[บ้านใหญ่] ห้องทำงานไครอน

  [คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×
Chiron Study
Chiron Profile
CHIRON'S STUDY
ADMINISTRATION & ACTIVITIES DIVISION
ห้องทำงานส่วนตัวที่ส่งกลิ่นอายความรู้ผ่านเครื่องเรือน ไม้ฮอกกานี ชั้นหนังสือที่เรียงรายอยู่รอบด้านอัดแน่นไปด้วยตำนานปรัมปราและบันทึกของเหล่าวีรบุรุษตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน เป็นสถานที่ซึ่งกาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งเพื่อให้ผู้ครอบครองได้ขบคิดและวางแผนเพื่ออนาคตของเหล่ากึ่งเทพ

โดยปกติแล้ว ไครอน มักจะใช้เวลาอยู่กับการฝึกสอนในสนามฝึก แต่เขาจะกลับมาประจำการที่ห้องแห่งนี้เสมอเพื่อต้อนรับและลงทะเบียน ชาวค่ายใหม่ ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่ค่ายฮาล์ฟบลัดเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะในวันที่ภาระหน้าที่ตกหนักอยู่ที่เขาเพียงผู้เดียวหลังจากที่ผู้อำนวยการท่านเดิมเดินทางกลับโอลิมปัส
THE ACTIVITIES DIRECTOR
( ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมค่าย )
เซนทอร์ผู้ปราดเปรื่อง ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าครูฝึกและผู้รับผิดชอบทุกกิจกรรมหลักภายในค่ายฮาล์ฟบลัด เขาคือที่ปรึกษาที่เปี่ยมด้วยเมตตาและปัญญา พร้อมจะชี้นำทางให้เหล่าวีรบุรุษรุ่นใหม่เสมอ

RECORD UPDATED: 25 JULY 2025

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 4556 ไบต์และได้รับ 2 EXP! [VIP]  โพสต์ 2024-2-23 01:02
โพสต์ 2024-2-26 03:03:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2024-2-26 16:40



Camp Half-Blood




"อาคารหลังใหญ่ เสากรีกโบราณ" ไม่ผิดแน่ เดม่อนยิ้ม เขาคงใกล้จะได้รู้เรื่องของแม่เขาแล้ว บางทีไครอนอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง ก่อนเขาสูดหายใจลึก ๆ และเดินเข้าไปข้างในบ้านใหญ่
          ผมเดินเข้าไปข้างใน ก่อนผ่านห้องนั่งเล่น ผมต้องสะดุ้งกับหัวเสือดาวติดผนัง และแน่นอนว่ามันคำรามใส่ผม เสือดาบมีแต่หัวแต่มันยังไม่ตาย !! โอเค ผมไม่ควรจะตกใจ เพราะในค่ายเลือดผสมนี้คงไม่มีอะไรแปลกเกินไปกว่านี้แล้ว เดม่อนมองดูพรมเหมือนหนังสิงโต แต่ปลายพรมที่มีหัวสิงโตประดับมันดูหัวใหญ่กว่าที่พบเห็นปกติ

          "เธอเป็นเด็กใหม่งั้นเหรอ" ไครอนเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี ก่อนเขาเห็นผมและถามขึ้น
          เดม่อนหันไปตามเสียง อีกฝ่ายเป็นไครอนในตำนานจริง ๆ ขาท่อนล่างของเขาเป็นม้าทั้งหมด ก่อนผมจะรีบทำความเคารพอีกฝ่าย "ครับ ผม..." ผมทำท่าจะพูดเรื่องพี่อาเธอร์ แต่พี่บอกว่าอย่าบอกว่าผมเคยเจอเขา ด้วยค่ายของเราไม่ควรพูดถึงกัน อาจจะส่งผลให้เหล่าเทพเกิดภาวะความจำสับสน
         "ใช่ครับ แซเทอร์คิงช่วยเหลือผมและพามาที่ค่ายนี้" เดม่อนตอบอีกฝ่าย ไครอนเดินมาหยุดตรงหน้าผม ก่อนเขาจะเพ่งพินิจมอง
          ไครอนถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเด็กตรงหน้าจะยังไม่มีเทพองค์ไหนรับรองในเวลานี้ บางทีพวกเขาอาจจะยุ่งอยู่ "ดูเหมือนข้ายังตอบไม่ได้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปพักบ้านพักหมายเลข 11 ชั่วคราว"
        ไครอนพูดขึ้นก่อนเดินไปทางประตูอาคารบ้านใหญ่ "ตามข้ามา"
        ผมกลับหันหลังวิ่งตามไครอนไป ก่อนจะแนะนำตัว "ผมเดม่อน เดม่อน แคนเนลท์ครับ"
        "ว่าแต่คุณเคยฝึกเฮอร์คิวลีสจริง ๆ ใช่ไหมครับ ตามที่ผมเคยได้ยินมาจากในตำนาน" เดม่อนเอ่ยถามขึ้นต่อจากนรวดเร็ว
        "ใข่แล้วเดม่อน และวีรบุรุษอีกหลายคน รวมถึงเจ้าด้วยที่ข้าจะฝึก" ไครอนตอบอีกฝ่ายหันศีราะมายิ้มให้คุณ "เจ้าพร้อมจะรับการฝึกจากข้าหรือเปล่า"

"เพียงแต่..." เดม่อนพูดขึ้นก่อนจะหยุดครู่ และพูดขึ้นใหม่ "ผมไม่ใช่วีรบุรุษอะไรนะครับ ขนาดพ่อแท้ ๆ ผมยังปกป้องท่านไม่ได้"


"วีรบุรุษทุกคนก็มีช่วงเวลาเช่นเจ้านั่นล่ะ เดม่อนน้อย แต่ขอเพียงเจ้าเชื่อในศักยภาพตัวเอง ข้าก็ย่อมสามารถฝึกเจ้าให้แข็งแกร่งได้" ไครอนกล่าวตอบผม "เจ้าหนู เชื่อมั่นในตัวเอง จำไว้"
ผมพยายามจดจำทุกคำที่อีกฝ่ายพูด 
ผมเดินตามไครอนไปตามทางเดิน เขาบอกว่าผมยังไม่ได้รับการรับรองจากทวยเทพ เด็กที่ยังไม่ได้รับการรับรองจะได้ไปพักบ้านหมายเลข 11 บ้านเฮอร์มีส เป็นบ้านที่เปิดต้อนรับนักเดินทางทุกคน

 


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 8196 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2024-2-26 03:03
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2024-2-27 14:03:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Play it coolFeriaHayes time
เฟเรียมาถึงยังหน้าบ้านใหญ่ตามที่พี่มาร์ธ่าและเด็กชาวค่ายคนนั้นบอก เธอก็มองซ้ายมองขวาดูว่าต้องไปที่ไหน จนกระทั่งเธอได้เห็นทางสว่าง นั่นไงล่ะห้องทำงานของไครอน
เธอเคาะประตูดังสามทีตามมารยาท
"ขออนุญาตค่ะ"
"เขามาได้ประตูไม่ได้ล็อต"
สิ้นเสียงเธอก็เปิดประตูเข้าไปข้างใน โค้งคำนับทักทายอีกฝ่ายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทำให้เธอมองเห็นท่อนล่างของอีกฝ่ายที่ไม่ใช่คน
"มาใหม่เหรอ"
"ค่ะ หนูชื่อ เฟเรีย เฮย์ส ค่ะ คือเด็กที่เจอกันที่ประตูเขาบอกให้มารายงานตัวที่นี่ค่ะ"
"ข้าไครอนเป็นผู้อำนวยการค่ายและหัวหน้าครูฝึกประจำค่ายฮาล์ฟบลัดแห่งนี้ อย่างที่เห็นข้าเป็นเซนทอร์น่ะ ที่นี่มีเด็กที่เป็นแบบนี้ก็เยอะ เดี๋ยวก็ชินน่า"
"คิดว่านะคะ....ขนาดตอนเจออสุรกายยังใช้เวลา 2 ปีกว่าจะชินเลย แล้วที่นี่จะกี่ปีกันนี่"
เธอพึมพำกับตัวเองในประโยคสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยืนตรงฟังคำพูดของอีกฝ่าย
"เจ้าคงรู้เรื่องลูกครึ่งเทพแล้วใช่ไหม"
"รู้แค่เพียงเป็นเด็กที่เกิดจากเทพกับมนุษย์ตามที่พี่มาร์ธ่าเคยบอกมา แล้วก็รู้แค่ว่าที่นี่เป็นสถานที่ร่วมเด็กที่เป็นลูกครึ่งเทพไว้ด้วยกัน รู้แค่นี้นะคะ"
"งั้นเหรอแล้วเคยมีเรื่องแปลก ๆ ไหมล่ะ"
"ถ้าพูดถึงเรื่องแปลก ๆ ก็คงที่หนูอ่านหนังสือทีไรจะมีตัวอักษรที่ไม่รู้จักลอยขึ้นมาทุกที กับที่เห็นพวกอสุรกายไล่ตามนี่แหละค่ะ"
"นั่นเป็นโรคดิสเล็กเซีย เป็นโรคที่ทำให้เห็นอักษรจากภาษาอังกฤษเป็นภาษากรีกโบราณ ส่วนพวกอสุรกายพวกนั้นมันตามกลิ่นเจ้ามาไงล่ะ กลิ่นของลูกครึ่งเทพ แต่คนอื่นจะไม่เห็นพวกมัน พวกมันมีมนต์บังตาอยู่ คงเห็นแค่เป็นคนกำลังตามตื้อเจ้าอยู่"
"ทำไมถึงตามกลิ่นหนูมาล่ะคะ"
"ตามฆ่าเจ้าไง ยิ่งโตขึ้นกลิ่นก็แรงขึ้น ถึงต้องมีที่นี่เพื่อคุ้มครองพวกเธอ วางใจได้ที่นี่พวกอสุรกายเข้ามาไม่ได้หรอก"
"ค่อยยังชั่ว แล้วหนูต้องทำอะไรต่อไปเหรอคะ"
"เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปอยู่บ้านหมายเลข 11 บ้านเฮอร์มีส ที่นั่นเป็นบ้านของเด็กที่ไม่ถูกรับรองว่าเป็นสายเลือดของเทพองค์ใด รับนี้ไปสิ"
ไครอนยื่นเสื้อค่ายตัวหนึ่งมาให้กับเธอ เฟเรียรับมันมาก็สวมทับเสื้อเดิมทันที
"พอดีเลย.."
"นี่คือเสื้อค่ายเป็นการบ่งบอกว่าเจ้าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากค่ายแล้วไงล่ะ ตามมาสิ"
"ค่ะ"
bettyleg

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 10885 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2024-2-27 14:03
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืนสไนเปอร์สัมฤทธิ์
นิทราอมตะ
หนังสือรับรองไครอน
เรือแคนูไม้
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ควบคุมดอกป๊อปปี้
กำปั้นแห่งนิทรา
ฝันร้าย
มีดสั้นสัมฤทธิ์
Daedalus's Legacy
เกราะสายรุ้ง
สะกดจิต
น้ำหอม Unisex
ทักษะหอก
หูฟังบลูทูธ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โล่อัสพิส
หลับใหล
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x1
x3
x12
x1
x6
x4
x1
x3
x1
x2
x4
x10
x5
x8
x2
x1
x1
x1
x1
x2
โพสต์ 2024-2-27 22:57:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Nereza เมื่อ 2024-2-28 14:40







BLOOD OF APHRODITE

“ บ้านใหญ่ .. บ้านใหญ่ ไปหาไครอน โอเค ตรงนี้หรือเปล่านะ ? ” ผู้มาใหม่คล้ายจะสับสนกับทิศทางเล็กน้อย แต่เคราะห์ยังดีที่มีคนใจดีช่วยชี้บอกทางให้เธออยู่เป็นระยะอย่างเป็นมิตร เนเรซ่าเดินหอบกระเป๋าคู่ใจที่มีข้าวของไม่กี่อย่างของตัวเองตรงเข้ามาในสถานที่ซึ่งคนในค่ายเรียกกันว่าบ้านใหญ่ พร้อมกันนั้นดวงตาที่คมกริบของวิฬาร์อันมากไปด้วยพิษสงอย่างเธอก็เคลื่อนมองไปทั่วเพื่อจดจำบรรยากาศที่คงจะต้องได้เห็นไปอีกนาน

เนเรซ่าสูดหายใจเข้า ตัวเธอในตอนนี้กำลังยืนอยู่หน้าประตูใหม่บานใหญ่ที่จะนำเธอเข้าไปสู่ห้องทำงานของคนที่ชื่อ ‘ ไครอน ’ หญิงสาวจัดชุดของตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนจะรวบเส้นผมสีบลอนด์ให้ปัดมาพาดอยู่ที่ไหล่ขวา เธอปิดเปลือกตาลงครู่หนึ่งเพื่อทำใจ ก่อนที่จะยื่นมือเข้าเคาะประตูเบา ๆ เพื่อขออนุญาตเข้าไปด้านใน

“ เชิญ เชิญเข้ามาได้ ”

เสียงทุ้มที่ลอดจากขอบประตูดังออกมาให้คนที่อยู่ด้านนอกพอจะได้ยินคำอนุญาตจากปากเจ้าของที่อยู่ด้านใน เนเรซ่านับหนึ่ง สอง และสาม อยู่ในใจสั้น ๆ จากนั้นจึงเอื้อมมือเข้าจับลูกบิดและเปิดประตูเข้าไปสู่ด้านในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ รวมไปถึงกลิ่นหนังสือเก่า ๆ ที่คงจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

“ยินดีต้อนรับ ฉันได้ยินเรื่องของเธอจากอาเธอร์แล้ว ฮาร์ปี้สินะ ฮาร์ปี้ในกรุงปารีสคงเกรี้ยวกราดน่าดู เพราะปกติแล้วไม่ค่อยมีครึ่งเทพตกถึงท้องเจ้าพวกนั้น ”

ความประทับใจแรกที่เนเรซ่ามีต่อเจ้าของชื่อ ‘ ไครอน ’ คงเป็นบรรยากาศปลอดโปร่งชวนให้สบายใจ และประโยคคำทักทายที่แฝงไว้ด้วยความเป็นกันเอง บ่งบอกให้ทราบถึงประสบการณ์ชีวิตและวุฒิภาวะที่มากพอในการจะต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ยังไม่เชื่อและวางใจในตัวค่ายเท่าใดนัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มต้นทักทายเธอด้วยรอยยิ้มและความเป็นกันเอง ถ้าอย่างนั้นเธอก็สมควรจะต้องตอบกลับด้วยการแสดงออกในระดับเดียวกันเพื่อรักษาไว้ซึ่งมารยาทที่ควรมี “ สวัสดีค่ะคุณไครอน หวังว่าฉันคงจะไม่ได้มารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ .. แล้วก็ ไม่ปฏิเสธเลยค่ะว่าฮาร์ปี้ที่กรุงปารีสค่อนข้าง ดุดันทีเดียว ”

เสียงหัวเราะร่วนของไครอนดังขึ้นเป็นสัญญาณตอบรับที่ว่าเขาพอจะชื่นชอบคำตอบของเธออยู่บ้าง เซนทอร์มากประสบการณ์ภายมือไปยังเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เขาคงต้องการให้ว่าที่สมาชิกค่ายคนใหม่ได้นั่งลงสนทนารายละเอียดก่อนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายได้เข้าไปผจญภัยใช้ชีวิตภายในค่ายด้วยตัวของเธอเอง

“ อาเธอร์บอกฉันมาว่า เธอค่อนข้างที่จะ โดดเด่น ในตอนแรกฉันยังไม่เข้าใจนักเกี่ยวกับความหมายของคำว่าโดดเด่นที่เขาต้องการจะสื่อ แต่หลังจากได้พบแล้ว ฉันคิดว่าฉันเข้าใกล้กับการเข้าใจถึงคำว่าโดดเด่นนั้นแล้วล่ะ ” ไครอนพูดในระหว่างที่เนเรซ่ากำลังทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่บริเวณอีกฟากหนึ่งของโต๊ะทำงาน ทำให้พวกเขาทั้งสองต่างก็อยู่ในระดับที่สนทนาโดยมองหน้ากันได้แบบที่สะดวกยิ่งขึ้น “ เธอคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่นี้ไม่น้อย เอาล่ะ ลองถามสิ่งที่เธออยากรู้มาสิ ”

“ ฉันพอรู้แล้วว่าค่ายนี้มีไว้เพื่ออะไร แต่ว่า สิ่งที่ฉันสงสัยคือ ทำไมถึงได้มาเจอฉันเอาตอนนี้ ”

เซนทอร์ผู้ครอบครองตำแหน่งรักษาการดูแลค่ายผ่อนลมหายใจออก เขาระบายยิ้มเบาบาง จากนั้นถึงได้เริ่มเอ่ยปากอธิบายถึงเรื่องราวของค่ายนี้ให้เธอได้ฟัง “ อันที่จริงเราคอยตามหาทายาทของเหล่าทวยเทพอยู่เสมอเด็กน้อย แต่มันก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะพบ ”

“ ภายในค่ายแห่งนี้ ครึ่งเทพที่อายุน้อยที่สุด จะอยู่ที่ราว ๆ 12 ปี ส่วนที่มากกว่านั้นก็มี ” ไครอนเบนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างที่ยังมีชาวค่ายแอบแวะเวียนกันมาดูหน้าตาของว่าที่สมาชิกใหม่พร้อมด้วยรอยยิ้มเอ็นดู “ เราเรียกมันว่าเป็นโชคชะตาที่ผู้เป็นพ่อหรือแม่มอบให้ บางครั้งพวกเขา หมายถึง เหล่าเทพสักคนที่เป็นผู้ให้กำเนิดเธอก็ ค่อนข้าง.. เข้าใจยาก ”

ฟังดูเหมือนการนินทาทวยเทพอยู่บ้าง แต่ถ้ามันเป็นการที่ผู้ดูแลค่ายกล่าวเอาเองก็คงจะไม่ผิดอะไร “ คุณจะบอกว่า สุดท้ายแล้วเรื่องทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อหรือแม่ที่ไม่เคยโผล่หน้ามาเจอกันนะเหรอคะ ? ”

“ จะเรียกแบบนั้นก็ได้สาวน้อย สุดท้ายแล้วพวกเขามักเป็นคนตัดสินใจ ว่าทายาทของพวกเขาพร้อมที่จะรับรู้เรื่องราวพวกนี้เมื่อไหร่ โอ้ จริงสิ ขอโทษนะ เธอเติบโตมากับ ? ”

“ พ่อค่ะ ฉันใช้ชีวิตมากับพ่อ ”

“ วินาทีแรกที่ฉันพบเธอ ฉันคิดว่ามีรายชื่อพวกเขาไม่กี่คนที่พอจะเป็นต้นกำเนิดให้เธอได้ แต่พอพูดแบบนี้แล้ว ก็ดูเหมือนจะตัดตัวเลือกไปได้เยอะเลยเชียว ” ไครอนขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ พลางหยิบเอาแฟ้มรายชื่อของบ้านต่าง ๆ ขึ้นมาดูว่าเด็กสาวตรงหน้ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะได้ไปโผล่ในเคบินใด

“ โดยปกติแล้วคุณใช้อะไรวัดว่าใครจะเป็นลูกใคร ยังไงนะคะ ? ”

“ โดยปกติแล้ว พวกเขาจะแสดงสัญลักษณ์ขึ้นมาให้เรารู้เอง ในกรณีที่ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นเด็กบ้านไหนก็แค่ต้องไปอยู่ที่บ้านเฮอร์มีสเพื่อรอการแสดงสัญลักษณ์ ” ไครอนเงยหน้าขึ้นจากกระดาษเอกสารและคลี่ยิ้มเบาบาง “ แต่เธอดูมีความโดดเด่นอย่างที่อาเธอร์ว่า เพียงแต่ฉันยังนึกไม่ออกว่าความโดดเด่นนี้มันค่อนไปทางองค์ใด.. ”

เอาล่ะ ถึงแม้เนเรซ่าจะเคยศึกษาในเรื่องของเทพ และเรื่องลี้ลับตามตำนานมามากมาย แต่เธอไม่ใช่สาววัยใสอายุ 15 ที่ยังคลั่งไคล้กับการมีพลังวิเศษ หรือฝันใฝ่อย่างได้รับพร ไม่ก็การได้เจอคิวปิดตัวเป็น ๆ อีกต่อไป ดังนั้นมันก็คงมีบ้างที่เธอจะหลง ๆ ลืม ๆ รายละเอียดของบรรดาเทพที่ครั้งหนึ่งเปรียบเสมือนไอดอลในดวงใจ “ ขอโทษนะคะคุณไครอน ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับเทพแต่ละองค์ ไม่ก็ แต่ละบ้านที่คุณว่าให้ฉันอ่านหรือฟังไหม ”

“ มีสิ เดี๋ยวนี้พวกเด็กสมัยใหม่ไม่ค่อยศึกษาเรื่องเก่าเรื่องแก่กันแล้ว ฉันเลยต้องทำใบปลิวข้อมูลเอาไว้ให้พวกเขาอ่านง่าย ๆ เอาล่ะ อยู่ไหนนะ… ”

สิ้นเสียงพึมพัม เซนทอร์ผู้ดูแลก็ก้ม ๆ เงย ๆ เปิดลิ้นชักหาใบปลิวข้อมูลเพื่อที่จะส่งให้เธอได้อ่านฆ่าเวลาไปพลาง ๆ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาหาอยู่พักหนึ่งแต่ก็เป็นเรื่องดีที่สุดท้ายไครอนก็ได้เจอใบปลิวเหลือเป็นใบสุดท้ายและยื่นให้ว่าที่สมาชิกใหม่ได้อ่านทำความเข้าใจไปพลาง ๆ

เนเรซ่ากะพริบตาปริบ เธอไม่คิดว่ามันจะมีจริง แต่ก็ .. ก็ดี ถ้ามันมี

สาวฝรั่งเศสลอบถอนหายใจอยู่คนเดียวเงียบ ๆ พลางพลิกหน้าใบปลิวเพื่ออ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเทพ และบ้านแต่ละหลังภายในค่ายอย่างตั้งใจ ต้องขอบคุณใบปลิวสารพัดประโยชน์ที่ทำให้อย่างน้อยเธอก็เริ่มพอจะนึกภาพรวมของที่นี่ และได้เห็นในสิ่งที่ควรจะรู้ติดสมองไว้ถ้าต้องใช้ชีวิตภายในค่าย

“ เอาตรง ๆ ไหม คุณไครอน ฉันไม่เห็นเข้าใจเลยว่าตัวเองจะเป็นครึ่งเทพ หรือ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าลูกเทพนี่ได้ยังไง ”

“ ไม่สิ ฉันหมายถึง ฉันเข้าใจ ว่าอาการที่ฉันมีมันแปลก แบบว่า การเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น การเจอตัวประหลาดมาตลอดชีวิต หรือ การเข้ามาที่นี่ได้ ทั้งที่ ในใบปลิวบอกว่า ค่ายนี้ใช่ว่าจะเข้ามากันได้ทุกคน แต่ ฉันไม่เข้าใจอยู่ดี ฉันดูไม่เห็นจะเข้าเค้าการเป็นลูกของเทพองค์ไหนเลย แล้ว— ”

เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะดูสีหน้าของผู้ดูแลที่คงจะเคยเจอปัญหานี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเมื่อนัยน์ตาสีฟ้าครามของเนเรซ่าได้มองตรงไปยังเซนทอร์ที่อยู่อีกฟาก เธอก็ต้องแปลกใจ ที่ชายผิวเข้มผู้นั้นเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร และหัวเราะเบา ๆ ในระหว่างที่มองเลยศีรษะของเธอขึ้นไป

“ รู้อะไรไหมสาวน้อย ”

“ ฉันว่าเธอคู่ควรต่อการเป็นธิดาของเทพีองค์นี้ที่สุดเลยล่ะ ”

“ ยินดีต้อนรับ ธิดาแห่งเทพีอะโฟรไดท์ ”

ไครอนพยักเพยิดเป็นสัญญาณให้เนเรซ่าเงยหน้าขึ้นมองเหนือศีรษะ และแน่นอน สิ่งที่เธอเห็นนั้นคือเส้นสัญลักษณ์นกพิราบสีขาวเรืองรองที่ปรากฏขึ้นด้วยความยินดี

เนเรซ่าช็อคไปแล้ว เธออ้าปากและนิ่งค้างไปจนเซนทอร์ที่มองอยู่ถึงกับต้องหัวเราะอีกครั้ง และใช้มือทุบกับโต๊ะเบา ๆ เพื่อเรียกให้สติของเด็กสาวกลับมาอยู่กับตัว “ ฉันบอกแล้วว่าเธอโดดเด่น ที่แท้ก็เป็นความโดดเด่นของอะโฟรไดท์ที่แสนงดงามนี่เอง ”

“ รับนี่ไปสิ นี่เป็นเสื้อค่ายที่เธอจะต้องใช้หลักจากนี้ แล้วก็ ตามฉันมาเนเรซ่า ฉันจะพาเธอไปยังบ้านที่มีเหล่าพี่น้องของเธอพักอยู่”







แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 22327 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2024-2-27 22:57
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้นพูจิโอ
เกราะทหารโรมัน
รองเท้าเดินทัพ
Anker PowerCore
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
สร้อยนำโชคจากไทสัน
คัมภีร์เอาชีวิตรอด(เอลล่า)
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
แปลงร่าง
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
หอกฮาลต้า
โล่อัสพิส
กล่องสรวงสวาท
Daedalus's Legacy
สื่อสารกับความรัก
สัญชาตญาณแห่งรัก
ทักษะมีดสั้น
ต่างหูเงิน
หอมเย้ายวน
หูฟังบลูทูธ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x2
x4
x1
x2
x1
x5
x5
x5
x8
x1
x4
x2
x7
x1
x1
x10
x2
x1
x5
x1
x1
x1
x20
x1
x1
x2
x7
x1
x3
x2
โพสต์ 2024-2-28 03:05:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Play it coolFeriaHayes time
เฟเรียมายังห้องทำงานของไครอนอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตกใจว่าเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นด้วยความอยากรู้ เธอก็สวมเฮคโฟนฟังเพลงคลายความตื่นเต้นแต่เพลงมันโจ๊ะ ๆ ซะ จนจากตื่นเต้นกลายเป็นอยากเต้นแทนนี่แหละ แต่ก่อนหน้านั้นเธอก็เคาะประตู
ก็อก ๆ 
"เข้ามาได้"
"ขอโทษที่มารบกวนยามดึกนะคะคุณไครอน คือว่าเมื่อครู่ที่โรงอาหารอยู่ดี ๆ ก็มีสัญลักษณ์รูปดอกป็อปปี้เรืองแสงอยู่บนหัวหนูน่ะ คนแถวนั้นบอกว่าหนูเป็นบุตรีแห่งเทพฮิปนอส มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ หนูหมายถึง...ใครคือเทพฮิปนอสเหรอคะ"
"ไม่แปลกหรอกที่ไม่ค่อยรู้จัก เทพฮิปนอสเป็นเทพแห่งการหลับใหล อยู่ในฐานะเทพผู้ช่วยของท่านเทพฮาเดส ดอกป็อปปี้เป็นสัญลักษณ์ของท่าน มันหมายความว่าท่านรับรองเจ้าในฐานะบุตรีของท่านแล้วไงล่ะ จากนี้ไปเจ้าจะต้องไปอยู่ที่บ้านหมายเลข 15 บ้านฮิปนอส แทนบ้านเฮอร์มีสแล้วนะ ตามมาสิ ข้าจะพาไปปลุกพลังสายเลือดของเจ้า"
ว่าแล้วไครอนก็พาเธอเดินออกจากห้องนี้ไปยังบ้านพักหมายเลข 15 ทันที
bettyleg

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 5562 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2024-2-28 03:05
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืนสไนเปอร์สัมฤทธิ์
นิทราอมตะ
หนังสือรับรองไครอน
เรือแคนูไม้
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ควบคุมดอกป๊อปปี้
กำปั้นแห่งนิทรา
ฝันร้าย
มีดสั้นสัมฤทธิ์
Daedalus's Legacy
เกราะสายรุ้ง
สะกดจิต
น้ำหอม Unisex
ทักษะหอก
หูฟังบลูทูธ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โล่อัสพิส
หลับใหล
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x1
x3
x12
x1
x6
x4
x1
x3
x1
x2
x4
x10
x5
x8
x2
x1
x1
x1
x1
x2
โพสต์ 2024-2-28 09:49:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                  หลังจากผ่านการผจญภัย (ที่เมซิคินคิดว่าไม่นับเป็นการผจญภัย) ในค่ายแล้ว เด็กหญิงที่พาเธอเดินสำรวจก็พามาส่งที่บ้านพักหลังหนึ่ง เด็กหญิงเรียกบ้านหลังนี้ว่า 'ห้องทำงานของไครอน'
                  หัวสมองของเมซิคินแล่นเร็วจี๋ เธอพยายามนึกชื่อว่าใครคือไครอนในตำนานปกรณัม เธอจำได้ลางๆ ว่าไครอนมีหน้าที่เป็นครูฝึกวีรบุรุษในตำนาน แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่าเขามีรูปร่างลักษณะเป็นยังไง
                      ก็คงเป็นคนธรรมดาล่ะมั้ง ..?
                  เมซิคินคิดพลางปัดเส้นผมสีน้ำเงินเหลือบเทาตัดสั้นที่ผ่านการย้อมมาเมื่อวันก่อนออกไปจากหน้าผาก เด็กหญิงคนเดิมดันหลังเธอในเดินเข้าไปในบ้านพัก ก่อนจากไปเธอยังชูนิ้วโป้งเป็นเชิงบอกว่า 'สู้ๆ' ให้กับเมซิคินอีกด้วย
                  หญิงสาวตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องทำงานของไครอน ภายในห้องทำงานมีชั้นหนังสือเต็มไปหมด เมซิคินคล้ายกับได้กลิ่นกระดาษลอยฝุ้งไปมาในอากาศ หญิงสาวถูจมูก พยายามหลบเลี่ยงฝุ่นที่เกาะอยู่บนชั้นหนังสือ
                  "สวัสดีค่ะ ?"
                  "โอ้.. เลือดผสมคนใหม่เหรอ" เสียงกุกกักดังออกมาจากชั้นหนังสือสักชั้นหนึ่ง ก่อนที่ร่างของชายคนหนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเมซิคิน
                  อืม.. เขาก็เป็นแค่ชายคนหนึ่งจริงๆ ด้วย
                  ก็บ้าแล้ว !!
                  เมซิคินผงะ ภาพลักษณ์ของไครอนในสมองก่อนหน้านี้เหมือนถูกลบจนเกลี้ยง แทนที่ด้วยชาย (ก็ไม่เชิง) ชราคนหนึ่ง ริ้วรอยบนใบหน้าของเขาบ่งบอกว่าเขาข้ามผ่านประสบการณ์อันโชกโชนมานานมากแล้ว เคราสีขาวถูกตัดเล็มอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้หญิงสาวตกใจไม่ใช่อายุ เครา หรือว่าริ้วรอย หากแต่เป็นชายที่ท่อนล่างเป็นม้าต่างหาก !
                  จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าไครอนไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นเซนทอร์.. ครึ่งคนครึ่งม้าที่เป็นครูฝึกให้กับวีรบุรุษในตำนานต่างหาก
                  หญิงสาวกระพริบตา "เหมือนจะใช่ค่ะ"
                  "ถ้าเช่นนั้นก็.. ยินดีต้อนรับนะ" เขาเอ่ย "เหมือนว่าเซเทอร์ตัวน้อยที่พาเธอมาส่ง คงจะอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เธอเข้าใจแล้วสินะ ?"
                  "ก็.. นิดหน่อยค่ะ"
                  "ฉันค่อนข้างที่จะแปลกใจนะว่าทำไมเธอถึงมาค่ายเอาป่านนี้" เขาขมวดคิ้ว "ปกติแล้วมนุษย์ครึ่งเทพอย่างพวกเธอจะมีกลิ่น.. เอ่อ หมายถึงอสูรกายจะได้กลิ่นเด็กๆ เลือดผสม ยิ่งถ้าโตขึ้น กลิ่นก็จะยิ่งแรงขึ้น"
                  "ฉันอาจจะไม่ใช่ลูกรักของเขาก็ได้ค่ะ" เมซิคินยักไหล่ เธอไม่คาดหวังว่าพ่อของเธอ (หรืออาจจะเป็นแม่) จะนึกถึงเธออยู่แล้ว "ก็เลยอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้"
                  ไครอนเงียบไป เขาถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้นมา "เอาเถอะ เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มาอยู่ที่นี่แล้ว"
                  เขาหันหลังไป ค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อหยิบเสื้อยืดสีส้มสะดุดตาออกมา
                  "เอาล่ะ.. ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าอีกครึ่งหนึ่งของเธอเป็นสายเลือดของเทพองค์ไหน เพราะฉะนั้น" เขาส่งเสื้อยืดให้กับเธอ "ที่พักชั่วคราวของเธอจะเป็นบ้านพักหมายเลข 11 บ้านเฮอร์มีส"
                  เมซิคินพยักหน้า เธอรับเสื้อยืดตัวนั้นมาถือไว้
                  "จนกว่าจะได้รู้ว่าพ่อแม่เธอเป็นใคร เธอก็อยู่ในนั้นไปก่อนแล้วกันนะ"

                  "ค่ะ" หญิงสาวพยักหน้า "ขอบคุณค่ะ"


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 8316 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2024-2-28 09:49
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อคลุม AOWOFS
แว่นกันแดด
โรคสมาธิสั้น
หอกกรีก
สัมผัสแห่งความตาย
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โพสต์ 2024-2-28 17:18:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                 ไม่น่าเชื่อว่าการรับรองจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ ไม่นานเท่าไหร่เมซิคินก็มาปรากฏตัวที่ห้องทำงานของไครอนอีกครั้งแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม ต่างจากเดิมตรงที่ฝุ่นที่อยู่บนชั้นหนังสือถูกทำความสะอาดไปบ้างแล้ว นั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกโล่งใจ เพราะเธอไม่อยากจะสูดฝุ่นเข้าปอดในระหว่างที่คุยกับผู้อำนวยการค่าย
                 ไครอนยังคงเหมือนเดิม.. เขาอยู่ในรูปลักษณ์ของครึ่งคนครึ่งม้าเดินไปมาอยู่แถวชั้นหนังสือ เธอคาดว่าเขาน่าจะกำลังพยายามทำความสะอาดชั้นหนังสืออยู่หรือไม่ก็พยายามหาบันทึกอะไรสักอย่าง
                 "สวัสดีค่ะไครอน" หญิงสาวทักทาย
                 เจ้าของชื่อหันมามองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความงุนงง "มีอะไรเหรอ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ"
                 "ไม่ใช่ค่ะ" หญิงสาวรีบปฏิเสธ
                 เมซิคินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ไครอนฟังอย่างละเอียด เธอเล่าว่าเธอไปรับภารกิจมาสองสามอย่าง ซื้อโคล่ากระป๋องหวังจะมากิน ทว่ากลับมอบให้ทวยเทพไปเรียบร้อยแล้ว พอเล่าถึงตอนที่สัญลักษณ์ปรากฏแล้วเธอบอกว่ามันรูปลักษณ์เหมือนชามใบใหญ่ที่ใส่ไข่ไว้และมีที่จับ ไครอนก็ทำหน้าขรึม
                 "สาวน้อย มันไม่ใช่ชามใบใหญ่ใส่ไข่อะไรนั่นหรอกนะ" เขาเอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าเคร่งเครียด "มันคือสัญลักษณ์ของเทพฮาเดส.. มันคือหมวกล่องหนกับอาวุธสองง่ามของเขาต่างหาก"
                 แบบนี้เท่ากับว่าเธอลบหลู่เทพเจ้ารึเปล่านะ..
                 "เอาล่ะๆ" ไครอนถอนหายใจ "เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปบ้านพักหมายเลข 13 นะ"
                 "เท่ากับว่าไม่ต้องอยู่ในบ้านพักหมายเลข 11 แล้วใช่มั้ยคะ?"
                 "อืม.. เธอเก็บของออกมาได้เลย"

                     ขอบคุณสวรรค์.. จะได้นอนพักผ่อนโดนที่ไม่ต้องอุดหูแล้ว


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 4575 ไบต์และได้รับ 1 EXP!  โพสต์ 2024-2-28 17:18
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อคลุม AOWOFS
แว่นกันแดด
โรคสมาธิสั้น
หอกกรีก
สัมผัสแห่งความตาย
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โพสต์ 2024-2-29 12:41:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Half-Blood Camp
ลอเรนซิอุส อากุสโต้

บ้านใหญ่ : ห้องทำงานของไครอน

" คงเป็นหลังนี้ไม่ผิดเเน่ "

ผมเงยมองไปรอบๆบ้านหลังใหญ่ ก่อนค่อยๆก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นเพื่อเข้าไปด้านในบ้าน เสียงข้างในมันสั่นออกมาราวกับว่าไม่เคยเจอเรื่องตื่นเต้นอะไรเเบบนี้มาก่อน

" ก็อก ก็อก เข้าไปนะครับ มีคนอยู่มั้ย "

ไม่รอให้คนข้างในตอบรับ ผมให้มือเปิดประตูเข้าไปอย่างไว ก่อนเดินเข้าไปในภายในบ้านบรรยากาศข้างในดูอบอุ่นเต็มไปด้วยกองหนังสือเเละชั้นวางอีกทั้งงานศิลปะมากมายทั้งรูปปั้นเเละภาพวาดเรียงรายบ้างก็เเขวนไว้บนผนังบ้างก็ถูกวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบเหมือนในพิพิธภัณฑ์

ผมยังคงเดินวนไปมารอบๆห้องของไครอนเพื่อชมความงามเเละสิ่งของหายากที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่นานนักก็มีเสียงเท้าคล้ายม้าเดินเขามาใกล้ๆผม ผมหันไปมองเสียงที่ได้ยินก่อนพบร่างชายวัยกลางคนท่อนล่างคล้ายม้าท่อนบนเป็นมนุษย์ ผมถึงขั้นต้องเก็บอาการจนอีกฝ่ายถามขึ้น

" นายคงจะเป็นเด็กใหม่ เราพูดถูกมั้ย อืม!! รูปร่างสมส่วน ภูมิฐาน เเต่ใครกันจะรับรองเป็นบุตร "

ผมยังคงยืนประหลาดใจกับสิ่งที่ได้พบตรงหน้า ก่อนอีกฝ่ายจะช่วยถึงสติกลับมาเเละบอกเกี่ยวกับขั้นตอนการให้เหล่าเทพเจ้าคนใดคนหนึ่งรับรองเราเป็นบุตรอาจเป็นเพราะงานที่หนักเลยยังไม่มีเวลาผมคิดในใจ

" เอาล่ะ! เอาล่ะ! เเต่ไม่เป็นไรรอไปก่อนในระหว่างรอเหล่าเทพมารับรองเจ้า จะให้ไปพักที่บ้านเลขที่11ก่อน "

ผมพยักหน้าให้คุณไครอน ก่อนจะเดินตามไปเเบบงงๆ เพราะว่าที่ไหนคือบ้านเลขที่ 11 ไครอนหันมายิ้มให้บางๆก่อนนำทางไปบ้านพักดังกล่าว บ้านเฮอร์มีส เป็นบ้านที่เปิดต้อนรับนักเดินทางทุกคนในระหว่างทางไครอนพูดให้ผมฟังทำให้ผมหายตื่นเต้นเเละอาการประหม่าไปอยู่พอสมควร

" เอาล่ะถึงเเล้ว บ้านเลขที่11 เจ้าก็อยู่ที่นี้ไปก่อนรอเหล่าเทพรับรองเเล้วมาหาเราอีกครั้ง"

ผมขอบคุณไครอน ก่อนเดินเข้าไปยังบ้านเลขที่ 11 พร้อมของสัมภาระที่หอบมาจากสเปน คงถึงที่พักเเล้วซิ เหนื่อยมากหิวด้วยเเต่ไม่เป็นไรเราต้องอดทน ผมสบถในใจก่อนยิ้มให้ไครอนเเละเปิดประตูเขาไปยังบ้านเลขที่ 11

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 6422 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2024-2-29 12:41
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
เสื้อคลุม AOWOFS
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
อัจฉริยะ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โพสต์ 2024-2-29 16:28:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด

DARYNA
the daughter of Goddess iris
ได้ยินเด็กชายแปลกหน้าพูดไม่ทันจบเสียด้วยซ้ำก็ต้องเร่งฝีเท้าตามไปแล้วเพราะอีกคนเล่นเดินนำไปเสียรวดเร็วแทบจะทิ้งฝุ่นให้เธอและเพื่อนต่างรุ่นแขนเดี้ยงเห็นเพียงต่างหน้าเท่านั้น ดาริน่าที่ปกติก็ไม่ได้มีความกระฉับกระเฉงเท่าไหร่พลันหลุดหอบแผ่วเบาขึ้นมาเมื่อถึงที่หมายอันเป็นบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งยังบริเวณไม่ไกลจากทางเข้านัก และด้วยเพราะเสียพลังงานไปกับการเดินตามเลยไม่ทันได้เฝ้าสังเกตโดยรอบนัก

มือข้างหนึ่งยกแตะกลางอกให้เธอค่อยคอยหายใจ ขณะลอบผินดวงตากลมกวาดมองทั่วลักษณะของสถานที่เบื้องหน้าเมื่อในที่สุดก็มีสมาธิกับการสำรวจ ลักษณะใกล้เคียงกับพวกคำศัพท์.. โบราณ? เก่าแก่? หรืออะไรก็ตามที่ให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างขลัง ไม่รู้ทำไมดาริน่าถึงคิดแบบนั้นจนนึกอยากวาดรูปขึ้นมา ถ้าไม่เพราะถูกเด็กหนุ่มที่เดินนำไปก่อนหน้าชะโงกหัวจากอีกด้านของบานประตูทางเข้าพร้อมเร่งกวักมือยิก ๆ ให้ทั้งคู่เข้าไป หญิงสาวคงนั่งอยู่แถวนั้นและเริ่มวาดรูปไปแล้ว

ช้าจริง พอตัวโตแทนที่จะก้าวขากันให้ไวกว่านี้น้า– อ่ะ! ห้องนี้แหละ เข้าไปเลยพวก ยังไงก็ยินดีต้อนรับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับของด้วยนะยายซุ่มซ่าม

ร่างของเด็กชายคนนั้นที่เดินนำมาจนถึงหน้าห้องห้องหนึ่งพลันเร่งโบกมือลา โดยเหมือนจะเน้นเฉพาะบอกหายังดาริน่าเป็นพิเศษให้เจ้าตัวเอียงศีรษะนึกงุนงง ทว่าในตอนกำลังจะเลื่อนมือกอบกุมยังกำไลข้อมือแก้ประหม่าก็ต้องชะงักไปให้เร่งก้มมอง

กำไล… กำไลทำมือหาย?

อ้ำอึ้งอยู่แบบนั้นเพื่อนึกว่าลืมไว้ที่ไหน แต่ยังไม่ทันจะเดินย้อนคืนที่เก่า เสียงทุ้มเข้มของใครบางคนก็ปรากฏแว่วผ่านดังขึ้นยังหลังบานประตูไม้มะฮอกกานีที่เปิดแง้มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ อาจจะแง้มตั้งแต่เด็กชายก่อนหน้าเดินมาถึงบริเวณนี้แล้วก็ได้ให้ดาริน่าที่เกือบจะออกจากพื้นที่ไปยังคงยึดเท้ายืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะเริ่มผินสายตามองขอความช่วยเหลือจากดีนว่าควรเข้าไปตามคำเชิญไหม

เข้ามาสิ.. ทั้งคู่เลย

@Dean

ขณะกำลังยืนตกใจเฝ้าสังเกตช่วงล่างของชายที่กำลังเดินด้วยกีบม้าส่งเสียงกุกกักแผ่วเบาเพื่อตรงดูเอกสารในชั้นวางไม้มุมห้องหลังประตูไม้ถูกเปิดกว้างเพื่อเยือนพบบุคคลเจ้าของเสียงภายใน คล้ายดาริน่าจะได้สติตอนเพื่อนต่างรุ่นบอกให้ตบหน้าอีกคนเข้านั่นแหละ ทำเอามือเล็กที่กำลูกบิดเร่งผละมากอบกุมกันเอาไว้

ดวงหน้าเงยผินมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าแผ่วเบาดูติดเกรงใจขึ้นมา

คุณนีลเจ็บตัวอยู่แล้วนะคะ ” เอ่ยให้ฉุกคิด ก่อนในตอนที่กำลังจะเสนอวิธีอื่นอย่างการสะบัดแขนข้างที่เจ็บเอง เสียงของชายครึ่งม้านั้นก็หันกลับมาเอ่ยทั้งสองเสียงเข้มที่เจือหัวเราะอยู่ในที

ดูพวกคุณเป็นกลุ่มคนที่ไม่เชื่อถือที่แห่งนี้ที่สุดที่ผมเจอเลยนะ..

พึ่บ!

เสียงปิดเอกสารบางอย่างดังแทรกพอดีกับท้ายประโยคที่เอ่ยจบ ดวงหน้าเคร่งขรึมหันมายิ้มอ่อนโยนให้ลูกครึ่งเทพทั้งสองที่ดูจะอยู่รอดมาได้จนอายุเกือบเกินเลขสองและเกินเลขสองมาแล้วได้อย่างน่าประทับใจ

เก่งน่าดูที่รอดมาได้จากข้างนอก– โดยเฉพาะพ่อหนุ่มใส่เฝือกนั่น.. แต่ก็น่าจะเกือบแล้วน่ะนะ ” ประโยคท้ายเอ่ยก่อนหลุดหัวเราะออกมาแผ่วเบา เสียงกุบกับดังออกอีกหน ก่อนร่างสูงครึ่งม้าจะกลับไปยืนเบื้องหลังโต๊ะไม้เพื่อสนทนากับทั้งคู่อย่างเป็นทางการ

ดาริน่าที่เฝ้ามองตั้งแต่เมื่อครู่ได้แต่เงียบฟังอยู่แบบนั้น ตามจริงก็กำลังสับสนเอามาก ๆ เลยอยู่เหมือนกันที่เจอตัวประหลาดพูดได้ ก็ปกติเจอแต่เห็นหน้าก็ตรงมาทำร้ายไม่ได้คุยกันแบบนี้นี่

คือ.. ตามจริง พวกเรากลับกันได้ไหมคะ? ” ไม่รู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรที่ประดังประเด ทำเอาหญิงสาวอยากกลับไปหาวลาดเพื่อตั้งสติ สุดท้ายเลยทำใจกล้าเอ่ยถามคำถามในใจออกไปให้ได้รับท่าทางส่ายหัวกลับมาแทบจะเดี๋ยวนั้น

พวกคุณตอนนี้ออกไปคงไม่โชคดีแบบตอนก่อนหน้าอีกแน่ โดยเฉพาะพ่อหนุ่มคนนี้.. ลูกของท่านโพไซดอนคงโดนกินไม่เหลือเลยล่ะ

โพ..? โพไซดอนอะไรคะ–

หันมองตามสายตาชายครึ่งม้าที่จดจ้องเหนือหัวทั้งคู่ไปยังศีรษะของเพื่อนต่างรุ่น ก่อนจะเบิกตาหุบปากฉับเมื่อเห็นเหมือนสัญลักษณ์สามง่ามอันตรายเหนือหัวดีนให้มือเล็กเร่งยืดไปปัด ๆ ออกเหมือนกลัวจะตกลงมาใส่หัวเพื่อนอย่างไรอย่างนั้น

อะไรกันน่ะ? อยากวาดรูปคุณนีลตอนนี้จัง แต่ตอนนี้ไม่ได้สิ..

@Dean

นิ่งฟังมึนงงมาตั้งแต่เมื่อครู่ก็คล้ายสับสน อาจเพราะดาริน่าพอจะรับรู้ว่าเทพโพไซดอนเป็นผู้ชายไม่ใช่หรอ? ถ้าเธอเป็นลูกของโพไซดอนด้วย ไม่ใช่หมายความว่าวลาดชอบผู้ชายงั้นหรอ? แล้วที่เคยบอกบรรยายรูปลักษณ์คุณแม่ว่าดวงตาเหมือนกับเธอ และยิ่งโตดาริน่าก็ยิ่งคล้ายกับแม่เข้าไปใหญ่

เทพโพไซดอนเป็นพวก.. หน้าสวยอย่างนั้นหรอ? เอ้ะ หรือจริง ๆ แล้ว เธอจะหล่อเหลา

นึกถึงความเป็นไปได้ก่อนจะได้เอ่ยถามอะไรบุรุษครึ่งม้าที่ผายมือมาให้ ก็คล้ายถูกอ่านใจเอ่ยอธิบายตอบกลับมาให้อย่างใจเย็น

โอ้.. เกือบลืมเลย ส่วนคุณน่ะ ไม่ใช่ธิดาของโพไซดอน– สัญลักษณ์สายรุ้งนั้นก็เด่นชัดมากพอแล้วว่าเป็นธิดาของเทพีไอริส.. อืม ” มือข้างหนึ่งอีกฝ่ายลูบคางราวกับระลึกนึกอดีตอย่างไรอย่างนั้น

เทพีผู้ส่งสาร ..ผู้นำทางวิญญาณของเหล่าสตรีสู่สุขคติ ให้เดาคุณคงถูกดึงดูดด้วยงานศิลป์กับดอกไอริสไม่มากก็น้อยแน่ ๆ

หมอดู?

ดาริน่าเบิกตามองดูไม่วางใจนัก ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าหาคนยืนเคียงและยกมือเล็กนั้นแตะข้างแขนที่ใส่เฝือกของดีนเบา ๆ เหมือนอยากหาที่พึ่งอย่างไรอย่างนั้น ตอนนี้เธอสับสนเอามาก ๆ จนแทบแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรคือเรื่องจริงอะไรคือเรื่องโกหก เธอจะมาเปิดโปงค่ายลักพาตัวเด็กแท้ ๆ แต่ปุบปับก็กลายเป็นหมอดูครึ่งม้าอ่านใจ ทำกำไลข้อมือหาย โดนเร้าหรือให้เชื่อว่าเป็นลูกครึ่งเทพจนอยากกลับบ้านเสียเดี๋ยวนี้

ดูยังไม่เชื่อกันเลยสินะ– เอาล่ะ ยังไงก็ไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า แล้วขอเตือนว่าอย่าออกจากค่ายตอนนี้จะดีที่สุดถ้าพวกคุณยังอยากกลับไปหาพ่อหรือแม่ของพวกคุณข้างนอกค่ายแบบที่ไม่ทำให้พวกท่านเป็นห่วง

ขู่กันแล้วหรอ? ดาริน่าหน้าม่อยลงไปถนัดตา ทั้งหงอยลงและรู้สึกคิดถึงวลาดอยากให้มาหาที่นี่ รู้สึกพลาดเล็กน้อยที่ตัดสินใจกับดีนว่าจะมาเปิดโปงค่ายที่นี่กัน ดูพวกเธอจะวางแผนไม่ค่อยรัดกุมเท่าไหร่ ก็ใครจะไปคิดว่าจะมีเรื่องชวนคล้อยตามเพิ่มขึ้นมาแบบนี้ล่ะ สัญลักษณ์บนหัวนี่ก็ไม่รู้โผล่มาจากไหนด้วย หรือพวกเธอก็เป็นพวกตัวประหลาดอะไรแบบนั้นหรอ?

พักกันก่อนเถิด ธิดาแห่งเทพีไอริสพักยังบ้านพักหมายเลข 14 จะมีคนนำทางไปให้.. อ้อ ระวังของหายด้วยล่ะ พวกบุตรธิดาเฮอร์มีสเขามือไวไปหน่อยน่ะ ” ลดเสียงเอ่ยกับดาริน่าก่อนก้มมองข้อมือเล็กที่ว่างเปล่าราวรู้ทัน

ดวงตาหวานพลันหลุบต่ำ ดูชั่งใจหลายส่วนก่อนสุดท้ายจะยอมพยักหน้ารับเหมือนจำยอมเหตุการณ์ในตอนนี้ไปเสียก่อน ทว่าขณะกำลังจะชวนให้ดีนได้พากันไปพักเพื่อหารือเรื่องการหลบหนี ดันถูกเสียงทุ้มของคนครึ่งม้าที่เหมือนจะชื่อไครอนแทรกพอดี

ดูท่าพวกเธอจะได้แยกกันพักนะ

@Dean

แสดงความคิดเห็น

004 ไม่น่าเชื่อได้เจอมนุษย์น้องม้า [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna] ยิ่งใกล้ถึงใจกลางของลัทธิมากเท่  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2024-2-29 17:54
โพสต์ 17810 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2024-2-29 16:28
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
โพสต์ 2024-2-29 17:54:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2024-3-19 04:29
Daryna ตอบกลับเมื่อ 2024-2-29 16:28
DARYNAthe daughter of Goddess irisได้ยินเด็กชายแปลกหน้าพูดไม่ทันจบ ...

004
ไม่น่าเชื่อได้เจอมนุษย์น้องม้า

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]

          ยิ่งใกล้ถึงใจกลางของลัทธิมากเท่าไรก็เริ่มมีสิ่งปลูกสร้างรูปทรงประหลาดคล้ายภาพวาดในนิทานปรัมปราปรากฏให้เห็น คบเพลิงทั้งหลายถูกจุดสว่างไสวนำทางแม้ยามกลางวัน ยอมรับเลยจริง ๆ ว่าที่ค่ายแห่งนี้ถูกตกแต่งขึ้นอย่างสวยงามเหมาะกับการพักผ่อนหลีกลี้ชีวิตในเมืองใหญ่หวนคืนสู่ป่าเขาแบบไม่แอดเวนเจอร์จนเกินไป

          ‘อยากรู้จริง ๆ ว่าหลอกต้มคนไปเท่าไรถึงสร้างค่ายนี้ขึ้นมาได้ขนาดนี้’

          จุดสังเกตหนึ่งระหว่างทาง ในค่ายฮาล์ฟบลัดแห่งนี้มีแต่ประชากรเด็กอยู่เต็มไปหมดจนนึกสงสัย ดาริน่าเคยเล่าให้ฟังว่าค่ายนี้เป็นค่ายลักเด็กอายุสิบสองขวบ แต่เท่าที่ดูเด็ก ๆ ต่างมีความสุขกันดี เพียงแค่อาจจะมีความคิดพิลึกกึกกือนิดหน่อยว่าตัวเองเป็นลูกของเทพพระเจ้า ซึ่งมุกแบบนี้ดีนฟังมาเยอะแล้วประเภทที่ว่า ‘ท่านคือพระผู้ไถ่มาเกิด’ ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่เขาไม่ขอเอาด้วยคน

          จนสุดท้ายก็มาถึงสถานที่ที่ถูกเรียกว่าบ้านใหญ่จนได้ และสิ่งแรกที่ทำให้ดีนต้องตะลึงจนลืมเพื่อนก็คือบุคคลตรงหน้า ชายผิวดำวัยกลางคนที่ท่อนล่างเป็นม้า

          “หือ?”

          ชายหนุ่มสะบัดหัวไปมา ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะมีร่างกายเช่นนี้ หรือว่าคน ๆ นี้จะเป็นอสุรกาย! เจ้าเด็กนั่นพาพวกเขามาเจอกับอะไรเนี่ย!!

          หรือว่าจริง ๆ แล้วสมองเขาถูกสารบางอย่างมอมเมา บางทีอาจจะเป็นสปอร์ของเห็ดพิษที่ทำให้เห็นภาพหลอน เห็นความสยองเป็นสิ่งสวยงามแล้วถูกจับบูชายัญแบบในหนังลัทธิ

          ดีนเข้าไปกระซิบถามหญิงสาวที่ยืนเคียง

          “ดารี่เธอเห็นเหมือนกันใช่ไหม? ผู้ชายคนนั้นมีขาเป็นม้าใช่หรือเปล่า?”

หรือบางทีนี่อาจจะเป็นความฝัน ตอนวิ่งหนีเขาอาจจะล้มหัวฟาดพื้นแล้วสลบอยู่ ขอสันนิษฐานนี้ดูจะเป็นไปได้มากกว่าเรื่องเห็ดพิษเสียอีก
         
          “ดารี่เธอตบฉันหน่อย เอาให้แรง ๆ แบบตื่นขึ้นจากฝันในทีเดียวเลย”

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]

          “โธ่เอ๊ย..”

          กะอยู่แล้วว่าดาริน่าไม่กล้าทำแม้จะเป็นความฝันแต่นิสัยก็เหมือนตัวจริง ช่วยไม่ได้เช่นนั้นคงต้องลงไม้ลงมือกับตัวเอง มื้อข้างที่ดียกหยิกแก้มตนจนยืดย้วย

          เจ็บอ่า…

          มนุษย์ครึ่งม้าเปิดบทสนทนากับพวกเขาอีกครั้งแถมคราวนี้ยังพุ่งประเด็นมาที่ดีนอีกจนชายหนุ่มมุ่นหัวคิ้ว ราวกับอีกฝ่ายรู้เรื่องราวชีวิตก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเขา

          ‘เจ้าตัวนี้คงไม่ใช่ลาสบอสหรอกนะ? แต่ว่าบุตรของโพไซดอนคืออะไร?’

          ความรู้เรื่องเทพเจ้าของชายหนุ่มช่างน้อยนิด เผลอ ๆ แล้วจะน้อยกว่าเด็กประถมบางคนอีกเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยชื่อเสียงของมหาเทพโพไซดอนเป็นที่โด่งดังและสื่อหลายแขนงเช่นภาพยนตร์ที่เขาชอบดูก็มีอ้างอิงถึงชื่อนี้มาบ้าง จึงทำให้พอจะทราบว่าเป็นเทพน้ำ แต่ครั้นถามต่อถึงชีวประวัติและวีรกรรมต่าง ๆ นั้นเขาไม่ทราบเลย

          นั่นเพราะเป็นไม่กี่เรื่องที่คุณแม่จะหน้าตึงทันทีที่พูดถึง ดีนไม่ทราบสาเหตุผลว่าเพราะอะไร แต่ถ้าแม่ไม่ชอบเขาก็ไม่ยุ่ง ไม่สนใจ ไม่เซ้าซี้ขอซื้อของเล่นเกี่ยวกับเทพกรีกตอนเป็นเด็ก

          กระนั้นตรีศูลที่ลอยเท้งเต้งอยู่บนหัวอย่างน่าหวาดเสียวคือสัญลักษณ์ของเทพแห่งมหาสมุทร แม้จะช่วยกันปัดออกกับดาริน่าแต่ดูเหมือนว่าภาพหลอนนั้นจะเป็นอากาศทะลุมือเขาไป

          “ดารี่ ของเธอก็…”

          ไม่เพียงแต่ตนที่มีของประหลาดอยู่บนหัว แม้แต่ดาริน่ายังมีสายรุ้งฟรุ้งฟริ้งเหมือนฟิลเตอร์ในแอปพลิเคชั่นถ่ายรูปขึ้นบนหัวอีก เรื่องเหลือเชื่อประดังประเดเข้ามาทำเอาเขารู้สึกคล้ายจะมึนยาทั้งที่ไม่ได้ทานยาแก้ปวด จนเผลอคิดไปว่า ‘หรือทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริง?’

          “โพไซดอน.. เทพน้ำอ่ะนะ?”

          “ท่านมีหลายสมญานาม เทพแห่งท้องทะเล เทพแห่งพายุ เทพแห่งแผ่นดินไหว เทพแห่งความแห้งแล้ง เทพแห่งน้ำท่วม และเทพแห่งม้า”

          คนครึ่งม้ากล่าวเสริม นั่นทำให้ดีนตามไม่ทันยิ่งกว่าเก่า

          “เทพแห่งท้องทะเลกับน้ำท่วมเข้าใจได้ แต่พายุ แผ่นดินไหว ความแห้งแล้ง แล้วยังม้าอีก ไม่เห็นไปในทางเดียวกัน”

          “พิจารณาดี ๆ ก่อนคุณเอลวิน ทั้งพายุและแผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดขึ้นในมหาสมุทร หากเทพแห่งมหาสมุทรไม่ประทานพรดินแดนนั้นจะเกิดความแห้งแล้ง ส่วนม้า.. ฮิปโปแคมปัสคือสัตว์พาหนะของเจ้าสมุทร”

          “ฮิปโปโปเตมัส? เฮ้! เดี๋ยวนะ นายรู้ชื่อฉัน? แถมยังเป็นชื่อกลางอีก นาย นาย นายรู้ได้ยังไง คงไม่ใช่ว่าแอบสตอล์กเกอร์ฉันอยู่ใช่ไหม!”

          ดีนหน้าตาตื่น เขารัวคำออกมาอย่างติดขัด รู้ว่าชีวิตตัวเองไม่ปลอดภัย รู้ว่ามีสัตว์ประหลาดคอยรังควาน แต่ไม่คิดว่าคนเหล่านี้จะตามสืบถึงขนาดรู้ว่าเขาชื่อแซ่อะไร จะรู้ไปถึงไอดีเพย์พาลเลยไหม ถ้าเป็นอย่างที่คิดชีวิตส่วนตัวคงสูญเสียความปลอดภัยไปอีกหลายระดับ

          มนุษย์น้องม้าก็เพียงแค่ยิ้มที่มุมปาก

          “ขออภัยที่ไม่ได้แนะนำตัวก่อน กระผม ไครอน เป็นผู้อำนวยการค่ายแห่งนี้ และเป็นหัวหน้าครูฝึกประจำค่ายฮาล์ฟบลัด หากพวกคุณมีเรื่องอะไรอยากจะปรึกษาก็มาปรึกษาผมได้ทุกเมื่อ”

          “ผมรู้ว่าพวกคุณยังมีเรื่องราวหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง เช่น โรคประหลาดที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังเด็กอย่างดิสเล็กเซียและโรคสมาธิสั้น นั่นเป็นเรื่องปกติที่เหล่าเดมิก็อดเป็นกันมาตั้งแต่เกิด อยากให้พวกคุณค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ปรับตัวและเรียนรู้มันไปด้วยกัน”

          “เอาล่ะทีนี้…”

          ไครอนขยับยิ้มเหมือนคุณครูใจดีพร้อมกับผายมือมาทางทั้งสอง

          [ดูโรลเพลย์ก่อนหน้าของ Daryna]

          สำหรับโพไซดอนนั้นดีนพอรู้จักอยู่บ้าง แต่เทพีไอริสที่บุรุษครึ่งม้ากล่าวถึงว่าเป็นเทพีผู้ส่งสารนั้นเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

          คิดดูแล้วเป็นกลยุทธ์การหลอกลวงหรือเปล่านะ องค์ประกอบที่ลัทธิต้มตุ๋นลักเด็กมีอยู่ครบ อย่างอ้างอีกคนว่าเป็นเทพผู้โด่งดัง ส่วนอีกคนเป็นเทพที่ไม่ค่อยป๊อบเพื่อความแนบเนียน สถานที่ตั้งอยู่กลางป่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง เปรียบเสมือนโลกปิดตายที่ตัดขาดจากดินแดนภายนอก จับคนที่มาด้วยกันแยกออกจากกัน ส่วนสัญลักษณ์บนศีรษะที่บัดนี้หายไปแล้วคงเป็นภาพฉายโฮโลแกรม ซึ่งเทคโนโลยีสมัยนี้ทำได้ถ้าเงินมากพอ เหลือแต่แค่จุดกำยานประหลาดให้สูดดมเพื่อหลอนจิต

          โชคดีที่เขาฟังพอดแคสต์เกี่ยวกับคดีอาชญากรรมมาเยอะ เรื่องแค่นี้ไม่หลงกลง่าย ๆ หรอก! แถมยังมีหลักฐานชั้นดีเอาไว้เปิดโปงลัทธิลักเด็กอีกด้วย!

          แต่พอมองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือก็ต้องเหงื่อตก เพราะมัวแต่อึ้งก็เลยลืมกดอัดวีดีโอ..

          หันไปมองรุ่นน้องที่ท่าทางเธอดูสับสนอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็ไม่ผิด พวกเขาทั้งสองไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการมาพักค้างแรมที่นี่ และอีกอย่างที่มนุษย์ม้าพูดว่า ‘ขอเตือนว่าอย่าออกจากค่ายตอนนี้จะดีที่สุดถ้ายังอยากกลับไปหาพ่อหรือแม่ได้’ คงทำให้รู้สึกขวัญเสียได้ในเมื่อสถานที่ด้านนอกเต็มไปด้วยอันตราย เหมือนพวกเขาถูกบังคับตีหัวเข้าบ้าน

          “ฉันจะกลับ!” เขาหวังว่าดาริน่าจะเห็นด้วย

          ส่วนไครอนส่ายหัวพลางพรูลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน การรับมือกับบุตรแห่งเทพที่โตเกินไปยากเสียกว่าดูแลเด็ก ๆ ลิงทโมน แต่ด้วยความเป็นปรมาจารย์มือหนึ่งเขายังทำใจเย็นได้อยู่แม้เด็กคนนั้นจะดื้อเพียงใด

          “คิดดี ๆ ก่อนคุณเอลวิน ทางเราไม่บังคับ แต่หากคุณอยากออกไปเราก็ไม่ว่า คุณสามารถออกไปข้างนอกได้ทุกเมื่อ แต่การที่พวกคุณอายุมากขึ้นเรื่องร้าย ๆ จะยิ่งรุมเร้าตัวคุณมากขึ้นเท่านั้น บุตรและธิดาเทพที่ยังไม่ผ่านการปลุกพลังเอาตัวรอดได้ยากในโลกที่เต็มไปด้วยฟิวรี่ส์”

          “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณลองอยู่ที่นี่สักคืนก่อนก็ได้ถือว่าเป็นการพักผ่อนแล้วค่อยคิดดูอีกที ค่ายจะไม่บังคับให้คุณทำอะไรทั้งนั้นถ้าคุณไม่สบายใจ พวกคุณจะพบกันเมื่อไรก็ได้ตามสะดวก แต่เพียงแค่จะเข้าไปบ้านอื่นนอกจากบ้านตัวเองตามอำเภอใจไม่ได้.. ที่หมายความว่าไม่ใช่แค่ผู้อยู่อาศัยอนุญาตแต่หมายถึงเทพเจ้า”

          “เอาล่ะหากพร้อมจะเชื่อเมื่อไรเรากลับมาคุยกันอีกครั้งแล้วเริ่มเรียนรู้กันใหม่ แบบนี้ดีไหม?”

          ดีนเม้มปากพลางครุ่นคิด เรื่องที่ถูกสัตว์ประหลาดรังควานตรงเผ็งไปหมดทุกอย่าง ยิ่งเข็มนาฬิกาเดินไปมากเท่าไรการไล่ล่ายิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที ครั้งสุดท้ายถูกรถบรรทุกไล่ชนแต่ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะโดนอะไรอีก คิดมากก็ปวดหัวจนอยากจะนอนพัก

          “พวกเราไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับค้างคืน”

          ไครอนยกนิ้วขึ้นปรามอย่างรู้ทัน

          “ที่นี่เรามีอุปกรณ์อำนวยสะดวกให้คุณพร้อม ชุดที่จะเอาไว้ใส่.. เอ้อ อาจจะต้องหาเสื้อไซส์ใหญ่พิเศษสำหรับคุณเอลวินสักหน่อย.. นาธาน”

          เพียงจบเสียงเรียกใครบางคนเด็กหนุ่มที่นำทางพวกเขามาที่นี่ก็เปิดประตูผางแล้ววิ่งปร๋อเข้ามารับคำสั่งจากปรมาจารย์

          “ช่วยเตรียมของให้หน่อย..” ไครอนกล่าวกับเด็กคนนั้น ซึ่งนาธานก็เตรียมรับคำสั่งอย่างดี

          “เอาล่ะมาว่ากันต่อ นอกจากชุดแล้วยังมีเครื่องใช้ในห้องน้ำส่วนตัว โรงอาหารทานได้ที่ส่วนกลาง ถ้าหากอยากติดต่อออกไปด้านนอกให้ไปที่บ้านหมายเลข 11 ของเทพเจ้าเฮอร์มีส ที่นั่นเพียงแห่งเดียวในค่ายที่สามารถใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ได้ แต่ให้ระวังของมีค่าเอาไว้ให้ดี” มนุษย์ม้าเอ่ยย้ำเป็นครั้งที่สอง

          “ติดต่อไปข้างนอกได้ด้วยเหรอ?”

          ดีนเลิกคิ้ว ในส่วนนี้ค่อนข้างจะต่างจากสูตรสำเร็จของลัทธิต้มตุ๋นไปเล็กน้อย เขามองออกไปนอกหน้าต่างสเตนกลาสเห็นพวกเด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างมีความสุข หากพวกเขาถูกหลอกมาทำเรื่องเลวร้ายจริงคงหนีออกไปข้างนอกไม่ยาก ตอนนี้ในหัวจึงรู้สึกสับสนไปหมดแต่ส่วนหนึ่งเริ่มคล้อยตาม เขาจึงเอี้ยวหน้าเข้าไปกระซิบกับคุยกับดาริน่า

          “จะลองไหม? ในไลฟ์น่าจะบอกพิกัดของค่ายนี้มากพอแล้ว และอีกอย่างเราก็โทรออกไปข้างนอกได้ด้วย.. แค่อย่ากินหรือสูดควันอะไรแปลก ๆ เข้าไป”

          ถ้าอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรงั้นลองดูหน่อยก็ได้

          “โอเค งั้นพวกผมจะลองอยู่ที่นี่สักคืน แต่ถ้าไม่โอเคเมื่อไรก็กลับเมื่อนั้น”

          “ได้เสมอ” ไครอนเผล่ยิ้ม หากอีกฝ่ายพอจะเปลี่ยนสรรพยามแทนตนแบบนี้ได้ก็แปลว่าเขาเกลี้ยกล่อมสำเร็จในระดับหนึ่ง “นาธาน ช่วยนำทางธิดาไอริสไปบ้านหมายเลข 14 ที ส่วนคุณเอลวินผมจะนำทางเขาไปเอง”

          “ครับท่านอาจารย์!”

          เด็กหนุ่มโผงผางแข็งขันขึ้นมาทันใด เขายัดเสื้อผ้าพร้อมเครื่องใช้ที่เตรียมไว้ใส่มือดีนและดาริน่าแล้วเดินนำหญิงสาวไปลิ่ว ๆ จนตอนนี้เหลือเพียงดีนและไครอนอยู่ในห้องสองกันต่อสอง





แสดงความคิดเห็น

005 สู่บ้านพักหมายเลขสาม…สิบเอ็ด “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ฉันมัวแต่อึ้ง แต่ดูเหมือนว่านายจะพลาดอะไรไปอย่า  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2024-2-29 17:58
โพสต์ 30129 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์ 2024-2-29 17:54
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้