12345
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป

WHISPERS OF MADNESS AND THE FORGOTTEN ISLE

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2026-1-24 14:44:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XL

THE CAUSTIC GAZE: A CHORUS OF FURY

DAMON KANNEL
DATE: 23.01.2026
TIME: 08.45 AM
LOC: GRAND CANYON, AZ
ลมเย็นยะเยือกของแกรนด์แคนยอนปะทะใบหน้าผม กลิ่นหินทรายปะปนกับกลิ่นฉุนของกำมะถันที่มาจากก้นเหวเบื้องล่าง เส้นทางที่รถเอสยูวีของเราต้องผ่านนั้นแคบและคดเคี้ยว ไหล่ทางทรุดโทรมจนน่าหวาดเสียว แต่ที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือสิ่งที่กำลังรอเราอยู่ตรงหน้า...

เสียงฝีเท้าหนักๆ สั่นสะเทือนพื้นดิน ตามมาด้วยเสียงฟู่ๆ ของลมหายใจที่เต็มไปด้วยพิษ ผมมองเห็นเงารางๆ ของสัตว์ประหลาดที่กำลังเลื้อยออกมาจากร่องเขา ม่านหมอกสีเขียวมรกตที่เต็มไปด้วยไอพิษพวยพุ่งออกมาจากปากของมัน และเมื่อมันปรากฏตัวเต็มร่าง ผมก็ถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ

มันคือ ไฮดร้าแห่งเลอร์เนีย อสุรกายงูเก้าหัวในตำนาน แต่โลกิไม่ได้นำมันกลับมาแบบธรรมดาๆ หัวงูแต่ละหัวของมันไม่ได้มีเพียงเขี้ยวพิษ แต่ดวงตาของมันเรืองแสงสีม่วงเรืองรองบ่งบอกถึงพลังความวิปลาสที่ถูกเสริมเข้าไป!

"ระวังทุกคน!" เพอร์ซีย์คำราม ดาบริพไทด์ส่องประกายสีทอง "ไฮดร้า! โลกิมันบ้าไปแล้ว!"

"เดม่อน! ลิเลียน่า! อย่าให้หัวมันขาดเด็ดขาด!" เพอร์ซีย์หันมาเตือนพวกเราอย่างรวดเร็ว "จากประสบการณ์ หัวที่ขาดจะงอกใหม่เป็นสองหัวเสมอ เราต้องหยุดมันโดยไม่ใช้การตัด!"

ผมพยักหน้าอย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่มีเสียง แต่ผมเข้าใจสิ่งที่พี่เพอร์ซีย์หมายถึงดี ลิเลียน่าเองก็พยักหน้า เธอคว้าหอกในมือแน่น แววตาเต็มไปด้วยแผนการที่กำลังประมวลผล

ไฮดราเก้าหัวพุ่งเข้าใส่พวกเราพร้อมกัน หัวที่อยู่ตรงกลางพ่นพิษกรดสีเขียวออกมา อารีแอนน์ยกมือขึ้นร่ายมนตร์สร้างโล่พลังงานสีม่วงขึ้นมาป้องกันพิษที่กัดกร่อนทุกอย่างให้สลายไปในพริบตา เบย์กระโดดหลบพิษอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าไปหาหัวไฮดราที่อยู่ริมสุด พยายามจะผูกเชือกจากลูกธนูของเขาเข้ากับคอของมัน

"เดม่อน! ตอนนี้เสียงของนายยังไม่กลับมาเต็มที่ นายต้องใช้การสั่นสะเทือนแบบเดิม แต่มันต้องแม่นยำกว่าเดิมมาก!" ลิเลียน่าตะโกนบอกผม เธอชี้ไปที่จุดอ่อนที่ฐานคอของไฮดราแต่ละหัว "หัวแต่ละหัวมีชีพจรที่เชื่อมต่อกับหัวใจดวงเดียว! นายต้องสั่นสะเทือนมันทีละหัว!"

ผมก้าวออกไปจากรถอย่างระมัดระวัง แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เท้าของผมก็มั่นคง ผมวิ่งหลบหัวไฮดร้าที่โฉบเข้าใส่ เพอร์ซีย์เข้าปะทะกับไฮดร้าสามหัวกลางลำตัว ดาบริพไทด์ฟาดฟันเข้าใส่เกล็ดหนาอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟ แต่ก็ทำได้แค่สร้างรอยถลอกจางๆ

"เฮ้ย! ไอ้เจ้างูยักษ์!" เพอร์ซีย์ตะโกน "มานี่มาสู้กับบุตรแห่งสมุทรตัวจริงนี่มา!"

ผมเห็นจังหวะที่หัวไฮดร้าหัวหนึ่งกำลังจะพ่นพิษใส่เบย์ ผมพุ่งตัวเข้าไปด้านข้าง พยายามรวบรวมลมหายใจทั้งหมดที่มี แล้วจ่อไปที่ฐานคอของมัน เหมือนที่ลิเลียน่าบอก

"อั่ก!"

ผมเค้นเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนออกมาจากลำคอโดยตรง เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่คลื่นพลังงานพุ่งตรงเข้าสู่ลำคอของหัวไฮดร้า แรงสั่นสะเทือนทำลายเส้นเลือดและกล้ามเนื้อภายใน จนหัวของมันทรุดลงกับพื้นชั่วขณะ เบย์ใช้จังหวะนั้นผูกเชือกรัดคอมันไว้แน่น

"เยี่ยมมากเดม่อน! แต่ยังมีอีกแปดหัว!"

ไฮดร้าที่เหลืออีกแปดหัวโกรธเกรี้ยว พวกมันพ่นพิษกรดออกมาพร้อมกันเป็นม่านสีเขียวทึบ ผมต้องถอยกลับมาหลบหลังโล่พลังงานของอารีแอนน์ เพอร์ซีย์เองก็ถูกแรงกระแทกของพิษจนกระเด็น

"เดม่อน! ต้องใช้หลายความถี่พร้อมกัน! หัวที่อยู่ใกล้กันมีระบบประสาทที่เชื่อมโยงกันอยู่!"

เธอทิ้งหอกลงข้างตัว แล้วรีบใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่ขมับของผมอย่างรวดเร็ว ผมสัมผัสได้ถึงกระแสความคิดของเธอ... ภาพกราฟคลื่นเสียงที่ซับซ้อนกว่าเดิมหลายเท่าปรากฏขึ้นในหัวผม มันไม่ใช่แค่จังหวะเดียว แต่เป็นบทเพลงแห่งการทำลายล้างที่ต้องใช้เสียงหลายโทนพร้อมกัน

ผมหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมด ใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ ดึงเอาความโกรธ ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องทุกคนมาเปลี่ยนเป็นคลื่นเสียง ผมสัมผัสได้ถึงเสียงพิณที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่ภายในตัว...

"หยุด-นิ่ง-ซะ!!!"

ผมแผดเสียงออกมาสุดกำลัง คลื่นเสียงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสียงเดียว แต่มันเป็นเสียงประสานที่รุนแรงจนอากาศรอบข้างสั่นเป็นระลอก คลื่นความถี่หลายระดับพุ่งเข้าใส่หัวไฮดร้าทุกหัวพร้อมกัน หัวงูทั้งเก้าหัวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เลือดสีเขียวเข้มพุ่งกระฉูดออกมาจากปากและลำคอของพวกมัน ดวงตาที่เคยเรืองแสงสีม่วงหม่นแสงลง

ไฮดร้าตัวมหึมาทรุดลงกับพื้น เสียงของมันดังก้องไปทั่วแกรนด์แคนยอน พิษกรดในอากาศเริ่มจางหายไป ลิเลียน่าเองก็ทรุดตัวลงข้างผม หอบหายใจอย่างหนักเช่นกัน ใบหน้าของเธอซีดเผือดจากการใช้พลังทางจิตอย่างมหาศาล

"จบกันซะทีไอ้งูพิษ!" เพอร์ซีย์กระโดดขึ้นไปบนตัวของไฮดร้า ดาบริพไทด์ไม่ได้ฟาดฟันไปที่หัว แต่เขากระแทกมันลงไปที่จุดชีพจรกลางลำตัวที่ใหญ่ที่สุดของมัน ซึ่งลิเลียน่าเคยบอกว่ามันเชื่อมต่อกับทุกหัวของมัน! ไฮดร้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีทองที่ปลิวหายไปกับลม

ผมมองไปที่อารีแอนน์ที่กำลังพยุงเบย์ขึ้นมา ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว ผ้าเช็ดหน้าในมือของเธอก็ดูเหมือนจะเต้นตุบๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มาง่ายๆ และแต่ละครั้งที่เราใช้พลัง คำสาปในผ้านั่นก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ความรู้สึก นี่คือการต่อสู้ที่ตึงมือที่สุดเท่าที่เคยเจอมาครับลุงริก เสียงประสานของผมมันใช้พลังงานมหาศาลจนผมรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง แต่การที่ลิเลียน่าสามารถนำผมให้ใช้เสียงในแบบที่ผมไม่เคยทำได้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าเราแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ แม้จะไม่มีเสียงพูด แต่เราก็เข้าใจกันได้ด้วยใจ ผมภูมิใจในทีมเรามากที่ผ่านมันมาได้
ความคิด ไฮดร้าตัวนี้คือบทเรียนสำคัญ โลกิกำลังจะส่งอสุรกายที่เคยฆ่าไม่ตายมาขวางทางเรา แต่ปัญญาของลิเลียน่าและพลังเสียงของผมคือสิ่งที่สามารถหยุดพวกมันได้ ผมต้องรีบพักฟื้นเสียงและพลังงานทั้งหมด เรากำลังจะเข้าสู่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่โลกิกำลังวางแผนอยู่จริงๆ อารีแอนน์ยังคงเป็นปริศนาที่สำคัญที่สุดตอนนี้เกี่ยวกับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น
◈ MISSION STATUS

• บันทึกการต่อสู้: LINK
• ผลลัพธ์: สังหารไฮดร้าสำเร็จ
• รางวัลพิเศษ: LUK 60+ x2 วัตถุดิบ | ได้รับเพิ่ม 3x เกล็ดไฮดร้า
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 24910 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-24 14:44
โพสต์ 24,910 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-24 14:44
โพสต์ 24,910 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า จาก คทาลวงใจจำลอง  โพสต์ 2026-1-24 14:44
โพสต์ 24,910 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-24 14:44
โพสต์ 24,910 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +9 ความกล้า จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-24 14:44
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-25 11:41:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLI

THE WEIGHT OF THE TRIDENT

PERCY JACKSON
DATE: 23.01.2026
TIME: 11.45 AM
LOC: GRAND CANYON, AZ
ผมยืนมองซากเถ้าถ่านสีเขียวของไฮดราที่ค่อยๆ ถูกลมพัดหายไปในหุบเหว แกรนด์แคนยอนยังคงตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน แต่มือของผมที่กุมด้ามดาบริพไทด์ยังคงสั่นเทาอยู่เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลที่ผมต้องแบกรับไว้ในฐานะผู้อาวุโสของภารกิจนี้

เสียงหอบหายใจหนักๆ ดังมาจากข้างหลัง ผมหันไปเห็นเดม่อนทรุดลงกับพื้นทราย ร่างกายของเขาสั่นระริกเหมือนสายพิณที่ถูกดีดจนขาดผึ่ง ก่อนที่เขาจะฟุบลงไปโดยที่มีลิเลียน่าพุ่งเข้าไปรับร่างเขาไว้ได้ทันท่วงที

"เดม่อน! เดม่อน!" ลิเลียน่าร้องเรียกเสียงหลง เธอวางหัวของเขาลงบนตักอย่างเบามือ นิ้วเรียวเช็กชีพจรที่คอของเขาอย่างรวดเร็ว "เขาแค่หมดสติค่ะพี่เพอร์ซีย์... พลังงานของเขาถูกใช้จนถึงขีดจำกัด"

ผมเก็บดาบริพไทด์กลับคืนสู่สภาพปากกา เดินเข้าไปหาพวกเขาช้าๆ ผมมองเห็นความเหนื่อยล้าที่กัดกินใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้ เดม่อนไม่ได้มีร่างกายที่อึดถึกเหมือนบุตรแห่งแอรีส แต่หัวใจของเขามันใหญ่เกินกว่าที่ผมเคยประเมินไว้

"ไม่ต้องให้เขาดื่มแอมโบรเซียหรอก ลิเลียน่า" ผมพูดพลางแตะไหล่เธอเบาๆ "ร่างกายเขาไม่ได้บาดเจ็บ แต่วิญญาณเขามันล้าเกินไป การดื่มน้ำทิพย์ตอนนี้อาจจะทำให้นิวรอนในสมองเขาไหม้เอาได้ ให้เขาพักผ่อนตามธรรมชาติเถอะ"

ลิเลียน่าพยักหน้าเงียบๆ เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ซับคราบเหงื่อและเขม่าพิษบนใบหน้าของเดม่อน แววตาของเธอมันบอกทุกอย่าง... มันไม่ใช่แค่ความห่วงใยระหว่างเพื่อนร่วมภารกิจ แต่มันคือความรู้สึกที่หยั่งรากลึกกว่านั้น ความรู้สึกที่เธออาจจะยังจำไม่ได้ด้วยสมอง แต่มันถูกจารึกไว้ในความรู้สึก

"เขาเก่งมากนะ" ผมเปรยออกมาขณะมองออกไปที่ขอบฟ้า "ถ้าเป็นผมตอนอายุเท่าเขา ผมคงไม่กล้าเสี่ยงใช้เสียงประสานที่รุนแรงขนาดนั้นหรอก มันเหมือนการเอาวิญญาณไปแขวนไว้บนเส้นด้าย"

"เขามักจะทำอะไรเกินตัวเสมอเมื่อเป็นเรื่องของฉัน" ลิเลียน่าพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น "และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันโกรธ... โกรธที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้เขาต้องพังพินาศขนาดนี้"

"มันคือการเลือกของเขา ลิเลียน่า" ผมทรุดตัวลงนั่งพิงหินข้างๆ พวกเขา "พวกเราลูกครึ่งเทพไม่ได้อยู่รอดมาได้เพราะความฉลาดหรือพละกำลังอย่างเดียว แต่เราอยู่รอดได้เพราะเรามีบางอย่างที่อยากปกป้อง สำหรับเดม่อน... บางอย่างนั้นคือเธอ"

อารีแอนน์เดินเข้ามาสมทบ ใบหน้าเธอซีดเผือกจนเกือบจะมองเห็นเส้นเลือด สายตาของเธอจ้องมองห่อผ้าเช็ดหน้าสีดำในมือด้วยความหวาดระแวง

"เราต้องขยับเขยื้อนแล้ว เพอร์ซีย์" อารีแอนน์พูดเสียงแหบ "กลิ่นไอของโลกิเริ่มหนาแน่นขึ้นในอากาศ ถ้าเราแช่อยู่นี่นานเกินไป พวกมันจะส่งอย่างอื่นที่ร้ายกว่าไฮดรามาอีก"

ผมลุกขึ้นยืน พลางอุ้มเดม่อนขึ้นมาแบกไว้บนบ่า ตัวเขาเบากว่าที่ผมคิดไว้มาก หรืออาจจะเป็นเพราะพลังงานในตัวเขาถูกสูบออกไปจนหมด "ไปที่รถเถอะ เบย์! เตรียมน้ำให้เดม่อนด้วย เราจะข้ามเข้าสู่แคลิฟอร์เนียรวดเดียวเลย"

ตลอดทางที่ขับรถมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก ผมมองดูเดม่อนที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่เบาะหลังโดยมีลิเลียน่าคอยดูแลไม่ห่าง มันทำให้ผมคิดถึงวันเก่าๆ คิดถึงภารกิจที่ผมเคยผ่านพ้นมากับแอนนาเบ็ธ... ความรู้สึกที่ต้องหวาดกลัวว่าจะสูญเสียคนที่รักไปท่ามกลางสงครามเทพเจ้า

โลกิกำลังเล่นเกมที่สกปรกที่สุด มันไม่ได้โจมตีเราด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่มันโจมตีด้วยความทรงจำและความรัก มันรู้ว่าจุดอ่อนของวีรบุรุษไม่ใช่คมดาบ แต่มันคือหัวใจที่แตกสลาย

ผมกระชับพวงมาลัยแน่นขึ้น แสงแดดยามบ่ายของแอริโซนาที่ส่องผ่านกระจกรถดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง ศึกที่เกาะแห่งหมอกกำลังรออยู่ข้างหน้า และผมรู้ดีว่าเมื่อถึงเวลานั้น ผมอาจจะต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ยากลำบากยิ่งกว่าการฆ่าไฮดรา เพื่อรักษาชีวิตของเด็กพวกนี้ไว้

"อดทนไว้นะน้องชาย" ผมพึมพำเบาๆ "เราใกล้จะถึงมหาสมุทรของเราแล้ว"
ความรู้สึก ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่ชายที่กำลังพาน้องๆ เดินเข้าสู่กองไฟครับ เห็นเดม่อนสลบไปแบบนั้นแล้วมันทำให้ผมนึกถึงตัวเองในหลายๆ ภารกิจ ความกดดันในฐานะผู้นำกลุ่มมันหนักอึ้งมาก ผมต้องพาทุกคนไปให้ถึงแปซิฟิก พลังของผมจะสมบูรณ์ที่สุดเมื่ออยู่ที่นั่น และผมจะไม่ยอมให้ใครต้องสังเวยชีวิตเด็ดขาด
ความคิด อารีแอนน์น่าเป็นห่วงที่สุด ผ้าเช็ดหน้านั่นมันเหมือนหลุมดำที่คอยดูดกลืนพลังงานรอบข้าง ผมสัมผัสได้ว่าไอพิษจากไฮดราเมื่อกี้ถูกดูดเข้าไปด้วย มันกำลังวิวัฒนาการ ลิเลียน่าดูแลเดม่อนได้ดี แต่นั่นก็ทำให้เธอไม่ได้พักผ่อนเลย เป้าหมายถัดไปคือแคลิฟอร์เนีย ที่นั่นคือถิ่นของผม!
◈ MISSION STATUS

• สถานะทีม: กำลังข้ามพรมแดนเข้าสู่รัฐแคลิฟอร์เนีย
• สถานะเดม่อน: หมดสติจากการใช้พลังงานเกินขีดจำกัด

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 18365 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-25 11:41
โพสต์ 18,365 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-25 11:41
โพสต์ 18,365 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า จาก คทาลวงใจจำลอง  โพสต์ 2026-1-25 11:41
โพสต์ 18,365 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +2 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-25 11:41
โพสต์ 18,365 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +4 ความกล้า จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-25 11:41
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-25 17:07:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLII

THE CALIFORNIAN LINE

PERCY JACKSON
DATE: 23.01.2026
TIME: 05.30 PM
LOC: INTERSTATE 10, CALIFORNIA BORDER
แสงอาทิตย์ยามเย็นของแคลิฟอร์เนียฉาบไล้ขอบฟ้าจนเป็นสีส้มจัด แต่มันกลับดูเหมือนเปลวเพลิงที่กำลังมอดไหม้มากกว่าความหวัง ผมกดยันพวงมาลัยรถเอสยูวีไว้ด้วยมือข้างเดียว ขณะที่อีกข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบน้ำขึ้นมาจิบเพื่อประทังความกระหาย เสียงเครื่องยนต์ยังคงครางสม่ำเสมอพาร่างของพวกเราข้ามผ่านเส้นแบ่งรัฐแอริโซนาเข้าสู่เขตแดนของมหาสมุทรแปซิฟิกในที่สุด

ผมเหลือบมองกระจกมองหลัง ภาพที่เห็นทำให้ผมต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เดม่อนยังคงนอนสงบนิ่งอยู่บนเบาะหลัง ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวแต่เริ่มมีสีเลือดฝาดกลับมาบ้าง ลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขาเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเองจากความเหนื่อยล้าที่เกินขีดจำกัด

ลิเลียน่านั่งอยู่ข้างๆ เขา เธอไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของเดม่อนเลยแม้แต่น้อย มือของเธอข้างหนึ่งยังคงกุมมือของเขาไว้ ส่วนอีกข้างใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมคอยซับเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมของเขาเป็นระยะ เธอไม่ได้อ่านบันทึก ไม่ได้แตะแล็ปท็อป เธอเพียงแค่อยู่ตรงนั้น ราวกับว่าถ้าเธอละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว ร่างของเด็กหนุ่มคนนี้อาจจะสลายกลายเป็นผงคลีหายไป

"เขายังไม่ตื่นเลยค่ะพี่เพอร์ซีย์" ลิเลียน่าพูดขึ้นเบาๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมองผม "หัวใจเขาเต้นแรงมาก... เหมือนเขากำลังฝันถึงอะไรบางอย่างที่น่ากลัว"

"เขาแค่กำลังสู้กับความเหนื่อยล้าน่ะ ลิเลียน่า" ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูมั่นใจที่สุด "เดม่อนใช้พลังเสียงประสานที่รุนแรงเกินไป อวัยวะภายในเขารับภาระหนัก แต่เขายังมีสติปกป้องเธอจนวินาทีสุดท้าย นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"

ลิเลียน่านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกระซิบออกมา "ฉันจำไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรักฉันขนาดนี้... ฉันพยายามจะนึกถึงวันที่เราสัญญาอะไรกันไว้ แต่มันมีแต่หมอกสีเทาที่กั้นอยู่" เธอบีบมือเดม่อนแน่นขึ้น "มันยุติธรรมแล้วเหรอคะที่เขาต้องมาเจ็บตัวเพื่อคนที่จำเรื่องราวของเขาไม่ได้แบบนี้?"

ผมมองภาพนั้นแล้วรู้สึกสะท้อนใจในอก "ความรักมันไม่ได้เกี่ยวกับความยุติธรรมหรอกนะ บางครั้งมันคือการที่คนคนหนึ่งยอมแบกความทรงจำทั้งหมดไว้เพียงลำพัง เพื่อให้อีกคนได้ก้าวเดินต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียใจ"

อารีแอนน์ที่นั่งเงียบอยู่เบาะข้างผมขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ผมสังเกตเห็นว่าเธอพยายามดึงผ้าคลุมปิดห่อผ้าเช็ดหน้าสีดำในมือให้มิดชิดกว่าเดิม ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากผ้านั่นมันเริ่มรุนแรงจนผมรู้สึกได้ถึงละอองน้ำที่แข็งตัวอยู่รอบๆ ขวดน้ำในช่องเก็บของ

"แคลิฟอร์เนียจะช่วยเราได้ไหม อารีแอนน์?"

"ที่นี่คือถิ่นของนาย เพอร์ซีย์" อารีแอนน์ตอบเสียงพร่า "แต่มหาสมุทรตอนนี้ไม่ใช่ที่เดิมที่นายเคยรู้จัก หมอกวิปลาสของโลกิแผ่ไปถึงชายฝั่งแล้ว เราต้องไปที่ซานตาโมนิก้า... ที่นั่นมีจุดพักที่ปลอดภัยที่สุดก่อนที่เราจะหาทางข้ามไปยังเกาะแห่งหมอก"

ผมกระชับพวงมาลัยแน่นขึ้น เมื่อรถแล่นผ่านป้าย Welcome to California ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นเกลืออายทะเลที่พัดมาตามลม แต่มันไม่ใช่กลิ่นที่แสนสดชื่นเหมือนเมื่อก่อน มันมีกลิ่นคาวและรสชาติที่ขมปร่าปนเปมาด้วย ผมมองดูเดม่อนอีกครั้งในกระจกมองหลัง ได้แต่หวังว่าเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เสียงของเขาจะกลับมาทรงพลังเหมือนเดิม

"พักผ่อนซะเดม่อน" ผมพึมพำเบาๆ "เมื่อนายตื่นขึ้นมา... เราจะมีงานใหญ่ต้องทำกัน"

บรรยากาศภายในรถยังคงอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดที่เจือจางลงด้วยความเงียบสงบชั่วคราว สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากภูเขาหินทรายเป็นเนินเขาที่ปกคลุมด้วยพุ่มไม้แห้งกรังของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ แสงตะวันรอนที่สาดเข้ามาทำให้เงาของลิเลียน่าทอดยาวทับร่างของเดม่อน ราวกับเธอเป็นเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น

"พี่เพอร์ซีย์คะ..." ลิเลียน่าเรียกผมเสียงเบา "ถ้าเราไปถึงซานตาโมนิก้า... พี่คิดว่าพลังของมหาสมุทรจะช่วยชะล้างสีดำออกจากผ้าผืนนั้นได้ไหม?"

"น้ำทะเลชำระล้างบาดแผลได้ ลิเลียน่า แต่มันล้างคำสาปที่ฝังลึกในจิตวิญญาณไม่ได้ทั้งหมดหรอก" ผมตอบตามตรง "สิ่งที่อยู่ในผ้าผืนนั้นคือส่วนหนึ่งของเดม่อนและตัวเธอ มันคือสัจจะที่ถูกโลกิบิดเบือน น้ำทะเลอาจจะช่วยให้มันสงบลง แต่มันจะไม่หายไปจนกว่าเราจะถึงเกาะแห่งหมอก"

ผมเห็นลิเลียน่าก้มหน้าลง ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงตกลงมาบดบังดวงตา "เขายอมแลกทุกอย่าง... แม้กระทั่งเสียงที่เขารักที่สุด เพื่อให้ฉันไม่ต้องปวดหัวตอนนึกถึงอดีต" เธอลูบหลังมือเดม่อนแผ่วเบา "ถ้าฉันฉลาดสมกับที่เป็นลูกอะธีน่าจริงๆ ฉันควรจะหาทางแก้เรื่องนี้ได้นานแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายจ่ายราคาอยู่คนเดียว"

"บางครั้งความฉลาดก็คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะรับความช่วยเหลือนะ" ผมพูดเตือนสติเธอ "เดม่อนไม่ใช่คนโง่ แต่เขารู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ และเขาก็รู้ว่าเขากำลังทำเพื่อใคร"

จังหวะนั้นเอง รถก็เกิดอาการกระตุกเล็กน้อยเมื่อเราวิ่งผ่านรอยร้าวขนาดใหญ่บนพื้นถนนที่ดูเหมือนถูกแรงบางอย่างกระชากออก ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากใต้พื้นดิน มันไม่ใช่แผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่มันคือการทักทายจากสิ่งที่อยู่ในน้ำ

เดม่อนขยับตัวเล็กน้อย ร้องครางออกมาเบาๆ ในลำคอ ลิเลียน่ารีบโน้มตัวลงไปดูทันที "เดม่อน? นายตื่นแล้วเหรอ?"

เปลือกตาของเขาขยับยิบๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าทะเลของเขาดูขุ่นมัวชั่วขณะก่อนจะเริ่มปรับโฟกัสมาที่ใบหน้าของลิเลียน่า เขาพยายามจะอ้าปากพูด แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา นอกจากเสียงลมหายใจที่ติดขัด

เดม่อนพยายามจะพยุงตัวขึ้นนั่ง แต่ลิเลียน่ากดไหล่เขาไว้ "อย่าเพิ่ง... นายนอนพักก่อน เรากำลังเข้าเขตแคลิฟอร์เนียแล้ว"

เขามองมือของเธอที่กุมมือเขาไว้ แล้วเลื่อนสายตาไปมองที่มือของอารีแอนน์ที่ยังกุมห่อผ้าเช็ดหน้าสีดำ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เขาบีบมือลิเลียน่าเบาๆ เป็นเชิงถามว่าสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง

"เราปลอดภัย" ผมตอบแทนให้ "ไฮดร้ากลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว และแร็กนาร์ยังตามเรามาไม่ทัน ตอนนี้หน้าที่ของนายคือดื่มน้ำ และพยายามไม่ต้องใช้เสียง... เข้าใจไหม?"

เดม่อนพยักหน้าช้าๆ เขาหลับตาลงอีกครั้งด้วยความเพลีย แต่ผมเห็นมือของเขาที่กุมมือลิเลียน่าไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าถ้าเขาหลับไปอีกครั้ง เธอจะหายไป ผมมองเส้นขอบฟ้าที่เริ่มมืดมัวลงเรื่อยๆ มหาสมุทรแปซิฟิกกำลังรอเราอยู่ และผมหวังว่าพลังของพ่อผมจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องพวกเราได้

"อีกนิดเดียว" ผมพึมพำกับตัวเอง "อีกนิดเดียวเราก็จะถึงบ้านของฉันแล้ว"
ความรู้สึก การเห็นเดม่อนฟื้นขึ้นมาทำให้ผมใจชื้นขึ้นเยอะครับ ถึงเขาจะยังพูดไม่ได้ แต่ประกายในตาเขามันบอกว่าเขายังไม่ยอมแพ้ ลิเลียน่าเองก็ดูเหมือนจะได้กำลังใจกลับมาบ้าง ความผูกพันของสองคนนี้มันแปลกประหลาดแต่มันก็ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ผมต้องรีบพาพวกเขาไปถึงซานตาโมนิก้าก่อนที่ฟ้าจะมืดกว่านี้
ความคิด รอยร้าวบนถนนนั่นเป็นสัญญาณเตือน โลกิเริ่มแทรกซึมลงไปในรอยแยกของเปลือกโลกและใต้ทะเล อารีแอนน์ดูเหมือนจะสื่อสารกับบางอย่างในผ้าเช็ดหน้านั่นบ่อยขึ้น ผมต้องหาจังหวะคุยกับเธอแบบจริงจัง 
◈ RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-25 17:38
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-25 17:38
โพสต์ 25034 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-25 17:07
โพสต์ 25,034 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-25 17:07
โพสต์ 25,034 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า จาก คทาลวงใจจำลอง  โพสต์ 2026-1-25 17:07
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-25 22:27:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLIII

THE BLACK PULSE

ARIANNE
DATE: 23.01.2026
TIME: 07.45 PM
LOC: SANTA MONICA, CA
มื มือของฉันสั่นจนเกือบจะบังคับพวงมาลัยรถเอสยูวีคันนี้ไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการขับรถข้ามรัฐ แต่เป็นเพราะสิ่งที่อยู่ในห่อผ้าบนตักของฉันมันเริ่มเต้นเป็นจังหวะรัวแรงขึ้นทุกขณะที่รถเคลื่อนเข้าใกล้กลิ่นอายของมหาสมุทร ผ้าเช็ดหน้าสีดำสนิทผืนนั้นไม่ได้เป็นแค่ผ้าอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเหมือนอวัยวะที่ยังมีชีวิต มันร้อนรุ่ม เย็นเฉียบและกระซิบถ้อยคำที่บิดเบี้ยวใส่โสตประสาทของฉันตลอดเวลา

“ปล่อยข้า... ปล่อยความจริงที่งดงามนี้ออกมา... อารีแอนน์...”

เสียงกระซิบในหัวทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ฉันพยายามร่ายเวทปิดผนึกซ้อนทับเข้าไปอีกชั้นจนปลายนิ้วขึ้นเป็นรอยไหม้สีม่วงจางๆ ฉันจะปล่อยมันไม่ได้ ถ้าคำสาปนี้หลุดออกไปก่อนถึงเกาะแห่งหมอก วิญญาณของเดม่อนจะถูกฉีกกระชากกลับมาอยู่ในนรกแห่งพันธสัญญาอีกครั้ง และปัญญาของลิเลียน่าจะมอดไหม้ไปตลอดกาล

"อารีแอนน์? สีหน้าเธอดูไม่ดีเลย" เสียงของเพอร์ซีย์ดังขึ้นข้างๆ เขาคงสังเกตเห็นประกายไฟเวทมนตร์ที่แลบออกมาจากมือ

"ฉันยังไหว เพอร์ซีย์" ฉันตอบเสียงพร่า พยายามเพ่งมองไปที่เส้นทางเบื้องหน้า หมอกหนาทึบสีเทาเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมถนนริมชายฝั่ง มันไม่ใช่หมอกธรรมชาติ แต่มันคือ 'ลมหายใจของเคนซากุ' อสุรกายทะเลที่โลกิปลุกขึ้นมา "หมอกนี่มันกำลังพยายามจะทำให้เรามองไม่เห็นความจริง นายช่วยใช้พลังของนายเปิดทางหน่อยได้ไหม?"

เพอร์ซีย์พยักหน้า เขาเปิดหน้าต่างรถออก ลมทะเลที่พัดเข้ามาหอบเอาความชื้นและกลิ่นเกลือที่ขมปร่าปะทะหน้าฉัน เพอร์ซีย์หลับตาลงและยื่นมือออกไปข้างนอก ทันใดนั้น หมอกที่หนาทึบก็เริ่มหมุนวนและแยกตัวออกตามคำสั่งของบุตรแห่งสมุทร เผยให้เห็นแสงไฟสลัวๆ ของเมืองซานตาโมนิก้าที่อยู่ไกลออกไป

ฉันเหลือบมองกระจกหลัง เห็นลิเลียน่ากำลังประคองน้ำให้เดม่อนจิบ เดม่อนดูเหมือนจะพยายามพูดอะไรบางอย่างผ่านดวงตาที่ยังคงอ่อนล้า เขามองมาที่ฉัน... ไม่สิ เขามองมาที่ห่อผ้าบนตักของฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขารู้ว่าฉันกำลังแบกนรกของเขาไว้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าบาดแผลที่ร่างกายเสียอีก

"เดม่อน... ไม่ต้องห่วงฉัน" ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ฉันคือลูกสาวของเฮคาที ฉันเดินอยู่ในความมืดมาทั้งชีวิต... แค่นี้ฉันทนได้"

แต่ความจริงคือฉันเริ่มทนไม่ไหว ทุกครั้งที่เดม่อนหายใจเข้า ความมืดในผ้าจะขยายตัว ทุกครั้งที่ลิเลียน่าพยายามจะค้นหาความทรงจำ ผ้าจะแผ่ความร้อนออกมาเหมือนลาวา ฉันเริ่มเห็นภาพนิมิต... เห็นเกาะแห่งหมอกที่ไม่ได้งดงามอย่างที่ในตำนานว่าไว้ แต่มันคือแท่นบูชาที่เปื้อนเลือด และฉันเห็นตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับกริชในมือ

“เจ้าต้องสละสิ่งหนึ่ง เพื่อรักษาอีกสิ่งหนึ่ง... อารีแอนน์...” เสียงกระซิบนั้นย้ำเตือน

"เงียบไปเลย!" ฉันตะโกนออกมาโดยไม่ตั้งใจจนทุกคนในรถชะงัก

"อารีแอนน์?" ลิเลียน่าถามด้วยน้ำเสียงหวาดวิตก "มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

"ไม่มีอะไร... แค่พวกเงาแถวนี้มันกวนประสาทน่ะ" ฉันโกหกคำโต พลางเหยียบคันเร่งให้มิด รถเอสยูวีพุ่งทะยานฝ่าม่านหมอกที่เพอร์ซีย์แหวกไว้ให้ แสงจากท่าเรือซานตาโมนิก้าเริ่มชัดเจนขึ้น แต่มันไม่ใช่แสงสีเหลืองนวลอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือแสงไฟสีม่วงที่กะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจของปีศาจ

เรามาถึงชายฝั่งแปซิฟิกแล้ว แต่ความวิปลาสที่นี่เข้มข้นกว่าเท็กซัสหลายเท่า ฉันสัมผัสได้ถึงอสุรกายใต้ทะเลนับหมื่นที่กำลังจ้องมองเราจากใต้คลื่น และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ... ฉันเริ่มรู้สึกว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เริ่ม 'ชอบ' กลิ่นอายของมหาสมุทรที่บิดเบี้ยวนี้เข้าเสียแล้ว

"เพอร์ซีย์ เตรียมตัวให้พร้อม" ฉันพูดพลางเลี้ยวเข้าสู่เขตชายหาด "เมื่อเราลงจากรถ ฉันต้องการให้นายสร้างเขตแดนน้ำล้อมรอบพวกเราไว้ทันที ห้ามให้ใครเข้าใกล้ฉันเด็ดขาด... โดยเฉพาะเดม่อน"

ฉันต้องปกป้องพวกเขา แม้ว่ามันจะหมายถึงการที่ฉันต้องกลายเป็นภาชนะรองรับความคลุ้มคลั่งนี้ไว้เพียงลำพังก็ตาม ซานตาโมนิก้าไม่ใช่จุดพัก แต่มันคือด่านทดสอบสุดท้ายก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่ใจกลางแห่งความพินาศ
ความรู้สึก ฉันกลัวค่ะ... กลัวว่าตัวเองจะควบคุมมันไม่ได้ พลังของเฮคาทีในตัวฉันมันกำลังตอบสนองต่อคำสาปในผ้าเช็ดหน้าเหมือนสารเคมีที่เข้าคู่กัน ฉันเห็นเดม่อนตื่นขึ้นมาแล้วก็รู้สึกดีใจนะ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้น้ำหนักของคำสาปเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ลิเลียน่ากำลังใช้ปัญญาของเธอวิเคราะห์ฉัน และนั่นคือสิ่งที่ฉันกังวลที่สุดค่ะ

ความคิด เราต้องถึงที่พักโดยเร็วที่สุด ฉันต้องการวงเวทที่แข็งแกร่งกว่านี้เพื่อกักขังเสียงกระซิบในหัว เพอร์ซีย์มีพลังเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ทะเล นั่นคือข้อดีเพียงอย่างเดียวตอนนี้ ฉันต้องระวังไม่ให้เดม่อนมาแตะต้องผ้าผืนนี้เด็ดขาด เพราะถ้าเขาสัมผัสมันตอนนี้ พลังที่เขาสะสมไว้อาจจะระเบิดออกได้ ศึกถัดไปคือการสู้กับ 'ใจตัวเอง' 
◈ RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-26 14:04
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-26 14:04
โพสต์ 19355 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-25 22:27
โพสต์ 19,355 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-25 22:27
โพสต์ 19,355 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า จาก คทาลวงใจจำลอง  โพสต์ 2026-1-25 22:27
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-26 12:01:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLIV

THE BREAKING POINT

ARIANNE
DATE: 23.01.2026
TIME: 08.15 PM
LOC: SANTA MONICA PIER, CA
ล้ ล้อรถเอสยูวีบดทรายหยาบๆ จนหยุดสนิทอยู่ใกล้กับฐานเหล็กของท่าเรือซานตาโมนิก้าที่บิดเบี้ยว ท่าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นสายไหม บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีม่วงเรืองแสง ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์หยุดนิ่ง หมุนเอียงๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดลึกไปถึงวิญญาณ

"อึก..." ฉันครางออกมา ลำคอแห้งผากเหมือนถูกทรายร้อนๆ กรอกลงไป

สิ่งที่อยู่ในห่อผ้าบนตักของฉัน—ไอ้ผ้าเช็ดหน้าสีดำนั่น—มันไม่ได้แค่เต้นตุบๆ อีกต่อไป แต่มันเริ่มขยายตัวจนห่อผ้าแทบปริออก ฉันต้องใช้มือทั้งสองข้างกดมันไว้จนกระดูกข้อนิ้วขาวโพลน แสงสีม่วงจากอาคมเฮคาทีที่ฉันพยายามจะสะกดมันไว้เริ่มแตกกระจายเป็นสะเก็ดไฟไฟ้เล็กๆ กระเด็นไปทั่วคอนโซลรถ

"อารีแอนน์! ลงจากรถเร็ว!" เสียงของเพอร์ซีย์ตะโกนมาจากข้างนอก เขาลงไปเตรียมพร้อมแล้ว ดาบริพไทด์ในมือเขาส่องแสงสีทองจ้าตัดกับหมอกทะเลที่หนาทึบ

ฉันค่อยๆ ก้าวลงจากรถ ขาของฉันสั่นจนเกือบจะทรุดลงกับทราย ทันทีที่เท้าแตะพื้น กลิ่นอายของแคลิฟอร์เนียที่บิดเบี้ยวก็พุ่งเข้าปะทะ มันไม่ใช่แค่กลิ่นเกลือ แต่มันคือกลิ่นของความหวังที่เน่าเปื่อย

"เดม่อน อย่าเข้ามา!" ฉันตวาดลั่นเมื่อเห็นเดม่อนที่เดินโซซัดโซเซลงมาจากรถพยายามจะยื่นมือมาประคองฉัน

แววตาของเขาดูเจ็บปวดเหลือเกิน เขาอ้าปากพยายามจะพูด แต่มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ออกมาจากลำคอ เขาจ้องมองห่อผ้าในมือฉันด้วยความละอายใจ เขารู้... เขารู้ว่าความเจ็บปวดที่ฉันกำลังเผชิญมันคือสิ่งที่เขาควรจะเป็นคนรับไป

"ถอยไปซะ ลิเลียน่า พาเขาออกไปห่างๆ ฉัน!" ฉันคำราม เสียงของฉันเริ่มเพี้ยนไป มีเสียงกระซิบซ้อนทับออกมาเป็นสองโทน

ทันใดนั้นเอง คลื่นในมหาสมุทรก็แยกออก ร่างของหญิงสาวนับสิบที่มีท่อนล่างเป็นนกและเกล็ดปลาสีเมทัลลิกพุ่งขึ้นมาจากน้ำ พวกนางไม่ใช่ไซเรนที่สวยงามเหมือนในตำนาน แต่เป็นไซเรนแห่งความวิปลาส ดวงตาของพวกนางว่างเปล่าเป็นรูโหว่สีม่วง และเมื่อพวกนางเริ่มอ้าปากร้องเพลง...

“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

มันไม่ใช่บทเพลง แต่มันคือเสียงสะดุดของมิติที่กรีดแทงเข้ามาในสมอง เพอร์ซีย์กัดฟันกรอดพยายามใช้น้ำจากทะเลซัดเข้าใส่พวกมัน ลิเลียน่าเข่าอ่อนจนต้องทรุดลงไปกอดหัวตัวเองไว้

“ส่งมันมา... อารีแอนน์... ส่งสัจจะที่พังทลายมาให้พวกเรา...” เสียงไซเรนประสานกับเสียงกระซิบในหัวฉันจนฉันแทบคลั่ง

"ไม่มีทาง!" ฉันรวบรวมพลังเฮคาทีทั้งหมดที่มี เปลวไฟสีม่วงพุ่งพรวดออกมาจากดวงตาของฉัน "ลูกหลานแห่งความมืดไม่เกรงกลัวเสียงเพลงของพวกแก!"

ฉันตวัดมือข้างที่ว่างออกไป วาดอักขระอาคมกลางอากาศ แสงสีม่วงระเบิดออกกลายเป็นคลื่นพลังที่กระแทกพวกไซเรนจนกระเด็นกลับลงน้ำไป แต่นั่นคือความผิดพลาด... เพราะวินาทีที่ฉันเสียสมาธิ คำสาปในผ้าเช็ดหน้าก็ฉวยโอกาสนั้นทันที!

เพล้ง!

ผ้าเช็ดหน้าสีดำระเบิดออกจากห่อผ้า มันลอยเด่นอยู่กลางอากาศ แผ่กิ่งก้านสาขาของไอหมอกสีดำออกมาเหมือนรากไม้พิษ มันพุ่งเข้าหาเดม่อนโดยตรงเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าหาขั้ว!

"ไม่นะ! เดม่อน! หนีไป!" ฉันกรีดร้องขณะที่ร่างของฉันถูกยกขึ้นลอยเหนือพื้นทรายด้วยพลังของคำสาป ฉันพุ่งตัวเข้าไปขวาง พยายามจะใช้มือเปล่าคว้าผ้าผืนนั้นไว้ ความเย็นยะเยือกแล่นปราดเข้าสู่หัวใจจนรู้สึกเหมือนเลือดกำลังแข็งตัว

เพอร์ซีย์พยายามจะใช้มังกรวารีเข้ามาชิงตัวฉัน แต่พวกไซเรนที่เริ่มกลับมาใหม่รุมทึ้งกระแสน้ำของเขาไว้ ในตอนนั้นเอง ที่ฉันเห็นลิเลียน่า... เธอไม่ได้กรีดร้องอีกต่อไป แววตาปัญญาของเธอกลับมาคมกริบ เธอจ้องมองรอยต่อระหว่างวิญญาณของฉันกับผ้าผืนนั้น

"อารีแอนน์! อย่าสู้กับมัน! เธอต้องยอมรับมัน!" ลิเลียน่าตะโกนบอกฉัน "มันคือนามธรรมของความรัก! เธอต้องเปลี่ยนความมืดให้กลายเป็นเกราะ ไม่ใช่กรงขัง!"

คำพูดของลูกสาวอะธีน่าทำให้ฉันชะงัก ฉันหยุดต่อต้าน... ฉันหลับตาลงและเปิดรับความเจ็บปวดทั้งหมดของเดม่อน ความทรงจำที่แตกสลายของลิเลียน่าไหลบ่าเข้ามาในหัวฉันดุจน้ำป่าพัดหลาก มันเจ็บจนเหมือนวิญญาณจะฉีกขาด แต่เมื่อฉันยอมรับมัน ไอหมอกสีดำก็ค่อยๆ สงบลง มันหมุนวนรอบข้อมือของฉัน กลายเป็นกำไลอาคมสีดำที่พันธนาการไว้ที่แขนข้างซ้ายแทน

ร่างของฉันร่วงลงกระแทกพื้นทรายอย่างแรง ผ้าเช็ดหน้ากลับมาเป็นผืนสีดำสนิทเหมือนเดิมวางอยู่บนหน้าอก ฉันหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งสัมผัสอุ่นๆ ของเดม่อนแตะที่หน้าผาก เขามีน้ำตาคลอเบาๆ ประคองหัวฉันขึ้นมา ลิเลียน่ารีบเข้ามาช่วยพยุงอีกแรง

"คุณปลอดภัยแล้ว คุณเปลี่ยนมันได้จริงๆ อารีแอนน์" ลิเลียน่ากระซิบ

ฉันมองไปที่กำไลสีดำบนข้อมือ "มันยังไม่จบ... ฉันแค่ยื้อเวลาไว้... กุญแจอยู่ที่แปซิฟิก... เราต้องไปเดี๋ยวนี้"

"พยุงฉันขึ้นที" ฉันสั่ง เสียงสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด ฉันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ จากกำไลสีดำที่ข้อมือซ้าย มันเชื่อมต่อกับชีพจรของเดม่อนอย่างสมบูรณ์ ทุกครั้งที่หัวใจเขาเต้นแรง กำไลจะบีบรัดจนแสบร้อน แต่มันคือพันธะที่ฉันอาสารับไว้เพื่อเป็นโล่ให้พวกเขา

เพอร์ซีย์ก้าวเข้ามา ดาบริพไทด์ยังคงส่องสว่าง "พวกไซเรนถอยไปแล้ว แต่มันแค่ชั่วคราวเท่านั้น อารีแอนน์ คุณไหวแน่เหรอ? พลังที่คุณรับไปมัน..."

"มันคือส่วนหนึ่งของฉันแล้วในตอนนี้ เพอร์ซีย์" ฉันขัดขึ้น พลางยกข้อมือซ้ายที่พันธนาการด้วยไอหมอกสีดำให้เขาดู "โลกิคิดว่ามันจะทำลายพวกเราจากข้างใน แต่มันลืมไปว่าลูกสาวของเฮคาทีเติบโตมากับความมืด ฉันจะใช้พลังของมันนำทางเราไปที่เกาะ"

ฉันหันไปมองเดม่อน เขาพยายามจะอ้าปาก แต่ฉันยกมือห้ามไว้ "ไม่ต้องพูดอะไรเดม่อน เก็บเสียงของนายไว้ใช้ตอนที่เราถึงที่นั่น นายจะต้องส่งเสียงที่ดังที่สุดเพื่อปลุกความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หมอก ส่วนตอนนี้... หน้าที่ของนายคือมีชีวิตอยู่ต่อไป"

เบย์วิ่งกลับมาหลังจากไปสำรวจรอบๆ "พี่เพอร์ซีย์! ผมเจอเรือแล้ว! แต่มันไม่ใช่เรือธรรมดา... มันเหมือนถูกสร้างขึ้นจากซากของเรือใบโบราณที่เกยตื้นอยู่ตรงนั้น"

เรามุ่งหน้าไปตามทางที่เบย์บอก เรือใบไม้โอ๊กเก่าแก่ลอยลำอยู่ริมชายหาด ใบเรือสีเทาสะบัดพริ้วตามลมทะเลที่เริ่มกรรโชกแรง "เรือลำนี้จะพาเราไป" เพอร์ซีย์พึมพำสัมผัสกับเนื้อไม้ "พ่อส่งมันมา... หรือไม่ก็มหาสมุทรเองที่ทนความวิปลาสไม่ไหวอีกต่อไป"

ขณะที่เราก้าวขึ้นเรือ ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากเงามืดบนท่าเรือ... โลกิกำลังดูเราอยู่ แต่มันไม่รู้หรอกว่า คำสาปในผ้าเช็ดหน้า บัดนี้ได้กลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับไปหาตัวมันเอง

"ลิเลียน่า กุญแจดอกนั้น..." ฉันกระซิบขณะอยู่บนดาดเรือ "เตรียมมันให้พร้อม เมื่อเราข้ามเส้นแบ่งมิติที่ใจกลางแปซิฟิก นายจะเป็นคนเดียวที่มองเห็นรูกุญแจที่แท้จริง"

ลิเลียน่าพยักหน้าอย่างมั่นคง "ฉันพร้อมค่ะอารีแอนน์ ไม่ว่าอดีตจะเป็นยังไง ฉันจะนำมันกลับมาให้ได้"

เรือเริ่มเคลื่อนที่ออกจากชายฝั่งซานตาโมนิก้า มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของมหาสมุทรแปซิฟิก แสงสีม่วงจากกำไลบนข้อมือของฉันส่องสว่างแหวกม่านหมอกออกเป็นทางเดินสีดำสนิท ฉันรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้อาจไม่มีทางกลับ แต่ถ้ามันทำให้เด็กพวกนี้ได้พบกับวันพรุ่งนี้ ฉันก็ยินดีที่จะเป็นคนเฝ้าประตูนรกแห่งนี้ตลอดไป
ความรู้สึก ฉันรู้สึกถึงพลังที่เปลี่ยนไปในตัวค่ะ มันไม่ใช่แค่เวทมนตร์ของเฮคาทีอีกต่อไป แต่มันคือความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นอำนาจ การยอมรับคำสาปของเดม่อนเข้ามาไว้ในกายทำให้ฉันเข้าใจเขามากขึ้น ฉันสัมผัสได้ถึงความกลัวที่เขามีต่อการสูญเสียลิเลียน่า และความกล้าหาญที่เขายอมแลกเสียงของตัวเอง ฉันจะปกป้องครอบครัวนี้ด้วยชีวิตค่ะ

ความคิด เรากำลังมุ่งหน้าสู่ใจกลางแปซิฟิก ที่นั่นคือจุดที่มิติอ่อนแอที่สุด โลกิจะรอเราอยู่ที่เกาะแห่งหมอกพร้อมกับอสุรกายที่ร้ายกาจกว่าเดิม ฉันต้องใช้กำไลดำนี้เป็นสื่อกลางในการตรวจจับกับดักของมัน ส่วนกุญแจของลิเลียน่าคือไพ่ใบสุดท้าย เราต้องประสานปัญญาและเสียงเข้าด้วยกันให้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะสูญเปล่า
◈ RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-26 14:04
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-26 14:04
โพสต์ 27,642 ไบต์และได้รับ +15 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +10 ความกล้า จาก ดาบเธซีอุส  โพสต์ 2026-1-26 12:01
โพสต์ 27,642 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +10 ความกล้า จาก หมวกนีเมียน  โพสต์ 2026-1-26 12:01
โพสต์ 27,642 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา +10 ความกล้า จาก ทักษะดาบ  โพสต์ 2026-1-26 12:01
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-26 14:51:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLV

THE ARCHIMEDES OF HOPE

LILIANA TYLER
DATE: 24.01.2026
TIME: 03.15 AM
LOC: PACIFIC OCEAN, EN ROUTE TO ISLE OF MIST
เสี เสียงไม้โอ๊กของเรือใบโบราณลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะคลื่นที่ซัดสาด แต่มันไม่ใช่เสียงคลื่นปกติที่ฉันเคยได้ยินในสารคดี มันคือเสียงกระซิบที่หนักอึ้งและข้นคลักเหมือนกำมะถัน รอบกายเราไม่มีสิ่งใดนอกจากสีดำสนิทของมหาสมุทรที่ถูกย้อมด้วยหมอกวิปลาส แสงเดียวที่นำทางเราคือแสงสีม่วงหม่นจากกำไลอาคมบนข้อมือของอารีแอนน์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่หัวเรือราวกับรูปปั้นเทพีที่แตกสลาย

ฉันนั่งอยู่บนดาดเรือ แสงจากหน้าจอแล็ปท็อปสะท้อนอยู่ในดวงตาของฉัน ฉันไม่ได้กำลังคำนวณพิกัด GPS เพราะเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างหยุดทำงานไปนานแล้ว สิ่งที่ฉันกำลังทำคือการใช้ปัญญาที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว พยายามถอดรหัสรูปแบบการสั่นสะเทือนของกำไลสีดำที่เชื่อมต่อกับชีพจรของเดม่อน

"นายควรจะนอนพักนะ" ฉันกระซิบโดยไม่หันไปมอง แต่สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ขยับเข้ามานั่งข้างกาย

เดม่อนไม่ได้ตอบ เขาพูดไม่ได้ แต่เขาค่อยๆ วางศีรษะลงบนไหล่ของฉัน ผมของเขามีกลิ่นเกลือและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันอบเชย ฉันวางมือลงบนกลุ่มผมของเขา ลูบเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความเหนื่อยล้าที่เขามี

"ฉันกำลังพยายามทำความเข้าใจมัน... กุญแจดอกนี้" ฉันดึงกล่องพัสดุของเฟเรียออกมาจากเป้ วางมันลงบนตัก "มันสั่นทุกครั้งที่ชีพจรของนายเต้นผิดจังหวะ และมันจะเรืองแสงทุกครั้งที่อารีแอนน์ใช้อาคมสะกดคำสาปในกำไลนั่น"

ฉันเปิดบันทึกของเฟเรียหน้าที่เป็นรอยเลือดอีกครั้ง "ในนี้บอกว่าปัญญาที่แท้จริงคือการยอมรับความจริงที่เจ็บปวด เฟเรียเขียนถึงจังหวะที่กุญแจจะแสดงตัว... มันคือจังหวะที่เสียงของนายและความคิดของฉันกลายเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางความวิปลาส"

เดม่อนคว้ามือฉันไปกุมไว้ เขาใช้ปลายนิ้ววาดตัวอักษรลงบนฝ่ามือของฉันช้าๆ: 'L-O-V-E'

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา "ฉันรู้เดม่อน... ฉันรู้ว่านั่นคือสิ่งที่นายใช้ปกป้องฉันมาตลอด แต่ปัญญาของลูกสาวอะธีน่าบอกฉันว่าแค่ความรักมันไม่พอที่จะชนะโลกิ เราต้องมีกลไกที่เหนือกว่าแผนการของมัน"

ฉันจ้องมองเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า พยายามวิเคราะห์โครงสร้างของหมอกที่กำลังหนาขึ้น เพอร์ซีย์ยืนอยู่ที่ท้ายเรือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง เขากำลังใช้พลังสื่อสารกับสัตว์ทะเลใต้พื้นน้ำเพื่อขอทางผ่าน แต่ดูเหมือนว่ามหาสมุทรที่นี่จะหยิ่งยโสเกินกว่าจะเจรจาได้ง่ายๆ

"ลิเลียน่า! ดูนั่น!" เสียงของเบย์ตะโกนมาจากเสากระโดงเรือ

ฉันลุกขึ้นยืน พลางประคองเดม่อนให้ลุกตาม ในม่านหมอกสีม่วงเบื้องหน้า แสงไฟสีเขียวมรกตนับร้อยจุดเริ่มปรากฏขึ้น มันคือดวงตาของอสุรกายพรายน้ำที่กำลังลอยคออยู่รอบๆ เรือลำนี้ พวกมันไม่ได้โจมตี แต่พวกมันกำลังรอโอกาส

"พวกมันรอให้แสงจากข้อมืออารีแอนน์ดับลง" ฉันพึมพำอย่างตื่นตระหนก "อารีแอนน์! คุณไหวไหม!?"

อารีแอนน์ไม่ได้หันกลับมา แต่ไหล่ของเธอสั่นสะท้าน กำไลสีดำที่ข้อมือซ้ายของเธอเปล่งแสงวูบวาบอย่างคุมไม่ได้ "พวกมัน... พวกมันต้องการความทรงจำในกำไลนี้... ลิเลียน่า! เตรียมกุญแจ! ถ้ากำไลแตกก่อนเราถึงเกาะ ทุกอย่างจะจมลงสู่ก้นบึ้ง!"

ฉันรีบคว้ากุญแจแห่งปัญญาออกมา มันคือกุญแจสำริดโบราณที่มีลวดลายเป็นรูปนกฮูกสลับกับดอกไม้ของเฟรดา มันเริ่มร้อนจัดในมือของฉันจนต้องกัดฟันสู้กับความเจ็บปวด

"เดม่อน... ฉันต้องการเสียงของนาย" ฉันหันไปหาเขา "ไม่ใช่เสียงที่ทำลายล้างเหมือนที่เท็กซัส แต่เป็นเสียงที่เรียกความทรงจำของเรากลับมา นายต้องพยายามเปล่งเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่นายเคยมี... แม้มันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม"

เดม่อนพยักหน้า แววตาเด็ดเดี่ยว เขาเดินไปยืนข้างอารีแอนน์ที่หัวเรือ สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมที่จะพิสูจน์ว่าปัญญาและเสียง เมื่อรวมกันแล้ว จะสามารถแหวกม่านนรกนี้ไปได้หรือไม่
ความรู้สึก ฉันรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกค่ะ ปัญญาของฉันมันบอกว่าโอกาสรอดของเรามีไม่ถึง 10% แต่เมื่อเห็นเดม่อนพยายามจะสู้เพื่อฉันทั้งที่เขาแทบไม่มีแรง มันทำให้ฉันอยากจะโยนตรรกะทิ้งไปแล้วเชื่อในสัญชาตญาณแทน กุญแจในมือมันเหมือนกำลัง คุยกับกำไลของอารีแอนน์ ฉันหวังว่าเฟเรียจะไม่ได้ส่งของปลอมมาให้เรานะ!
ความคิด พวกอสุรกายพรายน้ำกำลังปิดล้อมเรา ฉันต้องให้เดม่อนใช้เสียงสร้างโดมแห่งความทรงจำล้อมรอบเรือไว้ ส่วนอารีแอนน์คือแบตเตอรี่หลักที่ต้องประคองคำสาปไว้ ถ้าฉันสามารถใช้กุญแจนี้เชื่อมโยงพลังของทั้งคู่ได้ เราจะผ่านหมอกนี้ไปได้แน่นอน เกาะแห่งหมอกกำลังรอเราอยู่เบื้องหน้านี้เอง
◈ RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์ ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS
[/disableleft]

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-26 14:52
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-26 14:51
โพสต์ 18294 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-26 14:51
โพสต์ 18,294 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-26 14:51
โพสต์ 18,294 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า จาก คทาลวงใจจำลอง  โพสต์ 2026-1-26 14:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-28 08:51:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLVI

THE DREAM-EATERS

LILIANA TYLER
DATE: 24.01.2026
TIME: 04.30 AM
LOC: ABYSSAL ZONE, PACIFIC OCEAN
ความเงียบที่น่าอึดอัดถูกฉีกกระชากด้วยเสียงขูดขีดของกรงเล็บลงบนกราบเรือไม้โอ๊ก มันไม่ใช่เสียงของพรายน้ำที่ลอยคอรอคอย แต่เป็นบางอย่างที่หนักและจริงกว่านั้น กลิ่นสาบสางของสัตว์เลื้อยคลานผสมกับกลิ่นเน่าเฟะของห้วงมิติที่บิดเบี้ยวโชยมาปะทะจมูกจนฉันแทบสำลัก

"ลิเลียน่า! ระวังข้างหลัง!" เสียงของเบย์ตะโกนก้องมาจากด้านบนเสากระโดงเรือ

ฉันหมุนตัวกลับไปพร้อมกับกางโล่ไอจิสจำลองที่สร้างจากพลังสถาปัตยกรรมทางปัญญา แสงสีทองจากโล่เผยให้เห็นร่างมหึมาสามร่างที่กำลังคืบคลานขึ้นมาบนดาดเรือ พวกมันดูเหมือนกิ้งก่ายักษ์ที่มีผิวหนังเป็นเกล็ดใสราวกับแก้วที่สะท้อนภาพนิมิตอันบิดเบี้ยว—อีกัวน่าห้วงฝัน สัตว์พวกนี้ไม่ใช่สมุนโดยกำเนิดของโลกิ แต่ดวงตาสีม่วงคุลั่งนั่นบอกฉันได้ทันที... โลกิใช้มนตราสะกดจิตพวกมัน เปลี่ยนนักล่าขี้อายให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร

"เดม่อน! อย่าใช้เสียง!" ฉันตะโกนเตือน แต่ดูเหมือนจะช้าไป

เดม่อนถลาเข้ามาข้างกายฉัน เขาไม่ได้อ้าปากตะโกน แต่ออกแรงกระชากดาบสั้นและโล่สำริดออกมา แววตาของเขาดูเคร่งเครียด มือที่จับด้ามดาบยังสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าสะสม แต่สัญชาตญาณนักรบของบุตรแห่งอะโฟรไดต์ไม่ได้ถดถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

ฟู่!!!
อีกัวน่าตัวแรกพ่นไอหมอกสีเทาออกมาจากปาก มันคือไอพิษที่ทำให้เกิดภาพหลอนทางจิต เพอร์ซีย์ที่กำลังประคองท้ายเรือรีบเรียกน้ำทะเลขึ้นมาเป็นกำแพงป้องกัน แต่มันซึมผ่านน้ำได้!

"เพอร์ซีย์! คุมเรือไว้! อย่าให้หลุดออกจากวงโคจร!" อารีแอนน์ตะโกนสั่ง เธอต้องใช้มือทั้งสองข้างกดกำไลดำที่ข้อมือซ้ายไว้จนเข่าทรุด "ฉันช่วยสกัดพวกมันด้วยอาคมไม่ได้... พลังมันจะตีกัน!"

"เข้าใจแล้ว!" เพอร์ซีย์กัดฟันกรอด คลื่นยักษ์รอบเรือม้วนตัวเป็นโล่ป้องกันการจู่โจมจากใต้น้ำ

อีกัวน่าตัวที่สองพุ่งเข้าใส่เดม่อนด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ลิ้นยาวเหยียดของมันตวัดออกมาหมายจะรัดคอเขา เดม่อนย่อตัวลงต่ำ ใช้โล่กระแทกเข้าที่ปลายลิ้นจนมันสะบัดกลับ ก่อนจะตวัดดาบฟันเข้าที่สีข้างของมัน เสียงดาบปะทะเกล็ดแก้วดัง เคร้ง! ราวกับฟันลงบนเพชร มันไม่มีรอยขีดข่วนเลย!

"เกล็ดมันสะท้อนกายภาพ!" ฉันวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว "เดม่อน! นายต้องโจมตีที่รอยต่อของเกล็ดตอนที่มันขยับตัว! ตรงใต้คอ!"

เดม่อนพยักหน้าให้ฉันแวบหนึ่ง เขาเหวี่ยงโล่เข้าใส่ดวงตาของมันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เขาใช้จังหวะที่มันอ้าปากพ่นพิษสอดดาบเข้าไปใต้รอยพับของผิวหนังที่ลำคอ ฉึก! เลือดสีเงินใสไหลออกมา อีกัวน่าห้วงฝันกรีดร้อง เสียงเหมือนแก้วที่ขยี้เข้าหากัน

แต่ตัวที่สามพุ่งเข้ามาหาฉัน! มันเร็วกว่าตัวอื่น แววตาของมันสะท้อนภาพความทรงจำที่ฉันสูญเสียไป... ภาพใบหน้าของเดม่อนที่กำลังยิ้มให้ฉันในวันวาน ฉันชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที—นั่นคือกับดัก!

"ลิเลียน่า!"

เดม่อนพุ่งเข้ามาขวางหน้าฉันไว้ เขาใช้โล่รับแรงกระแทกจากกรงเล็บยักษ์จนร่างของเขาปลิวไปชนกับกราบเรือ ดาบในมือของเขาหลุดกระเด็น อีกัวน่าตัวนั้นแสยะยิ้มประหลาด เตรียมจะเผด็จศึก

"อย่า-แตะ-ต้อง-เธอ!"

เสียงที่หลุดออกมาจากคอของเดม่อนไม่ใช่การตะโกน แต่เป็นเสียงกระซิบที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการ คลื่นเสียงจางๆ สั่นสะเทือนอากาศรอบๆ ตัวอีกัวน่าจนมันชะงักงัน ฉันคว้าหอกที่พาดอยู่ข้างกาย เล็งไปที่ดวงตาสีม่วงวิปลาสของมัน "ไปลงนรกซะ!" ฉันปักหอกทะลุเข้ากลางดวงตา แสงสีทองเผาไหม้สมองของมันจนระเบิดกลายเป็นเศษกระจกนับล้านชิ้น

เดม่อนยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก ฉันรีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทานั้นไว้ "นายบอกว่าอย่าใช้เสียงไง! นายอยากให้เส้นเสียงขาดจริงๆ ใช่ไหม?"

เขาไม่ได้ตอบ แต่ใช้มือที่สั่นเทาลูบแก้มฉันเบาๆ แววตาของเขามีความหมายเดียวคือ 'ตราบใดที่เธอปลอดภัย'

อีกัวน่าตัวสุดท้ายเลิกโจมตีและกระโดดลงจากเรือหายไปในหมอก อารีแอนน์หอบหายใจอย่างหนัก กำไลดำเริ่มสงบลง "พวกมันแค่มาลองเชิง... โลกิรู้แล้วว่าเราอ่อนแอลง"

เพอร์ซีย์บังคับเรือให้กลับมาตั้งลำได้อีกครั้ง "อีกไม่นานจะเช้าแล้ว เมื่อแสงอาทิตย์แรกแตะผิวน้ำ เราจะเห็นขอบเขตของเกาะแห่งหมอก เดม่อน... นายต้องพักจริงๆ แล้วนะ"

ฉันประคองเดม่อนให้นั่งลง พลางมองดูมือที่กุมมือฉันไว้แน่น กุญแจแห่งปัญญาในกระเป๋ายังคงอุ่นวาบ ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของพลัง แต่มันคือเรื่องของความอึดในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือน
ความรู้สึก ฉันโกรธตัวเองมากค่ะที่เกือบจะหลงกลภาพลวงตาพวกนั้น ปัญญาของฉันเกือบพ่ายแพ้ต่อความคิดถึงที่โลกิสร้างขึ้น แต่เดม่อน... เขาทั้งที่เจ็บและล้า กลับเป็นคนเดียวที่ดึงฉันกลับมาได้ เสียงกระซิบของเขาทรงพลังกว่าการตะโกนครั้งไหนๆ ฉันสัญญาว่าจะพาเขากลับไปให้ได้ปลอดภัยค่ะ
ความคิด อีกัวน่าห้วงฝันสามารถดึงภาพความจำในอดีตมาโจมตีเราได้ ฉันต้องหาวิธีป้องกันทางจิตให้ทุกคนก่อนถึงเกาะ กุญแจของเฟเรียเริ่มตอบสนองต่อเลือดสีเงินของอสุรกาย... หรือว่ากุญแจดอกนี้ต้องใช้ 'พลังงานจากห้วงฝัน' ในการทำงาน? ฉันต้องรีบถอดรหัสนี้ให้ได้โดยด่วน
◈ MISSION STATUS

• บันทึกการต่อสู้: LINK
• ศัตรูที่เผชิญ: อีกัวน่าห้วงฝัน (Dream-Eater Iguanas)
• สถานะเดม่อน: บาดเจ็บภายในและบอบช้ำจากกระแสเสียง
• LUK 70+: ได้รับเพิ่มอีก 2x 
เกล็ดแห่งความฝัน, 3x ธุลีนฤมิต

RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค | TOTAL: 20 PTS
[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์ | TOTAL: 20 PTS
[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-28 08:53
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์ เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-28 08:53
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-28 08:53
โพสต์ 21020 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-28 08:51
โพสต์ 21,020 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-28 08:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-29 21:27:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLVII

THE CALM BEFORE THE MAELSTROM

PERCY JACKSON
DATE: 24.01.2026
TIME: 05.45 AM
LOC: THE VEIL OF ELYSIUM, MID-PACIFIC
ผมยืนอยู่ตรงท้ายเรือ มือทั้งสองกุมพวงมาลัยไม้โอ๊กที่ชุ่มไปด้วยละอองเกลือและไอเย็นของมหาสมุทรราวกับพ่ออยู่ข้างๆ และผมก็สัมผัสได้ถึงแรงต้านจากผืนน้ำเบื้องล่าง มหาสมุทรแปซิฟิกในพิกัดนี้ไม่ได้เหมือนน้ำที่ผมคุ้นเคย แต่มันเหมือนน้ำมันข้นๆ ที่พยายามจะดูดกลืนทุกอย่างลงสู่ความมืดมิด

ผมละสายตาจากผิวน้ำดำทมิฬมามองดูที่กลางดาดเรือ แสงสลัวจากตะเกียงวิเศษของเบย์ส่องให้เห็นภาพที่ทำให้ผมใจหายปนอุ่นใจ เดม่อนนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีด ศีรษะของเขาหนุนอยู่บนตักของลิเลียน่า ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เคยขี้เล่น บัดนี้ดูซูบซีดและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเล็กๆ ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนผมต้องคอยใช้สัมผัสแห่งท้องทะเลคอยตรวจดูชีพจรของเขาเป็นระยะ

ลิเลียน่านั่งหลังพิงกราบเรือ มือข้างหนึ่งของเธอคอยลูบผมของเดม่อนแผ่วเบา ส่วนอีกข้างกอดกล่องพัสดุของเฟเรียไว้แน่น ดวงตาสีเทาพายุของเธอกลับนิ่งสงบ... สงบจนน่ากลัว เหมือนผิวน้ำก่อนที่พายุเฮอริเคนจะเข้าพัดถล่ม

"เขายังหลับลึกอยู่ค่ะ พี่เพอร์ซีย์" ลิเลียน่าพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้า "แต่คราวนี้... มือเขาไม่สั่นแล้ว"

"ร่างกายเขาฉลาดกว่าที่พวกเราคิดนะ" ผมตอบเสียงต่ำ "เขารู้ว่าศึกข้างหน้ามันคือของจริง เขาเลยปิดระบบทุกอย่างเพื่อสะสมพลังงานที่เหลือเพียงน้อยนิดไว้ในลำคอ"

ผมมองดูมือของลิเลียน่าที่สัมผัสแก้มของเดม่อน "เธอโอเคไหม ลิเลียน่า? ตั้งแต่สู้กับอีกัวน่าพวกนั้น เธอยังไม่ได้พักเลยนะ"

"ฉันพักไม่ได้หรอกค่ะ" เธอพึมพำ "ปัญญาของฉันมันร่ำร้อง... มันบอกว่าทุกวินาทีที่ฉันหลับ โลกิกำลังขยับหมากไปอีกก้าว และทุกครั้งที่ฉันมองเดม่อน ฉันรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดประหลาดระหว่างกุญแจในมือกับตัวเขา"

ผมขยับพวงมาลัยเล็กน้อยเพื่อเลี่ยงโขดหินที่มองไม่เห็น "นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากังวล พลังของความรักที่ถูกผูกติดกับคำสาปวิปลาส มันทำให้เส้นแบ่งระหว่างสัญชาตญาณกับแผนการมันพร่าเลือน อารีแอนน์เองก็แทบจะถึงขีดจำกัดแล้ว"

ผมเหลือบมองไปที่หัวเรือ อารีแอนน์นั่งขัดสมาธิหันหลังให้พวกเรา กำไลดำที่ข้อมือซ้ายของเธอแผ่ไอสีม่วงคล้ำออกมาจนอากาศรอบตัวเธอบิดเบี้ยว เธอเหมือนกำลังทำหน้าที่เป็นเสาอากาศที่คอยรับแรงกระแทกจากโลกิเพื่อให้เรือลำนี้เดินทางต่อไปได้

"เรากำลังจะเข้าสู่เขตหมอกชั้นใน" ผมเตือนพลางสูดกลิ่นอายทะเลที่เริ่มเปลี่ยนไป "กลิ่นเกลือหายไปแล้ว... ตอนนี้เหลือแต่กลิ่นของความทรงจำที่เก่าเก็บ"

ผมเห็นเดม่อนขยับตัวเล็กน้อยบนตักของลิเลียน่า เขาไม่ได้ลืมตา แต่เขากระชับนิ้วที่กุมมือลิเลียน่าไว้แน่นขึ้น ภาพนั้นทำให้ผมนึกถึงแอนนาเบ็ธ... นึกถึงตอนที่เราอยู่ในทาร์ทารัส ตอนที่สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเรายังมีตัวตนอยู่คือสัมผัสจากมือของกันและกัน

"พี่เพอร์ซีย์คะ" ลิเลียน่าเรียกผม แววตาของเธอจ้องตรงมา "ถ้าถึงเวลาที่ต้องเลือกระหว่างความจำกับชีวิตของเขา พี่จะเลือกอะไร?"

"ในฐานะบุตรแห่งโพไซดอน ผมจะเลือกสู้จนกว่าทางเลือกที่สามจะปรากฏ ลิเลียน่า... ลูกหลานอะธีน่าอย่างพวกเธอจะต้องมีแผนสำรองที่สามเสมอไม่ใช่เหรอ?"

ลิเลียน่าเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลงกระซิบที่ข้างหูของเดม่อน "ทางเลือกที่สาม... ฉันจะหามันให้เจอ เพื่อนาย..."

แสงอรุณจางๆ เริ่มจับขอบฟ้า ทันใดนั้น เงาร่างของยอดเขาที่ปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆลึกลับก็ปรากฏขึ้นจากเส้นขอบฟ้าเกาะแห่งหมอก 

"ทุกคน! เตรียมตัว! เรามาถึงที่หมายแล้ว!"

ผมถอนหายใจออกมาท่ามกลางหมอกที่เริ่มข้นคลัก พอมองดูเด็กพวกนี้ ผมก็ตระหนักได้ว่าทุกอย่างมันเหมือนถูกรีเซ็ตกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ปัญหาของเหล่าเทพเจ้าไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา พวกเขาเพียงแค่เปลี่ยนกระดาน เปลี่ยนตัวหมาก และรอคอยให้กึ่งเทพเจเนอเรชันใหม่ขึ้นมาสังเวยชีวิต วัฏจักรเดิมๆ ที่วนเวียนเหมือนคลื่นในมหาสมุทรที่ซัดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า

"วัฏจักรบ้าๆ นี่มันไม่เคยพอเลยจริงๆ สินะ" ผมพึมพำเบาๆ กับตัวเองจนเสียงกลืนหายไปกับเสียงลม

เราสู้เพื่อสร้างสันติภาพ แต่มันกลับเป็นเพียงช่วงเวลาพักสั้นๆ คราวนี้เป็นโลกิ เป็นคธูลู เป็นความวิปลาสจากห้วงมิตินอกตำนาน ผมอดตั้งถามไม่ได้ว่าลูกหลานของพวกเราในอนาคตจะต้องเผชิญหน้ากับความกลัวแบบเดียวกันนี้อีกกี่ครั้ง

"พี่เพอร์ซีย์? พี่ว่าอะไรนะ?" ลิเลียน่าเงยหน้าขึ้นมา

"เปล่าหรอก แค่คิดว่า... ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความกล้าหาญของเด็กค่ายเราก็ยังเหมือนเดิมเสมอเลยนะ" ผมกระชับพวงมาลัยแน่นขึ้น ผมจะทำให้แน่ใจว่าเดม่อนกับลิเลียน่าจะรอดชีวิตไปเห็นโลกในวันพรุ่งนี้

เรือใบไม้โอ๊กยังคงมุ่งหน้าฝ่ากระแสน้ำวนที่บิดเบี้ยวเข้าหาชายฝั่งเกาะแห่งหมอก ผมรวบรวมพลังน้ำในกาย เตรียมพร้อมที่จะทำลายวัฏจักรของโลกิให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ยังดี
ความรู้สึก ผมรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณ การหาของเทพเจ้ามันเป็นอมตะพอๆ กับตัวพวกเขาเอง การเห็นเดม่อนต้องมาแบกรับคำสาปที่โหดร้ายแบบนี้มันกลับทำให้ผมโกรธ... ผมจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดยั้งแผนการของโลกิ เพื่อให้เด็กสองคนนี้ได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่ปกติมากที่สุด
ความคิด เกาะเบื้องหน้าเริ่มแผ่รัศมีที่กดดันมากขึ้น ผมสัมผัสได้ว่าอาคมของโลกิกำลังพยายามจะรีเซ็ต ความทรงจำของทุกคนบนเรือ ผมต้องสร้างโดมน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดรักษาตัวตนของพวกเราไว้ ส่วนอารีแอนน์... ผมต้องใจเย็นลง ไม่อย่างนั้นพลังของผมจะไปกระตุ้นคำสาปในกำไลเธอให้ระเบิดออกมา
◈ MISSION STATUS

• ตำแหน่งปัจจุบัน: เกาะแห่งหมอก (The Isle of Mist)
• สถานะทีม: เตรียมการเทียบท่าและทำลายอาคมรีเซ็ตความทรงจำ
◈ RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-29 21:31
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-29 21:30
God
ดูแผนการที่ 3 ที่ลิเลียน่าคิดใน PM  โพสต์ 2026-1-29 21:30
โพสต์ 21830 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-29 21:27
โพสต์ 21,830 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-29 21:27
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-30 16:45:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • XLVIII

THE MOTHER OF MONSTERS

PERCY JACKSON
DATE: 24.01.2026
TIME: 06.15 AM
LOC: SHORELINE OF THE ISLE OF MIST
เรือใบไม้โอ๊กกระแทกเข้ากับหาดทรายสีเทาหม่นด้วยเสียงดัง ครืด ยาวๆ ผมปล่อยพวงมาลัยเรือที่บัดนี้กลายเป็นเพียงไม้ผุพังทันทีที่ภารกิจส่งตัวพวกเราถึงฝั่งเสร็จสิ้น หมอกบนเกาะนี้ไม่ได้แค่หนา แต่มันข้นเหมือนกาว และมีกลิ่นสาบของสิ่งมีชีวิตโบราณที่หมักหมมอยู่ในความมืด

"ทุกคน ลงจากเรือ" ผมสั่งการ แขนขวาของผมเกร็งจนสั่นจากการแบกรับแรงดันน้ำมาตลอดทาง "อารีแอนน์ ประคองเดม่อนไว้ ลิเลียน่า นายเดินตามหลังผม อย่าให้ห่างเกินสามก้าว"

ผมก้าวลงสู่หาดทราย ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น ความเย็นเยือกวิ่งพล่านขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง ผมหยิบปากกาลูกลื่นออกจากกระเป๋าและเปิดฝาออก ดาบริพไทด์ (Anaklusmos) ดีดตัวออกมาเป็นประกายสีทองอำไพ แสงของมันวูบวาบราวกับกำลังเตือนว่ามีบางอย่างที่ผิดเพี้ยนกว่าอสุรกายทั่วไปรออยู่ในหมอก

“ชู่ววว... เงียบเสียลูกรัก... เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน...”

เสียงกระซิบที่หวานเยิ้มดุจน้ำผึ้งแต่เย็นเฉียบดุจน้ำแข็งดังแว่วมาจากพุ่มไม้หนามเบื้องหน้า หมอกสีเทาเริ่มแหวกออก เผยให้เห็นร่างที่ชวนให้คลื่นเหียน ท่อนบนคือหญิงสาวโฉมงามที่มีดวงตาสีอำพันไร้เปลือกตา แต่ท่อนล่างกลับเป็นลำตัวงูขนาดยักษ์สีเขียวมะกอกที่ขดไปมาด้วยเกล็ดที่คมกริบดุจใบมีด

อสุรกายในตำนานที่เป็นทั้งราชินีและปีศาจกินเด็ก นางจ้องมองมาที่เดม่อนซึ่งกำลังพยุงตัวเองขึ้นยืนด้วยท่าทางโงนเงน ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความหิวกระหาย

"ถอยไปซะ ยัยงูเหลือม" ผมคำรามพลางก้าวขึ้นมาขวางหน้า "วันนี้ไม่มีเด็กให้แกกินหรอก"

“เพอร์ซีย์ แจ็กสัน... วีรบุรุษผู้เหนื่อยล้า...” ลาเมียเลื้อยเข้าหาช้าๆ ลำตัวยาวเหยียดของนางเสียดสีกับหินจนเกิดเสียงเสียวฟัน “ข้าเห็นรอยแผลในใจเจ้า... เจ้าสู้เพื่อโลกที่ไม่เคยให้อะไรเจ้าคืนมาเลย ทำไมไม่หลับใหลไปในหมอกนี่เสียล่ะ? ข้าจะมอบฝันที่ไม่มีเทพเจ้าคนไหนมาขโมยไปได้...”

"ฝันของแกมันเหม็นสาบเกินไป" ผมพุ่งตัวเข้าใส่ทันทีโดยไม่รอให้นางพูดจบ ดาบริพไทด์ตวัดฟาดฟันเข้าใส่ลำตัวงู ลาเมียเอี้ยวตัวหลบด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อก่อนจะตวัดหางหนามกระแทกเข้าที่ซี่โครงผมจนผมกระเด็นไปชนกับกราบเรือ

"พี่เพอร์ซีย์!" ลิเลียน่าตะโกน พยายามจะพุ่งเข้ามาช่วย

"อย่า! คุ้มกันเดม่อนไว้! ยัยนี่เป็นของผม!" ผมยันตัวลุกขึ้น บ้วนเลือดสีคล้ำทิ้ง

ผมรวบรวมพลังจากท้องทะเลที่โอบล้อมเกาะนี้อยู่ แม้น้ำที่นี่จะวิปลาสแต่ใจกลางของมันยังคงเป็นมหาสมุทร ผมแผดเสียงเรียกคลื่นยักษ์จากชายหาดให้ม้วนตัวขึ้นมาเป็นง่ามเทพอันยิ่งใหญ่ ลาเมียกรีดร้องด้วยความโกรธ นางพ่นเขม่าควันสีม่วงออกมา พยายามจะทำให้น้ำของผมกลายเป็นพิษ

“เจ้าจะขัดขืนวัฏจักรไปทำไม! เจ้าก็รู้ว่ามันไม่มีวันจบ!” นางพุ่งเข้าหาผม กรงเล็บแหลมคมตะปบเข้าที่ไหล่ซ้าย

ผมกัดฟันกรอด ใช้ความเจ็บปวดเป็นตัวขับเคลื่อน ผมคว้าคอของนางไว้ด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาจ้วงดาบริพไทด์ลงไปที่โคนหาง ลาเมียดิ้นพล่านด้วยความทรมาน เลือดสีดำสาดกระเซ็นไปทั่วหาดทราย

"วัฏจักรอาจจะไม่จบ..." ผมกระซิบข้างหูนางขณะที่น้ำทะเลพุ่งเขารัดร่ายร่างงูจนกระดูกส่งเสียงลั่น "แต่กรงเล็บของแกจะจบลงที่นี่!"

ผมกระแทกพลังน้ำทั้งหมดระเบิดออกในพริบตาเดียว แรงดันมหาศาลบดขยี้ร่างของลาเมียจนแหลกเป็นผุยผง กลิ่นคาวเลือดสีดำคลุ้งไปทั่วหมอกก่อนที่ร่างของนางจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

ผมทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนัก ดาบริพไทด์กลับคืนสู่สภาพปากกาในมือที่สั่นเทา ผมหันไปมองเดม่อนและลิเลียน่าที่ยืนอึ้งอยู่ท่ามกลางหมอก

"ผมไม่เป็นไร..." ผมเค้นเสียงออกมา "นี่แค่ด่านแรก... โลกิกำลังเอาความฝันที่แย่ที่สุดของพวกเรามาทำให้เป็นจริง ยิ่งเราเข้าไปลึกเท่าไหร่ สิ่งที่เจอจะยิ่งรู้จักพวกเรามากขึ้นเท่านั้น"

ผมมองเข้าไปในป่าหมอกเบื้องหน้า ความรู้สึกเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นในทาร์ทารัสเริ่มกลับมาหลอกหลอน ความรู้สึกที่ว่าศัตรูจะยังงอกเงยขึ้นมาใหม่เสมอ แต่อย่างน้อยตอนนี้ ผมก็ทำให้เด็กพวกนี้เห็นว่า แม้แต่วัฏจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ยังถูกดาบสีทองเล่มนี้สะบั้นลงได้

"ไปกันต่อเถอะ" ผมพูดพลางกระชับไหล่ที่บาดเจ็บ "เรามีเกาะที่ต้องถล่มให้ราบ"
ความรู้สึก การสู้กับลาเมียทำให้ผมตระหนักได้ว่าโลกิกำลังใช้ความเบื่อหน่ายของผมมาเป็นอาวุธ คำพูดของมันแทงใจดำผมเข้าอย่างจัง แต่ผมจะให้เด็กพวกนี้เห็นผมอ่อนแอไม่ได้ ผมต้องเป็นโล่ที่แข็งแกร่งที่สุด แม้ว่าข้างในผมจะล้าจนอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วไปนอนพักผ่อนกับแอนนาเบ็ธก็ตาม
ความคิด ลาเมียแค่มาถ่วงเวลา ผมสัมผัสได้ว่าอาคมรอบเกาะกำลังหนาขึ้นทุกที อารีแอนน์ดูได้รับผลกระทบจากเลือดของลาเมีย กำไลดำของเธอสั่นสะเทือนแรงมาก ส่วนเดม่อน... ผมเห็นไฟในดวงตาเขากลับมาแล้ว เขาพร้อมจะตะโกนใส่หน้าโลกิแล้วล่ะ เราแค่ต้องหาตัวมันให้เจอในม่านหมอกนี้
◈ MISSION STATUS

• บันทึกการต่อสู้: LINK BATTLE
• ผลลัพธ์: สังหารลาเมีย (Lamia) สำเร็จ
• LUK 60+: ได้รับเพิ่มอีก +1 เกล็ดลาเมีย 
• สถานะทีม: เริ่มเดินเท้าเข้าสู่ส่วนในของเกาะแห่งหมอก
◈ RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS
[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์ ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS
[NPC-66] เพอร์ซีย์ แจ็กสัน ความสัมพันธ์ (+5) | พลังเสน่ห์ (+15) | TOTAL: 20 PTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-30 16:49
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-66] เพอร์ชีย์ แจ็กสัน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-30 16:49
โพสต์ 20439 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-30 16:45
โพสต์ 20,439 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความศรัทธา จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-1-30 16:45
โพสต์ 20,439 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า จาก คทาลวงใจจำลอง  โพสต์ 2026-1-30 16:45
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
12345
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้