[รัฐคอนเนตทิคัต] คฤหาสน์ Nordlys Manor

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×
โพสต์ธีมแตงโม (สcope ไม่รั่ว)

Nordlys Manor

(เมืองกรีนิช รัฐคอนเนทิคัต สหรัฐอเมริกา)
Watermelon mood

House of the Northern Lights/font>

บ้าน แห่ง แสงเหนือ

คฤหาสน์ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาในย่านที่เงียบสงบที่สุดของเมืองกรีนิช รัฐคอนเนทิคัต ตัวคฤหาสน์สร้างด้วยสถาปัตยกรรม ฟลอเรนไทน์ รีไววัล อันหรูหรา โดยมีสีภายนอกเป็นชมพูอมส้มปะการังที่ดูอบอุ่น ซึ่งเป็นความตั้งใจของเคานเตสเคียร์สเทนที่จะสร้าง ภาพลวงตาของฤดูใบไม้ผลิเพื่อกลบเกลื่อนความเยือกเย็นภายในและเชื้อสายเทพน้ำแข็งของบุตรสาว


ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่และสวนดอกไม้โทนสีม่วงชมพูจัดแต่งอย่างประณีต แต่ถึงแม้ภายนอกจะสว่างไสวราวกับเมดิเตอร์เรเนียน บรรยากาศภายในคฤหาสน์กลับเต็มไปด้วยความเงียบงันเย็นชา และเป็นระเบียบตามพิธีรีตองแบบชนชั้นสูงอย่างเคร่งครัด มันจึงเป็นเหมือนกรงทองที่ถูกทาสีชมพูอันหรูหรา ที่เก็บซ่อนความลับอันเยือกเย็นของสองแม่ลูกตระกูลโซล็อตล์ไว้จากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ


เจ้าบ้าน เคานเตส เคียร์สเทน โซล็อตล์ (อดีต)

อดีตขุนนางนอร์เวย์ผู้ถูกเนรเทศ ปัจจุบันเป็นนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และศิลปะ ในกรีนิช เธอใช้ความรู้ด้านชนชั้นสูงและเงินจากอดีตสามีในการซื้อขายและประดับประดาคฤหาสน์ให้สมฐานะ แม่ผู้ยึดมั่นในเกียรติยศและกฎเกณฑ์ เธอเข้มงวดและเย็นชา พยายามหล่อหลอมบุตรสาวให้สมบูรณ์แบบเพื่อความต้องการของตนเอง

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 9721 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-10-22 08:37
โพสต์ 2025-10-23 05:30:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2025-10-30 08:19

วันที่ 23 เดือน ตุลาคม ปี 2025

คฤหาสน์ Nordlys Manor เมืองกรีนิช รัฐคอนเนทิคัต สหรัฐอเมริกา

◀️▶️


            คฤหาสน์ Nordlys Manor เงียบราวสุสานที่ส่องแสงจากหินอ่อนสีขาวนวล บนเพดานสูงประดับโคมระย้าคริสตัลที่ห้อยตัวลงมาอย่างหรูหรา สะท้อนแสงไฟสลัวเป็นประกายวาบราวเกล็ดน้ำแข็งในคืนอาร์กติก เสียงรองเท้าหนังของคีอาร์กระทบพื้นหินอ่อนทีละก้าวดังแผ่วเบาแต่ชัดเจน ราวเสียงเวลาเดินช้าในห้องที่อากาศหยุดนิ่ง ความเย็นภายนอกไม่ได้เทียบเท่ากับความเยือกภายในห้องรับรองใหญ่แห่งนี้เลยสักนิด ร่างของเด็กสาวผมบลอนด์ทองแดงสตรอว์เบอร์รีก้าวเข้ามาในแสงโคมระย้า ใบหน้าซีดขาวมีรอยขีดเล็ก ๆ ของเลือดแห้งอยู่ตรงขมับ เสื้อเบลเซอร์ทวีดราคาแพงฉีกขาดเป็นแนวแหว่งตรงหัวไหล่ขวา รอยไหม้บาง ๆ จากกรงเล็บปีศาจยังเห็นได้ลาง ๆ เธอสูดลมหายใจเข้า กลืนความสั่นและดึงสีหน้ากลับให้สงบตามบทเรียนที่แม่พร่ำสอนมานับพันครั้ง อย่าเปิดเผยความโกลาหลภายในต่อสายตาผู้อื่น ไม่ว่ามันจะเผาไหม้เธอมากแค่ไหนก็ตาม


            ตรงปลายห้อง เคานเตส เคียร์สเทน นั่งอยู่บนโซฟาผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ตัวตรงสง่าดั่งรูปปั้น มือเรียวยกหนังสือปกหนังสีน้ำตาลเข้มขึ้นอ่านโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองลูกสาวที่ยืนหอบอยู่หน้าประตู เสียงไฟจากเตาผิงลั่นเปรี๊ยะ ๆ แผ่วเบาแต่กลับทำให้อุณหภูมิในห้องดูลดลงทุกขณะ “เธอรู้ใช่ไหม คีอาร์” น้ำเสียงของเคานเตสดังขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าแหลมคมพอจะเฉือนอากาศให้ขาด “ว่าเธอทำให้มื้อเย็นของฉันต้องเลื่อนออกไปสี่สิบห้านาที การจัดการเวลาเป็นคุณสมบัติแรกสุดของผู้มีเกียรติ”


            คีอาร์ชะงักเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงในลำคอที่แห้งผากก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แต่งไว้ดีจนแทบไม่สั่น “แม่คะ หนูขอโทษค่ะ... แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกที หนูโดนโจมตีจริง ๆ ฟิวรี่มันบุกมาที่ห้องเรียน หนูต้องสู้สูดตัว ดูสิคะ—” เธอยกแขนขึ้นโชว์รอยฉีกขาดของผ้า ใบหน้าซื่อเต็มไปด้วยความพยายามสื่อสารอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่มนุษย์วัยสิบหกที่เพิ่งหนีสัตว์ปีศาจมาได้จะทำ


            ปึ้ก! เสียงหนังสือปิดดังก้องสะท้อนผนังห้องราวเสียงประทับตราโทษ 


            เคานเตสเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าอ่อนใสราวแก้วน้ำแข็งจับจ้องลูกสาวราวกับกำลังพิจารณาสิ่งของที่บกพร่อง “สิ่งเดียวที่ฉันเห็นคือ เสื้อผ้าทวีดราคาแพงหลายร้อยปอนด์ที่เสียรูปทรงที่เสียรูปทรงและความไร้เสถียรภาพทางอารมณ์ของเธอ เป็นแค่เด็กหญิงที่ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้” เธอพูดเรียบแต่เย็นชาจนเส้นเลือดในปลายนิ้วคีอาร์แข็งตึง “เลิกพูดเรื่องมอนสเตอร์กับการโจมตีไร้สาระนั่นเถอะ มันไม่มีอยู่จริงนอกจากในหัวของเธอ ความวุ่นวายเช่นนั้นรบกวนความสงบของบ้านเรา”


            “แต่แม่คะ หนูไม่ได้—” คีอาร์พยายามอีกครั้ง เสียงของเธอเริ่มขาดห้วงแบบคนที่พยายามอธิบาย


            “พอได้แล้ว คีอาร์!” เสียงเคานเตสกรีดดังขึ้นในอากาศก่อนจะกลับไปนิ่งเรียบอีกครั้ง “อย่าให้ความอ่อนแอของเธอมาทำลายความสง่างามของฉัน ฉันไม่อนุญาตให้เลือดบริสุทธิ์ของตระกูลโซล็อตล์ต้องแปดเปื้อนด้วยอาการทางประสาทของเด็กผู้หญิงที่หลงเพ้อเรื่องเทพเจ้าที่เธอเอาแต่เพ้อพกขึ้นมา” เคานเตสลุกขึ้นยืนจากโซฟาอย่างช้า ๆ ชุดกำมะหยี่เข้มสะท้อนแสงเทียนราวกับผิวหินอ่อนที่เยือกเย็นทุกกระเบียดนิ้ว ดวงตานิ่งดุจน้ำแข็งแหล่งขั้วโลกเหนือที่ไม่มีวันละลาย “และเธอสมควรได้รับบทลงโทษ…เป็นบทลงโทษสำหรับความล้มเหลวในการควบคุมตัวเองและทำลายทรัพย์สิน”


            เธอเว้นวรรคเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังก้องจนคีอาร์ไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว “เธอจะถูกห้ามออกจากคฤหาสน์นี้เป็นเวลาสองสัปดาห์ และเพราะเธอชอบแตงโมกับความเย็นมากนัก ฉันจะสั่งให้คนใช้เอาแตงโมและเมล่อนทั้งหมดออกจากมื้ออาหารของเธอเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และเปิดฮีตเตอร์ในห้องเธอไว้ที่ยี่สิบแปดองศาเสมอ... จนกว่าเธอจะกลับมามีตรรกะ” คำว่าตรรกะหลุดจากริมฝีปากของเคานเตสราวค้อนเหล็กฟาดลงบนพื้นน้ำแข็ง ดวงตาของคีอาร์สั่นวูบไหว ก่อนเธอจะรีบก้มศีรษะลงต่ำจนเส้นผมทิ้งตัวปิดแก้มขาวซีดของเธอไว้หมด มือเล็กกำแน่นแนบลำตัว ความร้อนที่คืบคลานเข้าสู่ร่างเป็นเพียงภาพลวงตาความรู้สึกแท้จริงในใจเธอกลับเย็นเฉียบจนแทบชาจนถึงไขกระดูก 


            “ค่ะ แม่...” เสียงของคีอาร์เบาจนแทบไม่ได้ยิน


            “ไปที่ห้องเธอ และเริ่มคัดลอก De Portamento Nobilitatis เป็นภาษาละตินหนึ่งร้อยจบ ก่อนเช้าวันจันทร์” เคานเตสพูดโดยไม่หันกลับมา ก่อนจะนั่งลงอย่างเชื่องช้าราวกับไม่เคยมีการสนทนาใดเกิดขึ้น


            คีอาร์โค้งศีรษะอีกครั้งและหมุนตัวกลับ ก้าวเท้าออกไปช้า ๆ แต่มั่นคงไปยังบันไดใหญ่ ผมยาวสีทองแดงส่องแสงสะท้อนในแสงโคมระย้าเหมือนเปลวไฟสุดท้ายของเทียนที่กำลังจะดับ ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงลมหายใจเรียบเย็นและดวงตาสีเทาอมเขียวที่กลายเป็นกระจกเงาแห่งความเงียบ ดวงตาของเด็กสาวที่เพิ่งเรียนรู้ว่าความรักจากแม่ อาจเป็นสิ่งที่ต้องใช้ตรรกะมากกว่าอารมณ์ในการทำความเข้าใจ


            ทว่ากลับมีบางอย่างที่ผิดปกติหลังจากนั้น...สัปดาห์ต่อมา


            ภายในห้องรับรองหรูหราของ Nordlys Manor อุณหภูมิแทบไม่ต่างจากหลุมศพที่ห่อหุ้มด้วยหิมะ เงาแสงจากโคมระย้าคริสตัลสะท้อนวับบนผนังหินอ่อน สีเทาเงินของมันราวกับสะท้อนแสงจากขั้วโลกเหนือ สวยงามแต่เย็นเฉียบ แอนนาเบ็ธ เชส ในชุดสูทสีเทาอ่อนยืนตรงกลางห้องอย่างมั่นคง แววตาใต้ผมทองนั้นนิ่งสงบแต่คมเฉียบเหมือนใบมีด มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณที่เดินช้า ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก เหมือนจังหวะนับถอยหลัง เคานเตสเคียร์สเทน นั่งอย่างสง่างามบนเก้าอี้หลุยส์ เธอจิบชาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพง โดยมีสายตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยการประเมินค่า


            "คุณแอนนาเบ็ธ..." เคานเตสเริ่ม น้ำเสียงเย็นเยียบ "การที่สถาปนิคชื่อดังต้องมาเยือนกรีนิชด้วยตัวเองเพื่อเรื่องส่วนตัวของลูกสาวฉัน... ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ ฉันหวังว่านี่จะไม่ใช่เรื่องไร้สาระ"


            แอนนาเบ็ธยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา "ตรงกันข้ามค่ะ มาดาม" เธอใช้คำเรียกอย่างเป็นทางการเพื่อเอาใจ "นี่คือเรื่องของ ศักยภาพอันยิ่งใหญ่" แอนนาเบ็ธโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย โดยไม่เสียความสง่างาม เธอไม่สนใจที่จะอธิบายเรื่องมอนสเตอร์ แต่เลือกที่จะโจมตีที่ปมของเคานเตส "ก่อนอื่น ฉันต้องชื่นชม Nordlys Manor และรสนิยมของคุณ สถาปัตยกรรมฟลอเรนไทน์ รีไววัลที่คุณเลือกใช้ แสดงถึงความเคารพต่อความยิ่งใหญ่ของยุคเรอเนซองส์ได้อย่างหาที่เปรียบไม่ได้" สีหน้าของเคานเตสผ่อนคลายลงเล็กน้อย การชมเชยสถาปัตยกรรมทำให้เธอพอใจ "ขอบคุณ" เคานเตสตอบสั้น ๆ


            "แต่มาดามคะ" แอนนาเบ็ธสานต่อทันที "คุณได้สร้างงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขึ้นมาแล้ว นั่นคือบุตรสาวของคุณ" เคานเตสเงยหน้าขึ้น จ้องมองแอนนาเบ็ธอย่างจริงจังเมื่ออีกฝ่ายบ่งบอกว่าเธอนั้นเป็นผู้สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ "ความสมบูรณ์แบบทางมารยาทและการศึกษาที่เธอแสดงออกมา เป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทของคุณ แต่เราทราบมาว่าความอัจฉริยะในระดับนั้น ก็มาพร้อมกับความท้าทายทางจิตวิทยา" แอนนาเบ็ธพูดถึงอาการเครียดสะสมที่ตัวของเคานเตสเชื่อ เธอเอ่ยประโยคจบอย่างไร้ที่ติ คำพูดลื่นไหลดั่งกลไกของตรรกะที่ผ่านการคำนวณมาแล้วหลายชั้น น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นจนกระทั่งเคานเตส เคียร์สเทน เริ่มลดท่าทีแข็งกร้าวลงเล็กน้อย


            คำพูดยังไม่ทันจบ ราวกับแรงสั่นสะเทือนจากเบื้องล่างกรอบรูปบนผนังสั่นสะเทือนและโคมคริสตัลส่ายไหวอย่างแรง เสียงแก้วแตกรัวเหมือนสายฝน ก่อนที่กระจกบานใหญ่ด้านหลังจะ ระเบิดแตกละเอียดเป็นหมื่นเสี้ยว แสงจันทร์เยือกแข็งไหลทะลักเข้ามาในห้องพร้อมกับลมหนาวจัดจนผ้าม่านฟาดกันดัง ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ


            แอนนาเบ็ธหันขวับ มือคว้าโลหะสีทองจากกระเป๋าข้างเอวมีดสัมฤทธิ์เปล่งประกายเมื่อสัมผัสลมหนาว เสียงแผดร้องที่ไม่ใช่เสียงมนุษย์ดังขึ้น สูง ยาว และชวนให้เส้นเลือดแข็งตัว จากเงานอกหน้าต่าง มันก้าวเข้ามาเป็นสัตว์ร้ายขนาดมหึมา ลำตัวคล้ายงูประหลาดมีขา ผิวหนังเปลี่ยนสีไปตามแสงเหมือนปรอทผสมเลือด ตาแปดดวงเรืองแสงแปรผัน ทันทีที่เห็นแอนนาเบ็ธรู้ได้ทันทีว่าตรงนี้มันคือสถานะการณ์ที่อันตรายที่สุด “นี่ไม่ใช่การโจมตีทางประสาทแล้ว เคานเตส! คุณต้องรีบพาคีอาร์ออกไปเดี๋ยวนี้!!”


            แต่เคานเตสยังคงนั่งนิ่ง ถ้วยชาที่อยู่ในมือแตกแล้วโดยไม่รู้ตัว น้ำร้อนรินลงบนผ้ากำมะหยี่ แต่เธอไม่ขยับแม้แต่น้อยริมฝีปากเม้มแน่น เธอไม่ได้กลัวความตายเท่ากับการสูญเสียความสง่างาม เธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งใส่แอนนาเบ็ธและปีศาจนั้น “พอเถอะ หยุดสร้างละครไร้สาระ!” เธอแผดเสียงออกมา “ฉันบอกแล้ว ไม่มีปีศาจอะไรทั้งนั้นเธอเป็นเพียงเด็กบ้าโรคประสาท! ออกไปจากบ้านฉัน! นี่คือการล่วงละเมิดพื้นที่ส่วนตัว! ฉันบอกแล้วว่าไม่มีอะไรที่เรียกว่ามอนสเตอร์! มันเป็นเพียงอาการประสาทของยัยเด็กคนนั้น”


            คีอาร์ที่ยืนอยู่หลังเสา หายใจติดขัด มือขาวซีดสั่นเล็กน้อย เธอพยายามคุมสติลมหายใจกลายเป็นหมอกน้ำแข็ง แต่มันยังไม่พอขาที่สั่นจนแทบทรุดเธอกลับเลือกที่จะหันกลับไป เพราะหากแม่เป็นอะไรมันหมายถึงสเถียรภาพของเธอก็จะหายไปด้วย “แม่... แม่ฟังหนูก่อน...” น้ำเสียงสั่นแต่ยังพยายามให้สุภาพตามระเบียบที่ถูกฝังในเลือด แต่ไม่ทันจบประโยค เสียงคำรามดังสะเทือน ปีศาจนั้นมุ่งตรงกรงเล็บสีเทาเงินขนาดใหญ่แหวกอากาศด้วยเสียงหวีดร้อง


            เคานเตสยืนขึ้น จับพนักเก้าอี้หลุยส์แน่น เธอก้าวมาข้างหน้าโดยสัญชาตญาณยืนขวางทางอย่างไม่คาดคิด ไม่ใช่เพื่อปกป้องลูกแต่เพื่อกันมันออกจากเฟอร์นิเจอร์และงานศิลป์ของเธอ เสียงคำรามสุดท้ายของสัตว์ร้ายฟาดลง โลหิตพุ่งกระเซ็น ร่างของเคานเตสกระเด็นชนเปียโนสีดำสนิท เสียงคีย์เปียโนแตกพร่าดังขึ้นคล้ายเสียงร้องสุดท้ายของบ้านหลังนี้


            แอนนาเบ็ธเหวี่ยงมีดอย่างแม่นยำ คมมีดเฉือนผิวของสัตว์ร้ายจนประกายแสงเงินแตกกระจาย กลิ่นเหล็กร้อนและเลือดของมอนสเตอร์แตะจมูก เธอถอยไปทางคีอาร์ คว้ามือเด็กสาวแน่น คีอาร์ไม่ร้องไห้ ไม่แม้แต่จะกรีดเสียง เธอยืนมองเลือดของมารดาที่หยดบนพื้นหินอ่อน แสงไฟสะท้อนกลายเป็นสีชมพูอ่อน  ดวงตาเทาอมเขียวของเธอว่างเปล่า ไม่มีความโกรธ ไม่มีความเศร้า มีเพียงการรับรู้ที่เย็นชาและจริงจังเกินกว่าความเป็นมนุษย์ ความจริงแทรกซึมในหัวของเธอมันทำให้เธอต้องคิด คีอาร์ยืนมองการตายของมารดาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความเศร้าโศก แต่เป็นความว่างเปล่าและการตระหนักรู้ทางตรรกะที่น่ากลัว ว่า 'ตอนนี้เธอไร้ที่พึ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว'


            แอนนาเบ็ธใช้หมวกแยงกี้ส์พรางตัวพุ่งเข้าผลักคีอาร์ให้พ้นรัศมีการโจมตี จากนั้นเธอก็กรีดมีดสั้นเข้าที่ลำตัวของสัตว์ร้ายอย่างแม่นยำอีกครั้ง เพื่อให้มันแน่นิ่ง "คีอาร์!" แอนนาเบ็ธตะโกน "แม่ของคุณจากไปแล้ว! เราต้องไปเดี๋ยวนี้! ฉันถูกส่งมาเพื่อรับเธอโดยตรง และเงินสำหรับการเดินทางของเธอถูกจ่ายแล้ว ไม่ใช่โดยแม่ของคุณแต่โดยพ่อของเธอ! พ่อของเธอเขารู้ทุกอย่าง เขาส่งฉันมา เขาจ่ายทุกอย่างเพื่อให้เธอปลอดภัย"


            ชื่อที่หลุดจากปากแอนนาเบ็ธเหมือนแรงกระแทกจากภายใน คำว่า ‘พ่อ’ สะท้อนในหัวคีอาร์ เสียงของแม่ที่เคยสาปแช่งชื่อชายคนนั้นยังดังในหู แต่ตรรกะของเธอทำงานในเสี้ยววินาที ชายที่แม่เกลียดคือคนที่จ่ายเงินให้เธอรอดชีวิต มันสมเหตุสมผลดี ในโลกที่ไม่มีความรักมีแต่ผลลัพธ์แห่งความสัมพันธ์ “เข้าใจแล้วค่ะ” เธอตอบเรียบ ๆ เสียงเย็นพอ ๆ กับลมหายใจ ไม่มีช่วงเวลาให้เก็บร่างไร้วิญญาณของเคานเตสเคียร์สเทน สาวใช้เป็นคนจัดการทั้งหมดเพราะเขาคือคนที่เทพบอเรอัสส่งมา ความโหดร้ายของสตรีที่เคยมีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวจบสิ้นลงกับความตายที่ไม่หวนกลับ คีอาร์ถูกพาตัวออกไปสู่ค่ายฮาล์ฟบลัด พร้อมกับความจริงอันเย็นชาว่าชีวิตของเธอถูกซื้อด้วยเงินของคนที่แม่เธอรังเกียจ และความรักความผูกพันก็ถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์


[NPC-11] แอนนาเบ็ธ เชส

พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-11] แอนนาเบ็ธ เชส เพิ่มขึ้น 5 โพสต์ 2025-10-23 09:14
โพสต์ 50932 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-10-23 05:30
โพสต์ 50,932 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก ปากกาหมึกซึม  โพสต์ 2025-10-23 05:30
โพสต์ 50,932 ไบต์และได้รับ +5 EXP +6 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2025-10-23 05:30
โพสต์ 50,932 ไบต์และได้รับ +5 EXP +10 ความกล้า จาก แว่นตา  โพสต์ 2025-10-23 05:30
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ 3 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2026-2-10 21:55

วันที่ 16 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเย็น เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ คฤหาสน์แสงเหนือ

◀️┃▶️


เสียงล้อรถยนต์ Rolls-Royce Phantom บดเบียดกับถนนกรวดที่โรยไว้อย่างประณีตก่อนจะหยุดลงอย่างนุ่มนวลที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คีอาร์ก้าวลงจากรถพร้อมกับสูดอากาศที่เจือกลิ่นดอกไม้ในยามเย็๋น เบื้องหน้าของเธอคือ House of the Northern Lights หรือ บ้านแห่งแสงเหนือ คฤหาสน์สไตล์ฟลอเรนไทน์รีไววัล ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาในย่านที่เงียบสงบที่สุดของกรีนิช ตัวอาคารทาสีชมพูอมส้มปะการังตัดกับท้องฟ้าสีคราม ดูอบอุ่นและเชื้อเชิญราวกับภาพวาดในฤดูใบไม้ผลิ สวนดอกไม้โทนสีม่วงและชมพูที่ด้านหน้าถูกจัดแต่งอย่างไร้ที่ติ แต่สำหรับคีอาร์มันคือภาพลวงตาที่งดงามที่สุดที่เคานเตสเคียร์สเทน มารดาผู้ล่วงลับของเธอจงใจสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความเยือกเย็นภายในจิตใจและเชื้อสายแห่งเหมันต์ที่ไหลเวียนอยู่ในตระกูล แต่วันนี้... ความเงียบงันที่คุ้นเคยกลับถูกทำลายลง


ทันทีที่พ่อบ้านชราเปิดประตูไม้สักบานมหึมาให้ เสียงหัวเราะแหลมสูงที่ฟังดูประดิษฐ์ก็ดังลอดออกมาจากห้องรับแขก

“โอ้ตายจริง! หลานรักกลับมาถึงแล้วหรือเนี่ย!”

หญิงวัยกลางคนในชุดเดรสสีฉูดฉาดราคาแพงลิ้วที่ดูพยายามจะหรูหราจนเกินงามปรี่เข้ามาหาคีอาร์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนจมูกตีเข้ากับกลิ่นเมนทอลแตงโมของคีอาร์จนเธอต้องเผลอย่นจมูกเล็กน้อย หญิงคนนั้นคือ น้าบีทริซ น้องสาวแท้ ๆ ของแม่ที่คีอาร์ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนตลอดชีวิต เพราะแม่ตัดขาดจากญาติพี่น้องที่หวังแต่ผลประโยชน์พวกนี้ไปตั้งแต่หย่ากับสามีเก่า


“คีอาร์ใช่ไหมจ๊ะ? น้าบีทริซเองนะ จำน้าได้ไหมเอ่ย? ไม่เจอกันตั้งนาน โตเป็นสาวสวยเชียว!” บีทริซจีบปากจีบคอพูดพลางทำท่าจะเข้ามากอด แต่สายตาที่กรีดอายไลเนอร์หนาเตอะกลับกวาดมองสำรวจชุดแบรนด์เนมและเครื่องประดับบนตัวคีอาร์ราวกับเครื่องคิดเลขที่กำลังประเมินราคา “น่าสงสารจริง ๆ ที่ต้องมาอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ แต่วางใจเถอะจ้ะ น้ากับลุงมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วนะ จะได้ช่วยดูแลสมบัติ... เอ้ย ดูแลความเรียบร้อยให้ไงจ๊ะ”


ด้านหลังของบีทริซ มีชายร่างท้วมและลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์ พวกเขามองคีอาร์ด้วยสายตาเหยียดหยามปนอิจฉา ราวกับเห็นเด็กเมื่อวานซืนที่โชคดีได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด


คีอาร์ขยับแว่นสายตาทรงกลมให้เข้าที่ มุมปากกระตุกยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เธอรู้ดีว่าคนพวกนี้คือปลิงที่กำลังถังแตกและหวังจะมาสูบเลือดจากมรดกที่แม่ทิ้งไว้ “สวัสดีค่ะคุณน้าบีทริซ ยินดีที่ได้พบนะคะ” คีอาร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจ เธอกวาดตามองกองกระเป๋าเดินทางราคาถูกที่วางระเกะระกะอยู่มุมห้องโถงหินอ่อนที่เคยเป็นระเบียบ “ฉันไม่ยักรู้ว่าเราสนิทกันขนาดที่น้าจะจำได้ว่าฉันโตขึ้นแค่ไหน ในเมื่อเราไม่เคยเจอกันเลยตั้งแต่ฉันจำความได้”


รอยยิ้มของผู้เป็นน้าอย่างบีทริซกระตุกวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบปั้นหน้าเศร้าเคล้าน้ำตา “โธ่ หลานก็รู้ว่าแม่ของหลานเขา... ค่อนข้างจะถือตัว แต่ช่างเถอะจ้ะ ตอนนี้เรามาอยู่ด้วยกันแล้ว น้าจะจัดการทุกอย่างให้เอง หลานจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเรื่องเอกสารมรดกพวกนั้น”


“ขอบคุณในความหวังดีนะคะ” คีอาร์ตัดบทอย่างนิ่มนวล เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยในท่วงท่าของชนชั้นสูงที่ถูกฝึกมาอย่างดีจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของญาติ ๆ “แต่เรื่องเอกสาร ทนายส่วนตัวของตระกูลโซล็อตล์จัดการไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนเรื่องการดูแลบ้าน...” เธอเว้นจังหวะ ปรายตามองพ่อบ้านชราที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง “พ่อบ้านของฉันดูแลที่นี่มาดีตลอด ไม่จำเป็นต้องรบกวนน้าหรอกค่ะ แต่ในเมื่อมากันแล้ว ก็... ทำตัวตามสบายนะคะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองไปก่อนก็ได้ค่ะ”


คำว่า ‘ไปก่อน’ ของคีอาร์เน้นเสียงชัดเจนจนบีทริซหน้าชาเหมือนโดนตบด้วยผู้ดีอังกฤษ คีอาร์ไม่รอให้ใครได้ทันโต้ตอบ เธอขยับตัวก้าวเดินผ่านกลุ่มญาติกาฝากเหล่านั้นตรงไปยังบันไดวนหรูหรา “อ้อ... วันนี้ฉันเดินทางมาเหนื่อยมาก ขออนุญาตขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะคะ เรื่องอื่น ๆ ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ค่ะ” นั้นคือคำที่คีอาร์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นโดยไม่หันกลับไปมองสายตาที่ลุกเป็นไฟด้วยความริษยาและโกรธแค้นของบีทริซที่มองไล่หลังมา เธอเดินขึ้นบันไดไปเงียบ ๆ ทิ้งให้แขกไม่ได้รับเชิญยืนกำหมัดแน่นอยู่ท่ามกลางความหรูหราที่พวกเขาไม่มีวันได้ครอบครอง



กลับบ้านวันที่ 1

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 19739 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 3 วันที่แล้ว
โพสต์ 19,739 ไบต์และได้รับ +6 EXP +6 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก เข็มทิศวายุไร้ทิศ  โพสต์ 3 วันที่แล้ว
โพสต์ 19,739 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส  โพสต์ 3 วันที่แล้ว
โพสต์ 19,739 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก การบิน  โพสต์ 3 วันที่แล้ว
โพสต์ 19,739 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 3 วันที่แล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
โพสต์ เมื่อวานซืน 22:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 18 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเช้า เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ คฤหาสน์แสงเหนือ

◀️┃▶️


             แสงเงินแสงทองยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างสูงชะลูดของคฤหาสน์สีชมพูปะการังในกรีนิช กระทบกับหยดค้างเมฆที่เกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ ตามขอบกระจกซึ่งมักจะเกิดขึ้นเสมอในที่ที่คีอาร์พำนักอยู่ คีอาร์ก้าวลงจากบันไดวนหินอ่อนด้วยท่วงท่าสงบกริบ เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมทับด้วยคาร์ดิแกนสีเทาเข้มขอบลูกไม้ประณีตคู่กับกระโปรงยาวทรงเอสไตล์ Light Academia ที่ทำให้เธอดูราวกับหลุดออกมาจากหอสมุดเก่าแก่ในยุโรป กลิ่นหอมเย็นของลูกอมแตงโมและเมนทอลในตอนนี้ลอยกระจายตัวอ่อน ๆ เมื่อคีอาร์ก้าวเข้าสู่ห้องอาหารที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตร บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดที่เคยเงียบสงัด ทว่าบัดนี้กลับถูกจับจองโดยน้าบีทริชและครอบครัวที่กำลังจัดการกับอาหารเช้าพลางวิพากษ์วิจารณ์ภาพเขียนบนผนังที่แม่ของเธอเก็บสะสมเอาไว้อย่างออกรส


             “อรุณสวัสดิ์จ้ะหลานรัก! นอนหลับสบายดีไหมจ๊ะ?” น้าบีทริชเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ดที่พยายามปั้นให้ดูเอ็นดูคีอาร์อย่างสุดใจแต่ทว่าแววตาซ่อนความริษยาต่อหลานสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าเอาไว้ไม่มิด เธอมองจ้องไปที่คีอาร์ผู้เป็นหลานซึ่งกำลังทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามของเธอ “โธ่ ดูสิ... ผอมแห้งแรงน้อยเหลือเกิน ใส่แว่นหนาเตอะแบบนี้คงมัวแต่ก้มหน้าอ่านตำราจนไม่ได้ดูโลกภายนอกล่ะสิ”


             คำกระแหนะกระแหน่นั้นคีอาร์ไม่ได้ตอบโต้อะไรมากไปกว่าการขยับแว่นสายตาทรงกลมให้เข้าที่ เพราะมันคือหน้ากากที่ทำใหเธอดูเป็นเด็กสาวผู้อ่อนแอและใสซื่อเหมาะแก่การปั่นหัว “ค่ะ คุณน้า… พอดีฉันชอบความรู้มากกว่าความวุ่นวายน่ะค่ะคุณน้า”


             ในช่วงสายมิสเตอร์สเตอลิงทนายความวัยกลางคนประจำตัวของเคานเตสเคียร์สเทนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำแล้วเดินเข้ามาภายในของตัวห้องรับรองคฤหาสน์แห่งนี้ เขาวางเอกสารหนาปึกลงบนโต๊ะท่ามกลางความเงียบของเหล่าสมาชิกที่ทั้งได้รับเชิญและไม่ได้รับเชิญซึ่งกดดันทันทีที่ตัวทนายเริ่มเปิดอ่านข้อมูลมรดกทั้งหมด


             “ตามพินัยกรรมของเคานเตสเคียร์สเทน ทรัพย์สินทั้งหมดรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในกรีนิชและพอร์ตการลงทุนในนอร์เวย์ จะถูกส่งมอบให้แก่ คีอาร์ โซล็อตล์ ผู้เป็นบุตรตามกฎหมาย เพียงผู้เดียวครับ คิดเป็นมูลค่ารวมเบื้องต้นราว ๆ สองร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐครับ” มิสเตอร์สเตอลิงอ่านข้อความภายในเหล่านั้นพลางขยับแว่น


             คำนั้นทำให้เสียงช้อนที่มือในมือของน้าสาวกระทบจานดังสนั่นเมื่อน้าบีทริชเผลอทำหลุดมือ แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโลภต่อจำนวนเงินนั้นก่อนจะรีบปั้นสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยหลานสาวคนดีของเธอทันที “สองร้อยล้าน! ตายแล้ว! มิสเตอร์สเตอลิง คุณจะให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างคีอาร์ถือเงินจำนวนมหาศาลแบบนี้ได้ยังไง? ยัยหนูนี่แค่ออกไปซื้อของชำเองยังจะไม่รอดเลยมั้งคะ!” สิ้นคำบีทริชก็หันมาหาคีอาร์พลางยื่นมือมาหมายจะกุมมือเด็กสาวที่เธอถือว่าเป็นหลานสาวคนดี(เด็กเปรต) ให้ดูเหมือนสนิทกัน “คีอาร์จ๊ะ น้าในฐานะญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ตามสายเลือด น้ามีสิทธิ์และหน้าที่โดยชอบธรรมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกและดูแลผลประโยชน์ให้หนูจนกว่าหนูจะอายุยี่สิบเอ็ดนะจ๊ะ นี่คือกฎหมายนะจ๊ะหลานรัก”


             ดวงตาที่อยู่ใต้แว่นของคีอาร์นิ่งสงบ เธอมองมือที่พยายามจะเอื้อมมาถึงตัวเธอ ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อยอย่างสุภาพแต่ชัดเจนว่ารังเกียจเดียจฉันคนตรงหน้า ดวงตาสีเฮเซลภายใต้กรอบแว่นจ้องมองน้าสาวด้วยความเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยความรู้ที่คนตรงหน้าคาดไม่ถึง “น่าสนใจดีนะคะคุณน้า” คีอาร์เอ่ยเสียงนุ่มทว่าเด็ดขาด “แต่เท่าที่ฉันศึกษาข้อกฎหมายของรัฐคอนเนทิคัตและกฎหมายแพ่งสหรัฐฯ การที่บุคคลหนึ่งจะเป็น Guardian of the Estate หรือผู้ปกครองดูแลทรัพย์สินของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะมีสายเลือดเดียวกันนะคะ”


             คำที่ดูจะขัดกับสิ่งที่บีทริชปรารถนา หญิงสาวมีรอยเหี้ยวบนหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่พอกแป้งหนาเตอะเริ่มบิดเบี้ยวจากคำพูดของหลานสาวที่ตอนแรกคิดว่าจะยอมทุกอย่างให้มันอยู่กุมในกำมือของเธอ “คะ... คีอาร์! แกพูดเรื่องอะไรน่ะคีอาร์? ฉันเป็นน้าเเท้ ๆ ของแกนะ!”


             “ก็ไม่ใช่ว่าสิทธิ์นั้นต้องได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากศาลพินัยกรรมของสหรัฐหรอคะ?” คีอาร์พูดแทรกขึ้นมาอย่างสุขุมและมันคือความจริงที่อีกฝ่ายปฎิเสธไม่ได้ ทว่าก็ไม่มีความเป็นหุ่นยนต์อยู่ในน้ำเสียงนั้นอีกต่อไป หากแต่คนที่ฟังคงจะเหมือนว่าจะโดนตัดเฉือนและหักหน้าคนอายุมากกว่าตรงหน้า “ฉันอยากถามคุณน้าค่ะ ว่าคุณน้ามีสิทธิ์ตามมาตราข้อไหนหรือคำสั่งศาลใบไหนมาอ้างถือสิทธิ์เป็นผู้ปกครองทรัพย์สินของฉันคะ? เพราะในพินัยกรรมของแม่ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามญาติฝั่งแม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนนี้”


             บีทริชที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอายที่โดนเด็กถอนหงอกกลางโต๊ะอาหารในช่วงสายตอนนี้ “แกมันเด็กสามหาว! คิดว่าอ่านหนังสือมานิดหน่อยจะเก่งกว่าผู้ใหญ่เหรอ? ฉันจะไปร้องต่อศาลว่าแกมีสภาพจิตใจไม่มั่นคงพอที่จะดำรงทรัพย์ของแกได้คอยดู!”


             คีอาร์พ่นลมหายใจเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเผยธาตุแท้ของตเนองออกมา เธอลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่ามกลางกลิ่นเมนทอลแตงโมที่รุนแรงขึ้นตามระดับพลังงานในร่าง ผิวพอร์ซเลนของเธอดูขาวซีดจนน่าขนลุกเมื่อรวมกับแววตาที่จ้องลึกเข้าไปในความโลภของบีทริชที่ยังคงเหมือนกับคนที่ไร้สมองมืดบอดไปด้วยดวงตาที่แสนน่ารังเกียจ


             “ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ พรุ่งนี้เช้าเราจะไปพบศาลพินัยกรรมกัน มิสเตอร์สเตอลิง รบกวนแจ้งเจ้าหน้าที่ศาลและเตรียมหลักฐานให้พร้อมนะคะ ฉันต้องการให้ศาลตัดสินให้กระจ่างต่อหน้าพยานทุกฝ่าย จะได้รู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ที่ไม่มีคุณสมบัติพอจะก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้” เด็กสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนที่คีอาร์จะปรายตามองญาติคนอื่น ๆ ที่นั่งหน้าซีดเผือดจากคำพูดของเด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าที่เปลี่ยนตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังตีนเมื่อกี้ “วันนี้เชิญพักผ่อนตามสบายนะคะ หวังว่าห้องพักราคาแพงในคฤหาสน์ของแม่ฉันจะช่วยให้คุณน้าสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง ฉันขอตัวค่ะ” เมื่อพูดจบคีอาร์ก็หมุนตัวเดินขึ้นชั้นสองทันที ทิ้งให้บีทริชและญาติคนอื่น ๆ ยืนกรีดร้องเท้ากระทืบพื้นพรมราคาแพงด้วยความแค้นใจและอิจฉาตาร้อนอยู่เบื้องหลัง



แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 27,068 ไบต์และได้รับ +5 EXP +10 ความกล้า จาก แว่นตา  โพสต์ เมื่อวานซืน 22:22
โพสต์ 27,068 ไบต์และได้รับ +5 EXP +6 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ เมื่อวานซืน 22:22
โพสต์ 27,068 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก ปากกาหมึกซึม  โพสต์ เมื่อวานซืน 22:22
โพสต์ 27,068 ไบต์และได้รับ +4 EXP +8 ความศรัทธา จาก น้ำหอม Unisex  โพสต์ เมื่อวานซืน 22:22
โพสต์ 27,068 ไบต์และได้รับ +5 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์ เมื่อวานซืน 22:22
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้