เจ้าของ: God

[ทิศเหนือของค่าย] ป่าต้องห้าม

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2025-9-1 19:41:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ค่ายฮาล์ฟบลัด
วันที่: 1 กันยายน 2025
บันทึกลึกลับ ของ บุตรีเฮคาที ฉบับที่ 11
ภาพลึกลับ

เนื้อหาโรลเพลย์: 


       หลังจากที่ ภริดา อารยภักดีเทวราช ก้าวออกจากกระท่อมหมายเลข 20 ซึ่งเป็นที่พักของบุตรีแห่งเทพีเฮคาที เธอก็ค่อย ๆ เดินลัดเลาะเข้าไปในป่าต้องห้ามทางทิศเหนือของค่าย บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงกลิ่นไอของเวทมนตร์ที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วทุกอณู


     ​ไม่นานนัก ฮาร์ปี้ Lv.6 ก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืดของพงไม้ เสียงปีกอันน่าเกรงขามกระพือดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า แต่ภริดากลับไม่ลังเล เธอชัก มีดสั้นสัมฤทธิ์ ออกมาอย่างรวดเร็วและพลิ้วไหวเข้าต่อสู้ การปะทะกันระหว่างคมมีดกับกรงเล็บของอสุรกายดำเนินไปอย่างดุเดือด จนในที่สุดเธอก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ


     ​เมื่อร่างของฮาร์ปี้สลายเป็นธุลี ภริดาจึงเก็บ ขนนกฮาร์ปี้ ซึ่งเป็นหลักฐานและของรางวัลจากการต่อสู้ครั้งนี้ไว้ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปหา คุณไครอน เพื่อรายงานภารกิจที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์



ภาพการต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายฮาร์ปี้


ลิงก์การต่อสู้กันในครั้งนี้


รางวัล: ได้รับ +2 ตื่นรู้จากการต่อสู้ กับ อสุรกายฮาร์ปี้ครั้งแรก


รางวัลสินสงคราม: ขนนก ของ ฮาร์ปี้  



     ​

    


     ​

     ​


"ในความมืดมิดยังมีแสงนำทางผู้กล้าแห่งเฮคาที"
สถานที่: ทิศเหนือของค่าย ป่าต้องห้าม |  หัวข้อ: ชัยชนะของบุตรีแห่งเฮคาที:

แสดงความคิดเห็น

God
((สามารถใช้เนคทาร์หรือแอมโบรเชียโรลกินได้ ส่งไอเท็มที่ใช้มาไอดี God หรือไปรักษาฟรีที่สถานพยาบาล จนกว่าจะรับการรักษาสถานะตัวละครตอนนี้ต่อสู้ไม่ได้))  โพสต์ 2025-9-1 20:02
God
จากจำนวนเทิร์น 308 คุณได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้จะหนีออกมาได้  โพสต์ 2025-9-1 20:01
โพสต์ 8370 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2025-9-1 19:41
โพสต์ 8,370 ไบต์และได้รับ +2 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์ 2025-9-1 19:41
โพสต์ 8,370 ไบต์และได้รับ +2 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-9-1 19:41

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +2 ย่อ เหตุผล
God + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ทักษะมีดสั้น
การร่ายคาถา
ชุดเครื่องเพชร
กล้องถ่ายรูป
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
แว่นกันแดด
ปากกาหมึกซึม
กล่องดนตรี
รองเท้าเซฟตี้
กิ๊บติดผม
ต่างหูเงิน
กางเกงเดินป่า
เข็มกลัดเฮคาที
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x2
x2
x5
x19
x8
x2
x2
x3
x12
x11
โพสต์ 2025-9-5 22:35:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ค่ายฮาล์ฟบลัด
วันที่: 5 กันยายน 2025 
บันทึกลึกลับ ของ บุตรีเฮคาที ฉบับที่ 63
ภาพลึกลับ

เนื้อหาโรลเพลย์: 


    ท้องฟ้าเหนือค่ายฮาล์ฟบลัดในวันนี้สว่างจ้า แสงอาทิตย์สาดส่องเจิดจ้า แต่กลับมีลมอ่อน ๆ พัดผ่านช่วยคลายความร้อน กลิ่นหญ้าสดและกลิ่นเกลือจากทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลลอยมาผสมกันอย่างน่าอภิรมย์ ภริดา อารยภักดีเทวราช หรือ ริดา ก้าวออกจากบ้านหมายเลข 20 ของเฮคาทีด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่งและมั่นคง


    ​วันนี้เป็นวันที่เธอตัดสินใจเริ่มต้นภารกิจสำคัญ—การสำรวจแนวรอบนอกของป่าต้องห้าม แม้จะเป็นเพียงขอบเขตของป่า แต่ดินแดนแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีพลังเวทมนตร์และสิ่งมีชีวิตลึกลับสถิตอยู่มากมาย แม้แสงแดดจะส่องสว่างทั่วผืนดิน แต่ริดากลับรับรู้ได้ถึงบรรยากาศกดดันที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเมื่อเธอเข้าใกล้เขตต้องห้าม


    ​เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมค่ายที่กำลังฝึกซ้อมค่อย ๆ เลือนหายไปในเบื้องหลัง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของริดาที่กระทบพื้นดินเบา ๆ กับเสียงใบไม้ไหวพลิ้วเหนือศีรษะ


​ก้าวแรกสู่ป่าต้องห้าม


     ​"ครั้งนี้เราจะไม่เข้าไปลึก…แค่สำรวจแนวรอบนอกให้แน่ใจว่าค่ายปลอดภัย" เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ


     ​เมื่อมาถึง ต้นสนธาเลีย ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตสำคัญของค่าย ริดาหยุดยืนเงยหน้ามองยอดไม้สูงใหญ่ที่ปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์สีทอง เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสมาธิ ก่อนจะก้าวผ่าน รั้วพลังเวทมนตร์ ที่กั้นค่ายออกจากป่าต้องห้าม


     ​ทันทีที่เท้าแตะผืนดินอีกฝั่งหนึ่ง บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ความเย็นชื้นแผ่วเบาห่อหุ้มร่างกายราวกับกำลังก้าวเข้าสู่โลกอีกใบ แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ร่มเงาของต้นไม้หนาทึบทำให้แสงสว่างอ่อนลงอย่างผิดธรรมชาติ เธอเหลือบตาไปมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง

​“เพียงแค่ขอบเขต…แต่ความกดดันกลับมากมายขนาดนี้” เธอคิดในใจ


    ​ริดาค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า พยายามหลีกเลี่ยงการสร้างเสียงดังที่จะดึงดูดสิ่งมีชีวิตในป่า เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบจนเกิดเสียง กรอบแกรบ เป็นระยะ เสียงนั้นก้องสะท้อนในความเงียบจนหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทุกขณะ


     ​ระหว่างการสำรวจ เธอหยิบแผนที่เล็ก ๆ ออกมาเพื่อจดบันทึกตำแหน่งต้นไม้ใหญ่ ลำธาร และพืชสมุนไพรบางชนิดที่พบเจอ เธอวาดสัญลักษณ์เวทมนตร์เล็ก ๆ บนลำต้นของต้นไม้เพื่อเป็น จุดกลับทาง ป้องกันไม่ให้หลงทางในเขตป่า


​.   ทันใดนั้น เสียงแปลกประหลาดคล้ายลมหายใจของสัตว์ขนาดใหญ่ดังมาจากพุ่มไม้ทางซ้ายมือ ริดารีบทรงตัวต่ำลงทันที มือขวาจับด้าม มีดสั้นสัมฤทธิ์ แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว สายตาจับจ้องไปยังความมืดที่ซ่อนเร้น


​“ใคร…หรืออะไรอยู่ตรงนั้น?” เธอพึมพำแผ่วเบา


     ​เงามืดเคลื่อนไหววูบหนึ่ง ก่อนที่สัตว์รูปร่างคล้ายหมาป่าขนาดใหญ่แต่ดวงตาสีแดงฉานจะโผล่ออกมา เสียงคำรามต่ำดังสะท้านไปทั่วป่า มันจ้องเธอด้วยแววตาหิวโหย ริดาไม่ลังเล เธอถอยหลังอย่างช้า ๆ พร้อมกับยกมีดขึ้นในท่าพร้อมสู้


​สัญญาณเตือนจากค่าย


     ​แต่ก่อนที่สัตว์ร้ายจะพุ่งเข้ามา เสียงแตรสัญญาณจากค่ายก็ดังขึ้นจากระยะไกล ทำให้มันชะงัก หันไปทางเสียงนั้น ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในพงไม้หนาอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยกรงเล็บขนาดใหญ่บนพื้นดิน


​.   ริดายังคงยืนนิ่ง หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เธอค่อย ๆ เก็บมีดแล้วหันกลับไปมองเส้นทางที่เพิ่งเดินมา ก่อนจะตัดสินใจรีบกลับโดยไม่รอช้า ขณะเดินเธอก็หันมองรอบตัวตลอดเวลา เพราะรู้ดีว่าในป่าแห่งนี้…ไม่เคยมีเงาเพียงเงาเดียว


     ​เมื่อก้าวข้ามรั้วเวทมนตร์กลับเข้าสู่ค่าย ความรู้สึกกดดันก็หายไปในทันที แสงแดดที่สาดส่องบนพื้นดินให้ความอบอุ่น ริดาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เธอก้มมองแผนที่ในมือที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนและร่องรอยที่สัตว์ร้ายทิ้งไว้


     ​“นี่แค่แนวรอบนอก…เราต้องเตรียมการให้มากกว่านี้ ก่อนที่จะกลับเข้าไปสำรวจอีกครั้ง” เธอเอ่ยเสียงหนักแน่น


      ​จากนั้นเธอเดินตรงกลับไปยังบ้านใหญ่เพื่อรายงานผลสำรวจและเตรียมตัวสำหรับภารกิจครั้งถัดไป ซึ่งครั้งหน้า…อาจไม่ใช่เพียงการสำรวจ แต่เป็นการเผชิญหน้ากับความลึกลับที่ซ่อนอยู่ใน ป่าต้องห้าม อย่างแท้จริง.


ทำการสำรวจป่าต้องห้าม


    


     ​

  

​.    

     ​


   


 

    ​

  

    


"ในความมืดมิดยังมีแสงนำทางผู้กล้าแห่งเฮคาที"
สถานที่: ป่าต้องห้าม |  หัวข้อ: จากค่ายสู่ป่า: การเผชิญหน้ากับความลึกลับและอันตราย

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 16481 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2025-9-5 22:35
โพสต์ 16,481 ไบต์และได้รับ +2 EXP +7 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์ 2025-9-5 22:35
โพสต์ 16,481 ไบต์และได้รับ +5 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-9-5 22:35
โพสต์ 16,481 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก ปากกาหมึกซึม  โพสต์ 2025-9-5 22:35
โพสต์ 16,481 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก กล่องดนตรี  โพสต์ 2025-9-5 22:35
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ทักษะมีดสั้น
การร่ายคาถา
ชุดเครื่องเพชร
กล้องถ่ายรูป
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
แว่นกันแดด
ปากกาหมึกซึม
กล่องดนตรี
รองเท้าเซฟตี้
กิ๊บติดผม
ต่างหูเงิน
กางเกงเดินป่า
เข็มกลัดเฮคาที
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x2
x2
x5
x19
x8
x2
x2
x3
x12
x11
โพสต์ 2025-9-7 00:55:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Parida เมื่อ 2025-9-7 01:46

ค่ายฮาล์ฟบลัด
วันที่: 5 กันยายน 2025 
บันทึกลึกลับ ของ บุตรีเฮคาที ฉบับที่ 64
ภาพลึกลับ

เนื้อหาโรลเพลย์: 


    ป่าต้องห้ามเงียบสงัดภายใต้แสงจันทร์สลัว ลมพัดเย็นยะเยือกจนยอดไม้สั่นไหวราวกับกำลังเตือนให้ผู้บุกรุกถอยกลับไป แต่ ภริดา อารยภักดีเทวราช หรือ ริดา ไม่มีสิทธิ์ที่จะหันหลังกลับ เธอกำด้ามมีดสั้นสัมฤทธิ์แน่นขณะก้าวลึกเข้าไปในป่าลึกลับแห่งนี้ เสียงฝีเท้าของเธอแผ่วเบาราวกับลมหายใจของรัตติกาล


    ทันใดนั้น เสียงปีกกระพือดังสะท้อนมาจากเบื้องบน ฮาร์ปี้ ตัวมหึมาโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว! ดวงตาแดงก่ำจ้องเธอด้วยความกระหายเลือด ริดาเบี่ยงตัวหลบฉับพลัน ก่อนแทงมีดสั้นเข้าใส่ช่องท้องของมัน เสียงกรีดร้องดังลั่นป่าก่อนร่างอสุรกายร่วงลงกระแทกพื้น



รูปภาพการต่อสู้กับอสุรกายฮาร์ปี้


ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายฮาร์ปี้


      ไม่ทันให้ได้หายใจ อสุรกาย อังกูร สองตัวปรากฏจากเงามืด เสียงครางต่ำสะท้านใจดังออกมาจากลำคอเน่าเปื่อยของพวกมัน ริดากัดฟันแน่น ก้าวถอยหลังสองก้าว ตั้งท่ารับอย่างระมัดระวัง เธอโจมตีอย่างแม่นยำและเฉียบคม แทงทะลุหัวใจของพวกมันจนร่างสลายหายไปในควันดำ



รูปภาพการต่อสู้กับอสุรกายอังกูรตัวแรก


ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายอังกูรตัวแรก



รูปภาพการต่อสู้กับอสุรกายอังกูรตัวที่สอง


ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ อสุรกายอังกูรตัวที่สอง


ก่อนที่ริดาจะตั้งตัวได้ เสียงหอนก้องจากความมืดดังขึ้นพร้อมกับ หมาป่าแห่งแอรีส สองตัวพุ่งเข้ามาพร้อมกัน! เธอหมุนตัวหลบอย่างว่องไว ใช้มีดสั้นแทงสวนใส่ขาหน้าของตัวแรก ก่อนจะใช้ต้นไม้เป็นกำลังและจัดการตัวที่สองอย่างเฉียบขาด



รูปภาพการต่อสู้กับหมาป่าแห่งแอรีสตัวแรก


ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ หมาป่าแห่งแอรีสตัวแรก



รูปภาพการต่อสู้กับหมาป่าแห่งแอรีสตัวที่สอง


ลิงก์ การต่อสู้ ระหว่างริดา กับ อสุรกายหมาป่าแห่งแอรีส ตัวที่ 2


แต่ความน่าสะพรึงยังไม่จบเพียงเท่านั้น ฝูงหมาป่าแอรีสอีกสี่ตัวกรูเข้ามาพร้อมกัน เสียงก้าวเท้าของมันสั่นสะเทือนพื้นดิน! ริดาหมุนตัวอย่างต่อเนื่อง ใช้ทุกทักษะที่มีในการป้องกันและโจมตี เธอแทงและฟันอย่างไม่หยุดยั้งจนเลือดสาดกระเซ็น และสุดท้ายร่างของหมาป่าเหล่านั้นก็สลายหายไป


รูปภาพการต่อสู้กับฝูงหมาป่าแอรีสจำนวน 4 ตัว


ลิงก์การต่อสู้ระหว่างริดา กับ ฝูงหมาป่าแห่งแอรีส จำนวน 4 ตัว


ป่ากลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบเหนื่อยของริดาที่สะท้อนอยู่ในความมืด เธอปาดเหงื่อบนหน้าผาก สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนก้าวออกจากป่าต้องห้ามพร้อมชัยชนะ

ในมือ



รางวัลที่ได้รับ: +2 ตื่นรู้จากการต่อสู้ กับ อสุรกายอังกูรครั้งแรก


+2 ตื่นรู้ จากการต่อสู้ กับ อสุรกายหมาป่าแห่งแอรีส ครั้งแรก


รางวัลสุ่ม: ขนฮาร์ปี้, ไขกระดูก, เขี้ยวอังกูร, หนังหมาป่าแอรีส







"ในความมืดมิดยังมีแสงนำทางผู้กล้าแห่งเฮคาที"
สถานที่: ป่าต้องห้าม ทิศเหนือของค่าย|  หัวข้อ: "พงไพรต้องห้าม"

แสดงความคิดเห็น

God
ได้รับบาดเจ็บสาหัส (เลือดแดง)   โพสต์ 2025-9-7 01:03
God
อสุรกายฝูงหมาป่าแห่งแอรีส จำนวน 4 ตัว ไม่เกี่ยว หมาป่าแห่งแอรีสไม่ว่าจะตัวเดียวหรือฝูงก็คือ หมาป่าแห่งแอรีส ครั้งแรกพิชิต +2 ตื่นรู้เท่านั้น  โพสต์ 2025-9-7 01:00
โพสต์ 15821 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2025-9-7 00:55
โพสต์ 15,821 ไบต์และได้รับ +2 EXP +7 ความศรัทธา จาก ผลิตภัณฑ์กันแดด  โพสต์ 2025-9-7 00:55
โพสต์ 15,821 ไบต์และได้รับ +5 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-9-7 00:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +4 ย่อ เหตุผล
God + 4

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ทักษะมีดสั้น
การร่ายคาถา
ชุดเครื่องเพชร
กล้องถ่ายรูป
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
แว่นกันแดด
ปากกาหมึกซึม
กล่องดนตรี
รองเท้าเซฟตี้
กิ๊บติดผม
ต่างหูเงิน
กางเกงเดินป่า
เข็มกลัดเฮคาที
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x2
x2
x5
x19
x8
x2
x2
x3
x12
x11
โพสต์ 2025-11-10 23:48:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2025-11-10 23:50

วันที่ 07 เดือน พฤศจิกายน ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 13.00 น. ณ ป่าต้องห้าม

◀️┃▶️


เสียงลมจากยอดไม้ในป่าต้องห้ามแผ่วต่ำดั่งเสียงกระซิบของปีศาจโบราณ กลิ่นดินเปียกชื้นและซากใบไม้ผุคลุ้งอยู่ในอากาศเหมือนม่านบางที่คลุมทับสติสัมปชัญญะให้ขุ่นมัว คีอาร์ก้าวเข้ามาในความมืดด้วยท่วงท่าระมัดระวัง มีเกราะหนังแนบตัว หอกกรีกพาดบ่า และมีดสิ้นสัมฤทธิ์เสียบอยู่ข้างเอว ดวงตาเทาอมเขียวหลังแว่นสะท้อนแสงเพลิงนิด ๆ จากตะเกียงพก เธอมาที่นี่เพียงเพื่อสิ่งเดียว ชิ้นส่วนของฮาร์ปี้เพื่อส่งให้ไครอน ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในหลักตรรกะของเธอ แค่กำจัดเป้าหมาย สิ้นสุด งานจบ ป่ากลับเงียบผิดปกติ นกไม่ร้อง ลมไม่พัด ใบไม้ไม่ไหว เธอเดินต่อช้า ๆ ความเย็นจากลมหายใจตีกลับเข้าหน้า เหมือนมีบางอย่างแอบมองอยู่ในความมืดระหว่างต้นไม้ พอขยับอีกสองก้าว เธอเห็นบางสิ่งตกลงมาตรงปลายรองเท้า ขนนกดำยาว เงาวาว มีกลิ่นคาวเหล็กจาง ๆ


คีอาร์เธอย่อตัวลงแตะมันด้วยปลายนิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างช้า แล้วโลกก็พลิกกลับไปในเสี้ยววินาที


(หน้าคีอาร์ตอนนี้)


เหนือศีรษะ ฝูงเงาดำทะมึนโผจากยอดไม้ ร่างพวกมันครึ่งหญิงครึ่งนก ปีกกว้างสีดำประกายเงิน ฟันคมเหมือนมีดโกน เสียงกรีดร้องทะลวงโสตประสาทจนหัวใจแทบหยุด คีอาร์ยืนนิ่งอยู่หนึ่งวินาทีเต็ม สมองคำนวณไวราวจักรกล หนึ่ง…สอง…สิบ…ยี่สิบตัว? แล้วการประมวลผลหยุดทำงานในเสี้ยวต่อมาเมื่อความจริงตบหน้าเต็มแรง “ชิบ...หาย...แล้ว” ริมฝีปากเธอขยับพึมพำแทบไร้เสียง “ไอ้...สัส…” ก่อนร่างกายจะตอบสนองได้เร็วกว่าสมองที่ยังพยายามคำนวณเส้นทางหนี เธอกระชากขาออกวิ่งแทบจะทันทีที่เสียงกรีดร้องลูกถัดมาปะทะหลังหู เศษใบไม้ปลิวตามแรงเท้าที่ถีบพื้นกรวดป่าจนฝุ่นฟุ้ง

เสียงปีกกระพือดัง “ฟึ่บ! ฟึ่บ!” เหนือหัวรัวถี่ คีอาร์ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอเพียงรู้ว่าหากเหลียวหลัง จะได้เห็นความตายกำลังแสยะยิ้ม เธอก้มตัวต่ำแทบขนานพื้น ลมหายใจขาดห้วง หอกกรีกสะบัดกระแทกกิ่งไม้ระหว่างทาง เสียงแหกป่าราบดังลั่นไม่ต่างอะไรจากฝูงนกตื่นตระหนก นี่มันบ้าไปแล้ว! ฮาร์ปี้บ้าเลือดเต็มยี่สิบตัวเนี่ยนะ! คีอาร์ร้องในใจ พลางสาปใครก็ตามที่บอกว่า มันไม่ยากเท่าไร ด้วยเสียงหัวเราะประชด


เมื่อข้ามแนวต้นซีดาร์สุดท้ายได้ เธอก็แทบทรุดลงตรงหน้าทางเข้าออกของป่าต้องห้าม ร่างเอนพิงต้นไม้ หอบแรงจนทรวงอกขยับขึ้นลงถี่ ดวงตาเบิกกว้างแต่ไม่มีแววหวาดผวา เหงื่อผสมกับไอเย็นของร่างกายจนเกิดฝ้าเกาะขอบแว่นกลม เธอเงยหน้ามองฟ้าสีเทาอมฟ้า สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กลืนคำสบถสุดท้ายลงคอเหมือนกลืนลูกอมแตงโม “เกือบได้เป็นซอยจุ๊เดมิก็อดให้ฝูงนกบ้าแล้ว…”


จากนั้นเธอก็หัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงเย็นเฉียบราวใบมีดน้ำแข็ง เสียงหัวเราะของเด็กสาวที่ไม่รู้จักความกลัว…แต่รู้จักดีว่าความ เกือบตาย มันรสชาติแบบไหน ก่อนจะผลักตัวเองจากต้นไม้ ปัดฝุ่นบนไหล่ แล้วเดินกลับไปยังทางของค่ายอย่างเฉยชา เหมือนสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นแค่ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ในสมการชีวิตเท่านั้น



แสดงความคิดเห็น

God
เขียนโรลเพลย์ในฐานะลิเลียน่าและรูบี้ พร้อมรุ่นพี่ เอมีเลีย แอร์ฮาร์ต /โซเฟีย คลาร์ก / รีเบคก้า แม็กเคลน ไปช่วยจัดการฝูงฮาร์ปี้ (หลังเขียนโรลเพลย์จบทั้งสองและรุ่นพี่จะเข้าเคลียร์ดันเจี้ยน)  โพสต์ 2025-11-11 09:37
โพสต์ 16480 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-11-10 23:49
โพสต์ 16,480 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก หอกกรีก  โพสต์ 2025-11-10 23:49
โพสต์ 16,480 ไบต์และได้รับ +5 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-11-10 23:49
โพสต์ 16,480 ไบต์และได้รับ +5 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-11-10 23:49
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-11-11 14:46:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 07 เดือน พฤศจิกายน ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 14.00 น. ณ ป่าต้องห้าม

◀️┃▶️


สายลมในป่าต้องห้ามพัดกระหน่ำแรงจนยอดไม้ไหวครืนเหมือนกำลังสั่นสะท้านด้วยแรงโกรธของบางสิ่งเหนือธรรมชาติ กลิ่นดินและเลือดจาง ๆ ยังคงติดปลายลมหายใจของคีอาร์ ขณะที่เธอรีบสาวเท้ากลับออกจากแนวต้นไม้ เธอเพิ่งเอาชีวิตรอดจากฝูงฮาร์ปี้ยี่สิบตัวที่โผล่จากเงาเมฆราวกับฝันร้ายมีชีวิต ตอนนี้หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมสงบ แม้สีหน้าเธอจะเรียบเฉยตามปกติ แต่ปลายนิ้วที่จับขอบแว่นยังสั่นจาง ๆ


เมื่อเธอเกือบถึงเขตสุดป่า เสียงฝีเท้าหนักและแสงวาบจากโลหะสะท้อนแดดก็ปรากฏตรงหน้า ห้าร่างของหญิงสาวผู้แข็งแกร่งต่างยืนเรียงกันดั่งแนวปีกแห่งชัยชนะในตำนาน รูบี้ยืนอยู่หน้าสุด ใบหน้าสงบนิ่งแฝงรังสีอันตราย ผมดำขลับพลิ้วไปตามแรงลม มือข้างหนึ่งถือกระบี่เทียนหวงที่คมวาวสะท้อนประกายอาทิตย์ ส่วนลิเลียน่ายิ้มบางอย่างเป็นมิตร ทั้งใบหน้าเปื้อนความกระตือรือร้นจนแทบกลืนความตึงเครียดในอากาศ


เอมีเลีย แอร์ฮาร์ต ผู้มีดวงตาแน่วแน่ราวฟ้าแลบในพายุ พาดหอกอัสนีไว้บนบ่าอย่างพร้อมรบ ข้างเธอคือโซเฟีย คลาร์ก สาวผมบรูเน็ตที่ยกคิ้วพลางยิ้มมุมปาก “ให้เดา…เธอคือคนที่โชคดีเจอข่าวดีใช่ไหม?” เสียงของเธอนุ่มแต่มีแววประชดที่ฟังแล้วอบอุ่นแปลก ๆ และสุดท้าย รีเบคก้า แม็กเคลน เดินมาช้า ๆ พลางม้วนผมเล่น ดวงตาสีอ่อนคมกริบราวแมวที่เพิ่งล่าเหยื่อ “ฝูงฮาร์ปี้...ยี่สิบตัวงั้นเหรอที่รัก? ช่างเป็นบ่ายที่น่าตื่นเต้นเสียจริง”


คีอาร์ยืนนิ่ง ใบหน้าว่างเปล่าเหมือนทุกครั้ง แต่ในใจคิดเพียงว่า เอาเถอะ ดี ฉันจะไม่ต้องตายอีกครั้งก็แล้วกัน เธอสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนตอบเสียงราบเรียบ “ค่ะ คีอาร์ค่ะ มันอยู่ข้างใน...ทั้งหมด พวกมันบินเร็วมากเสียงก็หนวกหูด้วยค่ะ” น้ำเสียงเธอนุ่มจนเกือบเหมือนคำบอกเล่าทางวิทยาศาสตร์มากกว่าความหวาดกลัว


รูบี้พยักหน้า “ดี เธอทำถูกแล้วที่ถอยออกมา” เธอหมุนกระบี่ในมือหนึ่งรอบจนได้ยินเสียงเฉือนอากาศหวือ ก่อนเหยียบพื้นพุ่งเข้าป่าไปพร้อมแรงลมกรรโชกตามหลังแน่นอนว่าทุำกคนก็ด้วยเช่นเดียวกัน “ไปล่ะนะเด็กดี” เอมีเลียพูดพร้อมยักคิ้ว แล้วคว้าหอกอัสนีขึ้น เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังก้องสะเทือนยอดไม้ แสงฟ้าสีเงินพุ่งตามร่างนักบินในตำนานที่ทะยานขึ้นฟ้าอย่างแม่นยำดั่งเหยี่ยวที่กำลังเข้าจู่โจม


“อย่าลืมปิดปากตอนเห็นเลือดนะคีอาร์” รีเบคก้าพูดพร้อมรอยยิ้มลึกลับ ก่อนจะชักสไนเปอร์สัมฤทธิ์ขึ้นตั้งกล้อง เสียงกระสุนวิถีเวทแหวกอากาศดัง ปัง! ขณะที่โซเฟียคว้าหอกไพรมอร์เดียสขึ้นด้วยท่วงท่าของนักรบผู้เชี่ยวชาญ เธอหันมาพูดกับลิเลียน่า “กลยุทธ์ที่สาม จำได้ไหม?”


“แน่นอนสิคะ” ลิเลียน่ายิ้ม ดวงตาสีเขียวอมน้ำตาวาววับ เธอหยิบโล่นกฮูกขึ้นบังหน้าและพุ่งตามเข้าป่าไปพร้อมเสียงคำรามของรูบี้ที่ตวัดกระบี่สังหารฮาร์ปี้ตัวแรกจนขาดครึ่งกลางอากาศ เสียงต่อสู้ดังลั่นราวพายุฤดูหนาว เสียงปีกกระพือ ปีกฉีก กระสุนระเบิด และเสียงคำรามของอัสนี ผสมกันเป็นบทเพลงแห่งสงครามที่ไม่มีใครกล้าขัดขวาง คีอาร์ยืนอยู่นอกแนวป่า มองทุกอย่างนิ่ง ๆ แต่ดวงตาในแว่นสะท้อนภาพฟ้าแลบและเงาร่างของเหล่าหญิงสาวทั้งห้าอย่างละเอียด ทุกการเคลื่อนไหวคมชัดในสายตา เธอกำลังจดจำเพื่อวิเคราะห์ในภายหลัง แน่นอน ไม่ใช่เพราะชื่นชม แต่เพื่อเข้าใจรูปแบบการเอาชีวิตรอดที่มีประสิทธิภาพที่สุด


เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง เสียงทุกอย่างเงียบลง เหลือเพียงกลิ่นคาวเหล็กและฝุ่นที่ร่วงจากยอดไม้ เธอเห็นพวกเขาเดินออกมาช้า ๆ ฝุ่นคลุ้งรอบขา รูบี้สะบัดเลือดออกจากกระบี่ในมือ ส่วนเอมีเลียยิ้มกว้างดึงเส้นผมที่เปียกเหงื่อออกจากใบหน้า “ฮาร์ปี้ครบยี่สิบ ไม่มีตกหล่น”


“ภารกิจเรียบร้อยสมบูรณ์” ลิเลียน่ารายงานเสียงใสอย่างภูมิใจ ก่อนจะหันมาทางคีอาร์ “เธอโอเคไหม?”


คีอาร์ยืนนิ่งหนึ่งวินาที ก่อนปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนขึ้นทันตา ริมฝีปากโค้งเป็นรอยยิ้มบาง เธอยกมือขึ้นเล็กน้อยพอให้ดูเหมือนกำลังแสดงความซาบซึ้ง “ขอบคุณค่ะ...ทุกคนช่วยไว้ได้ทันจริง ๆ ไม่อย่างนั้นถ้าพวกมันตามมา...” เธอเว้นจังหวะ พ่นลมหายใจช้า ๆ แล้วหัวเราะแผ่วเบา “อาจเหลือแต่แว่นกลม ๆ ของหนูในป่าก็ได้นะคะ”


เอมีเลียหัวเราะเสียงดัง “ชอบเด็กคนนี้ว่ะ มีอารมณ์ขันดี”

โซเฟียยิ้มบาง “ใช่ แถมพูดจาดีด้วย เหมาะจะเป็นคนมีมารยาทในสถานการณ์รอดตาย”

รีเบคก้ากระพริบตาช้า ๆ มองคีอาร์เหมือนกำลังอ่านใจ ก่อนพูดเสียงนุ่มแต่มีแววเย้า “แว่นกลม ๆ นั่นอาจกลายเป็นของโชคดีสำหรับเราแทนก็ได้นะ”


คีอาร์ยิ้มตอบบาง ๆ แววตาเทาอมเขียวสะท้อนเปลวไฟเย็นวาบ เธอยังคงเหมือนเด็กสาวใสซื่อ แต่ในใจ กลับจดบันทึกทุกคำพูดไว้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่มีต่อความกล้า และความตายมากกว่า เมื่อทุกคนหันกลับทางค่าย เสียงเท้ากระทบพื้นกรวดเบา ๆ ดังพร้อมกันในจังหวะมั่นคง ขณะคีอาร์เดินตามหลังสุด ลมหายใจเย็นเฉียบของเธอหลอมรวมเข้ากับไออุ่นจากกลุ่มคนที่นำหน้า และในวินาทีนั้นเธอรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เรียกว่าความมีชีวิต ถึงจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอไม่ยอมรับก็ตาม


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์

พูดคุยกับ TGC ความสนิทสนม +7

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ TGC +5

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)


[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)


[NPC-04] โซเฟีย คลาร์ก

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)


[NPC-07] รีเบคก้า แม็กเคลน

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-07] รีเบคก้า แม็กเคลน เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2025-11-11 16:45
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-04] โซเฟีย คลาร์ก เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2025-11-11 16:45
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2025-11-11 16:44
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์ เพิ่มขึ้น 17 โพสต์ 2025-11-11 16:44
God
รอคูลดาวน์ดันเจี้ยนก็เปิดได้เลย  โพสต์ 2025-11-11 16:43
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-11-12 22:18:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2025-11-12 22:28

วันที่ 11 เดือน พฤศจิกายน ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 13.00 น. ณ ป่าต้องห้าม

◀️┃▶️


บ่ายวันนี้แสงอาทิตย์ร่วงหล่นผ่านพุ่มไม้สูงลงมาเป็นริ้วทองสลัว ป่าต้องห้ามคล้ายเงียบงันในนาทีแรกที่คีอาร์ก้าวเท้าเข้าไป แสงบ่ายทะลุช่องไม้ลงมาสลับกับเงา ใบไม้กระทบกันเป็นจังหวะช้า ๆ เหมือนนาฬิกาเตือนความเงียบในป่าต้องห้าม คีอาร์ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง เหมือนผู้มาเยือนที่รู้กฎของสถานที่ แต่ไม่นาน เสียงขยับปีก เสียงลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ในร่มเงาก็เริ่มดังขึ้นบางเบา ราวกับผืนดินทั้งผืนกำลังเต้นตามจังหวะของเหล่าอสูรที่หลับไม่สนิท


อากาศชื้นกลิ่นเหล็กจาง ๆ จากเลือดสัตว์ป่าลอยปะทะจมูก เธอหรี่ตาเล็กน้อย ปรับสายตาให้เข้ากับความมืดของผืนไม้ ดวงตาเทาอมเขียวเย็นเฉียบมองซ้ายขวาอย่างคนที่คุ้นชินกับการคำนวณระยะทาง “ตอนนี้พวกมันอิ่ม…กำลังขี้เกียจ” เธอพึมพำเบา ๆ พลางขยับเชือกบนไหล่ให้แน่นขึ้น ตว์ราตรีกลางวันจะอิ่มและง่วง การโจมตีในยามนี้มักได้ผลง่ายกว่า เธอเลี่ยงกิ่งก้านที่มีเสียงคร่ำครวญของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เดินตามกลิ่นและรอยเท้าอย่างนิ่ง


เสียงกรนคล้ายท้องฟ้ากระเพื่อมแผ่วเบาจากที่ลึกในป่า ก่อนจะมีเสียงแหวกไม้แกรก ๆ ดังขึ้นใกล้ ๆ คีอาร์หยุด หัวใจเต้นอย่างเป็นจังหวะเดียวกับการคำนวณในหัว หนึ่ง…สอง…สาม… แล้วเธอก็เห็นมัน เงาดำทะมึนมีปีกแผ่กว้าง ร่างอัปลักษณ์ของฮาร์ปี้กำลังตะโกนกรีดร้องอาละวาดใส่ต้นไม้ใหญ่ มันถลึงตา เหวี่ยงกรงเล็บใส่เปลือกไม้จนเกิดเสียงดังแหลมคม


เสียงร้องของมันแสบหูจนแม้แต่กวางในพุ่มไม้ใกล้ ๆ ยังแตกตื่นหนีไป คีอาร์กลับนิ่ง เธอยกมือแตะขมับ สูดลมหายใจลึก แล้วก้าวเท้าเข้าไปเงียบที่สุดเท่าที่ทำได้


เมื่อระยะเพียงพอ เธอโยนหินเล็ก ๆ ก้อนหนึ่งไปอีกทาง เสียงกระทบกิ่งไม้เรียกสายตาอสูรให้หันตามทันที และในชั่วอึดใจนั้น เธอก็พุ่งตัวออกจากเงามืดราวกับลมเหนือพัดเข้าปะทะ ใช้เชือกตวัดรัดขาฮาร์ปี้ด้วยความเร็วอันแม่นยำ ปีกมันสะบัดแรงจนใบไม้ปลิวกระจายเต็มอากาศ เสียงปีกกระทบแรงจนคล้ายฟ้าผ่าในระยะใกล้


“ดิ้นเข้าไปสิ” เธอพูดเรียบเสียงเย็น ขณะใช้แรงทั้งหมดถ่วงเชือกให้ตึง ร่างเล็กของเธอสู้แรงกับอสูรตัวโตจนฝุ่นบนพื้นฟุ้งกระจาย เสียงคำรามของมันก้องกังวานอย่างสิ้นหวัง


เมื่อเห็นว่ามันอ่อนแรงลงจากการดิ้นเงอะงะ คีอาร์ใช้โอกาสนั้นพุ่งเข้าไปใกล้ รัดปีกมันด้วยเชือกอีกเส้น แล้วสวมถุงปุ๋ยคลุมหัวทันที เสียงกรีดร้องดังอู้อี้อยู่ในถุงผ้า ก่อนที่เธอจะหมุนตัวขึ้นขยับเข้าข้างหลัง ใช้ส้นเท้ากระแทกท้ายทอยอย่างเฉียบขาด ร่างของฮาร์ปี้ทรุดลง เสียงกระแทกดัง “ตุบ” กลบเสียงลมหายใจหอบหนักของคีอาร์ เธอค้างท่าพร้อมส้นเท้ายกครู่หนึ่ง ก่อนลดเท้าลงแล้วหันหน้ากลับไปมอง


“มันเหมือนรุนแรง” เสียงของเธอนิ่งเรียบ ริมฝีปากเฉียดยิ้มบาง ๆ “แต่รับรอง มันไม่เจ็บหรอก ฉันทำตามหลักสรีระทุกประการ แค่อาจจะทรมาณหน่อย”


แววตาของเธอสะท้อนเพียงภาพวัตถุสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ชีวิต เธอก้มลงตรวจดูการหายใจของมัน ยังคงสม่ำเสมอ ก่อนจะยกขามันขึ้นมามัดคู่ไว้ด้วยเชือกเส้นเดิม แล้วเริ่มลากออกจากป่าด้วยแรงที่คำนวณพอดี เสียงหิมะบดกรอบแกรบใต้รองเท้าดังประสานกับเสียงกลไกของห่วงเชือกที่เสียดสีไปตามพื้นดิน เสียงลมเหนือพัดลอดเข้ามาในซอกไม้ คล้ายเสียงกระซิบของบอเรอัสเองที่ติดตามลูกสาวผู้เย็นชาอยู่ห่าง ๆ เหนือศีรษะของคีอาร์ ฝูงอีกาเก้าตัวโผบินหนีขึ้นจากยอดไม้พร้อมเสียงร้องระงม เธอไม่ได้เงยหน้ามองแม้แต่น้อย เพียงลากร่างของฮาร์ปี้ที่หมดสติผ่านเงาไม้ไปอย่างเงียบงัน จนเหลือเพียงรอยเชือกที่ขีดผ่านพื้นดินไว้เป็นเส้นตรงยาว เหมือนเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างมนุษย์กับอสูร ที่ในหัวของคีอาร์…มันไม่มีความต่างเลย


เงาร่มไม้ยังทอดยาวเป็นแนวเมื่อคีอาร์ลากร่างฮาร์ปี้ที่ไร้แรงจนเงียบสนิทออกมาจากป่าลึกลับ หน้าอกของเธอยังขึ้นลงเร็วจากการใช้แรงอยู่บ้าง แต่สายตายังคงนิ่งเหมือนกระจกวางอยู่บนโต๊ะ ปลายเชือกขีดเป็นเส้นตรงบนพื้นดิน เหมือนบอกว่าเหตุการณ์เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่วินาทีที่ผ่านมาเอง 


ทันใดนั้นเงาเท้ายาวของใครบางคนปรากฏขึ้นริมป่าทางด้านหน้า รีเบคก้าเดินเข้ามาพร้อมแสงแดดที่ตกกระทบผมสีน้ำตาลของเธอและสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเห็นสภาพคีอาร์ รีเบคก้าถอนหายใจเฮือกและเสียงถามของเธอดังขึ้นด้วยความตกใจ “เธอทำอะไรมาเนี่ย คีอาร์  นี่มัน...เอามาทั้งตัวเลยหรือ?”


คีอาร์ก้มหน้าเล็กน้อยตอบรับว่าใช่ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพที่ถูกฝึกมาให้เหมาะกับภาพลักษณ์สาวใสซื่อ “ทำภารกิจค่ะ เควสมันเขียนว่าให้นำฮาร์ปี้กลับมาให้คุณไครอนตรวจ” เธอเอ่ยคำว่า ‘คุณ’ อย่างเคร่งครัด ไม่มีอารมณ์สั่นสะท้านแม้แต่น้อย ดวงตาเทาอมเขียวมองตรงไปยังรีเบคก้าอย่างคำนวณผลลัพธ์ของบทสนทนา


รีเบคก้าลากมือมาที่ขมับของตนเองแล้วหัวเราะสั้น ๆ แบบที่ยังไม่คลายความประหลาดใจ “โอ้ย ไครอนไม่ยอมอัพเดทเควสอีกแล้วหรอกนะคีอาร์ เควสมันหมายถึงให้จัดการฮาร์ปี้แล้วเอาของที่มันดรอปมานะ ไม่ต้องลากทั้งตัวกลับมาแบบนี้” น้ำเสียงของรีเบคก้ามีทั้งหัวหน้าและห่วงใย พลันสายตาเธอสแกนดูรอบ ๆ ซากฮาร์ปี้ที่ยังคงถูกมัดแน่นอยู่ “เธอทำให้มันสลบก่อนด้วยหรือเนี่ย?”


คำพูดนั้นทำให้คีอาร์นิ่งไปชั่วครู่ เธอยกมือจับหอกกรีกที่เหน็บข้างลำตัว สายลมพัดผ่านกลิ่นป่าที่ยังคละคลุ้ง เธอสูดลมหายใจลึก ใช้ปลายหอกจิ้มลงไปเบา ๆ ที่รอยร้าวของสิ่งมีชีวิต แสงหอกกระทบซากผิวที่เคยเคลื่อนไหว และในพริบตา ฮาร์ปี้ที่ยังมีลมหายใจสลายตัวเป็นละอองสีทองละเอียดดุจผงแสง ราวกับว่าร่างกายที่โศกเศร้าถูกปลดปล่อยให้กลับคืนสู่ธาตุ ฟุ้งเป็นประกายและเลือนหายไปกับอากาศ รีเบคก้าอ้าปากค้าง รอยมือยังกำปืนสไนเปอร์ไว้แน่น แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความตกใจผสมห่วงใยเธอไม่ทันได้ช่วย เพราะคีอาร์ทำให้มันสลบก่อนแล้ว และการสลายตัวนั้นทำให้เธอเกือบวางมือไม่ลง


คีอาร์สะบัดมือเล็กน้อยเป็นท่าปัดความอึดอัด เธอไม่หลบสายตาแต่ก็ไม่แสดงความรู้สึกให้มากนัก “ฉันทำตามที่ควรทำแล้วค่ะ มันจะทรมานถ้ายังมีชีวิตอยู่ต่อไป ฉันคำนวณร่างกายและทำตามหลักสรีระทุกประการ พอดีว่าฉันเห็นว่าแม่โดนอสุรกายฆ่าต่อหน้าต่อตาเลยคิดว่าน่าจะทรมารน่ะค่ะ ก่อนที่รุ่นพี่แอนนาเบธจะมาช่วยพามาที่นี่” คีอาร์พูดอย่างสุภาพ แต่คำว่าทรมานร่วงลงเบา ๆ เสมือนคำอธิบายที่แข็งเย็น เธอไม่แสดงความเศร้า เพียงลงน้ำเสียงนิ่ง ๆ ที่สะท้อนถึงการยอมรับความจริง


รีเบคก้าทำหน้าอึ้งไปชั่วขณะ ใบหน้าที่มักแสดงเสน่ห์กับแวดล้อมกลับซีดเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า แม่โดนอสุรกายฆ่าต่อหน้าต่อตาจากปากคีอาร์ ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยออกมาเหมือนการจัดวางข้อเท็จจริง ไม่ใช่คำร้องขอความเห็นใจ แต่เป็นเหตุผลที่คีอาร์ยึดเป็นหลักยึดต่อชีวิต เธอไม่ต้องการปลอบโยนใด ๆ เพียงอธิบายถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและทำให้เธอเป็นเช่นปัจจุบัน


ริมฝีปากรีเบคก้าสั่น เธอถอยก้าวหนึ่งแล้วยืดอกพยายามรวบรวมคำพูด “ฉัน… ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีนะคีอาร์ แต่...ขอบใจที่เธอรับผิดชอบงานแบบนี้ บางครั้งการทำให้มันจบลงก็อาจเป็นการปลดปล่อยทั้งสำหรับคนและสำหรับสิ่งมีชีวิตนั้น” น้ำเสียงของเธอจริงใจและแฝงห่วงใย รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะกลายเป็นแววตาที่อ่อนโยนกว่าเดิม “ถ้าเธอต้องการใครสักคนคุย หรือต้องการพวกพี่ช่วยฝึกการรับมือกับเรื่องแบบนี้ บอกเราได้เลยนะ เราไม่ปล่อยให้ใครต้องแบกรับมันคนเดียว”


คีอาร์พยักหน้าเล็ก ๆ อย่างสุภาพ แต่ในหัวของเธอคำนวณแล้วว่าสิ่งใดจะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ “ขอบคุณค่ะ รุ่นพี่รีเบคก้า ฉันจะไปให้คุณไครอนดูต่อแล้ว” จากนั้นคีอาร์เดินจากไป เหลือเพียงร่องรอยเชือกและละอองทองเล็กน้อยที่ค่อย ๆ จางหายไป ทิ้งความเงียบและคำถามไว้ให้รีเบคก้าคิดตามในริมป่า กลิ่นของป่าที่ยังคงคละคลุ้งไว้เป็นความทรงจำ แต่ข้างหลังยังคงมีเสียงของรีเบคก้าเบา ๆ เรียกชื่อและให้กำลังใจ เป็นเพียงเสียงสั้น ๆ ที่คีอาร์อาจไม่ได้ฟังทั้งหมด แต่จะถูกบันทึกไว้ในมุมหนึ่งของการคำนวณใจเพื่อเก็บเป็นข้อมูล ว่ามีใครสักคนพร้อมจะยื่นมือ หากวันใดเธออยากให้ใครนั้นเข้ามาช่วยจริง ๆ



+ 2 ตื่นรู้ จากการ กำจัด ฮาร์ปี้ ครั้งแรก


[NPC-07] รีเบคก้า แม็กเคลน

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-07] รีเบคก้า แม็กเคลน เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2025-11-12 22:44
โพสต์ 37459 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-11-12 22:19
โพสต์ 37,459 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก หอกกรีก  โพสต์ 2025-11-12 22:19
โพสต์ 37,459 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-11-12 22:19
โพสต์ 37,459 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-11-12 22:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +2 ย่อ เหตุผล
God + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-12-21 14:09:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด





วันที่ 19 ธันวาคม 2025
เวลา 17
:00 น.



บรรยากาศภายในป่าต้องห้ามยามห้าโมงเย็นภายใต้สภาวะวิกฤตที่รัตติกาลไม่ยอมหวนคืนนั้นดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุกกว่าช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว แสงแดดที่ควรจะลับขอบฟ้าไปนานแล้วกลับยังคงค้างเติ่งเป็นสีส้มจัดอาบม่วงหม่น ลอดผ่านยอดไม้ตะปุ่มตะป่ำที่แผ่กิ่งก้านราวกับกรงเล็บปีศาจลงมาเป็นลำแสงสลัว ๆ สร้างเงาทอดยาวประหลาดบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยรากไม้ขรุขระและมอสสีเขียวเข้มที่ดูราวกับมีชีวิต เอโลอิสเดินลัดเลาะผ่านพุ่มไม้หนามที่คอยเกี่ยวรั้งชายเสื้อพลางกระชับเสื้อแจ็กเก็ตเข้าหาตัวเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นที่เริ่มเกาะกินผิวหนัง เสียงฝีเท้าของเธอที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งกรอบดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัดที่วังเวงเสียจนน่าใจหาย แม้แต่เสียงนกที่มักจะส่งเสียงเจื้อยแจ้วในป่าแห่งนี้ก็กลับเงียบกริบไปพร้อมกับความผิดปกติของห้วงกาลเวลา

เธอเดินมาจนถึงลานกว้างที่เป็นจุดนัดพบ ซึ่งขนาบข้างด้วยต้นโอ๊คยักษ์อายุหลายร้อยปีที่ยืนต้นตระหง่านราวกับองครักษ์ผู้พิทักษ์ความลับของป่า เอโลอิสหยุดฝีเท้าลงแล้วถอนหายใจยาวจนเกิดเป็นไอขาวจาง ๆ ท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือก หัวใจของเธอเต้นตุบตับด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ความหงุดหงิดที่เพิ่งเจอมาสด ๆ ร้อน ๆ และความกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ

ในใจของเอโลอิสพยายามทบทวนและคาดเดาสาเหตุของการเรียกพบด่วนครั้งนี้ หากให้วิเคราะห์ตามตรรกะก็น่าจะเป็นเรื่องของรางวัลกิจกรรมที่รุ่นพี่แคลรีสเคยโพสต์ไว้ใน Social Nectar ซึ่งเอโลอิสเองก็เข้าเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าโดยปกติแล้วเอโลอิสจะพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาระยะห่างจากคนกระท่อมแอรีสให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะกับตัวแม่อย่างแคลรีส ลารู รุ่นพี่ผู้ทรงอิทธิพลและดุดันที่สุดคนหนึ่งในค่าย มาดนักรบหญิงผู้เคร่งขรึมและมีรังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาทุกฝีก้าวของเธอนั้น เป็นอะไรที่ไม่น่าอภิรมย์และไม่น่าเข้าหาเอาเสียเลยในความคิดของบุตรีแห่งเฮเฟตัสผู้รักความสงบและเสียงเคาะค้อนมากกว่าเสียงดาบฟาดฟัน

แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องชน...เอโลอิสเม้มริมฝีปากแน่นพลางนึกถึงภาพความพินาศย่อยยับของห้องนั่งเล่นในกระท่อมหมายเลข 9 ที่เพิ่งจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นเตาเผาขยะเพราะความซุกซนของคนบ้านแอรีส ความโกรธแค้นที่ยังคุกรุ่นทำให้เธอกำหมัดแน่นจนข้อขาว

“ฉันจะใช้จังหวะที่พี่เขาเรียกมาคุยนี่แหละ สวมวิญญาณผู้เสียหายฟ้องให้ยับ! เรื่องที่เจ้าเฟลิทซ์ตัวดีบังอาจมาลองไฟเพลิงกรีกกลางบ้านคนอื่นจนวายวอดไม่เหลือชิ้นดี ดูสิว่าต่อหน้าพยานหลักฐานขนาดนี้ รุ่นพี่แคลรีสจะรับผิดชอบรุ่นน้องตัวเองยังไง หรือจะเฉไฉว่าเป็นการซ้อมรบแบบเสมือนจริงกันแน่!”

เธอยืนพิงต้นไม้ใหญ่ที่เปลือกของมันเย็นเฉียบ กอดอกรอท่ามกลางลมเย็นที่พัดหวีดหวิวมาวูบหนึ่งจนใบไม้ไหวเอนราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณป่า สายตากลมห่วงใยกวาดมองไปในเงามืดลึกของพงไพรด้วยความระแวดระวังที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี แม้ในใจจะแอบสวดอ้อนวอนต่อทวยเทพขอให้เรื่องที่ต้องคุยกันในเย็นวันนี้จบลงแค่การมอบของรางวัลตามสัญญา แล้วแยกย้ายกันไปให้เร็วที่สุดก่อนที่บรรยากาศมันจะมาคุหรือมีเรื่องให้ต้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้

ทว่าความเงียบที่ยาวนานผิดปกติและการปราศจากร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นใด ยิ่งทำให้การรอคอยในป่าที่ถูกแสงพลบค่ำอาบไล้จนเป็นสีแดงฉานนี้เป็นไปด้วยความกังวลทุกวินาที เอโลอิสพยายามข่มความตื่นเต้นและรอคอยการปรากฏตัวของธิดาแห่งสงครามอย่างใจจดใจจ่อ…



มายืนรอแคลรีส ลา รู ตามนัด

@God 




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 11596 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-21 14:09
โพสต์ 11,596 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-21 14:09
โพสต์ 11,596 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2025-12-21 14:09
โพสต์ 11,596 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2025-12-21 14:09
โพสต์ 11,596 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2025-12-21 14:09
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2026-1-1 00:34:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด





วันที่ 19 ธันวาคม 2025
เวลา 17
:10 น.



ท่ามกลางแสงสนธยาที่แดงฉานราวกับย้อมด้วยโลหะร้อนและบรรยากาศอันบิดเบี้ยวของป่าต้องห้าม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ย่ำลงบนรากไม้ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับรังสีอำมหิตที่กดดันจนอากาศรอบตัวดูจะจับตัวเป็นก้อน ไม่นานนักร่างสูงโปร่งทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งในชุดเกราะหนังสมบุกสมบันของ แคลรีส ลารู ก็ก้าวออกมาจากเงามืดเบื้องหลังพุ่มไม้หนาม บนบ่ากว้างของเธอแบกกระสอบป่านใบมหึมาที่ส่งเสียงกระทบกันของโลหะหนัก ๆ ดังเคร้งคร้างทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหว

แคลรีสเหวี่ยงกระสอบนั้นลงบนพื้นเสียงดังโครมจนดินรอบข้างสะเทือน ฝุ่นดินฟุ้งกระจายขึ้นมา เผยให้เห็นอุปกรณ์การฝึกรบที่อัดแน่นอยู่ภายใน ทั้งโล่ไม้บุเหล็ก ตุ้มน้ำหนัก และโซ่เส้นหนา เธอไม่ได้มาด้วยท่าทางอ่อนโยนแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องมองเอโลอิสด้วยสายตาคมปลาบที่ประเมินคู่ต่อสู้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากรอยยิ้มที่เย็นเยียบและสื่อถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง

“ดูท่าทางจะว่างงานเกินไปนะ ยัยช่างเหล็ก...” แคลรีสเอ่ยเสียงห้าว “ฉันมองปราดเดียวก็รู้ว่าร่างกายของเธอมันเริ่มจะอ่อนปวกเปียกเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ สงสัยวัน ๆ จะเอาแต่ถือค้อนเคาะแร่จนลืมไปแล้วมั้งว่าเดมิก็อดต้องใช้ดาบเป็นด้วย วันนี้ฉันอารมณ์ดี...เลยกะว่าจะช่วยสงเคราะห์ ‘คอร์สพิเศษ’ ให้สักหน่อยถือเป็นของขวัญที่ทำกิจกรรมใน Social Nectar สำเร็จไงล่ะ”

เอโลอิสที่ตอนแรกเตรียมใจมาฟ้องเต็มที่ ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรวบรวมความกล้าเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษามาดบุตรีแห่งเฮเฟตัสผู้ถูกกระทำ 

“มาพอดีเลยค่ะรุ่นพี่! เรื่องฝึกน่ะเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นจะฟ้อง! รู้ไหมคะว่ารุ่นน้องบ้านแอรีสของพี่...เจ้าเฟลิทซ์ตัวดีนั่นน่ะ! บังอาจเอาเพลิงกรีกมาเล่นจนเผาห้องนั่งเล่นบ้านเฮเฟตัสวายวอดไปหมดแล้ว! พี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย และ—”

“บ่นจบหรือยัง?” แคลรีสขัดขึ้นหน้าตาเฉยพลางเอื้อมมือไปหยิบหอกไฟฟ้าคู่ใจที่วางพิงไว้ข้างต้นไม้ขึ้นมาละเลียดปลายนิ้วลงบนคมหอก ประกายไฟสีฟ้าอ่อน ๆ เริ่มวิ่งพล่านไปตามด้ามโลหะส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ อย่างน่าสยองขวัญ

“ยังไม่จบค่ะ! โซฟานั่นทำมาเป็นพิเศษ—”

“งั้นก็เอาไว้ฟ้องกับปลายหอกฉันก็แล้วกัน เริ่มการฝึกได้!”

ยังไม่ทันที่เอโลอิสจะได้อ้าปากประท้วงต่อ ประกายสายฟ้าจากหอกไฟฟ้าก็พุ่งวาบเฉียดปลายเท้าเธอไปเพียงไม่กี่นิ้วจนดินระเบิด เอโลอิสสะดุ้งสุดตัวและออกตัววิ่งโดยอัตโนมัติด้วยความสัญชาตญาณเอาตัวรอด การฝึกมหาโหดเริ่มต้นขึ้นอย่างวิปโยค เอโลอิสต้องพุ่งทะยานผ่านสนามอุปสรรคที่แคลรีสจัดเตรียมไว้อย่างเลือดเย็น เธอต้องกระโดดข้ามรั้วลวดหนามท่ามกลางเสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมาไล่หลังอยู่ยิก ๆ ทุกครั้งที่เธอช้าลงเพียงเสี้ยววินาที ความร้อนจากกระแสไฟฟ้าจะจี้เข้าที่แผ่นหลังจนขนลุกเกรียว

“รุ่นพี่! นี่มันจะฆ่ากันชัด ๆ เลยนะคะ!” เอโลอิสตะโกนลั่นขณะที่เท้าของเธอเหยียบลงบนพื้นที่ดูเหมือนพื้นดินธรรมดา แต่มันกลับยุบฮวบลงไป กลายเป็นโคลนดูดเหนียวหนึบที่ผสมด้วยคราบน้ำมัน

“อย่าหยุด! ถ้าหยุดฉันจะทำให้เธอกลายเป็นปุ๋ยในป่านี้!” แคลรีสไม่หยุดมือ เธอสะบัดหอกสร้างคลื่นกระแทกใส่ต้นไม้รอบ ๆ จนกิ่งไม้หักโค่นลงมาขวางทางเอโลอิสเพิ่มเข้าไปอีก เอโลอิสต้องใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีตะเกียกตะกายออกจากหล่มโคลนที่ลึกถึงเอว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินสีดำและน้ำมันเหม็นหึ่ง ลมหายใจเริ่มหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมรัว ทว่าความโหดร้ายยังไม่จบ เมื่อเธอพ้นจากหล่มโคลน เธอก็ต้องเจอกับกับดักตาข่ายที่ถูกซ่อนไว้มันดีดร่างเธอขึ้นไปค้างเติ่งอยู่บนกิ่งไม้สูงทันที

“ปล่อยฉันลงไปเดี๋ยวนี้นะคะรุ่นพี่!” เธอโวยวายพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในตาข่าย

“เดมิก็อดที่ไร้ไหวพริบก็เป็นได้แค่เหยื่อ!” แคลรีสเดินเข้ามาหยุดใต้ต้นไม้ ยิ้มเหี้ยม “แก้ปมให้ได้ภายในสิบวินาที ไม่งั้นฉันจะช็อตตาข่ายนี่ให้เธอกลายเป็นลูกชิ้นปิ้งไปเลย!”

ตลอดสองชั่วโมงเต็มเอโลอิสถูกเคี่ยวเข็ญราวกับทหารใหม่ในสมรภูมิ ทั้งการคลานหมอบผ่านลวดหนามที่เปียกโชก การโหนตัวผ่านเถาวัลย์หนาม และการหลบหลีกลูกตุ้มไม้ที่เหวี่ยงเข้าใส่จากรอบทิศทาง ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนล่องหนล่ามไว้ กล้ามเนื้อทุกส่วนประท้วงด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

เมื่อเวลาล่วงเลยไปสองชั่วโมง เอโลอิสเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอทรุดลงคุกเข่าหอบหายใจจนตัวโยน หวังว่าฝันร้ายนี้จะจบลง แต่เธอก็คิดผิด...เมื่อแคลรีสเดินเข้ามากดปลายหอกไฟฟ้าลงบนหน้าอกของเธอเบา ๆ แต่แรงดันไฟทำให้หัวใจกระตุกวูบ

“นั่นแค่ยืดเส้นยืดสาย...คอร์สจริงเพิ่งจะเริ่มต่างหาก” แคลรีสเอ่ยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลุกขึ้นมา!”

เอโลอิสเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบโคลนขึ้นมองรุ่นพี่ตาโตด้วยความสิ้นหวัง การพักผ่อนยังอยู่อีกไกลเกินเอื้อม นี่สรุปแล้วให้มารับรางวัลหรือหลอกมาฝึกทหารกันแน่วะเนี่ย!



ฝึกครั้งที่ 1 - Survival Reflex

@God 




แสดงความคิดเห็น

โรลเพลย์แรกของปี 2026 แจก 500 ดอลลาร์  โพสต์ 2026-1-1 17:05
โพสต์ 15957 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-1 00:34
โพสต์ 15,957 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2026-1-1 00:34
โพสต์ 15,957 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2026-1-1 00:34
โพสต์ 15,957 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2026-1-1 00:34
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2026-1-1 13:43:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eloise เมื่อ 2026-1-1 13:45





วันที่ 19 ธันวาคม 2025
เวลา 19
:30 น.



เอโลอิสยังไม่ทันได้ปาดคราบโคลนออกจากใบหน้าเสียด้วยซ้ำ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของแคลรีส ลารูก็พุ่งตรงมาหาเธออีกครั้ง แคลรีสเตะกระสอบทรายขนาดมหึมาที่แอบซ่อนอยู่ใต้เงาต้นโอ๊คออกมา มันคือกระสอบทรายที่บุด้วยหนังควายป่า ภายในบรรจุทรายดำจากแม่น้ำสติกซ์ที่ทั้งละเอียดและหนักอึ้งกว่าทรายปกติหลายเท่า

"ลุกขึ้นมา! อย่าทำตัวเหมือนเศษเหล็กขึ้นสนิมในโรงงานของพ่อเธอ!" แคลรีสคำรามลั่นพลางชี้ปลายหอกไปที่ร่างที่สั่นเทาของรุ่นน้อง "แบกกระสอบนี่ซะ มันหนักแค่ 50 กิโลกรัมเอง เบากว่าค้อนที่เธอใช้ทุบแร่วันละพันครั้งเสียอีก!"

เอโลอิสกัดฟันกรอดพยายามพยุงร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้นยืน เธอจำใจต้องแบกกระสอบทรายนั้นขึ้นพาดบ่า ทันทีที่น้ำหนักกดทับลงมา กระดูกสันหลังของเธอส่งเสียงลั่นประท้วงราวกับจะหักออกจากกัน เขาทั้งสองข้างแทบจะทรุดลงติดพื้นหินที่เย็นเฉียบ

"สควอทลงไป! ช้า ๆ...แล้วขึ้นให้สุด!" แคลรีสสั่งเสียงเฉียบขาด "ถ้าก้นแตะพื้น ฉันจะช็อตให้กระเด็นไปถึงหาดเลย!"

"ระ...รุ่นพี่...ฉันไม่ใช่เครื่องจักรนะคะ!" เอโลอิสเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ขณะที่ค่อย ๆ ย่อตัวลงท่ามกลางน้ำหนักที่กดทับจนหน้าขึ้นสีม่วงคล้ำ “คนบ้านเฮเฟตัสเน้นงานสร้างสรรค์ไม่ใช่กรรมกรแบกหามนะพี่!”

"นั่นมันเป็นปัญหาของเธอ!" แคลรีสตวาดกลับพลางเริ่มเดินวนรอบตัวเอโลอิสเหมือนหมาป่าที่กำลังจ้องเหยื่อ "ถึงเธอจะมีสมอง มีฝีมือช่าง แต่ถ้าไม่มีร่างกายที่รับแรงปะทะได้ก็เป็นแค่เหยื่อที่รอวันถูกบดขยี้ในสมรภูมิ คิดว่าอสุรกายมันจะรอให้เธอประดิษฐ์กับดักเสร็จก่อนจะตบเธอหรือไง? ย่อลงไปอีก!"

ทันทีที่เอโลอิสย่อตัวลงจนสุด แคลรีสก็เริ่มบทเรียนขั้นต่อไป เธอเริ่มเหวี่ยงหอกไฟฟ้าเข้าโจมตีจากมุมอับ ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านหน้าเอโลอิสไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

"หลบ! อย่าใช้แต่ตาดู ให้ใช้สัญชาตญาณ!"

เอโลอิสต้องพยายามโยกตัวหลบปลายหอกทั้งที่ยังมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมกดทับอยู่บนบ่า ทุกครั้งที่เธอเอี้ยวตัว กระสอบทรายจะเหวี่ยงไปมาทำให้การทรงตัวทำได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก เหงื่อไหลซึมเข้าตาจนแสบพร่า แต่เธอไม่มีมือจะไปปาดออก เพราะต้องเกร็งกล้ามเนื้อแขนเพื่อยึดกระสอบทรายไม่ให้ตกลงมา

"คนใจร้าย...พวกบ้านแอรีส...มีแต่พวกบ้าพลัง!" เอโลอิสกัดฟันย่อตัวลงเป็นครั้งที่สิบห้า ขาของเธอเริ่มสั่นระริกเหมือนเจ้าเข้า น้ำหนัก 50 กิโลกรัมเริ่มรู้สึกเหมือนมันเพิ่มขึ้นเป็นร้อยกิโลกรัมในทุกวินาทีที่ผ่านไป

"สงครามไม่เคยใจดีกับใครเอโลอิส!" แคลรีสเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นชั่วขณะ "เธอเก่งเรื่องกลไก ฉันรู้ แต่ในวันที่กลไกมันพังทลาย สิ่งเดียวที่จะช่วยเธอได้คือร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างดี ถ้าเธอผ่านคอร์สนี้ไปไม่ได้ อย่าหวังว่าฉันจะยกของรางวัลจากกิจกรรมให้เลย เสียชื่อคนบ้านแอรีสหมด!"

เอโลอิสถอนหายใจยาวปนเสียงหอบ ความโกรธที่บ้านถูกเผากลายเป็นแรงผลักดันเดียวที่เหลืออยู่ เธอใช้ความแค้นนั้นเค้นพลังเพื่อยันตัวขึ้นมาพร้อมกับแบกน้ำหนักมหาศาลไว้บนบ่า ท่ามกลางเสียงเปรี๊ยะ ๆ ของกระแสไฟฟ้าที่เตือนสติเธออยู่ตลอดเวลาว่า หากเธอพลาดแม้แต่นิดเดียว ความเจ็บปวดที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นทันที 

การฝึกรับแรงปะทะที่ควรจะจบลงในเวลาไม่กี่นาที กลับกลายเป็นการลากยาวต่อเนื่องไปอีกสองชั่วโมงเต็มที่เอโลอิสรู้สึกราวกับตกนรกทั้งเป็น ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการต่อสู้ระหว่างจิตใจที่อยากจะทรุดฮวบลงกับพื้นดิน และกล้ามเนื้อขาที่สั่นระริกปานจะแตกสลาย

"ครั้งที่แปดร้อยสี่สิบสอง...ย่อลงไป! ต่ำอีก! บอกแล้วไงว่าอย่าให้ก้นแตะพื้น!"

เสียงตะโกนของแคลรีสดังก้องกังวานเสียดแทงแก้วหู เธอไม่ได้ยืนสั่งอยู่เฉย ๆ แต่กลับเดินวนรอบตัวเอโลอิสเหมือนเพชฌฆาตที่กำลังหาจังหวะลงดาบ ทุกครั้งที่เอโลอิสเริ่มจะผ่อนแรงลง ประกายสายฟ้าจากปลายหอกจะฟาดเปรี้ยงลงบนพื้นดินห่างจากเท้าของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนแรงสั่นสะเทือนและกระแสไฟฟ้าสถิตทำเอาขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

"ระ...รุ่นพี่...ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว...จริง ๆ นะ..." เอโลอิสเค้นเสียงที่สั่นพร่าออกมาจากลำคอที่แห้งผากราวกับมีเปลวไฟแผดเผาอยู่ข้างใน เหงื่อของเธอไหลโทรมกายจนชุดเปียกชุ่มและแนบไปกับผิวหนังที่ร้อนจัด "สองชั่วโมง...แบกของหนัก...ขนาดนี้...มันเกิน...ขีดจำกัดมนุษย์แล้ว!"

"เธอไม่ใช่แค่มนุษย์เสียหน่อย เป็นสายเลือดเทพต่างหาก!" แคลรีสคำรามกลับพลางใช้ด้ามหอกกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของเอโลอิสเพื่อดัดท่าทางให้ตรง "และฉันก็แบกน้ำหนักมหาศาลแห่งความคาดหวังของพ่อฉันมาตลอดชีวิต แค่กระสอบทรายนี่มันยังไม่ถึงครึ่งของสิ่งที่ฉันต้องเจอด้วยซ้ำ! ย่อลงไป! ครั้งที่แปดร้อยสี่สิบสาม!"

ความเจ็บปวดจากการแบกรับน้ำหนัก 50 กิโลกรัมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความชา เอโลอิสรู้สึกราวกับกระสอบทรายหนังควายป่านั้นหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอไปเสียแล้ว กลิ่นไอของโคลนแห้ง กลิ่นไหม้ของประจุไฟฟ้า และกลิ่นสาบของทรายดำจากแม่น้ำสติกซ์อบอวลอยู่ในโสตประสาท ทุกครั้งที่เธอยันตัวขึ้นมา ลมหายใจที่พ่นออกมาจากปากจะเป็นไอขาวจาง ๆ ท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด แต่ในใจของเธอกลับร้อนรุ่มด้วยความโกรธที่ยังไม่มอดดับ

"ถ้าฉัน...รอดไปได้..." เอโลอิสกัดฟันพูดพร้อมกับแบกน้ำหนักยันตัวขึ้นมาอย่างมั่นคงกว่าเดิม "ฉันจะ…ประดิษฐ์...ของ...ไปพัง...กระท่อมแอรีส...ให้ราบเลยคอยดู!"

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ! นั่นแหละ! ความโกรธนั่นแหละคือเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด!" แคลรีสหัวเราะร่าอย่างชอบใจ แววตาของเธอสว่างวาบด้วยความพึงพอใจที่เห็นลูกศิษย์จำเป็นเริ่มเข้าฝัก “ถ้าเธอเก็บความแค้นเรื่องโซฟาถูกเผามาเป็นแรงสควอทได้ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งของสงครามแล้ว!"

ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่ยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร์ แคลรีสเธอยังคงใช้วาจาในการกระตุ้นประสาทของบุตรีแห่งเฮเฟตัสอยู่ตลอดเวลา

"บอกมาสิยัยช่างเหล็ก ถ้าเธอถูกจับขังในกรงเหล็กที่ไร้เครื่องมือ เธอจะยอมแพ้แล้วตายไปในฐานะช่างกระจอก ๆ หรือจะใช้มือเปล่าบิดเหล็กนั่นให้หักเพื่อออกมาล้างแค้น?" แคลรีสถามพลางเหวี่ยงหอกจี้เข้าที่ข้อพับเข่าของเอโลอิสเพื่อบีบให้เธอทรงตัวให้แน่น

"ฉันจะ...บิดคอมัน...ด้วยมือเปล่าเลย!" เอโลอิสคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ด้วยความหงุดหงิดจากการฝึกและการถูกรุ่นพี่กดดันบีบคั้น

"ดี! งั้นก็แบกมันต่อไป! อีกสามสิบนาทีสุดท้าย! อย่าให้ฉันเห็นว่าเธอสั่นเหมือนลูกนกที่ปีกหัก ไม่อย่างนั้นของรางวัลที่ฉันเตรียมไว้ เธอจะไม่มีทางเข้าถึงความหมายของมันได้เลย!"

เสียงหอบหายใจของเอโลอิสดังสะท้อนก้องไปทั่วลานกว้าง ความเจ็บปวดที่เคยมีกลับกลายเป็นความนิ่งสงบอย่างประหลาด แม้ขาจะสั่นและหลังจะล้า แต่ดวงตาของเธอกลับจ้องเขม็งไปยังแคลรีสด้วยความดุดันที่แคลรีสเองก็ยังต้องแอบพยักหน้ายอมรับในใจ การฝึกมหาโหดนี้กำลังหลอมรวมช่างฝีมือให้กลายเป็นเหล็กกล้าที่ผ่านการตีขึ้นรูปด้วยฝีมือของรุ่นพี่บุตรีแห่งเทพสงคราม



ฝึกครั้งที่ 2 Heavy Combat

[NPC-65] แคลรีส ลา รู
พูดคุยประจำวัน +5 ความสนิทสนม



@God 




แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-65] แคลรีส ลา รู เพิ่มขึ้น 5 โพสต์ 2026-1-1 13:55
โพสต์ 21799 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-1 13:43
โพสต์ 21,799 ไบต์และได้รับ +8 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2026-1-1 13:43
โพสต์ 21,799 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2026-1-1 13:43
โพสต์ 21,799 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +12 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2026-1-1 13:43
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2026-1-1 20:51:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด





วันที่ 19 ธันวาคม 2025
เวลา 21
:30 น.



ยังไม่ทันที่มวลน้ำหนักมหาศาลจากกระสอบทรายจะจางหายไปจากบ่าที่ชาหนึบจนไร้ความรู้สึก และเอโลอิสยังไม่ทันได้สูดลมหายใจเข้าปอดให้เต็มปอดเสียด้วยซ้ำ หอกไมเมอร์ของแคลรีสก็ฟาดเปรี้ยงลงบนพื้นดินจนแตกกระจาย สะเก็ดดินกระเด็นว่อนเป็นสัญญาณเริ่มต้นของบทเรียนใหม่ที่โหดร้ายกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะในพจนานุกรมของบุตรีแห่งแอรีสการพักคือคำด่าที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับนักรบ

“โยนกระสอบทรายนั่นทิ้งไป! แล้วหยิบดาบไม้ขึ้นมา!” แคลรีสคำรามสั่งพลางใช้ปลายหอกชี้ไปที่ดาบไม้โอ๊คธรรมดา ๆ ที่ดูเก่าและหนักอึ้งซึ่งวางกองอยู่ใกล้ ๆ “พละกำลังที่เธอเพิ่งเคี่ยวกรำมาน่ะ ถ้าใช้ไม่เป็นมันก็แค่แรงควายถึกที่รอวันถูกเชือด วันนี้ฉันจะสอนให้เธอรู้จักการทำลายล้าง...สอนให้รู้จักการฆ่าก่อนที่จะเป็นฝ่ายถูกฆ่า!”

เบื้องหน้าของเอโลอิสคือหุ่นไล่กาติดกลไกจำนวน 10 ตัวที่แคลรีสร่วมมือกับพวกพี่น้องในกระท่อมแอรีสประดิษฐ์ขึ้นมา (หรือบังคับให้คนบ้านแถว ๆ นี้ทำให้ก็ไม่รู้) เพื่อฝึกซ้อมโดยเฉพาะ มันคือเครื่องจักรสงครามแบบแอนะล็อกที่ขับเคลื่อนด้วยเฟืองเหล็กและสปริงแรงดันสูง ที่แขนแต่ละข้างติดตุ้มเหล็กหนามขนาดมหึมาซึ่งจะเหวี่ยงหมุนวนอย่างไร้ทิศทางทันทีที่กลไกถูกลั่นไก แรงเหวี่ยงของมันหนักหน่วงจนสามารถหักกระดูกมนุษย์ได้ในพริบตา และหุ่นแต่ละตัวถูกหุ้มด้วยเกราะไม้กระดานหนาเพื่อป้องกันจุดตายที่เป็นแกนเฟืองไว้

“ห้ามหยุดจนกว่าหุ่นพวกนี้จะพังพินาศครบสิบตัว!” แคลรีสตวาดก้อง “ถ้าหยุด ฉันจะถือว่าเธอสอบตก”

เอโลอิสกระชากดาบไม้ขึ้นมา สองขาที่ผ่านการสควอทมาสองชั่วโมงเต็มสั่นระริกจนเกือบจะพับลงไปกองกับพื้น แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดประกอบกับความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดวันกลับสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าหาหุ่นตัวแรก วื้ด! วื้ด! เสียงตุ้มเหล็กเหวี่ยงแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหวเฉียดหูเธอไปเพียงนิดเดียวจนสัมผัสได้ถึงลมปะทะที่เย็นเยียบ

เธอต้องใช้พลังจากกล้ามเนื้อขาที่เพิ่งถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก ดีดตัวหลบรัศมีการเหวี่ยงของตุ้มเหล็ก แล้วฟาดดาบไม้ลงบนข้อต่อของหุ่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี แรงสะท้อนจากไม้ปะทะไม้ทำเอาข้อมือของเธอสะท้านไปถึงหัวไหล่ แต่หุ่นตัวนั้นเพียงแค่เสียจังหวะไปชั่วครู่ กลไกเฟืองข้างในยังคงหมุนวนส่งเสียง แกรก ๆ อย่างน่ารำคาญ เอโลอิสต้องอาศัยจังหวะที่ตุ้มเหล็กเหวี่ยงไปอีกทาง ฟาดซ้ำลงไปที่จุดเดิมถึงสี่ครั้งจนเกราะไม้แตกกระจายและเผยให้เห็นเฟืองตัวหลักก่อนจะฟาดปิดฉากจนหุ่นตัวแรกหยุดนิ่งไป

“ช้าไป! ตัวที่สองมาแล้ว!” แคลรีสไม่ปล่อยให้หายใจ เธอจี้หอกไฟฟ้าไล่หลัง บีบให้เอโลอิสต้องม้วนตัวหลบโคลนและพุ่งเข้าหาหุ่นตัวถัดไปที่เริ่มทำงานเร็วขึ้น

เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที หยาดเหงื่อที่ผสมกับคราบโคลนไหลเข้าตาจนแสบพร่า ทว่าในฐานะบุตรีแห่งเฮเฟตัส สมองของเธอเริ่มมองเห็นจังหวะของกลไกเหล่านั้นท่ามกลางความล้า เธอไม่ได้มองหุ่นพวกนี้เป็นศัตรูที่ไร้ชีวิตอีกต่อไป แต่มองมันเป็นเครื่องจักรที่ต้องถอดชิ้นส่วนด้วยดาบไม้ในมือ เธอเหวี่ยงดาบปะทะกับเหล็กหนามจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบ กลิ่นไหม้ของไม้ที่เสียดสีกับอากาศและเสียงหอบหายใจกระชั้นถี่กลายเป็นจังหวะเดียวกับการทำลายล้าง

“อะไรกัน? ลูกสาวเฮเฟตัสมีปัญญาแค่สะกิดผิวไม้แค่นี้เหรอ!” แคลรีสเดินตามกดดันติด ๆ ความร้อนจากสายฟ้าจ่ออยู่ที่ต้นคอของเอโลอิสตลอดเวลา “ไหนบอกว่าจะไปพังกระท่อมฉันไง? แค่หุ่นกลไกสิบตัวยังใช้เวลานานขนาดนี้ จะไปพังอะไรได้! ลุกขึ้นมา! ฟาดมันให้เหมือนกับที่เธออยากจะฟาดหน้าเฟลิทซ์สิ!”

“เงียบ...ไปเลย...รุ่นพี่!” เอโลอิสคำรามลอดไรฟัน ความแค้นเรื่องห้องนั่งเล่นถูกเผากลายเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดี เธอเหวี่ยงดาบไม้สุดแรงเกิดใส่หุ่นตัวที่หกจนแกนไม้หักสะบั้นและตุ้มเหล็กกระเด็นไปปักเข้ากับต้นไม้ใหญ่ “ฉันจะ...พังมัน...ให้หมด!”

ตลอดสองชั่วโมงเต็มของการฟาดฟันที่ไร้การหยุดพัก ร่างกายของเอโลอิสเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนไอน้ำลอยคลุ้งออกจากตัวท่ามกลางอากาศเย็นจัด มือที่จับดาบไม้เริ่มแตกจนเลือดซึมออกมาผสมกับโคลนจนด้ามดาบไม้ลื่นปรื๊ด แต่เธอไม่ยอมปล่อย ทุกครั้งที่หุ่นตัวใหม่เริ่มเหวี่ยงตุ้มเหล็ก เธอจะพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นราวกับเหล็กที่ผ่านการตีจนเข้ารูป จวบจนกระทั่งหุ่นตัวที่สิบแหลกละเอียดกลายเป็นเศษไม้และเฟืองเหล็กที่แตกกระจายอยู่ใต้ฝ่าเท้า

เอโลอิสยืนหอบจนตัวโยน ปลายดาบไม้ที่บิ่นจนแทบไม่เหลือสภาพนักรบปักลงบนพื้นดินเพื่อพยุงร่างกายที่สั่นเทิ้ม สายตาของเธอดุดันและแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จ้องมองไปยังรุ่นพี่บุตรีแห่งเทพสงครามอย่างท้าทาย

“ครบ...สิบตัว...แล้ว...” เธอเค้นเสียงบอกแคลรีสที่ยืนกอดอกมองอยู่ด้วยแววตาพึงพอใจ

“ก็พอใช้ได้...” แคลรีสพึมพำพลางลดหอกลง แต่ดูเหมือนนี่ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เธอจะฝึกรุ่นน้องผู้นี้หรอก




ฝึกครั้งที่ 3 Weapon Mastery

@God 




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 15588 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-1 20:51
โพสต์ 15,588 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2026-1-1 20:51
โพสต์ 15,588 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2026-1-1 20:51
โพสต์ 15,588 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2026-1-1 20:51
โพสต์ 15,588 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2026-1-1 20:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x120
x120
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้