(FRI) 20/12/2025 เวลา 09.45 น.
เมื่อคืนก็ว่านอนจับมือกันเฉย ๆ อยู่หรอกนะ แต่ไหงตื่นเช้าถึงได้อยู่ในอ้อมกอดของแมคเคนซีได้ก็ไม่รู้ แต่คนเป็นแฟนกันมันก็แบบนี้แหล่ะ มักจะมีอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นตอนกำลังหลับได้เสมอ เป็นอุบัติเหตุที่คนโสดไม่มีวันเข้าใจแถมอธิบายยากเสียจริง
หลังจากทำธุระยามเช้าเสร็จดีนก็เข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้แก่ครอบครัวไทสัน ซึ่งไม่มีอะไรที่จะอร่อยและให้พลังงานได้ดีเทียบเท่ากับ ‘ไส้กรอกย่าง’ อีกแล้ว ที่สำคัญคือทำง่ายและไม่ต้องลุ้นระบบสุ่มรสชาติอีกรอบเพราะไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติมเว้นแต่ใส่มัสตาร์ดหรือซอสมะเขือเทศนิดหน่อยก็อร่อยเหาะ พ่อครัวจำเป็นตรวจเช็ควัตถุดิบในตู้เย็น ของสดเหลือไม่มากเท่าไร คงเพราะมีผู้อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมาถึงสองคนทรัพยากรในตู้เย็นของร้านจึงลดฮวบ ๆ อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน
“ไข่ไก่เหลือแค่สองฟอง ผักแทบไม่มีเลย เส้นพาสต้าก็หมด ฉันคิดว่าวันนี้เราต้องไปจ่ายตลาดกันนะพี่ชาย” ดีนในฐานะพ่อครัวจำเป็นลิสต์ใบรายการของที่ต้องซื้อให้พ่อบ้านไทสัน
“ดีเลย ฉันก็กะจะไปซื้อของมาประดับตกแต่งร้านอยู่พอดีเลยน่ะ นายว่างไหม ฉันจะชวนไปตลาดสักหน่อย”
“ว่างสิ ว่างอยู่แล้ว ก็อย่างที่นายเห็น หลังทำอาหารพวกเราก็ไม่ต้องทำอะไรเว้นแต่จะไปเดินเที่ยวอ่ะนะ ซึ่งเที่ยวตลาดก็น่าสนใจ เนอะ แมคซี่”
“อืม” หนุ่มอังกฤษพยักหน้าเออออตามตาม แฟนว่าไงเขาก็ว่าอย่างนั้น
“โอเคเลยงั้นพวกเราเตรียมตัวกัน”
สิ่งที่ไทสันพกพาไปด้วยคือถุงช็อปปิ้งที่พร้อมแจกจ่ายให้ดีนกับแมคเคนซีคนละใบในการเป็นลูกมือแบกหาม ชิ้นไหนหนักก็ใส่ไว้ในแหวน ส่วนของกินก็ใส่ถุงผ้าพวกนี้ก็แล้วกัน
ตลาดที่ไทสันพาไปอยู่ไม่ไกลจากฟอรัมมากเท่าไร ทันทีที่ก้าวพ้นซุ้มประตูหินโค้ง เสียงจอแจของตลาดก็โถมเข้ามาราวกับคลื่น ความเงียบสงบของถนนหินด้านนอกถูกแทนที่ด้วยเสียงพูดคุยต่อราคา เสียงของพ่อค้าแม่ขายกำลังเรียกลูกค้า และเสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาจากร้านค้าที่ตั้งเรียงรายตลอดแนวฟอรัม
“ของสด ๆ จ้าา สดจริงไม่สดคืนเงิน…แต่ไม่เคยคืนสักที!”
“สมัยข้าอายุเท่านี้ ราคาของตลาดมันยังไม่แพงขนาดนี้นะ…หรือข้าจำผิด—”
“เมียใช้ให้มาซื้อสามอย่าง…นี่ได้มาเจ็ด เดี๋ยวโดนด่าแน่”
“ซื้อไม่ซื้อไม่เป็นไร แต่อย่ายืนบังร้านสิยะ!”
เสียงของตัวประกอบดังแซงแซ่ไปทั่ว ไม่บอกก็รู้ว่าตลาดนิวโรมคึกคักแค่ไหนแม้ในยามสาย การจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดยังคงสะพัดเหมือนพายุหมุนทางเศรษฐกิจที่คอยขับเคลื่อนเมืองเล็ก ๆ แห่งให้นี้ได้หมุนเวียนเงินตรา แม้ว่าโลกยุคใหม่เหล่าวัยรุ่นนิยมสั่งของออนไลน์ทว่าความมั่นคงของตลาดก็ไม่ได้สั่นคลอน
ตลาดนิวโรมกว้างกว่าที่คิด เต็นท์ผ้าใบสีอ่อนสลับม่วงตั้งเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ แต่ไม่แข็งทื่อ ผู้คนแต่งกายร่วมสมัยเดินปะปนกับชุดที่ยังมีกลิ่นอายโรมัน เสื้อแจ็กเก็ตทันสมัยจับคู่กับผ้าคลุมสั้น รองเท้าผ้าใบเหยียบลงบนหินโบราณที่ผ่านกาลเวลามานับศตวรรษ ราวกับอดีตกับปัจจุบันถูกถักทอเข้าด้วยกันโดยไม่แบ่งแยก
กลิ่นอาหารลอยคละคลุ้ง ทั้งขนมปังอบใหม่ เครื่องเทศจากแดนไกล และกลิ่นโลหะบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย บางร้านขายผักผลไม้สดวางซ้อนกันเป็นพีระมิด ข้าง ๆ กันคือแผงเสื้อผ้า เครื่องราง ของใช้เวทมนตร์ และวัตถุประหลาดที่ไม่อาจเดาได้ว่าใช้งานอย่างไร หรือบางทีก็อาจจะเป็นเพียงแค่ของเก๊เอามาย้อมแมวขาย ป้ายราคาบางอันเขียนด้วยละติน บางอันใช้ภาษาอังกฤษ
“คนเยอะแบบนี้แล้วพวกเราจะเริ่มจากตรงไหนกันดีล่ะ”
“เดินวนจากทางนั้นก่อนก็ได้นะ”
ไทสันชี้ทาง จากนั้นปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ พวกเขาเดินช้า ๆ ไปตามแนวร้านที่เรียงติดกันเป็นแถว แผงผักสดวางกองเขียวขจีอยู่ในตะกร้าสาน ถัดไปเป็นร้านเนื้อและของแห้งที่มีกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ ลอยออกมาเป็นระยะ พ่อค้าแม่ค้าต่างขะมักเขม้นกับการขายของ เสียงเรียกลูกค้ากับเสียงต่อรองราคาดังสลับกันไปตลอดทางเดินแคบ ๆ ของตลาด
ดีนหยุดดูร้านขนมและร้านเสื้อผ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนพบกับร้านอุปกรณ์ตกแต่งบ้านตั้งอยู่กลางแนวตลาด ชั้นไม้เตี้ย ๆ วางแจกันเซรามิก โคมไฟตั้งโต๊ะ และกรอบรูปเรียงเป็นระเบียบ เทียนหอมหลากกลิ่นวางอยู่ในถาดโลหะ ข้างกันมีผ้าปูโต๊ะและปลอกหมอนพับซ้อนกันเป็นกอง สีสันเรียบง่าย เนื้อผ้าดูหนาและทนทาน เจ้าของร้านคอยจัดของให้เข้าที่อย่างเงียบ ๆ ระหว่างที่ลูกค้าหยุดดูสินค้า
มุมหนึ่งของร้านจัดแยกเป็นของตกแต่งเทศกาลคริสต์มาส มีพวงหรีดใบสนประดับลูกสนและริบบิ้นสีแดง ไฟประดับเส้นเล็กขดอยู่ในตะกร้าไม้ ลูกบอลแก้วใสกับสีเงินวางเรียงในกล่องบุผ้า และตุ๊กตาซานต้าขนาดเล็กตั้งอยู่บนชั้นล่าง เทียนกลิ่นสนกับอบเชยถูกจุดไว้ให้ลอง กลิ่นอ่อน ๆ ช่วยให้บรรยากาศร้านดูอบอุ่นขึ้น ไทสันหยิบของหลายอย่างใส่ลงไปในตะกร้าของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นสนจำลอง ไฟตกแต่ง หรือแม้กระทั่งบอลประดับต้นคริสต์มาสหลากสีสัน
“ไทสัน เอาน้องกวางกลับไปด้วยสิ” ดีนสะกิดพี่ชายพลางชี้ไปที่ลวดขดไฟรูปกวางเรนเดีย
“น่ารักจัง แต่ว่าพวกเราจะมีที่ตั้งกวางตัวนี้เหรอ”
“มีสิ ฉันพอจะมีไอเดียนะ อาจจะวางไว้หน้าบ้าน คนละมุมกับต้นคริสต์มาสเป็นไง?”
สองพี่น้องปรึกษากันเรื่องการตกแต่งบ้านในขณะที่แมคเคนซีเดินสำรวจชั้นวางสินค้า เขาหยิบคริสตัลบอลหิมะที่ด้านในเป็นตุ๊กตาหมีขาวขึ้นมาดูเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดีนหันมาถามพอดี
“แมคซี่นายจะเอาอะไรเพิ่มไหม พวกเราได้ของที่ต้องการกันหมดแล้วน่ะ”
มือที่จับคริสตัลบอลอยู่วางมันลงบนชั้นตามเดิม เกล็ดกลิตเตอร์ลอยฟุ้งอยู่ในน้ำสีใส สร้างฉากของครอบครัวหมีขาวในลูกแก้วจำลองมีหิมะระยิบระยับโปรยปรายลงมา
“ไม่มี” เขาตอบกลับสั้น ๆ
ทั้งวัตถุดิบและของตกแต่งถูกซื้อไว้หมดแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลากลับไปที่ร้านหนังสือกันเสียที