[กระท่อมที่ 20] ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×














ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง
บ้านพักหมายเลข 20 เฮคาที


ห้องส่วนกลางของเหล่าบุตรและธิดาแห่งเทพีเฮคาที
อยู่ส่วนหน้าภายในบ้านพักหมายเลข 20
ภายในห้องตกแต่งแบบดาร์ควินเทจ
เป็นที่พบปะพูดคุยและนั่งเล่นของเหล่าเด็ก ๆ






แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 5344 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2024-4-21 17:48
โพสต์ 2024-12-30 22:54:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Activity Form

บ้านหมายเลข 20 - บ้านเฮคาที (ด้านนอก)

ย้อนเวลา 23 / 12 / 2024 เวลาประมาณ 19.00 น.




และบ้านหลังสุดท้าย เธอเดินมาที่บ้านหลังสุดท้ายก่อนจะพบว่าบ้านนี้กำลังซ่อมแซมตัวเองอยู่


ท่าทางดูมีเวทมนตร์  มันดูน่าประหลาดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อตัวบ้านมันสามารถขยับเองได้


ภาพตรงหน้าที่เธอเห็นคือบ้านนั้นกำลังซ่อมแซมตัวเองอยู่  แต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


นั่นอาจจะเป็นภาพลวงตาที่ทำให้เธอคิดไปเอง  แต่จากเท่าที่เห็นเธอว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง


หรือเธอฝันไปแต่เธอจำได้ว่าเธอยังไม่ได้เข้านอนเลยเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะฝัน 


เธอลองยกมือหยิกตัวเองดูเบาๆ “ ก็เจ็บนิ ..... ไม่ได้ฝันนะ ” เพราะงั้นเป็นคำตอบว่าเธอไม่ได้ฝัน เพราะเธอยังรู้สึกเจ็บ


ตอนนี้เด็กสาวเริ่มรู้สึกขนลุกแล้วบ้านนี้มันมีอะไรแปลกแปลกด้วย 


แต่ก็อาจจะไม่แปลกมากถ้ารู้ว่าบ้านนี้เป็น สายเลือดอะไร 


ป้ายตั้งอยู่หน้าบ้านบ่งบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรของบ้านนี้  น่าจะเป็นเรื่องปกติของเค้าที่เธออาจจะไม่ชินเองก็เป็นได้


เธอพ่นลมหายใจเข้าออกสูดลมแล้วก็ทำใจสู้เสือ ลองดูนะ!!


เด็กสาวลองขยับตัวเดินเข้าไปใกล้ตัวบ้าน  ตัวคงบ้านที่ตอนแรกกำลังขยับอยู่มันก็หยุดนิ่ง เหมือนรู้ว่ากำลังโดนเธอจ้องแล้วเธอก็ขยับเข้าไปใกล้เรื่อยๆ


ทุกอย่างดูนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  “ สงสัยเมื่อกี้จะตาฝาดหรือเปล่า ” เธอถามตัวเองแล้วก็คิดว่าไม่นะเพราะเธอยืนจ้องนานถ้ามันฝาดมันไม่น่าจะใช่


เธอหยิบกระป๋องสีด้านข้างขึ้นมาก่อนจะเริ่มทาสีบริเวณเสา ให้ใหม่ 


เนื่องมาจากที่บ้านหลังนี้สีมันค่อนข้างจะไม่สดเท่าไหร่แล้วเธอก็เลยทาสีกลับคืนไป 


มันอาจจะไม่ได้เสียหายมาจากการต่อสู้ แต่เสียหายมาจากแดดที่แรงขนาดนี้ และดูท่าทางว่าจะไม่มีทีท่าว่าแดดนั้นจะลดลงเลยด้วย


ร้อนทั้งวี่ทั้งวันร้อนมาทั้งวันทั้งคืน  คงไม่แปลกที่บ้านทุกหลังจะเริ่มสีซีดแล้ว 


เธอเอาแปรงทาสีบริเวณเสาของตัวบ้านทีละนิด  ไล่ไปแต่เธอก็ไม่สามารถทาได้สูงมาก เพราะว่าขนาดตัวของเธอนั้นไม่ได้สูงขนาดที่จะปีนขึ้นไปบนหลังคาได้


คงทำได้เพียงพอประมาณ  ทำให้ไม่ลืมที่จะตกแต่งลวดลายด้วยเพราะว่ายังมีสีเดิมอยู่


มันก็เลยยังพอที่จะเดาได้ว่าสีบริเวณดังกล่าวนั้นคือสีอะไร 


เธอเอากระป๋องสีมาตั้งเรียงเปลี่ยนกันให้เป็นขนาดเล็กลงเพื่อจะได้ทาได้พอดี 


แต่มันก็แอบกดดันอยู่ว่าเธอจะทาแล้วมันพังหรือเปล่า  เพราะทักษะศิลปะของเธอนั้นก็ดีเลิศเหลือเกิน ด้วยสิ


เธอทาได้สักพักก่อนจะรู้สึกมึนๆ เพราะกลิ่นสีก็ค่อนข้างรุนแรงเลย


เอาเป็นว่าเธอจะพอแค่นี้ก่อนแล้ววันหลังค่อยมาทำต่อก็ไม่สาย


เด็กสาวลุกขึ้นยืนสักพักนึงให้ตัวเองไม่รู้สึกมึนเธอตั้งตัวยืนตรง 


แล้วก็หันหลังเดินออกไปได้สักพักนึง แต่ด้วยความสงสัยในระหว่างที่เธอเดินออกไปไกลสักหน่อย สายตาของเธอก็หันกลับมามองตัวบ้านอย่างรวดเร็วรวด


ใช่แล้วเธอไม่ได้ตาฝาดเพราะกระป๋องสีที่เธอตั้งไว้เมื่อกี้มันขยับ 


เธอคงไม่ได้วางไว้ตรงนั้นหรอกเธอจำได้ว่าเธอวางกล่องไว้ด้านหน้าแต่ตอนนี้ถังสีมันขยับไปไว้ด้านข้างแล้ว 


เธอรู้ว่าเธอไม่ได้ความจำสั้นขนาดที่เธอจำตำแหน่งไม่ได้  ใช่แล้วบ้านนี้มันมีพลังงานบางอย่าง


ทันทีที่เด็กสาวเห็นดังนั้นเธอก็รีบวิ่งเต้นหนีไปทันที เพราะเธอรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ยังไงหละ




  โรลเพลย์ซ่อมแซมจะได้รับโบนัสจากโรลเพลย์ +15 EXP 

แสดงความคิดเห็น

God
โรลเพลย์นี้ใช้แลกรางวัลแล้ว  โพสต์ 2024-12-30 23:47
God
คุณได้รับ 15 EXP โพสต์ 2024-12-30 23:11
โพสต์ 17366 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2024-12-30 22:54
โพสต์ 17,366 ไบต์และได้รับ +3 EXP +6 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์ 2024-12-30 22:54
โพสต์ 17,366 ไบต์และได้รับ +3 EXP +4 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์ 2024-12-30 22:54
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
Hydro X
บัตรส่วนลดรถไฟ HP 2025
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เข็มกลัดไดโอนีซุส
แว่นกันแดด
ขลุ่ยไม้เถาองุ่น
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
สัมผัสแห่งองุ่น
กระบอกลูกธนู
ธนู
ชุดเครื่องเพชร
หมวกปีกกว้าง
ความคิดสร้างสรรค์
โรคสมาธิสั้น
ต่างหูเงิน
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x2
x2
x1
x1
x4
x1
x3
x1
x6
x1
x3
x3
x4
x7
x9
โพสต์ 2025-1-11 01:23:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
72. Representative

-07.01.25  /  01:30PM.-

หลังจากไปปรึกษาเรเชลที่ถ้ำเทพพยากรณ์มาแล้วแมคเคนซีก็ไม่ฝันร้ายอีก การนอนหลับอันสงบสุขกลับคืนมาอีกครั้งแลกกับภารกิจการเดินทางไกลที่รออยู่ข้างหน้า

“อ้าว หน้าตาดีขึ้นแล้วนี่ วิญญาณหมีแพนด้าออกจากร่างแล้วเรอะ”

แล้วก็เป็นซิลเวอร์อีกแล้วที่บังเอิญเจอเข้าพอดีหลังแมคเคนซีกลับมาจากทานมื้อกลางวัน หนุ่มเยอรมันร่างสูงโปร่งตรงปรี่เข้ามากอดคอแล้วตบไหล่เขาป้าบ ๆ เหมือนเกือบทุกครั้ง

“ถือว่าดีล่ะมั้ง…หายฝันร้ายแต่ได้ภารกิจมาเฉยเลย”

“วิ้ว~ ภารกิจกิจเดินทางงั้นสิ มีอะไรก็มาปรึกษาฉันได้นะเจ้าเด็ก เอ้อ…แต่ตอนนี้มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”

พี่คนโตผิวปากเมื่อได้ยินคำว่า ‘ภารกิจ’ ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้ว ก่อนที่เหมือนว่าเจ้าตัวจะนึกอะไรขึ้นได้จึงลดเสียงลงในประโยคหลัง

“หืม…มีเรื่องอะไร”

แมคเคนซีเลิกคิ้วสงสัย ก่อนจะมองตามเรียวนิ้วของซิลเวอร์ที่ชี้ไปยังโซนห้องนอน

“นายช่วยไปเรียกเจ้าเด็กที่อยู่ห้องตรงข้ามนายให้หน่อย วันนี้เราจะจัดประชุมสมาชิกบ้านกัน

“อืมฮึ ได้สิ เมื่อไหร่ล่ะ”

“ตอนนี้เลย”

“ฮะ ตอนนี้ ? แล้วทำไมพี่ไม่ไปเรียกเองเล่า”

จากที่พยักหน้าก็กลายเป็นหันขวับมามุ่นคิ้วมองอีกฝ่ายที่หันมายิ้มเผล่ให้

“เอาน่า ฉันไม่ถนัดบุกห้องผู้หญิง เอาเป็นว่าฉันกับจูลี่รออยู่ที่ห้องนั่งเล่นนะ นายรีบตามมาล่ะ”

จบด้วยการตบไหล่แมคเคนซีไปอีกป้าบแล้วซิลเวอร์ก็เดินหนีเข้าห้องนั่งเล่นไป

“ให้ตายสิ…แปลกคนชะมัด”

แมคเคนซีลูบไหล่ที่เพิ่งถูกตีป้อย ๆ พลางส่ายหน้า ทั้งที่ซิลเวอร์ไปทำภารกิจออกบ่อย เจอเรื่องอันตรายเฉียดตายมานับไม่ถ้วนแท้ ๆ กลับดันมาตกม้าตายเรื่องผู้หญิงซะได้ แต่ตอนนี้พักเรื่องพี่คนโตไว้ก่อน ที่น่าสนใจกว่าคือเรื่องประชุมสมาชิกบ้านต่างหาก ตั้งแต่เขามาที่ค่ายยังไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อน 

‘หรือว่าจะมีเรื่องอะไรกันนะ…’

คิดไปเรื่อยเปื่อยพลางเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องนอนฝั่งตรงข้ามของตน เหมือนเช่นทุกครั้งที่บานประตูซึ่งมีตุ๊กตาวูดูแขวนอยู่หน้าห้องปิดสนิทราวกับไม่มีคนอยู่

“มีใครอยู่ไหม…”

แมคเคนซีเคาะประตู 2-3 ครั้งพร้อมส่งเสียงเรียกคนในห้องแล้วยืนรอ เพียงไม่นานบานประตูก็เปิดออก

@Nymeria

“เอ่อ…สวัสดี ฉันแมคเคนซี อยู่ห้องตรงข้ามกับเธอ”

เขามองหญิงสาวตรงหน้าตาปริบ ๆ ก่อนจะแนะนำตัวเพียงสั้น ๆ แล้วชี้นิ้วหัวแม่มือไปยังห้องตนเอง

@Nymeria

“ยินดีที่ได้รู้จักไนมีเรีย เห็นจูลี่เรียกเธอว่าพี่สาว แต่น่าจะอายุน้อยกว่าฉัน…หรือเปล่านะ ฉันอายุยี่สิบเอ็ด เธอจะเรียกพี่หรือเรียกชื่อเฉย ๆ ก็ได้”

แมคเคนซียิ้มให้เล็กน้อย เขาคาดเดาอายุของหญิงสาวตรงหน้าไม่ถูก แต่ใบหน้าของเธอค่อนข้างอ่อนเยาว์ดูรุ่นราวคราวเดียวกับชาร์ล็อตน้องสาวอีกคนในบ้าน

@Nymeria

“โอเค ขอโทษถ้ารบกวนเวลานะ พอดีซิลเวอร์ให้ฉันมาตามเธอ เห็นว่าจะจัดประชุมสมาชิกบ้าน ฉันก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เอาเป็นว่าเราไปที่ห้องนั่งเล่นกันก่อนเถอะ”

ว่าแล้วแมคเคนซีก็เดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องนั่งเล่นที่มีสมาชิกในบ้านอีกสองคนกำลังรออยู่

.


.


.

ภายในห้องนั่งเล่นโทนสีมืดที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีดำส่วนใหญ่ ซิลเวอร์ผู้เป็นพี่คนโตและจูลี่น้องคนเล็กของบ้านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“โอ๊ะ มากันแล้ว พี่สาวมานั่งกับผมสิฮะ”

 ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในห้อง จูลี่ก็ยิ้มกว้าง เด็กชายโบกไม้โบกมือเรียกหญิงสาวที่ไม่ค่อยได้พบหน้าแล้วชักชวนมานั่งด้วยกัน

@Nymeria

แมคเคนซีนั่งลงด้านข้างซิลเวอร์ เมื่อสมาชิกที่อยู่บ้านในเวลานี้มาพร้อมหน้ากันแล้วการประชุมก็เริ่มขึ้น

“ขาดชาร์ล็อตไปคนสินะ…เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้ว ฉันจะเริ่มประชุมเลยแล้วกัน ที่ฉันเรียกประชุมวันนี้เนื่องมาจากปีนี้บ้านของเราติดอันดับบ้านดีเด่นประจำปี ตามธรรมเนียมแล้วที่ปรึกษาของบ้านจะต้องเป็นคนไปรับรางวัลจากคุณดี แต่ตอนนี้บ้านของเรายังไม่มีที่ปรึกษาเลยต้องส่งตัวแทนไปก่อน…ใครพอจะอาสาไปได้บ้าง“

เมื่อพูดถึงหัวข้อการประชุมวันนี้แล้ว ซิลเวอร์ก็กวาดสายตามองสมาชิกในบ้านทีละคน

“โทษทีนะ ผมขอถามนิดนึง ทำไมพี่ไม่ไปเองล่ะ พี่เป็นพี่คนโตของบ้าน น่าจะเหมาะสุดนะ”

แมคเคนซียกมือเสนอความคิดเห็น แต่ซิลเวอร์ปฏิเสธแทบจะทันที

“ไม่ล่ะ ฉันไปห้องเจ้าเทพขี้เมานั่นทีไรโดนชวนดื่มทุกที ดื่มตั้งแต่หัววันยันค่ำ แล้วไม่เมาสักทีด้วยนะ ฉันล่ะนับถือจริง ๆ”

“เอ่อ…งั้น…ไนมีเรียล่ะ สนใจจะเป็นตัวแทนไหม”

เมื่อพี่คนโตของบ้านบ่ายเบี่ยง แมคเคนซีจึงหันมาถามหญิงสาวซึ่งถือเป็นน้องคนกลางของบ้านต่อ

@Nymeria

“อืม…เหตุผลเข้าใจได้ งั้นนายแหละเจ้าเด็ก ไปเป็นตัวแทนบ้านรับรางวัลกับเทพขี้เมาซะ”

ซิลเวอร์พยักหน้าช้า ๆ เมื่อฟังเหตุผลของไนมีเรีย แล้วหันมาบอกแมคเคนซีที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“ผมเหรอ…แล้วจูลี่—-”

“ผมแค่มาร่วมเข้าประชุมเฉย ๆ ฮะ”

จูลี่รีบยกมือแล้วพูดขึ้นมา ทีนี้ก็ไม่เหลือตัวเลือกแล้วสินะ

”โอเค ผมไปเองก็ได้ แค่ไปรับรางวัลที่ห้องทำงานคุณดีใช่ไหม“

พอนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่ต้องปรึกษาคุณไครอนเกี่ยวกับภารกิจการเดินทางซึ่งต้องไปที่บ้านใหญ่อยู่แล้ว แมคเคนซีจึงรับหน้าที่นี้มาอย่างเสียไม่ได้

”เยี่ยม ทีนี้บ้านเราก็มีตัวแทนแล้ว ส่วนเรื่องที่ปรึกษาบ้านไว้ทางบ้านใหญ่เปิดให้เสนอชื่อค่อยว่ากันอีกที เอาล่ะ งั้นก็จบการประชุมได้ ขอบคุณทุกคนมากเจ้าพวกเด็ก“

ซิลเวอร์ปรบมือสามครั้งจนดังก้องไปทั่วห้องแล้วลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะเดินออกจากห้องไป

”ผมขอตัวไปปรุงยาต่อนะฮะ“

จูลี่ส่งยิ้มให้แล้วก็ลุกออกจากห้องตามไปอีกคน

”งั้นฉันไปห้องคุณดีก่อน ไว้ถ้ามีโอกาสคงได้พบกันอีกนะไนมีเรีย“

แมคเคนซีบอกลาน้องสาวคนกลางของบ้าน หลังจากที่เธอบอกลาเขาแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตนเองต่อ

@Nymeria





สรุปสถานการณ์

บ้านเฮคาทีส่งแมคเคนซีไปเป็นตัวแทนรับรางวัลบ้านดีเด่นประจำปี


@God 


แสดงความคิดเห็น

ไนมีเรีย ลงชื่อเห็นชอบ 👍   โพสต์ 2025-1-11 06:05
โพสต์ 56031 ไบต์และได้รับ 30 EXP!  โพสต์ 2025-1-11 01:23
โพสต์ 56,031 ไบต์และได้รับ +20 EXP +35 ความกล้า +40 ความศรัทธา จาก เวทมนต์ [II]  โพสต์ 2025-1-11 01:23
โพสต์ 56,031 ไบต์และได้รับ +15 EXP +25 เกียรติยศ +25 ความศรัทธา จาก คบเพลิงเวท  โพสต์ 2025-1-11 01:23
โพสต์ 56,031 ไบต์และได้รับ +10 EXP +10 ความศรัทธา จาก ศาสตร์การปรุงยา  โพสต์ 2025-1-11 01:23
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
Hydro X
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x13
x60
x60
x5
x4
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x10
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x12
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x21
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x2
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x145
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x95
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2025-5-14 00:32:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2025-5-14 02:39

324
นิมิตแห่งลางร้าย

               (TUE) 13/05/2025 เวลา 9.00 น.

               ‘ไม่มีอีเมลตอบกลับมาเลยแฮะ…’

               บุตรแห่งโพไซดอนนั่งหน้ามุ่ยจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือ ถือในถาดอีเมลที่ยังคงไม่มีจดหหมายฉบับใหม่ส่งมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนส่งอีเมลสมัครงานไปยังศูนย์วิจัยและศูนย์สุขภาพหลายแห่งในนิวยอร์ก หลังจากที่รัฐบาลสั่งลดบดบาทรวมทั้งลดขนาดและงบประมาณของยูเอสเอไอดี (สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา) ลง บุคลากรทางด้านวิชาการก็ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ นักวิทยาศาสตร์รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์หลายคนตกงาน ฉะนั้นอย่าไปคิดถึงคนที่จะสมัครงานเข้าไปใหม่เลย ไม่มีหวัง!

               ‘ให้ตายสิ! อีกนิดสหรัฐฯ ต้องย้อนกลับไปสู่ยุคเรเนซองส์แน่ ๆ !’

               แต่ต่อให้ถอนหายใจอีกพันครั้งและรออีเมลนัดสัมภาษณ์เฉย ๆ โดยเปล่าประโยชน์ก็คงไม่ดีเท่าไร หนุ่มดีนจึงได้เคลื่อนก้นออกมาหาอะไรบางอย่างทำ

               หลังจากกลับมาจากช่วยโพไซดอนหาเสียงที่นีออม (แต่แพ้) บุตรแห่งโพไซดอนผู้ซึ่งควบตำแหน่งที่ปรึกษาบ้านคนปัจจุบันก็พักผ่อนในค่ายฮาล์ฟบลัดยาว ๆ โดยไม่ได้ออกไปไหนนานร่วมเดือน เข้าร่วมสนุกเล่นเกมจากบ้านต่าง ๆ จากแคมเปญ ‘ช่วยเหลือเพื่อการนอน’ (ตั้งชื่อเอง) ที่ผู้อำนวยการอย่างไครอนให้เด็ก ๆ สายเลือดเทพต่าง ๆ เสนอกิจกรรมเพื่อการนอนหลับที่ดีในช่วงของรัตติกาลที่สาปสูญ หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า ‘อีเทอนัลซันไชน์’

               นอกนั้นก็ไปรับไปส่งเหล่าน้อง ๆ ที่สนิทสนมไปโรงเรียน พอกลับมาก็เขียนรีซูเม่ ส่งอีเมลหางาน เข้าเว็บไซต์หางานวนไป

              แต่ก็อย่างที่ว่า… ไม่มีงานทำ นอกนั้นก็ไม่ได้มีเหตุการณ์พิเศษใดอื่นให้พูดถึง

               ทว่าช่วงสองสามวันนี้มีเรื่องกวนใจบางอย่างเกิดขึ้นกับดีน เขามักจะฝันถึงเหตุการณ์ประหลาดแว้บไปแว้บมาปะปนอยู่กับฝันเรื่องต่าง ๆ แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือความฝันนั้นกลับเป็นสิ่งเดียวที่ดีนจำได้ชัดเมื่อยามตื่น

               .
               .
               .

               กรุ๊งกริ๊ง…

               เสียงกระดิ่งที่ผูกไว้กับประตูคาเฟ่ส่งเสียงดังเมื่อบานประตูกระจกถูกผลักเปิดออก

               “ยิน...ดี...ต้อน...รั---..... เหวอ!?!”

               บาริสต้าที่ประจำอยู่หน้าเคาน์เตอร์กาแฟจากที่อยู่ในอาการเหม่อลอยผวาเฮือก อีกฝ่ายร้องลั่นออกมาเมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปหา ซึ่งภาพนั้นสร้างความฉุนเฉียวแก่ดีนในแบบที่เขาไม่เคยเป็น

               “ตกใจอะไรนักหนา รีบทำงานของแกได้แล้ว!”

               เขาตะคอกใส่พนักงานคนนั้นอย่างก้าวร้าวจนแม้แต่ตัวเองยังประหลาดใจ คนเคยทำงานบริการมาก่อนอย่างดีนเข้าใจหัวอกของคนที่ทำงานหน้าแคชเชียร์ด้วยกัน ดังนั้นแม้จะหงุดหงิดมาจากไหนเขาก็จะไม่มีทางเอาความโกรธไปโยนทุ่มใส่คนอื่นแบบนี้หรอก

               “คะ..ครับ ขอโทษคุณลูกค้า ดะ..ด้วย.. ระ.. รับอะไรดีครับ” บาริสต้าเอ่ยด้วยเสียงสั่น ไม่ใช่แค่เสียงแต่ตอนนี้คนตรงหน้าสั่นไปทั้งตัว

               “ดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์เหมือนเดิม เรื่องแค่นี้ทำไมถึงจำไม่ได้หา!?”

               เขากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมาตะโกนใส่หน้าจนน้ำลายกระเด็น แต่ก็จำใจต้องปล่อยอีกฝ่ายให้ไปทำงาน เพราะละแวกนี้น่าจะไม่เหลือชีสเบอร์เกอร์จากไหนให้กินอีก

               แต่มาซื้อชีสเบอร์เกอร์ที่คาเฟ่เนี่ยนะ? ประหลาดชะมัด…

               เมื่อได้ของมาชายหนุ่มก็เดินออกจากร้านคาเฟ่โดยไม่จ่ายเงิน สายตาที่มองตรงไปตามถนนคอนกรีตที่ขนาบข้างสองฝั่งไปด้วยบ้านคน หากเป็นเขาในยามปกติคงโบกมือทักทายเพื่อนบ้าน ทว่าเพื่อนบ้านในตอนนี้ต่างเก็บตัว บ้างก็แอบมองชายหนุ่มจากหน้าต่างที่รูดม่านปิด

               จนกระทั่งเขาเดินผ่านชายอีกคนที่สูงใหญ่ไม่แพ้กัน

               “ไงเควิน ออกมาหาอาหารเหรอ?” เขาเอ่ยทัก

               “ใช่ เสบียงที่ตุนไว้ใกล้จะหมด บางตัวก็ผอมแห้งแทบไม่มีเนื้อให้แทะ วันนี้เลยว่าจะเลือกตัวที่อ้วน ๆ หน่อย” คนที่ชื่อเควินตอบกลับ

               “งั้นลองไปดูที่บ้านหกห้าศูนย์สิ มีตัวนึงที่เนื้อเยอะดี แต่อย่าไปทำอะไรร้านคาเฟ่ล่ะ เดี๋ยวไม่มีคนทำชีสเบอร์เกอร์ให้กิน”

               “ได้ เดี๋ยวลองไปดู”

               ดีนไม่รู้ว่าเขากำลังคุยอะไรกับเจ้าคนที่ชื่อเควิน แต่เมื่อเหลียวหลังกลับไปมองเขาก็เห็นว่าเควินเดินดุ่ม ๆ ไปที่บ้านหมายเลขหกห้าศูนย์แล้ว เขาหันกลับมามองถนนราวกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกไม่กี่นาทีคือเรื่องธรรมดา ๆ จากนั้นเสียงกรี๊ดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมาจากข้างด้านในบ้าน ก่อนจะหยุดลงราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดขยับเคลื่อนไหวได้อีก

               จนมาถึงบ้านเลขที่ ‘หกห้าเจ็ด ถนนบูเลอวาร์ด’ เขาถึงได้เลี้ยวแล้วเข้าไปข้างใน ภายในบ้านทั้งมืดและรกราวกับเป็นบ้านร้าง กลิ่นเหม็นอันน่าสะอิดสะเอียนลอยคลุ้งไปทั่วแต่ตัวเขาในฝันกลับคิดว่านี่ช่างเป็นกลิ่นของอาหารที่ช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับ ‘ขยะ’ ที่เขาเพิ่งไปรีดไถมาจากคาเฟ่หน้าปากซอย

               ประตูลงสู่ชั้นใต้ดินถูกซ่อนด้วยกลไกลับ ใต้นั้นราวกับคุกในเกมสยองขวัญ ความมืด ชื้น อับ และลูกกรงขึ้นสนิม เสียงร้องไห้ด้วยความสั่นกลัวของ ‘อาหาร’ ดังระงมภายในกรงขัง บ้างก็เกิดอาการบ้าคลั่งเอาหัวโขกกับกำแพงโดยหวังว่าความตายจะมอบอิสระภาพให้ แต่ว่าใครสนใจกันล่ะ ในเมื่ออาหารก็ต้องกลายมาเป็นอาหารหลังจากที่พวกมันตายอยู่ดี

               ภายในกรงขังที่อยู่ในสุดของคุกใต้ดิน หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเจ้าสาวที่มอมแมมถูกโซ่ล่ามอย่างแน่นหนาภายในกรงขัง ผิวพรรณของเธอนวลผ่องจนแทบจะเรืองแสงในความมืดได้เมื่อแสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบผิว เรือนผมสองสีแผ่สยายถึงกลางหลัง บริเวณโคนผมขึ้นสีผมธรรมชาติแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้ย้อมผมมาเป็นเวลานาน

               “อาหารของเจ้ามาแล้วฮักเนธีส” (ฮักเนธีส = สาวบริสุทธิ์ผู้ถูกเลือกบูชายัญด้วยเพลิง)

               มืออันใหญ่โตจับปลายคางของเธอขึ้นมาเชยหน้า หญิงสาวคนนั้นมีใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตาสีไลท์บลูวาวโรจน์ไปด้วยความรังเกียจ แม้จะไม่ใช่สีเดียวกับที่ดีนเห็นบ่อย ๆ แต่ว่าเขาก็จำได้ว่าเธอคือ ‘ชาร์ล็อต ลิเลี่ยน’ ธิดาแห่งเฮคาที น้องสาวของแมคเคนซีนั่นเอง

               ชาร์ล็อตสะบัดใบหน้าของเธอออกจากการจับกุม

               “เอามือสกปรกของแกออกไปไอ้ไซคลอปส์น่ารังเกียจ!”

               .
               .
               .

               ซึ่งหากนำเหตุการณ์มาปะติดปะต่อกันก็น่าจะเรียงออกมาได้ประมาณนี้…

               ความฝันก็ควรจะเป็นแค่ความฝันที่สารในสมองสร้างขึ้นจากความทรงจำหรือประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในสมองส่วนอะมิกดาลา ด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์ทำให้ชายหนุ่มไม่ควรจะใส่ใจ ทว่ากลับมีกรณีตัวอย่างที่ฝันคือลางบอกเหตุและกลายเป็นจริงได้เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอย่างแมคเคนซี ยิ่งฝันนั้นเกี่ยวข้องกับผู้ใช้มนตราแล้วก็ไม่ควรจะละเลย

               ไหนก่อนหน้านี้ดีนคลับคล้ายคลับคลาว่าจะฝันถึงชาร์ล็อตหรือไม่ก็หลอนถึงเธอมาหลายหน เพียงแต่ตอนนั้นมันเป็นฝันที่ดูไร้สาระเกินไปหน่อยจึงไม่ได้จดจำ แต่นั่นทำให้เดมิก็อดหนุ่มรู้สึกไม่สบายใจ เขาเลยกลับไปที่กระท่อมหมายเลขยี่สิบแล้วคิดอยากจะทำความสะอาดห้องให้เธอเสียหน่อย

               .
               .
               .

               “ให้ผมช่วยร่ายเวทให้ไหมฮะ พี่จะได้ไม่เหนื่อย”

               จูลี่เอ่ยถาม ในบรรดาเด็กน้อยบ้านเฮคาทีดูเหมือนว่าหนุ่มน้อยจากออสเตรเลียคนนี้จะช่ำชองด้านเวทมนตร์มากที่สุดเพราะอยู่มาก่อนใครเพื่อน ส่วนหนึ่งเพราะว่าเขาเป็นหอบหืดด้วยจึงไม่ควรปัดกวาดบ้านเองให้ฝุ่นฟุ้ง สู้ร่ายเวทใส่ไม้กวาดแล้วรอมันจัดการจากที่ไกล ๆ จะดีต่อสุขภาพมากกว่า

               “ไม่เป็นไรจูลี่ค่อย ๆ วันนี้นายหยุดเรียนเพราะไม่สบายนี่นา เดี๋ยวฉันค่อย ๆ ทำไปก็ได้ นายไปพักผ่อนเถอะ” ดีนตอบ

               “ได้ฮะ งั้นมีอะไรให้ผมช่วยก็เรียกนะฮะ” จูลี่พูดด้วยเสียงเหนื่อย ๆ จากนั้นเด็กชายก็เดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป

               “งั้นให้ผมช่วยด้วยได้ไหมฮะ? อยากจะลองใช้เวทมนตร์ทำความสะอาดดู ผมยังไม่ค่อยคล่องเท่าไร น่าจะไม่ได้แย่งงานพี่ดีนทำมากนักฮะ” นิโคไลเสนอตัว

               ‘นิโคไล ครอฟต์’ เป็นน้องชายคนใหม่ของแมคเคนซี และอาจจะเป็นลูกเทพคนล่าสุดที่ได้เข้ามาในค่ายฮาล์ฟบลัด

               แรก ๆ เด็กน้อยเกาะติดแฟนหนุ่มของเขาแจและค่อนข้างจะหวาดกลัวคนอื่น ๆ ภายในค่ายโดยเฉพาะพวกแซเทอร์คนงานหรือทหารยามเซนทอร์จากประสบการณ์ถูกลักพาตัวอันเลวร้ายที่ผ่านมา แต่สักพักก็เริ่มชินแล้วก็สนิทกับคนอื่น ๆ ได้ไม่ยากด้วยพื้นฐานที่เคยเป็นนักกีฬาและบ้านเป็นร้านกาแฟมาก่อน

               “งั้นเหรอ.. เอางั้นก็ได้ นายต้องค่อย ๆ ทำความสะอาดนะนิคกี้ ไม่งั้นพี่ทำตามนายไม่ทันแน่ ๆ”

               “ได้เลยฮะ!”

               นิโคไลรับปากอย่างหนักแน่น จากนั้นเขาก็ร่ายคาถา อินคันทาเร่ อะนิมา วิตา ใส่ไม้ปัดขนไก่ให้มีชีวิต มันออกเดินได้สามก้าวจากนั้นก็ล้มแปะ ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่ดูอยู่ได้ไม่ยาก

               “เอ้า สู้เขาเจ้าไม้ขนไก่!”

               ดีนให้กำลังใจเครื่องมือที่เพิ่งล้มไปรอบที่สามพร้อมกับยีหัวนิโคไลที่กำลังฝึกควบคุมเวทด้วยความเอ็นดู จากนั้นเขาก็หยิบไม้กวาดแล้วเริ่มทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูซอกมุมต่าง ๆ ภายในห้องนอนของชาร์ล็อต แม้ว่าภายในห้องของสาวน้อยวัยรุ่นจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีดำไม่ต่างจากห้องของแมคเคนซี แต่ก็ประดับตกแต่งด้วยของน่ารัก ๆ อย่างผ้าม่านสีพาสเทล หรือตุ๊กตายัดนุ่นนุ่มนิ่มกินที่ไปครึ่งเตียง

               ‘เจ้าพวกนี้คงรอเจ้าของกลับมานอนกอดแย่แล้ว…’

               เพล้ง!!

               เสียงของแตกทำเอาคนที่กำลังจมอยู่กับความคิดสะดุ้งเฮือก เมื่อมองกลับไปเขาก็เห็นนิโคไลหน้าเจื่อนทำท่าขอโทษขอโพยให้ยกใหญ่

               “ขะ.. ขอโทษฮะ ผมทำรูปของพี่สาวแตกซะแล้ว”

               กรอบรูปของชาร์ล็อตที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งหล่นลงมาแตกโดยมีเจ้าไม้ขนไก่ตัวต้นเหตุนอนตายอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่ไหวติง

               “ไม่เป็นไรนิคกี้ นายไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม? ค่อย ๆ เดินออกมานะเดี๋ยวพี่ไปเก็บให้”

               เสียงของแตกนั้นดังมากพอที่จะเรียกให้จูลี่และซิลเวอร์ที่กำลังพักผ่อนออกมาดูพร้อมหน้า มีแค่คนเดียวที่ไม่ออกมาคือแมคเคนซี สงสัยเมื่อคืนจะหนักไปหน่อย…

               “มีอะไรกันเจ้าเด็ก?”

               ซิลเวอร์เอ่ยถาม ยังไม่ทันได้รับคำตอบออกจากปากเรียวคิ้วสีเดียวกับเส้นผมสีเงินก็มุ่นเขาหากัน จากนั้นชายหนุ่มก็พึมพำอะไรบางอย่างพร้อมกับวาดนิ้วเป็นสัญลักษณ์เวทจากนั้นเศษกระจกก็ถูกเก็บกวาดออกจากรูปภาพและกรอบไม้จนหมด

               “รูปแตกเหรอฮะ อย่างกับลางร้ายเลย…” จูลี่พูดเสียงเบาอยู่ข้างหลังพี่ชายตัวโต

               “ลางร้ายเหรอ…?”

               ดีนขมวดคิ้วคิดตาม ทั้งความฝันเอย ทั้งรูปแตกเออ เป็นสัญญาณของลางร้ายที่ทุกคนต่างรู้กันซึ่งแล้วแต่ใครจะเชื่อไม่เชื่อ หากเป็นปกติคนอย่างดีนไม่มีทางคิดว่าเป็นลางอยู่แล้วในเมื่อมีเหตุมีผลชัดเจน นิโคไลควบคุมเวทมนตร์ได้ไม่ดีพอจึงทำกรอบรูปตกลงมาแตก ทุกอย่างล้วนอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ทว่าสังหรณ์ในช่วงนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

               “อุหวา.. ผะ..ผมขอโทษจริง ๆ ฮะ” นิโคไลพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดยิ่งกว่าเก่า

               “ไม่เป็นไรน่าเจ้าเด็กอย่าไปคิดมาก แรก ๆ ที่ฉันฝึกใช้พลังทำของพังไปตั้งเยอะ” ซิลเวอร์เข้าไปปลอบน้องใหม่ แสดงมุมพี่ชายที่อ่อนโยนกับเขาก็เป็นเหมือนกัน

               “ลูกพี่คิดว่านี่คือลางร้ายไหม?” ดีนเอ่ยถามทำเอาชายหนุ่มร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย

               “ฮื่ม... ถ้าพูดตามตรงก็ใช่ ยัยน้องสาวออกไปทำภารกิจเกือบปียังไม่กลับมาเลย แถมช่วงนี้นายก็ฝันถึงเธอบ่อย ๆ ด้วยใช่ไหม ถ้าถามสายเลือดอย่างพวกเราก็ต้องพูดว่าลางร้ายน่ะมีจริง”

               “โอ๊ย แย่ชะมัดเลย! นอกจากรู้ว่าไปนิวเจอร์ซีย์กันแล้วก็ไม่รู้เลยว่าพวกชาร์ล็อตไปไหนกันต่อ!” ดีนหยุมหัวตัวเอง เขาไม่ชอบความกังวลของตัวเองในตอนนี้เลยให้ตายสิ!

               “พี่เรเชล.. จะช่วยทำนายให้ได้ไหมฮะ?” จู่ ๆ จูลี่ก็เสนอไอเดียขึ้นมา ถ้าพึ่งข่าวสารไม่ได้ก็ต้องพึ่งพาหมอดูล่ะทีนี้

               “ตัวแทนของเทพพยากรณ์ดูดวงแม่นอยู่แล้ว แต่ก็แปลกนะ แทนที่คนในบ้านเราจะฝันถึงชาร์ล็อตแต่กลับเป็นนายที่ฝันถึงเธอซะได้ หรือบางทีนายอาจเกี่ยวข้องกับภารกิจที่เธอกำลังทำอยู่ก็ได้นะเจ้าเด็ก” ซิลเวอร์ออกความคิดเห็น

               “ง่ะ… ภารกิจอีกแล้วเหรอ” บุตรแห่งโพไซดอนเบ้หน้า คำว่าภารกิจช่างเป็นอะไรที่แสลงหูสุด ๆ เขาขอเป็นเดมิก็อดที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่มีเทพองค์ไหนจิ้มงานลงมาได้ไหม?

               แต่เมื่อคิดว่าชีวิตของคน ๆ หนึ่งแล้วยิ่งเป็นน้องสาวคนสำคัญกำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ติดต่อไม่ได้ ชะตากรรมเป็นอย่างไรไม่อาจทราบ ก็ทำให้เขาตัดใจที่จะทิ้งความสุขสบายไว้เบื้องหลัง

               “เอาก็เอาวะ จะเป็นคำพยากรณ์หรืออะไรก็ช่าง มันต้องลองดูกันหน่อย!”

               จากนั้นดีนก็ออกจากกระท่อมหมายเลขยี่สิบตรงไปทางทิศเหนือของค่ายหรือก็คือถ้ำของเทพพยากรณ์ ส่วนงานทำความสะอาดที่เหลือปล่อยให้นางฟ้าแม่ทูนหัวของบ้านอย่างซิลเวอร์จัดการต่อ
                           

ฝันถึงลางบอกเหตุที่เกี่ยวกับชาร์ล็อตครั้งสุดท้าย



แสดงความคิดเห็น

God
x2 ส่งแล้ว 1 ก้อน   โพสต์ 2025-5-16 00:07
โพสต์ 52180 ไบต์และได้รับ 40 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-5-14 00:32
โพสต์ 52,180 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก เข็มกลัดโพไซดอน  โพสต์ 2025-5-14 00:32
โพสต์ 52,180 ไบต์และได้รับ +15 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +12 ความกล้า +12 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2025-5-14 00:32
โพสต์ 52,180 ไบต์และได้รับ +25 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +15 ความศรัทธา จาก กุหลาบสีน้ำเงินทอง  โพสต์ 2025-5-14 00:32
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x4
x7
x1
x4
x1
x3
x11
x6
x1
x1
x1
โพสต์ 2025-8-3 00:20:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Nymeria เมื่อ 2025-8-3 00:24

29-07-2025 07.05 AM

I want to be your everything little darling



 สิบสองชั่วโมงเต็มที่สติสัมปชัญญะจมดิ่งสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง มันไม่ใช่การหลับใหลที่ผ่อนคลาย แต่คือสภาวะแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ร่างกายและวิญญาณถูกรื้อสร้างขึ้นใหม่จากรากฐาน พลังเวทมนตร์อันเกรี้ยวกราดที่เคยฉีกกระชากทุกอณูเซลล์เมื่อคืนนี้ได้สงบลงแล้ว และสิ่งที่หลงเหลืออยู่คือความรู้สึกสดชื่นอันน่าประหลาด ราวกับได้หลับใหลไปนับศตวรรษในครรภ์แห่งรัตติกาล

เปลือกตาที่เคยหนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นรับแสงอรุณที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา สุภาพสตรีลึกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องส่วนตัว มีผ้าห่มนุ่มๆ คลุมอยู่ถึงอก และหมอนใบโปรดก็ยังคงหนุนอยู่ที่ใต้ศีรษะ นิโคไลคงจะเป็นคนแบกร่างที่ไร้สติของเธอเข้ามาที่นี่เอง

“ตื่นแล้วเหรอยัยตัวดี” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากแหวนบนนิ้ว เป็นน้ำเสียงที่เจือความโล่งใจอยู่ลึกๆ “เมื่อคืนทำเอาฉันใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าเธอจะกลายเป็นปุ๋ยเวทมนตร์ไปซะแล้ว”

“แม่คงอยากให้ฉันได้พักผ่อนเต็มอิ่มก่อนออกเดินทางล่ะมั้ง” ร่างบางเอ่ยตอบเสียงเบา ขณะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดจากการถูกกระแสพลังอัดกระแทกได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกายอย่างสงบนิ่งและเชื่องเชื่อกว่าที่เคยเป็นมา

การเดินทางไกลรออยู่เบื้องหน้า และการเตรียมสัมภาระคือสิ่งแรกที่ต้องทำ แต่สำหรับธิดาแห่งเฮคาทีแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไรเลย เสื้อผ้าสำรองไม่กี่ชุดถูกพับเก็บลงในเป้สะพายหลังใบเล็กกะทัดรัดอย่างเป็นระเบียบ ส่วนของที่สำคัญอย่างแท้จริง ทั้งยา, แอมโบรเซีย, เนคทาร์, และอาวุธลับทุกชิ้น ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ในห้วงมิติของแหวนดาราจรัสอย่างเงียบเชียบ บนหลังของเฟสตัสที่ต้องโต้ลมแรงอยู่ตลอดเวลา การแบกของรุงรังคือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

ขณะที่ปลายนิ้วกำลังจัดของอยู่นั้นเอง ความรู้สึกเสียดายก็แล่นเข้ามาในหัวใจอย่างเงียบเชียบ ยังไม่ได้ไปบอกลาแอ็กเซล เพื่อนสนิทจากบ้านไทคีเลย และยังมีริปป์ลี่ย์ น้องสาวคนสนิทจากบ้านโพไซดอนอีกคนหนึ่งที่คงจะตกใจน่าดูถ้ารู้ว่าเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

“แหม ทำมาเป็นมีเยื่อใยกับคนอื่นเขาด้วย” แม่มดจอมวีนเอ่ยแซว “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ถ้าเธอกลับมาแบบวีรสตรี พวกเขาก็ต้องมาต้อนรับเธออยู่แล้ว แต่ถ้าเธอกลับมาในโลงศพ พวกเขาก็คงจะร้องไห้ให้ซักสองสามวันนั่นแหละ”

“เธอเงียบบ้างก็ได้นะแคลร์ไม่มีคนหาว่าเป็นใบ้”

คำอำลาที่ไม่ได้เอ่ยถูกเก็บเอาไว้ในใจ ร่างทรงเสน่ห์เดินออกจากห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการปลุกนิโคไลที่คงจะนอนหลับอย่างเหนื่อยอ่อนอยู่ในห้องของเขา ก่อนจะแวะเข้าไปในครัว คว้าขนมปังสองแผ่นมาทำเป็นแซนวิชง่ายๆ แล้วจัดการกับมันอย่างรวดเร็ว

เมื่อท้องอิ่มและสัมภาระพร้อมแล้ว สุภาพสตรีลึกลับก็ก้าวออกจากเคบิน 20 ไปสู่แสงแรกของวันแห่งโชคชะตา ไม่มีการหันกลับไปมอง ไม่มีคำพูดอำลาใดๆ อีก ทุกย่างก้าวที่มุ่งหน้าไปยังเนินฮาล์ฟบลัดนั้นเต็มไปด้วยความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว

i'll melt your heart into two @HyeRi Codes

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 11856 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-8-3 00:20
โพสต์ 11,856 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ต้านทานเวทมนตร์  โพสต์ 2025-8-3 00:20
โพสต์ 11,856 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก สื่อสารกับสุนัข  โพสต์ 2025-8-3 00:20
โพสต์ 11,856 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก ไฟแช็ค  โพสต์ 2025-8-3 00:20
โพสต์ 11,856 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก ปากกาหมึกซึม  โพสต์ 2025-8-3 00:20
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ไฟแช็ค
ปากกาหมึกซึม
กิ๊บติดผม
กล่องดนตรี
ตำราเวทมนต์เฮคาที
การควบคุมหมอกขั้นสูง
เข็มกลัดเฮคาที
ทักษะยิงปืน
แหวนดาราจรัส(D)
คิดค้นคาถา
เส้นทางลับ
เรียกอาวุธจากหมอก
กล้องถ่ายรูป
Daedalus's Legacy
กำไลมิตรประสาน
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
การปลุกผี
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
แหวนจันทราทมิฬ
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ชุดเครื่องเพชร
รองเท้าส้นสูง
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
โรคสมาธิสั้น
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x2
x2
x10
x10
x1
x1
x10
x2
x18
x59
x11
x16
x5
x5
x2
x4
x1
x1
x4
x1
x5
x2
x20
x10
x4
x3
x1
x2
x5
x1
x1
x3
x1
x40
x7
x4
x35
x1
x3
x3
x35
x4
x16
x1
x1
x1
x3
x4
x1
x6
x52
x8
x10
x2
x1
x1
x9
x1
x1
x28
x1
x5
x2
x2
x3
โพสต์ 2025-9-5 15:07:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Parida เมื่อ 2025-9-5 15:25

ค่ายฮาล์ฟบลัด
วันที่: 5 กันยายน 2025 
บันทึกลึกลับ ของ บุตรีเฮคาที ฉบับที่ 54
ภาพลึกลับ

เนื้อหาโรลเพลย์: 


    หลังจากที่ทีน่า แซนโดวาล พา ภริดา อารยภักดีเทวราช หรือริดา เดินชมบริเวณหน้ากระท่อมบ้านหมายเลข 19 ไทคีเสร็จเรียบร้อย สถานีต่อไปของพวกเธอคือบ้านหมายเลข 20 เฮคาที บ้านที่มีชื่อเสียงด้านมนตรา เวทคาถา และกลิ่นอายลึกลับที่แผ่วพรายราวกับหมอกยามราตรี


    ​ขณะก้าวเข้าใกล้ ริดารู้สึกถึงพลังลึกลับที่แผ่ซ่านจากตัวบ้านทันที ความรู้สึกคุ้นเคยแล่นวาบผ่านใจ — บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่กระท่อมธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่ผูกพันกับสายเลือดของเธออย่างลึกซึ้ง ในฐานะบุตรีแห่งเทพีเฮคาที ผู้ทรงอำนาจเหนือเวทมนตร์ ความฝัน และทางแยกแห่งการตัดสินใจ


     ​ทีน่าเหลือบมองริดา ก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างเข้าใจ “ที่นี่…คือบ้านของพวกเจ้าจริงๆ นะ ริดา แม้วันนี้เราจะไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่พี่จะบรรยายให้ฟังอย่างละเอียด เผื่อวันหนึ่งเจ้าจะได้กลับมาอยู่ที่นี่”


​.   ริดาพยักหน้าช้าๆ สายตาของเธอทอดมองไปยังตัวบ้าน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววทั้งเศร้าและคิดถึงผสมกัน


​ภายในบ้านหมายเลข 20 เฮคาที


    ​ทีน่าเริ่มบรรยายด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเหมือนกำลังร่ายมนตร์ “เมื่อก้าวเข้าไป สิ่งแรกที่จะเจอคือ ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง ที่อยู่ส่วนหน้าของบ้าน เป็นสถานที่ที่เหล่าบุตรและธิดาของเฮคาทีใช้พบปะ พูดคุย หรือแม้กระทั่งฝึกเวทเล็กๆ น้อยๆ ด้วยกัน การตกแต่งเป็นสไตล์ ดาร์ควินเทจ ที่เคร่งขรึมและให้ความรู้สึกคลาสสิกขลัง มีโซฟากำมะหยี่สีเข้มล้อมรอบเตาผิงหินดำ บนชั้นวางเหนือเตาผิงมีเทียนไขเรียงรายซึ่งลุกโชนไม่มีวันดับ”


    ​ริดาเงยหน้ามองช่องหน้าต่างของบ้าน ดวงตาเป็นประกาย ราวกับเห็นภาพเหล่านั้นชัดเจนตรงหน้า


    ​ทีน่ากล่าวต่อ “จากห้องนั่งเล่นจะมีโถงใหญ่ที่เราเรียกว่า โถงบูชาเทพี ซึ่งเปรียบเหมือนหัวใจของบ้าน โถงนี้กว้างขวางและเงียบสงบมาก เชื่อมต่อไปยังห้องอื่นๆ อย่างห้องสมุด ห้องปรุงยา และโรงเรือนปลูกสมุนไพร ส่วนห้องนอนจะอยู่ชั้นสอง”


​บรรยากาศในโถงบูชา


     ​เธอพยายามเล่ารายละเอียดให้สมจริงที่สุด “ภายในห้องค่อนข้าง มืดสลัว แสงสว่างมีเพียงจากโคมคบเพลิงที่ให้แสงสีส้มนวลตา และบางครั้งก็มีลำแสงจากพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ส่องผ่านกระจกสีเข้ามา พื้นห้องเป็นหินสีหม่น สลักลายโมเสกซับซ้อน ล้อมรอบด้วยกำแพงที่ประดับด้วยภาพวาดแนวเฮลเลนิสติก ซึ่งเล่าเรื่องราวของเทพีเฮคาทีและเวทโบราณ”


    ​ริดาหลับตาลงชั่วขณะ เพื่อสัมผัสกลิ่นอายที่รับรู้ได้ แม้เพียงยืนอยู่นอกบ้าน ความเย็นเยือกคละคลุ้งในอากาศราวกับโลกอีกมิติหนึ่ง


     ​ทีน่าเอ่ยเสียงหนักแน่น “และตรงกลางโถง จะมี รูปปั้นเทพีเฮคาที ตั้งตระหง่าน เป็นประติมากรรมที่แผ่รัศมีแห่งอำนาจจนผู้พบเห็นต้องก้มศีรษะโดยไม่รู้ตัว เหล่าเดมิก็อดที่เป็นบุตรธิดาของเทพี สามารถติดต่อกับมารดาได้ผ่านรูปปั้นนี้”


​ทีน่าเหลือบมองริดาที่กำมือแน่น ราวกับมีบางสิ่งสั่นสะเทือนในหัวใจของเธอ


     ​“รูปปั้นสร้างจากโลหะพิเศษที่ไม่อาจผุกร่อน มือหนึ่งถือคบเพลิง อีกมือหนึ่งถือกริช ที่เอวมี กุญแจ ห้อยอยู่ และที่คอมี อสรพิษ พันอยู่ ข้างกายมี สุนัขสามตัว นั่งขนาบซ้ายขวา สัญลักษณ์ทั้งหมดนี้คือเครื่องหมายแห่งพระองค์”

​ห้องพิเศษ: ห้องพิธีกรรม


​.     “นอกจากนี้ยังมีห้องลับที่ใครก็เข้าถึงไม่ได้ นั่นคือ ห้องพิธีกรรม ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน ประตูลับของห้องนี้ซ่อนอยู่ในห้องสมุด” เสียงของทีน่าเบาลงเป็นกระซิบ “ที่นี่ใช้ประกอบพิธีกรรมโบราณ เช่น พิธีอัญเชิญสัตว์วิญญาณ เป็นสถานที่ต้องห้าม ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปเด็ดขาด ภายในตัดขาดจากแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ มีเพียงแสงเทียนวูบไหวให้ความสว่าง”


​.     เธอเสริมด้วยรอยยิ้ม “บุตรธิดาของเทพีเฮคาทีจะเข้าใช้ห้องนี้ได้เมื่อถึง เลเวล 80 ขึ้นไป เป็นดั่งการพิสูจน์ตัวเองในสายเลือดของพระองค์”


    ​ริดาฟังแล้วหัวใจเต้นแรง ความปรารถนาที่จะก้าวเข้าสู่ห้องนั้นสักวันส่องประกายในดวงตาของเธอ


​การพบเจอกับนิโคไล ครอฟต์


     ​ขณะที่ริดากำลังจมอยู่กับความคิด เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านข้าง “โอ้! มีแขกใหม่เหรอ?” เด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งเดินออกมาจากร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใส แววตาซุกซนเหมือนแมวป่า


​ทีน่ายิ้มต้อนรับ “นี่คือ นิโคไล ครอฟต์ หนึ่งในบุตรแห่งเฮคาที”


    ​นิโคไลโบกมืออย่างเป็นกันเอง “สวัสดี! เธอคงเป็นริดาที่พี่ทีน่าพูดถึงสินะ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ”


​ริดายิ้มตอบเล็กน้อย แม้จะยังไม่คุ้นเคย แต่ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ


​.    นิโคไลมองริดาด้วยแววตาอบอุ่น แม้จะซ่อนความมืดหม่นไว้ลึกๆ “หากมีอะไรให้ช่วย ก็บอกฉันได้เลยนะ ริดา พวกเราที่นี่…คือครอบครัวเดียวกัน”


    ​ริดาก้มศีรษะตอบรับ ความรู้สึกอบอุ่นไหลเวียนในใจของเธอ แม้เพิ่งมาถึงไม่นาน แต่บ้านหลังนี้…คือสถานที่ที่เธอรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง


รับรางวัล +15 EXP







    ​


     ​

  

​.    

     ​


   


 

    ​

  

    


"ในความมืดมิดยังมีแสงนำทางผู้กล้าแห่งเฮคาที"
สถานที่: ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง กระท่อมหมายเลขที่ 20 เฮคาที|  หัวข้อ: ​เงาหมอกแห่งเฮคาที: ประตูสู่บ้านแห่งมนตรา

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ 15 EXP โพสต์ 2025-9-5 15:29
โพสต์ 19,261 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า จาก สร้อยคอดีไซน์เท่  โพสต์ 2025-9-5 15:07
โพสต์ 19,261 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2025-9-5 15:07
โพสต์ 19,261 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า จาก กางเกงเดินป่า  โพสต์ 2025-9-5 15:07
โพสต์ 19,261 ไบต์และได้รับ +5 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-9-5 15:07
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ทักษะมีดสั้น
การร่ายคาถา
ชุดเครื่องเพชร
กล้องถ่ายรูป
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
แว่นกันแดด
ปากกาหมึกซึม
กล่องดนตรี
รองเท้าเซฟตี้
กิ๊บติดผม
ต่างหูเงิน
กางเกงเดินป่า
เข็มกลัดเฮคาที
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x2
x2
x5
x19
x8
x2
x2
x3
x12
x11
โพสต์ 2026-1-30 19:06:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด


Mackenzie Claude Lincoln
- Son of Hecate / Cabin 20 -




109. น้องชายที่กลับมา


            -04.01.2026 / 06:02AM-



            “—ซี่ แมคซี่ เฮ้ ที่รัก ตื่นเร็วเข้า!”


            เสียงทุ้มต่ำอันเร่งเร้าปลุกแมคเคนซีจากนิทราอันแสนสุข ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดอะอ้านง้ำงอทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่น


           “ขออีกนิด วันนี้ไม่ใช่วันที่เรานัดกันไม่ใช่เหรอดีน”


            ฝ่ามือใหญ่คว้าข้อมือคนรักที่กำลังเขย่าแขนตนเองกุมไว้พลางงึมงำติดเสียงยานคาง เขาจำได้ว่ามีนัดกับอีกฝ่ายในวันพรุ่งนี้เพื่อออกไปส่งเอกสารทำเรื่องศึกษาต่อจากที่ดรอปเอาไว้เพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัย จากนั้นก็จะไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ของดีนที่ร้านเดดาลัสต่อ ด้วยความเป็นคนติดโซเชียลของเจ้าตัว แค่ขาดมือถือไปไม่กี่วันก็แทบทนไม่ได้แล้ว


            “ไม่ ไม่ใช่ นายฟังฉันนะ ฉันกำลังจะออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง แล้ว——”


            “อืม…ไม่ใช่วันนี้ เราคุยกันแล้วไงว่าจะเริ่มจากการออกกำลังกายตอนเย็นด้วยกันก่อน”


            หนุ่มอังกฤษขี้เซาพูดขัดพร้อมขยับมุดตัวลงใต้ผ้าห่มจนแทบมิดศีรษะ เขายังไม่พร้อมออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้าด้วยกันตามคำชวนคนรักสายสุขภาพ แม้ช่วงหลังมานี้แมคเคนซีจะตื่นเช้าและออกกำลังกายมากขึ้นจากเดิมก็ตาม แต่อากาศหนาวแบบนี้เหมาะจะซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมอุ่น ๆ มากกว่า


            “โธ่ แมคซี่ ฉันจะบอกนายว่าฉันเจอจูลี่”


            “…………”


            เกิดความเงียบภายในห้องขึ้นระหว่างทั้งคู่ทันทีเมื่อดีนกล่าวจบ ชื่อของน้องชายที่หายตัวไปร่วมหลายเดือนทำเอาแมคเคนซีรีบเตะผ้าห่มออกจากตัวแล้วผุดลุดขึ้นนั่งโดยลืมความหนาวและความง่วงเป็นปลิดทิ้ง


            “เมื่อกี้นายว่าไงนะ เจอจูลี่แล้วเหรอ ที่ไหน”


            “หน้าบ้าน ฉันเจอจูลี่ตรง— เฮ้ รอฉันด้วย!”


             พอรู้ตำแหน่งแมคเคนซีก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงราวกับติดสปริง เขาหยิบแจ๊คเก็ตหนังตัวเก่งที่แขวนไว้มาสวมทับชุดนอนลวก ๆ แล้วออกจากห้องโดยมีดีนตามไปติด ๆ


            “มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”


            เสียงวิ่งตึงตังของชายหนุ่มตัวโตสองคนดังลั่นบ้านอันเงียบสงัดเสียจนชาร์ล็อตที่อยู่ในชุดนอนสีชมพูลายกระต่ายเปิดประตูห้องออกมาดู เด็กสาวขยี้ตาด้วยความงัวเงีย เส้นผมสองสียังปล่อยยาวสยายไม่ได้ถักเปียคู่เหมือนที่เธอชอบ


            “จูลี่กลับมาแล้วน่ะชาร์ลี่”


            ถึงจะวิ่งตามแฟนหนุ่มไปแต่ดีนก็ไม่พลาดที่จะบอกข่าวสำคัญให้เด็กสาวได้รับรู้ 


            “จูลี่! จูลี่เหรอคะ!?”


            ผลคือไม่ต่างกัน ชาร์ล็อตรีบวิ่งตามพี่ชายทั้งสองคนลงมาจากชั้นสองแล้วออกไปยังหน้ากระท่อมหมายเลขยี่สิบทั้งชุดนอน


.


.


            นายบอกว่าเจอจูลี่ตรงหน้าบ้านเหรอ ไหนล่ะดีน


            แมคเคนซีหันมาถามคนรักหลังจากมองไปรอบบริเวณก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องชาย จะมีก็แต่ลมหนาวยามต้นปีที่พัดอ่อน ๆ จนใบไม้ปลิวไหวแต่ก็ถึงขนาดทำให้ชาร์ล็อตที่สวมใส่เพียงชุดนอนบาง ๆ ต้องกอดตัวเองไว้ คนเป็นพี่ที่เห็นเช่นนั้นจึงถอดแจ๊คเก็ตของตนเองมาคลุมไหล่ให้น้องสาวแทน


            ใจเย็นสิที่รัก ฉันกำลังจะบอก แต่นายก็รีบวิ่งออกมาก่อน จูลี่อยู่ตรงนั้น


            บุตรแห่งโพไซดอนชี้ขึ้นไปที่ด้านบนของตัวบ้าน เมื่อเหล่าบุตรเทพีแห่งม่านหมอกมองตามขึ้นไปก็ถึงกับตาค้างกันเป็นแถว


            เกิดอะไรขึ้นครับ เสียงดังกันแต่เช้า— เฮ้ย! จูลี่…จูลี่กลับมาแล้ว ไม่สิ ทำไมถึงขึ้นไปอยู่ตรงนั้น


            นิโคไลน้องชายคนเล็กที่ตามออกมาหลังสุดเนื่องจากได้ยินเสียงโหวกเหวก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองก็มีสีหน้าตกใจกับสิ่งที่เห็นไม่ต่างกัน


            ‘จูลี่ เดรค’ พี่น้องร่วมมารดาของเหล่าเดมิก็อดสายเลือดเทพีเฮคาทีกำลังนอนหลับอยู่บนสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวที่ประดับตกแต่งตรงส่วนด้านบนเกือบติดหลังคากระท่อม โดยไม่มีใครรู้ว่าเด็กชายขึ้นไปบนนั้นได้อย่างไร


             เราต้องช่วยจูลี่ลงมานะคะ


            ชาร์ล็อตยกมือปิดปาก ดวงตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใยชัดเจนว่ากลัวน้องจะตกลงมาจนได้รับบาดเจ็บ


            เดี๋ยวผมปีนขึ้นไปบนหลังคาให้นะครับ


            นิโคไลบอกแล้วเตรียมจะวิ่งกลับเข้าไปด้านในเพื่อไปปีนหน้าต่างจากชั้นสอง แต่กลับถูกพี่ชายอย่างแมคเคนซีคว้าไหล่ไว้ซะก่อน


           มันอันตราย พี่ว่าเราควรจะใช้——


            นายหานี่อยู่หรือเปล่าที่รัก


            ราวกับรู้ใจ ดีนส่งกระบอกซูมสีดำสนิทที่ฉวยมาก่อนออกจากห้องนอนของแมคเคนซีให้แล้วยิ้มโชว์ฟันขาวราวกับเจ้าหมาตัวโตที่กระดิกหางรอให้เจ้าของเอ่ยคำชมเชย


            ขอบคุณมากดีน ฉันมัวแต่รีบจนลืมไปสนิทเลย


            หนุ่มอังกฤษรับกระบอกซูมไว้ก่อนจะเปิดฝาแล้วหยิบเอาคทาเวทคบเพลิงที่ถูกเก็บไว้ออกมา ดวงตาสีเฮเซลมองไปยังตำแหน่งหน้าต่างห้องนอนของตนเองพร้อมตั้งสมาธิให้แน่วแน่


            พาจูลี่ลงมา


            เขาชี้คทาคบเพลิงไปที่หน้าต่างก่อนจะร่ายเวทแล้วออกคำสั่ง จากนั้นบานหน้าต่างก็เปิดพรึ่บออกราวกับถูกใครสักคนผลักเปิดจากด้านใน ผ้านวมผืนหนาที่เขาใช้ห่มกับดีนทุกคืนลอยล่องขึ้นไปด้านบนดูเบาหวิวไม่ต่างจากฟองน้ำ มันค่อย ๆ ห่อหุ้มร่างของจูลี่ที่ยังคงหลับสนิทไว้ แล้วพาเด็กชายลอยลงมาสู่อ้อมแขนของแมคเคนซีที่รอรับร่างเล็ก ๆ ของน้องชายไว้อย่างนุ่มนวล 


            จูลี่ ใช่จูลี่จริง ๆ ด้วยค่ะ


            เมื่อได้มองใกล้ ๆ อีกครั้งจนแน่ใจแล้วว่าคือน้องชายที่หายตัวไปไม่ผิดแน่ ชาร์ล็อตก็ถึงกับน้ำตารื้นด้วยความดีใจ


            พาน้องเข้าบ้านก่อนเถอะ ไม่รู้อยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหน เดี๋ยวจะไม่สบายเอา


            ว่าแล้วแมคเคนซีก็อุ้มร่างของจูลี่เข้าไปในกระท่อม เขาวางเด็กชายไว้ที่โซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่น จุดไฟในเตาผิงเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ภายในห้อง จากนั้นชาร์ล็อตก็อาสาจะเช็ดตัวให้เด็กชายที่ยังหลับใหลไม่ได้สติในสภาพเนื้อตัวมอมแมมและเหนื่อยอ่อน ส่วนนิโคไลก็อาสาไปเอาเสื้อผ้ามาช่วยเปลี่ยนให้ โดยที่แมคเคนซีกับดีนพากันออกไปรอที่โถงกลางและใช้เวลานี้ส่งข้อความถึงซิลเวอร์ไปด้วย


.


.


            “อะ…อือ….”


            ดวงตาสีอำพันสุกใสค่อย ๆ ปรือเปิดขึ้นหลังจากได้ไปท่องเที่ยวในแดนฝันมาจนเต็มอิ่ม เด็กชายร่างผอมบางพยายามจะยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ก็กลับมีมือของใครบางคนมาช่วยพยุงไว้


            “ตื่นแล้วเหรอจูลี่ เป็นยังไงบ้าง ค่อย ๆ ลุกนะ นิโคไลช่วยไปตามพี่แมคกับพี่ดีนให้หน่อย”


            เป็นชาร์ล็อตพี่สาวที่น่ารักของเขานั่นเอง สีหน้าของเธอดูตื่นเต้นระคนเป็นกังวลจนเด็กชายนึกสงสัย ส่วนแผ่นหลังที่วิ่งออกจากห้องไปไว ๆ นั่นก็คงจะเป็นนิโคไล พี่น้องร่วมบ้านอายุไล่เลี่ยกันกับเขา


            ‘ทำไมทุกคนถึงดูรีบร้อนกันจังนะ’


            “พี่ชาร์ล็อต พี่กลับมาจากทำภารกิจแล้วเหรอฮะ”


            จูลี่ถามด้วยสีหน้างุนงงพลางหลุบตาลงมองมือของตนเองที่ถูกพี่สาวบีบไว้จนแน่นกว่าปกติ


            “อื้อ กลับมาแล้วจ้ะ พี่แมคกับพี่ดีนก็กลับมาแล้วด้วยนะ


            โดยไม่ต้องให้รอนานชายหนุ่มเจ้าของชื่อทั้งสองคนก็รีบเข้ามาดูอาการของน้องชายทันที


            เป็นยังไงบ้างจูลี่ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า


            แมคเคนซีถามด้วยความเป็นห่วง สายตาก็มองสำรวจตามร่างกายที่ดูผอมบางลงจากเดิมของจูลี่ไปด้วย


            ไม่ฮะ ผมไม่เป็นไรเลย ผมแค่รู้สึกเหมือนว่าง่วงมาก ๆ แล้วก็มึน ๆ หัวนิดหน่อยเอง


            จูลี่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แม้ภายในใจจะเริ่มสงสัยถึงปฏิกิริยาคนรอบตัวที่ทำเหมือนว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับเขายังไงยังงั้น


            เอาล่ะน้องชาย นายพอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายบ้าง


            ดีนเดินไปนั่งลงตรงพนักแขนโซฟาแล้วกอดคอจูลี่ไว้หลวม ๆ ด้วยท่าทางสบาย ๆ เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดเกินไป


           ผมเหรอฮะ…ผมก็ไปโรงเรียนไงฮะ แล้วพอช่วงพักกลางวันหลังจากกินมื้อเที่ยง ผมก็ออกมาเดินเล่น แต่อยู่ ๆ ก็เหมือน…อืม เหมือนว่าผมจะเดินตกหลุมอะไรสักอย่าง แล้วผมก็จำไม่ได้แล้ว โอ๊ะ หรือว่าผมซุ่มซ่ามตกหลุมแรงมากจนที่โรงเรียนให้พวกพี่รับผมกลับมาพักที่นี่เลยเหรอฮะ


            เด็กชายพยายามไล่เรียงเหตุการณ์เท่าที่ตนเองพอจะจำได้ ก่อนจะตกใจจนรีบยกมือขึ้นจับศีรษะและสำรวจร่างกายตนเองยกใหญ่ว่ามีส่วนไหนแตกหักหรือเปล่า แต่ก็กลับไม่พบอาการบาดเจ็บใดๆ เลย


            ไม่ใช่หรอกจูลี่ เรื่องมันยาวน่ะจ้ะ เดี๋ยวพวกพี่จะค่อย ๆ เล่าให้ฟังนะ แต่ตอนนี้กินอะไรอุ่น ๆ สักหน่อย อยู่ข้างนอกมาตั้งนานคงหนาวแย่เลย


             ชาร์ล็อตรับซุปครีมข้นซึ่งเป็นของโปรดของเด็กชายที่ทำเตรียมไว้ในขณะที่จูลี่หลับมาจากนิโคไลที่หลังจากไปเรียกพี่ชายทั้งสองแล้วก็เข้าห้องปรุงยาซึ่งควบรวมเป็นห้องครัวประจำกระท่อมไปตักมาให้ แม้ตอนนี้ร่างกายภายนอกจะได้รับความอบอุ่นจากไฟในเตาผิงและผ้านวมผืนหนานุ่มของแมคเคนซีแล้ว ภายในก็ควรทำให้อุ่นขึ้นด้วยเช่นกัน


            ขอบคุณนะฮะ……


            จูลี่มองถ้วยซุปในมือชาร์ล็อตแล้วเงียบไปเล็กน้อย ศีรษะเล็ก ๆ เอียงคอคิดอะไรบางอย่าง


            เหมือนว่าผม…เพิ่งกินซุปไปเมื่อไม่นานมานี้เอง เอ…ที่ไหนกันนะ


            แต่ยิ่งนึกเท่าไหร่ก็กลับกลายเป็นว่านึกไม่ออก ราวกับมีกลุ่มหมอกควันหนาทึบมาปิดกั้นความทรงจำส่วนนั้นไว้จนในหัวขาวโพลน เด็กชายนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ติดค้างอยู่ภายในใจแต่กลับบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร


            ที่โรงเรียนหรือเปล่า นายอาจกินซุปไปเมื่อมื้อกลางวันก็ได้นะจูลี่ โอ้ ว่าแต่เวลาขนาดนี้แล้วเหรอ แมคซี่ ฉันหิวจังอะ


            ดีนใช้ความสามารถในการเดาสุ่ม ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้จูลี่มัวแต่จดจ่อกับเรื่องชวนปวดหัวมากเกินไป แม้ว่าใจจริงเขาก็อยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจูลี่กันแน่ แต่ในเมื่อผลมันออกมาไม่ต่างจาก ‘อีธาน ซาง’ บุตรแห่งเฮอร์มีสที่หายตัวไปในช่วงเวลาเดียวกัน และกลับมาช่วงสิ้นปีในสภาพจำอะไรไม่ได้เลยเหมือนกัน ก็คงป่วยการที่จะซักไซ้ต่อ แค่พวกเขากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว


            หืม อ้อ นายหิวแล้วเหรอ ไปสิ แล้วพวกเธอหิวกันหรือยัง


            แมคเคนซีที่ได้ยินคำชักชวนของคนรักเงยหน้าขึ้นมาจากจอสมาร์ทโฟนที่กำลังส่งข้อความไปรายงานสถานการณ์ให้พี่คนโตของบ้านอย่างซิลเวอร์ได้รับรู้ แม้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะติดงานอยู่ที่ไมอามี่ แต่ชายหนุ่มก็เป็นห่วงจูลี่ไม่แพ้กัน


            หนูยังไม่หิวค่ะ พวกพี่ไปกันก่อนก็ได้ หนูจะอยู่ดูแลจูลี่ก่อน


            ชาร์ล็อตส่ายหน้าแล้วหันไปมองจูลี่ที่ตักซุปเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เด็กชายยังดูเจริญอาหารดีอยู่จึงทำให้พวกเขาเบาใจลงได้ส่วนนึง


            ผมก็จะอยู่ด้วยฮะ พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะ


            นิโคไลหันมาบอกแล้วนั่งลงตรงข้างชาร์ล็อต ดีนขยับลุกมายืนข้างแมคเคนซี ทั้งสองมองเด็กทั้งสามคนที่ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันแล้วยิ้มน้อย ๆ


            แม้ในความทรงจำของจูลี่จะเหมือนผ่านไปแค่ไม่นาน แต่สำหรับชาร์ล็อตแล้วมันคือช่วงเวลาราวหนึ่งปีครึ่งที่เธอไม่ได้พบหน้าน้องชายคนนี้ ส่วนนิโคไลเองก็คงจะอยากทำความรู้จักเหล่าพี่น้องของตนเองให้มากขึ้นไปอีก


            ในที่สุดก็กลับมากันครบทุกคนสักทีนะ


            ดีนเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขาชอบบรรยากาศครอบครัวสุขสันต์แบบนี้เป็นที่สุด แต่รอยยิ้มนั้นกลับจางลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงน้องชายตนเองที่เพิ่งออกไปทำภารกิจ ซึ่งสีหน้านั้นก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของแมคเคนซีไปได้


            เอียนเองก็จะกลับมาอย่างปลอดภัย ไว้เราไปซื้อมือถือกัน นายจะได้ส่งข้อความคุยกับเขาได้สะดวก ๆ เราไปโรงอาหารกันเถอะ แต่ก่อนอื่นฉันขอไปเปลี่ยนชุดนอนนี่ก่อนนะ


            ฝ่ามือใหญ่ตบบ่าคนรักเบา ๆ เพื่อให้คลายกังวลก่อนจะกุมมือดีนไว้แล้วพากันออกไปจากห้อง เพื่อให้เหล่าน้อง ๆ สายเลือดเทพีแห่งมนตราได้ใช้ช่วงเวลาที่ขาดหายไปร่วมกัน









 


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 131892 ไบต์และได้รับ 42 EXP!  โพสต์ 2026-1-30 19:06
โพสต์ 131,892 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-1-30 19:06
โพสต์ 131,892 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส  โพสต์ 2026-1-30 19:06
โพสต์ 131,892 ไบต์และได้รับ +25 EXP +35 เกียรติยศ +55 ความศรัทธา จาก น้ำหอมเฮคาที  โพสต์ 2026-1-30 19:06
โพสต์ 131,892 ไบต์และได้รับ +1 Point จาก เหรียญนกฮูก  โพสต์ 2026-1-30 19:06
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
Hydro X
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x13
x60
x60
x5
x4
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x10
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x12
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x21
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x2
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x145
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x95
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2026-2-1 01:51:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Mackenzie เมื่อ 2026-2-1 01:52



Mackenzie Claude Lincoln
- Son of Hecate / Cabin 20 -




111. ประชุมสมาชิกกระท่อมหมายเลข 20


            -17.01.2026 / 01:58PM-



            ช่วงเวลาเดือนมกราคมเคลื่อนผ่านไปอย่างเนิบช้า แต่ก็ไม่ถือว่าช้าเกินไป หลังจากวันที่ไปยื่นเอกสารทำเรื่องเรียนต่อเรียบร้อยแล้ว จากนั้นหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง ภาคการศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยแมนฮัตตันก็เริ่มต้นขึ้น แมคเคนซีได้ชื่อว่าเป็นนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจปีสามอย่างเต็มตัว (อีกครั้ง) แม้ว่าหลักสูตรที่เขาเรียนจะเป็นหลักสูตรออนไลน์ แต่บางรายวิชาก็ยังต้องเข้าเรียนให้ตรงตามตารางเวลาอยู่ดี ซึ่งหลังจากเปิดเรียนไปได้เพียงห้าวัน ไม่น่าเชื่อว่าบางวิชาก็เริ่มมีการบ้านแล้ว


            ภายในห้องนั่งเล่นของกระท่อมหมายเลขยี่สิบวันนี้ดูเล็กลงไปกว่าเดิมอีกวัน เนื่องจากสมาชิกสายเลือดเฮคาทีทุกคนที่ยังอยู่ในค่ายต่างมารวมตัวกันที่นี่เพราะมีนัดหมายสำคัญนั่นคือ ‘การประชุมกระท่อมประจำปี’ แต่การประชุมยังไม่สามารถเริ่มต้นได้เพราะสมาชิกยังมาไม่ครบองค์ประชุม พวกเขาจึงทำอะไรฆ่าเวลากันระหว่างรอ


            แมคเคนซีหอบเอาแมคบุ๊คมานั่งพิมพ์รายงานพลางหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจากสมาร์ทโฟนเดดาลัสไปด้วย จูลี่กับนิโคไลนั่งเล่นไพ่เวทมนตร์กันอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง และชาร์ล็อตกำลังอ่านหนังสือเล่มใหม่ที่ยืมมาจากหอสมุดประจำค่าย


            ปัง!


            ประตูไม้บานหนาถูกเปิดเสียงดังจนคนในห้องพากันสะดุ้ง ร่างสูงใหญ่ที่แสนคุ้นเคยยืนบังเต็มกรอบระตู ตามมาด้วยเสียงทักทายอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว


            “ไง! เจ้าพวกเด็ก รอฉันนานไหม”


‘ซิลเวอร์ ควินน์’ พี่คนโต (ในขณะนี้) ของกระท่อมที่เพิ่งสลัดตัวออกจากตารางงานอันยุ่งเหยิงที่ไมอามี่มาได้ส่งยิ้มกว้างแบบกวน ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจให้


            “โอ๊ะ พี่ซิลมาแล้ว! ยินดีต้อนรับกลับฮะ


            จูลี่ที่หลายวันมานี้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จนร่างกายฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงดีทิ้งไพ่ทั้งหมดในมือลงแล้ววิ่งไปกระโดดกอดคอซิลเวอร์ไว้จนตัวลอย ชายหนุ่มผมสีบรอนซ์อ่อนหัวเราะร่ารับร่างผอมบางของน้องชายไว้ด้วยแขนกำยำเพียงข้างเดียว


            ฮ่า ๆ โอ้ เจ้าเด็กจูลี่กลับมาแล้วจริง ๆ ด้วยนี่หว่า ผอมลงหรือเปล่าเนี่ยฮึ


            พอวางร่างจูลี่ลงบนพื้น เขาก็หันไปทักทายชาร์ล็อตที่เดินมาหาและยิ้มให้ ฝ่ามือใหญ่ลูบผมสองสีของน้องสาวเบา ๆ อย่างที่ไม่ทำให้ผมเปียคู่ที่ถูกถักมาอย่างประณีตต้องเสียทรง


            ไม่เจอกันนานเจ้าเด็กชาร์ล็อต โตขึ้นนะเรา นี่ก็ดูผอมลงอีกคน กินกันเยอะ ๆ หน่อยสิน่า นั่นเจ้าเด็กนิคใช่ไหม โอ้ สูงขึ้นกี่เซนกันเนี่ย อีกไม่กี่ปีก็ตามฉันทันแล้วสิ


            พอละมือจากเส้นผมนุ่มสลวยก็มาขยี้ผมของนิโคไลต่อ แม้ว่าซิลเวอร์จะมีนิสัยห่าม ๆ ไป (ไม่) หน่อย แต่ก็เป็นที่รักของน้อง ๆ ในบ้านทุกคน


            ไง เจ้าเด็กแมค ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเรอะ


            หลังจากทักทายเด็ก ๆ ในบ้านรวมถึงแจกของฝากจากไมอามี่จนครบทุกคน เรียวขายาวก็ก้าวมาหาน้องชายคนโตที่ยังนั่งอยู่ตรงโซฟาราวกับรากงอก ฝ่ามือใหญ่ตบป้าบเข้าที่ไหล่แมคเคนซีจนเขาต้องลูบไหล่ป้อย ๆ


            ‘ให้ตายสิ ยังแรงดีไม่มีเปลี่ยน’


            เปล่าสักหน่อย ผมลุกไปไม่ทันต่างหาก ยินดีต้อนรับกลับซิลเวอร์


            แมคเคนซีพับจอแมคบุ๊คที่ยังพิมพ์งานค้างไว้อยู่ลงแล้วยกมันออกจากตักมาวางไว้ที่โต๊ะ


            ยินดีต้อนรับกลับเช่นกัน ถึงจะบอกช้าไปหน่อยก็เถอะ เอ้า นี่ของนาย แล้วก็นี่ ฝากเอาไปให้เจ้าเด็กดีนด้วย 


            ซึ่งซิลเวอร์เพียงยักไหล่น้อย ๆ อย่างไม่ถือสา ก่อนจะส่งถุงของฝากสองใบให้แมคเคนซีที่กล่าวขอบคุณแล้วไปนั่งลงตรงโซฟาตำแหน่งหัวโต๊ะ จากนั้นก็ตบมือให้สัญญาณจนเสียงดังก้องไปทั้งห้อง


            เอ้า ครบองค์ประชุมแล้วใช่ไหม งั้นเริ่มกันเลย อ้อ ก่อนจะเข้าเรื่องกระท่อมฉันมีอะไรให้พวกนายดูสักหน่อย ถือว่านี่เป็นหัวข้อแรกแล้วกัน


            หลังจากสมาชิกในบ้านนั่งล้อมวงกันตรงโซฟาแล้ว ซิลเวอร์ก็วางสมุดสภาพเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ อาจเรียกได้ไม่เต็มปากว่าเป็นสมุด มันดูเหมือนตำราอะไรสักอย่างแบบในห้องเก็บตำราคาถาและการปรุงยาในกระท่อมพวกเขามากกว่า


            “ตำราเกี่ยวกับอะไรเหรอฮะพี่ซิล”


            จูลี่ถามด้วยความอยากรู้ แต่ก็ยังไม่กล้าหยิบมาเปิดดู ดวงตาสีทองอร่ามมองสมุดเก่าตรงหน้าตาปริบ ๆ


            “ฉันจะเล่าสั้น ๆ แล้วกัน ฉันได้มันมาจากพี่ชายคนนึง…ที่ไม่ใช่ไอ้พี่เวรแถบนิวออลีนส์”


            ซิลเวอร์ขบกรามกรอดพึมพำประโยคหลังลอดไรฟัน จากนั้นก็กระแอมไอกลับมาเล่าสิ่งที่สมควรพูดต่อ


            “ก่อนมานี่ฉันแวะไปทักทายพี่ชายของพวกเราที่คีสวิลล์มา เขาบอกว่านี่คือตำราปรับเปลี่ยนวิธีการร่ายเวทของเหล่าสายเลือดเฮคาที มันจะช่วยให้พวกเราสะดวกขึ้นมาก ไม่ต้องคอยบริกรรมคาถายาวเหยียดจนเกือบโดนฝูงอสุรกายรุมทึ้ง แล้วก็ไม่ต้องใช้สินสงครามเป็นสื่อกลางโง่ ๆ จะใช้เวทแต่ละทีต้องไปเด็ดหัวไอ้พวกเวรนั่นให้เปลืองเหงื่ออีก”


            “คีสวิลล์…หมายถึงพี่อลาบาสเตอร์เหรอคะ”


            นามของใครคนหนึ่งถูกเอ่ยออกมาจากชาร์ล็อตกลางวงสนทนา พี่ใหญ่ของบ้านเพียงแค่ยิ้มที่มุมปากแล้วพยักหน้ารับ


            “อาฮะ อลาสนั่นแหละ อ้อ นายคงไม่รู้จักสินะเจ้าเด็กนิค ไว้หลังจบประชุมนี่ฉันจะเล่าเรื่องหมอนั่นให้ฟัง ส่วนนายคงพอรู้จักบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ ฉันเห็นนายโผล่ไปเม้นต์โพสต์ของอลาสในเน็คทาร์นี่”


            ซิลเวอร์หันมาบอกนิโคไลที่เหมือนมีเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าเมื่อได้ยินชื่อไม่คุ้นหูเป็นครั้งแรก เด็กชายพยักหน้ารับแต่โดยดี ส่วนแมคเคนซีกลับนิ่งเงียบไปเล็กน้อยเพื่อนึกถึงคนที่พี่ชายกำลังพูดถึง แต่ด้วยชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ในลิสต์เพื่อนที่แอดไว้ในเน็คทาร์จึงทำให้เขานึกออกได้อย่างรวดเร็ว


            “อ้อ ไม่เชิงรู้จัก เรียกว่าผมไปคอมเม้นต์ฝ่ายเดียวดีกว่า เขาคงไม่ค่อยอยากทำความรู้จักผมเท่าไหร่”


            ด้วยความที่เห็นว่ามีสายเลือดเดียวกันครึ่งหนึ่ง แมคเคนซีเลยลองกดเข้าไปอ่านในหน้าโปรไฟล์ จึงพอรู้ข้อมูลมาคร่าว ๆ ว่า ‘อลาบาสเตอร์’ ที่ซิลเวอร์กำลังพูดถึงมีประวัติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ตัวตนที่แสดงถึงการเป็นปฏิปักษ์ชัดเจนต่อเหล่าทวยเทพแห่งโอลิมปัสทำให้เขากลายเป็น ‘ผู้ถูกเนรเทศ’ และคฤหาสน์ที่คีสวิลล์นั้นไม่ใช่ที่พำนัก แต่คือที่กักบริเวณดี ๆ สำหรับบุตรแห่งเฮคาทีผู้นี้นี่เอง


            แม้เขาจะอยากทำความรู้จักคนคนนี้ให้มากขึ้น แต่อีกฝ่ายคงไม่อยากสุงสิงกับเหล่าเดมิก็อดที่ยังติดต่อกับเทพโอลิมปัสอยู่หรอกมั้ง


            ‘ยกเว้นซิลเวอร์ไว้คนแล้วกัน หมอนั่นด่าหมดไม่สนลูกใครอยู่แล้วนี่นะ’


            “คิดไปเองน่ะสิเจ้าเด็ก ฉันเล่าเรื่องนายให้ฟัง ดูเหมือนอลาสก็สนใจอยู่ ถ้าอยากเมคเฟรนด์ก็ลองแอดไอดีไปดูสิ เจ้านั่นอยู่บ้านคนเดียว มีคนแชทด้วยน่าจะได้บริหารนิ้วหรือหายคันปากไปได้มั่ง”


            ไม่พูดเปล่า ซิลเวอร์ยังโยนสมาร์ทโฟนของตนเองมาให้โดยไม่สนใจว่ามันจะตกลงไปกระแทกพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงหรือไม่ คงเพราะรู้ดีว่าแมคเคนซีไวพอที่จะรับทัน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ


            ชื่อและช่องทางการติดต่อของอลาบาสเตอร์เด่นหราอยู่บนหน้าจอ แมคเคนซีไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเฝ้ารอการแอดคอนแทกต์จากเขาอยู่หรือเปล่า หรือเขาอาจเป็นเพียงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งในการสนทนาที่เพียงแค่ฟังผ่าน ๆ ก็เป็นได้ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจเพิ่มพี่ชายร่วมมารดาคนนี้เป็นเพื่อนในแอพแชท แต่ยังไม่ได้พิมพ์ข้อความใด ๆ ส่งไป แล้วส่งสมาร์ทโฟนคืนให้กับซิลเวอร์


            “เอาเป็นว่าหาเวลาไปฝึกกันซะ ฉันลองแล้วมันเวิร์คเชียวล่ะ ไม่มีอันตราย ไม่มีผลข้างเคียง แค่ต้องใช้สมาธิและสติเยอะกว่าเดิมสักหน่อย แล้วก็อย่าลืมคทาเวทที่ยังเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนในอนาคตพวกนายจะเรียนการใช้คาถาด้วยมือหรือมีคทาเวทประจำตัวอะไรก็ว่าไป ส่วนนายเจ้าเด็กจูลี่…”


            ดวงตาสีอ่อนของพี่ชายคนโตหันขวับไปยังเด็กชายผมบรอนซ์ที่นั่งตาเป็นประกายด้วยความอยากลองวิชาใหม่อยู่ข้างชาร์ล็อตอย่างรู้ทัน


            “ถึงฉันจะบอกว่าไม่มีอันตรายและไม่มีผลข้างเคียง แต่การฝึกมันค่อนข้างใช้พลังพอสมควร เพราะงั้นอย่าหักโหมเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากส่งจดหมายลาป่วยไปให้ที่โรงเรียน”


            คำเตือนนั้นทำเอาจูลี่หน้าหงอยไปเล็กน้อย เด็กชายพยักหน้าหงึก ๆ พึมพำเบา ๆ ตอบว่า “เข้าใจแล้วฮะ” พลางมองตำราตรงหน้าตาละห้อย ชาร์ล็อตจึงตบหลังมือน้องชายเบา ๆ แล้วยิ้มให้


            “พี่ซิลเวอร์เป็นห่วงจูลี่นะ พวกเราค่อย ๆ ฝึกกันไปก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ใช่ไหมคะพี่แมค นิโคไล” 


            ทั้งแมคเคนซีและนิโคไลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพยักหน้าเห็นด้วย ถึงวิธีการร่ายเวทแบบใหม่จะดูสะดวกกว่ามาก แต่ทุกคนก็จำเป็นต้องคำนึงถึงความพร้อมของสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของตนเองกันเป็นพิเศษ สำหรับสายใช้เวทอย่างพวกเขาที่อะไรก็ดูเป็นเรื่องง่าย แต่แท้ที่จริงแล้วทุกสิ่งไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ เช่นเดียวกันกับการที่ไม่ได้ใช้สินสงครามเป็นสื่อแลกเปลี่ยนในการใช้แต่ละคาถา แต่ก็ต้องใช้สภาวะจิตกับสมาธิที่แน่วแน่และแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อให้เวทของพวกเขาสัมฤทธิ์ผลแทนที่จะล้มเหลวและกลับมาเข้าตัวผู้ใช้เองจนสภาพร่างกายรับไม่ไหว


            “เอาล่ะ ถือว่าเข้าใจทุกคน จบเรื่องนี้ได้ มาที่เรื่องต่อไป ที่คงต้องให้ที่ปรึกษาบ้านของพวกเราเป็นคนพูดแล้ว”


            ซิลเวอร์สรุปจบแบบรวบรัดแล้วขึ้นเรื่องใหม่โดยไม่ให้เสียเวลาพร้อมกับผายมือมายังแมคเคนซีที่ตอนนี้ถูกรับเลือกให้เป็น ‘ที่ปรึกษาประจำกระท่อมหมายเลขยี่สิบ’ สมาชิกภายในบ้านต่างปรบมือเพื่อแสดงความยินดีและเป็นการให้เกียรติจนหนุ่มอังกฤษยิ้มออกมาด้วยความประหม่าและเขินอายนิด ๆ


           “ขอบคุณทุกคนที่วางใจ แต่ไม่ว่าจะได้รับตำแหน่งนี้หรือไม่ ผมก็ยังเป็นแมคเคนซีที่เป็นพี่น้องกับทุกคนในบ้านนี้เหมือนเดิม… เรามาเริ่มประชุมเกี่ยวกับกระท่อมกันเลยเถอะ เรื่องแรกคือภายในปีนี้ผมจะสร้างคลังของกระท่อม ทุกคนคงได้เห็นแปลนกระท่อมจากกิจกรรมสถาปนิกของเทพีอะธีน่ากันแล้วใช่ไหม… 


            เมื่อเกริ่นนำหัวข้อแรกแล้ว แมคเคนซีก็เปิดจอแมคบุ๊คขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาเปิดไปยังรูปแปลนบ้านหมายเลขยี่สิบที่เคยส่งเข้าประกวดในกิจกรรม ‘สถาปนิกเลือดครึ่งเทพ’ เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วให้สมาชิกในบ้านดู ก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ


            ผมจะสร้างคลังตามที่ได้วางแผนไว้ก็คือตรงชั้นใต้ดินตรงข้ามกับห้องเวิร์คช็อป เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบของมาใช้ในการคราฟต์ และสามารถเดินตรงขึ้นมายังห้องตำราและห้องปรุงยาซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกเราได้อย่างสะดวก แล้วก็ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับค่ายอย่างเมื่อปลายปีสองพันยี่สิบสี่ด้วย โดยพื้นที่ชั้นใต้ดินจะเป็นชั้นสุดท้ายที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับความเสียหายน้อยที่สุด เรามีเวลาเพียงพอที่จะยับยั้งเหตุการณ์เหล่านั้นโดยที่ยังรักษาทรัพย์สินต่าง ๆ ในห้องนั้นไว้ได้ มีใครอยากเสนอหรือค้านอะไรไหม”


            ดวงตาสีเฮเซลละจากภาพในจอมามองยังสมาชิกบ้านเพื่อถามความเห็น


            “มีเหตุผลดี ฉันเห็นด้วย”


            ซิลเวอร์ที่นั่งเอนหลังกอดอกพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบาย ๆ พยักหน้า


            “ผมก็เห็นด้วยฮะ”


            ทางด้านจูลี่ก็ยกมือออกเสียงอีกคน เช่นเดียวกันกับชาร์ล็อตและนิโคไล


            “โอเค เสียงเป็นเอกฉันท์ งั้นเราจบเรื่องนี้กัน ต่อไปคือเรื่องสุดท้าย…รางวัลกระท่อมดีเด่น”


            เมื่อไม่มีใครคัดค้าน แมคเคนซีจึงเริ่มพูดเรื่องต่อไป


           “ได้ข่าวว่าปีนี้ก็ได้ที่สองนี่ใช่ไหม”


            ซิลเวอร์ถามขึ้นขณะยกขาข้างหนึ่งขึ้นไขว่ห้าง ดูท่าเจ้าตัวไม่ค่อยสนใจเรื่องที่ว่าเท่าไหร่


            “ใช่ แต่ว่าปีที่แล้ว…นอกจากนิโคไล พวกเราก็ไม่ค่อยได้อยู่ค่ายกันถูกไหม ซึ่งมันก็เท่ากับว่าพวกเราไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำให้กระท่อมได้รับตำแหน่งนี่ด้วย”


            ภายในที่ประชุมเงียบลงชั่วขณะ นี่คือความจริงที่ทุกคนในที่นี้ต่างรู้กันดี ปีก่อนแทบทั้งปีแมคเคนซีออกไปทำภารกิจจนแทบไม่ได้อยู่ติดค่าย ส่วนซิลเวอร์ก็กลับไปทำงานที่ไมอามี่เป็นส่วนใหญ่พร้อมกับรับภารกิจเล็กน้อยไปด้วย ส่วนชาร์ล็อตและจูลี่จัดเป็นผู้ประสบภัยที่หายจากค่ายไปร่วมหลายเดือนกว่าจะกลับมาค่ายก็เป็นช่วงสิ้นปีและปีใหม่ไปแล้ว


            “ผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรฮะ แค่เรียนกับทำกิจกรรมที่โรงเรียนก็เหนื่อยแล้ว วันหยุดก็ไปทำพาร์ทไทม์ที่ร้านอเมซอนด้วย ที่พวกเราทำก็คงมีแค่จัดกิจกรรมช่วงวันฮาโลวีนเท่านั้น”


            นิโคไลซึ่งถือเป็นสมาชิกคนล่าสุดที่เพิ่งมาอยู่ค่ายเมื่อช่วงต้นปีที่แล้วยกมือแล้วพูดเสริมแบบตรงไปตรงมา


            “อืม เพราะงั้น…พอประเมินภาพรวมดูแล้ว ผมเลยคิดว่าจะยกผลประโยชน์ให้สมาชิกที่ทำคะแนนให้กับกระท่อมของเรา ทุกคนคิดว่ายังไงบ้าง”


            หลังจบคำถาม สมาชิกในที่ประชุมต่างมองหน้ากันไปมา ซึ่งทุกคนเองคงมีคำตอบในใจอยู่แล้ว


            “บ้านดีเด่นมันก็แค่ตำแหน่งล่ะน่า ฉันไม่สนของรางวัลจิ๊บจ๊อยนั่นอยู่แล้ว นายจัดการตามที่คิดว่าโอเคได้เลยเจ้าเด็ก”


            “หนูก็ไม่คัดค้านค่ะ แค่คนในบ้านเรารักใคร่กันดี คอยดูแลช่วยเหลือกันแบบนี้หนูก็พอใจแล้ว”


            “ใช่ฮะ ๆ เราอยู่ด้วยกันเป็นพี่น้องที่สนิทกันแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว แต่ปีนี้ผมขอไม่หายตัวแว้บไปไหนแล้วนะฮะ ผมอยากขลุกอยู่ในห้องปรุงยากับสวนหลังบ้านแล้วก็ฝึกใช้เวทให้เก่ง ๆ แล้วล่ะ”


            “โอ๊ะ ถ้าเป็นข้อนี้ผมก็ขอแบบนั้นด้วยฮะ ขอให้ปีนี้บ้านพวกเราอยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีใครกลายเป็นผู้ประสบภัยหายตัวไปอีกนะ”


            ภายในห้องนั่งเล่นถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะ แมคเคนซีมองพี่น้องสมาชิกในบ้านหมายเลขยี่สิบที่พูดคุยกันด้วยความสนุกสนานและใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขด้วยรอยยิ้ม


            ‘นั่นสินะ อะไรมันจะสำคัญไปกว่าครอบครัวที่อยู่ด้วยกันแบบสงบสุขอีกล่ะ’


            “โอเค งั้นพรุ่งนี้จะไปแจ้งคุณดีกับคุณไครอนตามนี้ล่ะนะ เรื่องของกระท่อมจบแล้ว มีใครเสนอเรื่องอื่นอีกไหม”


            “ฉัน! ฉันมีเรื่องเสนออีกเรื่อง”


            เป็นซิลเวอร์ที่ยกมือขึ้นมา จนทั้งห้องเงียบไปอีกครั้งด้วยความสงสัย แมคเคนซีพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต


            “ว่ามาได้เลยซิลเวอร์”


            “นายก็พาเจ้าเด็กชาร์ล็อตกลับมาจากภารกิจแล้ว เจ้าเด็กจูลี่ก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนเจ้าเด็กนิคก็คอยดูแลบ้านแบบเหงา ๆ ให้เวลาที่พวกเราไม่อยู่ ไหน ๆ วันนี้พวกเราก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว จัดปาร์ตี้ฉลองสักหน่อยเป็นไง ฉันเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง”


            พี่ใหญ่ของบ้านขยับตัวนั่งยืดหลังตรง คำว่า ‘ปาร์ตี้’ ทำให้เหล่าเด็ก ๆ ในบ้านพากันดีใจยกใหญ่ จากนั้นซิลเวอร์ก็ขยับมาถองศอกใส่สีข้างแมคเคนซีทีนึง


            “นายก็ไปชวนเจ้าเด็กดีนมาร่วมปาร์ตี้ด้วยสิ ชวนทั้งกระท่อมโพไซดอนมายังได้ ส่วนพวกนายอยากชวนใครก็ชวนมา วันนี้เราจะเปิดไฟในกระท่อมยี่สิบให้สว่างโร่จนค่าไฟพุ่งไปเลย”


            ที่ปรึกษากระท่อมมือใหม่หัวเราะน้อย ๆ อะไรที่เป็นความสุขของคนในครอบครัวเขาไม่คิดจะขัดทั้งนั้น ดีนที่ออกไปคอกม้าเพกาซัสคงจะกลับมาในเวลาอันใกล้นี้ และแน่นอนว่าคนรักของเขาไม่เคยพลาดงานปาร์ตี้สักงานที่เข้าร่วมได้ 


            ท่ามกลางเสียงพูดคนของเหล่าพี่น้องเดมิก็อดสายเลือดแห่งมนตรา การประชุมกระท่อมประจำปีก็จบลงอย่างเรียบง่ายเพียงเท่านี้




สรุปเหตุการณ์

โรลประชุมกระท่อม : +2 point










แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 137727 ไบต์และได้รับ 42 EXP!  โพสต์ 2026-2-1 01:51
โพสต์ 137,727 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-2-1 01:51
โพสต์ 137,727 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส  โพสต์ 2026-2-1 01:51
โพสต์ 137,727 ไบต์และได้รับ +25 EXP +35 เกียรติยศ +55 ความศรัทธา จาก น้ำหอมเฮคาที  โพสต์ 2026-2-1 01:51
โพสต์ 137,727 ไบต์และได้รับ +1 Point จาก เหรียญนกฮูก  โพสต์ 2026-2-1 01:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
Hydro X
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x13
x60
x60
x5
x4
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x10
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x12
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x21
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x2
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x145
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x95
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้