(THU) 01/01/2026 เวลา 18.00 น.
กว่าจะได้มาที่เตาไฟบูชาเทพอีกทีก็ช่วงเย็นของวันก่อนรับประทานมื้อค่ำ ดีนไม่ลืมบอกเล่าเรื่องที่เจอเมื่อเช้านี้กับครอบครัวมนุษย์โดยที่ยืมสมาร์ทโฟนของแมคเคนซีโดยการเฟซไทม์สวัสดีปีใหม่บ้านที่ซานอันโตนิโอ และแน่นอนว่าพวกเขาทำแบบนี้เช่นเดียวกันตอนที่คอลไปหาคุณแมคคอยพ่อของแมคเคนซีที่กลอสเตอร์ แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันมานานเป็นปี แต่พอได้เห็นว่าคนที่พวกเขารักมีความสุขก็สบายใจ
คิวถวายของแก่ทวยเทพยังคงแน่นตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น วันนี้เทพเฮอร์มีสคงทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต แค่เห็นความยาวของแถวก็เหนื่อยแทน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเทพเจ้านักส่งสารเรื่องแค่นี้คงไม่เกินมือ
“น่าจะอีกพักนึงเลยกว่าจะถึงคิวนาย เดี๋ยวฉันไปรอตรงนั้นแล้วกันจะได้ไม่เกะกะ”
แมคเคนซีกล่าวพลางชี้ไปทางม้านั่งที่อยู่บริเวณรอบนอกโถงอาหารประจำค่าย หนุ่มอังกฤษไม่ได้ต้องการถวายของแก่เทพองค์ใดเป็นพิเศษ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้บริการเตาไฟบูชาเทพในตอนนี้
“โอเค”
ดีนพยักหน้ารับก่อนเข้าไปต่อแถวให้เรียบร้อยก่อนจะมีใครมาต่อคิวเพิ่ม เขาน่าจะต้องยืนชิดกับเด็กคนข้างหน้านิดหน่อยเพราะดูเหมือนว่า ‘ป้าคาเรน’ จ้องจะแซงคิวตามวิถีมนุษย์ป้าโดยอ้างว่าตัวเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
“หนูคนสวยขอป้าแทรกแถวหน่อยได้ไหมจ๊ะ คิวมันยาว เข่าป้าไม่ค่อยดียืนนาน ๆ ไม่ได้” คาเรน ริทซ์ สวมบทบาทหญิงชราวัยเกษียณผู้อ่อนแอขอเนียนแซงคิวน้องสาวคนสวยจากบ้านแอรีสที่อยู่ด้านหน้าดีนประมาณห้าคน
“อุ๊ย คุณป้าไหวไหมคะ น่าสงสารจังเลย อายุปูนนี้แล้วยังต้องฝืนสังขารฝ่าลมหนาวมาถวายของให้เทพอีก หนูว่าคุณป้ากลับไปพักผ่อนที่กระท่อมอุ่น ๆ ของคุณป้าดีกว่าไหมคะ กว่าแถวจะว่างน่าจะสัปดาห์หน้าคุณป้าค่อยมาใหม่ หนูล่ะเป็นห่วงผู้สูงวัยชราภาพอย่างคุณป้าจริง ๆ เลยค่ะ” พริมูล่าตอบกลับตาใส หลังจากโต้ตอบป้าคาเรนด้วยพลังลบเชิงบวก ถ้าดูจากสีหน้าถือว่าเธอแสดงบทบาทได้แนบเนียนสมกับที่เคยเป็นดาราเด็ก
ดีนที่ได้ยินแอบขำอยู่ในใจ ไม่น่ามีแค่เขาคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้ยินเสียงสำลักขำมาจากเด็กชายร่างอวบ (ระยะสุดท้าย) จากเด็กชายชาวไทยที่บ้าใส่ชุดลูกเสือ ดู ๆ ไปรูปร่างหน้าตาของเด็กชายราวกับถอดแบบมาจากเด็กอ้วนในอนิเมชั่นเรื่องอัป
“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้หล่อนแซะฉันว่าแก่เหรอยะ! ยัยเด็กไร้มารยาท! ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่!” พอถูกปั่นหัวป้าคาเรนก็เลิกแอ๊บเป็นผู้อาวุโสสุขภาพอ่อนแอทันที คราวนี้ทุกคนก็ได้รู้ว่าเธอเป็นคนแก่ที่แข็งแรงแค่ไหนถึงได้ตะเบ็งเสียงด่าฉอด ๆ โดยไม่สนว่าคอจะแตก (แต่เด็กบางคนหูเกือบแตกถึงได้ยกมือขึ้นปิดหู)
แว้บหนึ่งที่ดีนเห็นแววตาของพริมูล่าวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด คงไม่ดีแน่หากทำให้เด็กบ้านแอรีสโมโห แม้ว่าเด็กสาวคนนั้นจะหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก แต่ใครจะรู้ ไม่แน่ว่าเธออาจกลายร่างเป็นเรดฮัลค์แล้วตบป้าคาเรนกระเด็นในเสี้ยววินาทีก็ได้ สาวบ้านแอรีสก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตา จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าขวัญผวาน้ำตาท่วมท้น
“คะ.. คุณป้าพูดอะไรคะ พริมูล่าไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณป้าหน้าแก่หนังเหี่ยวนะคะ ทุกคนก็รู้ว่าพริมูล่าเป็นห่วงคุณป้าจริง ๆ!”
‘เชี่ย! นี่มันการแสดงระดับออสก้า!!’
ดีนแทบจะปรบมือให้กับการแสดงระดับพระกาฬที่หานักแสดงในวัยเดียวกันเทียบได้ยาก นี่มัน เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ กลับชาติมาเกิดชัด ๆ จากการปะทะกันของสองสาวต่างวัยเรียกสร้างความฮือฮากับคนในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก ว่ากันตามตรงถ้าเขาไม่เห็นแววตาที่อยากจะจับป้าคาเรนมาหักคอในเสี้ยววินาทีนั้นก็คงจะเชื่อเธอไปด้วยแล้ว
“ยัยป้าบ้านไทคีใจร้ายจัง ทำพริมูล่าร้องไห้ด้วย ฉันล่ะสงสารเธอจริง ๆ”
“ใช่ ๆ ตัวเองผิดแท้ ๆ จะมาแทรกคิวคนอื่น เราก็ระวังไว้นะ อย่าให้ป้ามาแทรกคิวพวกเราได้”
“เด็กบ้านแอรีสเนี่ยนะร้องไห้ เหลือจะเชื่อ”
และเสียงซุบ ๆ ต่าง ๆ ที่ตามมา บ้างเชื่อ บ้างไม่เชื่อ หลายคนเข้าไปปลอบใจพริมูล่าที่มีพรีวิลเลจเรื่องความงามพลางมองป้าคาเรนด้วยสายตาโกรธเคือง ดูเหมือนว่าคราวนี้เทพีไทคีไม่โยนเหรียญเข้าข้างลูกสาวเหลือน้อยของตนเอง ทางด้านน้องในชุดลูกเสือที่อยู่ด้านหน้าดีนเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด ดูก็รู้ว่าไม่ทันเกมของสาว ๆ มือป้อมยกขึ้นช้า ๆ เหมือนอยากเสนอวิธีการแก้ปัญหา เช่น ยอมให้ป้ามาแทรกด้านหน้าตัวเอง แต่มือนั้นก็ถูกดีนจับลงไว้ข้างตัว
“เดี๋ยวพี่จัดการเองไอ้น้อง” ดีนบอกกับไตรทัศน์ ซึ่งเด็กชายก็เชื่อแล้วพยักหน้าหงึกหงัก “ป้าคนสวยใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ”
คาเรน ริทซ์หันขวับทางทีเมื่อได้ยินคนชมตัวเองว่าคนสวย
“แหม เธอนี่ตาถึง อย่างน้อยในแถวนี้ก็มีคนฉลาดอยู่คนนึง” อดีตธิดารำวงประจำหมู่บ้านเชิดหน้าใส่เหล่าเด็กที่มองเธอไม่ดี หลังจากที่ป้าหันหลังเดินจากไปดีนเห็นว่าพริมูล่าแอบแลบลิ้นไล่หลังก่อนจะหันไปยิ้มให้เดมิก็อดพลางพูดขอบคุณที่เข้ามาปลอบด้วยมารยานางเอก (หรือนางร้าย?) “พ่อหนุ่มคงเห็นแล้วใช่ไหมว่าป้าเข่าไม่ดี ขอป้าแทรกที่นึง”
ให้ตายสิ.. แค่ที่เดียวก็ยังจะเอา!
“โอ้” ดีนยิ้มกว้าง ทำหน้าเหมือนยินดี แต่เขากลับพูดอีกอย่าง “ผมเรียกคุณป้าคนสวยมาเข้าคิวต่อหลังผมน่ะครับ เพราะว่ากำลังจะมีคนมาต่อคิวอีกตั้งห้าคนแหน่ะ ผมว่าป้ารีบเข้าคิวแถวดีกว่าครับ”
แม้การมีน้ำใจเอื้อเฝื้อให้แก่ เด็ก สตรี และคนชราจะเป็นเรื่องที่ดี แต่น้ำใจไม่ได้มีไว้ให้กับคนที่เห็นแก่ตัว จนทำให้อีกฝ่ายเคยตัวยันแก่แบบนี้ ดีนชี้ไปด้านหลังของเขาที่ยังว่างอยู่ ที่พูดออกมาไม่ใช่เรื่องหลักลอยเพราะมีเดมิก็อดอีกห้าคนที่มีของขวัญอยู่ในมือกำลังเดินมาทางนี้จริง ๆ นั่นทำเอาป้าคาเรนหน้างอ แต่ก็ยอมทำตาม เพราะถ้ามัวแต่เสียเวลาเถียงกับเด็กเธอคงต้องยืนรอแทรกหน้าแถวไปอีกนาน ซึ่งการรอคิวถวายของก็ไม่ได้ใช้เวลามากมายนักหรอก
.
.
.
เพียงแค่แป๊บเดียวก็ถึงคิวของดีนแล้ว ชายหนุ่มตั้งจิตถึงเทพไทรทัน บุตรชายคนโตของโพไซดอนผู้ที่ซึ่งได้รับหน้าที่ให้ดูแลท้องสมุทรและชาวเงือกนอกแอตแลนติส เขาไม่รู้ว่าเทพผู้พี่มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรจึงจินตนาการถึงตัวการ์ตูนไทรทันที่เป็นพ่อของแอเรียล จากนั้นก็วางของเซ่นไหว้ที่ใช้เวลาคัดสรรมาครึ่งวันใส่ลงไปในกองไฟ
“สวัสดีครับพี่ชาย ผม ดีน นีล บุตรแห่งโพไซดอน เรียกแบบนี้คงได้เพราะว่าเรามีพ่อคนเดียวกัน” ดีนยิ้มแป้นให้กองไฟคล้ายพูดคุยทางไกลกับลูกพี่ลูกน้องที่ไม่เคยเห็นหน้าของตัวเองด้วยความตื่นเต้น “เมื่อเช้านี้พ่อมาหาผมด้วยครับ พวกเราพูดคุยกันหลายเรื่องเลย ผมเลยเสนอให้พ่อจัดปาร์ตี้รวมญาติของพวกเราสักที ผมอยากรู้ชะมัดว่าครอบครัวของพวกเราจะใหญ่ขนาดไหน ถ้าถึงวันนั้นพี่ก็ต้องมาร่วมงานเลี้ยงด้วยนะครับ สถานที่เป็นพระราชวังแอตแลนติสก็ได้ ถึงพ่อจะบอกว่าการชวนพี่มาจะยากก็เถอะ งานดูแลค่ายฟิชบลัดคงยุ่งมากเลยสินะครับ ผมก็พอเข้าใจนะ เพราะคุณไครอนเองก็ยุ่งมากจนผมหาเวลาเข้าพบไม่ได้เหมือนกัน”
“ของขวัญสวัสดีปีใหม่ที่ผมส่งไปคือเพลงประกอบไลฟ์แอคชั่นเรื่องมูฟาซา พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีเพลงนี้อยู่ในเรื่องตอนเหลือบไปเห็นสิงโตนีเมียนของตัวเอง ท่อนอื่นอาจจะไม่เกี่ยว แต่ว่าท่อนฮุคผมขอมอบให้พี่เลย ‘อยากได้ตั้งนานเลยล่ะพี่ชาย~ อยากได้ตั้งนานเลยล่ะพี่ชาย~ อยากได้ตั้งนานเลยล่ะพี่น้องเหมือนเช่นนาย~’ อะไรประมาณนั้นน่ะครับ”
บุตรแห่งโพไซดอนหัวเราะเบา ๆ หลังจากที่เขาร้องท่อนฮุคให้กองไฟฟังนิดนึง
“นี่! จะร้องเพลงอีกนานไหม ฉันปวดเข่าจะแย่แล้วนะยะ!”
เสียงเร่งจากป้าคาเรนที่เป็นคิวต่อไปแหววดังจนทำเอาดีนสะดุ้ง พอหันกลับไปก็เห็นว่าคุณป้าวัยเกษียณกำลังทำเอวทำหน้างอใส่
“อุ้ย… ดูเหมือนว่าผมคงต้องคุยกับพี่แค่นี้ คิวรอถวายของยาวเป็นพืดเลย เอาเป็นว่าถ้าพ่อจัดงานรวมญาติกันจริง ๆ พี่ต้องมานะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปกินมื้อเย็นก่อนนะ บาย”
ดีนโบกมือลากองไฟแล้วรีบออกมาจากเตาถวายเทพก่อนที่ป้าคาเรนจะลงไม้ลงมือ เขาตรงดิ่งไปหาแมคเคนซีที่นั่งรออยู่หลายสิบนาที
“เมื่อกี้เหมือนมีคนทะเลาะกันเสียงดังเชียว เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” หนุ่มอังกฤษยิงคำถามทันทีหลังจากที่ดีนเดินมาถึง
“จะว่าไงดีล่ะ มีเรื่องกันนิดนึง แต่ว่าเคลียร์ได้แล้ว เอาเป็นว่าฉันจะเล่าให้นายฟังระหว่างกินมื้อเย็นนะที่รัก”
ดีนดึงมือของแมคเคนซีให้ลุกขึ้นจากม้านั่ง จากนั้นก็กอดคอพาคนรักเข้าโถงอาหารไปรับประทานมื้อเย็นแสนอร่อย