ราหมัดเป็นตัวตนที่นิยามถึง
"ความสงบนิ่งก่อนพายุจะพัดกระหน่ำ" เขาครอบคลุมบุคลิกที่ดูสุภาพ นุ่มนวล และให้เกียรติศัตรูอย่างน่าขนลุก ซึ่งเป็นผลมาจากมารดาที่เป็นทนายความผู้ยึดมั่นในเหตุผล ผสมผสานกับสติปัญญาที่ลึกซึ้งของไททัน เขาไม่ใช่คนบ้าคลั่งที่ใช้กำลังตัดสินปัญหา แต่เป็นนักยุทธศาสตร์ที่มองทุกย่างก้าวเป็นเสมือนกลไกนาฬิกา ราหมัดมีความยืดหยุ่นทางศีลธรรมสูง เขาสามารถโปรยยิ้มอย่างจริงใจในขณะที่กำลังบิดเบือนกาลเวลาเพื่อลบตัวตนของใครบางคนทิ้งไปอย่างเลือดเย็น ความโดดเดี่ยวจากการเติบโตมาโดยไร้พ่อและการต้องเอาตัวรอดในทาร์ทารัสเพียงลำพัง ทำให้เขามีลักษณะของคน "รักสันโดษ" ที่ไม่เชื่อใจใครนอกจากเสียงกระซิบในหัว และมีความเย่อหยิ่งในสายเลือดที่คิดว่าตนเองคือ "ผู้จัดระเบียบ" กาลเวลาที่เน่าเฟะให้กลับมาเที่ยงตรงอีกครั้ง
ในช่วงเวลาก่อนที่สงครามที่อาคารเอ็มไพร์สเตตจะอุบัติขึ้น โครนอส (Kronos) มีลางสังหรณ์ถึงความไม่แน่นอนของโชคชะตา เขาจึงวางแผนสำรองเพื่อสืบทอดเจตจำนงผ่านสายเลือดโดยตรง โครนอสได้ใช้รูปลักษณ์ที่สง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ในร่างของชายหนุ่มนิรนาม เข้าไปเกี้ยวพาราสีหญิงสาวทนายความผู้ชาญฉลาดคนหนึ่งในนิวยอร์ก เขาใช้วาทศิลป์และความโรแมนติกที่เลียนแบบมาจากเหล่าเทพโอลิมปัสจนเธอตกหลุมรัก และก่อนที่สงครามครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น เขาได้ฝากเมล็ดพันธุ์แห่งไททันไว้ในโลกมนุษย์ โดยทิ้งท้ายไว้เพียงว่า "มีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการ" ราหมัดเติบโตมาในความดูแลของแม่เพียงลำพัง โดยมีความทรงจำที่สวยงามเกี่ยวกับพ่อว่าคือ "หนุ่มโรแมนติกที่จำเป็นต้องจากไปเพื่อภารกิจลับ" เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและไม่เคยรับรู้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดตนเอง จนกระทั่งกาลเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2025
แม้โครนอสจะพ่ายแพ้ในยุทธการแมนฮัตตันและถูกทำลายดวงวิญญาณจนไม่สามารถกลับมารวมกันได้อีกตามกฎธรรมชาติ แต่เศษเสี้ยวของ "เวลา" นั้นเป็นนิรันดร์ โครนอสในสภาพเศษซากพลังงานเริ่มส่งเสียงกระซิบผ่านรอยแยกของมิติมายังราหมัด ราหมัดเริ่มเปิดรับนิมิตเหล่านั้นและได้เรียนรู้ความจริงที่โหดร้ายว่าเขาไม่ใช่บุตรของวีรบุรุษ แต่เป็นทายาทของราชาไททันผู้ร่วงหล่น
ด้วยคำชี้แนะจากเสียงกระซิบ ราหมัดไม่ได้เพียงแค่ได้รับพลัง แต่เขาถูกผลักดันให้เข้าสู่ ทาร์ทารัส (Tartarus) ดินแดนที่ลึกที่สุดของนรกเพื่อพิสูจน์ตนเอง โครนอสไม่ได้ "มอบ" อาวุธให้ง่ายๆ แต่กระซิบนำทางให้ราหมัดฝ่าฝันอสุรกายโบราณไปหยิบยก เคียวทองคำ (The Titan's Scythe) ที่แตกสลายขึ้นมาหลอมใหม่ด้วยมือตนเอง การเอาชีวิตรอดในทาร์ทารัสเป็นปีๆ (ซึ่งอาจเป็นเพียงไม่กี่เดือนในโลกมนุษย์เนื่องจากเวลาบิดเบี้ยว) หล่อหลอมให้ราหมัดจากเด็กหนุ่มธรรมดา กลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่สายเลือดไททันเคยมีมา
ราหมัดเลือกช่วงเวลาปฏิบัติการได้อย่างเลือดเย็น เขาเล็งเห็นว่าโลกหลังสงครามกับไกอา (The Blood of Olympus) กำลังอยู่ในภาวะเปราะบางถึงขีดสุด:
● เหล่าเทพโอลิมปัส: กำลังวุ่นวายกับการฟื้นฟูความเรียบร้อยและเยียวยาบาดแผลจากสงคราม
● ซุส: กำลังมุ่งความสนใจไปที่การหาแพะรับบาป โดยพุ่งเป้าไปที่การโทษและหาทางลงโทษ อะพอลโล (Apollo) อย่างหนักหน่วง
ท่ามกลางความแตกแยกและความประมาทของโอลิมปัส ราหมัดจึงเริ่มใช้พลังเวลาที่ได้รับจากโครนอสแทรกซึมและบิดเบือนกาลเวลาผ่าน Antikythera Mechanism เพื่อทำลายสมดุลและนำพายุแห่งอดีตมาลบเลือนปัจจุบัน โดยไม่มีใครสังเกตเห็นภัยเงียบที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้เลย
เคียวด้ามยาวที่ทำจากโลหะสีนิลสลักลวดลายสีทองหม่น ใบมีดโค้งมนรูปพระจันทร์เสี้ยวทำจากเหล็กกล้าที่หลอมในทาร์ทารัส ผสานกับเศษเสี้ยวของเคียวแห่งโครนอสเดิม ความสามารถพิเศษคือสามารถ "ตัดช่องว่างของกาลเวลา" เพื่อสร้างรอยแยกมิติ หรือใช้เกี่ยวรั้งวิญญาณของเหยื่อให้ติดอยู่ในลูปของความเจ็บปวดซ้ำๆ ได้