WHISPERS OF MADNESS AND THE FORGOTTEN ISLE

[คัดลอกลิงก์]
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2026-1-18 17:09

【 MISSION PROLOGUE 】

WHISPERS OF MADNESS

AND THE FORGOTTEN ISLE
DAMON CANELT
SON OF APHRODITE
LILIANA TYLER
THE STRATEGIST
SATYR BAY
HELL-FACED DRILLMASTER
"เมื่อสีน้ำแปรผัน พิษร้ายจากห้วงอเวจี คลื่นวิปลาส คลุมโลกา ปิดเสียงแห่งสมุทร...
จงค้นหา ผู้ที่หายไป ณ ที่ซึ่งเสียงเงียบงัน
พลังแห่งเสน่ห์ และ โลหิตแห่งโอลิมปัส จักนำพา สู่ใจกลางแห่งความมืดมิด"
THE AWAKENING

ภายหลังการเดินทางอันทรหดใน "คำพยากรณ์บทแรก" ความสำเร็จที่ได้รับกลับกลายเป็นความขมขื่น เมื่อเหล่าครึ่งเทพพบว่าตนเองถูกหลอกใช้ให้ปลดปล่อย "คธูลู" อสุรกายบรรพกาลให้ตื่นจากการหลับใหล บัดนี้มหาสมุทรทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนสีอย่างน่าสะพรึงกลัว และเสียงกระซิบแห่งความบ้าคลั่งกำลังเริ่มต้นขึ้น...
BEGIN MISSION

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 8133 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2026-1-9 14:05
โพสต์ 2026-1-9 18:51:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2026-1-9 19:04

CHAPTER • I

DESTINATION OF MADNESS

DAMON KANNEL
เสียงระฆังของค่ายฮาล์ฟบลัดดังรัวเป็นจังหวะที่ผมไม่ชอบเลย มันไม่ใช่เสียงเพลงที่ขับขานถึงชัยชนะ แต่มันคือเสียงโลหะกระทบกันที่ฟังดูแห้งแล้งและบีบคั้น ผมยืนอยู่หน้ากระจกในกระท่อมอะโฟรไดต์ จ้องมองเงาสะท้อนของชายคนหนึ่งที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็น แผ่นอกของผมเปลือยเปล่าเช่นเคย ไม่ใช่เพราะอยากอวดอ้างพลัง แต่เพราะผ้าทอใดๆ ก็ตามมักจะทำให้ผมรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกพันธนาการในยามที่สัญชาตญาณนักรบตื่นตัว ผมหยิบแหวนเธซีอุสขึ้นมาสวม มันเย็นเยียบจนสั่นไปถึงกระดูก “วันนี้แล้วสินะ” ผมพึมพำกับตัวเอง

เมื่อผมก้าวออกไปที่ระเบียงของบ้านใหญ่ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ชาวค่ายหลายสิบคนมายืนออกันอยู่ด้านล่าง แววตาของพวกเขามีทั้งความหวังและความหวาดกลัว บางคนจ้องมองมาที่ผมเหมือนมองคนบ้าที่จะออกไปหาที่ตาย น้ำในอ่างเก็บน้ำข้างบ้านหลังใหญ่บัดนี้กลายเป็นสีเขียวเน่าเฟะขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นเหม็นเขียวของมันโชยมาตามลมปีใหม่ที่ควรจะสดชื่น คุณไครอน ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ร่างเซนทอร์ของเขาดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามในเกราะสีทองแดงที่ขัดจนเงาวับ ถึงแม้เขาจะอยู่ในรูปลักษณ์เด็กแต่นั่นก็ไม่ได้กลบความน่าเกรงขามของเขาเลยแม้แต่น้อย ข้างกันนั้นคือ คุณดี (ไดโอนีซุส) ที่ดูเหมือนเพิ่งจะทะเลาะกับใครมา เขาจ้องมองน้ำองุ่นในแก้วด้วยสายตาชิงชัง

“เดม่อน ลิเลียน่า ก้าวออกมาข้างหน้า” เสียงของไครอนทุ้มต่ำดังกังวาน ลิเลียน่า เดินมาหยุดอยู่ข้างผม เธอสวมชุดเดินป่าสีโทนเข้ม รัดกุมและดูทะมัดทะแมง ผมสังเกตเห็นมือของเธอที่กำสายสะพายกระเป๋าไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ผมอยากจะเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้ แต่ผมรู้ดีว่าในตอนนี้เราไม่ใช่คู่รักในวันวาน เราคือเพื่อนร่วมภารกิจที่โชคชะตาบังคับให้มารวมตัวกัน

“คำพยากรณ์ได้รับการอนุมัติแล้ว” ไครอนประกาศ “มหาสมุทรแปซิฟิกกำลังถูกกัดกิน และเงาจากนอร์สกำลังชักใยอสุรกายจากห้วงลึก พวกเธอคือความหวังเดียวที่จะกู้คืนเสียงแห่งผืนน้ำ ก่อนที่สะพานสู่โลกจะขาดสะบั้น”

“เออ... แล้วข้าก็รำคาญที่จะเห็นพวกเจ้าเดินเตาะตะไปตายกันสองคน” 
คุณดีแทรกขึ้น พลางโบกมือไปทางเงามืดข้างประตู “เลยจัดที่ปรึกษาจอมโหดให้ไปคุมประพฤติพวกเจ้าด้วย จะได้ไม่ต้องกลับมาเป็นภาระให้ข้าต้องจัดงานศพให้เสียเวลา” เสียงกีบเท้ากระทบพื้นไม้ดังขรม พร้อมกับร่างกำยำของ เบย์ สโตนบรูค ที่ก้าวออกมา เขาสวมเสื้อกล้ามเผยให้เห็นรอยสักรูปใบไม้และรอยแผลจากการฝึกสอนชาวค่ายข้างมานับทศวรรษ เขาคาบบุหรี่ไว้ในปาก พ่นควันสีเทาออกมาอย่างเย็นชา

“ข้ามาแจ้งเจตจำนงกับไครอนเอง” เบย์กล่าวด้วยเสียงคำรามในลำคอ “ข้าไม่อยากให้ไอ้หนูนี่ไปทำชื่อเสียงค่ายเสียกลางทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับพวกอสุรกายที่หนังเหนียวกกว่าส้นเท้าแพะของข้า” ไครอนพยักหน้า “เบย์ สโตนบรูค จะร่วมเดินทางไปกับพวกเธอในฐานะที่ปรึกษาและผู้ชี้ทาง” หลังจากการอวยพรที่ฟังดูเหมือนคำสาปของมิสเตอร์ดีสิ้นสุดลง พวกเราสามคนก็เริ่มออกเดินเท้าออกจากเขตแดนค่ายในเวลา 10.30 น.

การเดินเท้าจากลองไอส์แลนด์มุ่งหน้าสู่นิวยอร์กในสภาวะปกติอาจจะดูเหมือนการเดินป่าพักผ่อน แต่ในวันที่ 9 มกราคม 2026 นี้ ทุกอย่างกลับดูผิดเพี้ยนไปหมด ทันทีที่ก้าวพ้นม่านเวทมนตร์ของค่าย ความรู้สึกหนักอึ้งก็กดทับลงบนบ่าของผมทันที “เดินเร็ว ๆ หน่อยสิไอ้หนู! อย่ามัวแต่เก๊กโชว์กล้ามท้อง ลิเลียน่า... เธอก็ด้วย อย่ามัวแต่จดจ้องกระดาษจนลืมมองรอยเท้าอสุรกายบนพื้น!” เบย์ตะโกนสั่งการ แววตาของเขาไม่ได้มีความปรานีแม้แต่น้อย เขาสะพายหอกยาวไว้ที่หลังและคอยดมกลิ่นอากาศอยู่ตลอดเวลา เราเดินตัดผ่านป่าละเมาะและเข้าสู่ถนนสายรองที่เงียบสงัด รถยนต์ที่ขับผ่านไปมาดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นชายเปลือยอก นี่คืออำนาจของหมอกที่พรางตาพวกมนุษย์ไว้ บางทีในสายตามนุษย์พวกเขาอาจจะเห็นเราเป็นกลุ่มอะไรสักอย่างที่ไม่ผิดสังเกตมากนักกับการมีคนเปลือยอกในกลุ่ม ผมมองรอบตัวก่อนจะรู้สึกว่าหมอกในวันนี้มันดูจางและบิดเบี้ยว... มันมีสีเขียวจาง ๆ เจือปนอยู่

“คุณเบย์ครับ” ผมเอ่ยขึ้นขณะเดินขนาบข้างเขา “คุณสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำทะเลที่เน่าเสียแม้เราจะอยู่บนบกไหม?” เบย์หยุดเดินกะทันหัน เขาพ่นบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบขยี้ “ไม่ใช่แค่กลิ่นน้ำเน่าหรอกเดม่อน แต่มันคือกลิ่นของความหวาดกลัว คลื่นวิปลาสนั่นมันเริ่มทำให้จิตใจของสิ่งมีชีวิตแถวนี้ปั่นป่วน ดูนกพวกนั้นสิ” เขาสะบัดมือไปที่ฝูงนกที่เกาะอยู่บนสายไฟ พวกมันไม่ได้ส่งเสียงร้องตามปกติ แต่กลับจ้องมองลงมาที่พวกเราด้วยดวงตาที่แข็งค้าง บางตัวเริ่มจิกกัดขนตัวเองจนเลือดซิบ ลิเลียน่าเดินมาหยุดข้างผม ใบหน้าของเธอซีดเผือด “ในนิมิต... มันรุนแรงกว่านี้อีกค่ะ เดม่อน ถ้าเราเข้าใกล้แหล่งน้ำที่เป็นศูนย์กลางมากขึ้น จิตใจของพวกคนธรรมดาจะรับไม่ไหว พวกเขาจะกลายเป็นบ้า”

“นั่นแหละหน้าที่ของแก เดม่อน” เบย์หันมาจ้องหน้าผม “มนตร์มหาเสน่ห์ของแกต้องทำหน้าที่เป็นสมอเรือ อย่าให้เพื่อนร่วมทีมหรือแม้แต่ตัวแกเองต้องหลุดลอยไปตามเสียงกระซิบของคธูลูเข้าใจไหม!”

เราเดินเท้าต่อไปอีกหลายกิโลเมตร ผ่านย่านชานเมืองที่ดูรกร้างขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าใกล้นิวยอร์ก บรรยากาศก็ยิ่งดูเหมือนเมืองที่กำลังหลับใหลอย่างไม่เป็นสุข ผมสังเกตเห็นคนเดินเท้าบางคนเดินพึมพำกับตัวเองอยู่ริมถนน ดวงตาของพวกเขาเลื่อนลอย เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสี่โมง แสงแดดสีส้มหม่นเริ่มฉาบไปทั่วขอบฟ้าเหนือตึกสูงของแมนฮัตตันที่ปรากฏอยู่ไกล ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจสั่นคือเมฆหมอกสีเขียวที่ปกคลุมอยู่เหนือยอดตึกเหล่านั้น มันดูเหมือนหนวดของอสุรกายขนาดยักษ์ที่กำลังโอบรัดเมืองหลวงของโลกเอาไว้ “พิกัดแรกคือนิวยอร์ก” ลิเลียน่าพึมพำพลางกางแผนที่ 

“เราต้องหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้ที่หายไปที่นี่ เรเชลบอกว่าเขามีคำตอบเรื่องเกาะโอจีเจีย”
ผมกระชับมือที่สวมแหวน ความร้อนจากแหวนเริ่มแผ่ซ่านไปทั่ววงแขน “เตรียมตัวให้พร้อมนะทุกคน เรากำลังจะเข้าสู่เขตที่ความบ้าคลั่งรุนแรงที่สุด”

เบย์หยิบมีดสั้นออกมาควงในมือ “ยินดีต้อนรับสู่นิวยอร์ก... เมืองที่ไม่มีวันหลับ เพราะพวกเขาคงกำลังฝันร้ายกันหมดแล้วแน่!”
ความรู้สึก ภายใต้ใบหน้าที่เคร่งขรึมและร่างกายที่ผมพยายามฝึกฝนให้ดูไร้ช่องโหว่ ผมกลับรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่แทบจะทนไม่ไหว ความห่วงใยที่ผมมีต่อลิเลียน่านั้นรุนแรงพอๆ กับความยำเกรงในตัวเบย์ ผมต้องแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยเพื่อประคองสติของเพื่อนร่วมทีมเอาไว้ แต่ทุกครั้งที่ลมพัดเอากลิ่นเน่าเสียของสมุทรมาปะทะผิวหนัง ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่มองไม่เห็น กรงขังที่ชื่อว่า 'โชคชะตา'
ความคิด มหาสมุทรที่เปลี่ยนสีและนกที่คุ้มคลั่งพวกนั้นคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด—ความบ้าคลั่งไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่มันคือยาพิษที่กำลังซึมลึกเข้าสู่กระแสเลือดของโลก ผมมองว่าดาบหรือหอกในมือเบย์อาจจะเป็นแค่ของเล่นเด็ก หากศัตรูของเราคือเสียงกระซิบที่แทรกซึมเข้าสู่จิตใจ สิ่งเดียวที่ผมเชื่อมั่นตอนนี้ไม่ใช่กำลังแขน แต่เป็น 'มนตร์มหาเสน่ห์' ที่ผมเคยเดียดฉันท์ เพราะมันอาจจะเป็นสมอเดียวที่เหนี่ยวรั้งพวกเราไว้ไม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความวิปลาสนี้
AUTHOR'S NOTE / CONCLUSION:
"การเริ่มต้นเดินเท้าในบทแรกนี้เป็นเพียงการเปิดประตูสู่สงครามจิตวิทยา ภัยคุกคามจากคธูลูไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชีวิต แต่พุ่งเป้าไปที่ 'ความหมายของการมีสติ' การรวมทีมระหว่างผม ลิเลียน่า และคุณเบย์ คือส่วนผสมที่อันตรายที่สุดเท่าที่จะนึกออก—เสน่ห์ ปัญญา และสัญชาตญาณดิบ เราไม่ได้แค่กำลังเดินทางไปนิวยอร์ก แต่เรากำลังเดินเข้าไปพิสูจน์ว่า 'ความเป็นมนุษย์กึ่งเทพ' จะต้านทาน 'ความวิปลาสจากบรรพกาล' ได้นานแค่ไหน"
◈ MISSION REWARDS

• ปลดล็อกบทนำ: Destination of Madness
• เริ่มต้นเส้นทางสู่นิวยอร์ก (The Path to NYC)
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
เพิ่มระดับความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | โบนัสพลังหอมเย้ายวนและเสน่ห์เลิศล้ำ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
เพิ่มระดับความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | โบนัสพลังหอมเย้ายวนและเสน่ห์เลิศล้ำ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[NPC-58] ไครอน
เพิ่มระดับความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | โบนัสพลังหอมเย้ายวนและเสน่ห์เลิศล้ำ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[God-14-1] ไดโอนีซุส (คุณดี)
เพิ่มระดับความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | โบนัสชื่อเสียง HEROES +25
TOTAL ACCUMULATED: 30 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-14-1] ไดโอนีซุส (คุณดี) เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2026-1-10 00:06
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์ เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-10 00:06
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-10 00:05
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-58] ไครอน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-10 00:05
โพสต์ 27613 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-9 18:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-9 23:18:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • II

THE GOLDEN BEAST OF UPPER EAST SIDE

DAMON KANNEL
นิ นิวยอร์กในเวลาห้าโมงเย็นควรจะเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดของวัน แต่ตอนนี้มันกลับเงียบสงัดอย่างน่าสยดสยอง ท้องฟ้าเหนือตึกระฟ้าในย่านอัปเปอร์อีสต์ไซต์เปลี่ยนเป็นสีส้มแก่หมองๆ แสงอาทิตย์ที่อะพอลโลพยายามกู้คืนมาดูเหมือนจะส่องผ่าน "หมอก" สีเขียวขุ่นที่ปกคลุมเมืองไว้ไม่ได้ทั้งหมด ในสายตาคนปกติ พวกเขาคงเห็นถนนที่ว่างเปล่าผิดปกติ หรือไม่ก็เห็นพวกเราเป็นเพียงกลุ่มวัยรุ่นที่เดินเกะกะขวางทาง แต่สำหรับผม... แหวนเธซีอุสบนนิ้วมันสั่นจนแทบจะกระชากกระดูกออกมา มันเตือนผมว่าความตายกำลังเดินปะปนมากับอากาศ

"เดม่อน ระวัง!" ลิเลียน่าตะโกน

กลิ่นสาบสัตว์ป่าที่รุนแรงจนแสบจมูกพุ่งเข้าปะทะหน้าผม ทันใดนั้น ร่างมหึมาสีทองหม่นก็พุ่งทะยานออกมาจากเงาของตึกแถวพาร์คอเวนิว มันไม่ใช่สิงโตธรรมดา แต่มันคือ ราชสีห์นีเมียน อสุรกายที่มีขนาดใหญ่กว่าวัวกระทิง แผงคอของมันเป็นสีทองแดงเข้ม และดวงตาของมันฉายแววความวิปลาสที่ถูกปลุกเร้าโดยเสียงกระซิบจากมหาสมุทร

"หลบไป!" โค้ช
เบย์คำราม เขาพุ่งตัวออกมาข้างหน้า สะบัดไม้เท้าเดินป่าที่หมอกพรางตาไว้จนมันคืนรูปกลายเป็นหอกยาวปลายเป็นเหล็กไหล

ราชสีห์นีเมียนคำรามกึกก้องจนกระจกหน้าต่างตึกข้างๆ ร้าว แผ่นดินใต้เท้าผมสั่นสะเทือน มันกระโจนเข้าใส่เบย์ด้วยความเร็วปานสายฟ้า เบย์สวนกลับด้วยวิชาหมัดแพะเหล็ก เขาใช้มือซ้ายยันพื้นแล้วดีดตัวขึ้นเตะเข้าที่ลำคอของมันเต็มแรง แต่มันกลับเหมือนเตะเข้ากับกำแพงเหล็กกล้า สิงโตยักษ์สะบัดตัวทีเดียว เบย์ก็กระเด็นไปกระแทกกับถังขยะจนบุบ

"มันหนังเหนียวเกินไป อาวุธทำอะไรมันไม่ได้!"
ลิเลียน่าตะโกนพลางหยิบมีดสั้นออกมาด้วยมือที่สั่นเทา

ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามาเก๊กหล่อ ผมรีดเค้นพลังจากส่วนลึกของหัวใจ ลำคอผมเริ่มร้อนผ่าว
"หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้าเหมียว! จงสงบและหมอบลงแทบเท้าข้า!"

เสียงของผมกังวานไปทั่วถนนที่เงียบสงัด สิงโตยักษ์ชะงักฝีเท้ากะทันหัน กรงเล็บที่กำลังจะตะปบหน้าโค้ช
เบย์หยุดนิ่งกลางอากาศ ดวงตาสีเลือดของมันวูบไหวเหมือนกำลังต่อสู้กับมนต์สะกด ความงามและอำนาจของอะโฟรไดต์พยายามแทรกซึมผ่านสมองที่คลุ้มคลั่งของมัน

"ตอนนี้แหละโค้ชเบย์! ปากมัน!"
ผมตะโกนสั่ง

โค้ชเบย์ไม่รอช้า เขาพลิกตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว อาศัยจังหวะที่มันอ้าปากคำรามเพื่อต้านทานคำสั่งผม เขาพุ่งหอกยาวเข้าไปในลำคอของมัน— จุดเดียวที่ไม่มีหนังกันอาวุธปกคลุม หอกปักทะลุเข้าไปจนมิดด้าม ราชสีห์นีเมียนพยายามจะขย้ำ แต่ร่างกายของมันกลับแข็งค้างเพราะอำนาจเสียงของผมที่ยังคงกรอกหูมันอยู่

"จง... สลาย... ไปซะ!"
ผมย้ำคำพูดสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังราวกับคำบัญชาของเทพเจ้า

ร่างมหึมานั่นชักกระตุกอย่างรุนแรง แววตาที่เต็มไปด้วยความวิปลาสเริ่มพร่าเลือน ก่อนที่มันจะระเบิดออกเป็นฝุ่นทรายสีทองกระจายไปทั่วอากาศนิวยอร์ก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันจางๆ และความเงียบเชียบที่น่าอึดอัดกว่าเดิม โค้ช
เบย์ลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นออกจากกางเกง แววตาเขาดุดันและมองผมด้วยความประหลาดใจ "ไม่เลวนี่เดม่อน... แกเกือบจะทำให้ข้าหูหนวกไปด้วยแล้ว แต่จำไว้ว่าไอ้ตัวนี้มันแค่ลูกน้องปลายแถวที่ถูกส่งมาต้อนเรา"

"มันไม่ได้มาล่าเพื่อกิน..."
ลิเลียน่าเดินเข้ามาหาผม ใบหน้าเธอซีดเผือด "มันมาเพื่อกดดันให้เราลงไปข้างล่าง" เธอชี้ไปที่สถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมีไอสีเขียวขุ่นลอยกรุ่นออกมาจากบันไดทางลง

ผมมองไปที่มือตัวเองที่ยังสั่นไม่หาย พลังที่เพิ่งใช้ไปทำเอาผมแทบหมดแรง แต่ผมต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้
"ลงไปข้างล่างกันเถอะ ก่อนที่เพื่อนของมันตัวอื่นจะตามมา"

เราก้าวลงสู่บันไดสถานีรถไฟใต้ดิน แสงไฟนีออนกระพริบถถี่ กลิ่นอายความวิปลาสที่นี่เข้มข้นจนผมรู้สึกเหมือนกำลังเดินลงไปในปอดของอสุรกาย และที่ชานชาลาด้านล่าง ผมเห็นกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำกำลังคุกเข่าพึมพำกับความมืด... 'ลัทธิเสียงกระซิบ' พวกเขกำลังรอการมาถึงของอะไรบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่าราชสีห์นีเมียน
ความรู้สึก การที่ต้องฆ่าอสุรกายด้วยคำพูดและแผนการที่เสี่ยงตายทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้ ความห่วงใยที่มีต่อลิเลียน่าเริ่มกลายเป็นความกดดัน ผมไม่ได้ภูมิใจในพลังที่สยบสัตว์ป่าได้ แต่ผมกลัวว่าวันหนึ่งผมอาจจะต้องใช้มันสยบมนุษย์ หรือแม้แต่เพื่อนร่วมทีมของผมเอง
ความคิด ราชสีห์นีเมียนสลายไปแล้ว แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลย ผมมองว่าการที่มันถูกส่งมาขวางบนดิน คือการบังคับให้เราเดินเข้าสู่ 'รัง' ของพวกมันในสถานีรถไฟใต้ดิน โลกิกำลังเล่นเกมรุก และเขารู้พิกัดของเราดีเกินไป ผมต้องระวังทุกคำพูดหลังจากนี้ เพราะในอุโมงค์มืดนี้ เสียงของผมอาจจะเป็นทั้งทางรอดและทางตาย
AUTHOR'S NOTE / CONCLUSION:
"การจบชีวิตของราชสีห์นีเมียนด้วยการประสานงานระหว่างเสน่ห์และสัญชาตญาณดิบ คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของทีมภารกิจนี้ นิวยอร์กใต้ดินคือวิหารของความบ้าคลั่งที่คลื่นวิปลาสปกคลุมสมบูรณ์ที่สุด และเดม่อนกำลังจะได้พบว่า 'เสียง' ของเขานั้นดังพอจะสู้กับเสียงกระซิบของคธูลูได้หรือไม่"
◈ MISSION REWARDS

• ผลการต่อสู้ [Link]
• ไอเทมที่ได้รับ: หนังราชสีห์นีเมียน
• สถานะ: มุ่งหน้าสู่ Subway Abyss
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-10 00:07
โพสต์ 23136 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-9 23:18
โพสต์ 23,136 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-9 23:18
โพสต์ 23,136 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-9 23:18
โพสต์ 23,136 ไบต์และได้รับ +8 เกียรติยศ +9 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-9 23:18
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-10 21:18:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2026-1-10 21:22

CHAPTER • III

THE SILENT CHORUS OF THE ABYSS

DAMON KANNEL
กลิ่นอับชื้นของอุโมงค์รถไฟใต้ดินนิวยอร์กมักจะเป็นกลิ่นผสมระหว่างสนิมเหล็ก ขยะเน่า และลมร้อนที่พัดมาจากรางไฟฟ้า แต่คืนนี้มันต่างออกไป กลิ่นที่ไหลเวียนอยู่ในปอดของผมคือกลิ่นน้ำทะเลที่ตายแล้ว มันเค็มจัดและคละคลุ้งไปด้วยไอระเหยสีเขียวมรกตที่เข้มข้นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แสงจากมือถือของลิเลียน่าส่องให้เห็นภาพที่ทำให้ผมต้องหยุดหายใจ บนชานชาลาบัดนี้กลับมีกลุ่มคนประมาณยี่สิบคนในชุดผ้าคลุมสีดำ พึมพำถ้อยคำที่ฟังไม่ได้ศัพท์แต่มันสั่นสะเทือนสติสัมปชัญญะของผมอย่างรุนแรง

"อย่าฟังพวกมัน!" โค้ชเบย์ ตะคอกเสียงต่ำ เขาเอามืออุดหูพลางกระชับหอก "ไอ้พวกนี้มันไม่ใช่คนแล้วเดม่อน สติพวกมันถูกกลืนกินไปหมดแล้ว"

"ลัทธิเสียงกระซิบ..." ลิเลียน่าพึมพำ แววตาเธอฉายชัดถึงความเจ็บปวด "พวกเขาไม่ได้กำลังสวดมนต์ แต่พวกเขากำลังทำหน้าที่เป็นเสาอากาศ เพื่อกระจายความวิปลาสของคธูลูเข้าไปในระบบรางรถไฟทั่วเมือง"

ผมก้าวเท้าลงบนชานชาลา ทันใดนั้น กลุ่มคนชุดดำก็หยุดพึมพำ พวกเขาหันมามองเราพร้อมกัน ดวงตาของพวกเขาทุกคนไม่มีม่านตา... มันเป็นสีเขียวเรืองแสงสว่างวาบ มีเพียงความว่างเปล่าที่ชวนคลื่นเหียน "ผู้แบกรับความทรงจำ..." หนึ่งในนั้นพูดออกมา เสียงแหบพร่าและซ้อนทับกัน "จงทิ้งความงามของเจ้า... และจมดิ่งสู่ความเงียบที่แท้จริง"

"เงียบไปซะ!" ผมตวาดกลับ รีดเค้นพลังมนต์มหาเสน่ห์ออกมาประหนึ่งเป็นเกราะคุ้มกัน "พวกคุณยังมีสติอยู่! จงตื่นจากฝันร้ายนี้แล้วไสหัวไปจากที่นี่ซะ!"

พลังของผมพุ่งเข้าปะทะราวกับคลื่นยักษ์ กลุ่มลัทธิบางคนถึงกับล้มหงายหลัง แสงสีเขียวในดวงตาหม่นแสงลงชั่วขณะ แต่ทว่า... ความวิปลาสในนี้มันเข้มข้นเกินไป "ระวัง!" โค้ชเบย์คำรามพลางพุ่งตัวไปข้างหน้า บางอย่างพุ่งออกมาจากความมืดของอุโมงค์รางรถไฟ มันเป็นอสุรกายกึ่งมนุษย์กึ่งปลาหมึก ผิวหนังเป็นสีม่วงอมเขียวหนานูน มันคือสเกาจ์

"ลิเลียน่า หาทางตัดไฟทางฝั่งขวา! โค้ช... คุ้มกันเธอ ผมจะจัดการไอ้ตัวนี้เอง!" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ผมโถมตัวเข้าหาอสุรกาย แหวนเธซีอุสเรืองแสงสีชมพูหม่นค้างไว้ ผมใช้มนต์มหาเสน่ห์ในการสั่งให้กล้ามเนื้อของมันอ่อนแรง "จงช้าลง... จงไร้เรี่ยวแรง!"

สเกาจ์ตัวนั้นชะงักงันกลางอากาศ โค้ชเบย์พุ่งหอกเข้าเสียบกลางอกมันจนมิด แสงไฟในสถานีดับวูบลงจากการที่ลิเลียน่าดึงคัทเอาท์ใหญ่ลง ความมืดเข้าปกคลุมทันที แต่สำหรับผม... แสงจากแหวนคือสิ่งเดียวที่นำทาง "ไปที่ปลายทางรถไฟสาย N/R!" โค้ชเบย์ตะโกน "เราต้องขึ้นรถบัสเกรย์ฮาวน์ออกจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุด!"

เราวิ่งฝ่าความมืดและกลุ่มลัทธิที่เริ่มคลุ้มคลั่งและกระโจนเข้าใส่ เสียงกระซิบในหัวผมดังขึ้นเรื่อยๆ แต่มันกลับทำอะไรผมไม่ได้ เพราะใจผมจดจ่ออยู่กับการรักษาสมอเรือของทีมเอาไว้ เราพุ่งตัวขึ้นบันไดทางออกอีกฝั่ง โผล่ขึ้นมากลางนิวยอร์กที่หนาวเหน็บ "นั่นไง... สถานี Greyhound"
ความรู้สึก การเผชิญหน้ากับลัทธิเสียงกระซิบทำให้ผมรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก พวกเขาเคยเป็นมนุษย์ที่มีความฝัน มีความรัก ความรับผิดชอบที่ต้องนำทีมผ่านความมืดมิดนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนหลัง
ความคิด อุโมงค์รถไฟใต้ดินคือเครื่องยืนยันว่าโลกิไม่ได้แค่ต้องการฆ่าพวกเรา แต่เขาต้องการเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นวิหารของความบ้าคลั่ง พลัง Charmspeak ของผมเริ่มเปลี่ยนไป มันคือการ 'รักษาเขตแดนแห่งสติ'
AUTHOR'S NOTE / CONCLUSION:
"บทที่ 3 นี้สะท้อนถึงภัยคุกคามทางจิตใจที่คธูลูมอบให้ การเดินทางสู่วอชิงตัน ดี.ซี. คือจุดเริ่มต้นของ Road Trip แห่งความตายที่แท้จริง"
◈ MISSION REWARDS

• พิกัดถัดไป: Greyhound Station (Heading to D.C.)
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-10 21:53
โพสต์ 19664 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2026-1-10 21:18
โพสต์ 19,664 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-10 21:18
โพสต์ 19,664 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-10 21:18
โพสต์ 19,664 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-10 21:18
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-11 01:28:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2026-1-11 23:22

CHAPTER • IV

THE LATE NIGHT RIDE TO D.C.

DAMON KANNEL
เสียงเครื่องยนต์ดีเซลของรถบัสเกรย์ฮาวด์ ครางกระหึ่มอย่างต่อเนื่องขณะที่มันพาพวกเราซิ่งฝ่าความมืดมิดบนทางหลวงสาย I-95 มุ่งหน้าสู่วอชิงตัน ดี.ซี. กลางคืนในตอนนี้จึงมืดสนิทราวกับถูกชุบด้วยหมึกจีน แถมฝนยังเริ่มโปรยปรายลงมาบดบังทัศนวิสัยจนเห็นเพียงแสงไฟท้ายรถคันหน้าเป็นจุดสีแดงจางๆ บรรยากาศบนรถบัสเที่ยวเที่ยงคืนมันช่างน่าอึดอัด ผู้โดยสารมนุษย์ประมาณสิบกว่าคนนั่งกระจัดกระจาย บ้างก็หลับสลับสนิท บ้างก็จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยดวงตาที่เลื่อนลอยจากอิทธิพลของคลื่นวิปลาส ที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ

ลิเลียน่า นั่งหลับพิงไหล่ผมอยู่ ลมหายใจที่สม่ำเสมอของเธอเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยยึดเหนี่ยวสติของผมไว้ ส่วนโค้ชเบย์นั่งอยู่เบาะหน้าสุด เขาจ้องเขม็งไปที่กระจกมองหลังของคนขับ แววตาของเซเทอร์จอมโหดดูระแวดระวังผิดปกติ

"เดม่อน..." เสียงกระซิบที่หวานหยดย้อยดังขึ้นข้างหูผม ทั้งที่ลิเลียน่ายังหลับอยู่ ผมลืมตาโพล่ง แหวนเธซีอุสส่งความร้อนวาบจนผิวหนังแทบไหม้ ผมมองไปตามทางเดินของรถบัส แล้วก็พบกับพนักงานต้อนรับสาวสวยคนหนึ่ง เธอเดินนวยนาดมา ผิวขาวซีดดุจหิมะ และเส้นผมสีแดงเพลิงที่ขยับเขยื้อนได้เองราวกับเปลวไฟ

"ถ้านอนไม่หลับ รับเครื่องดื่มอุ่นๆ สักหน่อยไหมคะ?" เธอยิ้มให้ผม แววตาสีแดงฉานวูบหนึ่งทำเอาผมขนลุกซู่ ผมสังเกตเห็นความผิดปกติทันที มนตร์มหาเสน่ห์ในตัวผมมันดื้อรั้นกว่าหมอก ผมมองเห็นปลอกขาสำริดที่ดูเทอะทะใต้กระโปรงของเธอ และขาอีกข้างที่ดูเหมือนขาลาขนรุงรัง

"เอ็มพูซา..." ผมพึมพำเบาๆ พร้อมกับกระชับร่างลิเลียน่า

"โอ้... พ่อหนุ่มรูปงาม รู้จักชื่อพวกเราด้วยหรือจ๊ะ?" นางอสุรกายฉีกยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นเขี้ยวแหลมคม "สบตากับข้าสิ... แล้วเจ้าจะพบว่านิทราที่หวานชื่นที่สุด คือการจมลงในคมเขี้ยวของข้า" ทันใดนั้น ผู้โดยสารมนุษย์รอบตัวผมก็เริ่มลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเหมือนคนละเมอ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวขุ่นขวาง "ฆ่ามัน... ปิดเสียงของมัน..." พวกเขาพึมพำเป็นเสียงเดียวกัน

"โค้ชเบย์! ตื่น!" ผมตะโกนลั่น พร้อมกับรีดเค้นพลังมนต์มหาเสน่ห์ออกมา "ทุกคนนั่งลง! นี่คือคำสั่ง! อย่าให้เสียงลวงนั่นเข้าถึงใจของพวกคุณได้!" เสียงของผมดังกังวานไปทั่วตัวรถบัสที่คับแคบ มนุษย์เหล่านั้นชะงักและทรุดตัวลงนั่งอย่างงุนงง เอ็มพูซาสาวกรีดร้องอย่างหงุดหงิด เธอขยายร่างจนตัวสูงใหญ่ เส้นผมลุกเป็นไฟโชติช่วงจนเพดานรถเริ่มละลาย "แก! ไอ้เด็กปากดี!" เธอพุ่งเข้าใส่ผมพร้อมกรงเล็บไฟ

เคร้ง! หอกของโค้ชเบย์พุ่งเข้าขวางได้ทันท่วงที "ถอยไปเดม่อน! ไอ้พวกเชียร์ลีดเดอร์ตกนรกนี่ข้าจัดการเอง!" โค้ชเบย์ตะโกนพลางเหวี่ยงหอกเข้าใส่ขาสำริดของนางอสุรกาย "ยัยหน้าผี! ยัยลาขากะเผลก! ไปหัดเสริมสวยในทาร์ทารัสไป๊!" เสียงด่าทอทำให้เอ็มพูซาตนนั้นชะงักและส่งเสียงหวีดร้องแหลมสูงด้วยความอับอาย

"เดม่อน! ใช้พลังของนายปิดบัญชีมันซะ!" ลิเลียน่าที่ตื่นขึ้นมาเสริม พร้อมกับปามีดสั้นเข้าใส่ ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปล่อยให้มนต์มหาเสน่ห์ไหลเวียนไปทั่วร่างจนผิวหนังเรืองแสงสีชมพูจางๆ "เจ้ามันก็น่าเกลียดแค่เปลือกนอกเท่านั้นแหละเอ็มพูซา! ร่างจริงของเจ้าน่าสมเพชเสียจนความมืดต้องเบือนหน้าหนี... จงกลับคืนสู่ความว่างเปล่าไปซะ!"

นางอสุรกายกรีดร้องโหยหวนเมื่อเจอทั้งหอกของเซเทอร์และการด่าทอด้วยมนตร์มหาเสน่ห์ ร่างของเธอระเบิดออกเป็นเปลวไฟสีม่วงก่อนจะสลายกลายเป็นฝุ่นกำมะถันสีทองที่ปลิวหายไปตามช่องแอร์ของรถบัส ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฝนและเสียงหอบหายใจของพวกเราสามคน

"เกือบไปแล้ว..." ลิเลียน่าพึมพำพลางปาดเหงื่อ 

"มันรู้ว่าเรากำลังไปดี.ซี."
โค้ชเบย์เก็บหอก แววตาเขายังคงเคร่งเครียด "และนั่นแค่ตัวเดียว บนโลกที่วิปลาสแบบนี้... พวกมันคงจะมารอรับเราเป็นฝูงที่สถานีปลายทางแน่" ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง วอชิงตัน ดี.ซี. อยู่ไม่ไกล และผมรู้ดีว่าเสียงกระซิบที่นั่นจะดังยิ่งกว่าบนรถบัสคันนี้ร้อยเท่า
ความรู้สึก ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนทุกครั้งที่ต้องใช้คำพูดเพื่อทำลายดวงจิตของใคร แม้จะเป็นอสุรกายก็ตาม ความสวยงามที่แม่ให้มากลายเป็นดาบสองคมที่ผมต้องกวัดแกว่งอย่างระมัดระวัง ผมมองดูลิเลียน่าและโค้ชเบย์แล้วรู้สึกผิดที่พาพวกเขามาเสี่ยงในพื้นที่จำกัดแบบนี้ แต่แววตาที่เชื่อมั่นของพวกเขาทำให้ผมต้องกลืนความกลัวลงไป
ความคิด เอ็มพูซาไม่ได้มาเพื่อฆ่าอย่างเดียว แต่มันมาเพื่อทดสอบความมั่นใจในพลังของผม โลกิกำลังส่งสารบอกผมว่าเขารู้จุดอ่อนของลูกหลานอะโฟรไดต์ดี ผมมองว่าสถานีเกรย์ฮาวด์ในดี.ซี. จะกลายเป็นสมรภูมิที่แท้จริง เราต้องหาทางอุดหูมนุษย์ธรรมดาให้ได้ก่อนที่ความบ้าคลั่งจะทำให้เมืองหลวงพินาศ
AUTHOR'S NOTE / CONCLUSION:
"บทที่ 4 คือการดวลกันระหว่างการล่อลวงและอำนาจสั่งการ การเอาชนะเอ็มพูซาด้วยการด่าทอและมนต์มหาเสน่ห์ เป็นการตอกย้ำว่าเดม่อนเริ่มก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง การเดินทางที่บีบคั้นสู่วอชิงตัน ดี.ซี. ที่ซึ่งสะพานสู่โลกกำลังจะพังทลาย"
◈ MISSION REWARDS

• สถานะ: มุ่งหน้าสู่ Washington D.C. Union Station
• ผลการต่อสู้ Link
• ไอเทม: 2x ขาทองแดง, 1x แก่นวิญญาณเอ็มพูซา (พิเศษ LUK 60+ ได้รับขาทองแดง +2x, แก่นวิญญาณเอ็มพูซา +1x)
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-11 01:30
โพสต์ 23037 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-11 01:28
โพสต์ 23,037 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-11 01:28
โพสต์ 23,037 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-11 01:28
โพสต์ 23,037 ไบต์และได้รับ +8 เกียรติยศ +9 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-11 01:28
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-11 23:42:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • V

THE FRACTURED PILLAR OF LIBERTY

DAMON KANNEL
รถบัสเกรย์ฮาวด์ชะลอความเร็วลงก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่สถานีขนส่งยูเนียนสเตชั่นในวอชิงตัน ดี.ซี. บรรยากาศยามเช้ามืดของเมืองหลวงเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบที่ไม่ได้เกิดจากอากาศหนาวเพียงอย่างเดียว แต่มันคือหมอกสีเขียวจางๆ ที่ได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของความวิปลาสไปเสียแล้ว แสงไฟสลัวภายในสถานีทำให้ผู้คนที่เดินไปมาดูเหมือนเงาตะคุ่มที่ไร้ชีวิตจิตใจ

"ถึงดี.ซี. ล่ะ เมืองแห่งอำนาจที่ตอนนี้ดูเหมือนจะคุมกระทั่งสติคนในเมืองไม่อยู่" โค้ชเบย์ พึมพำพลางกระชับสายสะพายหอกที่พรางตาเป็นถุงกอล์ฟใบใหญ่ แววตาของเขาดูเหนื่อยล้าแต่ยังคงความดุดัน

เราสามคนก้าวออกจากสถานี ลมหนาวพัดเอาไอเค็มจากแม่น้ำโปโตแมคมาปะทะหน้า มันไม่ใช่กลิ่นน้ำจืดที่ควรจะเป็น แต่มันคือกลิ่นมหาสมุทรที่กำลังเน่าเปื่อย ซึ่งรุนแรงกว่าในนิวยอร์กเสียอีก ลิเลียน่า กางแผนที่เมืองหลวงออกมา แสงจากเสาไฟข้างทางทำให้เห็นว่านิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย

"เดม่อน... รอยร้าวของสะพานสู่โลก น่าจะอยู่ที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน" ลิเลียน่าชี้ไปทางแท่งหินโอเบลิสก์ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ "ในนิมิตของฉัน มันคือจุดที่พลังงานระหว่างโลกมนุษย์และโลกเทพเจ้าเชื่อมต่อกันแน่นที่สุด และตอนนี้มันกำลังจะปริแตกออก"

เราตัดสินใจเดินเท้าลัดเลาะผ่านเนชั่นแนลมอลล์ ผืนหญ้าที่ควรจะเป็นสีเขียวขจีบัดนี้กลับดูแห้งเหี่ยวและมีคราบเมือกสีเขียวเกาะอยู่ตามขอบม้านั่ง มนุษย์กึ่งเทพอย่างพวกเราสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากยอดอนุสาวรีย์ มันคือเสียงวิ้งในหูที่สลับกับเสียงกระซิบพร่ามัว เมื่อเราไปถึงฐานของอนุสาวรีย์วอชิงตัน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาผมเย็นวาบไปถึงสันหลัง บนผนังหินสีขาวสะอาดตาปรากฏรอยร้าวสีดำสนิทที่ดูลึกเข้าไปถึงแก่นกลาง และจากรอยร้าวนั้นมีของเหลวสีเขียวข้นไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ

"นั่นไง... รอยร้าวที่ว่า" โค้ชเบย์แยกเขี้ยว "และดูเหมือนเราจะมีคณะต้อนรับ ระดับวีไอพีมารออยู่ด้วยนะ"

กลุ่มชายในชุดสูทเนี๊ยบประมาณห้าคนยืนล้อมรอบฐานอนุสาวรีย์ พวกเขาดูเหมือนนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทำเนียบขาว แต่ดวงตาของพวกเขาไม่มีม่านตา มีเพียงแสงสีเขียวเรืองรองที่สะท้อนถึงความว่างเปล่าและความบ้าคลั่ง "พวกเจ้ามาช้าไป... ผู้แบกรับเสน่ห์" หนึ่งในนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงคลื่นซัดกระทบโขดหิน "สะพานแห่งนี้ถูกกัดเซาะจากภายใน... โลกิได้มอบสัจจะใหม่ให้กับเรา ความโกลาหลคืออิสรภาพที่แท้จริง!"

ทันใดนั้น ร่างของชายชุดสูทเหล่านั้นก็บิดเบี้ยวขยายร่างจนเสื้อผ้าขาดวิ่น ผิวหนังกลายเป็นเกล็ดสีเทาหนาเตอะและมีหนวดปลาหมึกงอกออกมาจากปากและลำคอ พวกเขาคืออสุรกายที่แฝงตัวอยู่ในคราบผู้มีอำนาจ

"ลิเลียน่า! ใช้ความรู้ของเธอหาจุดเชื่อมต่อพลังงานแล้วปิดรอยร้าวนั่นซะ! โค้ชเบย์! ฝากจัดการพวกท่านส.ส. หนวดปลาหมึก นี่ทีนะครับ!" ผมตะโกนสั่งการ พร้อมกับก้าวออกไปเผชิญหน้ากับหัวหน้ากลุ่มอสุรกาย

ผมหลับตาลงชั่วครู่ รวบรวมพลังมนต์มหาเสน่ห์ทั้งหมดที่มีให้ไปรวมอยู่ที่ลำคอ เมื่อผมลืมตาขึ้น ดวงตาของผมคงจะเปล่งประกายสีชมพูเจิดจ้าจนข่มแสงสีเขียววิปลาสนั่นได้ "พวกแกมันก็แค่ขยะมลพิษที่หลงผิด! จงฟังเสียงแห่งความจริง... และกลับไปเป็นอากาศ
ธาตุที่ไร้ค่าเดี๋ยวนี้!"

พลังเสียงของผมพุ่งออกไปเหมือนระลอกคลื่นกระแทก อสุรกายที่กำลังพุ่งเข้าหาโค้ชเบย์ถึงกับชะงักงัน ร่างกายของพวกมันสั่นสะท้านเมื่อถูกบีบคั้นด้วยคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืนของบุตรแห่งอะโฟรไดต์ ในขณะที่โค้ชเบย์ใช้จังหวะนั้นควงหอกแทงทะลุร่างพวกมันจนสลายเป็นฝุ่นทรายไปทีละตน

ลิเลียน่ารีบวิ่งไปที่รอยร้าว เธอวางมือลงบนหินโอเบลิสก์แล้วหลับตาพึมพำภาษาโบราณ แสงสีทองจากปัญญาแห่งอาธีน่าเริ่มไหลซึมเข้าไปอุดรอยร้าวสีดำนั้น
"เดม่อน! ฉันต้องการพลังช่วยเสริมหน่อย! ช่วยประคองสติของฉันไว้ทีนะ!"

ผมเดินเข้าไปยืนข้างหลังเธอ วางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของลิเลียน่าแล้วใช้เสียงกระซิบที่นุ่มนวลที่สุด
"มั่นใจในตัวเองนะลิเลียน่า... โลกนี้ยังไม่ถึงกาลอวสาน ตราบใดที่เสียงของเธอยังชัดเจนอยู่"

รอยร้าวสีดำเริ่มจางหายไป ความสั่นสะเทือนในอากาศเริ่มสงบลงชั่วขณะ แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะคลี่คลาย เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในใจของผม... เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของ โลกิ "เก่งมากพวกเด็กๆ... แต่นี่เป็นแค่รอยแตกเล็กๆ บนแก้วน้ำที่กำลังจะแตกกระจายทั้งใบ เจอกันที่ซาวันนาห์นะ" แสงสีเขียววาบขึ้นครั้งสุดท้ายก่อนจะหายไป ทิ้งให้พวกเรายืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่ดูซีดเซียวที่หน้าอนุสาวรีย์วอชิงตันที่ได้รับการซ่อมแซมชั่วคราว

เสียงหัวเราะของโลกิยังคงดังก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะของผมเหมือนเสียงเลื่อยไฟฟ้าที่กำลังกรีดลงบนแผ่นเหล็ก มันไม่ใช่แค่เสียง แต่มันคือการล่วงละเมิดเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของจิตใจ แสงสีเขียววิปลาสที่วาบขึ้นครั้งสุดท้ายนั้นทิ้งรอยไหม้จางๆ ไว้บนหญ้าของเนชั่นแนลมอลล์ ราวกับตราประทับของจอมลวง

"เดม่อน! นายโอเคไหม?"
ลิเลียน่าถลาเข้ามาประคองแขนผม มือของเธอยังมีประกายสีทองจางๆ จากพลังของอาธีน่าหลงเหลืออยู่

"ผม... ผมไม่เป็นไร"
ผมส่ายหัวเพื่อไล่เสียงหัวเราะนั่นออกไป แต่หัวใจผมเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก "เขารู้แผนเรา เขารอเราอยู่ที่ซาวันนาห์"

"ไอ้เทพขี้โกงนั่น!"
โค้ชเบย์สบถพลางใช้กีบเท้าแพะกระทืบพื้นดินด้วยความหงุดหงิด "มันไม่ได้แค่หัวเราะเยาะนะ แต่มันจงใจทิ้งของขวัญไว้ให้เราดูต่างหน้าด้วย ดูนั่นสิ!"

ผมมองตามสายตาของโค้ชเบย์ไปที่ทางเดินมุ่งหน้าสู่ทำเนียบขาว และสถาบันสมิธโซเนียน กลุ่มนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เคยเดินพลุกพล่าน บัดนี้กลับหยุดนิ่งราวกับถูกสาป พวกเขาค่อยๆ หันมามองเราด้วยดวงตาที่เป็นสีเขียวขุ่นเหมือนกันหมด และที่แย่กว่านั้น... พวกเขาเริ่มหยิบของใกล้ตัวขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเอกสาร กล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่ป้ายประกาศเพื่อใช้เป็นอาวุธ

"เสียงกระซิบ... มันทำงานเร็วขึ้นเพราะแรงสั่นสะเทือนเมื่อกี้"
ลิเลียน่าวิเคราะห์ด้วยความตื่นตระหนก "พวกเขาคิดว่าเราคือตัวอันตราย โลกิเปลี่ยนคนบริสุทธิ์ให้กลายเป็นกำแพงเนื้อขวางทางเรา!"

"เราทำร้ายพวกเขาไม่ได้"
ผมกัดฟันพูด พลางมองดูคุณยายคนหนึ่งที่กำลังเงื้อร่มขึ้นมาเตรียมจะฟาดผม "โค้ชเบย์ อย่าใช้หอก! ลิเลียน่า เก็บมีดซะ!"

"แล้วจะให้ฉันทำยังไงเล่า! ยืนให้พวกเขารุมทึ้งจนกลายเป็นเบอริโต้หรือไง!"
โค้ชเบย์ตะโกนพลางถอยกรูดเมื่อเจอฝูงชนที่เริ่มดาหน้าเข้ามา

ผมสูดลมหายใจลึก รวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายจากแรงกดดันของโลกิ ผมโดดขึ้นไปยืนบนขอบฐานหินของอนุสาวรีย์วอชิงตัน เพื่อให้ทุกคนมองเห็นผมได้ชัดเจนที่สุด แสงจันทร์ที่ค้างคาอยู่บนฟ้าเริ่มจางลง แต่พลังมนต์มหาเสน่ห์ในตัวผมกลับทวีความรุนแรงขึ้นตามความวิปลาสรอบข้าง

"ทุกคน! จงฟังผม!"
เสียงของผมไม่ได้แค่ดัง แต่มันมีแรงอัดมหาศาลที่สะกดให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง แม้แต่นกที่กำลังบินอยู่ยังร่วงลงมาเกาะที่กิ่งไม้ "จงตื่นขึ้น! มองดูท้องฟ้าที่ได้ราตรีกลับคืนมา! ความโกรธแค้นที่พวกคุณรู้สึกไม่ใช่ของพวกคุณ! จงวางอาวุธและหลับใหลลงซะ... หลับอย่างสบายเถิด เมื่อพวกคุณตื่นมาพวกคุณจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทั้งหมด!" ผมพยายามพูดพร้อมกับใช้ประโยชน์จากหมอกบังตาที่เป็นกระแสกำลังไหลเชี่ยวกรากจากความวิปลาสนี้ แทนจะฝืนมันผมจะใช้มนต์มหาเสน่ห์ให้ไหลไปตามกระแส

เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่ามนต์มหาเสน่ห์ของผมทำงานในระดับวงกว้าง มนุษย์นับร้อยในบริเวณนั้นหยุดชะงัก ร่างกายของพวกเขาผ่อนคลายลง อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้นหญ้าดัง ตุบ ต่อเนื่องกันเหมือนโดมิโน่ พวกเขาทรุดตัวลงนอนกับพื้นท่ามกลางหมอกสีเขียวที่เริ่มสลายตัวไปชั่วคราวด้วยอำนาจเสียงของผม ผมแทบจะล้มพับลงตรงนั้น ลิเลียน่ารีบเข้ามาประคองผมไว้ทันที
"เก่งมากเดม่อน... แต่นายใช้พลังเกินขีดจำกัดแล้วนะ"

"เราต้องไปจากที่นี่"
ผมพึมพำเสียงแหบ "ก่อนที่กองทัพหรือตำรวจจะมาเห็นภาพคนนอนสลบเป็นร้อยแบบนี้ พวกเขาจะหาว่าเราก่อการร้ายชีวภาพแน่ๆ"

โค้ชเบย์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"ไปที่รถไฟใต้ดินสายที่มุ่งหน้าออกนอกเมือง เราจะไปต่อรถบัสที่ชานเมืองแมริแลนด์แทน เข้าเมืองหลวงไปตอนนี้ก็เท่ากับเดินเข้ากรงขัง!" เราวิ่งเท้าฝีเท้าสม่ำเสมอออกจากเนชันแนลมอลล์ ผ่านอาคารรัฐบาลที่ดูเงียบสงัดราวกับป่าช้า ผมเหลียวหลังกลับไปมองอนุสาวรีย์วอชิงตันเป็นครั้งสุดท้าย รอยร้าวหายไปแล้วจริง แต่มันกลับทิ้งความรู้สึกไม่มั่นคงไว้ในใจของผมอย่างถาวร
ความรู้สึก ผมรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ใช้พลังมนต์มหาเสน่ห์ ราวกับว่าการสั่งการผู้อื่นทำให้ความเป็นตัวตนของผมจางลงไปด้วย แต่ความอบอุ่นที่ไหลผ่านไหล่ของลิเลียน่ามายังมือของผมคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าผมยังมีหัวใจอยู่ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนโกหกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก การบังคับให้คนบริสุทธิ์นอนสลบไปมันทำให้ผมรู้สึกขยะแขยงตัวเอง พลังนี้มันใกล้เคียงกับสิ่งที่โลกิทำจนน่ากลัว แต่เมื่อผมมองมือของลิเลียน่าที่ยังกุมมือผมไว้แน่น ผมก็รู้ว่าผมไม่มีเวลามานั่งเสียใจ ผมต้องนำพาความจริงกลับคืนมาให้ได้ ไม่ว่าราคาที่ต้องจ่ายจะเป็นตัวตนของผมเองก็ตาม
ความคิด รอยร้าวของสะพานสู่โลกที่อนุสาวรีย์วอชิงตันคือเครื่องยืนยันว่าเกมของโลกิมีเดิมพันสูงกว่าที่เราคิดไว้ โลกิไม่ได้ต้องการสู้กับเราด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่เขาต้องการทำลายศีลธรรมของเรา เขาต้องการให้เราทำร้ายมนุษย์เพื่อปกป้องตัวเอง ผมมองว่าการมุ่งหน้าสู่ซาวันนาห์ จะเป็นบททดสอบที่ต่างออกไป ถ้าดี.ซี. คือเมืองแห่งการจัดระเบียบที่พังทลาย ซาวันนาห์คงเป็นเมืองแห่งวิญญาณที่จะลองดีกับหัวใจของผม เราต้องใช้เส้นทางรองเพื่อเลี่ยงสายตาของรัฐบาลที่เริ่มถูกแทรกซึม
AUTHOR'S NOTE / CONCLUSION:
"บทที่ 5 นี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายกาจของโลกิที่ใช้มนุษย์เป็นเบี้ยหันมาทำร้ายครึ่งเทพ การตัดสินใจของเดม่อนที่จะล้างสมองชั่วคราว เพื่อปกป้องคนเหล่านั้นคือการก้าวเข้าสู่พื้นที่สีเทาของศีลธรรม ทีมภารกิจเริ่มตระหนักว่าพวกเขาไม่ได้แค่สู้กับอสุรกาย แต่กำลังสู้กับอิทธิพลที่ครอบงำสังคมมนุษย์ทั้งระบบ"
◈ MISSION REWARDS
• สถานะ: กำลังลี้ภัยออกนอกเขตเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่จุดนัดพบรถบัสเที่ยวพิเศษ
• ผลกระทบ: รัฐบาลดี.ซี. ประกาศเฝ้าระวังบุคคลลึกลับ (การพรางตัวจะยากขึ้น)
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
ในขณะถึงรถไฟใต้ดินเดม่อนที่หมดสติจากการใช้มนต์มหาเสน่ห์ในวงกว้าง ก็ตกสู่ภวังค์ความฝันโลกิ (อ่านต่อใน PM¬)  โพสต์ 2026-1-11 23:45
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-11 23:44
โพสต์ 37477 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-11 23:42
โพสต์ 37,477 ไบต์และได้รับ +12 EXP +15 เกียรติยศ +25 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-11 23:42
โพสต์ 37,477 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-11 23:42
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-12 19:51:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • VI

THE WARMTH AMIDST THE RUMBLE

DAMON KANNEL
เสียงล้อเหล็กบดไปบนรางรถไฟใต้ดินดัง ครืด... ครืด... เป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนลมหายใจของอสุรกายที่กำลังอ่อนแรง ร่างกายของผมหนักอึ้งราวกับถูกหลอมด้วยตะกั่ว พลังมนต์มหาเสน่ห์ที่ผมระเบิดออกมาที่เนชั่นแนลมอลล์นั้นไม่ได้แค่พรากพละกำลังไป แต่มันเหมือนกับการดึงเอาเศษเสี้ยววิญญาณของผมออกไปด้วย ทัศนียภาพรอบตัวเริ่มพร่าเลือน แสงไฟนีออนในขบวนรถไฟวูบวาบเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ

"เฮ้... เดม่อน นายดูแย่มากเลยนะ" เสียงของลิเลียน่าฟังดูไกลออกไปเหมือนมาจากปลายอุโมงค์ที่มืดมิด

ผมพยายามจะฝืนยิ้มให้เธอ แต่มุมปากกลับไม่ยอมขยับ ผมเห็นโค้ชเบย์ยืนพิงประตูรถไฟ สายตาจดจ้องออกไปในความมืดของอุโมงค์หิน มือของเขากำไม้เท้าพรางตาไว้แน่น ขากีบเท้าแพะของเขาสั่นเบาๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขากำลังกังวลเรื่องความปลอดภัยขั้นสุดยอด

"ปล่อยเขาพักเถอะลิเลียน่า" โค้ชเบย์สั่งเสียงต่ำ "การใช้พลังสะกดคนเป็นร้อยในครั้งเดียว... ต่อให้เป็นลูกแท้ๆ ของอะโฟรไดต์ก็แทบจะกลายเป็นผักได้เหมือนกัน เราจะนั่งรถสายนี้ไปจนสุดสายที่สถานีนิวคาร์โรลตัน แล้วค่อยหาทางไปต่อ"

ผมรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงของรถไฟขณะเข้าโค้ง ร่างกายของผมโอนเอนไปตามจังหวะรางที่ผุพัง สติของผมค่อยๆ ขาดเป็นห้วงๆ ผมมองเห็นหมอกสีเขียวจางๆ ลอยลอดเข้ามาตามช่องแอร์ของขบวนรถ แต่มันดูเบาบางลงเมื่อเทียบกับข้างบน หรืออาจจะเป็นเพราะสายตาของผมเริ่มดับวูบลงเอง

ทันใดนั้น ผมรู้สึกถึงสัมผัสที่อ่อนโยนที่ไหล่ขวา ลิเลียน่าขยับตัวเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าที่เธคงใช้ประจำ เธอเอื้อมมือมาประคองศีรษะของผมให้เอนลงไปซบที่ไหล่ของเธอ

"ไม่ต้องฝืนแล้วเดม่อน... ฉันอยู่ตรงนี้นะ" เสียงกระซิบของเธอนุ่มนวลยิ่งกว่ามนตร์มหาเสน่ห์ใดๆ ในโลก

ไหล่ของเธอเล็กและบอบบาง แต่ในวินาทีนั้นมันกลับรู้สึกมั่นคงกว่าอนุสาวรีย์วอชิงตันที่ผมเพิ่งจะช่วยกู้ไว้เสียอีก ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอซึมผ่านเสื้อผ้าเข้ามาช่วยขับไล่ความเย็นเยียบของคลื่นวิปลาสที่กัดกินใจผมอยู่ ผมรู้สึกถึงมือเล็กๆ ของเธอที่เอื้อมมากุมมือที่สั่นเทาของผมไว้ บีบเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อย้ำเตือนว่าผมไม่ได้สู้เพียงลำพัง

สติสุดท้ายก่อนที่โลกจะมืดสนิทลง ผมไม่ได้ยินเสียงกระซิบของคธูลู ผมไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของโลกิ ผมได้ยินเพียงเสียงหัวใจของลิเลียน่าที่เต้นอยู่ในจังหวะเดียวกับผม และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ผมเคยกังวลก็ดูเหมือนจะมลายหายไปชั่วคราว เหลือเพียงความสงบที่หาได้ยากยิ่งในภารกิจที่บ้าคลั่งนี้ ครืด... ครืด... รถไฟยังคงวิ่งต่อไปในอุโมงค์มืดมิด แต่สำหรับผม... แสงสว่างที่แท้จริงไม่ได้มาจากหลอดไฟนีออน แต่มันมาจากสัมผัสที่เรียบง่ายบนไหล่ของลูกสาวอาธีน่าคนนี้
ความรู้สึก ผมรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อความเหนื่อยล้า แต่มันเป็นการพ่ายแพ้ที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง สัมผัสจากลิเลียน่าทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังเป็น 'มนุษย์' ไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสารของเหล่าเทพ ผมไม่อยากหลับไปพร้อมกับภาพอสุรกาย ผมเลยเลือกที่จะจำความอบอุ่นที่ไหล่ของเธอไว้เป็นสิ่งสุดท้าย
ความคิด ในขณะที่สติกำลังจะดับ ผมมองว่าความฉลาดของลิเลียน่าไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปริศนาอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อ 'อ่านใจ' คนที่ปากแข็งอย่างผมด้วย ผมเชื่อมั่นในตัวโค้ชเบย์ว่าจะพาเราไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย และผมหวังว่าเมื่อผมตื่นมา... ความอบอุ่นนี้จะยังไม่เลือนหายไป
AUTHOR'S NOTE / CONCLUSION:
"บทที่ 6 นี้เป็นบทที่เน้นการพักอารมณ์เพื่อขยายความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร การสร้าง 'สมอทางใจ' คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เดม่อนต้านทานความบ้าคลั่งในบทต่อไปได้"
◈ MISSION REWARDS

• สถานะ: สลบ - เข้าสู่โหมดพักฟื้นพลัง
• ตำแหน่ง: รถไฟใต้ดินสายสีส้ม (Heading Outbound)
RELATIONSHIP & EFFECTS

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-13 11:27
โพสต์ 19,325 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า จาก กางเกงเดินป่า  โพสต์ 2026-1-12 19:51
โพสต์ 19,325 ไบต์และได้รับ +8 EXP +5 เกียรติยศ +8 ความกล้า +8 ความศรัทธา จาก การควบคุมความรัก  โพสต์ 2026-1-12 19:51
โพสต์ 19,325 ไบต์และได้รับ +10 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ชุดบำรุงอาวุธ  โพสต์ 2026-1-12 19:51
โพสต์ 19,325 ไบต์และได้รับ +2 EXP +5 ความศรัทธา จาก มนต์มหาเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-12 19:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-13 01:42:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • VII

THE TWO-DAY ECLIPSE

DAMON KANNEL
ความรู้สึกแรกที่ผมสัมผัสได้ไม่ใช่ความสว่าง แต่มันคือความหนักอึ้งที่ทับถมอยู่บนเปลือกตา ผมพยายามจะขยับนิ้วมือ แต่มันกลับรู้สึกเหมือนร่างกายนี้ไม่ใช่ของผมอีกต่อไป เสียงวิ้งในหูดังยาวนานก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีอย่างหนักหน่วง ผมลืมตาขึ้นช้าๆ เพดานคอนกรีตที่มีรอยร้าวและหลอดไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ บอกผมว่าเราไม่ได้อยู่บนรถไฟใต้ดินอีกต่อไปแล้ว

"ตื่นแล้วเหรอ..." เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เป็นเสียงที่แหบพร่าและดูอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

ผมหันไปมองลิเลียน่า เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้พับข้างเตียงสนามที่ผมพนอนอยู่ สภาพของเธอทำให้ใจผมหายวูบ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาบวมช้ำและแดงก่ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืน เธอไม่ได้สวมแว่นตา และในมือเธอกำลังถือผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ไว้

"ผม... หลับไปนานแค่ไหน?" ผมพยายามเค้นเสียงถาม

"สองวันเต็มๆ เดม่อน" เธอวางผ้าขนหนูลงบนหน้าผากผม สัมผัสเย็นๆ ของมันทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย "วันนี้วันที่ 12 มกราคมแล้ว นายสลบไปตั้งแต่ออกจากดี.ซี. พลังของนายมันทำร้ายตัวนายน่ากลัวกว่าที่พวกเราคิด"

สองวัน? ผมช็อกจนพูดไม่ออก ความทรงจำสุดท้ายคือการซบไหล่เธอในรถไฟใต้ดิน ความฝันเรื่องพ่อกับแม่ที่ดูเหมือนยาวนานเป็นอาทิตย์ จริงๆ แล้วมันกินเวลาชีวิตผมไปถึง 48 ชั่วโมง

"เบย์พาเรามาที่นี่ มันเป็นเซฟเฮาส์เก่าของพวกเซเทอร์ในเวอร์จิเนีย" ลิเลียน่าพูดต่อพลางพยุงผมให้ลุกขึ้นนั่ง "นายไม่ได้แค่นอนหลับนะเดม่อน แต่นายไข้ขึ้นสูงจนเพ้อ พูดชื่อพ่อกับแม่ซ้ำไปซ้ำมา... พวกเราเกือบจะถอดใจแล้ว"

"ขอบคุณนะ ลิเลียน่า" ผมมองเข้าไปในดวงตาเธอ "ที่อยู่เฝ้าผม... ตลอดสองวัน"

เธอหลบสายตาพลางจัดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองให้เข้าที่ "ฉันแค่ไม่อยากให้คนแบกภารกิจตายไปก่อนถึงซาวันนาห์น่ะ อีกอย่าง... เบย์ไปหาเสบียงและเช็กเส้นทางข้างนอก นายนอนพักอีกหน่อยเถอะ ร่างกายยังฟื้นไม่เต็มที่หรอก"

ผมก้มมองมือตัวเองที่สั่นน้อยๆ พลังมนต์มหาเสน่ห์ในตัวผมดูเหมือนจะสงบนิ่งผิดปกติ แต่มันกลับรู้สึกมั่นคงและลึกซึ้งกว่าเดิม เหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกโอเวอร์ฮอลใหม่ระหว่างที่ผมหลับใหลไป ผมสัมผัสได้ถึงแหวนเธซีอุสที่ดูเหมือนจะส่องประกายจางๆ ใต้แขนเสื้อ ความทรงจำเรื่องของขวัญจากพ่อแม่เริ่มชัดเจนขึ้นในหัว

ผมมองไปรอบๆ ห้องใต้ดินที่คับแคบและอับชื้น ลิเลียน่าเดินไปที่เคาน์เตอร์เล็กๆ เพื่อเตรียมซุปกระป๋อง ความเงียบระหว่างเราในตอนนี้ไม่ได้น่าอึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เป็นความผูกพันที่ผ่านความตายและความเป็นห่วงมาตลอดสองวันที่ผมหายไปในโลกแห่งความฝัน

ผมพยายามยันตัวขึ้นพิงกับผนังคอนกรีตที่เย็นเฉียบ เสียงข้อต่อในร่างกายลั่นประท้วงราวกับบานพับประตูที่ขึ้นสนิม สองวันที่หายไปในห้วงนิทราทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในร่างของตัวเอง ผมมองสำรวจไปรอบๆ ห้องใต้ดินขนาดเล็กที่มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียว แสงสีส้มริบหรี่นั่นขับเน้นให้เห็นใบหน้าของลิเลียน่าที่ดูซูบผอมลงกว่าเดิม

"อย่าเพิ่งรีบลุกสิ" เธอรีบวางถ้วยซุปลงแล้วเข้ามาประคองไหล่ผม "นายเพิ่งจะพ้นขีดอันตรายนะเดม่อน ตอนที่นายสลบไปน่ะ ผิวหนังนายร้อนจัดจนเกือบจะไหม้ แถมยังมีแสงสีชมพูประหลาดๆ ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังตลอดเวลา ฉันกับเบย์ต้องสลับกันเอาผ้าชุบน้ำเย็นประคบตัวนายไม่ให้เครื่องไหม้ไปซะก่อน"

"ผมขอโทษ..." ผมพึมพำ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งภาระไว้ให้พวกคุณแบบนี้"

ลิเลียน่าสบตาผมชั่วครู่ ก่อนจะรีบหันไปตักซุปประคองมาจ่อที่ปากผม "กินซะ อย่าเพิ่งพูดมาก สองวันนี้ข้างนอกนั่นสถานการณ์เปลี่ยนไปเยอะมาก รถไฟใต้ดินสายที่เรารอดมาได้ถูกสั่งปิดยาว ตำรวจรัฐบาลกลางประกาศเขตเคอร์ฟิวในหลายพื้นที่เพราะเหตุการณ์คลุ้มคลั่งเริ่มขยายตัวไปตามหัวเมืองใหญ่"

ผมจิบซุปอุ่นๆ รสชาติเค็มๆ ของมันช่วยดึงสติผมกลับมาสู่โลกความจริงทีละน้อย "แล้วเบย์ล่ะ? เขาไปนานหรือยัง?"

"เขาออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว" เธอตอบพลางขยับแว่นสายตาที่พึ่งหยิบมาใส่ "เขาบอกว่าต้องไปหารถที่ไม่มีทะเบียนในระบบ เพราะตอนนี้รูปของพวกเราหราอยู่ตามด่านตรวจทุกแห่ง เบย์กลัวว่าโลกิจะใช้สายตาของมนุษย์ธรรมดาเป็นเครื่องมือในการล่าพวกเรา"

ผมมองไปที่มือของตัวเอง แหวนเธซีอุสยังคงสวมอยู่ที่นิ้วกลาง แต่มันดูเปลี่ยนไป... ทับทิมสีแดงเข้มบนหัวแหวนดูเหมือนจะมีประกายไฟเล็กๆ เต้นระบำอยู่ข้างใน ผมนึกถึงบทสนทนากับพ่อและแม่ในโรงรถและวิหารนั่น มันชัดเจนจนผมมั่นใจว่าไม่ใช่แค่การเพ้อเพราะพิษไข้

"ลิเลียน่า... ระหว่างที่ผมหลับ ผมเห็นบางอย่าง" ผมเริ่มเล่าเสียงเบา "มันเหมือนผมได้กลับไปคุยกับพ่อแม่จริงๆ พวกเขาบอกว่าสิ่งที่ผมทำที่อนุสาวรีย์วอชิงตันมันแค่จุดเริ่มต้น และพลังของผม... มันกำลังเปลี่ยนไป"

ลิเลียน่านิ่งฟังอย่างตั้งใจ เธอไม่ได้ขัดจังหวะด้วยตรรกะหรือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์แบบที่เธอชอบทำ "นายถึงได้ละเมอพูดเรื่องซ่อมเครื่องยนต์ตลอดคืนที่สองสินะ?" เธอแค่นหัวเราะเบาๆ "เบย์นึกว่านายอยากเปลี่ยนอาชีพเป็นช่างซ่อมรถซะแล้ว"

"บางทีการซ่อมโลก ก็อาจจะไม่ต่างจากการซ่อมเครื่องยนต์เก่าๆ หรอก" ผมยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกที่ได้คุยกับพ่อในฝันยังทิ้งความมั่นใจบางอย่างไว้ในใจ

"พักผ่อนเถอะเดม่อน" ลิเลียน่าลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่บันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน "ฉันจะไปเฝ้าต้นทางข้างบน ถ้าเบย์กลับมาเราจะได้รีบออกเดินทางทันที เราเสียเวลามาสองวันแล้ว ซาวันนาห์คงไม่รอเราหรอกนะ"

เมื่อลิเลียน่าลับสายตาไป ผมก็สูดลมหายใจลึกๆ แล้วพยายามรวบรวมสมาธิจดจ่อไปที่แหวนเธซีอุส ผมสัมผัสได้ถึงมิติเก็บของที่กว้างขึ้นอย่างประหลาด ราวกับมีห้องลับถูกเปิดออกเพิ่มขึ้นภายในนั้น ผมหลับตาลงแล้วเอื้อมความรู้สึกเข้าไปสำรวจสิ่งของที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ กลิ่นหอมของกุหลาบและน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยออกมาจากมิติของแหวน... ถึงเวลาตรวจสอบทุนรอนที่เรามีก่อนจะเข้าสู่สมรภูมิต่อไปแล้ว
ความรู้สึก ผมรู้สึกว่าเวลาสองวันที่เสียไปมันคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับพลังใหม่ ความห่วงใยของลิเลียน่าทำให้ผมรู้สึกว่าผมมี 'บ้าน' ให้กลับไปเสมอแม้โลกจะถล่มอยู่ตรงหน้าก็ตาม ความตื่นเต้นที่จะได้สำรวจของขวัญจากพ่อแม่ทำให้หัวใจผมเต้นแรง แต่มันเป็นความตื่นเต้นที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่หนักอึ้งขึ้นกว่าเดิม
ความคิด โลกิใช้กฎหมายและสังคมเป็นอาวุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าอสุรกายทั่วไป เพราะเราทำร้ายคนบริสุทธิ์ไม่ได้ ผมต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังของผมในการเปิดตาผู้คนให้เห็นความจริง ผมหวังว่าของที่อยู่ในแหวนจะมีสิ่งที่ช่วยให้เราผ่านด่านตรวจของพวกมนุษย์ไปได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง
◈ MISSION STATUS
• เหตุการณ์: The Two-Day Eclipse (10-12 Jan)
• ตำแหน่งปัจจุบัน: Safe House, Virginia outskirts
RELATIONSHIP & EFFECTS (LOCKED)

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-13 11:27
โพสต์ 27460 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-13 01:42
โพสต์ 27,460 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-13 01:42
โพสต์ 27,460 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-13 01:42
โพสต์ 27,460 ไบต์และได้รับ +8 เกียรติยศ +9 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-13 01:42
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-13 11:46:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2026-1-13 14:14

CHAPTER • VIII

THE GIFTS OF THE UNSEEN

DAMON KANNEL
ความเงียบในห้องใต้ดินเริ่มกลับมาปกคลุมอีกครั้งหลังจากเสียงฝีเท้าของลิเลียน่าจางหายไปทางบันไดไม้ด้านบน แสงไฟนีออนที่กะพริบอยู่เหนือหัวทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในหนังไซไฟราคาถูก แต่น้ำหนักที่นิ้วกลางข้างซ้ายกลับเตือนสติว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจริงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ผมสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิส่งผ่านเข้าไปในแหวนเธซีอุส มิติเก็บของบัดนี้มีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดระเบียบไว้อย่างประณีต ราวกับมีใครบางคนเพิ่งจะเข้ามาจัดบ้านใหม่ให้ผมในระหว่างที่ผมสลบไป

ผมพึมพำเรียกสิ่งของในใจ... วัตถุสองชิ้นก็ปรากฏขึ้นบนตัก ชิ้นแรกคือ ถุงผ้ากำมะหยี่สีชมพูหม่นบรรจุ เงิน 50 ดรักม่า ชิ้นที่สองคือกล่องไม้แกะสลัก ภายในนั้นคือ หินแห่งความรัก 5 ชิ้น ผลึกศักดิ์สิทธิ์สีชมพูอ่อนละมุนเรืองรองจากภายใน เมื่อผมลองหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้น หินนั้นอุ่นขึ้นเล็กน้อยในฝ่ามือ แผ่กระแสพลังงานที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยมนต์สะกด "นี่สินะ... คำอวยพรจากแม่" ผมพึมพำพลางเก็บหินสี่ชิ้นลงในกล่อง และถือชิ้นที่ห้าไว้ในมือ ความสุขซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่าง เยียวยาความเหนื่อยล้าไปจนสิ้น

ผมเดินไต่บันไดไม้ขึ้นไปยังชั้นบน เพื่อพบกับลิเลียน่าที่กำลังเฝ้าระวังอยู่ที่ริมหน้าต่าง "ลิเลียน่า" ผมเรียกเธอเบาๆ เธอสะดุ้งและหันมาพร้อมมีดสั้น แต่ผมรีบยกมือปราม "ผมมีบางอย่างจะให้ดู... นี่คือของจากพ่อแม่ผม" ผมเปิดกล่องหินแห่งความรักให้เธอเห็น ลิเลียน่านิ่งอึ้งขณะแตะผลึกสีกุหลาบ "มันอุ่นมากเลยเดม่อน..."

ผมหยิบหินชิ้นหนึ่งขึ้นมา กุมมือเธอไว้เบาๆ อย่างวิสาสะ "พกมันติดตัวไว้นะ ลิเลียน่า มันคือหินแห่งความรัก... ผมอยากให้มันเป็นตัวแทนสายใยของผมที่จะคอยปกป้องเธอจากความมืด" ลิเลียน่าหน้าแดงซ่าน ดวงตาสีเทาวูบไหวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจซ่อนได้ "ขอบใจนะเดม่อน... ฉันจะรักษาดวงใจของนาย เอ๊ย! หินก้อนนี้ไว้อย่างดีเลยล่ะ"

ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์รถดังกระหึ่ม เบย์ สโตนบรูค กลับมาพร้อมข่าวร้ายเรื่องด่านตรวจ "เก็บของ! เราต้องไปเดี๋ยวนี้!" ผมรีบยื่นหินแห่งความรักอีกชิ้นให้เบย์ในฐานะสหายร่วมรบ "นี่ของพี่ชาย พกไว้กันเหนียวนะโค้ช" เขาพยักหน้าขรึมๆ "เจ๋งดีนี่หว่า รู้สึกเหมือนมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย"

เสียงประตูรถตู้สีดำปิดดัง ปัง! เบย์ประจำที่นั่งคนขับกระชากรถออกไปตามถนนลูกรัง ส่วนผมกำหินไว้ในมือ สื่อสารกับหัวใจของตัวรถ "อดทนหน่อยนะเพื่อน เราต้องไปให้ถึงจอร์เจีย" เมื่อเราขับเข้าสู่ป่าทึบ เครื่องยนต์ส่งเสียงโครก! และดับสนิทลงท่ามกลางหมอกสีเขียวหนาตา "ผมซ่อมได้" ผมบอกเพื่อนทั้งสองด้วยความมั่นใจ ผมเปิดกระโปรงรถใช้ชุดเครื่องมือช่างและทักษะที่ถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดจัดการกับสายยางหม้อน้ำ และผมก็ใช้มนต์มหาเสน่ห์กระซิบเบาๆ ใส่โลหะร้อนจัดให้มัน 'ใจเย็นลง'

ในขณะที่ผมกำลังขันน็อตตัวสุดท้าย อสุรกายหัวหมูป่าก็พุ่งออกมา "จงส่งหัวใจมาให้เรากิซะ!" 

"หัวใจพ่อแกสิ!"
เบย์คำรามพร้อมพุ่งหอกเข้าใส่

ผมรีบปิดฝากระโปรงรถ
"เสร็จแล้ว! ขึ้นรถ!" ผมตะโกนลั่น พลังเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจากหินแห่งความรักกระแทกอสุรกายจนชะงัก เบย์และลิเลียน่าประสานงานโจมตีจนมันถอยร่น ผมกระโดดเข้าที่นั่งคนขับ บิดกุญแจพร้อมนึกถึงใบหน้าของพ่อ...

บรึ้มมมม! เครื่องยนต์แผดเสียงกังวานราวกับได้รับชีวิตใหม่ รถตู้พุ่งทะยานออกไปทิ้งอสุรกายไว้เบื้องหลัง ผมจับพวงมาลัยด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ผมกำลังควบคุมโชคชะตาด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง
ความรู้สึก ผมไม่เคยคิดเลยว่าการได้จับประแจและคราบน้ำมันมันจะทำให้ผมรู้สึกเป็นวีรบุรุษได้มากกว่าการใช้หน้าตาหล่อๆ การที่ผมสามารถช่วยทีมได้ด้วยทักษะของมนุษย์ มันทำให้ผมภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ผมเห็นสายตาของลิเลียน่าที่มองมา... มันไม่ใช่สายตาหลงใหลในรูปลักษณ์ แต่มันคือการยอมรับในความสามารถ และพลังจากหินยังทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับลิเลียน่าอย่างลึกซึ้ง
ความคิด อสุรกายเริ่มเปลี่ยนรูปแบบไปตามสถานที่ ในป่าพวกมันดิบเถื่อนกว่าในเมือง หินวิเศษช่วยกันเสียงกระซิบได้ แต่มันกันเขี้ยวเล็บไม่ได้ เราต้องรีบผ่านเวอร์จิเนียไปให้เร็วที่สุด รถตู้คันนี้กลายเป็นเพื่อนแท้ของเราไปแล้ว และผมจะดูแลมันให้ดีที่สุดเหมือนที่พ่อดูแลรถของเขา
◈ MISSION STATUS
• ทิศทาง: มุ่งหน้าสู่รัฐจอร์เจีย (Heading to Georgia)
RELATIONSHIP & EFFECTS (LOCKED)

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15) | มอบหินแห่งความรัก ฐานะสหาย (+25)
TOTAL ACCUMULATED: 45 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15) | มอบหินแห่งความรัก ฐานะเสน่ห์หา (+30)
TOTAL ACCUMULATED: 50 POINTS

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 45 โพสต์ 2026-1-13 11:49
โพสต์ 20467 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-13 11:46
โพสต์ 20,467 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-13 11:46
โพสต์ 20,467 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-13 11:46
โพสต์ 20,467 ไบต์และได้รับ +8 เกียรติยศ +9 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-13 11:46
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-13 14:28:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHAPTER • IX

THE NEON DREAMERS

DAMON KANNEL
แสงไฟหน้ารถตู้สีดำที่ผมเพิ่งจะปลุกชีพมันขึ้นมา ตัดผ่านม่านหมอกสีเขียวเข้มที่หนาทึบจนมองแทบไม่เห็นพื้นถนนเบื้องหน้า บรรยากาศบนทางหลวงสาย I-95 ยามนี้เงียบสนิทราวกับป่าช้าที่ถูกทิ้งร้าง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โค้ชเบย์ สโตนบรูค ยังคงกำพวงมาลัยแน่น ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการอดนอนมาตลอดสองวันที่ผมสลบไป

"ฉันไม่ไหวแล้วเดม่อน..." โค้ชเบย์สบถ เสียงของเขาแหบพร่า "ถ้าไม่หยุดพักตอนนี้ ฉันคงพาพวกแกไปนอนเล่นในคูน้ำข้างทางแน่ๆ"

ลิเลียน่ากางแผนที่กระดาษออกพลางมองลอดแว่นสายตา "ข้างหน้ามีสถานีบริการน้ำมันร้างอยู่ค่ะเบย์ ดูเหมือนจะมีอาณาเขตพรางตาที่ยังหลงเหลืออยู่พอให้เราซ่อนตัวได้ชั่วคราว"

โค้ชเบย์เลี้ยวรถเข้าสู่ปั๊มน้ำมันเก่าที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางป่าสน ตัวอาคารดูทรุดโทรมจนน่าใจหาย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือแสงสีรุ้งจางๆ ที่วูบวาบออกมาจากกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อ เราทั้งสามคนก้าวลงจากรถพร้อมกับความระแวดระวัง ลิเลียน่ากระชับมีดสั้นในมือ ส่วนโค้ชเบย์ก็ดึงหอกออกมาจากถุงกอล์ฟพรางตา

เมื่อผลักประตูร้านเข้าไป กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและสายรุ้งพุ่งมาปะทะจมูกจนผมรู้สึกเคลิ้มไปชั่วขณะ บนโซฟาตัวยาวที่มุมร้าน มีเด็กชายและเด็กหญิงฝาแฝดคู่หนึ่งนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างกัน และตรงนั้นเองที่ผมเห็นพวกมัน... อีกัวน่าห้วงฝัน สามตัวที่มีเกล็ดเรืองแสงสีรุ้ง พวกมันไม่ได้ดูดุร้าย แต่นอนกกตัวอยู่บนใบหน้าของเด็กๆ เหมือนหน้ากากนิทราที่มีชีวิต

"พวกมันกำลังรักษาความฝันของเด็กๆ ไว้" ลิเลียน่ากระซิบเบาๆ "ดูนั่นสิ เกล็ดของมันวาววับตามจังหวะความฝันที่บริสุทธิ์"

แต่ทว่า ความสงบสุขก็ถูกทำลายลง เมื่อเครื่องยนต์รถตู้ข้างนอกส่งเสียงระเบิดไอเสียดัง ปัง! แรงสั่นสะเทือนทำให้หน้ากากนิทราที่มีชีวิตทั้งสามตัวสะดุ้งโหยง พวกมันเริ่มเปลี่ยนสีจากสีรุ้งที่อบอุ่นเป็นสีม่วงเข้มอมดำ แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นประกายแห่งความขี้เล่นที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ

"แย่แล้ว! พวกมันตกใจ!" ลิเลียน่าร้องเตือน "เดม่อน! ถ้าพวกมันเริ่มเล่นสนุก เด็กๆ จะหลุดเข้าไปในฝันร้ายตลอดกาล!"

อีกัวน่าตัวแรกพุ่งทะยานขึ้นไปบนเพดาน พลางสะบัดหางปล่อยละอองเรืองแสงลงมา ทำให้บรรยากาศในร้านเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นป่าหนามที่ดูน่ากลัว ส่วนอีกสองตัวเริ่มมุดหายเข้าไปในเงาใต้โต๊ะ เตรียมจะจู่โจมจิตใจของพวกเรา

"โค้ช! อย่าฆ่าพวกมันนะ!" ผมตะโกนสั่งพลางก้าวออกไปข้างหน้า "ผมจะใช้เสียงกล่อมพวกมันเอง!"

ผมหลับตาลง รวบรวมสมาธิระลึกถึงความอบอุ่นในฝันที่ผมได้รับจากแม่ และความมั่นใจที่ได้จากพ่อ ผมไม่ได้ใช้พลังมนต์มหาเสน่ห์เพื่อออกคำสั่งกระโชกโฮกฮาก แต่ผมเลือกที่จะร้องเพลงท่วงทำนองที่ผมเคยได้ยินพ่อเปิดในโรงรถ ท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยความปลอดภัยและความรัก

"หลับลงเถิดสหายแห่งนิทรา... กลับสู่โลกแห่งจินตนาการที่พวกเจ้าสร้างขึ้น" เสียงของผมแผ่กระจายออกไปเหมือนคลื่นน้ำที่นิ่งสงบ

อีกัวน่าที่อยู่บนเพดานชะงัก แสงสีม่วงดำบนตัวมันเริ่มจางลงและเปลี่ยนกลับเป็นสีรุ้งนวลตา ผมเอื้อมมือออกไปช้าๆ ไม่มีความประสงค์ร้าย พลังโน้มน้าวของผมทำหน้าที่เป็นเสมือนมือที่ลูบไล้ดวงจิตของพวกมัน อีกัวน่าสองตัวที่เหลือโผล่ออกมาจากเงา พวกมันเดินเข้ามาหาผมราวกับถูกมนต์สะกด

ลิเลียน่าใช้จังหวะนั้นค่อยๆ ช้อนตัวพวกมันออกมาจากใบหน้าของเด็กๆ อย่างแผ่วเบา โดยไม่ทำให้เด็กๆ ตื่นจากการหลับใหล เมื่อพวกมันมาอยู่ในมือผม อีกัวน่าทั้งสามตัวก็ดูสงบลงอย่างประหลาด พวกมันขดตัวกลมและทิ้งธุลีนฤมิตไว้บนฝ่ามือผม ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปในอากาศ กลับคืนสู่มิติแห่งความฝันของแฟนทาซอส

"จบแล้วเหรอ?" โค้ชเบย์ถามพลางปาดเหงื่อ "ข้านึกว่าจะต้องรบกับกิ้งก่าอวกาศซะแล้ว"

"จบแล้วครับ" ผมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกเชื่อมโยงกับดวงจิตของอสุรกายทำให้ผมเหนื่อยไม่น้อย แต่ธุลีนฤมิตสามชิ้นในมือคือรางวัลที่คุ้มค่า "เด็กๆ ปลอดภัยแล้ว และดูเหมือนพวกมันจะทิ้งของขวัญให้เราด้วย" เดม่อนพูดจบก่อนมองธุลีผงที่บรรจุขวดในมือ
ลิเลียน่ามองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เธอดูทึ่งในวิธีการที่ผมจัดการกับสถานการณ์โดยไม่ต้องใช้กำลัง "นายนี่... มีวิธีที่คาดไม่ถึงเสมอเลยนะเดม่อน"

เราพักผ่อนในร้านสะดวกซื้อนั่นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่แสงแรกของเช้าวันที่ 13 มกราคม จะเริ่มจับขอบฟ้า ผมเก็บขวดธุลีนฤมิตเข้ามิติแหวนเธซีอุส การเดินทางสู่ซาวันนาห์ยังอีกยาวไกล แต่ตอนนี้เครื่องยนต์ในใจของผมเดินเรียบและมั่นคงกว่าที่เคย
ความรู้สึก ผมรู้สึกดีที่ไม่ได้ลงมือสังหารพวกมัน อีกัวน่าห้วงฝันสอนให้ผมรู้ว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่ดูประหลาดจะเป็นศัตรู การได้เห็นเด็กๆ ยังคงหลับฝันดีอยู่บนโซฟานั่นทำให้ผมรู้สึกว่าการเป็นลูกของอะโฟรไดต์มันมีค่ามากกว่าแค่การหลอกให้คนมารัก ความภูมิใจลึกๆ มันเริ่มก่อตัวขึ้นในใจผมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความคิด ธุลีนฤมิตที่ได้มาคือสมบัติล้ำค่า ลิเลียน่าน่าจะรู้วิธีใช้มันในอนาคต ผมมองว่าโลกิอาจจะพยายามใช้ความฝันเป็นสนามรบต่อไปหลังจากนี้ เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น และผมต้องฝึกการสื่อสารแบบสันตินี้ไว้ใช้รับมือกับสถานการณ์ที่เปราะบางแบบนี้อีกในอนาคต
◈ MISSION REWARDS

• พิชิตอสุรกายอีกัวน่าห้วงฝัน (คลิก)
• ไอเทมที่ได้รับ: 8x ธุลีนฤมิต (LUK 70+ x2 ได้รับเพิ่มอีก 8 ชิ้น)
• สถานะ: มุ่งหน้าสู่ซาวันนาห์ (Georgia)
RELATIONSHIP & EFFECTS (LOCKED)

[Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS


[TGC-02] ลิเลียน่า ไทเลอร์
ความสัมพันธ์จากพูดคุย (+5) | พลังเสน่ห์ทั้งคู่ (+15)
TOTAL ACCUMULATED: 20 POINTS
[/disableleft]

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Satyr-01] เบย์ สโตนบรูค เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2026-1-13 16:19
โพสต์ 23884 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-13 14:28
โพสต์ 23,884 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-13 14:28
โพสต์ 23,884 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-13 14:28
โพสต์ 23,884 ไบต์และได้รับ +8 เกียรติยศ +9 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-13 14:28
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้