สถานีรถไฟฟ้า BART

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×

สถานีรถไฟฟ้า BART

(รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา)
Hero Image

สถานีรถไฟฟ้า BART

[ หัวใจการเดินทางแห่งอ่าวเบย์แอเรีย ]

ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเบย์แอเรีย (BART - Bay Area Rapid Transit) เป็นโครงข่ายรถไฟที่สำคัญยิ่งในการเชื่อมโยงเมืองต่าง ๆ รอบอ่าวซานฟรานซิสโก BART ครอบคลุมพื้นที่หลัก ๆ ทั้งซานฟรานซิสโก โอ๊คแลนด์ เบิร์กลีย์ และขยายไปถึงซานโฮเซ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ "Transbay Tube" อุโมงค์ใต้ทะเลที่พาคุณลอดข้ามอ่าวเชื่อมระหว่างซานฟรานซิสโกกับโอ๊คแลนด์ได้อย่างรวดเร็ว สถานีต่าง ๆ สะดวกต่อการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญ อาทิ สนามบิน SFO และ Oakland พร้อมเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่น ๆ เช่น Caltrain และ MUNI ถือเป็นทางเลือกหลักในการหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในเบย์แอเรีย

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 8609 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-10-19 09:09
โพสต์ 2025-10-19 21:50:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Moneka เมื่อ 2025-10-19 23:47

วันที่ 19 เดือน ตุลาคม ปี 2025

ช่วงเช้า เวลา 09.44 - 10.44 เป็นต้นไป ณ สถานีรถไฟฟ้า BART ซานฟรานซิสโก เปลี่ยนจังหวะการเดินทัพตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว


เสียงฝีเท้าของกองร้อยที่ 2 ดังสะท้อนเป็นจังหวะคงที่ท่ามกลางอากาศเย็นของช่วงสาย พวกเขาเพิ่งผ่านทางลาดชันของ CA-24 ที่แสนโหดมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ขณะนี้ทั้งหน่วยกำลังเดินเรียงหนึ่งเข้าสู่เขตเมืองของโลกภายนอก สถานีรถไฟฟ้า BART ของเขตเบย์แอเรีย ที่ถูกปรับใช้เป็นสนามทดสอบใหม่ของค่ายจูปิเตอร์ เสียงโลหะและหนังรัดของสัมภาระกระทบกันเบา ๆ ทุกครั้งที่พวกเขาเคลื่อนไหว กลายเป็นทำนองเดียวกับเสียงแผ่วของสายลมใต้โครงสร้างคอนกรีต


ภาพเบื้องหน้าคือเสาโครงสร้างขนาดยักษ์เรียงรายขนานไปตามแนวเพดานสูง ผิวพื้นเรียบเย็นจนสะท้อนเงาแสงไฟนีออนสีขาวซีด พื้นคอนกรีตบางช่วงถูกแต่งให้เรียบลื่น ขณะที่บางส่วนกลับแตกร้าวจนเห็นเหล็กเส้นผุพังซ่อนอยู่ด้านใน บันไดเลื่อนสองฝั่งที่เคยขนผู้โดยสารนับหมื่นขึ้นลงถูกปิดตายด้วยแผ่นโลหะ ข้างบันไดเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษกระจกเก่า ๆ ที่สะท้อนเงาเหล่าทหารเหมือนภาพซ้อนของอดีตนี้ค่ายจูปิเตอร์มันเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรอวะเนี้ย…สุดยอด


“ต่อไปคือบททดสอบการปรับตัวต่อจังหวะ” เสียงของ เฟเบียส รูฟัส ดังขึ้นข้างหูโมนีก้า ร่างองลาเรสยังคงอยู่ในกิ่งไม้ที่เหน็บไว้ข้างเอวของเธอ “ในสถานการณ์ยุทธวิธีจริง คำสั่งเปลี่ยนได้ทุกวินาที พวกเจ้าต้องเปลี่ยนจังหวะการเดินทัพได้อย่างรวดเร็วและพร้อมเพรียง” มนีก้าพยักหน้าช้า ๆ ขณะกระชับสายรัดสัมภาระให้แน่นขึ้น การเพิ่มน้ำหนักจำลองเล็กน้อยที่เพิ่งได้รับทำให้สัมภาระบนหลังของเธอรู้สึกเหมือนก้อนหินร้อยก้อนถ่วงอยู่บนกระดูกสันหลัง แต่เธอไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อย เพราะเข้าใจดีว่าทุกครั้งที่ลาร์เรสพูดว่าเล็กน้อยมันไม่เคยหมายถึงน้ำหนักที่คนทั่วไปจะรับไหว


“แถวตอนเรียงหนึ่ง! เดินปกติ! (Pace Normalis!)” เสียงสั่งเริ่มต้นดังขึ้นพร้อมเสียงตะโกนยืนยันจากกิ่งไม้พูดได้


เสียงฝีเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังก้องเป็นระเบียบ ตึก... ตึก... ตึก... โมนีก้าก้าวนำอยู่หัวแถว ใช้ช่วงเวลาเริ่มต้นนี้ควบคุมการหายใจของตนเองให้สม่ำเสมอ พยายามปล่อยให้ร่างกายได้ฟื้นตัวจากความล้าในส่วนที่ยังเหลือ การเดินในจังหวะปกติให้คงรูปแถวได้ตลอดหนึ่งชั่วโมงนั้นยากกว่าที่คิด เพราะทุกคนเริ่มมีจังหวะการหายใจที่ต่างกันตามความอ่อนแรงของร่างกาย อากาศใต้ดินชื้นและเย็นจัด เมื่อพวกเขาเดินเข้าสู่ทางเดินใต้ดินที่เลียนแบบ Transbay Tube ของระบบจริง เสียงหายใจเริ่มดังแข่งกับเสียงรองเท้าเหล็ก


“เดินเร็ว! (Pace Celer!)” เฟเบียสสั่งอย่างเฉียบขาด


ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง ทั้งกองร้อยขยับพร้อมกันโดยอัตโนมัติ จังหวะการก้าวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แขนของพวกเขาเหวี่ยงไปมาหนักขึ้นเพื่อสร้างแรงส่ง โมเมนตัมของการเดินเร็วนี้ไม่ใช่การเร่งรีบ แต่เป็นการทดสอบการควบคุมความเร็วให้คงเส้นคงวา โมนีก้ากัดฟันแน่น ดวงตาสีเทาเงินจับจ้องไปยังแนวเสาเบื้องหน้า เธอไม่มองพื้น เพราะรู้ว่าทุกการเหลือบตาจะทำให้เสียจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีและในสนามนี้ เสี้ยววินาทีก็ถือเป็นข้อผิดพลาด


ลมหายใจเริ่มหนักขึ้นเมื่อผ่านไปสิบนาที เสียงกระทบของสัมภาระด้านหลังสั่นสะเทือนเข้ามาที่หัวไหล่ของเธอ แต่ก่อนที่ความเหนื่อยจะมีโอกาสสะสม เสียงของเฟเบียสก็ดังขึ้นอีกครั้ง


“เดินเร่งด่วน! (Pace Maximus!)” คำสั่งที่ฟังเหมือนง่ายแต่ทุกคนในหน่วยรู้ดีว่านั่นหมายถึงการลงโทษทางร่างกายที่แท้จริง เสียงรองเท้าทั้งแถวดังสนั่น พื้นคอนกรีตสะเทือนเล็กน้อยเมื่อทุกคนเริ่มก้าวในจังหวะที่ยาวและเร็วที่สุดเท่าที่มนุษย์สามารถทำได้โดยไม่แตกแถว แขนเหวี่ยงสุดแรง ขาเหยียดจนกล้ามเนื้อหลังต้นขาแทบฉีก เสียงหอบเริ่มกลืนกันเป็นเสียงเดียว


“ทหารคนที่ห้า! อย่าลากเท้า! การลากเท้าคือการทรยศต่อจังหวะของเพื่อน!” เสียงนั้นสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ราวกับฟ้าผ่ากลางเหล็ก โมนีก้ากลั้นหายใจชั่วครู่ก่อนจะปรับแรงก้าวของตนเองให้มั่นคงขึ้น เธอรู้ดีว่าคำดุด่านั้นไม่ใช่เพียงต่อคนเดียว แต่คือคำเตือนสำหรับทั้งหน่วยให้ไม่หลุดออกจากจังหวะชีวิตเดียวกัน เหงื่อไหลซึมผ่านขอบหมวกเกราะเข้าตา เธอพยายามไม่ยกมือขึ้นเช็ดเพราะจะทำให้เสียสมดุล โล่บนแขนซ้ายหนักขึ้นทุกวินาที จนเธอรู้สึกเหมือนร่างกายจะดับวูบ แต่แล้วเสียงของเฟเบียสก็ดังอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่คำดุ หากแต่เป็นคำสั่งที่ทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนแทบช็อก


“เดินปกติ!”


เพียงเสี้ยววินาทีหลังคำสั่ง ร่างกายของทุกคนต้องเปลี่ยนจากก้าวยาวเร็วที่สุดมาสู่จังหวะสั้นและช้าทันที โมนีก้ารู้สึกว่ากล้ามเนื้อขาตึงจนแทบระเบิด เธอต้องลดการเหวี่ยงแขนทันควัน ปรับการหายใจให้ลึกขึ้นเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจโดยไม่เสียการทรงตัว เสียงหอบของเพื่อนร่วมหน่วยกลายเป็นเสียงเดียวกันที่สะท้อนในอุโมงค์ราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา


ภารกิจดำเนินต่ออีกเกือบหนึ่งชั่วโมง เดินเร็วสามนาที, ปกติหนึ่งนาที, เร่งด่วนห้านาที, แล้ววนกลับซ้ำเหมือนเครื่องจักรสงครามที่ไม่รู้จักคำว่าพัก ไม่มีใครพูด ไม่มีเสียงบ่น มีเพียงเสียงฝีเท้าที่หลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของทุกคนในกองร้อย เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงพอดี เสียงของ คุณไคลน์ ดังขึ้นแทนเฟเบียส “หยุด!”


ฝีเท้าทั้งหมดหยุดพร้อมกันในชั่วพริบตา ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง โมนีก้าทรุดตัวนั่งพิงกำแพงคอนกรีต โล่สคูทุมของเธอวางข้างตัว เสียงโลหะสัมผัสพื้นเบา ๆ ดังก้องในอุโมงค์ที่เงียบงันเกินจริง เธอหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม เหงื่อไหลเข้าร่องนิ้วมือที่ถือโล่แน่นจนสั่น “วินัยของพวกเจ้า... เป็นที่น่าพอใจ” เขาหยุดหนึ่งจังหวะก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงเข้ม “แต่การปรับตัวยังต้องฝึกฝนอีกมาก ในสนามจริง คำสั่งไม่รอใคร แม้แต่คนที่หอบอยู่ข้างกำแพง”


โมนีก้ายิ้มเหนื่อย ๆ ดวงตาสีเทาเงินยังคงส่องประกายท่ามกลางเหงื่อและฝุ่น “เข้าใจแล้วค่ะ... ลาร์เรสเฟเบียส…” ถึงจะเหมือนอยากจะบ่นแต่สุดท้ายก็สอบต่อวนไป

รางวัล: พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5 [Lares-02] เฟเบียส รูฟัส

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [Lares-02] เฟเบียส รูฟัส เพิ่มขึ้น 5 โพสต์ 2025-10-19 21:59
โพสต์ 28098 ไบต์และได้รับ 12 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-10-19 21:50
โพสต์ 28,098 ไบต์และได้รับ +10 EXP +12 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก การควบคุมธรนี  โพสต์ 2025-10-19 21:50
โพสต์ 28,098 ไบต์และได้รับ +9 EXP +8 เกียรติยศ +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก สัมภาระเต็มรูปแบบ  โพสต์ 2025-10-19 21:50
โพสต์ 28,098 ไบต์และได้รับ +9 EXP +12 เกียรติยศ +12 ความศรัทธา จาก เข็มทิศ  โพสต์ 2025-10-19 21:50
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รองเท้าบูตแบล็คชิฟเทอร์ส
เข็มทิศแห่งวัฏจักร
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
สัมผัสแห่งชีวิต
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
ผ้าคลุมไหล่ไหมสีทอง
Vulcan's Ember
ควบคุมมด
การฟืิ้นฟูแห่งชีวิตบริสุทธิ์
ผืนป่าลวงตา
บอดี้สูทแบล็คชิฟเทอร์ส
ดาบสุริยคติ
Icarus Mirror
แหวนเคลื่อนย้าย
จำแลงร่าง
สร้อยข้อมือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต
เนตรแห่งฟีบี้
น้ำหอมเฮคาที
การควบคุมพืชขั้นสูง
การควบคุมธรนี
รากพันธนาการ
พลังบงการความยาวของร่างกาย
โล่สคูทุม
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
เกมคอนโซลพกพา
กระซิบแห่งพงไพร
แหวนดาราจรัส(D)
ต่างหูเงิน
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x10
x1
x4
x3
x4
x10
x1
x30
x30
x36
x3
x9
x1
x1
x3
x3
x6
x4
x7
x8
x28
x42
x8
x10
x9
x1
x23
x169
x2
x8
x16
x22
x8
x4
x26
x2
x10
x2
x18
x14
x88
x4
x13
x6
x520
x2
x2
x7
x52
x1
x31
x2
x2
x7
x2
x14
x9
x6
x18
x1
x17
x3
x47
x5
x12
x51
x12
x4
x26
x1
x12
x24
x4
x4
x1
x1137
x4
x12
x4
x1
x3
x26
x18
x15
x48
x4
x7
x9
x10
x13
x2
x2
x8
x99
x15
x3
x4
x2
x2
x7
x129
x1
x7
x4
x6
x10
x5
x12
x4
x9
x10
x12
x1
x1
x4
x479
x4
x2
x20
x2
x24
โพสต์ 2025-12-30 23:29:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 23 เดือน ธันวาคม ปี 2025
เวลาบ่าย เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
◀️┃▶️


เสียงโลหะบดกับรางดังสม่ำเสมอราวกับจังหวะหัวใจของเครื่องจักร ขบวน Southwest Chief พุ่งทะยานผ่านทะเลทรายอันเวิ้งว้างและภูเขาหินสีแดงส้มของนิวเม็กซิโก เข้าสู่รัฐแอริโซนาในยามเช้าที่หมอกบางพาดผ่านฟ้าเหนือเส้นขอบขาวของหิมะที่ค้างบนยอดเขา คีอาร์เอนพิงพนักเบาะในตู้นอนของเธอ มือข้างหนึ่งถือหนังสือ อีกข้างถือแก้วกาแฟเย็นที่ละลายไปครึ่งแก้ว ดวงตาสีเทาอมเขียวจับจ้องข้อความบนหน้ากระดาษแต่จิตใจกลับล่องลอยตามเสียงล้อที่กระทบเหล็กเป็นระยะ


ในห้องโดยสารมีเพียงเสียงสั่นสะเทือนของโครงรถและเสียงลมตีผนังข้างขบวน เธอชอบความสม่ำเสมอของมัน มันคือจังหวะที่เข้าใจง่าย ไม่เหมือนเสียงของผู้คนที่เปลี่ยนไปทุกวินาที คีอาร์หันไปมองวิวด้านนอกอีกครั้ง แสงแดดสะท้อนกับทรายสีทองระยิบระยับ เหมือนมหาสมุทรแข็งตัวอยู่กลางทะเลทราย เธอยกกล้องถ่ายรูปเล็กขึ้นมาถ่ายภาพเงาสะท้อนนั้นโดยไม่พูดอะไร เหมือนบันทึกช่วงเวลาที่ไม่ต้องมีใครมาแบ่งปัน


เที่ยงวันผ่านไปอย่างช้าแต่แน่นอน รถไฟแล่นข้ามเขตเนวาดาเข้าสู่แคลิฟอร์เนีย ลมที่พัดผ่านหน้าต่างมีความชื้นแฝงอยู่ กลิ่นอากาศเริ่มต่างไปจากทะเลทราย แทนที่ด้วยกลิ่นหญ้าเปียกและฝุ่นจากป่าไม้ที่เรียงรายตามทาง ดวงตาของเธอจับภาพวิวเหล่านั้นผ่านกระจก คีอาร์ไม่ได้ยิ้ม แต่มีแววของความพอใจบางอย่างที่เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อทุกอย่างอยู่ในระเบียบและอยู่ในสายตา


เวลาบ่ายสองของวันที่ 23 รถไฟชะลอความเร็วลงก่อนเข้าสถานีสุดท้าย เสียงหวูดดังยาวลากยาวกลางอากาศร้อนจัดที่ปะปนกับลมหนาวจากมหาสมุทรแปซิฟิก คีอาร์จัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ สะพายกระเป๋า และยกถุงใบเล็กที่บรรจุของสำคัญขึ้นถือไว้แน่น ก่อนที่ขบวนจะหยุดนิ่งสนิท


เมื่อก้าวลงจากรถไฟ ความเหนื่อยอ่อนเล็กน้อยแล่นขึ้นมาที่ต้นขาและแผ่นหลัง เธอสูดลมหายใจลึก อากาศของแคลิฟอร์เนียไม่หนาวจัดเท่าในซานตาเฟ แต่เย็นพอให้รู้สึกสะอาดและคมเหมือนใบมีด ดวงอาทิตย์ยังไม่ลับแต่แสงเริ่มอ่อนลง เธอปรับแว่นให้เข้าที่ กวาดตามองรอบสถานีที่เต็มไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ นักท่องเที่ยว คนถือกระเป๋าเดินทาง และเสียงพูดคุยที่แทรกเข้าหูกันจนแทบแยกไม่ออก


เธอเดินไปยังแถวรถแท็กซี่โดยไม่เร่งรีบ มือหนึ่งจับปลายผ้าพันคอไว้ไม่ให้ปลิวตามแรงลม คนขับแท็กซี่ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ในรถสีเหลืองเก่าหันมามอง “ไปไหนครับหนู?” เขาถามพลางยิ้มอย่างเป็นมิตร


คีอาร์เปิดประตูเข้าไปนั่งด้านหลัง เสียงปิดประตูแน่นสนิท “ไปอุโมงค์คัลลีคอตต์ที่เบิร์กลีย์ค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงสุภาพนุ่มนวล คนขับหันมามองผ่านกระจกหลังนิดหน่อย ก่อนพยักหน้า “โอเค เบิร์กลีย์ฮิลล์สินะ นั่งสบาย ๆ เลย จะใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีถ้ารถไม่ติด”


“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”


ไม่นานรถก็ออกตัวจากสถานีทันที เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเป็นจังหวะที่กลืนกับเสียงจราจรบนทางด่วน คีอาร์เอนตัวพิงกระจก มองเส้นทางที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมืองสู่แนวเขา ดวงตาเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ถนนลาดยาวเลียบเนินที่มีต้นสนและโอ๊กขึ้นหนาแน่น บางช่วงมีแสงแดดลอดระหว่างกิ่งไม้ลงมาส่องเป็นลวดลายบนพื้น เมื่อเข้าใกล้พื้นที่เบิร์กลีย์ ลมเริ่มแรงขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงแรงดันและทิศทางของมันผ่านปลายนิ้ว ความสามารถที่เป็นธรรมชาติของลูกหลานแห่งบอเรอัส เธอสูดลมหายใจลึกอีกครั้ง กลิ่นอากาศแถบนี้มีทั้งกลิ่นดินจากภูเขาและกลิ่นเกลือจางจากทะเล มันเย็นพอดีในแบบที่เธอชอบ


เมื่อรถเข้าสู่เขตอุโมงค์คัลลีคอตต์ แสงด้านนอกค่อย ๆ จางลงแทนที่ด้วยแสงสีเหลืองของไฟนีออนที่เรียงตามเพดานอุโมงค์ยาว เสียงสะท้อนของเครื่องยนต์ดังก้องอยู่รอบตัว คีอาร์ก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางบนตัก ริมฝีปากขยับพูดเบา ๆ ราวกับจะฟังเสียงตัวเอง 


“ถึงเสียที”



แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 18055 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-30 23:29
โพสต์ 18,055 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-30 23:29
โพสต์ 18,055 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2025-12-30 23:29
โพสต์ 18,055 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลมกรด  โพสต์ 2025-12-30 23:29
โพสต์ 18,055 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก หอกกรีก  โพสต์ 2025-12-30 23:29
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x1
x15
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x6
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x401
x4
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้