แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Mackenzie เมื่อ 2024-12-7 01:13
47. That Black Cat M
-05.11.24 / 04:10PM.-
เมื่อลืมตาอีกครั้ง แมคเคนซีก็พบว่าตนเองกลับมาอยู่ที่ห้องเดิมแล้ว ความเย็นของหินอ่อนจากรูปปั้นเทพีเฮคาทียังติดตรงฝ่ามือที่เขาสัมผัสอยู่ก่อนจะหมดสติไป (ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเรียกแบบนี้ได้ไหม) เกือบคิดว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงแค่ความฝันหากไม่ติดว่าที่มืออีกข้างยังกำคฑาเวทย์ที่ได้รับจากผู้เป็นมารดาไว้แน่น แมคเคนซีค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืน รอจนตนเองหายมึนงงจึงเดินออกมาจากห้อง และเขาก็เห็นว่าแม่มดเฮ็กซาเรียยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“เรียบร้อยแล้วอย่างนั้นรึ นั่น…คฑาเวทย์จากเทพี เจ้ามาถึงขั้นใช้เวทมนตร์ได้แล้วล่ะสิ”
ยังไม่ทันจะเล่าอะไร ความหูตาไวของแม่มดเฒ่าก็ทำงานเสียก่อน เพียงแค่เห็นอาวุธเวทย์ก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องได้แทบทั้งหมด หญิงชราพาเดมิก็อดหนุ่มกลับมายังส่วนหน้าร้าน เขาเห็นเจ้าแมวดำตัวเดิมกลับขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์แล้ว
“หิว…หิวแล้ว แง่ก ๆๆๆ”
เมื่อเห็นเฮ็กซาเรีย เจ้าแมวก็ร้อง (ควรบอกว่าพูดน่าจะถูกต้องกว่า) คราวนี้ชัดเลยว่าเจ้าแมวนี่พูดภาษาคนได้ ซึ่งแมคเคนซีเองก็แปลกใจนิดหน่อย ขนาดเจ้าออมเล็ตสิงโตนีเมียนที่ดีนเลี้ยงไว้วัน ๆ ยังร้องแค่ “อ๊าววววว” เลยนี่นา
“หิวแล้วรึเดียบลิโต้ รออยู่นี่ก่อน ข้าจะไปเอาอาหารมาให้ เจ้าเองก็รอข้าสักประเดี๋ยว เดี๋ยวข้าจะมาคิดค่าสมุนไพร”
ว่าแล้วแม่มดเฒ่าก็กลับเข้าไปที่หลังร้าน ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามามองเจ้าแมวดำที่กำลังเลียอุ้งเท้าคอยอย่างว่าง่าย
“ไง เดียบลิโต้ แกชื่อเดียบลิโต้ใช่ไหม”
ไม่ถามเปล่า ฝ่ามือใหญ่ยังลูบหัวเดียบลิโต้อย่างเอ็นดู พอได้สัมผัสขนนุ่ม ๆ นี่แล้วเขาก็มักจะนึกถึงสุนัขเซนต์เบอร์นาร์ดสองตัวที่เลี้ยงไว้ที่บ้านทุกที
“นุด…ไม่ใช่นุด แง่ก ๆๆๆ”
เมื่อรู้ว่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เดียบลิโต้จึงไม่คิดจะหลบหนีอีกต่อไป เจ้าแมวดำคลอเคลียหัวเล็ก ๆ ของมันกับฝ่ามือแมคเคนซีอย่างออดอ้อนจนทำให้เขารู้สึกเอ็นดูขึ้นมา
“เจ้าชอบแมวอย่างนั้นรึ”
เสียงของแม่มดเฮ็กซาเรียดังขึ้นอีกครั้ง เธอวางอาหารแมวไว้ตรงพื้นหลังเคาน์เตอร์ แน่นอนว่าเดียบลิโต้ที่กำลังหิวโหยรีบโดดผลุงลงไปกินทันที
“ไม่เชิงครับ ผมชอบหมามากกว่า บ้านที่อังกฤษผมเลี้ยงไว้สองตัว แต่ว่าแมวก็น่ารักดี”
“เจ้า…อยากลองเลี้ยงแมวไหม”
“หืม…หมายถึงคุณจะยกเดียบลิโต้ให้ผมเหรอ”
หลังจบคำถาม เจ้าแมวดำที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารก็รีบหันขวับมามองทั้งคู่ตาโตทันที
“ไม่ใช่ ข้าหมายถึงแมวที่เป็นสัตว์วิเศษ…เจ้ารู้จักกริมาลคินไหม”
เมื่อรู้ว่าหัวข้อสนทนาไม่ใช่ตนเอง เดียบลิโต้จึงหันไปกินอาหารต่อ ส่วนแมคเคนซีที่ได้ยินชื่อไม่คุ้นหูก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“ไม่ครับ ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”
“ฟังข้านะ กริมาลคินเป็นแมวที่เป็นสัตว์รับใช้ของพวกเราเหล่าแม่มด นิสัยเหมือนแมวทั่วไปแต่สามารถร่ายเวทย์และช่วยเจ้าของต่อสู้ได้ หากผู้ใดได้เป็นเจ้าของก็เหมือนมีข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่จะคอยติดตามไปทุกที่“
”……แล้วถ้าผมอยากจะเลี้ยงกริมาลคิน ผมต้องทำยังไง“
อันที่จริงแมคเคนซียังไม่คิดเรื่องเลี้ยงสัตว์มาก่อน โดยเฉพาะสัตว์วิเศษ แล้วยิ่งเป็นแมวด้วยเขายิ่งไม่รู้ว่าต้องเลี้ยงอย่างไร ที่แน่ ๆ น่าจะไม่เหมือนเลี้ยงสุนัข แต่เมื่อได้ยินว่าสัตว์วิเศษนามว่ากริมาลคินจะคอยติดตามผู้เป็นเจ้าของไปทุกที่แล้วก็เริ่มสนใจขึ้นมา…จะเป็นไปได้หรือไม่หากเขาจะเลี้ยงกริมาลคินไว้เป็นเพื่อนข้างกายผู้ซื่อสัตย์แทนที่จะเป็นข้ารับใช้
“ข้าได้ยินข่าวจากพวกแม่มดมาว่าระยะนี้พวกนางเห็นกริมาลคินอยู่แถวเมืองอิธาก้า หากเจ้าอยากได้กริมาลคินมาครอบครอง จงไปที่นั่น…”
เฮ็กซาเรียหรี่ตาลงมองแมคเคนซีก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วยกมือข้างหนึ่งป้องปากพร้อมกับลดเสียงลงมาเป็นกระซิบทั้งที่ในร้านนี้มีเพียงพวกเขาแค่สองคนและเจ้าแมวดำเดียบลิโต้อีกหนึ่งตัว จากนั้นแม่มดเฒ่าก็ผละออกมาแล้วเดินเข้าไปที่หลังร้านอีกครั้งแล้วกลับมาออกพร้อมวางบางสิ่งลงบนเคาน์เตอร์
“แคทนิปกับอัญมณีบลูสโตนคือสิ่งที่กริมาลคินโปรดปราน หากเจ้าผูกสัมพันธ์กับกริมาลคินจนมันไว้วางใจ เมื่อนั้นเจ้าก็จะได้ผูกพันธะเวทมนตร์และได้เป็นเจ้าของสัตว์วิเศษตนนั้น ส่วนวิธีอื่น ๆ เจ้าจงไปค้นหาเอาเอง…ที่ข้ายอมบอกเรื่องนี้กับเจ้าเพราะเจ้าเป็นบุตรเทพีเฮคาทีหรอกนะ“ .
.
. สุดท้ายแมคเคนซีก็ออกจากร้านขายสมุนไพรและอุปกรณ์เวทมนตร์มาพร้อมกับถุงกระดาษหนึ่งใบที่ภายในบรรจุทั้งสมุนไพรที่ซื้อไปฝากจูลี่ แคทนิปและมูนสโตนสำหรับไปผูกมิตรกับแมวกริมาลคิน นอกจากนี้ยังมีผงแป้ง เกลือศักดิ์สิทธิ์ และผงดาราซึ่งเป็นส่วนผสมในการปรุงยาอีกอย่างละนิดหน่อย ในตอนแรกเฮ็กซาเรียจะไม่คิดค่าสินค้ากับเขา แต่แมคเคนซีก็ยืนกรานว่าจะจ่ายค่าสินค้าทั้งหมดจนเธอต้องยอมรับดรักม่าจากเขาไปในที่สุด ซึ่งนั้นก็ทำให้กระเป๋าเงินส่วนดรักม่าของเขาแทบจะเบาหวิว
”ตายล่ะ…สี่โมงกว่าแล้ว“
เมื่อดูนาฬิกาแล้วก็ถึงกับตกใจ ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกดีนเลือกตั้งกันเสร็จแล้วหรือยัง เขาต้องรีบกลับไปตรงจุดที่นัดกับอีกฝ่ายไว้แล้ว
“อุบ…เหม็นชะมัด”
ขณะเดินออกมาจากตรอกก็ได้กลิ่นอันไม่สู้ดีนักจนแมคเคนซีต้องยกแขนขึ้นมาปิดจมูกไว้ เขามั่นใจมากว่าตอนขามาไม่มีกลิ่นอะไรแบบนี้เลยแม้แต่น้อย
พั่บ ! พั่บ !
เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างบินผ่านไป แมคเคนซีเงยหน้าขึ้นมองเงาดำนั่นแล้วก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นอสุรกายรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีปีกเหมือนค้างคาวตัวใหญ่ราวเกือบสามเมตรทาบทับผ่านร่างของตนและบริเวณนั้น เมื่อมันก้มลงมองมาที่เขาก็มีลำแสงจ้าราวกับแสงไฟที่ประภาคารสาดส่องออกมาจากหน้าผากของมันกระทบเข้ากับตาของแมคเคนซีพอดีจนชายหนุ่มที่มีภาวะตาแพ้แสงถึงกับตาพร่ามัวไปชั่วขณะ
“แมคเคนซี หยิบคฑาเวทย์ขึ้นมา ตั้งสมาธิแล้วว่าตามข้า”
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว เขาจำได้ดีว่าเป็นเสียงของหญิงผู้ที่เพิ่งสนทนากันไปก่อนหน้านี้ไม่นาน
…เทพีเฮคาที…
ไม่ปล่อยให้เสียเวลา แมคเคนซีรีบหยิบอาวุธเวทย์ประจำตัวออกมาจากถุงกระดาษที่ใส่รวมกับสินค้าของร้านสมุนไพรไว้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ฝ่ามือใหญ่กำคฑาเวทย์แน่นชี้ไปยังอสุรกายตนนั้นแล้วตั้งสมาธิรอฟังคำพูดถัดไป
“อินคันทาเร…”
“อินคันทาเร…"
”เฟลมมา มาจิกา“
”เฟลมมา มาจิกา !“
ทันทีที่กล่าวจบลูกไฟก็พุ่งออกจากปลายคฑาเวทย์ไปยังร่างที่บินอยู่บนฟากฟ้า แต่เป็นเพราะภาพตรงหน้ายังพร่าเลือน การโจมตีจึงพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย เจ้าอสุรกายที่ได้กลิ่นเดมิก็อดก็บินพุ่งลงมาหมายจะจับเขาเป็นอาหาร พอดีกับที่แมคเคนซีหายจากอาการตาแพ้แสง เขาจึงใช้โอกาสนี้ชี้คฑาเวทย์ไปยังสัตว์ประหลาดตนนั้นอีกครั้ง
”อินคันทาเร เฟลมมา มาจิกา !“
ลูกไฟอีกลูกพุ่งออกไปซึ่งคราวนี้โดนเข้ากับร่างของอสรุกายตนนั้นเต็มเปา เสียงกรีดร้องแหลมหูดังขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนแผดเผากลางท้องฟ้าจนกระทั่งร่างของมันกลายเป็นธุลีสลายหายไป
”……ขอบคุณครับแม่“
เดมิก็อดหนุ่มพึมพำเสียงเบาแล้วเก็บคฑาเวทย์ไว้ในถุงกระดาษตามเดิมก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปจากจุดนั้น .
.
. -05.11.24 / 05:00PM.-
”แมคซี่ ! ที่รัก นายกลับมาแล้ว ฉันนึกว่านายหลงทางจนกลับมาไม่ถูกแล้วซะอีก“
เมื่อกึ่งเดินกึ่งวิ่งจนมาถึงจุดที่นัดกันไว้ แมคเคนซีก็เห็นดีนยืนทำหน้ากังวลใจอยู่ แน่นอนว่าเมื่ออีกฝ่ายเห็นเขา ท่าทางหงอย ๆ นั่นก็เปลี่ยนไปทันควัน ร่างสูงรีบตรงรี่เข้ามากอดพร้อมกับลูบหลังปลอบขวัญแล้วพาเขาขึ้นรถที่คุณโดนัลด์กับคุณไมค์นั่งรออยู่ จากนั้นรถก็เคลื่อนตัวไปยังร้านตัดผมของทั้งคู่ทันที
”ไหนดูซิซื้ออะไรมา หืม…นั่นอะไร ขนมปังฝรั่งเศสงั้นเหรอ“
เหมือนว่าดีนจะสังเกตเห็นคฑาเวทย์แวบ ๆ ในถุงกระดาษเลยยื่นมือมาเพื่อจะหยิบ แมคเคนซีจึงรีบคว้ามือคนรักไว้
”ไม่ใช่ ไว้ถึงบ้านฉันจะเล่าให้นายฟัง“
เขาขยับมากระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน ซึ่งดีนเองก็เหมือนจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรเล่าตรงนี้จึงทำทีเปลี่ยนเป็นเรื่องคุยเรื่องอื่น แน่นอนว่าคืนนี้เขาจะต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านขายสมุนไพรและอุปกรณ์เวทมนตร์ให้อีกฝ่ายได้ฟัง .
.
. ”อยากทำผมบ้างไหมแมคเคนซี“
คุณไมค์ที่ถอดผ้าคลุมกันเศษผมออกมาจากร่างดีนถามขึ้นหลังจากที่ตัดผมให้คนรักของเขาเสร็จแล้ว
”เอ่อ…ผมยังไม่ได้คิดไว้เลย ว่าจะทำทรงอะไรดี“
ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นวางบนเส้นผมสีน้ำตาลของตนเองซึ่งตอนนี้เหมือนว่าจะยาวขึ้นจากเดิมนิดหน่อย
”ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกฉันออกแบบให้เอง มานั่งนี่สิ“
คุณโดนัลด์ผายมือมายังเก้าอี้ว่างด้านข้างดีน แมคเคนซีจึงลุกไปนั่งตามคำเชื้อเชิญนั้น
”เอาให้ออกมาหล่อเหมือนผมเลยนะ“
ดีนที่ตอนนี้ผมสั้นขึ้นจากเดิมหันมาบอกช่างทำผมทั้งคู่
”ได้เลยไอ้เสือ นายว่าไงโดนัลด์ เอาทรงไหนดี“
คุณไมค์หัวเราะลั่นก่อนจะหันมาถามความเห็นคุณโดนัลด์ที่ยืนเอามือกุมคางมองผมและรูปหน้าของแมคเคนซีผ่านบานกระจก
”ฉันว่า…เรามาเนรมิตแมคเคนซีให้เป็นหนุ่มอังกฤษผมบรอนซ์กันดีกว่า ว่าไงแมคเคนซี โอเคไหม“
คุณโดนัลด์ดีดนิ้วดังเป๊าะก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเขาทั้งสองข้าง
“ได้ครับ ลองดูก็ได้”
แมคเคนซีพยักหน้ารับ นึกภาพตนเองผมบรอนซ์แล้วก็คงจะดูดีไม่น้อย
”โอ้…เป็นความคิดที่ดี งั้นเรามาเริ่มกันเลย“
เมื่อตกลงกันได้แล้วคุณไมค์ก็ไปเข็นรถอุปกรณ์ทำผมมาไว้ข้างเก้าอี้ แล้วการแปลงโฉมให้หนุ่มอังกฤษก็เริ่มขึ้น
ซื้อของที่ร้านขายสมุนไพรและอุปกรณ์เวทมนตร์ 1. แคทนิป : 2 (ราคา 15x2) 2. มูนสโตน : 2 (ราคา 50x2) 4. เกลือศักดิ์สิทธิ์ : 1 (ราคา 60) จ่ายค่าสินค้า 260 ดรักม่า (รวมภาษี 274 ดรักม่า)
ตื่นรู้ +2 จากการพิชิตแวน มีเทอร์ครั้งแรก สินสงคราม : เยื่อบุปีก
|