123
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
เจ้าของ: God

Caldecott Tunnel ⋘ อุโมงค์คัลลีคอตต์ ⋙

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2025-12-16 07:08:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Clementis
Haus of Ratigan • Daughter of Justitia • Legacy of Orcus
Place
อุโมงค์คัลลีคอตต์
Date and Time
วันที่ 15 ธันวาคม 2025 • 19.50 ถึง 23.50 น.
Purpose
ทำกิจวัตรเวรเฝ้าประตู
ท้องนภาเบื้องบนถูกฉาบทาด้วยสีสันแห่งยามอัสดง ราวกับจิตรกรเอกแห่งสรวงสวรรค์จงใจสาดเทสีม่วงครามผสมผสานกับสีส้มแสดลงบนผืนผ้าใบอันกว้างใหญ่ เส้นขอบฟ้าที่เคยคมชัดเริ่มพร่าเลือนด้วยแสงสุดท้ายของทิวาวารที่กำลังจะลาลับ เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เรียกขานว่าสนธยาหรือช่วงเวลาแห่งมนต์ขลังที่เส้นแบ่งระหว่างโลกความจริงและโลกแห่งเงามืดบางเบาที่สุด
ปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้หาใช่สถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือโรงอาหารที่อบอวลด้วยกลิ่นอาหารเลิศรส แต่กลับเป็นอุโมงค์คัลลีคอตต์ ปราการด่านสำคัญและจุดยุทธศาสตร์ที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงโรมใหม่ จุดประสงค์ในการมาเยือนของคลีเมนทิสนั้นชัดเจนและหนักแน่นดังคำบอกเล่าที่เธอได้แจ้งกล่าวไว้กับรูปสลักหินอ่อนของผู้เป็นมารดาในวิหารจัสติเทียเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ — การเฝ้าเวรยามเพื่อพิทักษ์ความสงบเรียบร้อย
สายลมเย็นยะเยือกพัดกรูเกรียวผ่านปากอุโมงค์ หอบเอากลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบสางที่ไม่พึงประสงค์ออกมาทักทายผู้มาเยือน บรรยากาศในช่วงหัวค่ำที่รัตติกาลยังไม่หวนคืนมาครองอำนาจอย่างสมบูรณ์เช่นนี้ยังมีแสงสลัวสีม่วงอมส้มที่ยังคงส่องสว่างช่วยให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้ายังคงชัดเจน ช่วยให้มันไม่ได้ดูน่าหวั่นเกรงเท่าที่ควร
บริเวณนี้ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นแหล่งกบดานของเหล่าอสุรกายที่ชุกชุมที่สุดในกรุงโรมใหม่ แต่สำหรับบุตรีแห่งจัสติเทียความกลัวไม่ใช่สิ่งที่เธออนุญาตให้มาบดบังหน้าที่ ประสบการณ์จากการเข้าเวรหน้าอุโมงค์ครั้งแรกเปรียบเสมือนครูผู้เข้มงวดที่สอนสั่งให้เธอตระหนักรู้ว่าความประมาทเพียงเสี้ยววินาทีอาจแลกมาด้วยลมหายใจ การเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะในทุกวินาทีที่ยืนประจำจุดจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นหนทางรับประกันความอยู่รอด และลางสังหรณ์ของเธอก็แม่นยำเสมอ
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ย่ำลงบนพื้นคอนกรีตแตกระแหงดังแว่วมา ก่อนที่ร่างตะคุ่มจะปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มันคือก็อบลิน แต่หาใช่พวกกระจอกงอกง่อยที่เธอเคยพบเจอทั่วไป รูปร่างของมันสูงใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย ผิวหนังสีเขียวคล้ำเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและดวงตาสีเหลืองอำพันที่วาวโรจน์ด้วยความอาฆาตมาดร้าย
เธอจำมันได้ ก็อบลินระดับกลางค่อนไปทางต่ำตัวเดียวกับที่เธอจำต้องถอยหนีมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
มือขวากระชับด้ามดาบสปาเธร์คู่กายแน่นส่วนมือซ้ายยกโล่สคูทุมขึ้นตั้งการ์ดในระดับสายตาอย่างมั่นคง ความรู้และทักษะที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณควินทิเลียนัสเมื่อช่วงสายของวันยังคงสดใหม่และไหลเวียนอยู่ในความทรงจำของกล้ามเนื้อ
เจ้าอสุรกายคำรามลั่นก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าหาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ กรงเล็บยาวโง้งของมันหมายจะตะปบเข้าที่ลำคอระหง แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กสาวกลับรวดเร็วกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบไปทางด้านข้างเล็กน้อย อาศัยจังหวะที่มันเสียหลักจากการโจมตีใช้สันโล่กระแทกเข้าที่สีข้างของมันอย่างแรงเพื่อทำลายสมดุล
เสียงปะทะหนักหน่วงดังก้อง ก็อบลินเซถลาไปตามแรงกระแทก เปิดช่องว่างอันตรายที่กลางลำตัว คนอย่างคิดคลีเมนทิสไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยอยู่แล้วจึงตวัดปลายดาบสปาเธร์สวนกลับทันที คมดาบกรีดผ่านอากาศเป็นเส้นตรง เฉียบคมและแม่นยำตามแบบที่ฝึกมา
การต่อสู้ดำเนินไปเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ท่วงท่าที่เคยเก้ ๆ กัง ๆ ถูกแทนที่ด้วยความลื่นไหล การอ่านจังหวะรุกและรับเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ จนกระทั่งร่างของเจ้าก็อบลินผู้โชคร้ายทรุดฮวบลงกับพื้นสิ้นฤทธิ์อย่างสิ้นเชิง เจ้าของร่างบางจึงขยับมายืนมองผลงานของตัวเองด้วยลมหายใจที่หอบถี่เล็กน้อย ความรู้สึกอิ่มเอมใจจากการที่สามารถจัดการศัตรูที่เคยคิดว่าอึดจนน่ารำคาญได้อย่างไม่ยากเย็นนักก่อตัวขึ้นในอก 
ทว่าความสงบสุขในสนามรบมักเป็นเพียงภาพลวงตา เสียงกรีดร้องแหลมสูงที่เสียดแทงแก้วหูดังแหวกอากาศลงมาจากฟากฟ้าเหนือศีรษะ เงาทะมึนขนาดใหญ่หลายสายบดบังแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์จนดูราวกับฝูงเมฆฝนทมิฬที่เคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว เธอเคยประสบพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน เดาไม่ยากเลยว่ามันคือฮาร์ปี เพียงแต่รอบนี้ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสอง แต่พวกมันมากันเป็นฝูงร่วมยี่สิบตัว
กลิ่นสาบสางของสัตว์ปีกผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยรุนแรงโชยมาแตะจมูก เจ้าของเครื่องหน้าสวยพริ้มแหงนขึ้นมองด้วยดวงตาเบิกกว้าง สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็อบลินตัวเมื่อครู่พุ่งเป้ามาหาเธอราวกับพวกมันซุ่มรอคอยจังหวะนี้อยู่ — จังหวะที่เหยื่อเพิ่งลดการระวังตัวลงหลังจากการได้รับชัยชนะ
“แย่แล้ว...”
สัญชาตญาณร้องเตือนภัยระดับสูงสุด มือบางยกโล่สคูทุมขึ้นเหนือศีรษะในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่กรงเล็บแหลมคมนับสิบจะโฉบลงมาปะทะ แรงกระแทกมหาศาลกดทับลงมาบนท่อนแขนซ้ายจนรู้สึกชาหนึบ ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็กัดฟันแน่น ย่อเข่าลงเพื่อสร้างฐานที่มั่นคง เธอใช้ส่วนใบมีดของดาบปัดป้องกรงเล็บที่พยายามจะลอดผ่านช่องว่างของโล่เข้ามา การโจมตีของฝูงฮาร์ปีรวดเร็วและต่อเนื่องดุจพายุบุแคม พวกมันผลัดกันโฉบลงมาจิกทึ้งและตะปบอย่างบ้าคลั่งหมายจะฉีกกระชากร่างเล็ก ๆ นี้ให้เป็นชิ้นเนื้อ
สถานการณ์พลิกผันจากผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าในพริบตา แม้คลีเมนทิสจะสามารถป้องกันจุดตายและเอาตัวรอดจากการจู่โจมระลอกแรกได้ทั้งหมดอย่างน่าอัศจรรย์แต่สิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าคือการหาทางสวนกลับ หรือแม้กระทั่งหาทางหนีทีไล่
จำนวนที่มากเกินไปทำให้เธอถูกตรึงอยู่กับที่ หากหมุนตัววิ่งหนีแผ่นหลังของเธอจะกลายเป็นเป้านิ่ง หากลดโล่ลงเพื่อฟันดาบสวนกลับร่างกายของเธอก็จะไร้การป้องกันจากอีกสิบเก้าตัวที่เหลือ สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงตั้งรับแบบเต่าใต้กระดองเพียงลำพังท่ามกลางวงล้อมของมฤตยู
เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ความล้าเริ่มเกาะกุมแขนทั้งสองข้าง เสียงกรีดร้องของฮาร์ปีเสียดแทงประสาทจนแทบเสียสมาธิ ในห้วงความคิดเริ่มมองหาทางรอดที่ริบหรี่เต็มทน
ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาในสมรภูมิด้วยความเร็วและดุดัน อาวุธในมือของอีกฝ่ายตวัดวาดผ่านอากาศเกิดเป็นประกายแสงที่ทั้งงดงามและน่าเกรงขามอยู่ในที ฮาร์ปีตัวหนึ่งที่กำลังจะโฉบลงมาทางด้านหลังของคลีเมนทิสถูกฟันขาดเป็นสองท่อนในการโจมตีเดียว
เป็นการปรากฏตัวที่ชวนให้รู้สึกราวกับสวรรค์ทรงโปรดส่งเทพพิทักษ์ลงมาจุติ หัวหน้ากองร้อยที่สองเข้ามาช่วยได้ตรงเวลาพอดี
เห็นดังนั้นคนอายุน้อยกว่าลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ การมาถึงของเจ้าหล่อนเปลี่ยนกระแสของสมรภูมิไปโดยสิ้นเชิง หน้าที่ของการเป็นหัวหอกในการบุกตะลุยและสังหารศัตรูตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเหนือกว่าโดยปริยาย
ส่วนบุตรีแห่งจัสติเทียที่อ่อนประสบการณ์กว่ามากรู้ตัวดีว่าหน้าที่ของเธอในตอนนี้ไม่ใช่การเข้าไปเกะกะขวางทางคมดาบ เธอยืนหยัดปักหลักอย่างมั่นคง คอยระวังหลังและใช้โล่ปัดป้องการโจมตีหลงเหลือที่อาจเล็ดลอดเข้ามา แม้จะอยู่ในจุดที่ไม่สามารถช่วยสนับสนุนเซนจูเรียนได้แต่ก็ไม่ต้องการให้ตัวเองกลายเป็นตัวถ่วง
กระทั่งฮาร์ปีตัวสุดท้ายตัดสินใจละทิ้งพวกพ้องและบินหนีหายเข้าไปในความมืด ความเงียบสงบจึงได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง การต่อสู้จบลงในช่วงเวลาที่สมควรแก่การเปลี่ยนกะพอดิบพอดี
คลีเมนทิสลดโล่ในมือลง แขนซ้ายสั่นระริกเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าที่สะสม เธอสูดอากาศหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะหันไปมองผู้มีพระคุณที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“อา... รบกวนซะแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะรุ่นพี่”
ริมฝีปากขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความรู้สึกผิด นิ้วเรียวยกขึ้นเกาแก้มเล็กน้อยแก้เก้อ ใบหน้าสวยพริ้มซับสีเลือดจาง ๆ ด้วยความอับอาย ในความเข้าใจของทายาทออร์คัสเธอเพิ่งจะเผยด้านที่อ่อนแอและไม่เอาไหนให้หัวหน้ากองร้อยได้เห็นเต็มสองตา การที่ต้องให้รุ่นพี่กระโดดเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ไว้ทั้งที่เธอควรจะจัดการได้ด้วยตัวเอง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนสอบตกในหน้าที่
เธอคิดเพียงนั้นตามประสาคนที่ยังไม่เจนจัดในสนามรบมากนัก จึงไม่อาจล่วงรู้เลยว่าการที่เด็กใหม่คนหนึ่งสามารถยืนหยัดต้านทานฝูงฮาร์ปีนับยี่สิบตัวได้โดยลำพัง ปกป้องตัวเองจนร่างกายไร้รอยขีดข่วนไม่เสียเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบสุดขั้วที่ไม่สามารถโจมตีสวนกลับหรือหนีไปไหนได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายเลยแม้แต่น้อย

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ 20 EXP โพสต์ 2025-12-16 13:24
God
คุณได้รับ +30 เกียรติยศ +20 ความกล้า โพสต์ 2025-12-16 13:24
โพสต์ 25252 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-16 07:08
โพสต์ 25,252 ไบต์และได้รับ +2 EXP +6 เกียรติยศ +7 ความศรัทธา จาก สัมผัสแห่งความไม่สมดุล  โพสต์ 2025-12-16 07:08
โพสต์ 25,252 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 ความกล้า จาก ดาบสปาเธร์  โพสต์ 2025-12-16 07:08

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดีนาเรียส +8 ย่อ เหตุผล
God + 8

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำแพงแห่งคำสั่ง
สัมผัสแห่งความไม่สมดุล
ดาบสปาเธร์
หมวกเกราะกาเลีย
เกราะทหารโรมัน
รองเท้าเดินทัพ
Hydro X
หนังสือนิยาย
กล่องดนตรี
เกมคอนโซลพกพา
ช่อดอกไม้
ต่างหูเงิน
ชุดเครื่องเพชร
เข็มทิศ
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(ละติน)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x4
x2
x2
x2
x2
x4
x2
x1
x5
x5
x2
x1
x1
x3
x5
x2
x1
x2
x1
x2
x1
x2
x10
x5
x1
x2
x4
x6
โพสต์ 2025-12-16 20:46:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 14 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาเย็น เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ อุโมงค์คัลลีคอตต์


ยาซานพ่นลมหายใจพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้น หมุนแหวนดาราจรัสที่นิ้วกลางให้เปล่งแสงทองเรืองรองขึ้นกลางอากาศ แสงนั้นแตกกระจายเป็นเส้นเล็ก ๆ ก่อนกลายเป็นกล่องเครื่องมือซ่อมรถครบชุดอย่างที่ควรมีในทุกโรงรถ “นี่ครับสาวช่าง... อุปกรณ์ของจริง” เขาพูดขำในลำคอ ส่วนเอสต้าในร่างโมนีก้าเพียงยกคิ้วขึ้นอย่างไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย “อย่างน้อยพี่ก็มีประโยชน์บ้างในชีวิตครั้งนี้อยู่นะคะ” เธอว่าเสียงเรียบแต่แววตาขี้เล่นก่อนจะก้มลงจัดเครื่องมือในกล่อง “โอเค... ขั้นตอนต่อไป เติมน้ำยาหม้อน้ำก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนยางอะไหล่หลังเสร็จ จะได้ไม่รอเครื่องเย็นนาน ๆ หรอก”


เสียงเครื่องมือกระทบกันเบา ๆ ขณะที่เธอก้มตัวลงใต้ฝากระโปรง มือขาวซีดที่เปื้อนคราบน้ำมันขยับอย่างแม่นยำ ดึงท่อหล่อเย็นเก่าที่รั่วออก แล้วเสียบสายใหม่จากชุดอะไหล่เข้าแทน “รุ่นพี่รู้ไหมว่าการขันแคลมป์หม้อน้ำต้องหมุนตามเข็มนาฬิกาแค่สามในสี่รอบ ไม่งั้นแรงดันมันจะไม่กระจายเท่ากัน” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี


ยาซานหัวเราะเบา ๆ “ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงรอดจากบ้านหมาป่ามาได้...เห็นว่าสมัยนี้คนรอดจากบ้านหมาป่าน้อยมาก ไม่รู้ทำไมถึงยังไม่ออกมากันสักที”


“เพราะหนูไม่กลัวอะไรไงคะ อีกอย่างมันไม่ได้ลำบากสำหรับหนูนะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น คนจากบ้านหมาป่าน้อยมากในช่วงนี้ มีข่าวลือหนาหูของพวกเดมิก็อดว่าบ้านหมาป่ากินคนไม่รู้เป็นจริงไหม พวกหมาป่าที่นั้นถ้ากินจริงคงอ้วนพลีกันแล้วมั้ง” เอสต้าตอบทันควัน แล้วลุกขึ้นปัดฝุ่น หันไปที่ล้อหลัง “ต่อไป เปลี่ยนยาง จับเวลาไว้เลยพี่” เพียงพูดจบมือของเธอก็ขยับไวราวกับเครื่องจักร เธอสอดแม่แรงเข้าใต้แชสซี หมุนจับเฟืองด้วยแรงมั่นคงก่อนยกรถขึ้น เสียงโลหะครืดคราดดังขึ้นตามแรงหมุน “พอถึงระดับนี้ต้องถ่ายแรงไปอีกฝั่งหน่อย เพื่อไม่ให้แม่แรงเอน” เธออธิบายขณะใช้เท้าเตะหินสองก้อนมาค้ำไว้ แล้วเริ่มคลายน็อตล้อ “จำไว้นะรุ่นพี่ ล้อทุกเส้นต้องขันกลับเป็นรูปดาว ไม่งั้นแรงกระจายไม่เท่ากัน รถจะสั่นเวลาวิ่งเกิน 60 ไมล์ต่อชั่วโมง”


ไม่นานนัก รถคันเดิมก็กลับมาพร้อมยางใหม่ น้ำยาหม้อน้ำเต็ม ระบบหล่อเย็นกลับมาทำงานอีกครั้ง เธอปิดฝากระโปรงด้วยเสียง แกร๊ก แล้วโยนผ้าเช็ดมือใส่กล่อง “เสร็จสิ้นโดยไม่มีเลือดออกสักหยด”


ยาซานปรบมือช้า ๆ พลางหัวเราะ “ผมจะรายงานว่าเธอสอบผ่านด้วยคะแนนเต็ม... แม้จะปากดีตลอดการสอบก็ตามเถอะ”

“ขอบคุณค่ะ รุ่นพี่” เอสต้าพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “หนูถือว่าคำนั้นเป็นคำชมแล้วกัน”


เมื่อทุกอย่างพร้อมทั้งคู่กลับขึ้นรถ เส้นทางเบื้องหน้าทอดยาวไปสู่เนินเขาเบิร์กลีย์ อุโมงค์คัลลีคอตอยู่ตรงหน้า ปากทางสู่ความลับของค่ายจูปิเตอร์ แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันส่องลอดยอดเขาลงมาอาบพื้นถนน รถแล่นช้า ๆ ผ่านช่องทางหินก่อนแสงส้มจะเปลี่ยนเป็นแสงไฟในอุโมงค์ ความเงียบอบอวลไปทั่วขณะพวกเขาแล่นผ่านเส้นขอบเขตระหว่างโลกมนุษย์กับโลกแห่งเทพ เมื่อรถแล่นออกจากปลายทางอุโมงค์อีกฝั่ง เหล่าทหารโรมันในชุดเกราะเต็มยศยืนเฝ้าทางเข้าที่แกะสลักจากหิน ด้านข้างคือประตูหินอ่อนที่จารึกตราอินทรีของค่ายจูปิเตอร์ ยาซานชะลอรถก่อนจะดับเครื่อง เขาหยิบกระดาษใบหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ ส่งให้เอสต้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน


“นี่... ผลการทดสอบ พร้อมใบขับขี่ภายในค่าย”


เอสต้ารับมา พลิกดูบนบัตรมีรูปของโมนีก้าในวันแรกที่มาถึงค่าย ผมสีม่วงครามสะท้อนแสงเหมือนกลีบดอกลาเวนเดอร์ม่วงคราม ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความหวังยังคงสดชัดอยู่บนบัตรนั้น เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มจาง ๆ “สวยใช่ไหมคะ หนูหมายถึงคนในรูปน่ะ”


“ใช่... มากกว่าที่เจ้าตัวรู้ซะอีก” ยาซานตอบเบา ๆ ก่อนมองไปยังประตูทางเข้าค่าย “ผมรู้แล้วนะ ว่าคุณต้องออกไปทำภารกิจคำพยากรณ์ในเดือนนี้” เอสต้าหันไปมองเขาช้า ๆ แววตาเทาเงินนิ่งลงเล็กน้อย “ถ้ากังวนเรื่องของกองร้อยสอง อย่าหักโหมนักเลยนะ” ยาซานพูดต่อ เสียงของเขาเรียบแต่มีน้ำหนัก “พวกเราที่กองร้อยจะช่วยดูแลทุกอย่างเอง เธอทำเพื่อค่ายมาตลอด แต่ถ้าเกิดกลับมาก็คงถึงเวลาที่ควรพักบ้างแล้วนะเข้าใจไหมโมนีก้า”


มือที่วางอยู่บนพวงมาลัยของเอสต้าหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาสีเทาเงินสะท้อนประกายแสงทองจากทางเข้าค่าย เธอไม่พูดอะไรทันที แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างสะเทือนขึ้นมาในส่วนลึกที่ไม่ใช่ของเธอ เสียงลมหายใจแผ่วเบาในความทรงจำของร่างนี้ คล้ายใครบางคนที่ชื่อโมนีก้าได้ยินอยู่ในมุมเงียบของหัวใจ และกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่ในนั้น


เอสต้ากระพริบตาไล่ความคิด แล้วหันมายิ้มบาง ๆ อย่างที่คนอื่นจะเห็นเพียงความอบอุ่นเรียบง่าย “ขอบคุณค่ะ รุ่นพี่ซายาน... หนูจะจำไว้นะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนโมนีก้าไม่มีผิด เสียงนุ่มที่ไม่ได้มีแววประชดซ้อนอยู่เหมือนเคย


ยาซานมองเธอครู่หนึ่งก่อนยิ้มกลับ “ดีแล้ว... แล้วเจอกันในสนามซ้อมนะ โมนีก้า”


เธอพยักหน้าเบา ๆ “ไว้เจอกันค่ะ รุ่นพี่” เอสต้าตอบเรียบพลางรับใบขับขี่มาถือไว้แน่น บัตรที่มีรูปหญิงสาวผมม่วงครามยิ้มละมุนในชุดเครื่องแบบวันแรกที่เข้าค่าย ความงามที่สะอาดและสงบเกินกว่าที่เธอจะเลียนแบบได้เต็มร้อย เมื่อรถค่อย ๆ เคลื่อนผ่านแนวหินเข้าสู่อุโมงค์คัลลีคอต แสงยามเย็นจากฟ้าด้านนอกสาดลอดเข้ามาเป็นเส้นบาง ๆ เหนือกระจกหน้า เอสต้ามองภาพนั้นแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ เพียงลำพัง ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้เป็นของเธออบอวลขึ้นในอกมันอุ่น ราวกับร่างนี้กำลังขอบคุณแทนใครอีกคนที่ไม่อยู่ตรงนี้




จบการสอบ (สักกะทีย์โว้ยยย)


[NPC-85] ยาซาน

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5
โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20
กลิ่นหอมจาก น้ำหอมเฮคาที - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +10
(ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 0 5 7 9 ทำให้ได้รับความโปรดปรานจาก NPC TGC SP Lares Satyr ได้รับความโปรดปราน+10)

รางวัลโบนัส: ได้รับ ใบขับขี่สากล (ใช้ได้ทั่วโลก เมื่อเจ้าหน้าที่จราจรประเทศไหนตรวจจะถูกหมอกบังตาบนบัตรบิดเบือนการมองเห็นเป็นของประเทศนั้น ๆ)
และแนบเอกสารสามารถทำธุรกรรมซื้อรถจากร้าน CAESAR XLs ได้ โดยเย็บรวมไว้กับหน้าสุดท้ายใบขับขี่

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-85] ยาซาน เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2025-12-16 22:11
โพสต์ 30,300 ไบต์และได้รับ +7 EXP +7 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก กล่องดนตรี  โพสต์ 2025-12-16 20:46
โพสต์ 30,300 ไบต์และได้รับ +8 EXP +9 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก กระซิบแห่งพงไพร  โพสต์ 2025-12-16 20:46
โพสต์ 30,300 ไบต์และได้รับ +5 EXP +6 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2025-12-16 20:46
โพสต์ 30,300 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-12-16 20:46
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รองเท้าบูตแบล็คชิฟเทอร์ส
เข็มทิศแห่งวัฏจักร
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
สัมผัสแห่งชีวิต
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง
Vulcan's Ember
ควบคุมมด
การฟืิ้นฟูแห่งชีวิตบริสุทธิ์
ผืนป่าลวงตา
บอดี้สูทแบล็คชิฟเทอร์ส
ดาบสุริยคติ
Icarus Mirror
แหวนเคลื่อนย้าย
จำแลงร่าง
สร้อยข้อมือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต
เนตรแห่งฟีบี้
น้ำหอมเฮคาที
การควบคุมพืชขั้นสูง
การควบคุมธรนี
รากพันธนาการ
พลังบงการความยาวของร่างกาย
โล่สคูทุม
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
เกมคอนโซลพกพา
กระซิบแห่งพงไพร
แหวนดาราจรัส(D)
ต่างหูเงิน
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x10
x1
x4
x3
x4
x10
x1
x30
x30
x36
x3
x9
x1
x1
x3
x3
x6
x4
x7
x8
x28
x42
x8
x10
x9
x1
x23
x169
x2
x8
x16
x22
x8
x4
x26
x2
x10
x2
x18
x14
x88
x4
x13
x6
x520
x2
x2
x7
x52
x1
x31
x2
x2
x7
x2
x14
x9
x6
x18
x1
x17
x3
x47
x5
x12
x51
x12
x4
x26
x1
x12
x24
x4
x4
x1
x1137
x4
x12
x4
x1
x3
x26
x18
x15
x48
x4
x7
x9
x10
x13
x2
x2
x8
x99
x15
x3
x4
x2
x2
x7
x129
x1
x7
x4
x6
x10
x5
x12
x4
x9
x10
x12
x1
x1
x4
x479
x4
x2
x20
x2
x24
โพสต์ 2025-12-22 14:44:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Mackenzie เมื่อ 2025-12-22 15:00

93.the first step to "new rome"

- 11.12.2025 / 05:30PM -


กว่ารถไฟแอมแทรคจะเดินทางมาถึงลอสแอนเจลิสก็ล่วงเข้าสู่ช่วงเย็นวันที่สองของการเดินทาง สหรัฐฯ ช่างกว้างใหญ่ไพศาล แต่เมื่อเทียบกับการเดินทางไกลที่ผ่านมาแล้วยังไม่สู้การที่พวกเขากลับมาจากเอกวาดอร์


ดีนและแมคเคนซีลำเลียงกรงสัตว์สามกรงลงจากรถไฟสายซันเซ็ตลิมิเตดเพื่อต่อรถไฟอีกสายในทันที 


‘บาร์ต’ (BART) เป็นตัวย่อมาจาก ‘ระบบขนส่งมวลชนด่วนรอบอ่าว’ คือ ระบบรถไฟขนส่งมวลชนความเร็วสูงที่ให้บริการในบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา จากแผนที่บ่งบอกว่าเพียงแค่พวกเขาต่อรถไฟไปลง ‘สถานีร็อคไรด์’ แล้วเดินไปอีกประมาณยี่สิบนาทีก็จะถึงอุโมงค์คัลลีคอตต์


“นิวโรมจะเป็นเมืองแบบไหนกันนะ ฉันตื่นเต้นจัง”


ดีนกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกายขณะที่เขาสะพายกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงของตนเองไว้ด้านหลัง ส่วนแมคเคนซีก็ทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน เมื่อพวกเขาออกจากเขตขนส่งสาธารณะ บุตรแห่งม่านหมอกก็ปล่อยแอนซิลอสเป็นอิสระ ให้มันสยายปีกบินตามหลังจากที่ต้องเอาแต่อยู่ในกรงนกแคบ ๆ มากว่าสี่สิบแปดชั่วโมง (ส่วนกรงนกนั้นเก็บใส่แหวนห้วงมิติไปเรียบร้อย) 


ไม่เพียงแค่ดีนที่ตาเป็นประกาย เจ้าเหมียวผีสองตัวก็ดูจะตื่นเต้นกับทิวทัศน์ภายนอกไม่น้อย ดวงตากลมสีอำพันมองสอดส่องไปทั่วผ่านตาข่ายกระเป๋าสะพายสัตว์ พวกมันไม่ได้ส่งเสียงรบกวนระหว่างการเดินทาง มันเพียงแค่ ‘เพอร์’ ออกมาเบา ๆ เท่านั้น


“ไม่ใช่ว่านายก็เคยเห็นแล้วเหรอ ที่รีชถ่ายรูปมาอวดไง”


ที่แมคเคนซีกล่าวอาจหมายถึงเทศกาลบูชาเทพีฟอร์ทูน่า เทพีแห่งโชคชะตา ที่ถูกจัดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายน ในตอนนั้นทางค่ายจัดกิจกรรมให้เหล่าเด็ก ๆ ได้ไปทัศนศึกษากันช่วงปิดเทอม งานนี้รีชา นิโคไล และเชมัสได้จับกลุ่มเดินงานไปด้วยกัน


“รูปถ่ายกับของจริงมันไม่เหมือนกันสักหน่อย ของแบบนี้ต้องสัมผัสกับตาของตัวเองสิถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง”


แมคเคนซีเพียงแค่ยักไหล่แต่ไม่ได้เถียง ความจริงเขาก็อยากรู้ว่าเมืองที่อยู่ในธีมโรมันโบราณในโลกยุคโลกาภิวัฒน์จะเป็นอย่างไร บางทีอาจได้เห็นอะไรล้ำ ๆ ผสมผสานกับความเก่าแก่แบบโลกในเกมแฟนตาซีก็เป็นได้ หรือเผลอ ๆ อาจไปไกลมากกว่านั้น


“ฉันว่า… อาจคล้ายกับดิสนีย์แลนด์ก็ได้นะ ถึงจะไม่เคยไปก็เถอะ”


ประโยคต่อมาของดีนทำเอาหนุ่มอังกฤษหลุดขำ เห็นไหมล่ะว่าอีกฝ่ายคิดเหมือนกับที่เขาคิดเปี๊ยบเลย


“ถ้านายว่าเหมือนดิสนีย์แลนด์ แปลว่าต้องมีมาสคอตของเทพโพไซดอนแล้วก็เทพีเฮคาทีคอยแจกลายเซ็นกับให้พวกเรายืนถ่ายรูปคู่ด้วยสิ”


ทว่าประโยคนี้ของบุตรแห่งม่านหมอกทำให้ดีนขำพรืดกว่าประโยคที่เขาทำให้อีกฝ่ายหลุดขำ


“ให้ตายสิ! ถ้าเป็นแบบนั้นจริงล่ะก็พวกเราต้องรอคิวถ่ายรูปคู่นานสองชั่วโมงแน่ ๆ”


แม้เป็นเรื่องน่าขบขันแต่หวังอย่าให้เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะว่าพวกเขามาร่วมงานเทศกาลจากคำชวนเชื่อของซันซ์ที่ว่า ‘ของกินเพียบ เหล้าไม่อั้น’ หากคนเยอะเกินไปพวกเขาคงไม่เสียเวลาเบียดเสียดกับฝูงชนเพียงเพื่อแค่ของฟรีแน่ ๆ อีกอย่างนี่ก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงานแล้วด้วย คงไม่เหลือแต่เหล้าก้นถังกับข้าวก้นหม้อนะ


แต่ความจริงเรื่องนั้นไม่ได้สำคัญเลย พวกเขาก็แค่อยากเก็บความทรงจำหนึ่งในชีวิตร่วมกันเท่านั้น เพราะฉะนั้น…


“นี่ดีน นายไม่เคยไปดิสนีย์แลนด์เหรอ”


“หืม ไม่ ดิสนีย์แลนด์มีแค่ฟลอริด้ากับแคลิฟอร์เนีย เด็กเท็กซัสอย่างฉันเลยเล่นซิกส์แฟลกส์แทนน่ะ”


ซึ่งน่าเสียดายที่ซิกส์แฟลกซ์เฟียซต้าเท็กซัสไม่มีมาสคอตเหล่านั้นที่ดีนชื่นชอบ


“ฉันเคยได้ยินคนที่ค่ายพูดกันว่าตรงเนินฮาล์ฟบลัดมีสวนสนุกเพิ่งเปิดปีที่แล้วด้วย เหมือนว่าจะเป็นบริษัทของพ่อคุณเรเชลนี่ล่ะ เอาไว้กลับถึงค่ายแล้วพวกเราไปด้วยกันไหม ถึงมันจะไม่ใช่ดิสนีย์แลนด์ที่นายชอบก็เถอะ”


“ไป! ไปสิ!” ดีนรีบตอบรับทันควัน ไม่มีเสียหรอกที่เขาจะพลาดโอกาสไปเที่ยวกับคนรักและ… “เด็ก ๆ ต้องชอบด้วยแน่ ๆ นายว่าไหม?”


“ดีน… ฉันอยากไปแค่กับนาย”


บุตรแห่งเฮคาทีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ในใจเหนื่อยอ่อน พอเป็นเรื่องที่คิดว่าครอบครัวน่าจะชอบ หมอนี่ก็ตั้งท่าจะชวนทุกคนไปกันหมด แล้วจากชวนกันปากต่อปากก็จะกลายเป็นไปกันแทบยกค่ายน่ะสิ บางครั้งแมคเคนซีก็อยากให้ดีนฉลาดในเรื่องแบบนี้ขึ้นบ้าง


ซึ่งบุตรเจ้าสมุทรใช้เวลาจูนสมองกับเรื่องนี้ถึงสิบวินาทีด้วยกัน


“หมายถึงนายชวนฉันเดตงั้นเหรอ โธ่ แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ไปสิ ไป ฉันจะไปกับนายแค่สองคน จะไม่ชวนคนอื่นเลย”


คำตอบของดีนทำให้แมคเคนซียิ้มอ่อน แต่สำหรับดีนแล้วเรื่องนี้มันช่างเจ๋งแจ๋วสุด ๆ แม้ว่าเขาจะเข้าใจเจตนาที่คนรักต้องการสื่อแบบดีเลย์ไปหน่อยก็ตาม 

.


.

ทั้งคู่เดินคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าอุโมงคัลลีคอตต์ บริเวณนั้นมีทหารรักษาการณ์ใส่เครื่องแบบโรมันเต็มยศจนดีนขยับเข้าไปกระซิบกับแมคเคนซี


“แมคซี่ดูนั่นสิ.. สงสัยว่านิวโรมจะเป็นธีมปาร์คจริง ๆ ด้วยล่ะ”


“นายอย่าพูดเสียงดังไป ถึงยังไงสองคนนี้ก็น่าจะเป็นทหารจริง ๆ ไม่ใช่เหรอ”


“เออแฮะ จริงด้วย.. ฉันคิดว่าได้เวลาต้องเอาไอ้นี่ออกมาใช้งานแล้วล่ะ”


กล่าวจบดีนก็เดินนำหน้าไปหาทหารรักษาการณ์ในชุดโรมัน พร้อมกับกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรสุด ๆ (กลัวเขาไม่ให้เข้า)


“สวัสดี พวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงน่ะ ไม่ทราบว่าจะเข้าไปเมืองนิวโรมยังไงเหรอครับ?”


“ทำไมเด็กบ้านหมาป่างวดนี้หน้าแก่จัง” ทหารยามเอซุบซิบกับทหารยามบี ทว่าผู้มาเยือนได้ยินชัดแจ้งเต็มสองหู


“คงฮอร์โมนล่ะมั้ง เด็กสมัยนี้โตเร็วกันจะตาย” ทหารยามบีกระซิบตอบเพื่อนก่อนจะเพ่งสายตามองมายังดีนและแมคเคนซีตั้งแต่หัวจรดเท้า “เด็กที่เพิ่งมาจากบ้านหมาป่าสินะ ดูเหมือนพวกนายมีฝีมือกันน่าดู รอบก่อน ๆ กว่าจะมาถึงหน้าค่ายเล่นเอาสะบักสะบอมกันทุกคน”


“ห๊ะ บ้านหมาป่า?”


ในหัวมีแต่คำว่า ‘งง’ ทหารตรงหน้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันนะ ที่นิวโรมนอกจากมีค่ายจูปิเตอร์แล้วยังมีค่ายหมาป่าอีกเหรอ แล้วนั่นเป็นแค่ชื่อหรือว่ามีหมาป่าจริง ๆ กันล่ะ


“เอ้า หรืออุปสรรคที่ผ่านมาทำให้นายสมองเสื่อม แต่ช่างเถอะ ใบรับรองล่ะ” ทหารยามเอดูเหมือนจะเป็นคนปากร้ายใช่ย่อย แต่โชคดีที่ดีนกำลังจะนำเอกสารรับรองจากไครอนออกมาให้ดูพอดี


“นี่ ผมพกมาด้วย ส่วนอีกคน…” ดีนมองไปทางแมคเคนซี เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าการจะมาที่นิวโรมต้องทำใบรับรองก่อนเพื่อผ่านเข้าเมือง แต่คนรักของเขาดูเหมือนว่าจะไม่มีเอกสารรับรองที่ว่านั่น


“ดูแค่คนเดียวก็พอ” พี่ทหารที่หน้าแก่พอ ๆ กับผู้ที่ตนคิดว่าเป็น ‘เด็กใหม่’ สองคนกล่าว จากนั้นคลี่ดูจดหมาย “หืม จดหมายจากไครอน? พวกนายเป็นฮาล์ฟบลัดนี่นา ฉันก็คิดว่าเป็นเด็กบ้านหมาป่าซะอีก” ทหารยามเอไม่ได้ตรวจสอบอะไรมาก เขาคืนเอกสารรับรองให้แก่ดีน “อ่ะ เข้าไปได้ แต่งานเทศกาลจวนจะจบอยู่แล้ว มาช้าไปนะพวก”


“ฮ่าฮ่า.. ก็มาช้าไปจริง ๆ แหละ” ดีนตอบพร้อมยิ้มแหย ทำไงได้ล่ะ เขาก็มีภารกิจอันใหญ่หลวงที่ต้องทำเพื่อให้ได้เงินเหมือนกันนี่นา


“ยังไงก็ยินดีต้อนรับสู่นิวโรม เที่ยวให้สนุกล่ะสหาย”


ทหารทั้งสองกล่าวต้อนรับพร้อมกับเปิดทางให้ บางทีพวกเขาคงได้รับการอบรมเรื่องการต้อนรับนักท่องเที่ยวมาบ้าง แม้ไม่ได้น่าประทับใจเหมือนไปดิสนีย์แลนด์ แต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่ไปเสียทีเดียว

.


.

“ฟู้ว ในที่สุดก็เข้ามาได้ ไม่ยากเท่าไหร่เนอะว่าไหม?”


“ที่ไม่ยากอาจเป็นเพราะพวกเขารู้ว่าพวกเราก็เป็นเหมือนกับเขาล่ะมั้ง”


เหมือนกันที่ว่าหมายถึง พวกเขาอาจจะเป็นเดมิก็อดด้วยกันทั้งหมด แต่จะเป็นไปได้หรือที่เมืองใหญ่โตแม้อาจไม่ใหญ่เท่าแมนฮัตตัน แต่อย่างน้อยจำนวนก็คงมากกว่าหมู่บ้านที่มีประชากรสายเลือดทวยเทพไหลเวียนอยู่ด้วยกันทุกคน


เทพโรมันก็เจ้าชู้ใช่เล่นนะ…


เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่นิวโรมเป็นครั้งแรก ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวข้ามเส้นบาง ๆ ระหว่างโลกสมัยใหม่กับตำนานโบราณ เมืองนี้ไม่โอบรับผู้มาเยือนด้วยความยิ่งใหญ่โอ่อ่าในทันที หากแต่ค่อย ๆ เผยตัวผ่านรายละเอียดเล็กน้อย ถนนหินสีอ่อนที่ทอดยาวอย่างเป็นระเบียบ อาคารคอนกรีตและหินอ่อนที่ดูเรียบขรึมแต่แฝงความสง่างาม และเสาโบราณที่ถูกฝังกลืนอยู่ในโครงสร้างร่วมสมัย ราวกับอดีตไม่เคยจากไปไหน เพียงแค่เลือกจะอยู่เงียบ ๆ ตามทั่วทุกมุมของเมือง เรียกได้ว่าที่นี่ไม่เหมือนธีมปาร์คเสียทีเดียว แต่เป็นเมืองจริง ๆ ที่มีผู้คนอยู่อาศัยกันจริง ๆ มากกว่า


วิหคสายฟ้าที่บินตามหลังร่อนลงมาเกาะกรงเล็บลงบนไหล่ของแมคเคนซีอย่างนุ่มนวล สายตาคมกริบของมันกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างสำรวจ ไม่แน่ว่านี่ก็อาจเป็นครั้งแรกของอินทรีแห่งซุสตัวนี้ด้วยเช่นกันที่ได้มาเยือนถิ่นฐานของเหล่าบุตรแห่งทวยเทพโรมัน


“แล้วพวกเราเอาไงต่อ นายจะไปหาไทสันที่บ้านเลยไหม ว่าแต่เขาอยู่ที่ไหนนะ”


“ร้านหนังสือไซคลอปส์และคำทำนายและแมวสีส้ม”


“ชื่อยาวขนาดนี้นายก็ยังจำได้ น่าเหลือเชื่อเป็นบ้า”


“สั้นกว่าชื่อวิทยานิพนธ์ของฉันตั้งเยอะ”


"............"

แมคเคนซีเพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ เพราะเถียงไม่ออก ถ้าดีนจำชื่อผลงานของตัวเองได้ กับแค่ชื่อร้านที่ยาวสี่สิบตัวอักษรทำไมดีนจะจำไม่ได้ล่ะจริงไหม


“ฉันคิดว่ายังไม่ไปรบกวนไทสันดีกว่า อยู่ ๆ โผล่ไปเดี๋ยวหมอนั่นต้องมาลำบากจัดแจงที่นอนให้อีก”


นึกถึงตอนที่พวกเขาทั้งสี่คนรวมชาร์ล็อตและไฮรี่โผล่ไปเซอร์ไพรส์ครอบครัวที่ซานอันโตนิโอ (แต่โดนฝูงก็อบลินเซอร์ไพรส์กลับ) ก็รู้ว่าพวกพ่อกับแม่ลำบากแค่ไหนตอนที่ต้องจัดที่นอนให้ในยามมืดค่ำทั้งที่ตอนนั้นพวกเขากำลังช็อคที่บริเวณหลังบ้านพังกันอยู่ แม้ว่าดีนจะอยากพบญาติของตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อน อย่างไรเสียพวกเขาก็วางแผนกะมาอยู่ที่นิวโรมประมาณหนึ่งสัปดาห์อยู่แล้ว ระหว่างนี้น่าจะมีเวลาได้เข้าไปทักทายจนเบื่อหน้ากันไปข้าง


“เอางี้แล้วกัน ฉันว่าเราเปิดโรงแรมแล้วพักกันไปจนจบงานเทศกาลเลย ที่นี่ใช้ค่าเงินดีนาเรียสใช่ไหม ฉันพอจะมีเงินจากกิจกรรมล็อกอินมือถืออยู่จำนวนหนึ่ง ถ้าใช้จ่ายไม่พอค่อยไปแลกเงินเพิ่ม นายว่าไง”


“ไม่มีปัญหา แต่คราวนี้คงต้องให้นายเป็นคนจ่ายไปก่อนแล้ว”


สำหรับแมคเคนซีไม่มีปัญหาเรื่องเงินดอลลาร์ แต่พอเป็นหน่วยเงินโบราณอย่างดรักม่าหรือดีนาเรียสเนี่ยสิ เขามีไม่เท่าดีนอาจเพราะไม่ได้บ้าเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือเดดาลัสเท่า


“ดีน นั่น” 


หนุ่มแห่งม่านหมอกมนตราแตะไหล่คนรักก่อนจะชี้ให้ดูอาคารโรมันสีขาวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้าเมือง มีทั้งป้ายภาษาโรมันและภาษาอังกฤษติดเอาไว้ ‘ศูนย์บริการนำเที่ยว โรมาน่า เอ็กซ์พลอเรอร์’


“แจ๋ว ตาดีนี่นาที่รัก งั้นพวกเราลองไปติดต่อดูแล้วกัน เผื่อว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยอะไรได้บ้าง”


เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองจึงเดินเข้าไปข้างในศูนย์บริการนำเที่ยวจนได้รับคำแนะนำดี ๆ เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สำคัญ จุดที่น่าสนใจในตัวเมือง เรื่องที่ควรทำและเรื่องต้องห้าม รวมทั้งพนักงานยังแนะนำอย่างดีให้เข้าพักที่ ‘โรงแรมซีซาร์คราวน์’ ที่โอ่อ่าและสะดวกสบายที่สุดในนิวโรม

—Hakrabi

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 90634 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2025-12-22 14:44
โพสต์ 90,634 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส  โพสต์ 2025-12-22 14:44
โพสต์ 90,634 ไบต์และได้รับ +25 EXP +35 เกียรติยศ +55 ความศรัทธา จาก น้ำหอมเฮคาที  โพสต์ 2025-12-22 14:44
โพสต์ 90,634 ไบต์และได้รับ +12 EXP +15 เกียรติยศ +10 ความกล้า +12 ความศรัทธา จาก เหรียญนกฮูก  โพสต์ 2025-12-22 14:44
โพสต์ 90,634 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก สร้อยคอดีไซน์เท่  โพสต์ 2025-12-22 14:44
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
Hydro X
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x13
x60
x60
x5
x4
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x10
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x12
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x21
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x2
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x145
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x95
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2025-12-24 19:03:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 18 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาเช้า เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ อุโมงค์คัลลีคอตต์ ซานฟรานซิสโก

◀️┃▶️


สายลมเช้าที่พัดผ่านเนินเขาเบิร์กลีย์มีกลิ่นหอมของหญ้าเปียกชื้น คละเคล้ากับไอหมอกที่เกาะอยู่บนยอดสน คีอาร์ โซล็อตล์ ยืนอยู่หน้าอุโมงค์คัลลีคอตต์ ถนนลาดยาวที่ทอดเข้าไปในภูเขาเบื้องหน้าแลดูเหมือนขอบเขตระหว่างสองโลก โลกของมนุษย์กับสิ่งที่ไม่ใช่ รถเชฟโรเลตสี่ล้อจอดอยู่ไม่ไกล ประตูฝั่งคนข้างถูกเปิดออกก่อนที่เสียงฝีเท้าเบา ๆ จะดังขึ้นบนพื้นยางมะตอย  "คีอาร์ เธอแน่ใจนะว่าจะไปคนเดียว?" เสียงของมิแรนด้า การ์ดิเนอร์เอ่ยถาม เธอยืนอยู่ข้างรถในร่างเด็กสิบขวบ แต่ท่าทีและสายตายังคงเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ดวงตาสีเขียวของเธอจับจ้องมาที่คีอาร์ด้วยความเป็นห่วง


คีอาร์หันกลับไป ดวงตาเทาอมเขียวสะท้อนแสงแดดยามเช้าที่เพิ่งลอดผ่านยอดเขามา "ค่ะ รุ่นพี่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันแค่จะไปซื้อของที่สั่งไว้ ไม่ไกลเท่าไร(?)" น้ำเสียงของเธอนุ่มและสุภาพเช่นเคย ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย


"ไม่กลับพร้อมคนอื่นนี่เสี่ยงอยู่นะ" มิแรนด้าพูดพลางกอดอก สีหน้าดูขบคิด เธอเคยผ่านเรื่องเลวร้ายเกินพอจะรู้ว่าการเดินทางลำพังของลูกครึ่งเทพไม่เคยปลอดภัย คีอาร์โน้มตัวลงเล็กน้อย มือทั้งสองประสานไว้ข้างหน้า เธอยิ้มบาง ๆ "ขอบคุณที่มาส่งนะคะ... ขอโทษด้วยที่ดื้อเกินควร" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบร้อยเกินจะโกรธใครได้ แล้วก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างคนที่รู้มารยาทดีเกินอายุ


มิแรนด้าถอนหายใจออกเบา ๆ “ถ้ามีปัญหา รีบกลับเข้าค่ายทันที เข้าใจไหม?”

“เข้าใจค่ะ รุ่นพี่”


แววตาของคีอาร์นิ่งราวกับกระจกน้ำในเช้าหนาว เธอรู้ดีว่าคำว่าเข้าใจของเธอไม่ได้หมายถึงจะทำตามเสมอไป แต่พูดให้จบตามมารยาทก็ดีพอแล้วสำหรับการแสดงออก เธอจัดคอเสื้อคลุมให้กระชับขึ้น ก่อนหมุนตัวออกเดินตรงไปทางปากอุโมงค์ เสียงรองเท้าของเธอดังก้องไปตามพื้นถนน มันเป็นเสียงที่สะท้อนเบา ๆ ในช่องเขา และเมื่อเธอเดินผ่านแนวเงาของอุโมงค์ ร่างเล็กก็ถูกกลืนหายไปกับแสงที่เปลี่ยนจากสีทองของเช้าเป็นสีเทาเย็นของทางลอด


เธอจัดคอเสื้อคลุมให้กระชับขึ้น ก่อนหมุนตัวออกเดินตรงไปทางปากอุโมงค์ เสียงรองเท้าของเธอดังก้องไปตามพื้นถนน มันเป็นเสียงที่สะท้อนเบา ๆ ในช่องเขา และเมื่อเธอเดินผ่านแนวเงาของอุโมงค์ ร่างเล็กก็ถูกกลืนหายไปกับแสงที่เปลี่ยนจากสีทองของเช้าเป็นสีเทาเย็นของทางลอด “ทางสะอาด ปลอดภัยดี คนจากค่ายฮาล์ฟบลัดสินะ” เสียงนั้นฟังดูสุภาพแต่ยังมีแววหยอก คีอาร์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนคลี่ยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ” เธอไม่ชอบเท่าไรนัก


เมื่อเดินลึกเข้าไปในทางเชื่อมลับหลังประตูหินนั้น อุณหภูมิลดต่ำลงทันที เสียงรถบนถนนด้านนอกค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเธอ และหยดน้ำที่ร่วงลงจากเพดานอุโมงค์กระทบพื้นเป็นจังหวะช้า ๆ เธอหยุดยืน มองย้อนกลับไปทางปากทางแคบที่แสงจากภายนอกยังลอดเข้ามาเล็กน้อย มิแรนด้ายังคงยืนอยู่ตรงนั้น มือหนึ่งชูขึ้นส่งสัญญาณบอกลา


คีอาร์ยกมือขึ้นตอบเพียงเล็กน้อย แล้วหันกลับเดินต่อไปโดยไม่หันกลับอีก ริมฝีปากของเธอขยับพึมพำแผ่วเบา “เรื่องแค่นี้ ฉันจัดการได้” ในหัวของเธอไม่มีความรู้สึกกลัว ไม่ใช่เพราะกล้าหาญแต่เธอคำนวณทุกอย่างไว้แล้ว เส้นทาง ความเสี่ยง และเวลาที่ใช้ในการเดินทางคือสิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดของเธอ




[NPC-64] มิแรนด้า การ์ดิเนอร์ (วันที่ 18 ยังอยู่นะ)

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-64] มิแรนด้า การ์ดิเนอร์ เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2025-12-24 23:03
โพสต์ 23032 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-24 19:03
โพสต์ 23,032 ไบต์และได้รับ +8 EXP +8 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-24 19:03
โพสต์ 23,032 ไบต์และได้รับ +7 EXP +6 ความกล้า +7 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2025-12-24 19:03
โพสต์ 23,032 ไบต์และได้รับ +4 EXP +8 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก ลมกรด  โพสต์ 2025-12-24 19:03
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2025-12-30 23:50:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 23 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ อุโมงค์คัลลีคอตต์ ค่ายจูปิเตอร์ ซานฟรานซิสโก

◀️┃▶️


แดดยามบ่ายทอดเฉียงเหนือเนินเขาเบิร์กลีย์ ส่องกระทบผาหินสีอำพันที่ทอดยาวขนานไปกับทางหลวงสาย 24 ก่อนจะค่อยกลืนหายเข้าในเงาของอุโมงค์คัลลีคอตต์ ลมเย็นพัดแผ่วผ่านปลายผมสีบลอนด์ทองแดงของคีอาร์ที่นั่งอยู่เบาะหลังของแท็กซี่ เสียงเครื่องยนต์กลืนกับจังหวะหายใจของถนนที่เริ่มมืดลงทีละเมตร เธอยกมือแตะกระจกมองข้างแล้วพูดเสียงเรียบ “ขอโทษนะคะ จอดตรงนี้ได้ไหม”


คนขับเหลือบตามองกระจกหลังแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ได้ครับ แต่ข้างหน้านี่ไม่มีอะไรนอกจากอุโมงค์นะ”

“ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”

รถค่อย ๆ ชะลอและหยุดตรงบริเวณก่อนปากอุโมงค์ด้านตะวันตก แสงอาทิตย์สะท้อนจากผนังหินและเสาโค้งของอุโมงค์ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนภาพจากอีกยุคหนึ่ง คีอาร์หยิบเงินจ่ายอย่างแม่นยำพอดีถึงเซนต์ คนขับยังไม่ทันพูดขอบคุณ เธอก็เปิดประตูลงเดินออกไป เสียงรองเท้าส้นเตี้ยกระทบพื้นคอนกรีตดังเบา ๆ ก่อนที่เธอจะปิดประตูแน่นสนิท รถแท็กซี่แล่นออกไป ทิ้งให้ร่างของเธอยืนอยู่ลำพังริมทาง เสียงลมจากเนินเขาเบื้องบนพัดแรงขึ้น ลมหอบกลิ่นเกลือจาง ๆ จากอ่าวซานฟรานซิสโกมาแตะปลายจมูก ผมของเธอสะบัดเบา ๆ ก่อนเธอจะยกมือรวบไว้หลวม ๆ สายตาจับจ้องไปยังทางโค้งของอุโมงค์ที่ทอดลึกเข้าไปใต้ภูเขา


จากจุดที่ยืนอยู่ หากไม่สังเกตก็ไม่มีใครรู้เลยว่าผาหินด้านข้างนั้นมีประตูสลักหินโบราณตั้งอยู่ ประตูนั้นซ่อนอยู่ในเงา มีเสาสองต้นแกะลายแบบโรมันโบราณค้ำไว้ และหน้าประตูมีชายสองคนในชุดเกราะทองแดงยืนถือหอกและโล่ประจำการอยู่ พวกเขาเป็นทหารของค่ายจูปิเตอร์ หนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าที่นี่คือประตูสู่นิวโรม แต่หากเป็นเดมิก็อตก็น่าจะรู้กันหมดนั้นแหละ


คีอาร์เดินเข้าไปใกล้ช้า ๆ ด้วยท่วงท่าสงบ มือซ้ายสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีเข้ม อีกมือประคองสายกระเป๋าไว้แน่น ดวงตาเยือกเย็นของเธอมองตรงโดยไม่หลบ สายลมรอบตัวเหมือนตอบรับจังหวะก้าวนั้น


ทหารนายหนึ่งขยับตัวเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม “หยุดก่อน นี่เป็นเขตจำกัด คุณคือใคร” คีอาร์หยุดยืนห่างออกประมาณสองเมตร ยกมือขวาขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงขออนุญาตพูด น้ำเสียงของเธอเรียบ อ่อนโยนแต่ชัดเจน “ฉันชื่อคีอาร์ โซล็อตล์ จากค่ายฮาล์ฟบลัดค่ะ ตั้งใจจะกลับไปลองไอส์แลนด์ แต่จะมาขอใช้บริการรถไฟของนิวโรมค่ะ”


ชายทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า รอยยิ้มบางแล่นผ่านบนใบหน้าภายใต้หมวกเกราะ “ทางนี้ปลอดภัย เข้ามาได้เลย เป็นเรื่องปกติ เดมิก็อดใช้เส้นทางนี้บ่อยแแหละ เข้ามา ๆ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ แต่แววตายังคงนิ่งราวกับไม่ได้รู้สึกอะไร


ทหารอีกคนเปิดประตูบานหินออก กลไกภายในส่งเสียงดังแผ่วเหมือนหินขยับตัว ลมเย็นจากภายในพัดออกมาแตะผิวหน้าเธอทันที เป็นลมที่ไม่ใช่ของโลกภายนอก แต่เป็นลมหายใจของอีกอาณาจักรหนึ่ง คีอาร์ก้าวข้ามธรณีหินเข้าสู่ความมืด เสียงรองเท้าดังสะท้อนในอุโมงค์แคบที่มีแสงคบเพลิงวางเรียงรายตลอดทาง เดินไปเพียงไม่กี่เมตร เสียงจากโลกภายนอกก็ถูกกลืนหายไปหมด เหลือเพียงเสียงของเธอกับจังหวะลมหายใจของผนังหินที่เหมือนยังมีชีวิต เธอเอื้อมแตะผนังหินเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสถึงแรงสั่นละเอียดจากพลังเวทเก่าแก่ “ยังไม่เปลี่ยนเลย…” เธอพึมพำในลำคอเบา ๆ ความทรงจำเก่าจากครั้งสุดท้ายที่มาแวบเข้ามา… ก็แค่ไม่กี่วันก่อน



แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 16827 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-30 23:50
โพสต์ 16,827 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-30 23:50
โพสต์ 16,827 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2025-12-30 23:50
โพสต์ 16,827 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลมกรด  โพสต์ 2025-12-30 23:50
โพสต์ 16,827 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก หอกกรีก  โพสต์ 2025-12-30 23:50
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 5 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 06 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2026

เวลาบ่าย เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ อุโมงค์คัลลีคอต 


พรายแสงสีฟ้าครามจางหายไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของโอโซนที่ทำปฏิกิริยากับอากาศธาตุเบื้องหน้าอุโมงค์คัลลีคอตต์ ในตอนนี้แสงอาทิตย์ยามบ่ายแก่ ๆ สาดทอลงบนเนินเบิร์กลีย์จนกลายเป็นสีทองอำพัน ลมเย็นพัดผ่านทุ่งหญ้าหอบเอาความรู้สึกปลอดภัยที่คุ้นเคยมาปะทะร่างของสองสาวที่เพิ่งก้าวผ่านความปั่นป่วนของมิติเวลามานับศตวรรษ


โมนีก้าในวัย 20 ปี ยืนนิ่งอยู่หน้าอุโมงค์บริการบำรุงรักษาที่เป็นทางเข้าลับของค่ายจูปิเตอร์ สายตาสีเทาเงินของเธอกวาดมองทหารโรมันในชุดเกราะเงาวับที่กำลังยืนประจำการอยู่ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เธอมองเห็นความภาคภูมิใจในแววตาของพวกเขา และมองเห็นความสงบสุขที่เธอสู้แทบตายเพื่อรักษามันไว้ "มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมากเลยนะอาริเอล... สำหรับเราสองคน" โมนีก้าเอ่ยขึ้น เสียงของเธอทุ้มนิ่งและเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะมากกว่าครั้งไหน ๆ เธอหันไปสบตากับเอมพูซ่าสาวผู้เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม


เอมพูซ่าสาวนั้นยืนตระหง่านด้วยส่วนสูงหุ่นนนางแบบ ผมสีบลอนด์ที่เป็นเปลวไฟของเธอไหวระริกจางๆ ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ดวงตาสีแดงคู่นั้นสั่นคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน เธอขยับขาข้างที่เป็นสัมฤทธิ์วิเศษจนเกิดเสียงกระทบกับพื้นหิน ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบกอดโมนีก้าไว้แน่น อ้อมกอดนั้นเต็มไปด้วยคำขอบคุณ ความผูกพัน และการยอมรับในตัวตนที่ก้าวข้ามเผ่าพันธุ์


"ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณโมนีก้า" อาริเอลกระซิบพลางกอดแน่นขึ้นอีก "ถ้าไม่มีคุณ... ฉันคงไม่รอด"

เมื่อทั้งสองผละออกจากกัน อาริเอลมองใบหน้าที่นิ่งสงบของโมนีก้าแล้วอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความกังวลใจเกี่ยวกับสิ่งที่เธอรู้สึก "คุณ... จะยังอยู่ที่นี่ไหมคะ? ที่ค่ายจูปิเตอร์"

คำถามนั้นทำเอาโมนีก้านิ่งไปครู่หนึ่ง เธอส่ายหัวช้า ๆ แววตาที่เคยร่าเริงบัดนี้กลับดูอ่อนล้าอย่างสุดซึ้ง ภาวะ PTSD แบบซ่อนเร้นเริ่มกัดกินใจเธอเมื่อความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงการต่อสู้ ภาพของเจสันที่เลือนลางหายไปในพิพิธภัณฑ์ และความเกรี้ยวกราดของโครนอสยังคงตามหลอกหลอนและเธอไม่เคยรู้เลยว่าตอนนี้มันอันตรายขนาดไหน "ฉันบอกไม่ได้หรอกคะอาริเอล... แต่บอกได้อย่างหนึ่งคือตอนนี้ใจของฉันมันล้าเกินไปแล้ว" โมนีก้าฝืนยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย "ฉันคิดถึงพ่อ... คิดถึงเลสเตอร์ คิดถึงจนแทบจะยืนไม่ไหว ฉันขอพักสักหน่อยเถอะนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้กลับคืนมาที่นี่อีกเมื่อไหร่ แต่รับรอง... ฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก ค่ะมนก บซ. คนนี้หนังเหนียวจะตายไป"


โมนีก้าตบบ่าอาริเอลเบา ๆ เป็นการทิ้งท้าย "ฉันขอตัวก่อนนะ... ดูแลตัวเองด้วยล่ะ"


โมนีก้าหันหลังให้อุโมงค์ทางออกแล้วก้าวเดินลึกเข้าไปในเส้นทางสู่ อาคารพรินซิเปียศูนย์กลางอำนาจของค่ายจูปิเตอร์ รองเท้าบูทหนังทรงสวยของเธอกระทบพื้นหินเป็นจังหวะที่หนักแน่นทว่าเงียบเชียบ เสื้อเบลเซอร์สีขรึมพริ้วไหวตามแรงเดิน เธอเดินผ่านกองร้อยต่างๆ ผ่านทหารที่ทำความเคารพเซนจูเรี่ยนสาวที่หายไปร่วมเดือนแต่กลับมาพร้อมกลิ่นอายของพลังที่น่าเกรงขาม


ตลอดเส้นทางไปสู่พรินซิเปีย โมนีก้าไม่ได้มองซ้ายมองขวา แววตาสีเทาเงินของเธอว่างเปล่าและมองตรงไปข้างหน้าเพียงจุดเดียว เธอเดินผ่านอนุสาวรีย์และโรงนอนด้วยหัวใจที่บีบคั้น ทุกย่างก้าวในค่ายจูปิเตอร์ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบที่เธอเคยแบกรับ แต่ตอนนี้เธอเพียงต้องการส่งมอบภารกิจสุดท้ายให้จบสิ้น เพื่อที่จะได้ไปหาบ้านที่แท้จริงของเธอเสียที


[Mythic-05] อาริเอล (เอมปูซา)

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

กลิ่นหอมจาก น้ำหอมเฮคาที - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +10

(ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 0 5 7 9 ทำให้ได้รับความโปรดปรานจาก NPC TGC SP (มันเปลี่ยนเป็น Mythic) Lares Satyr ได้รับความโปรดปราน+10)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Mythic-05] อาริเอล (เอมปูซา) เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 5 วันที่แล้ว
โพสต์ 20417 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 5 วันที่แล้ว
โพสต์ 20,417 ไบต์และได้รับ +10 EXP +9 เกียรติยศ +9 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส  โพสต์ 5 วันที่แล้ว
โพสต์ 20,417 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก สัมผัสแห่งชีวิต  โพสต์ 5 วันที่แล้ว
โพสต์ 20,417 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 5 วันที่แล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รองเท้าบูตแบล็คชิฟเทอร์ส
เข็มทิศแห่งวัฏจักร
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
สัมผัสแห่งชีวิต
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง
Vulcan's Ember
ควบคุมมด
การฟืิ้นฟูแห่งชีวิตบริสุทธิ์
ผืนป่าลวงตา
บอดี้สูทแบล็คชิฟเทอร์ส
ดาบสุริยคติ
Icarus Mirror
แหวนเคลื่อนย้าย
จำแลงร่าง
สร้อยข้อมือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต
เนตรแห่งฟีบี้
น้ำหอมเฮคาที
การควบคุมพืชขั้นสูง
การควบคุมธรนี
รากพันธนาการ
พลังบงการความยาวของร่างกาย
โล่สคูทุม
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
เกมคอนโซลพกพา
กระซิบแห่งพงไพร
แหวนดาราจรัส(D)
ต่างหูเงิน
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x10
x1
x4
x3
x4
x10
x1
x30
x30
x36
x3
x9
x1
x1
x3
x3
x6
x4
x7
x8
x28
x42
x8
x10
x9
x1
x23
x169
x2
x8
x16
x22
x8
x4
x26
x2
x10
x2
x18
x14
x88
x4
x13
x6
x520
x2
x2
x7
x52
x1
x31
x2
x2
x7
x2
x14
x9
x6
x18
x1
x17
x3
x47
x5
x12
x51
x12
x4
x26
x1
x12
x24
x4
x4
x1
x1137
x4
x12
x4
x1
x3
x26
x18
x15
x48
x4
x7
x9
x10
x13
x2
x2
x8
x99
x15
x3
x4
x2
x2
x7
x129
x1
x7
x4
x6
x10
x5
x12
x4
x9
x10
x12
x1
x1
x4
x479
x4
x2
x20
x2
x24
123
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้