวกเธอ เขากลับหัวเราะเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

“คิดจะมาขัดจังหวะข้าอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่กงการอะไรของมนุษย์อย่างพวกเจ้า!”

ทันทีที่สิ้นเสียงเทพโลกิก็ยกมือขึ้น เงามืดจากตัวเขาก็ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะกลายเป็นร่างเงาหลายร่าง ร่างเงาเหล่านั้นพุ่งตรงเข้าหาทั้งเอโลอิส เอลลิส และแม่ทัพควินตัสโดยไม่รอช้า

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มต้นการต่อสู้ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากหมอกควัน ไม่ใช่ใครไหนแต่เป็นเทพีเบลโลน่า เทพีแห่งสงครามและชัยชนะ 

“ดูเหมือนพวกเจ้าน่าจะต้องการกำลังเสริมนะ” เทพีเบลโลน่ากล่าว “ข้าอยู่นี่แล้ว พวกเจ้าเพียงสู้ให้สุดกำลังเถอะ!”

เอโลอิสแทบจะไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่เธอ เธอยกค้อนไฟในมือขึ้นอย่างฮึกเหิม พลังใจของเธอและพวกพ้องก็เพิ่มพูนเมื่อมีเทพีเบลโลน่าเคียงข้างในสมรภูมิ เอาว่ะ! มีเทพีมาช่วยแบบสู้ตาย!

“แม้พลังของข้าจะอ่อนกำลังลงในช่วงเหมายันต์ แต่ข้าก็ยังพอมีพลังที่จะช่วยพวกเจ้า”

เทพีเบลโลน่าไม่รอช้า นางสะบัดดาบในมืออย่างสง่างามพร้อมก้าวไปเผชิญหน้ากับร่างเงาแรกของเทพโลกิ ทันทีที่ดาบในมือของเทพีพุ่งทะลวงร่างเงา มันกรีดร้องก่อนแตกกระจายเป็นละอองสีดำ

“ดูนั่น!” ควินตัสชี้ไปยังเทพโลกิที่กำลังต่อสู้กับรูปปั้นอะธีน่า ใบหน้าของโลกิเบ้ด้วยความเจ็บปวดชั่วครู่แต่ก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมาแสร้างทำเป็นว่าปกติดี

“น่าสนใจแฮะ…ทำลายร่างเงาร่างเจ้าของก็บาดเจ็บด้วยสินะ” เอลลิสกล่าวพร้อมยกดาบขึ้นเตรียมพร้อม

“พวกเจ้าได้เห็นจุดอ่อนของเขาแล้ว ใช้มันให้เป็นประโยชน์” เทพีเบลโลน่ากล่าวกับผู้ร่วมศึก

จากนั้นนางยื่นมือออกไปยังควินตัส แอนเดอร์สันและเอลลิส แสงสีทองเปล่งประกายจากฝ่ามือของนาง ก่อนที่จะซึมเข้าสู่ร่างกายของพวกเขา

“พวกเจ้ามีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ข้าจะช่วยมอบพลังให้แต่พวกเจ้าต้องหยุดโลกิให้ได้”

การต่อสู้กับเงาเทพโลกิเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด สนามรบเต็มไปด้วยเสียงอาวุธกระทบกันและเสียงตะโกนสั่งการของแม่ทัพ ควินตัสใช้หอกฮาสต้านุนเทียสของเขากวาดล้างเงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวอย่างชำนาญ หอกอันแหลมคมปักทะลุร่างเงาครั้งแล้วครั้งเล่า 

ขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังเข้ามาในสนามรบ เสียงแตรและเสียงฝูงมอเตอร์ไซค์ประมาณ 10 คันแว๊นมาถึงบนเนินใกล้ค่าย ทุกคนหันไปมองแล้วก็พบว่าสิงห์มอเตอร์ไซค์กลุ่มนี้คือชาวค่ายจูปิเตอร์ที่ปลดเกษียณจากการเป็นทหาร และตอนนี้พวกเขากลับมารับหน้าที่ช่วยเหลือทหารในพื้นที่ หลังจากได้รับข้อความจากแม่ทัพควินตัส พวกเขาจึงรีบซิ่งมาช่วยทันที

พวกเขามาในเสื้อยืดสีม่วงและเกราะโรมันเต็มตัว เหมือนกองทัพมอเตอร์ไซค์ที่มาพร้อมกับความพร้อมในการสู้รบ ฝูงมอเตอร์ไซค์เหล่านี้พุ่งลงมาที่สนามรบอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ฝูงก๊อบลินที่ยืนขวางทางอย่างดุเดือด ในมือของพวกเขาคืออาวุธที่เตรียมไว้เพื่อปะทะกับศัตรู

"พวกเขามาแล้ว!" เสียงหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นกลุ่มทหารผ่านศึกมาถึง ทุกคนในสนามรบรู้สึกถึงแรงกำลังใจที่เพิ่มขึ้นจากการมาถึงของทหารเหล่านี้

ในขณะเดียวกัน ควินตัส เอลลิส และเอโลอิสยังคงต่อสู้กับเงาเทพโลกิที่โจมตีด้วยพลังอันรุนแรง ขณะที่โลกิพยายามแยกร่างของตัวเองและส่งเงาของเขาเข้าโจมตี แต่ด้วยพลังที่เทพีเบลโลน่ามอบให้ควินตัสและเอลลิสจึงสามารถฟันฝ่าเงาของโลกิได้อย่างเต็มที่ แม้จะมีอาการบาดเจ็บแต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้

การต่อสู้เป็นไปอย่างไม่หยุดยั้งเอโลอิสที่อ่อนล้าจากการต่อสู้ติดต่อกันมาหลายชั่วโมงตั้งแต่เที่ยงวันยังคงไม่ยอมแพ้ เธอใช้ค้อนไฟในมือทุบกระหน่ำไปที่เงาของเทพโลกิ แต่ทว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย เงาของโลกิสามารถโจมตีและหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วจนทำให้เอโลอิสถูกเงาตัวหนึ่งโจมตีเข้าที่ข้างลำตัว บาดแผลไม่ลึกมากนักแต่มันทำให้เธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนและเริ่มอ่อนเพลียจากการต่อสู้ที่ยาวนาน

ในระหว่างการต่อสู้กับเงาของเทพโลกิ เอลลิสเห็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่เขารักและห่วงใยมาก อลิเซีย แฟนสาวของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย ร่างของเธอถูกพันธนาการแววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และร้องขอให้เขาช่วยเหลือ สิ่งนี้มันดังแว่วเข้ามาในหูเขาอยู่ตลอด

เอลลิสตกใจเมื่อเห็นคนรักเป็นเช่นนั้น เขาไม่ลังเลที่จะกระโจนเข้าไปข้างหน้าโดยไม่คิดถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เขาพยายามจะพาอลิเซียออกมาจากอันตราย แต่เมื่อเขาเข้าใกล้ภาพนั้น เขากลับพบว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เทพโลกิสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกล่อเขา

ในวินาทีนั้นเองร่างเงาโลกิได้โจมตีเขาอย่างรุนแรงจากด้านหลัง เอลลิสไม่ทันตั้งตัวและถูกฟาดลงไปกับพื้นด้วยแรงมหาศาล อาการบาดเจ็บจากการโจมตีทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนติ้วรอบตัวเขา เขาพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ร่างกายไม่สามารถตอบสนองได้

"อลิเซีย..." เสียงของเขาแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาของเขามองไปยังภาพของหญิงสาวที่เขารักที่กำลังหายไปในภาพลวงตา เขารู้ว่าตัวเองโดนหลอกแต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้ในขณะนั้น

เอลลิสล้มลงไปกับพื้นในขณะที่เงาโลกิยังคงยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ โลกิได้จัดการเขาจนลมหายใจสุดท้ายของเอลลิสดับลงไปท่ามกลางสมรภูมิอันร้อนระอุ

“เอลลิส!!!” เอโลอิสที่หันไปเห็นร่างของเอลลิสล้มลงกับพื้นพอดีตะโกนชื่อเขาลั่น

ถึงแม้จะอยากวิ่งไปดูอาการของเพื่อนร่วมค่ายแต่ตอนนี้เอโลอิสก็ไม่สามารถทำได้เพราะยังติดพันกับเงาอีกตัวอยู่ เงาร่างนั้นที่ทำร้ายเอลลิสถูกกำจัดลงด้วยแม่ทัพควินตัสเขารีบรุดไปดูอาการของบุตรแห่งแอรีส ทางฝั่งของเอโลอิสยังคงต่อสู้ไม่หยุดด้วยความมุ่งมั่นที่จะหยุดโลกิให้ได้ เธอหอบหายใจหนักแต่ยังคงใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการจัดการกับเงาเทพโลกิโดยในที่สุดก็สามารถทำลายเงาร่างสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ด้วยการใช้พลังไปอย่างหนักหน่วงและการบาดเจ็บจากการต่อสู้หลายครั้ง ทำให้เธอไม่สามารถยืนหยัดได้อีกต่อไป และหมดสติจากความเหนื่อยล้าและอาการบาดเจ็บแม้จะไม่ถึงขั้นร้ายแรง แต่ความอ่อนเพลียจากการต่อสู้ทำให้เธอล้มลงในที่สุด

เมื่อเงาของเทพโลกิทั้งหมดถูกทำลายไป เทพโลกิที่ยืนอยู่ในร่างจริงก็เริ่มสั่นสะท้านจากบาดแผลที่ได้รับจากการที่เงาของตนถูกสังหาร บาดแผลจากฝีมือของเหล่าเดมิก็อดที่ทำลายเงาทำให้เทพโลกิเริ่มอ่อนล้าลงและได้รับบาดเจ็บสาหัส

รูปปั้นอะธีน่าและเทพีเบลโลน่าด้ก้าวขึ้นมาเคียงข้างกัน ทั้งสองร่วมมือกันใช้พลังขับไล่เทพโลกิที่กำลังพยายามจะต้านทานไว้ เทพโลกิคำรามเสียงดัง สุดท้ายเขาไม่สามารถทนต่อการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาได้ แม้พยายามจะตั้งรับแต่พลังแห่งเทพีเบลโลน่าและรูปปั้นอะธีน่านั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่ร่างกายอันบาดเจ็บของเขาจะสู้ไหว

ในที่สุดเทพโลกิก็เลือกที่จะถอยทัพไปจากค่ายฮาล์ฟบลัด หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนาน ชาวค่ายได้รับชัยชนะในศึกนี้ เสียงโห่ร้องของผู้มีชัยดังขึ้นท่ามกลางความเหนื่อยล้าของทุกคน พวกเขารู้ดีว่าแม้ชัยชนะครั้งนี้จะมาพร้อมกับความสูญเสียที่น่าเศร้าใจ แต่พวกเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเสียสละอันยิ่งใหญ่แล้ว…


สินสงคราม : 
เลขไบต์คู่ แหวนฟิลย่า
เลขไบต์คี่ กริชฮัลดูโฟล์ค

รางวัลร่วมสู้ศึกสุดท้าย:  100 ความกล้าหาญ






แสดงความคิดเห็น

คุณเอโลอิสสุดยอดดด  โพสต์ 2024-12-26 22:53
God
คุณได้รับ +100 ความกล้า โพสต์ 2024-12-25 01:12
โพสต์ 26833 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2024-12-25 00:58
โพสต์ 26,833 ไบต์และได้รับ +6 EXP +8 เกียรติยศ +6 ความศรัทธา จาก สร้อยไข่มุกตาฮิตี   โพสต์ 2024-12-25 00:58
โพสต์ 26,833 ไบต์และได้รับ +2 EXP +7 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์ 2024-12-25 00:58
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2025-1-19 04:45:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2025-1-22 23:16

282
เราสามสี่คน (+1 ตัว)
              

               18/01/2025 เวลา 07.00 น.

               ในที่สุดวันออกเดินทางก็มาถึง…

               ดีนขอเดินทางออกจากค่ายไปพร้อมกับทีมงาน ‘โค่นแผนลับคืนเดือนดับแดนแสงเหนือ’ (ชื่อโคตรยาว) ของแมคเคนซี โดยที่เขาให้อีกฝ่ายไปรอสองสาวที่หน้าจุดนัดพบก่อน ส่วนตัวเองจะแวะไปที่คอกม้าของค่ายเพื่อคอนเฟิร์มกับควีนว่าเดินทางวันนี้แน่ ๆ หลังจากที่ผลัดเธอมาถึงสามครั้ง

               “วันนี้เป็นวันเดินทางจริงแล้วควีน ฉันขอย้ำแผนการให้เธอฟังอีกครั้งนะ ถึงเธอจะเป็นเพกาซัสแต่คนธรรมดาที่ไม่ใช่เดมิก็อดจะเห็นว่าเธอเป็นม้า แล้วม้าก็ขึ้นรถไฟแอลไออาร์อาร์ไม่ได้ เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากให้เธอบินไปรอที่สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัลก่อน แล้วฉันจะนั่งรถไฟตามไป ระหว่างนั้นก็หาที่ซ่อนอย่าทำตัวกระโตกกระตากแล้วจากนั้น–...”

               “ฮรี้” oO(จากนั้นเจ้าก็จะมาหาข้าที่สถานีรถไฟ แล้วขึ้นรถไฟเฮเฟตัสไปด้วยกัน... ใช่ไหมล่ะ? แผนการนี้เจ้าพูดทุกวันที่หามาจนข้าจำได้ ฮึ! ได้เวลาเดินทางสักทีสินะ)

               เพกาซัสสาวสีดำปลอดขยับตัว นางสยายปีกเตรียมพร้อมโบยบินสู่ฟากฟ้า ควีนมาอยู่อาศัยที่ค่ายฮาล์ฟบลัดนานหลายเดือนมากเพียงพอที่จะรู้เส้นทางไปมาหาสู่ระหว่างลองไอแลนด์และแมนฮัตตันแม้จะไม่มีเดมิก็อดผู้ใดพาขี่

               “อื้อ ใช่ ความจำดีนี่นา สมแล้วที่เป็นเพกาซัสของฉัน เอาล่ะ ฉันต้องไปสมทบกับคนอื่น ๆ ที่หน้าค่ายแล้ว เอาไว้เราเจอกันที่สถานีรถไฟนะควีน”

               “ฮรี้!” oO(ฮึ!)

               นางม้าส่งเสียงออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะออกวิ่งแล้วบินร่อนขึ้นสู่ฟากฟ้า ดีนมองควีนบินลับจนสุดสายตา แอบนึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ออกเดินทางไปด้วยกัน เพราะว่าดีนยังมีธุระที่ต้องทำที่ย่านโซโห การจะพาม้าไปไหนมาไหนใจกลางเมืองนิวยอร์กในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอาจถูกตำรวจจับ ดีนไม่แน่ใจว่าในรัฐมีกฎหมายข้อนี้หรือไม่ (ก็แน่ล่ะใครจะไปจำว่าขี่ม้ากลางเมืองได้หรือไม่ได้) แต่เพื่อไม่ให้กลายเป็นจุดสนใจมากเกินไปก็มีแต่วิธีการนี้

               ควีนเริ่มออกเดินทางแล้วก็ถึงเวลาที่เขาต้องไปที่จุดสตาร์ทแล้วเช่นกัน

               .
               .
               .

               7.30 น.

               ใบหน้าของชายหนุ่มสายเลือดโพไซดอนในตอนนี้เต็มไปด้วยหนวดเครารกครึ้ม เขาไม่ได้โกนหนวดตั้งแต่วันที่หาข้อมูลการท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียตอนต้นปี โดยมุ่งหมายไว้ว่าด้วยใบหน้าแบบชาวละตินน่าจะพอเนียนเป็นชาวตะวันออกกลางได้ อย่างน้อยด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายคนท้องถิ่นจะไม่ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถจากผู้ก่อการร้าย

               ในกระเป๋าสะพายบรรจุสัมภาระสำหรับการผจญภัยแนววิบากมาอย่างเต็มเปี่ยม ดีนจัดเสื้อผ้าไว้ไม่กี่ชุด เน้นเสื้อผ้าหนา ๆ ที่คลุมกันทรายได้ โดยกะว่าจะใช้บริการซักรีดที่เมืองนีออมในการหมุนเวียนชุดใส่ ส่วนที่เหลือเป็นเต็นท์ อาหารฉุกเฉิน อุปกรณ์ประทังชีพอีกเล็กน้อย และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ ‘คทาลวงใจจำลอง’ งานนี้ทั้งดีนและควีนน่าจะได้นอนกลางดินกินกลางทะเลทรายหลายวันกว่าจะเดินทางจากกรุงริยาดไปถึงเมืองใหม่นีออม

               ความน่าหงุดหงิดหนึ่งของการเป็นบุตรแห่งโพไซดอนคือขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงซื้อตั๋วเครื่องบินจากริยาดไปลงที่ทาบุกใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สองชั่วโมงไม่ใช่สี่หรือห้าวัน (แน่นอนว่าตอนซื้อตั๋วเครื่องบินต้องใช้มายากลนิดหน่อย)

               ‘ทำไมวันนั้นตอนที่เจอเทพซุสไม่กอดขาอ้อนวอนขอให้นั่งเครื่องบินได้วะ ฉันนี่มันโง่ชะมัด!’

               ดีนนึกตำหนิตัวเอง แต่ตอนนั้นแค่ยืนให้อยู่ด้วยขาสั่น ๆ ยังทำได้ยาก ในเมื่อเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็มีแต่ทำใจ…

               เมื่อดีนมาถึงรูปปั้นอะธีน่าพาร์เธนอนก็เห็นว่าทุกคนมารอกันอยู่แล้ว หญิงสาวทั้งสองดูกระฉับกระเฉง ส่วนสำหรับแมคเคนซีน่าจะถือเป็นวันที่ตื่นเช้าที่สุดในรอบปีก็ได้มั้ง

               ชายหนุ่มปั้นหน้ายิ้ม ถึงแม้จะหึงแฟนแต่จะเอาความงี่เง่าไปลงที่คนอื่นไม่ได้

               “ฮาย ทุกคน ขอบคุณที่รอนะ ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันดีน นีล เป็นแฟนของแมคซี่เอง” แนะนำตัวแบบแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของดักทางไว้ก่อน

               @Mackenzie

               “สวัสดีคุณนีล ฉันเฟลิจิตัส คีธ ธิดาแห่งฮีบี้ หรือคุณจะเรียกฉันว่าหมอคีธก็ได้ค่ะ” หมอคีธแย้มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เธอน่าจะรู้จักเขาอยู่แล้วจากชื่อเสียงที่ลงหนังสือพิมพ์กอสซิปของเทพเฮอร์มีสมาหลายฉบับ

               “รูบี้ ซู ธิดาแห่งแอรีส” หญิงสาวใบหน้าเอเซียเอ่ยแนะนำตัวเพียงสั้น ๆ

               ด้วยใบหน้าบูดบึ้งไม่รับแขกของธิดาแอรีสทำเอาชายหนุ่มผู้ทักทายใจคอไม่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยลงรอยกับเอลลิสเท่าไร จึงคิดว่าอีกฝ่ายก็คงจะไม่ชอบเขาเหมือนกัน ทว่าผิดคาดเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชาของเจ้าหล่อนกลับมีประกายความอยากรู้อยากเห็นปรากฏอยู่ในแววตา คล้ายกับอ่านได้ว่า ‘นายคนนี้นี่แหล่ะที่อยากเจอตัวมานาน’ แต่ดีนไม่อาจคาดเดาได้ว่าสายตานั้นสื่อถึงอะไรกันแน่

               “เอ่อ.. คือ.. มีอะไรหรือเปล่ารูบี้?”

               “ขออภัย” เมื่อถูกทักหญิงสาวจึงผินใบหน้ามองทางอื่นไม่ได้จดจ้องชายหนุ่มคนนี้นานเกินไป “แค่คิดว่า... หากมีโอกาสอยากขอให้คุณช่วยชี้แนะ”

               “ชี้แนะ?” ดีนยิ้มค้างเอียงคออย่างไม่เข้าใจ แต่คำว่า ‘ขอให้ช่วยชี้แนะ’ ค่อนข้างคุ้นหู จนพลันนึกไปถึงบทพูดในหนังจีนกำลังภายในที่แชร์แมทชอบดูเลย คำว่า ‘ชี้แนะ’ ที่ว่า ไม่ค่อยตรงกับความหมาย มันมักจะจบด้วยการประลองทุกที พอคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นดีนก็ส่ายหน้าดิ๊ก ๆ “เอ่อ.. ฉันวรยุทธอ่อนหัด คงให้คำชี้แนะไม่ได้”

               “ชื่อเสียงเลื่องลือแต่มิอวดตัว น่าเลื่อมใส”

               เอ้า! เป็นงั้นไป มาเลื่อมใสอะไรไม่รู้ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า..

               “พวกเราพร้อมเดินทางกันหรือยัง?”

               @Mackenzie

               “ไม่เรียกแท็กซี่สามพี่น้องสีเทาหรือ?” รูบี้ถาม

               “ไม่เด็ดขาด!” ดีนและหมอคีธโพล่งออกมาแทบจะพร้อมกัน แปลว่าหญิงสาวคนนี้น่าจะเคยมีประสบการณ์สุดเร้าใจบนถนนสายนิวยอร์ก

               @Mackenzie

               “แบบที่ฉันเคยเล่านั่นแหล่ะ ไอ้แท็กซี่บ้านั่นไปถึงไทม์แสควร์ได้ภายในครึ่งชั่วโมงอยู่หรอก แต่อย่าหาทำถ้ายังไม่อยากตาย ฉันกลัวว่าพวกเราจะซี้ม่องเท่งกันก่อนจะได้ไปทำภารกิจ”

               “เห็นด้วยเลย ถึงจะไม่เคยมีประวัติเกิดอุบัติเหตุมาก่อน แต่ถ้าเป็นโรคหัวใจก็เสี่ยงตายได้เหมือนกัน” เฟลิจิตัสเสริม

               “....” ส่วนคนเสนอเงียบกริบ สายตาที่เคย ‘เลื่อมใส’ แปรเปลี่ยนเป็น ‘เหยียดหยาม’ ภายในชั่วพริบตา คล้ายกับสาวบ้านแอรีสจะตะโกนใส่หน้าว่า ‘ไอ้พวกอ่อนหัดเอ๊ย!’  ทว่าเธอไม่ได้ทำ

               “เอาล่ะ ๆ ตามแผนคือนั่งรถไฟแอลไออาร์อาร์ไปลงที่เพนน์สเตชั่น จากนั้นขอแวะไปทำธุระที่ย่านโซโหก่อน หวังว่าพวกเธอจะไม่ว่าอะไรนะ” จู่ ๆ ก็เอ่ยแผนการออกมา ซึ่งแผนนี้ดีนไม่ได้บอกแมคเคนซีมาก่อน

               @Mackenzie

               “นายต้องไปด้วยแมคซี่ เพราะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญระหว่างฉันกับนาย” ดีนมัดมือชก ถ้าหากแมคเคนซีไม่ได้ไปด้วยมันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่เขาเลือกจะออกเดินทางพร้อมกับอีกฝ่ายทั้งที่ตัวเองพร้อมเริ่มภารกิจตั้งแต่เมื่อสิบวันก่อน

               “ฉันไม่มีปัญหาค่ะ แล้วเธอล่ะคุณซู” เฟลิจิตัสเอ่ย

               “...ยังไงก็ได้” สาวเอเซียเอ่ยด้วยน้ำเสียงหน่ายใจ ซึ่งเธอน่าจะได้เหนื่อยหน่ายอีกหลายกระบุง

               “โอเค ถ้างั้นไปที่สถานีรถไฟกัน รถไฟเที่ยวต่อไปน่าจะใกล้มาถึงแล้วล่ะ”

               พูดจบก็ตัดบท เข้าไปเดินควงแมคเคนซีออกจากหน้ารูปปั้นเทพีอะธีน่าพาร์เธนอนออกจากค่ายฮาล์ฟบลัดไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด

               @Mackenzie

               การเดินทางไกลยังคงน่าเบื่อเหมือนเดิม ดีนใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงบนรถไฟไปกับการนอนหนุนไหล่แมคเคนซีเพื่อเก็บแรงเอาไว้ แม้ว่าเดี๋ยวเขาจะได้นอนบนรถไฟเฮเฟตัสอีกนานก็ตามที เรียกว่าทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผิดปกติ จนเมื่อรถไฟหยุดลงที่สถานีรถไฟเพนซิลเวเนียหรือที่ชาวนิวยอร์กเรียกกันติดปากกว่า 'สถานีเพนน์' เวลาก็ล่วงเข้าช่วงสายของวันที่สิบเอ็ดนาฬิกา

               พอลงจากรถไฟได้ก็ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย

               “เดี๋ยวฉันกับแมคซี่จะขอไปที่โซโหกันต่อล่ะ พวกเธอเอาไงกันต่อ? จะไปด้วยไหม หรือว่ารอแถวนี้”

               จากปฏิกิริยาดูก็รู้ว่าคนรักเขาอยากได้เวลาที่เป็นส่วนตัวกัน หมอคีธจึงชิงตอบ

               “ฉันคิดว่ารออยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะ ถ้างั้นพวกเราไปรอที่สตาร์บัคส์ในพลาซ่าตรงกันข้ามกับสถานีเพนน์นะคุณลินคอล์น ไปกันเถอะคุณซู” คุณหมอสาวจับแขนของหญิงสาวบ้านแอรีสให้เดินหลบฉากออกมา ทิ้งดีนกับแมคเคนซีเอาไว้ตรงนั้น ในเมื่อบอกจุดนัดพบกันแล้วก็แค่รอเวลาให้พวกเขาจัดการธุระกันเสร็จเดี๋ยวก็ตามมากันเอง

               เมื่อเอบีซีจากไปแล้วดีนก็ยิ้มหวาน (แต่ดูน่ากลัวนิดหน่อย) ให้กับคนรัก

               “ไปกันที่รัก เราขึ้นซับเวย์ไปที่โซโหกันต่อ”

               @Mackenzie

               “ไม่มีอะไรนี่ นายคิดมากไปแล้วที่รัก” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็ไปต่อสถานีต่อไปที่โซโห ย่านเก่าที่คุ้นเคย




แสดงความคิดเห็น

79. On my honor-18.01.25  /  07:00AM.-[ดูโรลเพลย์ของดีนประกอบ]แล้วก็มาถึงวันออกเดินทาง หลังจากเมื่อคืนตรวจตราสั  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2025-1-29 00:17
โพสต์ 29256 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2025-1-19 04:45
โพสต์ 29,256 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +10 ความกล้า +8 ความศรัทธา จาก โล่แห่งเกียรติยศ  โพสต์ 2025-1-19 04:45
โพสต์ 29,256 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +12 ความศรัทธา จาก กุหลาบสีทอง  โพสต์ 2025-1-19 04:45
โพสต์ 29,256 ไบต์และได้รับ +10 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +15 ความกล้า จาก หนังสือรับรองไครอน  โพสต์ 2025-1-19 04:45
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้