383 ส่งน้องไปภารกิจ
(THU) 01/01/2026 เวลา 05.45 - 8.42 น.
แม้ว่างานเลี้ยงฉลองปีใหม่เมื่อคืนจะเป็นความทรงจำพิเศษเหตุการณ์หนึ่งที่ชวนให้นอนหลับฝันดี ทว่าบุตรแห่งโพไซดอนกลับนอนหลับต่อไม่ลงแม้ว่าอ้อมกอดของแมคเคนซีจะอบอุ่นจนหลังชื้นเหงื่อ เพราะในใจมัวแต่คิดเป็นห่วง ‘เอียน มาร์โลว์’ น้องชายคนเล็กของบ้านกับการไปทำภารกิจเดินทางครั้งแรกกับไพเพอร์ แม็กลีน รุ่นพี่คนสวยธิดาแห่งอะโฟร์ไดท์ซึ่งเป็นถึงหนึ่งในวีรบุรุษยุคใหม่ที่ยังมีลมหายใจ บอกไม่ได้เลยว่าเอียนโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้ไปทำภารกิจกับรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ ข้อดีคือไพเพอร์คงดูแลเขาได้ ข้อร้ายคือภารกิจนี้หินแน่นอนคำพยากรณ์ถึงได้เลือกไพเพอร์ให้เป็นหัวหน้าทีม
ยังไม่ถึงเวลาออกไปวิ่งยามเช้าดีดีนก็ลุกออกจากที่นอน จูบกล้ามเนื้อไบเซ็ปส์อันเลอค่าของแมคเคนซีที่กำลังหลับใหลด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ดีนปล่อยให้คนรักนอนต่อ ส่วนตัวเองหยิบแว่นตาจากหัวเตียงขึ้นมาสวม จากนั้นลุกไปล้างหน้าล้างตาให้หายง่วง (ซึ่งก็ไม่ค่อยง่วงเป็นทุนเดิมเท่าไร) เดินวนหาสมาร์ทโฟนเดดาลัสไปทั่วห้องแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขายกโทรศัพท์เดมิก็อดของตัวเองให้เอียนไปแล้ว
เขียนโน้ตไว้หน่อยก็ดี…
ถึง แมคซี่ที่รัก [@Mackenzie]
สวัสดีปีใหม่แมคซี่! ฉันไปวิ่งนะที่รักแล้วก็กะจะไปช่วยน้องเตรียมตัว เอียนเดินทาง 9 โมง ไว้เจอกันหลังจากนั้น ถ้านายหิวจะกินมื้อเช้าก่อนก็ได้นะ
บุตรเจ้าสมุทรวอร์มร่างกายเป็นอย่างดีก่อนออกมาจากกระท่อมหมายเลขยี่สิบของเทพีแห่งมนตรา แล้วออกวิ่งไปตามทางเดินที่ชื้นแฉะจากหิมะเมื่อคืนด้วยความระมัดระวังทุกฝีก้าว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นเป็นจังหวะ เหมือนกับที่ลมหายใจที่พรูออกมาเป็นไอขาวที่ดีนพยายามคุมจังหวะการหายใจของตนเองให้สม่ำเสมอ รุ่งเช้าในค่ายฮาล์ฟบลัดเงียบกว่าทุกวันแม้เป็นวันแรกของปีใหม่ หมอกบางลอยต่ำเหนือทุ่งสตรอว์เบอร์รีที่ถูกเคลือบด้วยหิมะสีขาว แซเทอร์คนงานค่ายบางส่วนออกมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่เหมือนทุกวัน แต่ก็มีบางส่วนเลือกที่จะนอนหลับอุตุอยู่ในผ้าห่มอุ่นจากจากฉลองหนักมาเมื่อคืน ก็คงไม่แปลก มีแต่คนเข้าเวรและคนที่นอนต่อไม่หลับเท่านั้นแหล่ะที่จะออกจากกระท่อมเพื่อเผชิญความหนาวในเช้าวันหยุดอันสดใส
ใช้เวลาไม่นานเส้นทางออกกำลังกายเดิมก็ถูกวิ่งจนครบรอบแม้ว่าเขาจะใช้เวลาบางส่วนในการเดินชมนกชมไม้ ทักทายสัตว์เล็ก ๆ ที่พบเจอตามทางบ้างก็ตาม (แน่นอนว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง) จากการไปทำภารกิจเสี่ยงตายนานับประการเมื่อกลางปีที่แล้ว ร่างกายถูกใช้งานอย่างหนักจนคุ้นชินกับการออกกำลังจนการวิ่งจ๊อกกิ้งกลายเป็นความเหนื่อยแต่จิ๊บ ๆ ชายหนุ่มแวะซื้อของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มินิมาร์ทประจำค่ายก่อนจะกลับไปโซนที่พัก ดีนเลือกที่จะตรงดิ่งไปสู่กระท่อมหมายเลขสามแทนที่จะกลับไปซุกหาไออุ่นที่กระท่อมยี่สิบตามที่เขาได้เขียนโน้ตบอกแมคเคนซีเอาไว้
แน่นอนว่าที่ปรึกษาแห่งกระท่อมโพไซดอนได้สิทธิ์นั้นโดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ใด
ในขณะที่หลาย ๆ กระท่อมยังไม่ตื่นนอนทว่าเหล่าสายเลือดแห่งท้องทะเลกลับมีความเคลื่อนไหว
“ฮาย เอียน”
ดีนเปิดบานประตูของห้องนอนรวมชายเข้าไปก็เห็นว่าเอียนกำลังพะว้าพะวงกับกระเป๋าสัมภาระที่วางอยู่บนพรมกลางห้อง เด็กชายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าประหม่า
“อ๊ะ พี่ดีน อรุณสวัสดิ์ครับ สะ..สวัสดีปีใหม่ด้วยฮะ”
“สวัสดีปีใหม่น้องชาย” ดีนยิ้มให้เด็กชายก่อนจะหันไปมองกระเป๋าสัมภาระ “กำลังตรวจนับของอีกรอบเหรอ?”
เอียนพยักหน้าหงึกหงัก “ผมกลัวว่าจะลืมอะไรไปก็เลยลองเช็คดูอีกทีฮะ…”
“ฉันเข้าใจนะ ภารกิจครั้งแรกของฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน จัดกระเป๋ารอบที่หนึ่ง แล้วรื้อออกมาดูตอนเช้าเพราะกลัวว่าลืมใส่อะไรลงไป” ดีนหัวเราะ “แล้วนายคิดว่าเตรียมของครบครบแล้วหรือยัง?”
“ยังไม่ค่อยแน่ใจเลยฮะ พี่ดีนช่วย..”
“แน่นอน ไม่มีปัญหา!” ยังไม่ทันที่น้องเล็กสายเลือดโพไซดอนจะพูดจบดีนก็โพล่งรับปากออกมาราวกับว่าเขารอให้อีกฝ่ายเอ่ยขอมานาน “เอางี้ เช็คของครั้งสุดท้ายแล้วเรามาดูกันว่านายขาดอะไรบ้าง”
ดีนกล่าวจากนั้นนั่งลงบนพื้นพรมข้างสัมภาระของเอียนอย่างไม่ถือตัว เด็กชายเปิดกระเป๋าค่อย ๆ นำสิ่งของออกมาวางไว้บนโต๊ะกาแฟที่เคยว่างเปล่า ในนั้นมีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด เครื่องใช้ส่วนตัวอย่างแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ และแชมพูขวดเล็ก ๆ กระเป๋ายาสามัญประจำบ้าน ไฟฉาย แผนที่พกพา มีดพับ เชือกที่ยาวประมาณหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ (ที่ได้รับมาเมื่อวาน) ส่วนอาวุธประจำตัวอย่างดาบสัมฤทธิ์และโล่อัลพิสวางพิงไว้ข้างเตียง
“รวม ๆ ก็ถือว่าครบนะ ขาดก็พวกเน็คทาร์กับเสบียงฉุกเฉิน” ถ้าไม่ติดว่าเอียนเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ดีนคงบอกให้เขาพกเต๊นท์ ถุงนอน และส้วมพกพาไปด้วยแล้ว
“ของพวกนั้นพี่ไพเพอร์บอกว่าเตรียมให้แล้วครับ”
“ถ้างั้นก็ดีเลย—.. จริงสิ พี่ซื้อนี่มาด้วย นายเอาไว้ใช้ระหว่างทางนะ” ดีนชูถุงสินค้าที่เพิ่งซื้อมาให้กับเอียน ในนั้นมีเอเนอร์จี้บาร์ และช็อกโกแลตเป็นเสบียงเสริมยามท้องหิว นอกจากนั้นยังมีครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดอย่างละหนึ่งกระปุก “ตอนทำภารกิจนายคงไม่มีเวลาบำรุงตัวเองแหล่ะ แต่ภารกิจนี้ต้องเดินทางทะเลผิวเสียแน่นอน ไม่หล่ออาจจะไม่เท่าไร แต่นายจะแสบผิวไปหมดถ้าไม่ป้องกันไว้สักหน่อย”
“ขะ ขอบคุณฮะ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย”
“ไม่เป็นไรน้องชาย เดี๋ยวพอครั้งนี้นายลืมอะไรครั้งหน้านายจะรู้เองว่าควรต้องเอาอะไรไปบ้าง แต่ทางที่ดีให้มันจบแค่ครั้งนี้พออย่ามีคราวหน้าเลย” ดีนเบ้ปากเล็กน้อย เพราะการไปทำภารกิจเดินทางใช้ทั้งพลังกายและพลังใจสูงเกินไปจนอาจจะกลายเป็นแผลใจในวัยเด็ก เขาช่วยเอียนบรรจุสิ่งของลงกระเป๋าอีกครั้ง คราวนี้น่าจะครบไม่ขาดอะไรไปอีกแน่ ๆ “นายหิวหรือยัง เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกัน กินเสร็จแล้วน่าจะถึงเวลารวมพลที่หน้าประตูค่ายพอดี”
เมื่อตกลงกันได้แล้วดีนก็ไปเคาะประตูห้องนอนรวมหญิงเพื่อปลุกรีชาไปรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน ทว่าเด็กหญิงบอกว่าขอนอนต่ออีกนิดเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับด้วยอาการฝันร้ายบางอย่าง ดีนกับเอียนจึงไปที่โรงอาหารกันแค่สองคนเพื่อสวัสดีปีใหม่เจ๊ฮาร์ปี้และรับประทานอาหารมื้อแรกของปี เมื่อท้องที่ยังว่างถูกเติมเต็มด้วยโภชณาการที่ครบถ้วนก็ได้เวลาออกเดินทาง ยังไม่ทันออกจากโรงอาหารเอียนก็ได้รวมทีมกับสมาชิกที่เหลืออย่าง ไพเพอร์ แม็กลีน และคาเซีย เทรเวอร์ ธิดาแห่งอะธีน่าที่มาเติมพลังงานใส่ท้อง นอกจากนี้ยังมีเด็กผมแดงบุตรแห่งแอรีสที่ชื่อว่า ไคล์ เบรนแนน มาส่งท่าทางของเขาดูจะงอนเพื่อนทั้งสองไม่น้อยที่ได้ไปทำภารกิจที่น่าตื่นเต้นกันโดยทิ้งตัวเองให้อยู่ในค่ายฮาล์ฟบลัดที่แสนน่าเบื่อ
“ฮึ! คราวหน้าต้องเป็นทีของฉันบ้างล่ะ!” ไคล์พ่นลมหายใจออกทางจมูกจนไอขาวลอยฟุ้งไปทั่ว
“น้องไคล์อย่างอนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ดูแลเพื่อน ๆ ให้เองนะ” ไพเพอร์ หนึ่งในวีรบุรุษยุคใหม่ที่ยังมีลมหายใจยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ขับให้ใบหน้าของเธอมีเสน่ห์ชวนหลงใหล แม้ว่าไคล์จะหงุดหงิดแต่ก็ต้องยอมใจอ่อนด้วยพลังมหาเสน่ห์ของเธอ
“ก็ได้ แต่พวกนายจำไว้เลยนะ ถ้าไม่กลับอย่างปลอดภัยฉันจะโกรธ!”
“พวกเราต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน ถึงตอนนั้นไว้เจอกันใหม่นะ” เอียนยิ้มตอบเพื่อนรัก เป็นครั้งแรกที่ต้องแยกจากสหาย แม้จะยิ้มรับแต่เขาก็ยอมรับว่าใจหวิว
“พวกเรากลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่ ตอนที่ฉันกับเอียนไม่อยู่นายก็อย่าไปทำเรื่องห่าม ๆ จนเจ็บตัวซะเองล่ะ” ธิดาอะธีน่าขำขึ้นจมูกเบา ๆ
“หนอย คาเซีย เธอไม่ต้องมาสั่งสอนฉันเลย! คอยดูเถอะ! พอพวกนายกลับมาจะต้องอึ้ง!” ไคล์ไม่ยอมรับคำสบประมาทจากเพื่อนสนิทที่เป็นคู่กัดตลอดกาลของเขา
“ถ้าได้เด็กที่มีความมุ่งมั่นอย่างไคล์ช่วยอยู่ดูแลค่าย พี่ว่าค่ายฮาล์ฟบลัดจะต้องปลอดภัยในช่วงที่พี่ไม่อยู่แน่ ๆ จ้ะ พี่ขอฝากค่ายไว้ด้วยนะไคล์” ส่วนไพเพอร์ใช้ความอ่อนโยนในการโน้มน้าวใจ ไม่ว่าจะด้วยมนตราตามสายเลือดหรือจิตวิทยาส่วนตัวก็ตาม แต่เธอก็ทำให้เด็กหนุ่มเลือดร้อนเชื่อฟังได้เป็นอย่างดี ส่วนดีนได้แต่ยิ้มอ่อน.. จะให้ค่ายโดนบุกถล่มรับปีใหม่อีกเหรอ ไม่น้าาาาาา
“ถึงจะมีพี่ไพเพอร์ช่วยดูแลแต่ทั้งสองคนต้องดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะรู้ไหม ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ก็หนีก่อนเลย รักษาชีวิตตัวเองให้รอดเป็นยอดดี”
“เห” ไพเพอร์ทำเสียงสูงขึ้นจมูกก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ “เป็นครั้งแรกเลยนะที่เคยได้ยินบุตรแห่งโพไซดอนพูดแบบนี้ ถ้าเป็นพี่ชายของเธอคงจะบอกว่า ‘ฉันจะเสียสละเอง’ แน่ ๆ”
“ไม่มีใครต้องเสียสละดีที่สุดไม่ใช่เหรอครับ” ดีนยักไหล่เบา ๆ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมทำภารกิจสองครั้ง เขาเลือกที่จะเซฟชีวิตของทุกคนโดยไม่เสียสละตนเองหรือใครไป แม้มันจะขัดกับหลักการเป็นวีรบุรุษที่ค่ายสอนสั่ง แต่ว่าใครแคร์กันล่ะในเมื่อชีวิตมีค่ามากกว่านั้น “สายเลือดแห่งสายน้ำมันก็ต้องลื่นไหลแบบนี้แหล่ะเอียน เรา–..”
ซูม!!
ยังไม่ทันจะพูดจบดีบริเวณใต้ฝ่าเท้าของดีนก็เกิดวงคลื่นน้ำขนาดเท่าตัวคนสูบเขาให้หายวับไปท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคนอื่น ๆ
“แว้กกกก พี่ชายหน้าหนวดโดนธรณีสูบไปแล้ว!!” ไคล์ร้องลั่นเพราะจู่ ๆ คนที่ยืนคุยกับเขาอยู่ดี ๆ ก็ถูกสายน้ำจากไหนก็ไม่รู้ดูดหายไป
“อ๋า น่าจะเป็นเทพโพไซดอนเรียกตัวเขาไปน่ะจ้ะ” ไพเพอร์ยิ้มอ่อน เธอพอจะรู้เรื่องนี้จากกรณีของเพอร์ซีย์ แจ็คสัน
“ถ้าอย่างนั้นเขาก็น่าจะปลอดภัยสินะคะ” คาเซียเอ่ยออกมาน้ำเสียงคลายความตระหนกหลังจากที่ยืนอึ้งไปหลายวินาที
“ใช่จ้ะ ถ้าแบบนี้ดีนจะปลอดภัยดี ถ้าไม่ภายในวันนี้ อีกวันสองวันเขาคงกลับมาแล้วล่ะ” ไพเพอร์ตอบ
“เทพโพไซดอนเรียกตัวไป….” เอียนขยับริมฝีปากเอ่ยเสียงแผ่ว เขาเองก็อยากจะพบกับบิดาแท้ ๆ ของตนสักครั้งเช่นกัน แบบที่ไม่ได้มาจากเสียงกระซิบหรือเป็นเพียงความรู้สึกว่าพ่ออยู่ใกล้ ๆ ตอนที่ปลดพลัง
“ท่านโพไซดอนคงมีธุระสำคัญคุยกับดีนน่ะจ้ะ สักวันเอียนก็คงจะถูกท่านพ่อเรียกตัวไปแบบนี้เหมือนกันนะ” ไพเพอร์วางมือลงบนไหล่ของเด็กชายก่อนจะบีบเบา ๆ “ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางไปทำภารกิจกันเลยเธอ พวกเธอสองคนพร้อมกันแล้วใช่ไหม?”
“พร้อมครับ”
“พร้อมค่ะ”
เอียนและคาเซียตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความลังเลแม้ว่านี่จะเป็นภารกิจเดินทางแรกของพวกเขา แต่ในเมื่อพลังใจดีแบบนี้พวกเขาจะต้องกลับมาได้โดยสวัสดิภาพอย่างแน่นอน
“พวกนายต้องกลับมากันอย่างปลอดภัยนะ!”
ไคล์ป้องปากตะโกนบอกคณะเดินทางกลุ่มใหม่ที่ต้องไปเบอร์มิวดาที่บริเวณหน้าประตูค่าย เด็กทั้งสองหันกลับมาโบกมือลาเพื่อน จากนั้นเดินต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมาจนกระทั่งคนทั้งสามพ้นจากระยะสายตาไป
รับประทานอาหารประจำวัน
+30 พลังงาน
ปฎิสัมพันธ์กับ [TGC-05] เอียน มาร์โลว์ +7 ความสนิทสนมจากการพูดคุย
+20 ความสนิทสนมจากการมอบ [ครีมบำรุงผิว] +5 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [ดอกกุหลาบน้ำเงินทอง] +10 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [มาลาแห่งอัสสัมชัญ]
[รวม +42 ความสนิทสนม]

ปฎิสัมพันธ์กับ [NPC-01] ไพเพอร์ แม็กลีน +5 ความสนิทสนมจากการพูดคุย +5 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [ดอกกุหลาบน้ำเงินทอง] +10 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [มาลาแห่งอัสสัมชัญ] [รวม +20 ความสนิทสนม]

ปฎิสัมพันธ์กับ [TGC-04] คาเซีย เทรเวอร์ +7 ความสนิทสนมจากการพูดคุย
+5 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [ดอกกุหลาบน้ำเงินทอง] +10 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [มาลาแห่งอัสสัมชัญ] [รวม +22 ความสนิทสนม]

ปฎิสัมพันธ์กับ [TGC-06] ไคล์ เบรนแนน +7 ความสนิทสนมจากการพูดคุย
+5 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [ดอกกุหลาบน้ำเงินทอง] +10 ความสนิทสนมจากเอฟเฟค [มาลาแห่งอัสสัมชัญ] [รวม +22 ความสนิทสนม]
|