[รัฐคอนเนตทิคัต] เมืองฮาร์ตเฟิร์ด

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×

Hartford

(รัฐคอนเนตทิคัต🌆สหรัฐอเมริกา)
Hero Image

เมืองฮาร์ตเฟิร์ด

[ The Insurance Capital of the World ]

เมืองฮาร์ตเฟิร์ดตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งสายน้ำคอนเนตทิคัตอันเย็นเยียบ ประหนึ่งป้อมปราการหินแกร่งที่แฝงกายอยู่ในคราบมหานครร่วมสมัย ท่ามกลางหมู่ตึกระฟ้าที่สะท้อนเงาแดดและเงาไม้ดึกดำบรรพ์ซึ่งแผ่กิ่งก้านปกคลุมความลับในอดีต

ที่นี่คือจุดบรรจบอันแปลกประหลาดระหว่างอำนาจแห่งความมั่งคั่งของมนุษย์และลิขิตแห่งโชคชะตาที่ยากจะคาดเดา ทุกย่างก้าวบนถนนสายเก่าเปี่ยมด้วยมนตร์ขลังนิวอิงแลนด์อันเคร่งขรึม ซ่อนเร้นร่องรอยของทวยเทพและเสียงกระซิบจากอดีตกาลไว้ใต้รอยจารึกนับร้อยปี รอคอยให้เดมิก็อดผู้มีสายเลือดพิเศษมาเปิดเผยความจริงที่ถูกพรางตาไว้ด้วยเงาของกรมธรรม์และตัวเลขมหาศาล

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 8762 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-11 10:18
โพสต์ 2026-1-11 20:13:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วันที่ 07 เดือน มกราคม ปี 2026
เวลาสาย เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฮาร์ตเฟิร์ต
◀️┃▶️

            การเดินทางเริ่มต้นเอมีเลียบิดคันเร่งเบา ๆ เพื่อวอร์มเครื่อง ก่อนจะพาทะยานออกสู่เส้นทาง Merritt Parkway (CT-15) ตามที่คีอาร์แนะนำ ถนนสายนี้โอบล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไม้ที่ผลัดใบจนเหลือเพียงกิ่งก้านสีเข้มตัดกับท้องฟ้าสีเทาของช่วงต้นปี ความที่ไม่มีรถบรรทุกกวนใจทำให้เอมีเลียตัดสินใจใช้ความเร็วที่เหนือกว่ามาตรฐานของโลกมนุษย์ไปมาก แรงจีจากการเร่งความเร็วอย่างฉับพลันทำให้คีอาร์ตัวโยนไปด้านหลังชั่วขณะ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้เธอต้องทิ้งระยะห่างทางสังคมที่เพียรรักษาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองตก มือเรียวขาวซีดภายใต้ถุงมือผ้าไหมพรมกระชับแน่นเข้าที่เอวของนักบินสาวอย่างเลี่ยงไม่ได้

            ‘เป็นการตอบสนองของร่างกายเพื่อรักษาจุดศูนย์ถ่วงเฉย ๆ’ คีอาร์กล่อมตัวเองในใจพลางซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของรุ่นพี่เพื่อหลบแรงลมที่พัดปะทะหมวกกันน็อก

            แม้มอเตอร์ไซค์อัสนีวายุจะพุ่งทะยานไปบนถนน Merritt Parkway ด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากม่านอากาศ แต่สำหรับคีอาร์ที่ซ้อนท้ายอยู่นั้น โลกดูเหมือนจะหมุนช้าลงในทุกจังหวะที่หัวใจเต้น ถนนสายนี้คดเคี้ยวและเต็มไปด้วยโค้งที่ท้าทายฝีมือการควบคุม ต้นไม้สองข้างทางที่ไร้ใบในช่วงต้นปีดูเหมือนกรงเล็บสีเข้มที่เอื้อมมาบดบังแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ไอกระแสไฟฟ้าจากตัวรถสัมผัสกับลมหนาวที่แผ่ออกมาจากกายของคีอาร์จนเกิดเป็นไอสีขาวจาง ๆ วนเวียนอยู่รอบตัว

            จังหวะที่เอมีเลียเอียงรถเข้าโค้งรูปตัวเอสที่คดเคี้ยวอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางทำให้ร่างกายที่ผอมบางของคีอาร์ไถลไปข้างหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ แผ่นอกของเธอเบียดชิดเข้ากับแผ่นหลังกว้างของนักบินสาวอย่างแนบแน่นผ่านชั้นเสื้อผ้าที่รัดรึง สัมผัสที่เกิดขึ้นนั้นเด่นชัดจนเอมีเลียรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เด็กสาวตัวเล็ก ๆ

            “โอ๊ะ... คุณหนู” เสียงของเอมีเลียดัดผ่านระบบสื่อสารในหมวกกันน็อก แฝงไปด้วยร่องรอยของความประหลาดใจและขี้เล่นเป็นที่สุด “เกาะแน่นขนาดนี้ พี่ก็เขินเป็นนะคะ หรือว่าลมหนาวของเธอมันเริ่มละลายจนอยากจะซบไหล่ของพี่เข้าจริง ๆ แล้วล่ะ?”

            จากคำนั้นภายใต้หน้ากากหมวกกันน็อก คีอาร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความร้อนที่จู่โจมขึ้นมาบนนวลแก้มนั้นเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเธออย่างสิ้นเชิง เธอรีบกระชับอ้อมกอดที่เอวของเอมีเลียให้มั่นคงขึ้นเพื่อพยายามจัดระเบียบร่างกายให้กลับมาอยู่ในท่าทางที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่จะทำได้ “รุ่นพี่คะ... อย่าเอ่ยเรื่องล้อเลียนแบบนั้นในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูงสิคะ” คีอาร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งสงบและสุภาพไว้ แม้จะแฝงไปด้วยความประหม่าที่ปิดไม่มิด

            “ฉันเพียงแค่ต้องรักษาจุดศูนย์ถ่วงให้สัมพันธ์กับการเอียงรถของรุ่นพี่เท่านั้นค่ะ หากฉันเว้นระยะห่างเกินไป รถอาจเสียการทรงตัวในโค้งหน้าได้... กรุณาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการหยอกล้อฉันด้วยนะคะ”

            เอมีเลียหัวเราะร่วนจนไหล่สั่น สัมผัสจากร่างกายของคีอาร์ที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่นนั้นให้ความรู้สึกที่ทั้งนุ่มนวลและเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด เธอมองผ่านกระจกมองข้างเห็นเพียงหมวกกันน็อกสีเข้ม แต่ก็จินตนาการออกเลยว่าใบหน้าใสซื่อนั้นกำลังพยายามทำหน้านิ่งขนาดไหน

            “จ้ะ ๆ พี่เข้าใจแล้ว แม่คนรักความปลอดภัย” เอมีเลียขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้น้องซ้อนได้ถนัดขึ้น ก่อนจะบิดคันเร่งเข้าสู่โหมด Overdrive อย่างเต็มกำลัง “งั้นก็รักษาจุดศูนย์ถ่วงของเธอไว้ให้ดีนะคุณหนู เพราะต่อจากนี้พี่จะพาเธอบินไปให้ถึงฮาร์ตเฟิร์ดภายในไม่กี่นาทีนี้แหละ!” สิ้นคำพูดอัสนีวายุพุ่งทะยานทิ้งรอยสายฟ้าสีน้ำเงินลากยาวไปบนถนนสายเปลี่ยวอย่างรวดเร็ว

            คีอาร์ยังคงกระชับมือที่เอวของเอมีเลียไว้แน่น เธอหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความร้อนจากร่างกายของรุ่นพี่และกระแสไฟฟ้าจาง ๆ ช่วยละลายความเย็นชาในใจลงชั่วคราว เป็นช่วงเวลาที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ แต่เธอกลับพบว่ามันเป็นความวุ่นวายที่ไม่ได้แย่นักภายใต้กลิ่นเมนทอลแตงโมที่เธอยังคงพยายามรักษาไว้เป็นเกราะกำบังสุดท้าย

            มอเตอร์ไซค์อัสนีวายุพุ่งทะยานฝ่ามวลอากาศเย็นจัดของเดือนมกราคม กลิ่นโอโซนและกระแสไฟฟ้าจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวรถปะทะกับลมหนาวที่พัดสวนมาอย่างรุนแรงบนเส้นทาง Merritt Parkway สองข้างทางเต็มไปด้วยกิ่งไม้ที่ผลัดใบจนโกร๋นภายใต้ท้องฟ้าสีเทาหม่น คีอาร์กระชับอ้อมกอดที่เอวของเอมีเลียไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความร้อนจากแผ่นหลังของร่างสูงโปร่งผ่านแจ็กเก็ตหนังตัวหนา ก่อนที่ความเร็วจะเริ่มลดลงเมื่อป้ายบอกทางปรากฏชื่อเมืองฮาร์ตเฟิร์ด

            ทัศนียภาพรอบกายเปลี่ยนจากอุโมงค์ต้นไม้กลายเป็นผังเมืองที่ซับซ้อนขึ้น ฮาร์ตเฟิร์ด เมืองหลวงของรัฐคอนเนทิคัตปรากฏสู่สายตาด้วยความเงียบขรึมและทรงพลัง อาคารสถาปัตยกรรมแบบนิวอิงแลนด์โบราณตั้งสลับกับตึกระฟ้าที่ทันสมัยอย่าง Travelers Tower ที่มียอดเป็นทรงกรวยแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ คีอาร์กวาดสายตาผ่านเลนส์แว่นกลมโตมองดูเมืองที่ไม่เคยมาเยือนมาก่อน เมืองนี้ดูเหมือนเขาวงกตที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และธุรกิจประกันภัยที่หนาแน่น บรรยากาศรอบเมืองเต็มไปด้วยไอหมอกและร่องรอยของความหนาวเหน็บที่เกาะตามขอบหน้าต่างตึก

            เอมีเลียชะลอความเร็วรถเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ร้านกาแฟที่มีบรรยากาศร่มรื่นผิดกับความแห้งแล้งภายนอก ร้านนี้ถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีแขวนระย้าลงมาจากเพดานเหล็กถัก แสงไฟวอร์มไวท์จากหลอดไฟเอดิสันดวงโตให้ความรู้สึกอบอุ่นตัดกับความหนาวเย็นของอากาศภายนอก

            คีอาร์ก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์อย่างระมัดระวัง เธอถอดหมวกกันน็อกออกเผยให้เห็นเส้นผมสีบลอนด์สตรอว์เบอร์รีที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก่อนจะรีบจัดแจงเสื้อโค้ตให้เข้าที่ปกปิดชุดไหมพรมรัดรูปสีเขียวที่เน้นสัดส่วนผอมบางของเธอจนดูเย้ายวนเกินจำเป็น เธอเดินตามเอมีเลียเข้าไปในร้านพลางลอบประเมินราคาสิ่งของตามความเคยชิน

            เอมีเลียถอดหมวกแก๊ปสีเทาที่มีสัญลักษณ์วงกลมออก เผยให้เห็นเส้นผมสีบลอนด์สั้นประบ่าที่หยักศกเป็นลอนสวย ใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนหญิงแกร่งอายุประมาณ 40 ปีนั้นฉายแววเคร่งเครียดขณะที่สายตาคมกริบจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เธอไม่ได้สนใจเมนูเครื่องดื่ม แต่กำลังมองหาร่องรอยบางอย่างบนท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆก่อตัวผิดปกติ

            “รุ่นพี่คะ... แบบทดสอบที่รุ่นพี่พูดถึงคืออะไรกันแน่คะ?” คีอาร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพตามหน้ากากที่เธอสวมใส่ ขณะที่มือเรียวประคองแก้วเครื่องดื่มเย็นที่มีหยดน้ำเกาะพราว เธอขยับแว่นสายตาให้เข้าที่พลางแสร้งทำสีหน้าอยากรู้ดั่งเด็กสาวที่ใสซื่อ

            เอมีเลียถอนหายใจยาว แววตาที่ห้าวหาญของเธอดูหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อ “มันไม่ใช่แค่การประลองฝีมือหรอกคุณหนู แต่มันคือภาระที่พวกเรา... ลูกของมหาเทพทั้งสามต้องแบกรับ” เธอเว้นช่วงพลางหันมาสบตาคีอาร์ “กลิ่นอายพลังในตัวพวกเรามันรุนแรงและมีเอกลักษณ์มาก มันเหมือนกับประภาคารที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด ซึ่งจะดึงดูดอสุรกายทุกตัวในรัศมีหลายกิโลเมตรให้พุ่งเป้ามาที่นี่มากกว่าเดมี่ก็อตปกติหลายเท่า”

            เอมีเลียขยับตัวพิงพนักเก้าอี้พลางลูบสร้อยข้อมือถักที่เธอชอบ “ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วแบบนี้ คำพยากรณ์ใหญ่ ๆ มักจะผูกมัดชะตากรรมของพวกเราให้ต้องไปเป็นฟันเฟืองตัดสินความเป็นตายของโลกเสมอ ท่านพ่อทิ้งร่องรอยไว้ที่ฮาร์ตเฟิร์ดนี้ เพื่อให้พี่พิสูจน์ว่าสายเลือดของซุสยังแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับอินทรีทองคำที่เป็นทั้งสัญลักษณ์และบททดสอบของพระองค์ได้”

            คีอาร์นิ่งฟังด้วยใจที่เย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง ภายใต้ท่าทางที่ดูประหม่าและเห็นอกเห็นใจนั้น สมองของเธอกำลังคำนวณถึงความเสี่ยงที่เพิ่มพูนขึ้น ‘ภาระชะตากรรมของโลกงั้นเหรอ? เป็นตรรกะที่ไร้ประสิทธิภาพสิ้นดี การต้องมาเสี่ยงตายเพราะสายเลือดที่ตัวเองไม่ได้เลือกเนี่ยนะ’ เธอคิดในใจพลางลอบมองใบหน้าของเอมีเลียผ่านเงาสะท้อนในกระจก

            “ฟังดูน่ากลัวจังเลยนะคะ... แต่ฉันเชื่อว่ารุ่นพี่เก่งขนาดนี้ต้องผ่านมันไปได้แน่นอนค่ะ” คีอาร์เอ่ยให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์ที่สุด “ฉันอาจจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ถ้าเป็นการสนับสนุนด้านข้อมูลหรือการเตรียมทางหนีทีไล่ ฉันจะช่วยรุ่นพี่อย่างเต็มที่เลยค่ะ”

            เอมีเลียหัวเราะแห้ง ๆ พลางขยิบตาให้เด็กสาวที่เธอคิดว่าใสซื่อผู้นี้ “อย่าดูถูกตัวเองสิคุณหนู ลมหนาวของเธอนั่นแหละคือกุญแจสำคัญ พี่รู้สึกได้ว่าพายุกำลังจะมาแล้ว เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ... เพราะอินทรีของพ่อพี่ไม่เคยออมมือให้ใคร แม้จะเป็นลูกสาวของตัวเองก็ตาม” คีอาร์พยักหน้าช้า ๆ พลางจิบเครื่องดื่มเย็นจัดในมือ กลิ่นเมนทอลแตงโมจากลูกอมในปากเริ่มทำงานช่วยให้เธอสงบนิ่งท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน สายตาของเธอมองออกไปนอกร้าน เห็นเมฆดำที่เริ่มหมุนวนอยู่เหนือยอดตึกในฮาร์ตเฟิร์ด นี่คือจุดเริ่มต้นของบททดสอบที่เธอต้องใช้ตรรกะทั้งหมดที่มีเพื่อเอาตัวรอดไปพร้อมกับรุ่นพี่นักบินผู้นี้ให้ได้

(มองหาร่องรอยของซุส)

[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)

แสดงความคิดเห็น

God
((ไม่ว่าจะเลือกทางไหนจะได้รับแจ้งพลอตศัตรูที่จะเจอเพื่อนำไปโรล))  โพสต์ 2026-1-11 23:07
God
(หากเปิดดันเจี้ยนสินสงครามที่ได้รับ เอมีเลียจะให้เป็นของขวัญจีบคีอาร์  โพสต์ 2026-1-11 23:04
God
ดูเหมือนเส้นทางจะนำไปสู่สถานที่สำคัญของเมือง >> เมื่อโรลถึงสถานที่ หลังโรลแล้วแจ้งว่าจะเปิดดันเจี้ยน หรือ จะโรลต่อสู้ผ่าน (หากโรลร่วมกันสู้กับเอมีเลียจะไม่ดรอปสินสงคราม)  โพสต์ 2026-1-11 23:04
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2026-1-11 22:33
โพสต์ 35,450 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-11 20:13
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2026-1-12 05:40:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 07 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเที่ยง เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฮาร์ตเฟิร์ด

◀️┃▶️


ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเอดิสันที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานเหล็กถัก บรรยากาศภายในคาเฟ่ใจกลางฮาร์ตเฟิร์ดเงียบสงบพอที่จะทำให้ได้ยินเสียงลมพัดหวีดหวิวปะทะกระจกบานใหญ่ด้านนอก เอมีเลียขยับหมวกแก๊ปสีเทาของเธอวางลงบนโต๊ะไม้ขัดมันพลางกางแผนที่ฉบับดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนเดดาลัสสลับกับการมองท้องฟ้าที่เริ่มหนาทึบด้วยเมฆครึ้ม


“พ่อไม่เคยบอกอะไรตรง ๆ เลยสักครั้ง ให้ร่องรอยมาแค่กลิ่นอายอสนีบาตจาง ๆ ที่ยังหาพิกัดที่แน่นอนไม่ได้” เอมีเลียพึมพำ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหงุดหงิดตามนิสัยของคนรักอิสระและเกลียดการถูกจองจำ “เอาเถอะ... กองทัพต้องเดินด้วยท้อง พี่ว่าเราหาอะไรลงท้องก่อนที่พายุจะเข้าจริง ๆ ดีกว่านะคุณหนู” เอมีเลียสั่งแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตมาทานอย่างไม่ถือตัว ส่วนคีอาร์สั่งเพียงสลัดผลไม้เย็นฉ่ำและน้ำเมล่อนปั่น เธอนั่งตัวตรงสง่างามทว่าดูบอบบางดั่งแก้วเจียระไน มือเรียวขาวซีดคอยใช้ส้อมพลาสติกเขี่ยชิ้นผลไม้ด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีที่ถูกหล่อหลอมมาอย่างดี


“รุ่นพี่คะ...” คีอาร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและดูใสซื่อจนแทบไร้พิษมีภัย “ฉันแอบสงสัยน่ะค่ะ... การที่รุ่นพี่ต้องออกมาจากคาสิโนโลตัส แล้วพบว่าโลกที่รุ่นพี่เคยรู้จัก... โลกที่รุ่นพี่เป็นนักบินผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น มันกลายเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ไปแล้ว รุ่นพี่รู้สึกยังไงบ้างคะ?”


เอมีเลียชะงักมือที่กำลังถือเบอร์เกอร์ สายตาที่เคยห้าวหาญวูบไหวไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อนึกถึงอดีตที่ถูกฝังไว้ใต้กาลเวลา


“มันเหมือนกับการบินฝ่าเมฆหนาแล้วจู่ ๆ เครื่องยนต์ก็ดับน่ะจ้ะ” เอมีเลียเปรยออกมาพลางมองออกไปนอกกระจก “ปี 1937... ตอนนั้นพี่กำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทร ท้องฟ้าคือบ้านเพียงหลังเดียวที่พี่ต้องการ พี่มีจอร์จสามีที่คอยสนับสนุนทุกการเดินทาง พี่มีรันเวย์ที่รอให้พี่กลับไป... แต่พอรู้สึกตัวอีกที ทุกอย่างก็หายไปหมดแล้ว” เธอยิ้มเศร้า ๆ พลางลูบสร้อยข้อมือถักที่ข้อมืออย่างเคยชิน “พ่อช่วยชีวิตพี่ไว้ด้วยการเอาไปขังไว้ในกรงทองที่เรียกว่าคาสิโนโลตัส พี่ไม่แก่ลงแม้แต่วันเดียวในขณะที่คนรอบตัวพี่ตายจากไปหมดแล้ว” ท่ามกลางแสงไฟสีส้มที่พยายามมอบความอบอุ่นให้แก่บรรยากาศภายในคาเฟ่ คำพูดของเอมีเลียกลับทิ้งร่องรอยความหนาวเหน็บที่แตกต่างจากพายุหิมะภายนอก 


มันคือความเหน็บหนาวของการเป็นคนพลัดถิ่นที่ไม่มีมาตรวัดใดในระบบตรรกะของคีอาร์จะคำนวณมูลค่าความเสียหายได้ถูก


“ฉันเสียใจด้วยนะคะ... ที่ต้องถามเรื่องสะเทือนใจแบบนี้” คีอาร์เอ่ยเสียงแผ่วพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวขาวซีดลูบขอบแก้วน้ำเมล่อนปั่นที่มีหยดน้ำเกาะพราว เธอจงใจแสดงท่าทีประหม่าเพื่อให้ดูเหมือนสาวน้อยที่กำลังเห็นใจรุ่นพี่อย่างสุดซึ้ง ทว่าในวินาทีนั้นเอง หน้ากากที่เธอพากเพียรสลักเสลามาตลอดชีวิตกลับเริ่มสั่นคลอน เมื่อเธอพบว่าเรื่องราวของเอมีเลียกำลังสะท้อนภาพความว่างเปล่าบางอย่างในใจเธอเอง


“ไม่เป็นไรหรอกคุณหนู พี่ชินแล้วล่ะ” เอมีเลียยักไหล่พลางส่งยิ้มที่ดูเข้มแข็งแต่นัยน์ตากลับว่างเปล่า “อย่างน้อยตอนนี้พี่ก็ไม่ได้บินคนเดียวล่ะนะ”

คีอาร์นิ่งเงียบไปนานผิดปกติ แววตาหลังเลนส์แว่นกลมโตสั่นไหววูบหนึ่ง สมองที่เคยทำงานดั่งคอมพิวเตอร์กลับติดขัดเมื่อพยายามเปรียบเทียบสถานการณ์ของเธอกับรุ่นพี่ตรงหน้า 

เอมีเลีย สูญเสียบ้าน สูญเสียครอบครัว และสูญเสียยุคสมัยที่เธอเคยเป็นที่รัก เธอมีความทรงจำที่งดงามให้โหยหาแม้จะเจ็บปวด

ตัวเธอ ไม่เคยมีบ้านให้สูญเสียตั้งแต่ต้น สำหรับเธอ 'ครอบครัว' คือกรงทองที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและการตีหน้า มารดาที่เสียชีวิตไปต่อหน้าเธอก็เป็นเพียงผู้คุมที่คอยตอกย้ำว่าการมีอยู่ของเธอคือภาระและความผิดพลาด

‘รุ่นพี่เสียใจเพราะเคยมี... แต่ดิฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะไม่เคยสัมผัสมันแม้แต่ครั้งเดียว’ ความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเธอ


คีอาร์เงยหน้าขึ้นมองเอมีเลียช้า ๆ ครั้งนี้รอยยิ้มใสซื่อที่เธอมักใช้พรางตัวกลับดูจางลงจนเกือบหายไป เหลือเพียงแววตาที่เรียบเฉยและลึกซึ้งเกินกว่าเด็กสาววัยสิบหกปีทั่วไป เป็นครั้งแรกที่เธอปล่อยให้ความจริงเล็ดลอดออกมาผ่านหน้ากากที่บางเบาลง


“รุ่นพี่คะ... บางทีการมีสิ่งให้โหยหาก็อาจจะเป็นความโชคดีรูปแบบหนึ่งนะคะ” คีอาร์เอ่ยโดยไม่ผ่านการคำนวณเชิงผลประโยชน์เป็นครั้งแรก “เพราะสำหรับบางคน... โลกที่ไม่มีที่ให้กลับไปนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่มันคือสถานะปกติที่ต้องเผชิญมาตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก” เธอกลัวการสูญเสียการควบคุม… เธอยอมรับ แต่ในขณะนี้ การได้เห็นความอ่อนแอของคนที่ยิ่งใหญ่อย่างเอมีเลีย กลับทำให้ความเย็นชาในใจของคีอาร์สั่นสะท้าน เธอไม่ได้อยากปลอบใจเพราะความใจดี แต่เธอทำเพราะเริ่มตระหนักว่าเธอกับเอมีเลียต่างก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีตที่หลงทางอยู่ในยุค 2026 นี้เหมือนกัน 


“การถูกขังในคาสิโนโลตัสอาจจะเป็นกรงทองของรุ่นพี่...” คีอาร์พูดต่อพลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดครึ้ม “แต่การถูกขังอยู่ในความคาดหวังของคนที่เกลียดชังตัวตนของเรา... ก็นับว่าเป็นกรงที่หนาวเหน็บไม่แพ้กันค่ะ”


เอมีเลียชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนั้น เธอจ้องมองเด็กสาวที่เธอมักเรียกอย่างล้อเลียนว่าคุณหนูลมหนาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป รอยร้าวเล็ก ๆ บนท่าทีที่สมบูรณ์แบบของคีอาร์ทำให้เอมีเลียสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ลึกเกินกว่าที่ตรรกะจะอธิบายได้


“เอาเป็นว่า...” คีอาร์รีบดึงหน้ากากสาวน้อยใสซื่อกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ตัวว่าเปิดเผยมากเกินไป เธอยกน้ำเมล่อนขึ้นจิบเพื่อดับความวุ่นวายในใจ “ในเมื่อพวกเราไม่มีที่ให้กลับไปทั้งคู่... การมุ่งหน้าไปหาอินทรีทองคำและบททดสอบก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้ค่ะรุ่นพี่” รอยยิ้มทางการที่ดูปลอดภัยกลับมาประดับบนใบหน้าของคีอาร์อีกครั้ง แต่สำหรับเอมีเลีย เธอรู้แล้วว่าภายใต้น้ำแข็งที่หนาทึบนั้น มีเด็กสาวที่แหลกสลายและโดดเดี่ยวไม่แพ้ใครซ่อนอยู่


เอมีเลียจ้องมองเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าผ่านความเงียบที่โรยตัวลงมาชั่วขณะ ดวงตาที่ผ่านการมองเห็นผืนฟ้ากว้างไกลมานับไม่ถ้วนของนักบินสาวหรี่ลงเล็กน้อย เธอเห็นร่องรอยของการรีบดึงหน้ากากกลับมาสวมของคีอาร์ เห็นความประหม่าที่ถูกปั้นแต่งขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่าที่เพิ่งหลุดปากออกมา


สำหรับเอมีเลียแล้ว ความเจ็บปวดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ความเย็นชาที่พยายามปฏิเสธความเจ็บปวดอย่างสิ้นเชิงแบบคีอาร์ต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกสะเทือนใจ


เอมีเลียวางแฮมเบอร์เกอร์ในมือลงบนจานอย่างไม่รีบร้อน เธอใช้กระดาษทิชชู่เช็ดมืออย่างใจเย็นก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเฮเซลหลังเลนส์แว่นหนานั่น เธอไม่ได้ยิ้มกว้างแบบขี้เล่นเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นยิ้มที่มุมปากซึ่งแฝงไปด้วยความเข้าใจในฐานะผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากกว่าหนึ่งศตวรรษ “มีประสิทธิภาพงั้นเหรอ? เป็นคำที่ฟังดูใจเย็นสมเป็นเธอจริง ๆ นะคุณหนู” เอมีเลียเอ่ยเสียงนุ่มทว่าหนักแน่น เธอไม่ได้พยายามจะพังหน้ากากของคีอาร์ทิ้งในตอนนี้ เพราะเธอรู้ดีว่านั่นคือเกราะกำบังเพียงอย่างเดียวที่เด็กสาวมี


เอมีเลียยื่นมือออกไปวางบนโต๊ะ ไม่ได้สัมผัสตัวคีอาร์โดยตรงเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบการถูกเนื้อต้องตัว แต่เป็นการวางมือไว้ใกล้ ๆ เพื่อสื่อถึงการเป็นที่พักพิง “ฟังนะ... ในยุคสมัยที่พี่ไม่เหลือใคร จอร์จตายไปแล้ว เพื่อนฝูงกลายเป็นเถ้าถ่านและหลุมศษ และท้องฟ้าที่พี่เคยรู้จักก็เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่พี่ไม่เข้าใจ พี่ไม่ได้มองว่าการไม่มีที่ให้กลับไปคือสถานะปกติหรอกจ้ะ” เอมีเลียเว้นจังหวะพลางขยิบตาข้างหนึ่งด้วยท่าทีห้าวหาญอันเป็นเอกลักษณ์ 


“พี่มองว่ามันคือโอกาสที่จะบินไปที่ไหนก็ได้ต่างหาก และในเมื่อเราต่างก็เป็นคนแปลกหน้าของกาลเวลาเหมือนกัน พี่ว่าการที่มีคนหลงทางมาด้วยกันหนึ่งคน... มันก็ยังดีกว่าการต้องบินเดี่ยวท่ามกลางพายุโดยไม่มีเครื่องนำทางนะ”


เอมีเลียลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนแจ็กเก็ตหนังของเธอส่งเสียงเสียดสีกันขณะที่เธอคว้าหมวกแก๊ปมาสวมทับเส้นผมสีบลอนด์สั้น แววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและไม่หวาดกลัวอันตรายกลับมาลุกโชนอีกครั้ง “เอาล่ะตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุดของเธอรอเราอยู่ข้างนอกนั่นแล้ว” เอมีเลียพูดพลางตบไหล่คีอาร์เบา ๆ ผ่านเสื้อโค้ตหนา เป็นการแตะเพียงชั่วครู่ที่แฝงไปด้วยพลังอัสนีจาง ๆ ที่ให้ความรู้สึกมั่นคง “ไปกันเถอะคุณหนูลมหนาว ไปแสดงให้พ่อของพี่เห็นหน่อยว่าน้ำแข็งจากนอร์เวย์น่ะ... มันไม่ได้แตกเปราะง่าย ๆ อย่างที่พระองค์คิด”


ทั้งคู่เดินออกจากคาเฟ่ที่อบอุ่นเข้าสู่บรรยากาศเหน็บหนาวของฮาร์ตเฟิร์ด ลมแรงเริ่มกรรโชกจนฝุ่นผงบนถนนปลิวว่อน เอมีเลียขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์อัสนีวายุ เครื่องยนต์สัมฤทธิ์วิเศษส่งเสียงคำรามตอบรับกระแสไฟฟ้าในอากาศ “เกาะให้แน่นกว่าเดิมล่ะคุณหนู” เอมีเลียตะโกนฝ่าเสียงลมพลางดึงหน้ากากหมวกกันน็อกลง “เพราะพายุที่กำลังจะเจอน่ะ... มันแรงกว่า Merritt Parkway หลายเท่านะ”


คีอาร์ซ้อนท้ายพลางโอบเอวเอมีเลียไว้ตามหลักพลศาสตร์ที่เธออ้าง ดวงตาสีเทาอมเขียวจ้องมองไปยังยอดตึกสูงที่เมฆดำกำลังหมุนวน เธอพร้อมแล้วที่จะใช้ลมหายใจเยือกแข็งและตรรกะทั้งหมดที่มีเพื่อพิสูจน์ว่า แม้จะไม่มีที่ให้กลับไป แต่เธอก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายพื้นที่ ที่เธอสร้างขึ้นมาเองอย่างเด็ดขาด


เส้นทางผ่านถนนสายหลักของฮาร์ตเฟิร์ดเริ่มดูแปลกตา ตึกรามบ้านช่องสไตล์วิกตอเรียนที่สลับกับอาคารสำนักงานสมัยใหม่เริ่มถูกปกคลุมด้วยเงาของเมฆดำที่หมุนวนเป็นเกลียวอยู่เบื้องบน เอมีเลียพาอัสนีวายุลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยด้วยความชำนาญที่ดูเหมือนจะเป็นสัญชาตญาณของการนำทางมากกว่าการจำแผนที่ จนกระทั่งพวกเธอมาหยุดอยู่ที่ลานกว้างเบื้องหน้า Travelers Tower ตึกระฟ้าสีขาวนวลที่มีความสูงโดดเด่นและมียอดเป็นทรงกรวยแหลมอันสง่างาม



เอมีเลียผ่อนคันเร่งลงจนเสียงเครื่องยนต์สัมฤทธิ์วิเศษเหลือเพียงเสียงครางทุ้มต่ำ ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลงที่ลานกว้างเงียบเชียบเบื้องหน้า Travelers Tower ตึกระฟ้าสีขาวนวลสไตล์นีโอคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านท้าทายม่านเมฆสีตะกั่วเบื้องบน ยอดทรงกรวยแหลมของมันดูเหมือนเข็มที่พยายามจะทิ่มแทงท้องฟ้าที่กำลังปั่นป่วนด้วยกระแสอัสนีจาง ๆ แม้จะยังไม่เห็นวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ แต่บรรยากาศหนักอึ้งรอบตัวก็เป็นเครื่องยืนยันว่าที่นี่คือพิกัดที่ท่านพ่อของรุ่นพี่ทิ้งคำท้าเอาไว้


คีอาร์ค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากเอวของเอมีเลีย เธอขยับตัวลงจากเบาะซ้อนท้ายอย่างระมัดระวัง รองเท้าบูทหนังยาวกระทบพื้นหินกรวดเบา ๆ ก่อนจะดึงหมวกกันน็อกออกและจัดทรงผมสีบลอนด์สตรอว์เบอร์รีให้เข้าที่ด้วยความเจ้าระเบียบ เธอรีบกระชับเสื้อโค้ตตัวยาวให้มิดชิดเพื่อปกปิดชุดรัดรูปที่ทำให้เธอรู้สึกประหม่าเมื่อครู่ ก่อนจะเดินมายืนข้าง ๆ นักบินสาวที่ยังคงนั่งคร่อมรถพลางแหงนหน้ามองยอดตึกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง


“รุ่นพี่คะ...” คีอาร์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพ แววตาหลังเลนส์แว่นกลมโตดูใสซื่อและอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ทว่าปลายนิ้วที่เย็นจัดของเธอกลับขยับถูเข้าหากันเบา ๆ เพื่อรวบรวมไอเย็น “เพื่อเป็นการตอบแทนมื้ออาหารที่รุ่นพี่เลี้ยงฉันเมื่อครู่... รวมถึงเป็นการติดสินบนล่วงหน้าเพื่อให้รุ่นพี่ตกลงไปทำภารกิจที่ควิเบกกับฉันอย่างไม่มีข้อแม้”


เธอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ไอสีขาวจาง ๆ ลอยออกจากปากตามความหนาวเย็นของอุณหภูมิที่ลดฮวบลงรอบกายเธอ “ในแบบทดสอบครั้งนี้... ฉันจะลองพยายามสู้ให้เต็มที่ดูแล้วกันนะคะ ฉันไม่อยากเป็นเพียงตัวประกอบที่ยืนมองรุ่นพี่รับมือกับอินทรีตัวนั้นเพียงลำพังหรอกค่ะ”


‘ความจริงคือ ดิฉันต้องการทดสอบว่าลมหายใจเยือกแข็งที่เพิ่งตื่นรู้มา จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนในสถานการณ์จริง’ คีอาร์คิดในใจขณะที่ภาพลักษณ์ภายนอกยังคงดูเหมือนเด็กสาวที่กำลังพยายามทำเพื่อรุ่นพี่ด้วยความจริงใจ


เอมีเลียชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา เธอถอดหมวกกันน็อกออกแล้วสะบัดผมสั้นประบ่าพลางหันมามองคีอาร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและทึ่งในความตรงไปตรงมา (?) ในแบบฉบับของคุณหนูลมหนาวอย่างคีอาร์ เอมีเลียก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์พลางตบไหล่คีอาร์เบา ๆ ผ่านเสื้อโค้ตหนา “ติดสินบนงั้นเหรอ? เป็นคำพูดที่น่ารักดีนะจ๊ะ” เอมีเลียขยิบตาให้หนึ่งทีพร้อมรอยยิ้มห้าวหาญ “แต่เอาเถอะ พี่รับคำท้านั้นก็ได้ และถ้าเธอช่วยพี่จัดการไอ้นกยักษ์นั่นได้สำเร็จ พี่จะถือว่าภารกิจที่ควิเบกของเธอคือการเดินทางท่องเที่ยวที่พี่จะไม่ปฏิเสธเลยล่ะ”


สายลมแรงเริ่มกรรโชกปะทะหน้าผากตึก เสียงฟ้าร้องครวญครางเบา ๆ อยู่เหนือยอด Travelers Tower แต่กลับยังไม่ปรากฏร่างของอินทรีทองคำ มีเพียงเงาดำที่พาดผ่านลงมาเป็นระยะท่ามกลางแสงสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่หลังม่านเมฆ คีอาร์เงยหน้าขึ้นมองยอดตึกพลางปรับแว่นสายตาให้เข้าที่ หน้ากากสาวน้อยใสซื่อของเธอยังคงอยู่ แต่มือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตกลับเริ่มแข็งตัวเป็นน้ำแข็งพร้อมสำหรับการตอบแทนที่เธอกล่าวไว้


“งั้นก็... ไปหาความวุ่นวายที่รุ่นพี่ว่ากันเถอะค่ะ” คีอาร์เอ่ยเสียงเรียบพลางก้าวเดินนำหน้าเอมีเลียเข้าไปยังประตูทางเข้าอาคารที่ปิดเงียบ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเมนทอลแตงโมจาง ๆ ที่ถูกลมหนาวพัดพาไปในอากาศยามบ่ายของฮาร์ตเฟิร์ด


(เปิดดันเจี้ยน ผมจะหวาน เห่อออ ตัวอะไรก่อนจังหวะนี้ ถถ)

[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)

แสดงความคิดเห็น

God
เปิดแล้ว  โพสต์ 2026-1-12 14:03
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2026-1-12 14:03
โพสต์ 66694 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-12 05:40
โพสต์ 66,694 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-12 05:40
โพสต์ 66,694 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-12 05:40
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2026-1-12 17:50:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 07 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเย็น เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฮาร์ตเฟิร์ด

◀️┃▶️

 

สายฝนโหมกระหน่ำซัดสาดเข้าหาบานกระจกของ Travelers Tower ราวกับจะทุบทำลายปราการหินอ่อนนี้ให้พังทลายลง เอมีเลียผลักประตูหมุนขนาดใหญ่เข้าไปเบื้องในอาคารที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหยดน้ำที่ไหลจากเสื้อโค้ตของพวกเธอตกลงบนพื้นกระเบื้อง คีอาร์เดินตามรุ่นพี่เข้าไปด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ เธอพยักหน้าตอบรับเพียงสั้น ๆ เมื่อเอมีเลียเปรยออกมาว่าจุดทดสอบน่าจะอยู่ข้างบนสุดโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรให้เสียพลังงานโดยใช่เหตุ


พวกเธอเดินตรงไปยังลิฟต์ตัวกลาง ทว่าหน้าจอดิจิทัลยุค 2026 กลับกะพริบเป็นตัวเลขสีแดงค้างอยู่ที่ชั้นกลางอาคาร และไม่ว่าจะกดอย่างไรมันก็ไม่เคลื่อนที่ลงมารับ

“ดูเหมือนพ่อพี่จะอยากให้เราออกแรงขาหน่อยนะคุณหนู” เอมีเลียยักไหล่ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางไปยังบันไดหนีไฟ

การเดินเท้าขึ้นสู่ชั้นบนสุดเป็นไปอย่างกดดัน คีอาร์ใช้สัมผัสแห่งสายลมประสานประสาทสัมผัสเข้ากับกระแสอากาศที่ลอดผ่านช่องว่างของอาคาร เธอรับรู้ถึงความหนาแน่นที่ผิดปกติเบื้องบน จนกระทั่งพ้นบันไดขั้นสุดท้าย พวกเธอก็พบกับโถงกว้างที่ดูใหญ่โตเกินกว่าขนาดของตึกอย่างผิดปกติ พื้นและผนังตกแต่งด้วยลวดลายเรขาคณิตสีทองหรูหรา และที่ใจกลางโถงนั้น ร่างมหึมาสีทองอร่ามก็ขยับกาย


มันคือหุ่นยนต์ทองคำแห่งเฮเฟตัส สิ่งประดิษฐ์อัศจรรย์ที่สูงกว่าสองเมตร ชุดเกราะทองคำของมันสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ดวงตาที่เป็นอัญมณีสีเพลิงสว่างวาบขึ้นเมื่อสัมผัสถึงผู้บุกรุก มันถือง้าวขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลังและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน


‘หุ่นยนต์ทองคำรุ่นคลาสสิกของเฮเฟตัส พละกำลังมหาศาล สติปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง... ระดับความอันตราย 7/10’ คีอาร์ประเมินในใจอย่างรวดเร็วขณะที่มือเรียวขยับแว่นสายตาให้เข้าที่


“เตรียมตัวนะคุณหนู!” เอมีเลียตะโกนพลางคว้าพวงกุญแจเครื่องบินจิ๋วออกมา มันขยายตัวกลายเป็นหอกอัสนีแห่งเอมีเลีย สีทองอร่ามที่มีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ


การต่อสู้เปิดฉากขึ้นในวินาทีที่หุ่นยนต์ทองคำพุ่งตัวเข้าหาด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปร่างเทอะทะ เอมีเลียใช้ควบคุมสายลมทะยานตัวขึ้นสู่ห้วงอากาศสามมิติอย่างโฉบเฉี่ยว เธอวาดหอกเรียกสายฟ้าฟาดลงมากลางโล่ของศัตรู ทว่ามันกลับรับการโจมตีได้อย่างแม่นยำ


คีอาร์ไม่รอช้า เธอใช้คมมีดวายุอัดมวลอากาศจนคมกริบพุ่งเข้าตัดข้อต่อบริเวณขาของหุ่นยนต์ทองคำเพื่อลดทอนความเร็ว แต่มันกลับตวัดง้าวสร้างคลื่นกระแทกสะท้อนพลังของเธอออกมา คีอาร์ต้องใช้ลมกรดสร้างกำแพงอากาศเพื่อผลักดันตัวเองให้พ้นจากวิถีการโจมตีที่รุนแรง เวลาผ่านไป 4 นาที การต่อสู้ทวีความรุนแรงจนโถงหรูหราเริ่มพังทลาย เอมีเลียเรียกดาบอสนีบาต ออกมาประสานกับหอก เธอพุ่งเข้าใส่ศัตรูราวกับสายฟ้าแลบ คอยเบี่ยงเบนความสนใจในขณะที่คีอาร์ใช้สัมผัสแห่งสายลมคาดการณ์จังหวะการเคลื่อนไหวของกลไกภายใน

‘ตอนนี้ล่ะ!’ คีอาร์ตะโกนบอกในใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะปลดปล่อยลมหายใจเยือกแข็งที่เพิ่งตื่นรู้ออกมา ไอเย็นจัดอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งพุ่งเข้าปกคลุมแขนข้างที่ถือง้าวของหุ่นยนต์ทองคำในพริบตา ทำให้ทองคำที่เคยเหนียวแน่นกลายเป็นน้ำแข็งที่เปราะบาง เอมีเลียเห็นโอกาสทอง เธอใช้ควบคุมอสนีบาตชี้นำกระแสไฟฟ้าทั้งหมดไปที่จุดนั้น พลังทำลายล้างของสายฟ้าปะทะกับทองคำที่เปราะเพราะความเย็นจนเกิดการแตกตัวอย่างรุนแรง


ภายในเวลา 6 นาที หุ่นยนต์ทองคำที่เคยสง่างามก็ส่งเสียงกลไกที่แตกสลาย ร่างของมันค่อย ๆ แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองทองฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นโอโซนที่รุนแรง 


ท่ามกลางกองละอองทอง คีอาร์สังเกตเห็นแผ่นกระดาษหนังที่หลงเหลืออยู่ มันคือกระดาษแปลนเทพสำหรับงานสร้างของบุตรแห่งเฮเฟตัส เอมีเลียเดินไปหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนจะพับเก็บไว้กับตัว “ฝีมือไม่เลวนี่คุณหนู ลมหนาวของเธอนี่มันได้ผลดีกว่าที่คิดนะ” เอมีเลียหันมาขยิบตาให้พลางควงหอกกลับคืนสู่รูปลักษณ์พวงกุญแจจิ๋ว “ไปต่อเถอะ ร่องรอยของท่านพ่อยังรอเราอยู่ข้างหน้า”


คีอาร์ไม่ตอบอะไร เธอเพียงแค่ขยับโค้ตให้เข้าที่และจัดแว่นตาให้ตรงหน้ากากใสซื่อตามเดิม แม้ในใจจะกำลังบันทึกข้อมูลการใช้พลังที่เพิ่มขึ้น 0.5% อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะก้าวเดินตามรุ่นพี่นักบินมุ่งหน้าสู่จุดทดสอบถัดไปที่ยอดตึก Travelers Tower


ไม่นานเท่าไรเสียงฝีเท้าหนัก ๆ สองคู่ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นสู่ดาดฟ้าของ Travelers Tower ทันทีที่ประตูเปิดออก มวลอากาศบ้าคลั่งก็พุ่งเข้าปะทะร่างจนทั้งคู่แทบเสียหลัก พายุฝนฟ้าคะนองในเดือนมกราคมปี 2026 นี้รุนแรงเกินกว่าที่มาตรวัดทางอุตุนิยมวิทยาจะอธิบายได้ สายฝนเย็นเฉียบกระหน่ำซัดจนเส้นผมบลอนด์สตรอว์เบอร์รีของคีอาร์ปลิวสะบัดปิดบังใบหน้า เธอขยับแว่นสายตาทรงกลมที่ตอนนี้พร่าเลือนไปด้วยหยดน้ำ แต่กลับไม่ยอมถอดมันออกเพียงเพราะต้องการรักษาหน้ากากและภาพลักษณ์ที่เธอสร้างมาอย่างดี


ทว่าสิ่งที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆดำเบื้องหน้ากลับไม่ใช่อินทรีทองคำอย่างที่คาดไว้ แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานกึ่งอากาศธาตุสี่ร่างที่หมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดย่อมธุเอลไลบุตรแห่งไทฟอนผู้ไร้ระเบียบ พวกมันมีรูปร่างกึ่งมนุษย์ที่มีปีกกว้างทำจากมวลสารสีเทาหม่น ดวงตาเนบิวลาสีฟ้าสว่างจ้าจ้องมองมายังสองเดมิก็อดด้วยความหิวกระหาย


“ฮะ ๆ... เหยื่อใหม่ของท่านเจ้าแห่งลม!” หนึ่งในพวกมันส่งเสียงแหลมสูงที่ฟังดูเหมือนเสียงหวีดหวิวของลมในซอกตึก “ลูกสาวซูสผู้ตกยุคกับยัยเด็กหน้าจืดจากแดนเหนือ... ข้าจะฉีกพวกเจ้าให้เป็นชิ้น ๆ!”


“หุบปากซะไอ้พวกนกกระจอกลม!” เอมีเลียตะโกนก้องพร้อมกระชากพวงกุญแจเครื่องบินจิ๋วให้กลายเป็นหอกอัสนีที่ส่องแสงวาบ


การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็ว คีอาร์ใช้สัมผัสแห่งสายลมเพื่ออ่านทิศทางการจู่โจมของพวกมัน เธอพ่นลมหายใจเยือกแข็งออกมาเป็นสาย ไอเย็นจัดอุณหภูมิติดลบเข้าปะทะกับสายฝนจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมพุ่งใส่ศัตรู ทว่าระหว่างที่เธอกำลังเบี่ยงหลบกระแสลมหมุน เสื้อโค้ตราคาแพงที่ตอนนี้อุ้มน้ำจนหนักอึ้งกลับดึงรั้งการเคลื่อนไหวของเธอไว้ หนึ่งในธุเอลไลโฉบเข้ามาใช้กรงเล็บลมกรดข่วนเข้าที่ต้นแขนของเธอจนเลือดสีแดงสดซึมผ่านเนื้อผ้า


‘น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากแรงตึงผิวของน้ำบนเสื้อโค้ตทำให้อัตราความเร็วลดลง 30%... ไร้ประสิทธิภาพสิ้นดี’


คีอาร์ตัดสินใจสลัดเสื้อโค้ตทิ้งไปในอากาศทันที เผยให้เห็นชุดไหมพรมคอเต่าสีเขียวขี้ม้าที่เปียกโชกจนแนบสนิทไปกับเรือนร่าง ความเย็นของฝนทำให้ผ้าไหมพรมเน้นย้ำสัดส่วนความโค้งเว้า หน้าอกที่อวบอิ่มเกินตัวและเอวที่คอดกิ่วจนดูเย้ายวนอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เอมีเลียที่กำลังจะพุ่งเข้าไปแทงหอกถึงกับเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่เมื่อเห็นภาพนั้นผ่านหางตา


“ให้ตายเถอะคุณหนู... เธอทำพี่เสียสมาธินะเนี่ย!” เอมีเลียร้องออกมาแต่ก็รีบกลับเข้าสู่โหมดต่อสู้


ทั้งสองประสานงานกันอย่างแม่นยำ คีอาร์ใช้ คมมีดวายุ สร้างมวลอากาศหมุนวนจนคมกริบตัดผ่านร่างกึ่งอากาศธาตุของพวกมันเพื่อให้พวกมันเสียจังหวะ ก่อนที่เอมีเลียจะใช้ ควบคุมอสนีบาต ชี้นำสายฟ้าฟาดลงมากลางวง คีอาร์ใช้ ลมกรด รวบพวกมันเข้าด้วยกันเพื่อเป็นเป้าให้นิ่งขึ้น แม้เธอจะได้รับรอยข่วนเพิ่มตามร่างกายเล็กน้อยจากเศษซากพลังงานที่ระเบิดออก แต่ในที่สุด ภายในเวลาเพียง 5 นาที ธุเอลไลทั้งสี่ก็สลายกลายเป็นละอองทองคำฟุ้งกระจายหายไปในพายุ


บนพื้นดาดฟ้าที่เปียกโชก สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือ เหรียญเงินแห่งไอโอเลีย 5 ชิ้น และ ผลึกสายฟ้า 4 ชิ้น ที่ส่องประกายวาววับ เอมีเลียเดินไปเก็บพวกมันไว้ด้วยมือที่ยังสั่นน้อย ๆ จากความตื่นเต้น (หรืออาจจะจากภาพที่เพิ่งเห็นไปเมื่อกี้ มันติดตา) 


“เก่งมากคุณหนู... บาดเจ็บตรงไหนไหม?” เอมีเลียถามพลางหอบหายใจ


คีอาร์ไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่ยืนนิ่งขยับแว่นสายตาที่เปียกฝนพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เพราะพายุกลับไม่ได้สงบลงตามที่ควรจะเป็น เมฆดำกลับโหมกระหน่ำและหมุนวนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่าการจัดการลูกน้องทั้งสี่ตัวนี้เป็นเพียงการกระตุ้นให้บางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล


และแล้วเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนแผ่นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน คีอาร์ยืนนิ่งท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ หยดน้ำไหลรินตามกรอบแว่นทรงกลมจนบดบังทัศนวิสัย แต่เธอกลับเลือกที่จะใช้นิ้วเรียวขยับมันให้เข้าที่แทนการถอดออก ดวงตาสีเฮเซลหรี่มองม่านเมฆที่หมุนวนเป็นเกลียวดุจหลุมดำขนาดมหึมาเหนือยอดตึกเทรเวเลอร์ส "พี่ว่าสายฟ้าของท่านพ่อต้องตามมาเช็กบิลแน่ ๆ" เอมีเลียตะโกนฝ่าเสียงพายุ ร่างสูงในแจ็กเก็ตหนังเปียกโชกจนแนบไปกับลำตัว เธอหอบหายใจพลางกระชับหอกอัสนีในมือแน่น


"ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นค่ะรุ่นพี่" คีอาร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเธอกลับเข้มข้นขึ้นจนสายฝนรอบกายกลายเป็นเกล็ดหิมะบาง ๆ


เอมีเลียหันมามองรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้างกาย แสงสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบบนท้องฟ้าสะท้อนให้เห็นร่างของคีอาร์ในชุดไหมพรมคอเต่าสีเขียวที่เปียกโชกจนเนบสนิทไปกับทุกสัดส่วน ความโค้งเว้าที่เคยถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อโค้ตตัวหนาบัดนี้ปรากฏชัดเจนจนน่าใจหาย เอมีเลียอ้าปากจะพูด 


"คีอาร์... พี่ว่าเธอควรจะหาอะไรมาใส่—" ทว่ายังไม่ทันสิ้นประโยค 


มวลอากาศเหนือดาดฟ้าก็ฉีกขาดออกพร้อมกับแสงสว่างจ้าจนตาพร่า ร่างมหึมาสยายปีกกว้างบดบังแสงสว่างที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด อินทรีศักดิ์สิทธิ์แห่งซูสปรากฏกายขึ้นท่ามกลางสายฟ้าที่ผ่าลงมายังยอดตึก ขนสีทองอร่ามของมันเปล่งประกายดุจทองคำหลอมเหลว ดวงตาสีเหลืองทองคู่นั้นจ้องมองลงมาด้วยความหยิ่งยโสและทรงอำนาจเกินกว่าที่อสุรกายทั่วไปจะเทียบได้


"นี่น่ะหรือ... อินทรีแห่งมหาเทพ" คีอาร์พึมพำเบา ๆ ดวงตาที่เคยนิ่งสนิทกลับวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อยู่เหนือการคำนวณ

"ชัดเจนขนาดนี้คงไม่ใช่ตัวปลอมหรอกจ้ะ" เอมีเลียตอบพลางกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เธอรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่บทสนทนาเรื่องสภาพของคีอาร์ต้องถูกขัดจังหวะด้วยการต่อสู้เสี่ยงตายในตอนนี้

อินทรีศักดิ์สิทธิ์แผดเสียงร้องกึกก้อง มันไม่ได้เป็นเพียงเสียงนก แต่มันคือกระแสจิตที่ดูหมิ่นเหยียดหยา'เจ้าพวกเลือดผสมชั้นต่ำ... และนั่นอะไร? บุตรีแห่งลมเหนือที่สภาพดูไม่ได้ ยืนสั่นกลางสายฝนด้วยร่างที่น่าสมเพชเช่นนั้นหรือ?'


คำพูดที่สื่อออกมาผ่านจิตใจทำให้คีอาร์ชะงัก เส้นอารมณ์ที่เธอพยายามรักษาไว้ด้วยตรรกะเย็นชาเริ่มสั่นคลอน ความหงุดหงิดจากการที่เอมีเลียพยายามไล่ให้เธอไปใส่เสื้อผ้า ผสมกับคำสบประมาทของอสุรกายเบื้องหน้า ทำให้หน้ากากสาวน้อยใสซื่อของเธอพังทลายลงในพริบตา


"น่ารำคาญ..." คีอาร์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน แทนที่จะถอยหนีหรือป้องกันตัว เธอกลับพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าพร้อมกับกระแสลมกรดที่อัดแน่นจนคมกริบ


เอมีเลียเหวอไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นคุณหนูลมหนาวเปิดฉากโจมตีอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนความปลอดภัย "คีอาร์! ระวัง!" นักบินสาวรีบทะยานตัวขึ้นสู่ห้วงอากาศด้วยพลังควบคุมสายลมพร้อมกับวาดหอกเรียกสายฟ้าฟาดเข้าใส่อินทรีทองคำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด อินทรีศักดิ์สิทธิ์ใช้กรงเล็บสายฟ้าตะปบเข้าใส่ร่างของคีอาร์ที่หลบหลีกอย่างฉิวเฉียดด้วยพลังหลอมรวมเหมันต์ ทว่าแรงกระแทกจากปีกที่กว้างใหญ่ทำให้ร่างของเธอถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับขอบปูนของยอดตึกอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง บาดแผลจากสายฟ้าทิ้งรอยไหม้และรอยข่วนลึกตามเรียวขาและแขนที่ขาวซีด 


มันเหมือนจะเจ็บปวดแต่คีอาร์ไม่สนความเจ็บปวด เธอใช้คมมีดวายุผสมกับไอเย็นจัดจากพลังที่เพิ่งตื่นรู้ สร้างพายุใบมีดน้ำแข็งพุ่งเข้าโจมตีจุดอ่อนบริเวณดวงตาของมัน เอมีเลียเห็นจังหวะจึงใช้ควบคุมอสนีบาตชี้นำกระแสไฟฟ้าจากท้องฟ้าลงมายังปลายหอกแล้วพุ่งแทงเข้าที่กลางอกของอินทรีศักดิ์สิทธิ์


เสียงแผดร้องครั้งสุดท้ายดังยาวนานก่อนที่ร่างสีทองมหึมาจะสลายกลายเป็นละอองทองคำฟุ้งกระจายไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงขนสีทองอร่าม 2 หย่อมที่ร่วงหล่นลงบนพื้นดาดฟ้าที่เปียกชุ่ม 


กลิ่นอายชื้นแฉะของพายุที่เคยโหมกระหน่ำเริ่มเบาบางลง เหลือเพียงสายฝนพรำที่โปรยปรายลงมาอย่างอ่อนแรง หลังจากที่เอมีเลียใช้อสนีบาตปลิดชีพพญาอินทรีทองคำตัวสุดท้ายจนสลายกลายเป็นละอองธาตุ ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่กำลังจะเปิดออกก็ถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าประจุเข้มข้นที่ฟาดเปรี้ยงลงมายังเบื้องหน้าดาดฟ้าของ Travelers Tower แสงสว่างจ้าบาดตาทำให้คีอาร์ต้องยกมือขึ้นบังพลางหรี่ตาลงมองผ่านเลนส์แว่นที่ชุ่มไปด้วยน้ำ


เมื่อแสงสว่างดับวูบลง ร่างอันสง่างามของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ เขาไม่ได้อยู่ในชุดคลุมกรีกโบราณที่ดูเทอะทะ ทว่ากลับสวมใส่ชุดที่ดูร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด บุรุษผู้นั้นมีใบหน้าคมเข้มและรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย รูปลักษณ์ของเขาดูละม้ายคล้ายกับนักบินขับไล่ระดับตำนานในภาพยนตร์ยุค 80 อย่างมาเวอริคไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงนักบินสีเข้มนั้นแผ่ซ่านด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนหายใจลำบาก แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยประกายความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่ง


มหาเทพซุส ราชาแห่งทวยเทพก้าวเดินเข้ามาหาเอมีเลียด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและทรงพลัง


ในขณะนั้นเอมีเลียยืนนิ่งตะลึงกับภาพตรงหน้า เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับเกียรติให้เห็นพ่อของเธอในสภาพที่ดูเป็นมนุษย์และเข้าถึงง่ายขนาดนี้ ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำทักทายใด ๆ ร่างสูงของมหาเทพก็ก้าวเข้ามาสวมกอดธิดาของตนอย่างแนบแน่น กลิ่นอายของโอโซนและพลังงานบริสุทธิ์แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เป็นอ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดีอย่างที่เทพเจ้ามักจะปกปิดไว้ภายใต้ความเย็นชาและกฎเกณฑ์


“ลูกรักของข้า...” ซุสตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นคลอนด้วยความภาคภูมิใจ มือหนาตบไหล่เอมีเลียเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “ข้าเฝ้ามองเจ้าอยู่เสมอ และวันนี้เจ้าก็ทำให้ข้าประจักษ์แล้วว่าน่านฟ้าแห่งนี้ยังคงเป็นของเจ้า การเคลียร์บททดสอบพญาอินทรีด้วยเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที... แม้แต่บรรดาวีรบุรุษในอดีตก็ยังทำไม่ได้เท่าเจ้า” มหาเทพผละออกพลางจ้องมองใบหน้าของเอมีเลียด้วยแววตาที่ส่องประกาย เขาขยับแว่นกันแดดลงเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาที่เป็นประกายไฟฟ้าสีฟ้าคราม ก่อนจะทรงวาดหัตถ์ไปในอากาศ 


ทันใดนั้นแสงสีทองสว่างจ้าก็ควบแน่นกลายเป็นวัตถุทรงกลมขนาดมหึมาที่แผ่รังสีแห่งการปกป้องออกมาจนคีอาร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน


“ข้าสั่งให้เฮเฟตัสตีสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ... โล่เอจิส” โล่สีทองอร่ามที่สลักลวดลายใบหน้าเมดูซ่าอันน่าสยดสยองแต่ทรงพลังปรากฏสู่สายตา รัศมีของมันแผ่ขยายออกไปเพื่อประกาศเจตนารมณ์แห่งการคุ้มครองอันเป็นนิรันดร์ ซุสมอบมันให้แก่เอมีเลียด้วยความเต็มใจ พร้อมกันนั้น เขาก็วางฝ่ามือลงบนบ่าของเธอ กระแสไฟฟ้าสีฟ้าบริสุทธิ์เริ่มไหลเวียนจากปลายนิ้วของมหาเทพเข้าสู่ร่างของนักบินสาว พันธนาการพลังแฝงที่เคยถูกกดทับไว้เนื่องจากกฎแห่งธรรมาภิบาลของทวยเทพถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น กระแสไฟฟ้าในกายของเอมีเลียทวีความเข้มข้นและบริสุทธิ์ขึ้นจนผิวหนังของเธอเริ่มมีประกายแสงสีขาวนวลแผ่ออกมา


ในขณะที่เอมีเลียกำลังซึมซับพลังที่ยิ่งใหญ่และอ้อมกอดที่อบอุ่นของพ่ออยู่นั้น คีอาร์กลับทำเพียงแค่ยืนสงบนิ่งอยู่ในมุมมืดด้านหลัง เธอพยายามทำตัวให้ลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หน้ากากสาวน้อยใสซื่อถูกสวมทับไว้อย่างมิดชิดเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงภายใต้สถานการณ์ที่เธอไม่สามารถควบคุมได้


ดวงตาสีเฮเซลของคีอาร์ลอบสังเกตมหาเทพซุสด้วยตรรกะที่เย็นชา ‘ระดับพลังงานที่แผ่ออกมา... เกินกว่ามาตรวัดใดๆ จะประเมินได้ และปฏิกิริยาทางอารมณ์ของซุสในตอนนี้ขัดแย้งกับบันทึกประวัติศาสตร์เกือบทั้งหมด’ เธอคิดพลางกระชับวงแขนที่เปียกชื้นของตนไว้แน่น การเห็นภาพเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แสดงความรักต่อลูกสาวอย่างเปิดเผยเช่นนี้เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการคำนวณของเธอโดยสิ้นเชิง


เธอยืนนิ่งราวกับเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรังสีแห่งอำนาจและความรักที่น่าประหลาดใจ โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าภายใต้ความสงบนิ่งนั้น คีอาร์กำลังบันทึกทุกรายละเอียดของมหาเทพผู้มีใบหน้าเหมือนนักบินในความทรงจำนี้ไว้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในภายภาคหน้า


เมื่อกลิ่นโอโซนยังคงอบอวลอยู่ในอากาศที่เริ่มนิ่งสงบ ร่างของราชาเทพในรูปลักษณ์นักบินหนุ่มใหญ่ผู้เปี่ยมเสน่ห์ขยับแว่นกันแดดทรงนักบินให้เข้าที่ เขากำลังจะสลายกลายเป็นสายฟ้าเพื่อกลับคืนสู่โอลิมปัส ทว่าก่อนจะจากไป ซุสกลับหยุดชะงักแล้วหันไปสบตากับคีอาร์ที่ยืนทำตัวลีบอยู่เบื้องหลังเอมีเลีย รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากของเขาดูเจ้าเล่ห์แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูแบบผู้ใหญ่ที่มองทะลุถึงหัวใจใครต่อใคร


“ลูกจะคบหาหรือรักกับหญิงสาวคนใด พ่อคนนี้ก็หาได้รังเกียจไม่...” ซุสตรัสทิ้งท้ายด้วยสุ้มเสียงที่นุ่มนวลทว่ากังวานกึกก้องไปถึงดวงจิต “ดูเหมือนว่าในที่สุดลูกจะมีคนที่รักและพร้อมจะยืนเคียงข้างลูกจริง ๆ เสียที แค่นั้นพ่อก็ดีใจและหมดห่วงแล้ว” คำพูดนั้นประดุจพรที่ปลดปล่อยความกังวลใจทั้งปวงของเอมีเลียที่แบกรับมานานนับศตวรรษ ราชาเทพเบนสายตาที่แฝงไปด้วยประกายไฟฟ้ามายังคีอาร์ที่กำลังพยายามรักษาหน้ากากความเรียบร้อยท่ามกลางสภาพชุดไหมพรมเปียกโชกเน้นสัดส่วน


“คีอาร์ เจ้าทำได้ดี... ไว้ข้าจะชมเจ้าต่อหน้าบอเรอัส บิดาของเจ้าให้เขาฟัง ว่าบุตรสาวของเขามีประโยชน์และกล้าหาญเพียงใด”


คีอาร์ชะงักไปครู่หนึ่ง สมองที่เต็มไปด้วยตรรกะของเธอเริ่มประมวลผลความผิดพลาดของข้อมูลที่มหาเทพได้รับอย่างรวดเร็ว เธอขยับแว่นสายตาทรงกลมที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราวพลางเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าหนักแน่นตามสไตล์กุลสตรีที่ยึดถือความถูกต้อง “ขอประทานอภัยค่ะมหาเทพ... แต่ดูเหมือนจะมีความเข้าใจผิดในเชิงความสัมพันธ์เกิดขึ้น ดิฉันกับรุ่นพี่เอมีเลียยังไม่ได้คบหากันในลักษณะนั้นค่ะ เราเป็นเพียงรุ่นพี่รุ่นน้องที่ร่วมภารกิจกันตามหลักประสิทธิภาพเท่านั้น”


ซุสระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูเหมือนเสียงฟ้าร้องคำรามในฤดูร้อนที่ดูรื่นเริง “ฮ่าๆ! เจ้าช่างเหมือนบิดาของเจ้าไม่มีผิดคีอาร์... เย็นชา แข็งกร้าว และพยายามปกป้องตัวตนภายใต้น้ำแข็งที่หนาทึบ”


ราชาเทพก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว รัศมีสีทองรอบกายเขาทำให้คีอาร์รู้สึกเหมือนน้ำแข็งในใจกำลังถูกเขย่าด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มองไม่เห็น สายตาของซุสที่มองลึกลงไปในจิตใจของเธอนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลือยเปล่ามากกว่าชุดที่เปียกโชกนี้เสียอีก


“เจ้ารู้จักคำพยากรณ์ของตัวเจ้าเองไม่ใช่หรือ? น้ำแข็งที่ถูกสลักตามแม่พิมพ์เก่าจะปริร้าวเมื่อต้องกระแสแห่งอัสนี...” ซุสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนดูขรึมขลังและการหลอมละลายมิใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือการปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงจากพันธนาการแห่งเงาอดีต คีอาร์นิ่งงันไปเมื่อคำนั้นจบ หน้ากากที่เธอเพียรสร้างมาตลอดเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินประโยคนั้น


“อย่าได้กลัวที่จะเสียความเย็นชาไปเลยสาวน้อย ลมหนาวที่หลอมละลายด้วยสายฟ้าน่ะ... มันจะกลายเป็นสายฝนที่มอบชีวิตใหม่ให้กับหัวใจที่แห้งแล้งของเจ้าเอง” ซุสขยิบตาให้เธอหนึ่งทีด้วยท่าทางแบบชายหนุ่มขี้เล่นก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เอมีเลียเป็นครั้งสุดท้าย “ดูแลกันให้ดีล่ะลูกรัก น่านฟ้าใหม่ในยุคใหม่ปี 2026 นี้... พ่อขอมอบให้พวกเจ้าเป็นผู้ดูแล สวัสดีปีใหม่”


สิ้นคำตรัส ร่างของมหาเทพซุสก็ระเบิดออกกลายเป็นสายฟ้าสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ฉีกกระชากเมฆดำจนกระจัดกระจาย เผยให้เห็นแสงอาทิตย์รำไรของยามเย็นที่เริ่มสาดส่องลงมายังยอดตึก Travelers Tower ทิ้งให้คีอาร์ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับคำพยากรณ์ที่สั่นประสาทตรรกะของเธออย่างรุนแรง โดยมีเอมีเลียที่ยืนถือโล่เอจิสพลางลอบมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย


ได้รับ +2 ตื่นรู้ จากการกำจัด หุ่นยนต์ทองคำครั้งแรก

ได้รับ +2 ตื่นรู้ จากการกำจัด จิตวิญญาณพายุ ครั้งแรก

ได้รับ +2 ตื่นรู้ จากการกำจัด อินทรีศักดิ์สิทธิ์แห่งซุส ครั้งแรก


เอมีเลียได้รับโล่เอจิสและปลดพันธนาการพลังแฝงของเอมีเลีย


รางวัล : [God-01-1] ซุส

โบนัสจาก (ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ) - โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15


[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2026-1-12 18:33
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-01-1] ซุส เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2026-1-12 18:33
โพสต์ 106222 ไบต์และได้รับ 56 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-12 17:51
โพสต์ 106,222 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-12 17:51
โพสต์ 106,222 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-12 17:51

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +6 ย่อ เหตุผล
God + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2026-1-13 23:30:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 07 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเย็น เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฮาร์ตเฟิร์ต

◀️┃▶️


ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมยอดตึกเทรเวเลอร์สอีกครั้งหลังจากที่สายฟ้าสีทองของราชาเทพสลายหายไปในมวลอากาศ กลิ่นโอโซนที่รุนแรงยังคงหลงเหลือเป็นหลักฐานถึงการปรากฏตัวของมหาเทพ คีอาร์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเบาบางลงจนเหลือเพียงละอองละเอียด เธอพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาวจาง ๆ ตามอุณหภูมิที่ลดฮวบหลังพายุสงบ


ดวงตาสีเทาอมเขียวภายใต้เลนส์แว่นที่พร่ามัวไปด้วยหยดน้ำก้มลงมองสภาพตัวเอง ชุดไหมพรมคอเต่าสีเขียวขี้ม้าเปียกโชกจนแนบสนิทไปกับทุกสัดส่วนของร่างกายอย่างที่เธอไม่เคยยอมให้ใครเห็นมาก่อน ความเย็นเยือกของน้ำฝนซึมลึกเข้าสู่ผิวขาวซีด แม้เธอจะเป็นบุตรีแห่งลมเหนือที่คุ้นชินกับความหนาว แต่ความรู้สึกเหนอะหนะของเสื้อผ้าที่หนักอึ้งกลับทำให้ตรรกะในหัวเริ่มประมวลผลถึงความไม่สะดวกสบายที่กำลังเกิดขึ้น


‘ไร้ประสิทธิภาพสิ้นดี... ทั้งชุดที่เสียหายและบาดแผลที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ’ คีอาร์คิดพลางขยับแขนข้างที่มีรอยข่วนจากกรงเล็บอสุรกาย เลือดที่เคยซึมออกมาเริ่มแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ ด้วยพลังแฝงในกายของเธอ


ไม่นานเสียงฝีเท้าจากรองเท้าบูทหนังของเอมีเลียเดินเข้ามาใกล้ นักบินสาวที่ตอนนี้มีประกายสายฟ้าจาง ๆ แผ่ออกมาจากร่างกายที่เพิ่งได้รับการปลดพันธนาการพลังหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เอมีเลียไม่ได้เอ่ยแซวเรื่องชุดรัดรูปเหมือนตอนแรก แววตาที่เคยมั่นใจและหยิ่งทระนงกลับดูอ่อนแสงลงเมื่อจ้องมองเด็กสาวที่ยืนสั่นน้อย ๆ อยู่ตรงหน้า


“รับไปสิคุณหนู” เอมีเลียเอ่ยเสียงนุ่มพลางยื่นสินสงครามที่เธอเก็บรวบรวมไว้ให้เมื่อกี้


ในมือของเอมีเลียมีขนสีทองอร่ามของอินทรีศักดิ์สิทธิ์สองหย่อมที่ยังคงเรืองแสงจาง ๆ และผลึกสายฟ้าที่ส่องประกายวาววับ คีอาร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือที่ขาวซีดและสั่นเทาออกไปรับสิ่งของเหล่านั้นมาถือไว้ด้วยท่าทางเรียบร้อยแต่ยังคงรักษามาดของกุลสตรีเอาไว้


“อันนี้... คือของขวัญอะไรคะรุ่นพี่?” คีอาร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม เธอแสร้งทำสีหน้าใสซื่อและสับสนเล็กน้อยตามหน้ากากที่มักใช้ปกปิดความเย็นชา ‘ถ้ามองตามมูลค่าทางการตลาด ขนอินทรีทองคำและผลึกสายฟ้าจัดเป็นวัตถุดิบใช้งานได้... รุ่นพี่กำลังเสนอข้อตกลงที่คุ้มค่าเกินไปหรือเปล่า’


เอมีเลียหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ท่าทางห้าวหาญของเธอดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เธอยกมือขึ้นขยับหมวกแก๊ปสีเทาพลางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคีอาร์ด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งกว่าเดิม “ถือว่าเป็นของขวัญจากกัปตันถึงผู้ช่วยนักบินแล้วกัน” เอมีเลียขยับเข้ามาใกล้จนคีอาร์สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของบุตรีแห่งซุส 


“ปกติพี่บินเดี่ยวมาตลอดชีวิตคุณหนู... แต่พอมีเธอซ้อนท้ายมาด้วย ถึงจะดูซุ่มซ่ามไปบ้างแต่มันก็น่าสนใจดี พี่เลยคิดว่าถ้าต้องไปควิเบกหรือที่ไหนต่อหลังจากนี้ การมีเธอนั่งอยู่ข้างหลังมันคงช่วยให้พี่ไม่หลงทางในยุคที่ทุกอย่างดูวุ่นวายแบบนี้”


เอมีเลียเว้นจังหวะพลางใช้นิ้วโป้งลูบสร้อยข้อมือถักของเธออย่างขัดเขินเล็กน้อย “ขนพวกนี้ถ้าเอาไปให้พวกกระท่อมเก้าทำให้ เธอน่าจะได้เครื่องรางหรืออาวุธดี ๆ ไว้ป้องกันตัว... พี่ไม่อยากเห็นเธอโดนอะไรข่วนจนเลือดออกบ่อย ๆ หรอกนะ มันทำพี่เสียสมาธิ”


คีอาร์พยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและนอบน้อมถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าทันที แม้ในใจจะกำลังวิเคราะห์ว่าคำพูดของเอมีเลียมีนัยทางชู้สาวสูงถึง 85% แต่นั่นก็ถือเป็นผลประโยชน์ที่ดีในการควบคุมสถานการณ์


“ขอบคุณมากนะคะรุ่นพี่... ฉันจะเก็บรักษามันไว้อย่างดีค่ะ” คีอาร์เอ่ยเสียงหวานพลางช้อนสายตามองผ่านเลนส์แว่นที่ยังมีละอองน้ำเกาะ “และเพื่อเป็นการตอบแทน... ฉันสัญญาค่ะว่าจะไม่ทำให้รุ่นพี่ต้องหลงทางที่ควิเบคแน่นอน” เอมีเลียยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เธอยื่นมือมาจับไหล่ที่เปียกชื้นของคีอาร์เบา ๆ เป็นการให้สัญญาณว่าภารกิจบนยอดตึกแห่งนี้สิ้นสุดลงแล้ว ทั้งคู่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่เริ่มสาดส่องผ่านหมู่เมฆ ทิ้งให้ความหนาวเหน็บของพายุกลายเป็นเพียงอดีตที่เริ่มหลอมละลายไปตามคำที่มหาเทพทิ้งไว้


แสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมากระทบยอดตึก Travelers Tower ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบดูอ่อนโยนขึ้น ทว่าความเปียกชื้นและไอเย็นที่เกาะกินร่างกายกลับย้ำเตือนถึงความรุนแรงของพายุที่เพิ่งผ่านพ้นไป คีอาร์ก้มลงมองหยดน้ำที่ไหลรินจากชายชุดไหมพรมรัดรูปของเธอลงสู่พื้นคอนกรีต ความรู้สึกเหนอะหนะและอุณหภูมิร่างกายที่เริ่มลดลงทำให้เธอต้องใช้ตรรกะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว


“รุ่นพี่คะ ฉันมีความเห็นว่าเราควรจะมองหาที่พักเพื่อจัดการร่างกายให้เรียบร้อยก่อนจะถึงค่ำคืนนี้ค่ะ” คีอาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงด้วยความเด็ดขาด แววตาหลังเลนส์แว่นกลมโตจ้องมองเอมีเลียอย่างขอความเห็น “แม้พวกเราจะเป็นเดมิก็อดที่มีร่างกายแข็งแรงกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่ตามหลักสถิติแล้ว การปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะเปียกชื้นท่ามกลางอุณหภูมิเดือนมกราคมเช่นนี้ มีโอกาสสูงถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดโรคภัยแบบมนุษย์ได้ ซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการเดินทางกลับค่ายในวันพรุ่งนี้อย่างมากค่ะ”


เอมีเลียที่กำลังยืนชื่นชมโล่เอจิสอันใหม่ชะงักไปเล็กน้อย เธอมองสภาพตัวละครของรุ่นน้องที่เปียกโชกจนชุดแนบเนื้อเน้นสัดส่วนชัดเจน ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “ก็จริงของเธอคุณหนู พี่เองก็เริ่มรู้สึกเหมือนจะเป็นน้ำแข็งอยู่เหมือนกัน ไปเถอะ พี่จำได้ว่าแถวใจกลางเมืองฮาร์ตเฟิร์ดมีโรงแรมดี ๆ อยู่หลายแห่ง”


ทั้งคู่ลงจากยอดตึกและมุ่งหน้าไปยังโรงแรมระดับหรูในย่านธุรกิจที่คีอาร์เป็นผู้เลือกด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูงสุด เมื่อถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน คีอาร์จัดการหยิบบัตรเครดิตออกมาและพูดยืนยันเจตนารมณ์ที่เธอคำนวณมาแล้วอย่างถี่ถ้วน ขอห้องพักแยกกันสองห้องนะคะ ชั้นที่สูงที่สุดและห่างจากลิฟต์ในระยะที่พอดีค่ะ” คีอาร์แจ้งพนักงานด้วยกิริยาสุภาพเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีชั้นสูง


เอมีเลียเลิกคิ้วมองรุ่นน้องพลางส่งยิ้มขี้เล่น “แยกห้องเลยเหรอจ๊ะคุณหนู? พี่นึกว่าเธอจะอยากประหยัดงบฯ หรือกลัวผีจนต้องนอนห้องเดียวกันเสียอีก”


“เรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหาสำคัญเท่ากับความสงบส่วนตัวและการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบค่ะรุ่นพี่” คีอาร์ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูใสซื่อทว่าปิดบังความเย็นชาในใจไว้มิดชิด ‘การต้องทนอยู่ร่วมห้องกับคนที่มีพลังงานอัสนีพลุ่งพล่านอย่างรุ่นพี่ในสภาพที่ฉันต้องการการฟื้นฟูร่างกาย เป็นสิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพและน่ารำคาญอย่างที่สุด’ เธอคิดในใจพลางรับคีย์การ์ดมาถือไว้


เมื่อเดินขึ้นมาถึงหน้าห้องพัก คีอาร์หันไปพยักหน้าให้เอมีเลียเล็กน้อยเป็นการบอกลาสำหรับค่ำคืนนี้ “ราตรีสวัสดิ์ค่ะรุ่นพี่เอมีเลีย ดิฉันขอตัวไปจัดการบาดแผลและเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ พรุ่งนี้เช้าเวลาเจ็ดนาฬิกาตรง ฉันจะไปรอรุ่นพี่ที่ลานจอดรถเพื่อออกเดินทางกลับค่ายฮาล์ฟบลัดที่ลองไอซ์แลนด์ค่ะ หวังว่ารุ่นพี่จะรักษาเวลาเหมือนเดิมนะค่ะ”


“จ้ะ ๆ ราตรีสวัสดิ์นะแม่คนเจ้าระเบียบ พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ พรุ่งนี้พี่จะบิดอัสนีวายุให้ถึงค่ายเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ติดเลย” เอมีเลียโบกมือลาพร้อมขยิบตาให้หนึ่งทีด้วยท่าทางห้าวหาญอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะแยกเข้าห้องพักของตัวเองไป


คีอาร์ปิดประตูห้องพักลงเบา ๆ ความเงียบงันและความอบอุ่นจากระบบฮีตเตอร์ในห้องช่วยให้เธอผ่อนคลายหน้ากากที่สวมมาตลอดวันลงได้บ้าง เธอถอดแว่นตาออกและจ้องมองตัวเองในกระจก รอยขีดข่วนตามร่างกายเริ่มจางลงตามกลไกการเยียวยาของเดมิก็อด แม้หัวใจจะยังนิ่งสงบดุจน้ำแข็ง แต่คำพยากรณ์ที่เคยได้รับก็ยังคงทิ้งความรู้สึบางอย่างอยู่ในหัวอย่างไม่ชัดเจน เธอถอนหายใจยาวพลางเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างความวุ่นวายของวันนี้ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกลับสู่บ้านที่เธอไม่ได้รัก แต่เป็นฐานที่มั่นเดียวที่เธอมีอยู่ในยุค 2026 นี้


[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20

กลิ่นหอมจาก น้ำหอม Unisex  - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ +5

(โรลเพลย์ที่ลงท้ายด้วย 0 2 4 6 8 - ใช้ได้กับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้น)


แสดงความคิดเห็น

God
พอดีเอมีเลียเข้าไป Redis ของเดมิกอต เห็นมีคนแนะนำร้านมิชลีนร้านนี้ ก็เลยพาคุณไปเดทก่อนกลับนิวยอร์ก ร้าน The Shipwright's Daughter  โพสต์ 2026-1-14 14:31
โพสต์ 43872 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-13 23:30
โพสต์ 43,872 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-13 23:30
โพสต์ 43,872 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-13 23:30
โพสต์ 43,872 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส  โพสต์ 2026-1-13 23:30
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 2026-1-14 16:05:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 08 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเช้า เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ เมืองฮาร์ตเฟิร์ด

◀️┃▶️


แสงแดดจางของยามเช้าสาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านหนาหนักในห้องพักโรงแรมหรูใจกลางฮาร์ตเฟิร์ด คีอาร์ตื่นขึ้นมาตรงตามเวลาที่นาฬิกาชีวภาพของเธอถูกตั้งไว้โดยไม่ต้องพึ่งพาเสียงเตือนใด ๆ เธอจัดการชำระล้างร่างกายและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็ว รอยขีดข่วนตามร่างกายที่เคยได้รับจากการปะทะกับพญาอินทรีเมื่อวานหลงเหลือเพียงรอยจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นด้วยตาเปล่า เธอจัดแจงสวมเสื้อคอเต่าสีอ่อนทับด้วยคาดิแกนเนื้อละเอียดและกางเกงสแล็คทรงสอบที่ดูเรียบหรู พร้อมกับไม่ลืมที่จะหยิบแว่นสายตาทรงกลมขึ้นมาสวมเพื่อรักษาภาพลักษณ์เด็กสาวผู้เรียบร้อยและใสซื่อเอาไว้อย่างมิดชิด


เข็มนาฬิกายังไม่ทันเดินไปถึงเลขเจ็ดตามที่นัดหมาย เสียงเคาะประตูห้องด้วยจังหวะสม่ำเสมอแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจก็ดังขึ้น คีอาร์เดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางที่ดูประหม่าเล็กน้อยตามบทบาทที่เธอวางไว้เบื้องหน้า เธอพบกับเอมีเลียที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ในชุดแจ็กเก็ตหนังตัวเก่งที่ดูเหมือนจะแห้งสนิทดีแล้ว ในมือของนักบินสาวไม่ได้มีเพียงหมวกกันน็อก ทว่าเธอกำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับสมาร์ทโฟนที่เปิดหน้าแอปพลิเคชัน 'Redis' ของกลุ่มเดมิก็อดค้างเอาไว้


เอมีเลียเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องที่ดูสะอาดสะอ้านและเข้าที่เข้าทางไปเสียทุกระเบียบ ก่อนจะส่งรอยยิ้มกว้างที่ดูเจ้าเล่ห์แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังงานแบบที่คีอาร์มักจะรับมือได้ยากเสมอ


“ตื่นเช้าสมเป็นกุลสตรีจริง ๆ นะคุณหนู” เอมีเลียเอ่ยทักพลางควงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ในมือ “แต่ก่อนที่เราจะบิดอัสนีวายุกลับไปกินอาหารเช้าจืด ๆ ที่ค่าย พี่มีข้อเสนอที่เธอไม่ควรปฏิเสธ เมื่อกี้พี่ลองไถ Redis ดู เห็นเดมิก็อดแถวนี้เขารีวิวร้านอาหารร้านหนึ่งกันให้แซ่ด พี่จำได้ว่าเธอไม่ค่อยชอบพวกฟาสต์ฟู้ดหรือแฮมเบอร์เกอร์ที่พี่ชอบกินเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ?”


คีอาร์นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาหลังเลนส์แว่นฉายแววครุ่นคิดขณะที่เธอกำลังประมวลผลคำพูดของรุ่นพี่ “ฉันเพียงแต่คำนึงถึงสารอาหารและคุณภาพของวัตถุดิบมากกว่ารสชาติที่เน้นความรวดเร็วค่ะรุ่นพี่ แต่การออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดการที่วางไว้ อาจจะส่งผลต่อความเสี่ยงในการเผชิญกับสภาพจราจรที่หนาแน่นในนิวยอร์กได้นะคะ”


“เชื่อมือเรื่องการนำทางของพี่เถอะน่า อีกอย่าง ร้านนี้อยู่แค่เมืองมิสติกนี่เอง ขับรถไปไม่ไกลหรอก” เอมีเลียขยับเข้ามาใกล้พลางยื่นหน้าจอสมาร์ทโฟนให้คีอาร์ดูข้อมูลร้านที่ชื่อว่า The Shipwright's Daughter 


“ร้านนี้ตั้งอยู่ในโรงแรม The Whaler's Inn เชฟเดวิด สแตนดริดจ์ เพิ่งได้รางวัล James Beard Award ปี 2025 มาหมาด ๆ เลยนะคุณหนู มันคือออสการ์ของเชฟเลยล่ะ แถม New York Times ยังจัดให้เป็นหนึ่งในห้าสิบร้านที่ดีที่สุดในอเมริกาด้วย”


คีอาร์ลอบกวาดสายตาอ่านรายละเอียดของร้านอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นคำว่าความยั่งยืนและการใช้วัตถุดิบที่ถูกมองข้ามอย่างปลาเขียวหรือสาหร่ายเคลป์มาทำอาหารระดับกูร์เมต์ ตรรกะในหัวของเธอเริ่มทำงานทันที การทานอาหารที่ผ่านการรังสรรค์ด้วยความประณีตและมีรางวัลการันตีในระดับนี้ ถือเป็นการลงทุนทางโภชนาการและประสบการณ์ที่คุ้มค่ากว่าการกลับไปทานอาหารเช้ามาตรฐานที่ค่ายหลายเท่าตัว


“เชฟเน้นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศด้วยการใช้สัตว์ทะเลที่คนไม่ค่อยรู้จัก... เป็นแนวคิดที่ดูมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าดีนะคะ” คีอาร์เอ่ยเสียงนุ่มพลางแสร้งทำท่าทางสนใจอย่างใสซื่ “ถ้าการแวะที่เมืองมิสติกจะไม่ทำให้รุ่นพี่ต้องลำบากเกินไปในการขับขี่ ฉันก็คิดว่ามันก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีก่อนจะกลับไปเผชิญกับภารกิจที่เหลือค่ะ”


เอมีเลียหัวเราะร่วนพลางตบไหล่คีอาร์เบาๆ ครั้งหนึ่งด้วยความถูกใจ “พี่ว่าแล้วว่าเธอต้องชอบอะไรที่มันดูฉลาดแบบนี้ เอาเป็นว่าพี่เลี้ยงเอง ถือเป็นรางวัลที่เธอช่วยสู้กับพวกธุเอลไลและอินทรีของท่านพ่อเมื่อวานแล้วกัน”


นักบินสาวขยิบตาให้หนึ่งทีด้วยท่าทางห้าวหาญอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะเดินนำออกไปทางลิฟต์โดยไม่รอให้รุ่นน้องได้เอ่ยปากทักท้วงเรื่องระยะเวลาอีก คีอาร์มองแผ่นหลังของเอมีเลียพลางปรับแว่นสายตาให้เข้าที่ รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากถูกปั้นแต่งขึ้นเพื่อปกปิดความพึงพอใจในเชิงตรรกะที่เธอเพิ่งได้รับมา


‘อย่างน้อยรสนิยมในการเลือกรางวัลของรุ่นพี่ก็ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้’ คีอาร์คิดในใจขณะก้าวเดินตามร่างสูงโปร่งนั้นไป เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่เมืองมิสติกที่ซึ่งกลิ่นอายประวัติศาสตร์ของการต่อเรือและรสชาติอาหารระดับกูร์เมต์กำลังรอคอยพวกเธออยู่ท่ามกลางลมหนาวของเดือน


ในเมื่อเป้าหมายคือภารกิจที่ควิเบกในอนาคต การกระชับความสัมพันธ์กับบุตรีแห่งซุสที่เปี่ยมไปด้วยพลังอัสนีผ่านมื้ออาหารระดับพรีเมียมเช่นนี้ ก็นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีความเสี่ยงต่ำที่สุดเท่าที่คีอาร์จะคำนวณได้ในเวลานี้


(ออกเดินทางไปร้านอาหาร กรี๊ด ๆ เดท)


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 24328 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-14 16:05
โพสต์ 24,328 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-14 16:05
โพสต์ 24,328 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-14 16:05
โพสต์ 24,328 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส  โพสต์ 2026-1-14 16:05
โพสต์ 24,328 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-1-14 16:05
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้