Mackenzie Claude Lincoln
- Son of Hecate / Cabin 20 -
120. งานวันเกิดแฟนแบบเลท ๆ
-25.02.26 / 09:22PM.-
เวลาค่ำสงัด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ สองคู่กำลังวิ่งฝ่าความเงียบเข้ามาภายในค่ายฮาล์ฟบลัด เหล่าสายเลือดครึ่งเทพบางคนเข้านอนแล้ว แต่แมคเคนซีรู้ดีว่ายังมี ‘ใครบางคน’ กับลังรอการกลับมาของเขาอยู่
“เฮ้! เจ้าเด็ก นายจะรีบไปไหน! เจ้าเด็กดีนยังไม่สะบัดตูดหนีไปหรอกน่า!”
เสียงของพี่ชายร่วมมารดาชาวเยอรมันตะโกนไล่หลังมา ร่างสูงใหญ่เพียงแค่ก้าวยาว ๆในระดับเดินเร็วโดยไม่มีทีท่ารีบร้อน ผิดกับน้องชายของเขาที่ไม่ได้ตอบอะไร เขายังคงวิ่งไปด้วยความเร็วในระดับคงที่ โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ‘โรงอาหารของค่าย’ ที่เวลานี้ยังเปิดไฟสว่างอยู่
.
.
“ขอโทษที่มาช้า….อา ให้ตายสิ ฉันมาไม่ทันงั้นเหรอ”
เมื่อเข้ามายังโรงอาหารก็พบว่าบรรยากาศไม่ได้ครึกครื้นเท่าที่ควร แม้จะยังมีเสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ แต่ผู้ร่วมงานกลับเหลืออยู่เพียงไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็คือน้อง ๆ ในกระท่อมของเขานั่นเอง กระนั้นแมคเคนซีกลับสัมผัสได้ถึงร่องรอยแห่งความสนุกสนานในไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่หลงเหลืออยู่ได้อย่างชัดเจน
แฟนเขาเป็นเจ้าของงาน แถมยังมีฉายาว่า ‘ปาร์ตี้คิง’ ทั้งที จะปล่อยให้งานวันเกิดตัวเองกร่อยได้ยังไงกัน
“โอ้ ในที่สุดนายก็มาถึงสักที!”
ด้วยใกล้เวลาเข้านอนเต็มทีก่อนหน้านี้ดีนจึงหาวจนน้ำตาไหลอยู่หลายครั้ง หากไม่ได้เหล่าเด็ก ๆ บ้านเฮคาทีอยู่รอเป็นเพื่อนมีหวังเขาคงจะฟุบหลับคาโต๊ะไปแล้ว ร่างสูงหยัดยืนขึ้นทันทีเมื่อคนรักเดินมาถึง สวมกอดอีกฝ่ายหลวม ๆ ก่อนจะผละออกมามองตาม
“วันนี้อาจารย์ปล่อยช้าเหรอที่รัก นายเหนื่อยหรือเปล่า”
“ไม่หรอก เหนื่อยนิดหน่อยแค่ตอนรีบวิ่งมา”
หนุ่มอังกฤษยิ้มน้อย ๆ ที่ดีนยังคงเป็นห่วงเป็นใย เขาค่อย ๆ วางกล่องกระดาษในอ้อมแขนที่ตระกองกอดไว้เป็นอย่างดีลงบนโต๊ะอาหารของกระท่อมเฮคาทีอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ซึมตามขมับทั้งที่ยังอยู่ในช่วงปลายฤดูหนาวที่อุณหภูมิยังเป็นเลขตัวเดียว
“พอดีว่ามีคนมาส่ง”
แมคเคนซีทิ้งท้ายไว้แค่นั้นราวกับเป็นประโยคเปิดตัวให้ร่างสูงสมส่วนในชุดสูทลำลองที่เดินตามมาด้านหลังได้มีบทบาท
“ไงเจ้าพวกเด็ก สนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลยสิท่า”
ซิลเวอร์ทักทายด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทเช่นเคย แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้จูลี่ที่เพิ่งงัวเงียตื่นจากการฟุบหลับรอเหล่าพี่ชายหายง่วงขึ้นมาทันควัน เด็กชายรีบลุกไปกระโดดกอดพี่คนโตของกระท่อมไว้ด้วยความดีใจ “โอ๊ะ พี่ซิลเวอร์ก็มาด้วยล่ะ!”
“ฮ่า ๆ แหงสิ วันเกิดเจ้าเด็กดีนทั้งทีฉันจะพลาดได้ไง ดีที่สองสามวันมานี้ฉันมาทำธุระแถวนิวยอร์กพอดี พอเจ้าเด็กแมคบอกก็เลยไปรับแล้วบึ่งรถมากันที่นี่ไงล่ะ”
หนุ่มเยอรมันบอกขณะยีผมสีบรอนซ์ของน้องชายเล่นจนยุ่ง ซึ่งเรื่องนี้แมคเคนซีต้องขอบคุณซิลเวอร์จริง ๆ เพราะอีกฝ่ายขับรถมาส่งจึงช่วยประหยัดเวลาการเดินทางไปได้มาก ไม่อย่างนั้นเขาอาจมาถึงค่ายดึกกว่านี้
“โอ้ว้าววว เซอร์ไพรส์สุด ๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าลูกพี่จะมาร่วมงานวันเกิดผมด้วย อย่างปลื้มปริ่มเลย”
ดีนก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ตื่นเต้นสุด ๆ
“พี่แมคซื้อของขวัญมาให้พี่ดีนด้วยเหรอฮะ”
หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว นิโคไลก็ถามขึ้นมา ดวงตาที่มองไปยังกล่องกระดาษบนโต๊ะปิดความสงสัยไว้แทบไม่มิดเช่นเดียวกันกับชาร์ล็อต
“อ้อ อันนั้นเค้กน่ะ ถึงจะไม่หวานสองร้อย แต่อร่อยนะ”
แมคเคนซีบอกพลางมองตามไปยังกล่องปริศนาที่ตนเองวางไว้แต่แรกเมื่อมาถึงพร้อมเฉลยในทันที เขาค่อยเปิดกล่องกระดาษออกอย่างระมัดระวัง เค้กครีมสดสีขาวที่ถูกตกแต่งลวดลายและเขียนข้อความด้วยช็อกโกแลต ท็อปหน้าเค้กด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ปรากฏสู่สายตาทุกคนในที่นั้น
นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขามาช้า หลังเลิกเรียนแมคเคนซีต้องไปรับขนมเค้กร้านดังของเมืองนิวยอร์กที่ต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นเดือน ซึ่งหน้าตาของมันแม้จะดูเรียบง่าย แต่เรื่องรสชาติไม่ทำให้ผิดหวัง น่าเสียดายแค่ตรงที่ว่าหากเขามาถึงเร็วกว่านี้ เค้กก้อนนี้อาจได้ใช้ฉลองในงานวันเกิดดีนมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา
“นายจะว่าอะไรไหม ถ้าต้องเป่าเค้กเป็นรอบที่สอง”
หนุ่มอังกฤษหันมายิ้มเจื่อนให้คนรัก เขารู้ตัวเองดีว่ามาช้า ดีนอาจจะเริ่มง่วงนอนจนไม่มีกะใจจะฉลองวันเกิดต่อแล้วก็เป็นได้
“ได้อยู่แล้ว ฉันยังมีแรงเป่าไหว จะสองรอบสามรอบก็มาเลย!”
หนุ่มเท็กซัสยิ้มกว้างตาหยีปิด ราวกับพลังงานที่กำลังจะหมดถูกจุดติดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
“งั้นจะรออะไร จุดเทียนแล้วร้องเพลงกันอีกรอบเลยสิ”
ซิลเวอร์สรุปให้อย่างง่าย ๆ ซึ่งคนอื่น ๆ ในที่นั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย แมคเคนซีจึงหยิบเทียนมาปักลงบนเค้กทีละเล่มแล้วรับไฟแช็กจากพี่ชายมาจุดเทียนจนเกิดเป็นดวงไฟดวงเล็ก ๆ สว่างไสว
เสียงร้องเพลงวันเกิดดังขึ้นอีกครั้งในโรงอาหาร แม้จะไม่ได้เอิกเกริกเท่ารอบแรก แต่ก็โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ถึงดีนจะเป็นบุตรของมหาเทพโพไซดอน แต่เหล่าสายเลือดเทพีแห่งมนตราในที่นี้ต่างยอมรับว่าเขาคือคนสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว
“ดีใจชะมัดเลย ฉันจะขอพรแล้วนะ”
ดีนประสานมือไว้กลางอกหลับตาอธิษฐาน มีเรื่องมากมายในใจที่อยากจะภาวนาถึง แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ไม่ได้ขออะไรมากไปกว่า ‘ขอให้ปีต่อ ๆ ไปมีทุกคนอยู่ตรงนี้ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเหมือนในเทพนิยาย’ จากนั้นก็เป่าเทียนวันเกิดจนแสงไฟทั้งหมดดับลง
แมคเคนซีมองใบหน้าด้านข้างของดีนที่หลับตาลงตาลงด้วยรอยยิ้ม อีกฝ่ายคงกำลังลังอธิษฐานอะไรในใจอยู่แน่ ๆ ในระหว่างนี้เขาจึงถือโอกาสหยิบของขวัญของตนเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท
“สุขสันต์วันเกิดนะดีน ถึงฉันจะมาช้าไปหน่อย แต่ก็ดีใจนะที่ปีนี้เราได้ฉลองด้วยกันสักที ขอให้เป็นปีที่ดีของนาย แล้วก็…อยู่ให้ฉันฉลองวันเกิดให้จนแก่ไปเลย”
กล่องของขวัญที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงินเข้มผูกด้วยริบบิ้นสีขาวถูกยื่นมาตรงหน้าเจ้าของวันเกิดท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงผิวปากแซวจากคนรอบตัว เขารอให้ดีนแกะห่อของขวัญอย่างใจเย็นหลังจากที่เจ้าตัวทนเสียงยุยงไม่ไหว
ภายในคือกล่องไม้สีเข้มอย่างดี ด้านบนกล่องมีตราสินค้าที่เขาจำได้ว่าเป็นแรนด์โปรดของอีกฝ่ายประทับอยู่ เมื่อดีนเปิดฝากล่องขึ้น นาฬิกาข้อมือ ‘Longines Legend Diver Bronze’ ปรากฏสู่สายตา
เมื่อช่วงเช้าเขาจำเป็นต้องรีบออกจากค่ายก่อนเวลาเพื่อไปรับของขวัญชิ้นนี้จากช็อปที่จองไว้ เลยช่วยไม่ได้ที่ต้องโกหกดีนว่าวันนี้ต้องรีบไปมหาวิทยาลัยเพื่อเตรียมตัวเข้าคลาสไปทำควิซย่อย

“พระเจ้า! นั่นมันลองจินส์ที่ฉันเล็งไว้ตั้งนานแล้วนี่นา”
เมื่อเห็นของขวัญที่ถูกใจดีนก็หยิบนาฬิกาที่อยู่ในกล่องมาสวมประทับลงบนข้อมือทันที สายหนังสีน้ำตาลเข้มแนบไปกับข้อมือของเขาอย่างพอดี ราวกับถูกตัดขึ้นมาเพื่อผิวสีแทนนี้โดยเฉพาะ กรอบโลหะสีบรอนซ์ล้อมหน้าปัดสีมรกตเสมือนดวงตาแห่งท้องทะเลให้ความรู้สึกสุขุมและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับการใช้งานได้หลายโอกาส ล้ำค่าและหรูหราสมคารากว่าสามพันหกร้อยดอลลาร์
…นั่นทำให้ดีนหน้าเหวอ
“เอ๊ะ! เดี๋ยวนะราคามัน!”
“ไม่ต้องคิดมาก ฉันเต็มใจให้ นายเองก็ไม่ได้ซื้อนาฬิกาใหม่มานานแล้วไม่ใช่เหรอ รุ่นนี้ใส่ดำน้ำได้ด้วยนะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าจะลึกถึงขนาดพระราชวังแอตแลนติสหรือเปล่า”
คำพูดติดตลกของแมคเคนซีทำให้กลุ่มคนในงานหัวเราะน้อย ๆ เขาอยากให้ดีนรับไว้ด้วยความเต็มใจเช่นเดียวกันกับที่เขาเต็มใจให้
หากแต่ยังชื่นชมความงามของนาฬิกาข้อมือเรือนใหม่ได้ไม่นาน ซิลเวอร์ก็กระแอมขึ้นมา
“เอาล่ะ คราวนี้ถึงตาฉันบ้าง มารับของขวัญจากฉันไปสิเจ้าเด็กดีน”
หนุ่มเยอรมันยื่นถุงกระดาษใบค่อนข้างใหญ่ในมือมาให้ ซึ่งแมคเคนซีเองก็เพิ่งสังเกตเห็นเพราะก่อนหน้านี้มัวแต่จดจ่อจะรีบกลับค่าย จนเมื่อดีนรับถุงใบนั้นมาและหยิบสิ่งที่อยู่ด้านในออกมาดู มันคือชุดสูท 'GG Wool Jacquard' สีน้ำตาลเข้มราคาแพงระยับของ 'Gucci' ที่ตัดเย็บอย่างประณีต เมื่อต้องแสงแล้วเป็นประกายสีน้ำตาลทองสว่างงดงามราวกับร่ายมนตร์
“คุณพระคุณเจ้า!!”
ดีนอุทานออกมาลั่นยิ่งกว่าตอนที่ได้นาฬิกา ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นแฟนกุชชี่ แต่เป็นเพราะราคาของชุดสูทสีน้ำตาลเข้มที่อยู่ในถุงกระดาษนั้นต่างหาก หากบอกว่านาฬิกาที่แมคเคนซีซื้อให้นั้นแพงระยับแล้ว แต่ของขวัญจากซิลเวอร์ชุดนี้แพงกว่านาฬิกาที่โคตรแพงนั่นอีก
“ขอบคุณมากนะแมคซี่ ซิลเวอร์ ลำบากพวกนายแท้ ๆ ซื้อของราคาแพงให้ฉัน ถึงฉันจะชอบก็เถอะ”
พูดดักคอไว้ก่อนเผื่อบุตรคนโตของเทพีเฮคาทีจะยึดคืน
“จะมาเป็นมือขวาฉันก็ต้องแต่งตัวให้มันเท่ ๆ หน่อย ฉันว่าชุดนี้มันเหมาะกับนายดีนะเจ้าเด็ก”
ซิลเวอร์ขยิบตาให้แล้วตบไหล่ดีนไปป้าบนึงอย่างที่ชอบทำ ซึ่งแมคเคนซีเองก็แอบคิดว่า ‘หมอนี่ก็มีเทสดีเหมือนกันนี่นะ’ เขาอยากเห็นดีนลองชุดใหม่ในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ให้ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวดีกว่า
“ได้ของขวัญจากพวกนายมาฉันแต่งหล่อออกงานได้ครบเซ็ตเลย หรือว่าจะใส่นอนคืนนี้เลยดีไหมนะ—”
ใช่สิ ต้องลองก่อนจะได้รู้ว่าใส่ได้พอดีหรือเปล่า…
“พวกพี่แข่งกันเปย์พี่ดีนเหรอฮะเนี่ย”
คำถามของนิโคไลทำเอาซิลเวอร์หัวเราะลั่น ส่วนแมคเคนซีก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ
“ไม่ใช่หรอก เพราะนี่คือสิ่งที่ดีนสมควรได้รับต่างหาก”
เป็นคำตอบที่เรียบง่าย แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ สำหรับดีนแล้ว อีกฝ่ายสมควรได้รับสิ่งดี ๆ เท่าที่คนอย่างเขาจะสามารถมอบให้ได้ รวมถึงความรักด้วย
“หนูอยากลองชิมเค้กจังเลยค่ะ พี่ดีนจะตัดเค้กเลยไหมคะ”
ส่วนชาร์ล็อตที่ตั้งใจว่าจะทานอาหารให้เป็นเวลาก็ถึงกับยอมแหกกฎของตนเองเพื่อขนมหวานที่ชอบ ดวงตากลมโตของเธอเหมือนมีประกายเล็ก ๆ ด้วยความอยากลิ้มลองเค้กร้านอร่อย ดีนจึงตัดแบ่งค้กให้ทุกคนอย่างเท่า ๆ กัน
หลังจากที่ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองจบลง พวกเขาก็ช่วยกันเก็บสถานที่และพากันกลับกระท่อมหมายเลขยี่สิบด้วยความอิ่มเอมภายในใจ
