1234
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
เจ้าของ: God

[ย่านเซ็นทรัลพาร์ค] Central Park

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2025-9-17 19:34:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ค่ายฮาล์ฟบลัด
วันที่: 16/09/2025
บันรูปภาพทึกลึกลับ ของ บุตรีเฮคาที ฉบับที่ 120
บุตรีเฮคาที

แสงแดดช่วงบ่ายสาดส่องเจิดจ้าเหนือสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ผู้คนมากมายยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เดินเล่น ออกกำลังกาย และพักผ่อนใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ทอดยาวเป็นหย่อมๆ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า อีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า ที่แห่งนี้จะกลายเป็นลานประลองลับของลูกหลานเทพี

​ภริดา หรือ ริดา ก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปตามเส้นทางในสวน สายตาจับจ้องทุกสิ่งผิดปกติจนกระทั่งต้องชะงัก—เบื้องหน้ามีเด็กหนุ่มท่าทางเกเรกำลังก่อความวุ่นวาย ปาของใส่ผู้คนและวิ่งไล่หัวเราะเสียงดัง แต่มันไม่ใช่แค่มนุษย์! ร่างกายของมันบิดเบี้ยวในสายตาของริดา เผยโฉมที่แท้จริงออกมาเป็น ก็อบลินระดับ 20 และในเงามืดด้านหลังยังมีอีกตัวที่ใหญ่กว่ามาก—ก็อบลินระดับ 30 กำลังซ่อนตัวอยู่!

​ริดาเอื้อมมือไปแตะฝักมีดที่เอว ดึง มีดสั้นสัมฤทธิ์ ออกมา ใบมีดวาววับสะท้อนแสงแดดกลางวันขณะที่ผมยาวของเธอปลิวไหวไปตามสายลม

​“ถ้ามีแต่ฉันที่เห็นพวกแก…ฉันก็จะจบเรื่องนี้เอง” เธอพึมพำเบาๆ

​การต่อสู้

รูปภาพการต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายก็อบลิน เลเวล 20

ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายก็อบลินเลเวล 20

​ก็อบลินระดับ 20 พุ่งเข้ามาก่อนด้วยความเร็ว กรงเล็บหมายจะขย้ำไหล่ของเธอ แต่ริดาหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วด้วยการก้าวเฉียงไปด้านข้าง ก่อนจะตวัดมีดสั้นเข้าที่สีข้างของมัน เสียงคมโลหะกรีดเนื้อดัง “ฉึก!” เลือดสีดำทะลักออกมา

​ก็อบลินคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ทันจะได้โต้กลับ ริดาก็หมุนตัวอย่างสง่างาม ปักมีดเข้าที่ลำคอมัน—ร่างเล็กๆ ทรุดลงและสลายหายไปในอากาศ

​“หนึ่ง…” เธอพึมพำ

รูปภาพการต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายก็อบลินเลเวล 30

ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายก็อบลิน เลเวล 30


​ทันใดนั้น ก็อบลินยักษ์ระดับ 30 ก็ก้าวออกมาพร้อมเสียงคำรามที่สะเทือนไปทั่วทั้งเซ็นทรัลพาร์ก มันฟาดดาบยาวสนิมเขรอะลงมาอย่างรุนแรงจนพื้นหญ้าแตกเป็นร่องลึก แต่ริดากระโดดถอยหลังหนีได้อย่างเฉียดฉิว

​เธอหายใจช้าๆ ก้าวเท้าเข้าหามันอีกครั้ง สายตาจับจังหวะ—เมื่อมันยกดาบขึ้นสูง เธอก็พุ่งตัวต่ำลง กรีดมีดสัมฤทธิ์เข้าที่ขาของมัน เสียงแผดร้องดังก้องไปทั่วสวน แต่ในสายตาของมนุษย์รอบข้าง พวกเขาเห็นเพียงแค่ “เด็กวัยรุ่น” ที่สะดุดล้ม

​ก็อบลินยังไม่ยอมแพ้ มันเงื้อดาบอีกครั้ง คราวนี้ริดาก้าวเข้าใกล้อย่างกล้าหาญ ใช้มีดสั้นสองมือไขว้กันรับแรงปะทะ “เพล้ง!” เสียงสะท้อนดังก้อง เธอดันตัวเองจากแรงส่งนั้น พลิกร่างขึ้นกลางอากาศแล้วปักมีดตรงกลางอกของมันด้วยพลังทั้งหมดที่มี

​ร่างยักษ์ของก็อบลินระดับ 30 ส่งเสียงคำรามสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าควันลอยหายไปในสายลม

​หลังการต่อสู้

​ริดายืนหอบเบาๆ มีดสั้นสัมฤทธิ์ยังคงเปื้อนร่องรอยการต่อสู้ เธอเช็ดใบมีดกับชายเสื้อของอสุรกายที่เพิ่งสลายไป ก่อนจะเก็บเข้าฝักอย่างเรียบร้อย ท่ามกลางแสงแดดที่ยังคงส่องกระทบร่างของเธอ

​ผู้คนในเซ็นทรัลพาร์กยังคงใช้ชีวิตปกติ ไม่มีใครเลยที่ล่วงรู้ว่า การต่อสู้ระหว่างบุตรีแห่งเทพีเฮคาเตกับอสูรกายสองตัวเพิ่งจะสิ้นสุดลงที่นี่…

​ริดาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่สว่างไสวไม่เปลี่ยน ดวงตาของเธอสะท้อนประกายแห่งความมุ่งมั่น—พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยใดก็ตามที่จะตามมาในวันข้างหน้า


ได้รับรางวัล: สินสงคราม ดังต่อไปนี้ หมวกก็อบลิน (สุ่ม)


ดาบก็อบลิน (สุ่ม)


หากมีค่า LUK 50 หน่วย จะดรอปเพิ่ม 1 ชิ้น





















สถานที่: Central Park

หัวข้อ: ​เซ็นทรัลพาร์ก: สมรภูมิแห่งบุตรีเทพี

แสดงความคิดเห็น

ดี: 5.0
God
ดี: 5
  โพสต์ 2025-9-17 19:52
โพสต์ 19585 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2025-9-17 19:34
โพสต์ 19,585 ไบต์และได้รับ +2 EXP +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก การร่ายคาถา  โพสต์ 2025-9-17 19:34
โพสต์ 19,585 ไบต์และได้รับ +4 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก ชุดเครื่องเพชร  โพสต์ 2025-9-17 19:34
โพสต์ 19,585 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก กล้องถ่ายรูป  โพสต์ 2025-9-17 19:34
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ทักษะมีดสั้น
การร่ายคาถา
ชุดเครื่องเพชร
กล้องถ่ายรูป
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
แว่นกันแดด
ปากกาหมึกซึม
กล่องดนตรี
รองเท้าเซฟตี้
กิ๊บติดผม
ต่างหูเงิน
กางเกงเดินป่า
เข็มกลัดเฮคาที
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x2
x2
x5
x19
x8
x2
x2
x3
x12
x11
โพสต์ 2025-12-7 12:23:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 01 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาค่ำ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ เซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก

◀️┃▶️


ลมหนาวของต้นเดือนธันวาพัดพาไอเย็นเข้ามาในยามค่ำ ขณะที่มอเตอร์ไซค์อัสนีวายุของเอมีเลียแล่นฝ่าถนนนิวยอร์กที่ยังมีแสงไฟส่องลอดหมอกบาง เสียงเครื่องยนต์เวทที่คล้ายเสียงฟ้าร้องเบา ๆ กลืนไปกับเสียงลมแหวกอากาศ คีอาร์นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง มือจับเบาะอย่างระมัดระวังไม่แตะตัวรุ่นพี่แม้แต่น้อย ความเย็นของอากาศไม่ส่งผลต่อเธอมากนักเพราะสายเลือดแห่งบอเรอัสในร่าง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะกลับเป็นแรงสั่นสะเทือนจากร่างของเอมีเลียที่ถ่ายทอดผ่านเบาะหนังไปถึงปลายนิ้ว


เมื่อมอเตอร์ไซค์แปรสภาพกลับเป็นนาฬิกาบนข้อมือ เอมีเลียถอดหมวกกันน็อกแล้วหันมายิ้มให้ ดวงตาสีฟ้าเข้มของเธอส่องประกายภายใต้แสงไฟ “ถึงแล้ว เซ็นทรัลพาร์ค” เสียงของเธออบอุ่นและมั่นใจตามแบบนักบินผู้เคยบินฝ่าพายุและการเป็นนักบินมาก่อน คีอาร์มองไปยังสวนกว้างที่เต็มไปด้วยแสงประดับและไอหมอกเหนือพื้นดิน ลมหายใจของผู้คนในสวนลอยเป็นไอขาว คีอาร์ยืนนิ่งอยู่ข้างรถพลางขยับแว่นเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา “หนูไม่เคยมาเลยค่ะ”


เอมีเลียเลิกคิ้วพลางเดินเข้ามาข้างเธอ “จริงเหรอ นี่มันที่เที่ยวกลางเมืองนะ คิดว่าจะเคยมากับเพื่อนสักครั้ง”


“ไม่มีโอกาสค่ะ” คีอาร์ตอบเรียบ ดวงตาสีเทาอมเขียวทอดมองต้นไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะบาง “หนูไม่ค่อยได้ออกไปไหนนอกจากในเมืองกรีนิช รัฐคอนเนตทิคัต คุณแม่ไม่อนุญาตให้ออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น ชีวิตส่วนใหญ่ก็มีแค่โรงเรียน คฤหาสน์ แล้วก็สถานที่ที่แม่พาไปเท่านั้นค่ะ” น้ำเสียงเธอนุ่มและสุภาพ แต่แฝงความว่างเปล่าราวกับกำลังรายงานข้อมูลมากกว่าพูดถึงชีวิตตัวเอง 


เอมีเลียเดินเคียงข้างเธอช้า ๆ พลางเอามือซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหนัง “นั่นมันไม่เรียกว่าชีวิตนะ คีอาร์ มันเหมือนตารางเรียนที่ไม่มีวันจบมากกว่า”

คีอาร์เงียบไปครู่หนึ่ง ลมหายใจของเธอระบายออกเป็นไอจาง ๆ ในอากาศเย็น “บางทีชีวิตแบบนั้นก็สงบดีค่ะ อย่างน้อยก็ไม่มีใครให้รู้สึกอะไรเกินไปกว่าที่จำเป็น”

เอมีเลียหัวเราะเบา ๆ “ฟังดูเหมือนเด็กสาวที่คำนวณทุกอย่างได้แม่นยำเลยนะ” เธอพูดพลางแหงนมองท้องฟ้าที่เริ่มมีเกล็ดหิมะโปรยลงมา “แต่ความรู้สึกบางอย่างมันไม่ต้องมีสูตรคำนวณหรอก มันจะมาเองเหมือนฟ้าที่มีหิมะโดยไม่ต้องถามใครไง”


คีอาร์เงยหน้าขึ้นตาม เส้นผมสีบลอนด์ทองแดงสตรอว์เบอร์รีสะท้อนแสงไฟถนนจนดูเหมือนเปลวอ่อน ๆ ในพายุหิมะ ดวงตาเธอจับจ้องหิมะที่ร่วงช้า ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “หิมะตกเพราะความชื้นในอากาศจับตัวกันเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า -2 องศาเซลเซียสค่ะ ไม่ใช่เพราะความรู้สึก”


เอมีเลียหันมามองหน้าเธอ แววตาที่มักแข็งแกร่งของธิดาซุสกลับกลับอ่อนลง “งั้นก็ถือว่าความชื้นในอากาศพิเศษมากเลยที่มันเลือกตกตอนเราอยู่ด้วยกัน” สิ้นคำนั้นคีอาร์ชะงักเล็กน้อย มือที่ถือกระเป๋าแตงโมแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะทุกคำพูดของเอมีเลียเหมือนมีแรงลมอีกชนิดที่ไม่อยู่ในสมการของเธอและมันไม่สามารถวัดค่าได้ เสียงรองเท้าบูทของเอมีเลียย่ำบนทางเดินที่เริ่มขาวจากเกล็ดหิมะเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่เยอะก่อนหันมายิ้ม “ไปเดินกันเถอะ เดี๋ยวจะพาไปดูทะเลสาบด้านใน ช่วงนี้น้ำมันเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้ว สวยมากเลยล่ะ”


คีอาร์พยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะก้าวตาม เอมีเลียเดินนำหน้าในจังหวะที่มั่นคงเหมือนนักบินที่รู้ทิศทางทุกครั้งที่ลมเปลี่ยน เธอพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไประหว่างเดิน เรื่องสายลมที่พัดแรงทางเหนือ เรื่องนักเรียนใหม่ในคลาสดาบ เรื่องความผิดพลาดเล็ก ๆ ที่ทำให้เธอหัวเราะกับตัวเองได้เสมอ ส่วนคีอาร์ตอบเพียงสั้น ๆ แต่แววตาเริ่มมีแสงบางอย่างคล้ายประกายของสิ่งที่เรียกว่าความสงบที่ไม่เย็นชา เมื่อทั้งสองมาหยุดริมทะเลสาบที่ผิวน้ำเริ่มจับเป็นน้ำแข็ง แสงไฟสะท้อนบนผิวน้ำราวกับเศษกระจก เอมีเลียถอดถุงมือออกแล้วยื่นให้คีอาร์ “อากาศหนาวขนาดนี้ มือจะเย็นเกินไปนะ” คีอาร์ลังเลอยู่ชั่วขณะที่จะรับของจากอีกฝ่าย ก่อนจะรับมาอย่างเกรงใจ “ขอบคุณค่ะ”


“ไม่ต้องขอบคุณ แค่ไม่อยากให้เธอกลายเป็นน้ำแข็งก่อนถึงงานบรูมาเลียเท่านั้นเอง ถึงคุณหนูลมเหนือจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้วก็ตาม” เอมีเลียพูดพลางหัวเราะ คีอาร์มองเธอเงียบ ๆ หัวใจของเธอไม่รู้สึกถึงความร้อนแต่กลับรับรู้แรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอก มันคือสิ่งที่ตรรกะไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นอะไร อาจเป็นเพียงผลของอุณหภูมิ หรืออาจเป็นสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับจากใคร


เสียงลมหนาวพัดผ่านยอดไม้ที่เคลือบเกล็ดน้ำแข็งบางเบา ใบไม้สั่นไหวราวกับสายลมกำลังขับกล่อมบทเพลงลึกลับของค่ำคืน เซ็นทรัลพาร์คในยามค่ำดูเงียบสงบ แต่ในความเงียบนั้นกลับมีบางสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ความรู้สึกที่เหมือนสายลมหยุดชะงักชั่วขณะก่อนเปลี่ยนทิศนั้น ทำให้คีอาร์เหลียวมองรอบตัวอย่างระมัดระวัง เอมีเลียก็หยุดเดิน พลางใช้มือปัดปอยผมทองสั้นที่ปลิวเข้าหน้า เธอมองไปรอบสวนด้วยสายตาที่เหมือนคนคุ้นเคยกับที่นี่ดี ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่แฝงพลัง “รู้ไหม สำหรับลูกครึ่งเทพแล้ว เซ็นทรัลพาร์คไม่ใช่แค่สวนสาธารณะหรอก มันคือจุดรวมพลังของหลายสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก”


คีอาร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขยับแว่นเบา ๆ พลางหันมองรอบข้างอีกครั้ง ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ ของทางเดินและเสียงใบไม้ที่เสียดสีกัน เธอเริ่มเห็นภาพเงาบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้ มันเร็วเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ “หมายความว่ายังไงคะ?”


เอมีเลียยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ที่นี่มีเรื่องราวมากมายน่ะ อสุรกายเคยปรากฏตัวที่แอ่งน้ำกลางสวน มีสิ่งมีชีวิตจากนิทานที่เหนือจริงสำหรับคนธรรมดาเดินผ่านไปมาทุกคืนโดยไม่มีใครรู้” เธอเดินต่อช้า ๆ ผ่านสะพานไม้ที่ทอดเหนือบึงเล็ก “บางมุมของที่นี่เป็นเหมือนช่องทางเชื่อมทั้งของเทพและของอสุรกายมั้ง”


คีอาร์ฟังเงียบ ๆ ดวงตาเธอสะท้อนแสงไฟระยิบระยับบนผืนน้ำ “แล้ว…หมายความว่าที่นี่มีอสุรกายด้วยหรือคะ?”

เอมีเลียหัวเราะเบา ๆ เสียงของเธอชัดในอากาศหนาว “มีสิ เซ็นทรัลพาร์คไม่เคยว่างจากพวกมันหรอก โดยเฉพาะมีพวกฝูงแจ็คคาโลป กระต่ายที่มีเขากวางนั่นแหละ” คีอาร์เลิกคิ้วนิด ๆ “กระต่าย…ที่มีเขา?”


“ใช่ พวกมันไม่อันตรายหรอก แค่ชอบก่อกวนคนที่มานั่งเดทในสวนมากกว่า เคยมีเดมิก็อดบางคนถูกพวกมันแอบขโมยรองเท้าไปด้วยซ้ำ” เอมีเลียพูดพลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นอบอุ่นจนไล่ไอเย็นรอบตัวได้ชั่วขณะ “แต่ไม่ต้องห่วงหรอก คืนนี้พวกมันคงไม่โผล่มา”


คีอาร์กะพริบตา “ทำไมคะ?”

เอมีเลียหยุดเดินครู่หนึ่ง ก่อนหันมามองเธอด้วยสายตาขี้เล่นแต่ทรงอำนาจ แสงจากเสาไฟสะท้อนในนัยน์ตาสีฟ้าเข้มของเธอราวกับประกายฟ้าผ่า “เพราะพวกมันรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ไง”


จากคำตอบนั้นคีอาร์มองใบหน้าของเอมีเลียอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่จำเป็นต้องถามต่อ ก็พอเข้าใจคำตอบทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มนั้น ไม่ใช่เพราะอวดดี แต่เพราะมันคือความจริงที่ธรรมชาติของโลกนี้ยอมรับ ผู้หญิงคนนี้คือบุตรของมหาเทพซุส สายฟ้าที่ฟาดลงมาพร้อมเสียงหัวเราะของเธอย่อมทำให้สิ่งมีชีวิตทุกตนในอาณาเขตนี้รู้ดีว่าอย่าเข้าใกล้ “เข้าใจแล้วค่ะ” คีอาร์พูดเรียบ ดวงตาสีเทาอมเขียวสะท้อนภาพร่างของเอมีเลียที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายลม “เพราะรุ่นพี่…เก่งเกินไปสินะคะ”


เอมีเลียยิ้มมุมปาก หัวเราะเบา ๆ พลางยกไหล่ “ถ้าพูดแบบนั้นก็ไม่เถียง แต่ฉันเรียกว่าฝึกมามากกว่า”

“ฝึก…เพื่ออะไรคะ?” เสียงของคีอาร์นุ่มและนิ่ง แต่ในแววตากลับมีความสงสัยปนอยู่

“เพื่อให้คนที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกปลอดภัยเวลาฉันอยู่ด้วย” เอมีเลียตอบโดยไม่ต้องคิด ดวงตาเธอจับจ้องใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนกลับไปมองทางเดินที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะอีกครั้ง และไม่ได้บอกว่าคนที่อยู่ข้าง ๆ นั้นหมายความถึงใครหรือหมายความโดยรวม


จากคำตอบนั้นคีอาร์ไม่ได้รู้สึกอบอุ่น เธอรู้สึกวุ่นวาย ความคิดของเธอเริ่มทำงานราวกับเครื่องจักรเย็นเฉียบที่พยายามหาคำอธิบาย เธอบอกตัวเองว่านั่นก็แค่ความผูกพันในเชิงพันธุกรรมทางสังคมสิ่งที่เรียกว่าความรักเป็นเพียงกลไกเคมีของสมองที่ทำให้สิ่งมีชีวิตจับคู่เพื่ออยู่รอด ไม่ต่างจากการที่สัตว์บางชนิดแกล้งอ่อนแอเพื่อให้ได้การปกป้อง มันไม่ใช่สิ่งวิเศษ ไม่ใช่สิ่งที่ควรค่าให้ใครต้องไล่ตาม


เธอมองฝ่าหลังของเอมีเลียที่สะท้อนแสงไฟในยามค่ำและคิดอย่างตรงไปตรงมา คนอย่างเธอคงถูกออกแบบมาให้ทำให้ใครต่อใครหลงเชื่อในคำว่าความรักสินะ น้ำเสียงในหัวของคีอาร์เย็นชาและแน่วแน่ ความเชื่อที่เธอยึดถือมาตลอดไม่มีแม้แต่รอยร้าว ความรักสำหรับเธอคือความไม่มั่นคง มันทำให้สมการที่เคยคำนวณได้แน่นอนกลายเป็นตัวแปรที่ไม่อาจควบคุมได้ และการสูญเสียการควบคุมคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด


เอมีเลียหันมามองแล้วส่งยิ้มให้ คีอาร์จึงตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพแบบที่เธอใช้มาตลอด มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและดูใสซื่อ แต่ข้างในกลับนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำแข็ง เธอรู้จักวิธีใช้รอยยิ้มให้ดูจริงพอที่จะหลอกใครก็ได้… รวมถึงตัวเอง “หนาวเหรอ?” เสียงของเอมีเลียถามคีอาร์เล็กน้อยยิ้ม ๆ 


“ไม่ค่ะ หนูชอบอากาศแบบนี้อยู่แล้ว” คีอาร์ตอบเรียบราบ เธอไม่ได้โกหก เพราะความหนาวคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย มันคือสิ่งที่ซื่อสัตย์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือหลอกลวง ในใจลึก ๆ เธอรู้ดีว่าความอบอุ่นที่มากเกินไปนั้นอันตราย มันทำให้ผืนน้ำแข็งเริ่มละลาย และเมื่อใดที่มันละลาย เธอจะมองไม่เห็นขอบเขตระหว่างเหตุผลกับอารมณ์อีกต่อไป


ลมเหนือพัดผ่าน ผมสีทองแดงสตรอว์เบอร์รีของเธอสะบัดเล็กน้อย คีอาร์สูดลมหายใจเข้าช้า ๆ กลิ่นอากาศเย็นผสมกลิ่นหอมอ่อนของเพลย์มอร์ลูกอมแตงโมกับเมนทอลยังติดอยู่ในอากาศ กลิ่นที่ทำให้เธอนิ่งพอจะจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร ความรู้สึกไม่จำเป็นต่อการอยู่รอด และความรัก…คือสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดของมนุษย์ แต่ขณะเดียวกัน ลมหายใจของเธอกลับสั่นแผ่วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเอมีเลียเดินเข้าใกล้ ในใจกลับมีเสียงบางอย่างที่เธอไม่อยากได้ยิน เสียงแตกเบาของผืนน้ำแข็งภายในใจ ที่ไม่แน่ใจว่าจะยับยั้งไว้ได้นานแค่ไหน


[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2025-12-7 13:10
โพสต์ 51120 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-7 12:23
โพสต์ 51,120 ไบต์และได้รับ +8 EXP +8 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-7 12:23
โพสต์ 51,120 ไบต์และได้รับ +7 EXP +6 ความกล้า +7 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2025-12-7 12:23
โพสต์ 51,120 ไบต์และได้รับ +4 EXP +8 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก ลมกรด  โพสต์ 2025-12-7 12:23
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-12-31 14:26:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2026-1-2 21:14

วันที่ 24 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ เซ็นทรัลพาร์ค

◀️┃▶️


อากาศบ่ายวันนั้นในเซ็นทรัลพาร์คเย็นจัดจนลมหายใจของคีอาร์กลายเป็นไอสีขาว เธอสวมโค้ทยาวสีกากีปกสูง ปิดคอแน่นพลางขยับหมวกเบเรต์บนศีรษะให้เข้าที่ ลมหนาวพัดผ่านท้องฟ้าสีซีดอมน้ำเงินจาง ๆ ทำให้ยอดไม้สั่นไหวเป็นคลื่น เสียงใบไม้กรอบแกรบใต้ฝ่าเท้าแต่งแต้มให้ทุกก้าวเดินของเธอฟังดูมีน้ำหนักมากกว่าที่เป็นจริง ทั้งที่แท้จริงแล้วร่างของเธอเบาเสียจนลมแทบพาให้เซถ้าไม่ระวัง


“เขียนจดหมายมานัด แต่ไม่บอกพิกัด…” เธอบ่นแผ่ว เสียงนุ่มเหมือนกำลังบ่นกับอากาศมากกว่ามนุษย์ ดวงตาสีเทาอมเขียวเหลือบมองโทรศัพท์เดดาลัสในมือซึ่งยังไม่มีสัญญาณหรือข้อความใด ๆ จาก ‘คนเขียนจดหมายสุดหลงตัวเองนั่น’ เทพในตำนานผู้ที่ดูเหมือนจะชอบเขียนจดหมายเชิญแบบไม่ระบุสถานที่มากพอ ๆ กับการชมเงาตัวเองในกระจก


คีอาร์ถอนหายใจ สอดโทรศัพท์เก็บลงในกระเป๋าโค้ทแล้วเริ่มเดินต่อไปตามทางดินที่ทอดยาวผ่านแนวต้นไม้ใหญ่ เธอเดินผ่านสนามหญ้าโล่ง ม้านั่งไม้ และกลุ่มคนที่ออกมาเดินเล่นกับสุนัข บางคนปั่นจักรยาน บางคนกำลังถ่ายรูปกับทะเลสาบกลางสวน เมืองทั้งเมืองยังคงเคลื่อนไหวรอบเธอ แต่ในมุมเล็ก ๆ ของคีอาร์ มีเพียงเสียงลมและกลิ่นหอมจาง ๆ ของลูกอมแตงโมที่คละคลุ้งอยู่ในลมหายใจ


ขณะเธอกำลังพิจารณาเส้นทางว่าจะไปทางไหนต่อ ดวงตาเฉียบเย็นพลันสะดุดกับเงาบางอย่างที่เคลื่อนไหวรวดเร็วตรงพุ่มไม้ด้านหน้า มันเล็กพอ ๆ กับสุนัขพันธุ์เล็กแต่ไวผิดธรรมชาติ ใบหูตั้งชันและแสงสะท้อนจากเขาคู่หนึ่งที่ไม่ควรอยู่บนหัวของกระต่ายทำให้เธอหยุดเท้าในทันที


“แจ็คคาโลป?” เธอพูดเบา ๆ น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความระแวดระวัง


สัตว์วิเศษตรงหน้ามีขนสีน้ำตาลอ่อนและตาแวววาวอย่างฉลาด มันขยับหูขยับขา แล้วในชั่วอึดใจเดียวก็พุ่งเข้าใส่เธอราวลูกธนู เขาของมันแหลมจนสามารถทะลุไม้แข็งได้ถ้ามันต้องการ


คีอาร์ไม่ขยับแม้แต่น้อย สายลมรอบตัวเธอเริ่มเคลื่อนไหว ลมเย็นแรงขึ้นทันตาเหมือนมีสิ่งมีชีวิตมองไม่เห็นกำลังตอบรับคำสั่งที่ไร้เสียง เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ฝ่ามือขาวซีดเปิดออกเหมือนจะคว้าอะไรบางอย่างในอากาศ เสียง ฟึ่บ! ดังขึ้น สายลมรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นแรงอัดแน่น พุ่งเข้าปะทะแจ็คคาโลปที่กำลังพุ่งมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของมันถูกยกขึ้นกลางอากาศ ลอยหมุนคว้างก่อนจะถูกผลักกระแทกกลับไปจนล้มกลิ้งไปบนพื้นหญ้า


สัตว์วิเศษพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง เขาของมันมีรอยร้าวเล็ก ๆ จากแรงปะทะ ดวงตาเริ่มเปลี่ยนจากความดุร้ายเป็นความกลัว คีอาร์ก้าวเท้าเข้าใกล้อย่างสงบ สายลมยังคงหมุนเวียนรอบตัวเธอราวเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น


“อย่าโทษฉันเลย...” เธอพูดแผ่ว แต่แววตาไม่ได้มีความรู้สึกใดแฝงอยู่ “ฉันแค่ไม่ชอบให้ของมีเขามาแทงใส่ก่อนเท่านั้น” เธอหมุนข้อมือเบา ๆ ลมกรดจู่โจมอีกครั้ง คราวนี้ไม่แรงพอจะทำลาย แต่เฉียบคมพอจะหยุดหัวใจของสัตว์วิเศษนั้นในพริบตาเดียว ร่างของแจ็คคาโลปนิ่งสนิทบนพื้น หูของมันยังตั้งอยู่แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวอีกต่อไปและสลายหายไปเป็นละอองทอง


คีอาร์มองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะย่อตัวลง มือเรียวแตะปลายเขาที่แตกร้าว ตรวจดูเนื้อสัมฤทธิ์ของเวทที่เคยหุ้มอยู่บนผิว “น่าจะใช้ทำยาได้…” เธอพึมพำกับตัวเอง แล้วเป่าลมหายใจเบา ๆ สายลมไหลผ่านมือเธอ พัดเศษหญ้าและกลิ่นเลือดจาง ๆ หายไปจนหมด เมื่อทุกอย่างสงบลง เธอลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นจากชายกระโปรงเบา ๆ แล้วมองไปยังท้องฟ้าที่มีเมฆลอยคลุ้งเหนือแมนฮัตตัน แสงแดดยามบ่ายสะท้อนบนตึกสูงไกลโพ้น เหมือนโลกภายนอกยังคงดำเนินไปโดยไม่รู้เลยว่าในมุมเล็ก ๆ ของสวนกลางเมือง มีเดมิก็อดคนหนึ่งเพิ่งสังหารสิ่งมีชีวิตในตำนานด้วยความเยือกเย็นที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้





+ 2 ตื่นรู้ จากการ กำจัด แจ็คคาโลป ครั้งแรก

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 19090 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-31 14:26
โพสต์ 19,090 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-31 14:26
โพสต์ 19,090 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2025-12-31 14:26
โพสต์ 19,090 ไบต์และได้รับ +6 EXP +5 เกียรติยศ +5 ความกล้า +3 ความศรัทธา จาก หมวกเกราะ  โพสต์ 2025-12-31 14:26
โพสต์ 19,090 ไบต์และได้รับ +5 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก เกราะหนัง  โพสต์ 2025-12-31 14:26

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +2 ย่อ เหตุผล
God + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-12-31 17:36:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 24 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาค่ำ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ Central Park นิวยอร์ก

◀️┃▶️


กลางคืนที่อากาศหนาวจัดในเซ็นทรัลพาร์คควรจะเป็นช่วงเวลาที่สงบเงียบ แต่สำหรับเหล่าเดมิก็อดที่มาสวมตัวกัน นี่คืออีเวนต์ใหญ่ที่ทุกคนต่างรอคอย เสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างตื่นเต้นดังระงมไปทั่วบริเวณ กลิ่นโกโก้อุ่นปนกับกลิ่นเทศกาลทำให้บรรยากาศดูครึกครื้น ยกเว้นเพียงคนเดียว… คือเธอ… คีอาร์ยืนกอดอกอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังเบียดเสียด เธอพยายามดึงเสื้อคลุมสีแดงให้กระชับขึ้นเพื่อสู้กับลมหนาว ขณะที่นิ้วเรียวขยับหมวกเบเรต์สีเขียวให้เข้าที่ แสงไฟจากเวทีไกลๆ สะท้อนผ่านเลนส์แว่นกลมโต แต่สิ่งที่ฉายชัดในดวงตาเทาอมเขียวของเธอไม่ใช่ความประทับใจ แต่มันคือความเหนื่อยหน่าย เธอมองความวุ่นวายรอบข้างด้วยสายตาที่ดูเหมือนคนกำลังตั้งคำถามกับระบบการศึกษาของโลกเทพเจ้า


แล้วดวงอาทิตย์ขนาดย่อมก็เสด็จลงมามากโอลิมปัสสักที…


อพอลโลปรากฏตัวพร้อมลำแสงสีทองอร่ามที่สาดส่องลงมาจากฟ้า แสงนีออนศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบจนเซ็นทรัลพาร์คสว่างจ้าเหมือนเวทีคอนเสิร์ตที่ใช้ค่าไฟเกินงบประมาณไปหลายล้านเดรคมา เขาใช้เวลา 10 วินาทีในการจัดระเบียบหน้าตาและเสื้อผ้าให้เป๊ะที่สุด ก่อนจะประกาศก้อง


"ความเงียบ! ความเงียบที่สมบูรณ์! ข้าไม่ต้องการแม้แต่เสียงกระซิบจากความตื่นเต้นที่พวกเจ้ามี!”


“เหล่าเดมิก็อด, เหล่าผู้ที่โชคดีที่ได้มาเข้าร่วมในงานที่ข้าจัดขึ้นนี้... จงทำความเข้าใจว่าสิ่งใดที่อยู่ตรงหน้าพวกเจ้า: ข้าได้นำความรุ่งโรจน์ของแสงอาทิตย์มาสู่คืนที่มืดมิดและหนาวเหน็บของพวกมนุษย์ เพื่อให้พวกเจ้าได้สัมผัสถึงความอบอุ่นแห่ง ความสมบูรณ์แบบ!”


“คืนนี้เป็นเรื่องของของขวัญ... แต่ขอให้พวกเจ้าจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าของกำนัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเจ้าจะได้รับ ไม่ใช่เครื่องประดับ หรือลูกธนูทองคำที่ข้าเพิ่งแจกไป... แต่เป็นการได้อยู่ต่อหน้าข้า! การได้หายใจในอากาศเดียวกับศิลปิน, นักดนตรี, ผู้รักษา, และเทพเจ้าแห่งแสงสว่างที่ไม่มีใครเทียบเคียงอย่างข้า!”


“เพื่อเป็นการเริ่มต้นงานฉลองความยิ่งใหญ่นี้ ข้าขออัญเชิญท่วงทำนองที่เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณอันสูงส่งของข้าเอง บทเพลงที่ไพเราะราวกับรุ่งอรุณแรกของโลก! จงเปิดหูของพวกเจ้าให้กว้าง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่พวกเจ้าเคยได้ยินมาตลอดชั่วชีวิต... หรืออาจจะตลอดไป!”


“จงฟัง... 'The Symphony of Self-Praise'!"


ในขณะที่เดมิก็อดคนอื่นๆ ส่งเสียงเชียร์จนสุดตัว บางคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันที่ได้อยู่ต่อหน้าเทพเจ้าสุดฮอต คีอาร์กลับทำเพียงแค่ย่นจมูก เธอหรี่ตาลงเมื่อแสงสปอตไลต์จากแสงจันทร์เริ่มหมุนเคว้งพุ่งใส่ฝูงชน “มลภาวะทางแสงชัด ๆ...” เธอพึมพำเสียงเรียบพลางดึงฮู้ดขึ้นมาบังตา ก่อนจะขยับกายไปหลบหลังเซเทอร์ตัวสูงใหญ่สองตัวอย่างมีชั้นเชิง อย่างน้อยพวกเขาก็ช่วยบังความเหลืองอร่ามที่ชวนแสบตานี่ได้บ้าง


เมื่อเสียงพิณเริ่มบรรเลงด้วยความเร็วที่โอเวอร์เกินความจำเป็น โน้ตสูงปรี๊ดที่ลากยาวเหมือนเสียงไซเรนเตือนภัยสนามบินบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท คีอาร์ขมวดคิ้วแน่น เธอหยิบลูกอมแตงโมออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมแกะเข้าปากอย่างช้าๆ หวังให้ความเย็นของเมนทอลช่วยเยียวยาประสาทหูที่กำลังถูกทารุณ


“ข้าคือรัศมีที่เจิดจ้าเหนือสวนนี้ ข้าคือแสงแรกที่สาดส่องในยามที่เจ้าตื่น ข้าคือ อพอลโล นามที่พึงจดจำไว้ให้ดี ทุกเส้นสายในตัวข้า ทุกบทเพลงที่ข้าได้ร้อยเรียงคือความสมบูรณ์แบบที่โลกนี้ได้เรียนรู้จาก…”


คีอาร์เคี้ยวลูกอมเบาๆ สายตาจ้องมองเทพหนุ่มที่กำลังหมุนตัวปล่อยเปลวไฟเวทออกจากปลายนิ้วดูอลังการสุดๆ ในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเธอ... มันดูพยายามเหลือเกิน พยายามจนน่าสงสาร ถ้าจะเบียวขนาดนี้... ย้ายไปอยู่วงบอยแบนด์น่าจะรุ่งกว่านะ เธอคิดในใจพลางถอนหายใจยาว ความคิดหนึ่งแล่นขึ้นมาว่า บางทีนี่อาจเป็นการทำโทษแบบใหม่จากสภาโอลิมปัส ที่ต้องการให้พวกเธอตายเพราะมลภาวะทางเสียงมากกว่าถูกสัตว์ประหลาดกิน


และคีอาร์ก็ทำหน้าแบบนี้…

สายตาว่างเปล่าเหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว


เมื่อถึงช่วงพีคสุดท้าย อพอลโล่เงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจลึกก่อนเปล่งเสียงสูงปรี๊ดจนนกทั้งเซ็นทรัลพาร์คบินหนีตายกันพรึ่บพรั่บ ฝูงชนรอบข้างปรบมือปานจะพังเวที แต่คีอาร์ยังคงนิ่งเงียบ “ฉันควรใส่ที่อุดหูตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากโรงแรม...” เธอเอ่ยเบา ๆ โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า น้ำเสียงราบเรียบจนเดมิก็อดข้าง ๆ ที่กำลังเต้นอย่างเมามันเผลอชะงักแล้วหลุดขำออกมา พอเพลงจบ อพอลโล่ยืนโพสท่าท่ามกลางลำแสงสีทองอย่างภาคภูมิใจ คีอาร์ยกมือขึ้นตบมือเบา ๆ เพียงสองครั้ง ‘แปะ... แปะ...’ ด้วยจังหวะที่ไร้อารมณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์เดมิก็อด สายตาที่เธอมองไปยังเวทีนั้นเต็มไปด้วยความเวทนาและเหนื่อยล้าแบบที่เห็นแล้วต้องเจ็บจี๊ดแทน


จากนั้นเทพเจ้าแห่งแสงก็ชักธนูทองคำขึ้นมา ประกาศกร้าวว่าจะแสดง The Perfect Shot, Illuminated เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอก แต่คีอาร์มองขึ้นฟ้าอย่างปลงตก


“อืม... เดี๋ยวก็ยิงระเบิดเป็นรูปหน้าตัวเองชัวร์ ทรงนี้มาแน่”


และเมื่อลูกธนูพุ่งออกไป แสงทองก็แตกกระจายเป็นรูปใบหน้าสุดหล่อของอพอลโล่บนท้องฟ้าจริง ๆ


...ตามคาด... ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างนะ คีอาร์กะพริบตาช้าๆ “นั่นไง... ว่าแล้ว” ทว่าเสียงเชียร์ยังคงดังสนั่น แต่คีอาร์ทำเพียงแค่ยืนกอดอก มองภาพใบหน้าทองคำขนาดมหึมาบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกที่สรุปได้สั้นๆ ว่า... ‘เพลีย’


ในจังหวะนั้นที่ลมค่ำของนิวยอร์กเย็นจัดจนปลายผมของคีอาร์ปลิวสะบัดไปตามแรงลม เธอเพิ่งจะปลอบใจตัวเองว่าพายุเสียงสูงของเทพอพอลโล่คงถึงจุดพีคไปแล้ว แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะอยากทดสอบความอดทนของเธอต่อ เพราะทันทีที่เขาทรุดตัวลงนั่งบนบัลลังก์ใบกระวานทอง แสงไฟทุกดวงก็ดับวูบลง เหลือเพียงฮาโลสีทองสว่างจ้าที่ล้อมรอบร่างเขาไว้ราวกับจะประกาศว่า ‘มองมาที่ฉันสิ’


คีอาร์กลอกตาช้าๆ อย่างเหนื่อยหน่าย สองมือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมขณะที่สมองพยายามสร้างกำแพงกั้นรับสิ่งที่กำลังจะตามมา

"โอ้, แสงอรุณแห่งฉันนั้นมิใช่เพียงแค่รุ่งเช้า, หากคือประกายแห่งความจริงที่ส่องทุกเงา! ฉันคือองค์อพอลโล, ผู้ซึ่งจักรวาลบูชา, ในสายตาฉัน, โลกหมุนไปตามบัญชา." เสียงทุ้มเรียบของเขาเริ่มต้นขึ้น มันนุ่มนวลเหมือนน้ำผึ้งที่ถูกเทลงบนแก้วทองคำ แต่ในความรู้สึกของคีอาร์ มันคือความข้นคลั่กที่แทบจะอุดทางเดินหายใจ เธอเหลือบมองหนังสือรวมบทกวีที่เขาแจกให้ก่อนเริ่มงาน บนปกมีตัวอักษรสลักทองว่า "Ode to My Own Brilliance" 


อวยตัวเองเป็นบทกวี... เชื่อเขาเลย เธอคิดพลางมองชื่อหนังสือด้วยสายตาว่างเปล่า


"ยามที่ฉันกรีดนิ้วลงบนพิณทำนองเอก, ความเงียบสงัดคลุมเคลือบทับความโง่เขลาที่เร้นเร่อ. บทเพลงของฉันนั้นคือบทบัญญัติแห่งความไพเราะ, แม้แต่ดาวบนฟ้ายังอยากได้ยินเสียงเสนาะ. สิริโฉมของฉันคือคำจำกัดความแห่งความงาม, รูปปั้นใดเล่าจะเทียบเคียงความสง่างามที่ยามฉันก้าวข้าม? ผิวพรรณฉันคือทองคำที่อาบด้วยน้ำค้างศักดิ์สิทธิ์, และทุกการเคลื่อนไหวคือศิลปะที่สมบูรณ์แบบไม่ผิด"


คีอาร์ขยับริมฝีปากตามแบบไร้เสียง แต่ไม่ได้ร้องตามหรอก เธอบ่น พลางเลิกคิ้วประชดในใจอย่างรุนแรง เธอสงสัยจริง ๆ ว่าที่โอลิมปัสไม่มีใครกล้าบอกเขาเลยเหรอว่าความถ่อมตัวก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง... หรือบางทีเขาอาจจะคิดว่าคำนั้นเป็นชื่อโรคติดต่อร้ายแรงเลยไม่เคยเข้าใกล้ เธอกัดลูกอมแตงโมในปากจนแตกกรอบ กลิ่นเมนทอลเย็นวาบช่วยระงับอาการเวียนหัวจากปริมาณความมั่นหน้าของเทพตรงหน้าได้นิดหน่อย


"โอ้ เหล่าลูกหลานผู้โชคดีที่มาในค่ำคืนนี้, จงกอบเก็บแสงสะท้อนแห่งพรสวรรค์ที่ฉันมี! ความรู้ของฉันลึกซึ้ง, ปัญญาฉันคมกล้า, เป็นดังตำราแห่งชีวิต, ที่ใครเล่าจะเทียบปัญญา? ด้วยธนูทองคำ, ฉันไม่เคยพลาดเป้าหมาย, ความแม่นยำของฉันคือมาตรฐานที่มิมีใครทำลาย. ฉันคือผู้มอบพร, ผู้ขับไล่ความมืดมิด, เพราะแม้แต่แสงอาทิตย์ก็ต้องยอมจำนนต่อจิตวิญญาณอันรุ่งโรจน์ที่ฉันลิขิต ดังนั้น, จงชื่นชม! จงยกย่อง! จงก้มศีรษะให้พอดี, ต่อการมีอยู่ของฉัน, อพอลโล, ผู้ไร้ที่ติ, คนนี้. บทกวีนี้จบแล้ว, ทว่าความรุ่งโรจน์ยังคงทอแสงนาน, เพราะฉันคือความเป็นเลิศ, เหนือกาลเวลา, ชั่วนิรันดร์!"


เมื่อบทกวีจบลง อพอลโล่ปิดหนังสือด้วยท่วงท่าที่เขาคงคิดว่าเท่ที่สุดในสามโลก เขานิ่งเงียบพลางกวาดดวงตาสีทองมองฝูงชนอย่างคาดหวัง คีอาร์รู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอเห็นเหล่าเดมิก็อดรอบข้างทำหน้าอึ้งๆ ลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงปรบมือชุดแรกจะดังขึ้น แล้วทุกคนก็ถล่มปรบมือตามกันเป็นระลอก ราวกับโดนสะกดจิตว่าต้องทำหน้าที่ผู้ชมที่ดี ส่วนคีอาร์เพียงตบมือเบา ๆ แค่สองครั้ง... ‘แปะ... แปะ’ สายตาเธอเรียบนิ่งเหมือนนักวิจัยที่กำลังดูผลการทดลองที่ล้มเหลวอย่างมีระบบ


“The Grand Finale of Absolute Perfection!” อพอลโล่ประกาศพร้อมรอยยิ้มที่สว่างกว่าพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วสวน แสงไฟเริ่มหมุนวนรอบเวทีอีกครั้ง คราวนี้สว่างจ้าจนคีอาร์รู้สึกว่ากระจกตาเธอกำลังจะละลาย เสียงพิณบรรเลงเพลงคริสต์มาสที่ถูกดัดแปลงเนื้อร้องเพื่อสรรเสริญตัวเองดังขึ้น


อีกแล้ว... เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอนิ่งและเย็นจนน่าขนลุก คราวนี้เขาเปลี่ยนเนื้อเพลงจากสันติสุขแด่มนุษย์ เป็นขอสรรเสริญอพอลโล่แบบเต็มสตรีม และแน่นอน... เขาทำแบบนั้นจริงๆ


เสียงร้องแผดสูงจนเกล็ดหิมะสั่นสะท้าน คีอาร์หลุบตาลง ค่อยๆ เอามืออังปาก ไม่ใช่เพราะซึ้ง แต่เธอกำลังกลั้นใจไม่ให้พ่นลูกอมออกมาเพราะความสิ้นหวังในตัวเทพเจ้า “น่าสงสารเทพอาร์เทมิสจัง...ต้องอยู่กับพี่ชายเบียวๆ แบบนี้มาหลายพันปีได้ยังไงนะ” เปลวไฟรอบตัวเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเวทีดูเหมือนเตาหลอมทองคำ คีอาร์ยกมือขึ้นป้องหน้าจากความร้อนที่เกินความจำเป็น 


เขาคิดว่านี่คือไฟแห่งศิลปะ หรือไฟนรกที่มาตามจองเวรคนฟังกันแน่นะ...


"Merry Christmas, และจำไว้เสมอว่าแสงสว่างที่แท้จริงของเทศกาลนี้... มาจากไหน!" สิ้นเสียงกังวาน อพอลโล่หันหลังเดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม (ในความคิดเขา) ทิ้งควันสีทองและกลิ่นอายความขี้เก๊กให้ค่อย ๆ จางไป ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เซ็นทรัลพาร์คจะระเบิดด้วยเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าเดมิก็อดที่ดูจะเอ็นจอยกับโชว์ลิเกหลงยุคนี้เหลือเกิน


อาร์ยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นช้าๆ เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเวทนา “ฉันจะจำไว้ค่ะ... ว่าแสงสว่างที่แท้จริงของเทศกาลนี้ มาจากการส่องสปอตไลท์ใส่ตัวเองล้วน ๆ” พูดจบเธอก็ควักลูกอมแตงโมเม็ดใหม่ออกมาเข้าปาก แล้วเดินปลีกตัวออกจากฝูงชนที่กำลังบ้าคลั่ง...คลั่งอะไรกัน?




ชุดที่ใส่
รางวัล : ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง 1 ชิ้น, แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส 1 ชิ้น, หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล (เล่มใหม่ล่าสุด) 1 เล่ม
รางวัลเข้าร่วม: +50 พลังน้ำใจ, +2 Point

[God-09] อะพอลโล
โบนัส จากกิจกรรม - ความโปรดปรานจากอะพอลโล +25
โบนัสจาก (ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15

แสดงความคิดเห็น

God
ผ้าคลุมและแผ่นเสียงจะจัดส่งในวันสุดท้ายกิจกรรม  โพสต์ 2025-12-31 17:54
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-09] อะพอลโล เพิ่มขึ้น 40 โพสต์ 2025-12-31 17:47
โพสต์ 57344 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-31 17:36
โพสต์ 57,344 ไบต์และได้รับ +18 EXP +30 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-31 17:36
โพสต์ 57,344 ไบต์และได้รับ +7 EXP +6 ความกล้า +7 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2025-12-31 17:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +50 ย่อ เหตุผล
God + 50

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-12-31 21:42:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Moneka เมื่อ 2025-12-31 23:23

sigil

บันทึกการเดินทาง Operation: Save the Golden Boy (Again)

ตอนพิเศษที่ 03.2 : อึ้ง ทึ่ง กิมกี่ ซีเซ็ก ฉาย

วันที่ 24 เดือน ธันวาคม ปี 2025 • ช่วงค่ำ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกิ

            ลมหนาวของค่ำคืนคริสต์มาสอีฟพัดเอื่อยผ่านแนวต้นไม้สูงของเซ็นทรัลพาร์ค พาเอาไอเย็นที่มีกลิ่นหิมะเจือจาง ๆ มากระทบผิวหน้า โมนีก้าก้าวเท้าเข้าไปในสวนสาธารณะพร้อมกับอาริเอล ภาพตรงหน้าทำให้เธอเผลอชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย แสงไฟสีทองนับไม่ถ้วนถูกพันรอบกิ่งไม้และเสาเหล็กตามทางเดิน สะท้อนกับพื้นหิมะที่ถูกเหยียบย่ำจนเป็นลายทางยาวราวกับพรมสีขาว เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีเบา ๆ ลอยปะปนกันอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายงานเทศกาลกลางเมือง แต่สำหรับสายตาของโมนีก้า มันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่งานของมนุษย์ธรรมดา


            โมนีก้าสวมโค้ตสีแดงเข้มเนื้อผ้านุ่ม ทับด้วยฮูดสีแดงมีโบว์สีเขียวที่ผูกเป็นปมเรียบร้อย ผมสีแดงเบอร์กันดี้อมเชอร์รี่ปล่อยยาวด้านหน้าเป็นลอนอ่อนมวยทรงหางม้ารับกับหมวกซานต้าขอบขนสีขาว ใบหน้าขาวซีดถูกแต้มสีปากแดงสดพอเหมาะ ทำให้รอยยิ้มบาง ๆ ของเธอดูเด่นขึ้นท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน มือหนึ่งของโมนีก้าถือแก้วโกโก้อุ่น ไอร้อนลอยขึ้นมาเป็นควันจาง ๆ ทุกครั้งที่เธอขยับแก้ว กลิ่นช็อกโกแลตเข้มผสมมาร์ชเมลโลว์ทำให้หัวใจรู้สึกผ่อนคลายกว่าที่ควรจะเป็นในภารกิจคำพยากรณ์


            ข้างกาย อาริเอลในชุดธีมคริสต์มาสไม่แพ้กัน โค้ตสีแดงสดตัดกับผมบลอนด์ทองที่ปล่อยยาวสยาย ดวงตาสีแดงก่ำเปล่งประกายอย่างตื่นเต้น ผ้าพันคอสีขาวขลิบลายเล็ก ๆ ช่วยกลบความแตกต่างของร่างกายกึ่งอสุรกายให้กลมกลืนไปกับฝูงชน ขาที่เป็นสัมฤทธิ์วิเศษถูกซ่อนอยู่ใต้กางเกงและรองเท้าบูตอย่างแนบเนียน ในสายตามนุษย์ เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่มาร่วมงานเทศกาลฤดูหนาว แต่สำหรับโมนีก้า เธอมองเห็นแรงสั่นสะเทือนของพลังที่คุ้นเคย พลังของเดมิก็อดที่กระจายตัวอยู่ทั่วสวน


            ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงรอบข้างก็ยิ่งชัด ผู้คนจำนวนไม่น้อยสวมเสื้อหรือเครื่องประดับที่โมนีก้าจำได้ดี บางคนมีสัญลักษณ์ของค่ายฮาล์ฟบลัด บางคนมีกลิ่นอายของเทพโรมันปะปนอยู่ในลมหายใจ เธอไม่ต้องใช้พลังพิเศษของดวงตาก็รู้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคน มีเดมิก็อดกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ บ้างยืนรวมกลุ่มหัวเราะ บ้างถือของกิน บ้างมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวังเหมือนกันทุกประการ ราวกับต่างฝ่ายต่างรู้ว่า งานเลี้ยงคืนนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองธรรมดา


            อาริเอลหันมาทางโมนีก้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนแทบซ่อนไม่มิด “คนเยอะกว่าที่คิดไว้อีกนะคะ” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะความรู้สึกที่เอ่อล้น “ไม่รู้จะมีอะไรกันแน่”


            โมนีก้ายกแก้วโกโก้อุ่นขึ้นจิบหนึ่งคำ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “นั่นสินะคะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสุภาพตามปกติ แต่สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างไม่พลาดรายละเอียดใด ๆ ภายนอกเธอดูผ่อนคลาย ทว่าในใจกลับวุ่นวายไม่แพ้กัน 


            ภาพของรูปปั้นอะพอลโล เสียงพิณในพิพิธภัณฑ์ และจดหมายเชิญที่เต็มไปด้วยความหลงตัวเองผุดขึ้นมาไม่หยุด เธอถอนหายใจเบา ๆ ในใจได้แต่ภาวนา ขออย่างเดียว ขอแค่แฟนของเธอไม่ทำอะไรเสร่อ ไม่เล่นใหญ่ ไม่ทำตัวเป็นจุดศูนย์กลางจักรวาลต่อหน้าคนเยอะ ๆ จะได้ไหม…


            ถ้าขอไปจะทำให้หรือเปล่านะ?


            ความคิดนั้นทำให้เธอเผลอขมวดคิ้วเล็กน้อย ความหึงที่ไม่เคยยอมรับกับใครชัดเจนยังคงคุกรุ่นอยู่ลึก ๆ โมนีก้ารู้ดีว่าเลสเตอร์หรืออะพอลโลเป็นแบบไหน ยิ่งมีเวที คน แสงไฟ เขายิ่งชอบแสดงออก และนั่นคือสิ่งที่เธอกังวลที่สุดในคืนนี้ เธอไม่อยากเป็นคนที่ต้องยืนอายแทน หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขา ทั้งที่หัวใจผูกพันกับเขาอยู่แน่นหนาเกินจะสะบั้นขาด


            โมนีก้าขยับตัวเข้าใกล้อาริเอลเล็กน้อย ฝีเท้าของทั้งสองชะลอลงเมื่อเดินมาถึงบริเวณด้านหน้าของสวน เสาเหล็กสีดำเรียงรายเป็นแนวยาว ประดับด้วยพวงไฟและริบบิ้นสีแดงทอง ซุ้มทางเข้าถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สวยงาม ต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล แสงไฟบนยอดต้นไม้ส่องสว่างตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืนของนิวยอร์กที่มีตึกสูงเป็นฉากหลัง 


            โมนีก้ายืนมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง แก้วโกโก้อุ่นในมือยังคงส่งไอร้อน เธอสูดลมหายใจลึก ชั่วขณะนั้นเธอรู้สึกได้ถึงทั้งความสงบและความตึงเครียดที่ซ้อนทับกันอยู่ในอก คืนนี้อาจเป็นเพียงคืนคริสต์มาสอีฟของคนทั่วไป แต่สำหรับเธอและอาริเอล มันคือจุดตัดของเทศกาล ความสัมพันธ์ และภารกิจที่รออยู่ข้างหน้า


            

            ……


            และแล้วอยู่ ๆ อากาศเย็นในเซ็นทรัลพาร์คเหมือนถูกกดให้หยุดนิ่งชั่วขณะหนึ่ง ลมที่พัดผ่านก่อนหน้านั้นเงียบหาย เสียงพูดคุยซุบซิบของเหล่าเดมิก็อดค่อย ๆ แผ่วลงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบิดปุ่มลดเสียงทั้งสวน โมนีก้าที่ยืนอยู่ข้างอาริเอล กระชับแก้วโกโก้อุ่นในมือซึ่งยังส่งไออุ่นขึ้นบาง ๆ แต่ความอุ่นนั้นกลับไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพลังที่กำลังรวมตัวอย่างน่าขนลุกและน่ารำคาญในเวลาเดียวกัน


            แล้วกลุ่มควันสีทองก็ปรากฏขึ้นกลางลาน ราวกับมีใครเทถังแสงอาทิตย์ลงมาจากฟ้า แสงสปอตไลท์สีทองสาดลงมาจากดวงจันทร์อย่างไม่สมเหตุสมผลนัก แต่แน่นอนว่าไม่สมเหตุสมผล คือมาตรฐานปกติของเขาอยู่แล้ว ร่างสูงเพรียวของอะพอลโลยืนเด่นอยู่หน้าไมโครโฟนทองคำ เสื้อผ้าถูกจัดวางอย่างไร้ที่ติ เส้นผมสีทองสะท้อนแสงราวกับโฆษณาแชมพูราคาแพง ใบหน้าหล่อคมจนพวกสาวกแถวนั้นแทบหยุดหายใจ หล่อแบบที่คนมองแล้วอยากกรี๊ด อยากสลบ อยากยกมือไหว้ 


            แต่ไม่ใช่กับโมนีก้า

            โมนีก้านิ่งค้างไปเลย แบบนิ่งจริง ๆ ไม่กระพริบตา ไม่ขยับตัว เหมือนสมองหยุดประมวลผลชั่วคราว ภาพตรงหน้ามันหล่อ มันดี มันอลังการเกินมาตรฐานโลกมนุษย์ แต่มันก็มาพร้อมกับคำเดียวที่ดังขึ้นในหัวเธอซ้ำ ๆ 


            โคตรอาย ชิบหาย โคตรอายชิบหายเลยไอ้สัส


            แสงไฟนีออนศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเตรียมมา สว่างวาบจนเซ็นทรัลพาร์คดูเหมือนเวทีคอนเสิร์ตโอลิมเปียนระดับโลก เขาใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีในการปรับเสื้อผ้า ยกไหล่เล็กน้อย เปลี่ยนสีหน้าเป็นเวอร์ชั่นหล่อเริ่ดสมบูรณ์แบบที่สุดในจักรวาลก่อนจะโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟน


            “ความเงียบ! ความเงียบที่สมบูรณ์! ข้าไม่ต้องการแม้แต่เสียงกระซิบจากความตื่นเต้นที่พวกเจ้ามี!”


            เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วสวน เดมิก็อดหลายคนรีบกลั้นหายใจเหมือนเด็กนักเรียนโดนครูดุ อาริเอลยืนนิ่ง ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น แต่โมนีก้านี่ตรงกันข้าม หัวเธอเริ่มว่างเปล่าแบบคนกำลังจะล้มทั้งยืน มือที่จับแก้วโกโก้อุ่นแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอรู้แล้ว… ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะทางสังคมที่เธออยากมุดดินหนี


            “เหล่าเดมิก็อด, เหล่าผู้ที่โชคดีที่ได้มาเข้าร่วมในงานที่ข้าจัดขึ้นนี้... จงทำความเข้าใจว่าสิ่งใดที่อยู่ตรงหน้าพวกเจ้า: ข้าได้นำความรุ่งโรจน์ของแสงอาทิตย์มาสู่คืนที่มืดมิดและหนาวเหน็บของพวกมนุษย์ เพื่อให้พวกเจ้าได้สัมผัสถึงความอบอุ่นแห่ง ความสมบูรณ์แบบ!” คำว่า ความสมบูรณ์แบบ นั่นแหละที่ทำให้โมนีก้าอยากเอาแก้วโกโก้อุ่น ๆ นั่นสาดใส่พื้นแล้วแกล้งเป็นลม เธอไม่ได้มองหน้าเขาด้วยสายตาคลั่งรักหรือชื่นชมอะไรเลย สิ่งที่เธอเห็นคือแฟนตัวเองกำลังโชว์ความหลงตัวเองระดับมหากาพย์ต่อหน้าคนเป็นร้อยเป็นพันในคืนคริสต์มาสอีฟ โอ้ย…ไอ้เหี้ย ทนดูไม่ได้ โมนีก้ากลืนน้ำลายช้า ๆ หัวใจเต้นแรงแบบไม่ได้ตื่นเต้น แต่เป็นอาการอายจนเส้นประสาทจะขาด


            “คืนนี้เป็นเรื่องของของขวัญ... แต่ขอให้พวกเจ้าจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าของกำนัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเจ้าจะได้รับ ไม่ใช่เครื่องประดับ หรือลูกธนูทองคำที่ข้าเพิ่งแจกไป... แต่เป็นการได้อยู่ต่อหน้าข้า! การได้หายใจในอากาศเดียวกับศิลปิน, นักดนตรี, ผู้รักษา, และเทพเจ้าแห่งแสงสว่างที่ไม่มีใครเทียบเคียงอย่างข้า!” เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบสวน บางคนปรบมือ บางคนหัวเราะ บางคนทำหน้าประทับใจสุดชีวิต 


            โมเลกุลความเขินของโมนีก้ากลับพุ่งทะลุเพดาน เธอยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น หูแดง จมูกแดงเป็นกวางเรนเดียร์ รู้สึกเหมือนทุกคนจะหันมามองเธอพร้อมกันทั้งที่ความจริงไม่มีใครสนใจเลย แต่สมองเธอไม่รับรู้เหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น 


            หล่อก็หล่อจริง ดีจริง อลังการจริง แต่มันช่าง…น่าอายชิบหาย


            “เพื่อเป็นการเริ่มต้นงานฉลองความยิ่งใหญ่นี้ ข้าขออัญเชิญท่วงทำนองที่เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณอันสูงส่งของข้าเอง บทเพลงที่ไพเราะราวกับรุ่งอรุณแรกของโลก! จงเปิดหูของพวกเจ้าให้กว้าง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่พวกเจ้าเคยได้ยินมาตลอดชั่วชีวิต... หรืออาจจะตลอดไป!”


            โมนีก้าหลับตาลงหนึ่งวินาที สาบานกับตัวเองในใจว่า หลังงานนี้เธอจะต้องคุยกับเขาอย่างจริงจังเรื่องการไม่เล่นใหญ่เกินจำเป็นในพื้นที่สาธารณะ แต่ยังไม่ทันคิดจบ เขาก็ประกาศประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจจนแทบมีประกายดาว


            “จงฟัง... ‘The Symphony of Self-Praise’!”


            เสียงพิณดังขึ้นทันที ท่วงทำนองซับซ้อน งดงาม เกินกว่าที่เดมิก็อดทั่วไปจะเลียนแบบได้ เปลวไฟเล็ก ๆ ลุกขึ้นรอบปลายนิ้วของเขา เพิ่มความตื่นตาตื่นใจราวกับโชว์เวทมนตร์ระดับโลก เสียงร้องโน้ตสูงพุ่งขึ้นฟ้า จนแม้แต่ค้างคาวในรัศมีไกลก็อาจต้องหันมาฟังด้วยความอิจฉา ทุกอย่างมันดี มันสมบูรณ์แบบ มันสมกับเป็นเทพเจ้าแห่งแสงอาทิตย์


            และนั่นแหละคือปัญหา


            โมนีก้ายืนอึ้งแบบนิ่งค้าง ไม่ใช่เพราะมันไม่ดี แต่เพราะมันดี… ดี(?) แหละ ดีเกินไป(มั้ง) ดีจนเธออยากจะเอาผ้าพันคอมาคลุมหน้าแล้วหายตัวไปจากโลกนี้ชั่วคราว หล่อก็หล่อ โคตรหล่อด้วยซ้ำ แต่ในฐานะแฟน เธออายชิบหาย อายแบบอยากร้องไห้ อายแบบอยากเอาหัวมุดหิมะ อายจนสมองเธอมีแต่คำว่า ชิบหายๆๆๆๆๆ วิ่งวนไม่หยุด


            ข้าคือรัศมีที่เจิดจ้าเหนือสวนนี้ ข้าคือแสงแรกที่สาดส่องในยามที่เจ้าตื่น ข้าคือ อพอลโล นามที่พึงจดจำไว้ให้ดี ทุกเส้นสายในตัวข้า ทุกบทเพลงที่ข้าได้ร้อยเรียง คือความสมบูรณ์แบบที่โลกนี้ได้เรียนรู้จาก


            โอ้! จงเงยหน้าขึ้น! สูดหายใจลึก! นี่คือโชว์ที่ไม่มีใครทำได้ มีเพียงข้าเท่านั้น! จากพิณทองคำ สู่คำพยากรณ์ที่แม่นยำทุกครั้งไป ข้าคือศูนย์กลางแห่งพรสวรรค์ ข้าคือยอดมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ เสียงร้องของข้า บริสุทธิ์ ไร้ตำหนิใด ฟังซิ! ค้างคาวต้องหลบหนี เพราะเสียงข้านั้นเหนือกว่า!”


            “เจ้ามองเห็นความงามนี้ไหม? ร่างกายที่สมส่วนราวเทพปั้น นี่คือต้นแบบที่ศิลปินโบราณพยายามลอกเลียนแบบ ข้าคือแหล่งกำเนิดทุกแรงบันดาลใจอันช่างฝัน ไม่ว่าบทกวี ดนตรี หรือยาสมุนไพรใดที่เจ้าได้ใช้ ล้วนมาจากมันสมองที่เฉียบแหลมและสง่างามของข้าเอง”


            “โอ้! จงเงยหน้าขึ้น! สูดหายใจลึก! นี่คือโชว์ที่ไม่มีใครทำได้ มีเพียงข้าเท่านั้น! จากพิณทองคำ สู่คำพยากรณ์ที่แม่นยำทุกครั้งไป ข้าคือศูนย์กลางแห่งพรสวรรค์ ข้าคือยอดมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ เสียงร้องของข้า บริสุทธิ์ ไร้ตำหนิใด ฟังซิ! ค้างคาวต้องหลบหนี เพราะเสียงข้านั้นเหนือกว่า!”


            “วันนี้เจ้าโชคดีมากที่ได้รับโอกาสพิเศษ ได้มาอยู่ภายใต้แสงสว่างของข้า จงขอบคุณโชคชะตาที่ข้านั้นมีเมตตาพอ ที่จะแบ่งปันความสามารถอันยิ่งใหญ่นี้ให้พวกเจ้าได้ซึมซับ”


            “อพอลโล! แสงสว่าง! ที่สุด! “


            การแสดงนั้นยังคงบรรเลงต่อไป และข้างกายโมนีก้าก็มีอาริเอลที่ยืนมองเวทีด้วยแววตาเป็นประกาย แต่โมนีก้าได้แต่ยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรง มือกำแก้วโกโก้อุ่นแน่น รู้ตัวดีว่าคืนคริสต์มาสอีฟนี้ เพิ่งจะเริ่มต้น และเธอคงต้องรับมือกับความอลังการเกินมนุษย์ของแฟนตัวเองไปอีกยาว ๆ โดยไม่มีทางหนีเลยสักนิด


            แสงสีทองยังไม่ทันจางจากเวทีชั่วคราวกลางสวน เสียงพิณสุดท้ายของบทก่อนหน้าก็ยังเหมือนลอยค้างอยู่ในอากาศ โมนีก้ายืนอยู่ตรงนั้นอย่างไร้สติสมบูรณ์ ร่างกายเหมือนถูกตั้งค่าเป็นโหมดประหยัดพลังงาน สมองหยุดคิดไปแล้วครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานที่บอกตัวเองว่า 


            อย่าล้มโมนีก้า อย่าเป็นลม แต่โอ้ย… ช่วยอย่าทำตัวน่าอายไปกว่านี้ได้ไหมเลสเตอร์


            แต่ไม่…


            เขาไม่หยุด


            อะพอลโลยกคันธนูสีทองขึ้นมา คันธนูที่ไม่ได้ทำจากโลหะหรือไม้ใด ๆ แต่มันคือแสงอาทิตย์ล้วน ๆ ถูกบิดขึ้นรูปเป็นอาวุธอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสะท้อนกระทบดวงตาผู้คนจนต้องหรี่ตา เขายืนในท่าทางสบาย ๆ ราวกับนี่เป็นแค่การสาธิตเล่น ๆ ไม่ใช่โชว์ระดับโลก สายตาของเขากวาดมองฝูงชนอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยยืนยันด้วยน้ำเสียงมั่นใจเกินเหตุว่ามันเป็นเพียง “ความท้าทายเล็กน้อยเท่านั้น” พร้อมกับยักคิ้วให้ทุกคนราวกับจะบอกว่า อย่าคาดหวังมาก เดี๋ยวจะผิดหวัง


            โมนีก้ามองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าสุด ๆ ในหัวเธอมีแต่ประโยคเดียววนไปวนมา มึงคิดได้ไงวะเนี่ย แฟนฉันโคตรหลงตัวเอง ความอายมันไม่ได้พุ่งแล้ว แต่มันถล่มลงมาเหมือนหิมะถล่มในใจ เธอแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยังยืนอยู่ได้ยังไง มือของเธอนั้นเย็นเฉียบ ทั้งที่ยังถือแก้วโกโก้อุ่น ๆ อยู่


            ลูกธนูสามดอกถูกยิงออกไปพร้อมกัน เสียงแหวกอากาศดังแหลมคม ก่อนที่มันจะระเบิดกลายเป็นพลุสีทองอร่ามบนท้องฟ้า พลุที่ไม่ได้เป็นรูปดาว ไม่ใช่สัญลักษณ์คริสต์มาส แต่เป็นใบหน้าของอะพอลโลเองอย่างชัดเจน ชัดจนไม่มีใครเข้าใจผิดได้ เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบสวน ขณะที่โมนีก้าอยากจะเอามือปิดหน้าแต่แขนแข็งทื่อเกินกว่าจะขยับหนีออกไปได้


            ลูกธนูสุดท้ายพุ่งลงสู่พื้นหิมะที่เขาเสกให้ตกอย่างประณีต หิมะกระจายตัวเป็นลวดลาย ก่อนจะก่อตัวเป็นดอกกุหลาบน้ำแข็งงดงามจับตา ทุกอย่างมันสวยงาม มันไร้ที่ติ มันสมกับเป็นเทพเจ้าแห่งการยิงธนู (และเขาบอกว่าให้เติมคำว่าไม่เคยพลาดเป้า) แต่ในหัวโมนีก้าไม่มีคำว่าประทับใจหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความว่างเปล่าที่ตามมาด้วยคำถามเชิงปรัชญาแบบสิ้นหวัง


            ฉันยังมีหน้าจะเป็นแฟนคนนี้อยู่ไหมวะ…


            ก่อนที่เธอจะฟื้นสติได้ อะพอลโลก็นั่งลงบนบัลลังก์ที่เสกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ที่นั่งประดับด้วยใบกระวานอย่างสง่า เขาปรับเสื้อคลุมเล็กน้อย รอให้เสียงรอบข้างเงียบลงอย่างที่เขาคาดหวัง แล้วเริ่มอ่านบทกวี Ode to My Own Brilliance ด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังอ่านวรรณกรรมชิ้นเอกของโลก


            "โอ้, แสงอรุณแห่งฉันนั้นมิใช่เพียงแค่รุ่งเช้า, หากคือประกายแห่งความจริงที่ส่องทุกเงา! ฉันคือองค์อพอลโล, ผู้ซึ่งจักรวาลบูชา, ในสายตาฉัน, โลกหมุนไปตามบัญชา."


            "ยามที่ฉันกรีดนิ้วลงบนพิณทำนองเอก, ความเงียบสงัดคลุมเคลือบทับความโง่เขลาที่เร้นเร่อ. บทเพลงของฉันนั้นคือบทบัญญัติแห่งความไพเราะ, แม้แต่ดาวบนฟ้ายังอยากได้ยินเสียงเสนาะ."


            "สิริโฉมของฉันคือคำจำกัดความแห่งความงาม, รูปปั้นใดเล่าจะเทียบเคียงความสง่างามที่ยามฉันก้าวข้าม? ผิวพรรณฉันคือทองคำที่อาบด้วยน้ำค้างศักดิ์สิทธิ์, และทุกการเคลื่อนไหวคือศิลปะที่สมบูรณ์แบบไม่ผิด."


            "โอ้ เหล่าลูกหลานผู้โชคดีที่มาในค่ำคืนนี้, จงกอบเก็บแสงสะท้อนแห่งพรสวรรค์ที่ฉันมี! ความรู้ของฉันลึกซึ้ง, ปัญญาฉันคมกล้า, เป็นดังตำราแห่งชีวิต, ที่ใครเล่าจะเทียบปัญญา?"


            "ด้วยธนูทองคำ, ฉันไม่เคยพลาดเป้าหมาย, ความแม่นยำของฉันคือมาตรฐานที่มิมีใครทำลาย. ฉันคือผู้มอบพร, ผู้ขับไล่ความมืดมิด, เพราะแม้แต่แสงอาทิตย์ก็ต้องยอมจำนนต่อจิตวิญญาณอันรุ่งโรจน์ที่ฉันลิขิต."


            "ดังนั้น, จงชื่นชม! จงยกย่อง! จงก้มศีรษะให้พอดี, ต่อการมีอยู่ของฉัน, อพอลโล, ผู้ไร้ที่ติ, คนนี้. บทกวีนี้จบแล้ว, ทว่าความรุ่งโรจน์ยังคงทอแสงนาน, เพราะฉันคือความเป็นเลิศ, เหนือกาลเวลา, ชั่วนิรันดร์!"


            ถ้อยคำหรูหราเกินจริงไหลออกมาอย่างไม่สะดุด ทุกประโยคคือการยกย่องตัวเอง ทุกวรรคคือการย้ำว่าความหล่อ ความฉลาด และความยิ่งใหญ่ของเขานั้นไร้ผู้เทียบ โมนีก้ายืนฟังโดยที่สติค่อย ๆ หลุดออกจากร่างทีละนิด เสียงกวีกลายเป็นเสียงพื้นหลังเบลอ ๆ เหมือนอยู่ใต้น้ำ เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้หึงอะไรเลย… ไม่ได้อิจฉาแล้วด้วยซ้ำ เธอแค่…หลุดไปจริง ๆ


            หลุดแบบคนที่สมองรับข้อมูลเกินขีดจำกัด…


            ใครบอกว่ามีแฟนเป็นเทพจะดี... อ้อ... ไม่มีนี่หว่า


            กว่าจะรู้ตัวอีกที เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วสวน บทกวีจบลงแล้ว หนังสือถูกปิดอย่างช้า ๆ สายตาของอะพอลโลจ้องมองผู้คนด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม อาริเอลยืนปรบมืออย่างสนุกสนาน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ตื่นเต้นและประทับใจสุดหัวใจ ส่วนโมนีก้า…แทบล้มทั้งยืน เข่ารู้สึกอ่อน มือสั่นนิด ๆ โลกหมุนช้า ๆ เหมือนกำลังจะเป็นลม แต่ยังฝืนยืนอยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่เหลืออยู่


            และแล้วฟินาเล่สุดท้ายก็เริ่มขึ้น


            เสียงพิณดังขึ้นอีกครั้ง ทำนองคริสต์มาสคุ้นหูถูกเรียบเรียงใหม่ เสียงร้องสูงสมบูรณ์แบบกังวานไปทั่วสวน เพลงที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นบทสรรเสริญเทพเจ้าแบบเต็มรูปแบบ เนื้อเพลงทุกคำเปลี่ยนจากมนุษย์เป็นเทพเจ้า ความสมบูรณ์แบบถูกยัดเยียดใส่ทุกท่อนอย่างไม่เกรงใจใคร


            "จงสดับ! เสียงพิณทองก้องกังวาน! เทพเจ้าผู้สมบูรณ์ ได้มา ณ สวนกลาง (Central Park) นี้! แสงสว่างทอประกาย, ส่องนำทุกสายตา, ประกาศองค์อพอลโล, ผู้เหนือกว่าเทพและธิดา. มาชมความงดงาม, มาสรรเสริญความเก่งกาจ, การมีอยู่ของฉัน, คือของขวัญที่ประหลาด!"


            "อพอลโล ส่องแสง, ให้โลกาได้รู้ซึ้ง, ความรุ่งโรจน์ของฉัน, คือสิ่งเดียวที่เป็นจริง. สมบูรณ์แบบ! ไร้ตำหนิ! ชื่นชมเถิด, ท่านทั้งหลาย! ฉันคือความอลังการ, ผู้มิมีวันวอดวาย!"


            "เรามอบเพลง, บทกวี, และการเยียวยาด้วยแสง, มอบความหวังให้พวกเจ้า, ได้เดินตามหนทางที่แจ้ง. จงเรียนรู้จากฉัน, ผู้มีรสนิยมล้ำเลิศ, ว่าความงามที่แท้จริง, ต้องมาจากจิตใจที่บรรเจิด. ของขวัญของพวกเจ้าคือเกียรติยศที่ฉันมอบให้, เพราะฉันคือเทพเจ้า, ผู้ซึ่งให้พรอยู่ตลอดไป!"


            "อพอลโล ส่องแสง, ให้โลกาได้รู้ซึ้ง, ความรุ่งโรจน์ของฉัน, คือสิ่งเดียวที่เป็นจริง. สมบูรณ์แบบ! ไร้ตำหนิ! ชื่นชมเถิด, ท่านทั้งหลาย! ฉันคือความอลังการ, ผู้มิมีวันวอดวาย!"


            แสงไฟสว่างขึ้น เปลวไฟรอบตัวเขาเพิ่มความเข้มทีละนิด จนโน้ตสุดท้ายดังขึ้นสูงจนแทบทะลุฟ้า มือของเขายื่นออกไปพร้อมรอยยิ้มที่หลงตัวเองที่สุดเท่าที่โมนีก้าเคยเห็นในชีวิต


            “Merry Christmas, และจำไว้เสมอว่าแสงสว่างที่แท้จริงของเทศกาลนี้… มาจากไหน!”


            เสียงกรี๊ด เสียงปรบมือดังสนั่น อะพอลโลหันหลังเดินจากเวทีอย่างสง่างาม ควันสีทองค่อย ๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความตื่นเต้นของฝูงชน และซากจิตใจของแฟนสาวหนึ่งคน … ใช่ เพราะตอนนี้โมนีก้านิ่งยืนค้าง ร่างโอนเอนเล็กน้อย เหมือนจะล้มลงตรงนั้นได้ทุกเมื่อ สายตาเหม่อลอย สมองยังไม่กลับมาออนไลน์เต็มรูปแบบ ขณะที่อาริเอลปรบมืออย่างสนุกสนาน หัวเราะเบา ๆ ด้วยความประทับใจ 


            โอ้ย… จบจริงแล้วใช่ไหม

สรุปรวม

เพิ่มเติม : มีแฟนเป็นเทพต้องทน โดนอะไรชนก็ต้องไม่ตาย

Quest Summary Loot & Rewards Relationship Gains
เมื่อแอดบอกว่า... โมนีก้าไม่น่าได้แยกย้าย... อ๊าคคคคคคค 
Quest Summary

สรุป โมนีก้าพูดอะไรไม่ออก บอกไม่ถูกไปไม่เป็น ทุกอย่างอยู่ในโรล

Loot & Rewards
     รางวัล : 
  • ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง 1 ชิ้น
  • แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส 1 ชิ้น
  • หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล (เล่มใหม่ล่าสุด) 1 เล่ม

      รางวัลเข้าร่วม: +50 พลังน้ำใจ, +2 Point
Relationship Gains

[God-09] อะพอลโล

โบนัสจากกิจกรรม - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+25

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน+25

โบนัสจาก (ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15

(ใส่มาทำไมไม่รู้ ตันแล้ว แต่อยากใส่555+)


[Mythic-05] อาริเอล (เอมปูซา)

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

กลิ่นหอมจาก น้ำหอมเฮคาที - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +10

(ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 0 5 7 9 ทำให้ได้รับความโปรดปรานจาก NPC TGC SP (มันเปลี่ยนเป็น Mythic) Lares Satyr ได้รับความโปรดปราน+10)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Mythic-05] อาริเอล (เอมปูซา) เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2026-1-1 01:16
God
หลังทุกคนเริ่มแยกย้ายก่อนอะพอลโลเดินเข้ามาข้างหญิงสาวพาไปนั่งพักผ่อนที่เงียบสงบโซนไม่ค่อยมีคนในสวน  โพสต์ 2026-1-1 01:15
โพสต์ 99925 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-31 21:42
โพสต์ 99,925 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 ความกล้า จาก Vulcan's Ember  โพสต์ 2025-12-31 21:42
โพสต์ 99,925 ไบต์และได้รับ +8 EXP +9 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก ควบคุมมด  โพสต์ 2025-12-31 21:42

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +50 ย่อ เหตุผล
God + 50

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รองเท้าบูตแบล็คชิฟเทอร์ส
เข็มทิศแห่งวัฏจักร
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
สัมผัสแห่งชีวิต
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง
Vulcan's Ember
ควบคุมมด
การฟืิ้นฟูแห่งชีวิตบริสุทธิ์
ผืนป่าลวงตา
บอดี้สูทแบล็คชิฟเทอร์ส
ดาบสุริยคติ
Icarus Mirror
แหวนเคลื่อนย้าย
จำแลงร่าง
สร้อยข้อมือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต
เนตรแห่งฟีบี้
น้ำหอมเฮคาที
การควบคุมพืชขั้นสูง
การควบคุมธรนี
รากพันธนาการ
พลังบงการความยาวของร่างกาย
โล่สคูทุม
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
เกมคอนโซลพกพา
กระซิบแห่งพงไพร
แหวนดาราจรัส(D)
ต่างหูเงิน
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x10
x1
x4
x3
x4
x10
x1
x30
x30
x36
x3
x9
x1
x1
x3
x3
x6
x4
x7
x8
x28
x42
x8
x10
x9
x1
x23
x169
x2
x8
x16
x22
x8
x4
x26
x2
x10
x2
x18
x14
x88
x4
x13
x6
x520
x2
x2
x7
x52
x1
x31
x2
x2
x7
x2
x14
x9
x6
x18
x1
x17
x3
x47
x5
x12
x51
x12
x4
x26
x1
x12
x24
x4
x4
x1
x1137
x4
x12
x4
x1
x3
x26
x18
x15
x48
x4
x7
x9
x10
x13
x2
x2
x8
x99
x15
x3
x4
x2
x2
x7
x129
x1
x7
x4
x6
x10
x5
x12
x4
x9
x10
x12
x1
x1
x4
x479
x4
x2
x20
x2
x24
โพสต์ 2025-12-31 22:18:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
105.christmas gift from the brightest god

-24.12.2025 / 07:00PM-


หลังจากเดินเที่ยวในเมือง ใส่เสื้อคู่ไหมพรมถักสีประจำเทศกาลคริสต์มาสที่ดีนซื้อมาเซอรไพรส์ให้ผู้คนได้มองจนเหลียวหลัง รับประทานมื้อเย็นรสเลิศที่ร้านอาหารจนอิ่มหนำสำราญแล้ว เมื่อท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีส้มอมม่วงเข้าสู่ช่วงพลบค่ำ แมคเคนซีกับดีนก็พากันมายังเซ็นทรัลพาร์คตามที่ในจดหมายของเทพแห่งแสงสว่างระบุไว้


เวทีถูกจัดตรงบริเวณลานกว้าง มีเพียงไมโครโฟนสีทองที่ตั้งอยู่กลางเวที ผู้คนเริ่มมายืนจับจองที่ว่าง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดาที่แมคเคนซีได้ยินพวกเขาคุยกันว่า “จะมีคอนเสิร์ตของใครสักคน” และกลุ่มเดมิก็อดที่พวกเขายังไม่เห็น แต่ก็คิดว่าคงยืนกระจัดกระจายกันไปในบริเวณนี้ เพื่อรอดูการแสดงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า


“แมคซี่ นายว่าอะพอลโล่จะแสดงอะไรให้พวกเราดู”


ดีนหันมากระซิบกระซาบ ความอยากรู้ทำให้อีกฝ่ายเริ่มอยู่ไม่สุข ดวงตาสีเปลือกไม้มองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น


“อืม…ไม่รู้สิ อาจจะร้องเพลง หรือไม่ก็อ่านกลอนละมั้ง”


แมคเคนซีส่ายหน้าน้อย ๆ เขารู้มาเพียงแค่ว่าอะพอลโล่เป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง การดนตรี และศิลปะหลายแขนง จึงคาดเดาว่าการแสดงก็คงไม่พ้นเรื่องทำนองนั้น เขายกข้อมือมาดูนาฬิกา เข็มสั้นชี้ที่เลขเจ็ด ส่วนเข็มวินาทีเคลื่อนมาซ้อนทับกับเข็มยาวตรงเลขสิบสองพอดี


”เริ่มแล้ว!“


เสียงผู้คนบริเวณนั้นดังอื้ออึงขึ้นมา เมื่อแมคเคนซีเงยหน้ามองก็เห็นกลุ่มควันสีทองลอยฟุ้งปกคลุมไปทั่วเวที (ซึ่งในสายตามนุษย์ทั่วไปคงเป็นควันจากดรายไอซ์) แสงจากดวงจันทร์สีเงินยวงสว่างจ้าสาดส่องมายังร่างของใครคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นกลางเวทีราวกับเล่นกล (ในสายตาคนทั่วไปคงเห็นเป็นไฟสปอตไลท์) เมื่อควันสีทองจางลงจึงได้เห็นร่างนั้นเจนตา


นั่นคือ…'อะพอลโล่ เทพแห่งแสงสว่าง' ที่ร่อนจดหมายให้เหล่าเดมิก็อดมาที่นี่นั่นเอง


”ความเงียบ! ความเงียบที่สมบูรณ์! ข้าไม่ต้องการแม้แต่เสียงกระซิบจากความตื่นเต้นที่พวกเจ้ามี!“


เสียงของอะพอลโล่ที่พูดผ่านไมโครโฟนสีทองดังก้องไปทั่วบริเวณ เพียงแค่ประโยคเปิดตัวประโยคแรกก็ชวนให้ผู้คนบริเวณนั้น…พิศวงงงงวยกันได้แล้ว


‘เขาหมายถึงอะไรนะ? กำลังจะบอกว่า กรี๊ดสิ…กรี๊ดออกมา งั้นเหรอ’


ในหัวของแมคเคนซีกำลังประมวลผลความหมายของถ้อยคำนั้นในขณะที่คำพูดของเทพบนเวทีค่อย ๆ ไหลผ่านไปเรื่อย ๆ ราวกับสายน้ำ


“เพื่อเป็นการเริ่มต้นงานฉลองความยิ่งใหญ่นี้ ข้าขออัญเชิญท่วงทำนองที่เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณอันสูงส่งของข้าเอง บทเพลงที่ไพเราะราวกับรุ่งอรุณแรกของโลก! จงเปิดหูของพวกเจ้าให้กว้าง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่พวกเจ้าไม่เคยได้ยินมาตลอดชั่วชีวิต... หรืออาจจะตลอดไป!”


“จงฟัง... The Symphony of Self-Praise!”


นี่คือประโยคคำสั่งไม่ใช่ประโยคบอกเล่า เวลานี้แมคเคนซีมั่นใจแล้วว่านี่คือเทพองค์เดียวกันกับที่บอกให้เหล่าเดมิก็อดจ่าหน้ากล่องพัสดุถึงตนเองในโครงการ ‘รัตติกาลจำลอง’ ด้วยถ้อยคำยกยอราวกับจับมือเขียน


เสียงพิณบรรเลงขึ้นเป็นทำนองอันรวดเร็วและซับซ้อนจนถึงกับต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าไม่ไพเราะ…แต่เรียกว่า ‘มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากเกินไป’ ดูจะเหมาะสมกว่า แถมยังมีเอฟเฟ็กต์เป็นลูกไฟเล็ก ๆ วิ่งวนรอบนิ้วที่กำลังดีดพิณนั้นด้วย ซึ่งก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยจนอดนึกไม่ได้ว่า


 ‘นี่กำลังดีดพิณหรือลีดกีต้าร์กันแน่นะ?’


“วันนี้เจ้าโชคดีมากที่ได้รับโอกาสพิเศษ ได้มาอยู่ภายใต้แสงสว่างของข้า จงขอบคุณโชคชะตาที่ข้านั้นมีเมตตาพอ ที่จะแบ่งปันความสามารถอันยิ่งใหญ่นี้ให้พวกเจ้าได้ซึมซับ”


อะพอลโล่กล่าวขึ้นในจังหวะที่ทำนองพิณบรรเลงคลอแผ่วเบา (ส่วนท่อนอื่นเขาไม่ได้ยินว่ามีการกล่าวอะไรหรือไม่เพราะถูกเสียงไฮโน้ตของพิณกลบหมด) แมคเคนซีละสายตาจากเวทีไปมองคนรักที่ยืนข้างกัน ดวงตาที่ประดับด้วยแพขนตางอนยาวของดีนจ้องไปยังเวทีตาไม่กระพริบ ซึ่งดูจากสายตาอันเลื่อนลอยของอีกฝ่ายแล้ว


‘โอเค…หมอนี่คงกำลังประมวลผลอยู่เหมือนกัน’


นึกได้ดังนั้น เขาจึงไม่คิดจะพูดขัดอะไรด้วยเข้าใจดีว่าบางสิ่งก็จำเป็นต้อง 'ใช้สมาธิอย่างสูงส่งในการเข้าถึง'


“อุ๊บ!”


“อะพอลโล่! แสงสว่าง! ที่สุด!”


เสียงโน้ตแหลมสูงราวกับเสียงไมค์หอนพร้อมกับเสียงตะโกนก้องของอะพอลโล่ดังขึ้นจนต้องปิดหู นั่นคือท่อนสุดท้ายของการบรรเลงพิณ ทั่วทั้งบริเวณเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะมีเสียงปรบมือดังขึ้นคละไปกับเสียงทอดถอนใจด้วยความโล่งอกให้กับการแสดงอันน่าทึ่งนี้


จากนั้นพิณก็หายไป ปรากฏเป็นคันธนูสีทองอร่ามอันงดงามขึ้นมาแทนที่ ลูกธนูทุกดอกที่ยิงขึ้นไปบนท้องฟ้ากลายเป็นพลุสีทองอร่ามสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้คนในที่นั้นเป็นอย่างมาก รวมไปถึงการยิงธนูใส่หิมะที่อยู่ ๆ ก็ตกลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่มีที่มาที่ไป (ซึ่งอะพอลโล่เสกขึ้นมา) และเกล็ดหิมะเหล่านั้นกลายเป็นดอกกุหลาบน้ำแข็ง อาจถือได้ว่านี่คือโชว์ที่ดีที่สุดของวันนี้เลยก็ว่าได้


และดูท่าว่าเทพองค์นี้จะเตรียมโชว์มาแบบจัดหนักจัดเต็มจริง ๆ เมื่อโชว์ต่อไปคือโชว์ที่แมคเคนซีคาดเดาไว้แต่แรก นั่นคือ ‘การอ่านบทกวี’ ซึ่งเต็มไปด้วยการใช้คำที่หรูหราฟุ่มเฟือยเสียจนผู้คนที่รับฟังต่างพากันเงียบกริบ คาดเดาได้ว่าบทกวีอาจซาบซึ้งกินใจเสียจนพูดไม่ออก และมันกินเวลายาวนานหลายนาทีจนแมคเคนซีเผลอปิดปากหาวเป็นระยะ


สาบานได้ว่ามันช่างกินใจ…และซาบซึ้งจริง ๆ


และเมื่อบทกวีจบลงแล้ว บรรยากาศก็ถูกดึงให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้งด้วยการร้องเพลงคริสต์มาสสุดมัน ซึ่งอะพอลโล่บอกว่า “เป็นฉบับที่ข้าเรียบเรียงขึ้นมาใหม่” ท่ามกลางกลุ่มผู้ชมที่ตอนนี้ยังอยู่กันอย่างหนาแน่นเท่าหยิบมือ


พิณสีทองถูกหยิบขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มีการร้องเพลงประกอบด้วย ใช่…ร้องเพลงประกอบ คราวนี้แมคเคนซีได้ยิน เปลวไฟสีส้มที่ถูกเสกขึ้นมาล้อมรอบตัวเขาไว้จนร่างนั้นสว่างไสวโชติช่วงชัชวาล จนแทบต้องหลับตาฟัง


โอ้…มันช่างจ้าเหลือเกิน


ซึ่งนอกจากคำว่า ‘อะพอลโล่’  และ ‘ส่องแสง’ แล้ว แมคเคนซีก็จับใจความคำอื่นไม่ได้อีก


เสียงดนตรีถูกเร่งให้ดังกระหึ่มขึ้นในจังหวะสุดท้าย รวมถึงเปลวเพลิงที่ล้อมรอบตัวเทพผู้นั้นจนเขาได้ยินคนที่ยืนอยู่ด้านหลังซุบซิบกันด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า "เขาจะโดนไฟคลอกเอาหรือเปล่า" แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี และจบลงที่เทพอะพอลโล่ยื่นมือมาด้านหน้าพร้อมกับรอยยิ้มอันเจิดจ้าแบบเดียวกับบนกล่องของขวัญที่แมคเคนซีเคยเข้าใจผิดว่าเป็นกล่องคอนด้อมไซส์มาตรฐาน


“เมอร์รี่คริสต์มาส และจำไว้เสมอว่าแสงสว่างที่แท้จริงของเทศกาลนี้... มาจากไหน!"


จบประโยคนั้น เทพแห่งแสงสว่างก็หันหลังเดินลงจากเวทีไปช้า ๆ อย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงแค่เปลวไฟกับหมอกควันละอองสีทองที่ค่อย ๆ จางลง


และความงุนงงที่หลงเหลืออยู่ภายในใจของผู้คน ณ ที่นั้น


ช่างเป็นการแสดงที่แสนตราตรึงใจเสียจริง ๆ

 

เมื่อการแสดงจบลงต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป 'กล่องของขวัญสีทอง' ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเหล่าลูกเทพ รวมถึงแมคเคนซีกับดีนด้วย


เดมิก็อดหนุ่มทั้งสองรับกล่องของขวัญนั้นไว้แล้วหันมามองหน้ากันเงียบ ๆ แต่ก็สามารถสื่อเป็นคำพูดได้ว่า ‘อย่างน้อยอะพอลโล่ก็ไม่บิดเรื่องของขวัญ’ ราวกับอ่านใจกันและกันออก


“เมอร์รี่คริสต์มาสที่รัก…ฉันว่าเรากลับไปฉลองคริสต์มาสที่โรงแรมกันดีกว่า”


ดีนบอกพร้อมกับยิ้มกว้างให้ ซึ่งแน่นอนว่าแมคเคนซีคิดว่าคำพูดนี้ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ที่เขาได้ยินมาในช่วงหนึ่งทุ่มจนกระทั่งถึงตอนนี้


“เมอร์รี่คริสต์มาสดีน ฉันเห็นด้วยกับนายสุด ๆ ไปเลย”


แมคเคนซีพยักหน้าให้ยิ้ม ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันกลับที่พัก ดูท่าว่าคืนนี้พวกเขาต้องย้ายพวกสัตว์เลี้ยงไปนอนในห้องน้ำเสียแล้ว




ของขวัญจากอะพอลโล่

- ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง

- แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส

- หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล (เล่มใหม่ล่าสุด)


รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม

+50 พลังน้ำใจ   +2 Point


คะแนนความโปรดปรานเพิ่มเติม (เทพอะพอลโล่)

โบนัส จากการเข้าร่วมกิจกรรม   ความโปรดปรานจากอะพอลโล +25

เอฟเฟกต์กุหลาบสีน้ำเงินทอง   โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +5 

BELIEVER (ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ)   โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15

ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ   โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15

รวมคะแนนความโปรดปราน : +60

—Hakrabi

แสดงความคิดเห็น

โรลเพลย์(เกือบ)สุดท้ายของปี 2025 แจก 500 ดอลลาร์  โพสต์ 2026-1-1 17:04
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-09] อะพอลโล เพิ่มขึ้น 60 โพสต์ 2026-1-1 01:29
381คอนเสิร์ตวันคริสต์มาสกับศาสตร์แห่งดนตรีชั้นสู๊งงงงงงง (WED) 24/12/2025 เวลา 19.00 น. ก่อนหน้าเวล  รายละเอียด ตอบกลับ โพสต์ 2025-12-31 23:18
โพสต์ 71974 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-31 22:18
โพสต์ 71,974 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส  โพสต์ 2025-12-31 22:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +50 ย่อ เหตุผล
God + 50

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
Hydro X
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x13
x60
x60
x5
x4
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x10
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x12
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x21
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x2
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x145
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x95
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2025-12-31 23:18:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Mackenzie ตอบกลับเมื่อ 2025-12-31 22:18
105.christmas gift from the brightest god-24.12.2025 / 07:00PM-หลังจากเดินเที่ยว ...

381
คอนเสิร์ตวันคริสต์มาสกับศาสตร์แห่งดนตรีชั้นสู๊งงงงงงง


               (WED) 24/12/2025 เวลา 19.00 น.

               ก่อนหน้าเวลาคอนเสิร์ตประมาณสามชั่วโมง…

               “แมคซี่ดูนี่สิน่ารักไหม ฉันแอบซื้อสเวตเตอร์มาใส่คู่กันไปงานคอนเสิร์ตของเทพอะพอลโล่ล่ะ”

               เสื้อสเวตเตอร์เข้ากับธีมเทศกาลคริสต์มาสสองตัวโชว์เด่นหราอยู่ในมือของบุตรเจ้าสมุทรที่โบกไปมาทำเอาบุตรแห่งม่านหมอกเหงื่อตก พักหลัง ๆ ดูเหมือนว่าดีนจะแอบซื้อของโดยที่แฟนหนุ่มของเขาไม่รู้ตัวเก่ง ตั้งแต่ตอนที่ซื้อแหวนดาราจรัสจากร้านค้าเวทมนตร์ที่นิวโรม จนมาถึงเดินช็อปปิ้งย่านการค้าในตอนกลางวัน แมคเคนซีไม่ได้สงสัยว่าใช้เงินของใคร แต่ที่เขาสงสัยคือ…

               ‘ต้องใส่เสื้อคริสต์มาสเชย ๆ แบบนั้นจริงดิ’

               สีแดงลายเกล็ดหิมะ กับ สีเขียวลายกวางเรนเดียร์ ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ไม่น่าใส่ทั้งคู่ ซึ่งดีนไม่ปล่อยโอกาสให้แมคเคนซีเป็นคนได้เลือก เขายื่นเสื้อตัวสีแดงให้หนุ่มอังกฤษใส่ จากนั้นหยิบตัวสีเขียวสวมทับเสื้อยืดตัวเก่ง

               “นายจะไม่เปิดโอกาสให้ฉันเลือกหน่อยเหรอดีน”

               “ฉันอ่านใจนายออกว่านายไม่อยากใส่ลายน้องกวาง”

               โอ้ ถูกเผง! แม้ว่าแมคเคนซีจะไม่ชอบสีสันฉูดฉาดอย่างสีแดงเป็นทุนเดิม (แม้ว่าเขาเริ่มจะชินกับเสื้อสีส้มของค่ายฮาล์ฟบลัดขึ้นมานิดหน่อย) แต่ก็รับไม่ไหวกับสเวตเตอร์ลายกวางเรนเดียที่ยืนซ้อนกัน ในใจของคนที่ตามใจแฟนตอนนี้จึงมีแต่เพียงคำว่า ‘โอเค สีแดง ใส่ก็ใส่’

               “นี่ ๆ มาถ่ายรูปกัน”

               ดีนกวักมือเรียกแมคเคนซีหลังจากหามุมดี ๆ ที่โรงแรมได้ ฉากหลังคือต้นคริสต์มาสประดับไฟเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็ค แม้ว่าผู้ชายตัวใหญ่สองคนอาจจะบังมันจนมิดเห็นแค่ดาวประดับยอดก็ตามที ไม่ว่าเปล่ายังยัดโทรศัพท์มือถือของตัวเองใส่มืออีกฝ่ายให้เป็นคนถ่ายรูปไปอีก ซึ่งหนุ่มอังกฤษก็ต้องทำตามอย่างเสียมิได้

               “หนึ่ง สอง สาม…”

               รูปภาพถูกถ่ายเป็นที่ระลึกหลายใบ เรียกว่าจนกว่าจะหนำใจบุตรเจ้าสมุทรที่กลายเป็นบิดาแห่งการเซลฟี่ไปแล้ว


               “รูปพวกนี้น่ารักจัง คิดถูกจริง ๆ ที่ซื้อชุดมาใส่คู่กันเนอะ”

               “อื้ม”

               แมคเคนซีได้แต่ยิ้มแล้วทำเป็นเออออ ไม่เถียงว่าพวกเขาทั้งสองเป็นคู่รักที่น่ารักและคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มมอง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้แคร์สายตาอยู่ดี ขอแค่แฟนเอนจอยก็ยอมได้ทุกอย่าง หลังจากเสร็จธุระที่โรงแรมทั้งสองก็ไปรับประทานอาหารสุดหรูแล้วต่อด้วยเซ็นทรัลพาร์คซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในวันนี้

               .
               .
               .

               “แมคซี่ นายว่าอะพอลโล่จะแสดงอะไรให้พวกเราดู”

               อดที่จะอยากรู้ไม่ได้ว่างานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นโดยเทพอะพอลโล่จะน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน จะเทียบเท่างานปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยงของคุณดีและคุณบีได้หรือเปล่า แต่อะพอลโล่เป็นเทพแห่งดนตรีทั้งที พวกเขาน่าจะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ และอาจได้โยกย้ายส่ายสะโพกไปตามท่วงทำนองของวันคริสต์มาสก็เป็นได้ ดีนจึงรอคอยงานนี้ด้วยความคาดหวัง

               “อืม…ไม่รู้สิ อาจจะร้องเพลง หรือไม่ก็อ่านกลอนละมั้ง”

               คำตอบของแมคเคนซีทำเอาดีนเกือบพูดว่า ‘ไม่เอาน่ากลอนเนี่ยนะ!’ แต่ดูเหมือนว่าการแสดงจะเริ่มแล้วจากเสียงไฮป์ของเหล่าผู้ชมหน้าเวที หลาย ๆ คนก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุตรและธิดาแห่งอะพอลโล่กันทั้งนั้น

               ควันสีทองพวยพุ่งออกมาจากข้างเวทีประกอบการปรากฏตัวอันแสนยิ่งใหญ่ของเทพแห่งดวงอาทิตย์ในร่างมนุษย์ ความหล่อเหลาและออร่าอันเจิดจรัสของเขาประจักษ์แก่สายตาเหล่าเดมิก็อดผู้มาร่วมงานสมกับความขี้โม้ของเจ้าตัว (แต่ถ้าพูดชมตัวเองอีกนิดจะหักคะแนนแล้วนะ) เหล่าประชาเดมิก็อดต่างขานชื่อเทพเจ้าสร้างบรรยากาศคอนเสิร์ตอันร้อนแรง ซึ่งดีนก็เอากับเขาด้วย

               “อะ-พอล-โล่! อะ-พอล-โล่!”

               ไม่รอช้า เทพเจ้าเปิดการแสดงสดเพลงแรกในทันทีด้วยศาสตร์แห่งดนตรีชั้นสูงที่มีแต่โอลิมปัส (และสัตว์ที่สื่อสารด้วยคลื่นโซนาร์เท่านั้น) จะเข้าใจ จากบรรยากาศอันคุกรุ่นในตอนแรกเริ่มเจือจางลงเปลี่ยนเป็นความงุนงงแทน

               ‘โอ้… เราช่างเป็นเดมิก็อดแสนต้อยต่ำถึงเข้าไม่ถึงศาสตร์และศิลป์อันนี้สินะ’

               หลังจบเพลงแรกด้วยเสียงตอบรับอันดังกริบ บุตรและธิดาแห่งอะพอลโล่ต่างรัวเสียงปรบมือให้กับบิดาของพวกเขาราวกับหน้าม้าที่ถูกจ้างมาในรายการเกมโชว์

               "ความเงียบ! ความเงียบที่สมบูรณ์! ข้าไม่ต้องการแม้แต่เสียงกระซิบจากความตื่นเต้นที่พวกเจ้ามี!” เทพอะพอลโล่ปราศรัย ช่างเป็นถ้อยคำที่น่างุนงงเสียยิ่งกว่าบทเพลงเมื่อครู่นี้เสียอีก ทว่าเสียงปรบมือและโห่ร้องของหน้าม้าก็หยุดลง “เหล่าเดมิก็อด เหล่าผู้ที่โชคดีที่ได้มาเข้าร่วมในงานที่ข้าจัดขึ้นนี้... จงทำความเข้าใจว่าสิ่งใดที่อยู่ตรงหน้าพวกเจ้า ข้าได้นำความรุ่งโรจน์ของแสงอาทิตย์มาสู่คืนที่มืดมิดและหนาวเหน็บของพวกมนุษย์ เพื่อให้พวกเจ้าได้สัมผัสถึงความอบอุ่นแห่ง ความสมบูรณ์แบบ!”

               เอาล่ะ… เข้าสู่ช่วงการอวยตัวเองแล้วสินะ..

               “คืนนี้เป็นเรื่องของของขวัญ... แต่ขอให้พวกเจ้าจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าของกำนัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเจ้าจะได้รับ ไม่ใช่เครื่องประดับ หรือลูกธนูทองคำที่ข้าเพิ่งแจกไป... แต่เป็นการได้อยู่ต่อหน้าข้า! การได้หายใจในอากาศเดียวกับศิลปิน นักดนตรี ผู้รักษา และเทพเจ้าแห่งแสงสว่างที่ไม่มีใครเทียบเคียงอย่างข้า!” อะพอลโล่เว้นช่วงก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงอันดังโดยไม่ต้องพึ่งพาไมโครโฟน “เพื่อเป็นการเริ่มต้นงานฉลองความยิ่งใหญ่นี้ ข้าขออัญเชิญท่วงทำนองที่เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณอันสูงส่งของข้าเอง บทเพลงที่ไพเราะราวกับรุ่งอรุณแรกของโลก! จงเปิดหูของพวกเจ้าให้กว้าง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่พวกเจ้าเคยได้ยินมาตลอดชั่วชีวิต... หรืออาจจะตลอดไป! จงฟัง... 'The Symphony of Self-Praise'!"

               “เฮ้!”

               เสียงเชียร์จากเหล่าลูก ๆ หน้าม้า (รับปีม้า) ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่เทพผู้หลงตัวเองจะบรรเลงบทเพลงที่เขาภาคภูมิใจ ซึ่ง… เนื้อหามีแต่ชื่นชมตัวเองทั้งนั้น

               ‘ขอสดุดีแด่เทพผู้ทำให้แก้วหูระเบิด!’

               ความไพเราะของสายพิณเสียดแทงแก้วหูพอ ๆ กับเสียงร้องไฮโน้ตที่สามารถทำลายโสตประสาทการรับเสียงของมนุษย์ได้ชั่วคราว จนดีนแอบคิด

             ‘ใครแม่งยกย่องให้เขาเป็นเทพแห่งดนตรีวะ! ใครก็ได้ยกตำแหน่งนี้ให้เทย์เลอร์ สวิฟต์แทนทีเถอะ!!’

               และแล้วความทรมานอย่างแสนสาหัสที่ชื่อว่า ‘ซิมโฟนีแห่งการสรรเสริญเยินยอตนเอง’ ของอะพอลโล่ได้จบลง เทพอะพอลโล่ก็โชว์อัจฉริยะภาพของเขาด้วยการยิงธนูทองคำสามดอกในครั้งเดียวเหมือนกับกำลังรับชมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปีพันเก้าร้อยเก้าสิบสอง ที่บาร์เซโลน่า ซึ่งบอกได้เลยว่าพาร์ทนี้ดีกว่าฟังเพลงมากแม้จะพลุจากปลายธนูทองจะออกมาเป็นหน้าของอะพอลโล่ที่เห็นแล้วเอียน ตอนนี้ดีนหักคะแนนความหล่อของอะพอลโล่เหลือใกล้เลขศูนย์จากความหลงตัวเองของเขา

               จากนั้นสุริยะเทพแห่งกรีกก็ขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ที่ประดับด้วยใบกระวาน เขารอให้ทุกคนเงียบเสียง ซึ่งเดมิก็อดพร้อมใจกันเงียบและมองด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนหน้าเป็นทุนเดิม อะพอลโล่จึงอ่านบทกวีที่คัดสรรจากหนังสือรวมบทกวีเล่มใหม่ที่เพิ่งได้รับแจกมาตอนเข้างาน เรียกได้ว่าครบคำถามที่แมคเคนซีตอบตอนเริ่มงาน มีทั้งร้องเพลงและแต่งกลอน และแน่นอนว่าเนื้อหาของบทกวีคือการเยินยอตนเองตามประสาเทพเจ้าที่ขาดความรักความอบอุ่นจากมารดาซ้ำยังเป็นเนโปเบบี้ล้วน ๆ...

               ‘ฉันมาทำอะไรที่นี่ว้า…’ ดีนอยากจะหันไปถามแมคเคนซี แต่ดูเหมือนพิธีจะไม่จบหากอะพอลโล่ไม่ได้แสดงทั้งหมดตามแผน และไม่เริ่มแสดงหากเดมิก็อดไม่ได้มีท่าทีจดจ่ออยู่กับเขา ‘ฮึบ! ท่องเอาไว้ แจกของฟรี ๆๆ’

               จนมาถึงการแสดงสุดท้ายที่เป็นการนำเพลงคริสต์มาสมารีมิกซ์ใหม่โดยใส่เนื้อเพลงแต่งเองที่มีเนื้อหาอวยตัวเอง (อีกแล้ว) ให้ทุกคนได้ฟัง

               ‘เอาว้า อย่างน้อยก็ใช้เสียงในหัวร้องเพลงต้นฉบับกลบได้ จิงเกอร์เบลล์ จิงเกอร์เบลล์ จิงเกอร์ออลเดอะเวย์~~’

               และเมื่อการแสดงจบลงกล่องของขวัญอันล้ำค่าก็ปรากฏตรงหน้าผู้มาร่วมงาน ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้ทุกคนมีความอดทนขึ้นเยอะเลย

               “เมอร์รี่คริสต์มาสที่รัก…ฉันว่าเรากลับไปฉลองคริสต์มาสที่โรงแรมกันดีกว่า”

               “เมอร์รี่คริสต์มาสดีน ฉันเห็นด้วยกับนายสุด ๆ ไปเลย”

               แล้วทั้งสองก็รีบจ้ำอ้าวออกจากเซ็นทรัลพาร์คโดยไว ซึ่งนี่อาจเป็นคริสต์มาสที่น่าสะพรึงที่สุดในชีวิตตลอดยี่สิบสี่ปีที่ผ่านมา

รางวัลเข้าร่วมกิจกรรม
ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง, แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส, หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล (เล่มใหม่ล่าสุด)
+50 พลังน้ำใจ, +2 Point



ความโปรดปราน จาก [God-09] อะพอลโล่
+25 ความโปรดปรานจากโบนัสเข้าร่วมกิจกรรม
+5 ความโปรดปรานจากเอฟเฟค [ดอกกุหลาบน้ำเงินทอง]
HEROES (วีรบุรุษผู้โปรดปราน) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +25
โบนัสจากกลุ่มสมาชิก (ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ) - โบนัสความโปรดปราน+15
[ รวม +70 ความโปรดปราน ]


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-09] อะพอลโล เพิ่มขึ้น 70 โพสต์ 2026-1-1 01:31
โพสต์ 24676 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-31 23:18
โพสต์ 24,676 ไบต์และได้รับ +15 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +20 ความศรัทธา จาก น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ  โพสต์ 2025-12-31 23:18
โพสต์ 24,676 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก กางเกงเดินป่า  โพสต์ 2025-12-31 23:18
โพสต์ 24,676 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2025-12-31 23:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +50 ย่อ เหตุผล
God + 50

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
1234
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้