[รัฐแอริโซน่า] เมืองแฟลกสตาฟ

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×

Flagstaff

(แฟลกสตาฟ🌌รัฐแอริโซนา)
Hero Image

เมืองแฟลกสตาฟ

[ International Dark Sky Cities ]

ท่ามกลางผืนป่าสนพอนเดอโรซาอันกว้างใหญ่ที่สุดในโลก แฟลกสตาฟ (Flagstaff) ตั้งตระหง่านอยู่ใต้เงาของยอดเขาซานฟรานซิสโกพีคส์ที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เมืองแห่งนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสบนที่ราบสูงอาบด้วยอากาศเย็นเยือกและกลิ่นหอมของยางไม้ อบอวลไปด้วยบรรยากาศลึกลับของดวงดาวที่ส่องประกายชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาจนได้รับฉายาว่าเป็น "เมืองฟ้ามืดสากล" แห่งแรกของโลก


ที่นี่ไม่ใช่แค่ทางผ่านสู่แกรนด์แคนยอน แต่เป็นดินแดนที่ประวัติศาสตร์ของถนนสาย 66 (Route 66) ยังคงมีชีวิตชีวา ท่ามกลางเสียงหวูดรถไฟที่ก้องกังวานผ่านย่านดาวน์ทาวน์ที่เต็มไปด้วยอาคารอิฐเก่าแก่และวิญญาณแห่งการผจญภัย แฟลกสตาฟคือที่ที่ความหนาวเหน็บและความอบอุ่นจากผู้คนมาบรรจบกันอย่างลงตัว

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 9931 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-24 17:48
โพสต์ 2025-12-24 19:54:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 19-20 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาดึกวันที่ 19 จนถึงเช้าวันที่ 20 เป็นต้นไป ณ แฟลกสตาฟ รัฐแอริโซนา ไปถึง อัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก (520 กม.)

◀️┃▶️


การเดินทางจากเบเกอร์สฟีลด์ถึงแฟลกสตาฟกลายเป็นบททดสอบความอดทนที่ยาวนานเกินกว่าที่คีอาร์ตั้งใจไว้ตอนแรก 800 กว่ากิโลเมตรบนถนนระหว่างรัฐคือเส้นทางที่เหมือนจะไม่มีวันจบ เสียงเครื่องยนต์ของรถประจำทางดังสม่ำเสมอจนกลายเป็นเสียงกล่อม เธอนั่งมองทิวทัศน์ที่เปลี่ยนจากทุ่งแห้งของแคลิฟอร์เนียสู่ภูเขาแดงของแอริโซนา ผ่านเมืองเล็ก ๆ ที่มีป้ายร้านเก่า ๆ และตู้จ่ายน้ำมันสนิมเขรอะ คีอาร์แทบไม่พูดกับใคร มีเพียงเสียงหูฟังที่เปิดคลอเพลงบรรเลงเบา ๆ กับความคิดที่เธอปล่อยให้ไหลไปเรื่อย ๆ เหมือนลม


รถหยุดพักเป็นระยะตามจุดบริการริมทาง เธอลงไปยืดขา ซื้อโซดาเย็น ๆ จากเครื่องหยอดเหรียญแล้วเดินกลับขึ้นรถโดยไม่สบตาใคร ความนิ่งของเธอไม่ใช่การเก็บตัว แต่เป็นการประหยัดพลัง สมองของเธอทำงานอยู่ตลอดเวลา ประเมินสภาพอากาศ เส้นทาง ระยะเวลา และความเสี่ยงของการเดินทางในทุกชั่วโมงที่ผ่านไป


เมื่อถึงแฟลกสตาฟในเวลาราวสามทุ่ม แสงอาทิตย์ไม่ได้ลับขอบฟ้าเสียทีเดียว แต่ฟ้าก็ไม่สว่างพอจะเรียกว่ากลางวัน ความส้มหม่นของแสงเหนือขอบฟ้าทาบเงาเมืองไว้เหมือนโลกกำลังค้างอยู่ระหว่างสองห้วงเวลา นั่นคือผลของกลางคืนที่หายไป ความผิดปกติของโลกหลังเทพีนิกซ์ถูกจับตัวหายไป คีอาร์ไม่แปลกใจอีกต่อไป แค่ยอมรับมันเหมือนยอมรับอากาศหนาวที่ต้องสูดเข้าไปทุกวันใครปรับตัวก็รอด ใครไม่ปรับก็ตาย


เธอเดินข้ามถนนหลักที่เริ่มเงียบ ป้ายไฟของร้านอาหารเม็กซิกันส่องสีแดงและเขียวกระพริบไม่สม่ำเสมอ จนมาหยุดที่ Hotel Aspen Flagstaff โรงแรมขนาดกลางสองชั้นติดถนน ที่มีลานจอดรถกว้างและไฟสีเหลืองอบอุ่น “คืนนี้... แค่ให้มีที่นอนพอ” เธอพูดกับตัวเองขณะดึงประตูเข้าไป


เคาน์เตอร์ต้อนรับมีกระถางไม้ประดับหนึ่งต้นและพนักงานชายวัยสามสิบกว่าคนยืนอ่านโทรศัพท์ เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นเด็กสาวผมสีทองแดงในโค้ตเรียบ ๆ ยืนอยู่ตรงหน้า “เช็กอินเหรอครับ?”


คีอาร์พยักหน้า “ค่ะ ห้องเดี่ยว หนึ่งคืน”

“หกสิบดอลลาร์ครับ”


เธอควักเงินส่งให้โดยไม่ต่อรอง รับคีย์การ์ดมาและเดินตรงขึ้นบันได เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้ลั่นแผ่ว ๆ ห้องที่ได้อยู่มุมอาคาร มีกลิ่นสะอาดของน้ำยาถูพื้น เธอโยนกระเป๋าไว้ปลายเตียงแล้วปล่อยตัวนั่งลง ผมที่รวบไว้คลายลงมาแตะไหล่ คีอาร์ถอดรองเท้า แล้วเอนหลังพิงหมอน มองเพดานนิ่งเงียบ “เหนื่อยเกินไปหน่อย... แต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง” เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนปิดไฟและปล่อยให้ตัวเองหลับไปในความมืดครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของค่ำคืนที่ไม่มีดวงดาว


รุ่งเช้า เธอตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย แสงอุ่นลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง เธอลุกขึ้นช้า ๆ ยกแขนบิดขี้เกียจ ร่างกายรู้สึกหนักจากการนั่งรถทั้งวันก่อนหน้า หลังอาบน้ำและจัดของเสร็จ เธอลงมาทานอาหารเช้าริมล็อบบี้ กาแฟร้อน ขนมปังปิ้งกับแยม และโยเกิร์ตหนึ่งถ้วย เรียบง่ายและเพียงพอ


เมื่อเวลาใกล้แปดโมงเช้า เธอออกจากโรงแรมพร้อมกระเป๋าผ้าใบเดิม มุ่งหน้าไปยังสถานีรถประจำทางของเมืองแฟลกสตาฟ รถคันใหญ่สีเทาเงินจอดรออยู่ก่อนแล้ว กลิ่นน้ำมันดีเซลคละคลุ้งอยู่ในอากาศ “ปลายทางนิวเม็กซิโกครับ” คนขับพูดขึ้นเมื่อเธอยื่นตั๋วให้ เขามองเด็กสาวตัวเล็กในโค้ตยาวด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย แต่คีอาร์เพียงยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ” ก่อนจะเดินไปนั่งที่ริมหน้าต่าง รถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากสถานี เสียงล้อบดบนถนนคอนกรีตเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ภูมิทัศน์ของแฟลกสตาฟค่อย ๆ หายไปทางด้านหลังแทนที่ด้วยเส้นทางสายยาวที่มุ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้


เส้นทางสู่รัฐนิวเม็กซิโก


ลมพัดผ่านกระจกข้างที่เปิดแง้มไว้ เธอวางศอกบนขอบหน้าต่าง มองดูทิวเขาสีสนิมกับป่าสนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทะเลทรายหิน เธอเงียบ ราวกับกำลังคุยกับสายลมที่วิ่งไปพร้อมรถ


อีกห้าร้อยกว่ากิโลเมตร... แล้วจะถึงอัลบูเคอร์คี เธอคิด ขณะสายตายังคงทอดยาวไปข้างหน้า เหนือเส้นทางที่ดูไม่มีที่สิ้นสุด ดวงตาเทาอมเขียวสะท้อนแสงอาทิตย์ขึ้นสีเงินเจือเขียวจาง ๆ ในกระจกสะท้อน เธอเห็นใบหน้าตัวเองนิ่งเรียบเหมือนเดิม ไม่มีความตื่นเต้นหรือความกลัว มีเพียงการคำนวณอย่างเยือกเย็นว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ชั่วโมง กี่แวะพัก กี่จุดเสี่ยงที่จะต้องระวัง


สำหรับคนอื่น การเดินทางอาจคือการแสวงหาความหมาย แต่สำหรับคีอาร์ มันคือการเคลื่อนที่ของชีวิตอย่างมีเหตุผล


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 22,234 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-12-24 19:54
โพสต์ 22,234 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-12-24 19:54
โพสต์ 22,234 ไบต์และได้รับ +9 EXP +8 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก สัมผัสแห่งสายลม  โพสต์ 2025-12-24 19:54
โพสต์ 22,234 ไบต์และได้รับ +5 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์ 2025-12-24 19:54
โพสต์ 22,234 ไบต์และได้รับ +4 EXP +8 ความศรัทธา จาก น้ำหอม Unisex  โพสต์ 2025-12-24 19:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินดอลลาร์ -60 ย่อ เหตุผล
God -60

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้