เจ้าของ: God

[บ้านใหญ่] ห้องทำงานไครอน

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2025-7-11 22:46:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
CHaPter1: Joining the circus A camp or a freak show with the worst dress code.
ไม้กระดานใต้ฝ่าเท้าส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ ขณะที่ทั้งสองคนก้าวขึ้นบันไดของบ้านใหญ่ ท่ามกลางกลิ่นสนและแสงแดดอุ่นที่ลอดผ่านม่านเงาของต้นไม้สูงลิบเหนือศีรษะ เขาไม่ใช่คนรักธรรมชาติอะไร ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องเหนือธรรมชาติเกิดขึ้นเขาคงไม่มาปรากฎตัวอยู่กลางป่าเขาเช่นนี้ดาชิเดินตามโนอาห์มารายงานตัวที่นี่ 

คงจะคล้ายกับการเช็คอินโรงแรม… 

เขาเช็ดเศษใบไม้ออกจากปกเสื้อ ตรวจเช็คสภาพแว่นกันแดด Prada ก่อนเหน็บลงที่กระเป๋าเสื้อ และจัดการรอยยับบนเสื้อผ้า แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยืนหลังตรง สภาพสะอาดสะอ้านเกินกว่ากึ่งเทพที่พึ่งหนีตายมาอย่างน่าประหลาด โนอาห์ส่งซิกให้เขาเข้าไปพบผู้อำนวยการค่ายเพียงลำพัง…

ดาชิถอนหายใจก่อนจะเคาะไปที่ประตูไม้สองครั้งเพื่อแจ้งคนด้านในถึงการมาของเขา 

 “เชิญเข้ามาได้เลย” เสียงอบอุ่นและมั่นคงดังลอดออกมาเป็นสัญญาณไฟเขียวให้กับเด็กหนุ่ม เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง เขาเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงสง่า มีเคราประดับขอบกรามและดวงตาอ่อนโยนที่แฝงด้วยพลัง ยืนอยู่ตรงโต๊ะไม้ ตรงผนังด้านหลังมีแผนที่โลกกรีกสมัยโบราณติดอยู่ข้างธงค่ายสีส้มสด 

ดวงตาสีทะเลสาบน้ำแข็งโฟกัสไปเบื้องหน้า ด้วยความพยายามที่จะไม่จ้องไปที่ท่อนล่างที่เป็นม้าของอีกฝ่าย…ชายคนนี้ไม่ใช่โนอาห์ที่เขาโขกสับได้ การล่วงเกินผู้อำนวยการค่ายตั้งแต่วันแรกไม่ใช่เรื่องดี 

“เธอคงจะเป็นเด็กใหม่ ฉันไครอน ดูแลค่ายนี้มาหลายร้อยปี ฝึกสอนคนอย่างเธอมามากมาย ยินดีต้อนรับสู่ค่ายฮาฟบลัดนะ” มือกร้านของเซนทอร์ยื่นออกมาเบื้องหน้า “ผมแอ็กเซล มิคาอิลอฟ ยินดีที่ได้พบครับ ท่านผู้อำนวยการ” รอยยิ้มการค้าผุดขึ้นบนใบหน้าโดยสัญชาตญาณ เขายื่นมือออกไปจับมืออีกฝ่ายตามมารยาทด้วยแรงที่เหมาะสมตามที่ฝึกมา 

“การเดินทางเป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีไหม?” 
“ราบรื่นดีครับ” ถ้ายึดตามมาตรฐาน การผจญภัยแต่ละครั้งในตำนานกรีก อย่างน้อยเราก็มาถึงโดยไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย ไครอยยิ้มแห้งมองดูร่องรอยยับและรอยเปื้อนที่ยังเหลืออยู่ แม้จะไม่ได้มากนัก 

“แซเทอร์ของเธอ—โนอาห์ใช่ไหม? เขาแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าเธอถูกตามล่าโดย...ไนท์แมร์” 
“ครับ แล้วก็ไซคลอปส์เมื่อซักครู่ด้วย”ดาชิเสริมขึ้น 

เซนทอร์อาวุโสอดประหลาดใจในความนิ่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าไปได้ “โนอาห์คงได้เล่าอะไรเบื้องต้นให้ฟังบ้างแล้วใช่ไหม?” 

 “ครับ แม้จะมีตกหล่นไปบ้างแต่เขาพูดเรื่องเทพเจ้า, มนุษย์กึ่งเทพ, อสูรกาย, และก็ย้ำว่าผมควรมาค่าย” 

“ใช่แล้วค่ายฮาฟบลัดคือสที่ที่ปลอดภัยที่สุดของคนแบบพวกเธอ ที่นี่คือสถานที่ฝึกฝนเพื่อให้พวกเธอเอาตัวรอดในโลกภายนอกได้ ส่วนที่พักจะแบ่งเป็น เคบิน ตามชื่อเทพเจ้า — แต่ละเคบินจะมีบุตรธิดาของเทพองค์นั้นๆ พักอยู่ เด็กที่ยังไม่ถูก ‘รับรอง’ จะอยู่ที่เคบิน 11 ซึ่งเป็นของเฮอร์มีส ผู้ที่ใจกว้างพอจะรับเด็กๆที่ยังไม่มีที่ไปให้พักอาศัยอยู่ชั่วคราว ซึ่งก็จะเป็นเคบินที่เธอจะได้ไปพักระหว่างรอการรับรอง” 

“แปลว่า...แม้แต่คุณก็ยังไม่รู้ว่าแม่ผมคือใคร” เขาพูดเบาๆ สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นอยู่ข้างในใจ มาถึงขนาดนี้สตรีใจร้ายที่ทอดทิ้งเขายังคงไม่แม้แต่จะทำอะไรซักอย่าง 

“ยัง — แต่ไม่นักหรอก เทพเจ้ามีวิธีของตนในการ ‘ส่งสัญญาณ’ เมื่อถึงเวลา” ไครอนพยักหน้าน้อยๆ 

‘เมื่อถึงเวลา’เป็นอีกถ้อยคำที่ดาชิเกลียด มันเหมือนเป็นการบอกให้รอคอยอย่างไร้จุดหมาย ใครจะรู้หาก ผู้หญิงคนนั้นเกิดลืมเขาไปแล้ว ไม่ต้องรอเก้อจนแก่หรือ?

“ส่วนการฝึกจะมีทุกวัน” ผู้อำนวยการค่ายอธิบายต่อ “ศิลปะการต่อสู้, การใช้อาวุธ, การควบคุมพลังของตน, ภาษากรีกโบราณ, ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เทพ, อสูรกาย และยุทธวิธีพื้นฐาน — ทุกอย่างที่พวกเธอควรรู้” ว่าจบเขาก็หยิบเสื้อยืดสีแสดขึ้นมา 

“เสื้อตัวนี้คือเครื่องแบบของค่าย — ไม่มีเวทมนตร์ ไม่มีคุณสมบัติพิเศษนอกจากสิ่งเดียว...” เขายื่นให้ดาชิ “...มันแสดงว่าเธอคือหนึ่งในพวกเรา” 

“ขอบคุณครับ…” เด็กหนุ่มรับเสื้อมาพลิกดู ในใจสะกดกลั้นคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงดีไซน์เอาไว้ แค่สีก็ดูจะไม่ค่อยจะถูกใจเท่าไหร่นัก ไม่ต้องพูดถึงเนื้อผ้าที่เป็นเกรด แมสโปรดักส์ แต่ว่าสิ่งสำคัญดูท่าจะเป็นสิ่งที่เสื้อตัวนี้สื่อออกมา 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะพาเธอไปที่เคบิน ตามมาสิ”

แสดงความคิดเห็น

God
โปรดเคลียร์กระเป๋า จะส่งเสื้อไปให้----  โพสต์ 2025-7-11 23:28
โพสต์ 15273 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2025-7-11 22:46
โพสต์ 15,273 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ล็อคเก็ตรูปหัวใจ  โพสต์ 2025-7-11 22:46
โพสต์ 15,273 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2025-7-11 22:46
โพสต์ 15,273 ไบต์และได้รับ +3 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์ 2025-7-11 22:46
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2025-7-12 00:07:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Header Image


ประตูแห่งการเริ่มต้น – รายงานตัว ณ บ้านใหญ่



      แฟลชแบ็กต่อเนื่อง  วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม ท่ามกลางแสงแดดอุ่นในยามสาย



      ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าหม่นที่แต่งแต้มด้วยเมฆขาวลอยเอื่อย และสายลมแผ่วเบาที่พัดกลิ่นหอมจางของสนป่าและเปลือกไม้แห้งมาแตะจมูกอย่างนุ่มนวล ร่างเล็กของ อิม ฮาริน ยังคงเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงบนเส้นทางหินกรวดสายเล็กที่ทอดผ่านเรือนพัก บ้านศิลาริมน้ำ และซุ้มไม้เลื้อยซึ่งเปลวแสงแดดรำไรร่วงหล่นลงมาเป็นประกายทั่วทางเดิน


     เส้นทางแห่งการเริ่มต้นนั้นดูเหมือนจะเงียบงัน ทว่าภายในใจของเด็กสาวกลับเต็มไปด้วยความคิดที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย ทั้งตื่นเต้น วางแผน เฝ้าระวัง และ ... เขินนิดหน่อย กับสายตาของผู้คนที่หันมามองเธออย่างสำรวจ


       หญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยวและสุขุมที่ใคร ๆ ก็เกรงใจ ในสายตาคนอื่นอาจดูน่าเกรงขาม แต่ในความเป็นจริง ภายใต้แววตาแน่นิ่งนั้นยังมีเป็ดน้อยขี้อายตัวหนึ่งซ่อนอยู่เสมอ เป็ดน้อยที่เผลอยิ้มเมื่อเห็นดอกไม้บาน เป็ดน้อยที่เคยล้มเพราะสะดุดเท้าตัวเองขณะที่กำลังพยายามเดินอย่างสง่า และเป็ดน้อยที่ซ่อนตุ๊กตาเป็ดไว้ในเป้หลังอย่างแน่นหนามันคือเครื่องเตือนใจถึง "ความอ่อนโยน" ที่ไม่ควรถูกลืมในโลกที่หยาบกร้าน





     เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู บ้านใหญ่ อาคารทรงโบราณที่ตระหง่านดั่งป้อมปราการกลางค่าย ฮารินสูดลมหายใจเข้าลึกช้า ก่อนจะเงยหน้ามองแผ่นไม้สลักที่สวมรอยความนิ่งสงบไว้ในรอยของกาลเวลา เธอขยับมือข้างขวาอย่างมั่นคง แล้วค่อย ๆ บิดลูกบิดออก



     เสียงบานประตูไม้เก่าดังกึกก้องในความเงียบของห้องรับรองขนาดใหญ่ กลิ่นกระดาษเก่า หนังสือ และแสงแดดอุ่นที่ส่องผ่านหน้าต่างสูงตัดกับความสงบภายในห้องให้ความรู้สึกเสมือนหลุดเข้าสู่อาณาจักรแห่งความรู้และความจริง



      ที่ด้านในสุดของห้องคือโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ซึ่งมีบุรุษร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ เขาคือ ไครอน ผู้ดูแลค่ายฮาล์ฟบลัด บุคลิกสง่างามและสายตาอ่อนโยนของเขาทำให้ความตึงเครียดในใจของฮารินคลายลงเล็กน้อย



     เธอหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน สูดลมหายใจอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่นว่า “ขออนุญาตค่ะ... อิม ฮาริน รายงานตัวตามคำแนะนำของพอยชั่น ซินซอร่า ”



       ถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นเป็นภาษาธรรมดา แต่แฝงไว้ด้วยการอบรมสั่งสอนและวินัยที่ชัดเจน เสียงของเธอไม่ได้สั่น ไม่ลังเล และเต็มไปด้วยเกียรติยศของคนที่เข้าใจดีว่า การเริ่มต้นนี้หมายถึงอะไร



      ไครอนมองเธอด้วยแววตาที่ยิ้มละไม ก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ และเดินไปยังตู้ไม้ด้านข้าง เขาหยิบเสื้อยืดสีส้มที่มีอักษรค่ายพิมพ์เด่นไว้กลางอก ก่อนจะยื่นมันมาให้ฮารินด้วยมือที่มั่นคง พร้อม กับ คำเอ่ยคำพูดว่า


     “ยินดีต้อนรับ... ฮาริน” เขากล่าว “เจ้าคือหนึ่งในพวกเราแล้ว หนึ่งในผู้ที่มีเลือดแห่งตำนานไหลเวียนอยู่ บางทีเธออาจจะมีพ่อแม่รับรองในเร็ว ๆ นี้” 






       ฮารินรับเสื้อยืดด้วยสองมือประคองเหมือนถือของล้ำค่า เธอก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ และกล่าวเพียงถ้อยคำสั้น ๆ แต่หนักแน่นว่า


     “ขอบคุณค่ะ... หนูจะไม่ทำให้ผิดหวัง” ในวินาทีนั้น ดวงอาทิตย์ยามสายสาดแสงลอดผ่านหน้าต่างบานสูงตกต้องลงบนใบหน้าของเด็กหญิงร่างบางผู้ซึ่งในอีกไม่นาน จะต้องเผชิญเรื่องราวมากมายในค่ายแห่งนี้ ทั้งมิตรภาพ ความท้าทาย และเงาแห่งศัตรูที่รอคอยอยู่เงียบงัน แต่ไม่ว่าเธอจะต้องเผชิญกับสิ่งใด


     เธอจะยืนหยัด เธอจะไม่ถอย และจะโผบิน เมื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อย ไครอนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า 


     “ให้ฉันพาเธอเดินทางไปส่งที่กระท่อมหมายเลข 11 เฮอร์มีสนะ  ที่นั่นเธอจะได้พักก่อนจนกว่าจะมีการรับรองบ้านที่แท้จริง”


ได้รับ: เสื้อสีส้ม ของ ค่ายฮาล์ฟบลัด จำนวน 1 ตัว




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 13845 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2025-7-12 00:07
โพสต์ 13,845 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-7-12 00:07
โพสต์ 13,845 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-7-12 00:07
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โพสต์ 2025-7-13 02:27:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Report of the first mission----------------------------------------------------------------
11.07.2025 | 5:30 PM 

อากาศภายนอกป่าต้องห้ามให้ความรู้สึกแตกต่างราวกับคนละโลก กลิ่นดินชื้นและกลิ่นเหม็นเน่าของอสูรกายถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหญ้าที่เพิ่งตัดใหม่และกลิ่นจางๆ ของสตรอว์เบอร์รีที่ลอยมาจากทุ่ง แอ็กเซลเดินตรงมายังบ้านหลังใหญ่ด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ เสื้อแขนยาวที่ขาดวิ่นและผ้าพันแผลชั่วคราวบนแขนคือหลักฐานเดียวที่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับมาจากการ 'เดินเล่น'ในป่า

“แอ็กเซล มิคาอิลอฟ จากเคบินไทคีครับ มาด้วยเรื่องภารกิจทดสอบเด็กใหม่” ชายหนุ่มเคาะเบาๆที่ประตูสองหนก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อได้รับการตอบรับจากเซนทอร์เจ้าของห้องทำงานนี้ ไครอนวางปากกาที่กำลังตรวจเอกสารลงกับโต๊ะเงยหน้าขึ้นมาทักทายบุตรแห่งไทคี “กลับมาแล้วหรอ...เป็นไงบ้าง ดูไม่จืดเลยนะ” แต่ถึงกระนั้นนอกจากรอยขีดข่วนที่แขนและคราบมอมแมนที่ไปขลุกในป่า เด็กหนุ่มแห่งโชชะตาก็ถือว่าสะอาดสะอ้านสำหรับคนที่พึ่งล้มอสูรกายเป็นครั้งแรก 

“ผมมาเพื่อเรียนว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้วครับ” ขนนกสีน้ำตาลอมเทาที่ดูหยาบกระด้างและสกปรกเส้นหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะไม้ขัดมันอย่างแผ่วเบา มันดูไม่เข้ากับความเงางามของพื้นผิวโต๊ะอย่างสิ้นเชิง แต่กลับเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ไครอนมองขนนกเส้นนั้นนิ่งๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตาสีน้ำแข็งของแอ็กเซล แล้วสายตาของเขาก็ลดต่ำลงเล็กน้อย ไปหยุดอยู่ที่แขนเสื้อที่ขาดวิ่นและผ้าพันแผลที่ทำจากชายเสื้อซึ่งบัดนี้มีเลือดซึมออกมาเป็นดวง “อาการบาดเจ็บไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหม?” 

"เป็นแค่บาดแผลเล็กๆที่ไม่ได้เจ็บอะไรมากมายหรอกครับ" เด็กหนุ่มส่ายหน้าก่อนจะอธิบายถึงรายละเอียดของสิ่งที่เขาทำในภารกิจให้ครูฝึก แผนการล่อฮาร์ปี้ แน่นอนว่าในส่วนของการจัดการอสูรกายเขาได้เซนเซอร์บางส่วนที่ดูรุนแรง ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเขาออกไป 

 รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้าของไครอน เป็นรอยยิ้มที่ดูทั้งอบอุ่นและภาคภูมิใจ "ไหวพริบ… คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของกึ่งเทพหลายๆ คน เธอได้พิสูจน์แล้วว่าเธอมีมัน" เขากล่าว "ทำได้ดีมาก แอ็กเซล" เซนทอร์อาวุโสล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขา หยิบก้อนสี่เหลี่ยมสีทองที่ดูคล้ายขนมปังกรอบออกมาส่งให้ "นี่คือรางวัลของเธอ แอมโบรเซีย มันจะช่วยรักษาแผลและฟื้นฟูกำลัง แล้วก็ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เธอเหนื่อยมามากพอแล้ว บททดสอบที่แท้จริงยังรออยู่ข้างหน้าอีกมาก" 

 "ขอบคุณครับ" แอ็กเซลตอบรับคำสั้นๆ โค้งศีรษะอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
--------------------------------------------------------------
Rewards: @God 
+30 EXP
+10 ดรักม่า
+35 ความกล้าหาญ
+15 ความสนิทสนมกับคุณไครอน
อาหารเทพ 1 ชิ้น

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-58] ไครอน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2025-7-13 02:31
God
คุณได้รับ +35 ความกล้า โพสต์ 2025-7-13 02:31
God
คุณได้รับ 30 EXP โพสต์ 2025-7-13 02:31
โพสต์ 8897 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2025-7-13 02:27
โพสต์ 8,897 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2025-7-13 02:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +10 ย่อ เหตุผล
God + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2025-7-15 06:41:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Nanette Leblanc
ห้องทำงานไครอน


เพราะความเพลียจากการออกไปตะลุยข้างนอกทำให้หลังจากที่นาแนตต์พูดคุยกับรูปปั้นเทพีมารดาเสร็จเรียบร้อยเธอก็หลับเป็นตาย แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อตื่นเช้าขึ้นมา เด็กสาวก็รู้สึกได้ถึงพลังใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น จนต้องแวะไปขอบคุณเทพีอะโฟร์ไดท์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม


หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย นาแนตต์ก็เดินต่อมายังบ้านใหญ่ ผ่านระเบียงทางเดินเงียบ ๆ ตรงมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของไครอน กำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตู แต่ก็ชะงักไปเพราะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะตื่นหรือยังในเวลานี้


“เอาหน่า เคาะไปก่อนละกัน”


เด็กสาวพึมพำก่อนที่ข้อนิ้วชมพูระเรื่อจะเคาะลงไปบานประตู นาแนตต์รอบุคคลภายในตอบรับจึงจะค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปด้านใน


“หนูเอาสินสงครามที่ไปสู้กับฮาร์ปี้มาส่งค่ะ”


นาแนตต์ว่าพลางยื่นขนฮาร์ปี้ให้ เป็นหลักฐานถึงภารกิจบททดสอบเด็กใหม่


รายงานภารกิจบททดสอบเด็กใหม่

รางวัลที่ได้รับ : +30 EXP, +10 ดรักม่า, +35 ความกล้าหาญ, +อาหารเทพ 1 ชิ้น, +15 ความสนิทกับคุณไครอน

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-58] ไครอน เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2025-7-15 09:19
God
คุณได้รับ 30 EXP โพสต์ 2025-7-15 09:19
God
คุณได้รับ +35 ความกล้า โพสต์ 2025-7-15 09:19
โพสต์ 7525 ไบต์และได้รับ 3 EXP!  โพสต์ 2025-7-15 06:41
โพสต์ 7,525 ไบต์และได้รับ +3 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก ตาหลากสี  โพสต์ 2025-7-15 06:41

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +10 ย่อ เหตุผล
God + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาหลากสี
ชุดบำรุงอาวุธ
หมวกปีกกว้าง
ต่างหูเงิน
หอมเย้ายวน
ดาบสัมฤทธิ์
มีดสั้นสัมฤทธิ์
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
โพสต์ 2025-7-15 19:00:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Nanette Leblanc
ห้องทำงานไครอน


เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานของไครอนดังขึ้น พร้อมกับร่างบอบบางของเด็กสาวเคบินหมายเลข 10 ที่เพิ่งจะมาเยือนบ้านใหญ่ได้ไม่ทันไร นาแนตต์กลับมายังห้องทำงานของไครอนอีกครั้ง และครั้งนี้ก็มีธุระสำคัญอย่างคำพยากรณ์ที่ได้รับมา


“เข้ามา”


เสียงของเจ้าของห้องดังขึ้นผ่านบานประตูออกมา นาแนตต์หมุนลูกบิดประตูก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันเข้าไปเบา ๆ เซนทอร์ผู้อำนวยการด้านกิจกรรมของค่ายละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะทำงานแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเธอ นาแนตต์ก้าวตรงเข้าไปก่อนจะนั่งที่เก้าอี้ว่างด้านหน้าหลังจากได้รับคำเชิญแล้ว


“นาแนตต์ เลอบลังก์สินะ” เจ้าของชื่อพยักหน้าหงึกหงักแทนการตอบคำถาม ไครอนยกยิ้มด้วยความเอ็นดูแล้วถามคำถามต่อ “มีธุระอะไรล่ะ”


“เรื่องคำพยากรณ์น่ะค่ะ”


เซนทอร์ผู้รอบรู้พยักหน้าเบา ๆ เขาพอจะเดาได้เพราะน้อยครั้งที่เด็กสาวตระกูลเลอบลังก์คนนี้จะเข้ามาหา หากไม่มีเรื่องอะไรซักอย่าง และดูจากสีหน้าของนาแนตต์ในตอนนี้แล้ว เธอคงมีความหนักใจกับเรื่องที่เจอมาอยู่ไม่น้อย


“หนูไปขอคำพยากรณ์จากคุณเรเชลมา แล้วได้มาว่าแบบนี้ค่ะ”


คำพยากรณ์ผิด ๆ ถูก ๆ ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของเด็กสาว ไครอนพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา ตั้งใจฟังจนจบ สุดท้ายเขาก็สรุปคำพยากรณ์ที่ถูกต้องให้อีกรอบ


“ณ เมืองแห่งแฟชั่น นิรันดรความงามจักจาง เมื่อหอสูงส่องแสงสะท้อนเงาของความเปลี่ยนแปลง สายเลือดรัก จักพบความจริงอันแสนขม ดอกไม้เหล็กร่วงโรยก่อนอรุณจะรุ่งราง”


“โอ๊ะ ใช่แล้วค่ะ คุณไครอนเก่งจัง”


นาแนตต์ยิ้มแย้ม อยากจะปรบมือให้อีกฝ่ายเบา ๆ แต่ก็ยั้งมือเอาไว้ก่อน กำลังจะอ้าปากเพื่อขอคำแนะนำ แต่เธอกลับโดนเขายิงคำถามใส่เสียอย่างนั้น


“เธอคิดว่าอย่างไรล่ะ?”


“อ่า... หนูว่าเมืองแฟชั่นน่าจะหมายถึงปารีส” นาแนตต์ลอบสังเกตอาการ พอเห็นไครอนพยักหน้าเบา ๆ ยืนยันว่าที่เธอน่าจะถูกต้อง นาแนตต์ก็พูดต่อ “ส่วนสายเลือดรัก คงจะหมายถึงสายเลือดของเทพีอะโฟร์ไดต์”


นอกจากปารีสจะเป็นเมืองแห่งแฟชั่นแล้วยังถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งความรัก แล้วเทพีแห่งความรักก็คือเทพีมารดาของนาแนตต์เอง เช่นนั้นเมืองนี้เกี่ยวโยงกับสายเลือดของเทพีอะโฟร์ไดต์อย่างไม่ต้องสงสัย


“แต่ว่า ไอ้เจ้าดอกไม้เหล็กนี่...”


“ดอกไม้เหล็ก -เป็นการอุปมาถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งแต่เปราะบาง”


นาแนตต์ขมวดคิ้ว ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งแต่เปราะบาง เหมือนดอกไม้เหล็กงั้นเหรอ ความสัมพันธ์... ความสัมพันธ์...


“หรือว่าจะเป็น... โรมิโอกับจูเลียต!”


ไม่ไหว ในที่สุดไครอนก็หลุดหัวเราะออกมาจนได้ “เด็กน้อยเอ๋ย โรมิโอกับจูเลียตน่ะอยู่ที่อิตาลีไม่ใช่หรือ


เด็กสาวจากบลัวส์นิ่งคิดก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเพราะตำนานรักของโรมิโอกับจูเลียตมันเกิดขึ้นที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลีจริง ๆ ด้วย


อย่าเพิ่งกังวลไป เดี๋ยวเธอจะได้พบคำตอบเอง อาจจะต้องเริ่มจากการไปปารีสให้ได้ก่อน ค้นหาเบาะแส แล้วเธอก็จะพบเส้นทางที่พาเธอไปเจอกับคำตอบ” ไครอนให้กำลังใจเด็กสาวที่นั่งนิ่ง หน้านิ่วคิ้วขมวดไปโดยฉับพลัน พาเพื่อนร่วมทางไปด้วยซักสองคนสิ จะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไข


“เพื่อนร่วมทาง? ตั้งสองคนเลยเหรอคะ?”


คุณหนูจากบลัวส์น่ะขึ้นชื่อเรื่องการทำงานเป็นทีมที่ยอดแย่มากอยู่แล้ว ริมฝีปากสีสดเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนใช้ความคิด ใจจริงแล้วนาแนตต์ก็อยากจะฉายเดี่ยว แต่พลังของเธอถือว่าน้อยนิดมากหากเทียบกับคนอื่น ๆ ในค่าย ทั้งยังเป็นการทำภารกิจนอกสถานที่ในรอบกี่เดือนตั้งแต่มาอยู่ในค่าย การมีเพื่อนร่วมทางไว้ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว


“หนูว่าหนูพอจะนึกออกแล้วว่าจะชวนใครไปดี” เอเตียน โลรองต์ บุตรแห่งอะธีน่า คือคนแรกที่นาแนตต์นึกถึง หนึ่งเลยคือนายนี่หน้าตาดี เดินด้วยแล้วเธอไม่อาย สองคือเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมค่ายคนแรก ๆ ที่เธอรู้จัก และข้อสามที่แสนสำคัญเลยก็คือ


เอเตียนเป็นคนฝรั่งเศส..


ไครอนเลิกคิ้วสูง มองเด็กสาวยิ้มอยู่คนเดียวแล้วก็อดส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูปนหน่ายใจไม่ได้ พลันดวงตากลมโตของธิดาแห่งอะโฟร์ไดต์ก็เลื่อนมาสบกับดวงตาของเขา


“แต่อีกคนนึง คุณไครอนแนะนำหน่อยได้ไหมคะว่าชวนใครไปดี อ้อ แล้วก็วิธีการเดินทางด้วย หนูนั่งเครื่องบินไปไม่ได้ใช่ไหมคะ?”


นาแนตต์กระพริบตาปริบ ๆ รอฟังคำแนะนำอย่างใจจดจ่อ บอกตามตรงว่าเธอยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยได้ คงต้องค่อย ๆ หาทางกันไปล่ะนะ


ขอคำปรึกษาไครอนเกี่ยวกับคำพยากรณ์

แสดงความคิดเห็น

God
อลิเซียพี่น้องของเธอลองไปถามเธอดูไหม อย่างน้อยอลิเซียก็พอใช้มนต์มหาเสน่ห์ได้ หากภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับอะโฟร์ไดต์  โพสต์ 2025-7-15 21:12
โพสต์ 23333 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2025-7-15 19:00
โพสต์ 23,333 ไบต์และได้รับ +10 EXP +9 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก ตาหลากสี  โพสต์ 2025-7-15 19:00
โพสต์ 23,333 ไบต์และได้รับ +20 EXP +15 เกียรติยศ +15 ความกล้า จาก ชุดบำรุงอาวุธ  โพสต์ 2025-7-15 19:00
โพสต์ 23,333 ไบต์และได้รับ +3 EXP +6 เกียรติยศ +6 ความกล้า จาก หมวกปีกกว้าง  โพสต์ 2025-7-15 19:00
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตาหลากสี
ชุดบำรุงอาวุธ
หมวกปีกกว้าง
ต่างหูเงิน
หอมเย้ายวน
ดาบสัมฤทธิ์
มีดสั้นสัมฤทธิ์
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
โพสต์ 2025-7-17 19:17:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
A. Mikailov
power of calculated luck
To me luck is like a loaded gun—never random, always aimed — Axel

17.07.2025 | 07:20 AM


คำพยากรณ์ยังคงก้องอยู่ในหัวของแอ็กเซลเหมือนเสียงสะท้อนในหุบเหว, แต่ละคำคือเศษแก้วที่ต้องนำมาประกอบกันอย่างระมัดระวัง เขาไม่ได้เดินอย่างไร้จุดหมาย แต่ก้าวเท้าอย่างรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว, มุ่งตรงไปยังบ้านหลังใหญ่—ศูนย์บัญชาการและคลังสมองของค่ายแห่งนี้


เมื่อเขามาถึง, ไครอนก็กำลังพิจารณาแผนที่เก่าๆ อยู่บนโต๊ะทำงานในห้องของเขา, ในร่างของมิสเตอร์บรันเนอร์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นวิเศษ เซนทอร์เฒ่าเงยหน้าขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาถึงของเขา, ดวงตาที่ผ่านโลกมานับพันปีฉายแววรับรู้อยู่ก่อน


"มีเรื่องด่วนครับ, ไครอน" บุตรแห่งไทคีเอ่ยขึ้นโดยไม่มีการอารัมภบท, เสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงความตึงเครียดที่ควบคุมไว้


ไครอนพยักหน้าช้าๆ, ผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ว่ามาเถิด"


"ผมพึ่งได้รับคำพยากรณ์มาจากนักพยากรณ์แก่งเดลฟี.... เธอกล่าวไว้ว่า...คทาปีกหัก สะท้านโลกา…โชคชะตาแกว่งไกว คล้ายเรือโยก…โอ้ทายาทแห่งโชค จงเงี่ยหูฟัง…ย่านแห่งราชินี ที่ซึ่งเสียงเพลงบรรเลง…สะพานเชื่อมสองฝั่ง สู่ดินแดนภราดร…จากเมืองไม่เคยหลับ สู่เมืองสวรรค์อุบัติใหม่…จงระวัง กรีนสกิน ผู้หวนคืนจากอดีต…ควบคุมชะตาตน จงมองกระจกแห่งจิตใจตน" 

แอ็กเซลเลือกที่จะยืน เขาเล่าคำพยากรณ์ที่เพิ่งได้รับมาทุกคำอย่างแม่นยำ, ไม่ตกหล่นแม้แต่พยางค์เดียว เมื่อเล่าจบ, ความเงียบที่หนักอึ้งก็เข้าปกคลุมห้อง, มีเพียงเสียงของนาฬิกาโบราณที่เดินติ๊กต็อกเป็นฉากหลัง


"ผมมีข้อสันนิษฐานบางอย่าง" เขาเริ่มต้นการวิเคราะห์ "ท่อนแรก... 'คทาปีกหัก' คทาที่มีปีก... ผมนึกถึงอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากคทาคาดูเซียสของเฮอร์มีส แต่ 'ปีกหัก'… มันอาจไม่ได้หมายถึงตัวคทาที่หักจริงๆ แต่อาจเป็นสัญลักษณ์...สื่อถึงอำนาจที่เสื่อมถอยของเจ้าของมันหรือเปล่าครับ?"


ดวงตาที่เปี่ยมด้วยปัญญาของไครอนหรี่ลงเล็กน้อย "เป็นข้อสันนิษฐานที่หลักแหลมมาก, แอ็กเซล" เขากล่าวรับ "มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว อำนาจของเทพเจ้าไม่ได้คงที่เสมอไป, โดยเฉพาะกับเฮอร์มีสผู้ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา"


"ส่วนอีกสองท่อนที่ตามมา... 'โชคชะตาแกว่งไกว' กับ 'จงเงี่ยหูฟัง'... ฟังดูเหมือนคำเตือนมากกว่าจะเป็นคำใบ้ถึงสถานที่" ดีลเลอร์แห่งค่ายฮาฟบลัดกล่าวต่อ, สายตาจ้องเขม็งไปที่แผนที่บนโต๊ะ "คงเป็นการบอกใบ้ถึงความยากลำบากที่กำลังจะมา"


ไครอนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย, สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด "ใช่, มันคือคำเตือน" เขายืนยัน "คำพยากรณ์มักจะสอดแทรกคำเตือนไว้เสมอ เพื่อให้เจ้าของภารกิจตื่นตัวและสังเกตสิ่งรอบข้างให้ดี"


"และ 'ย่านแห่งราชินี'… ผมไม่คิดว่ามันจะซับซ้อนไปกว่านั้น" บุรุษชาวรัสเซียเอ่ยข้อสรุปของเขา "คงหมายถึงย่านควีนส์ในนิวยอร์ก"


"ฉันเห็นด้วย" ไครอนตอบทันที ก่อนจะเสริมต่อ "และ 'ที่ซึ่งเสียงเพลงบรรเลง'… อาจหมายถึงสถานที่ที่มีชีวิตชีวาโดยรวมในย่านนั้น, ที่ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะ, ดนตรี, หรือแม้แต่เสียงผู้คนพลุกพล่าน หรืออาจเป็นสถานที่เฉพาะเจาะจงก็ได้ เช่น ศูนย์การแสดง, คอนเสิร์ตฮอลล์, หรือพื้นที่สาธารณะที่มีการแสดงดนตรี"


แอ็กเซลพยักหน้าช้าๆ, รับข้อมูลเกี่ยวกับย่านควีนส์ของไครอนเข้ามาประมวลผลในใจ มันเป็นข้อสันนิษฐานที่สมเหตุสมผลและตรงไปตรงมาที่สุด "เป็นไปได้ครับ" เขารับคำ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังท่อนถัดไปของคำพยากรณ์ที่เขาท่องจำไว้ในหัว "แต่ท่อนที่ว่า 'สะพานเชื่อมสองฝั่ง สู่ดินแดนภราดร'...ท่อนนี้ผมไม่แน่ใจนัก"


เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเซนทอร์เฒ่า, ยอมรับในข้อจำกัดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา "ความรู้ทางภูมิศาสตร์ของอเมริกาผมยังมีไม่มากพอ คำว่า 'ภราดร' มันกว้างเกินไปที่จะระบุตำแหน่งได้"


ไครอนลูบเคราที่แข็งกระด้างของเขาอย่างครุ่นคิด, ดวงตาที่เปี่ยมปัญญาของเขาทอประกายขึ้น "คำว่า 'ภราดร'...หรือ Brotherly Love" เขากล่าวช้าๆ, เน้นคำอย่างมีความหมาย "มีเมืองหนึ่งในเพนซิลเวเนียที่ถูกขนานนามว่า 'City of Brotherly Love'…ฟิลาเดลเฟีย บางทีคำพยากรณ์อาจจะหมายถึงสะพานที่ทอดข้ามไปยังเมืองนั้น"


ฟิลาเดลเฟีย...ชื่อนั้นจุดประกายความเป็นไปได้ใหม่ๆ ขึ้นมาในหัวของแอ็กเซล "เป็นไปได้สูงมากครับ" เขายอมรับ "ส่วนท่อนต่อไป... 'จากเมืองไม่เคยหลับ สู่เมืองสวรรค์อุบัติใหม่'... 'เมืองที่ไม่เคยหลับ' ผมค่อนข้างมั่นใจว่าหมายถึงนิวยอร์กซิตี้" เขากล่าว, มันเป็นชื่อเล่นที่โด่งดังไปทั่วโลก "แต่ 'สวรรค์ใหม่' นี่สิ...เหมือนจะเคยได้ยินชื่อเมือง 'นิวเฮเว่น' แต่ผมไม่ทราบว่ามันอยู่ตรงไหน"


"คอนเนตทิคัต" ไครอนตอบทันที, ไม่ต้องเสียเวลาคิด "และนี่อาจจะเป็นการบอกใบ้ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของคำพยากรณ์ทั้งหมดเลยก็เป็นได้...มันอาจกำลังบอกถึงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของภารกิจของเจ้า"


จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด...มันเป็นกรอบเวลาและระยะทางที่จับต้องได้, เป็นข้อมูลชิ้นสำคัญที่ทำให้ภาพรวมของภารกิจชัดเจนขึ้นอย่างมหาศาล


"ผมเห็นด้วยครับ" บุตรแห่งไทคีกล่าวรับ, ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อนึกถึงท่อนสุดท้ายที่น่ากังวลที่สุด "แต่ 'กรีนสกิน'…ผมยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำนี้" เขายอมรับอย่างไม่ปิดบัง "มันมีอสูรกายมากมายที่มีผิวสีเขียว...ก็อบลิน, ออร์ค, แดรกคีเน่ที่ผมเพิ่งเจอ, และคงมีอีกหลายชนิดที่ผมยังไม่รู้จัก"


ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในสนามรบ


"อย่าเพิ่งตีกรอบความคิดของเธอให้แคบเกินไปนัก" ไครอนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่สุขุม "คำว่า 'กรีนสกิน' อาจไม่ได้หมายถึงลักษณะทางกายภาพของอสูรกายโดยตรงเสมอไป" เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของแอ็กเซล "มันอาจจะหมายถึงกลุ่มคน...หรือแม้แต่บุคคลเพียงคนเดียว...ที่มีสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวก็ได้"


"ก็เป็นไปได้อีกเช่นกันครับ" บุตรแห่งไทคีตอบรับทฤษฎีของไครอนอย่างใจเย็น ความคิดในหัวของเขาเริ่มเชื่อมโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว "แต่ที่แน่ๆ...ท่อนที่ว่า 'ผู้หวนคืนจากอดีต' น่าจะบ่งบอกได้ว่า ถ้า 'กรีนสกิน' ไม่ใช่ศัตรูเก่าของผมเอง—ซึ่งผมก็นึกไม่ออกว่ามีใครที่ใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์—ก็น่าจะเป็นศัตรูในอดีตของทุกคนที่นี่...ของโลกกึ่งเทพทั้งหมด"


มันคือตรรกะที่เยือกเย็นที่สุด ศัตรูที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา บัดนี้ได้หวนกลับมาอีกครั้ง


ไครอนพยักหน้าช้าๆ, แววตาของเขาฉายแววเห็นด้วยอย่างเต็มที่ "เป็นข้อสรุปที่เฉียบคมและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน" เขายอมรับ "ประวัติศาสตร์ของพวกเรายาวนานและเต็มไปด้วยศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวมากมาย"


"ส่วนท่อนที่เหลือ... 'ควบคุมชะตาตน จงมองกระจกแห่งจิตใจตน'" ดีลเลอร์แห่งค่ายฮาฟบลัดกล่าวต่อ, เหมือนกำลังอ่านรายงานสรุป "ผมคิดว่านั่นคงเป็นคำแนะนำที่มอบให้เป็นการส่วนตัวมากกว่าจะเป็นคำใบ้สำหรับภารกิจ"


"ฉันก็คิดเช่นนั้น" เซนทอร์เฒ่ากล่าวเสริม "มันเหมือนเป็นเครื่องเตือนใจ...ว่าในภารกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ สิ่งเดียวที่เธอสามารถควบคุมได้อย่างแท้จริงคือตัวของเธอเอง"


บทสนทนาหยุดลงชั่วขณะ, ปล่อยให้ความหนักอึ้งของคำพยากรณ์และภารกิจที่ตามมาแขวนอยู่ในอากาศ ก่อนที่ไครอนจะเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่ภาคปฏิบัติ


"ภารกิจนี้อันตรายเกินกว่าจะไปคนเดียว, แอ็กเซล" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "เธอต้องหาเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ และฉันขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าหนึ่งในนั้นควรจะเป็นเซเทอร์ พวกเขาเป็นเพื่อนที่รอบรู้และสัมผัสได้ถึงอันตรายที่มนุษย์ครึ่งเทพมองข้ามได้ดีที่สุด"


คำแนะนำนั้นสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง การมีคนนำทางที่มีสัญชาตญาณของธรรมชาติย่อมเป็นข้อได้เปรียบมหาศาล


"จริงของคุณ" บุตรแห่งโชคชะตาตอบทันที ในใจของเขามีใบหน้าของเซเทอร์ผู้หวาดวิตกและขี้บ่นคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน

"และผมก็มีเซเทอร์อยู่ในใจแล้ว"


เขารู้ดีว่าโนอาห์คงจะไม่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจนักหรอก


"ตอนนี้ผมขอตัวไปเตรียมการก่อน" แอ็กเซลกล่าว, พยักหน้าให้ไครอนเล็กน้อยเป็นเชิงอำลา "แล้วผมจะกลับมารายงานอีกครั้ง...เมื่อได้สมาชิกทีมพร้อม"


ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องไป, ทิ้งให้เซนทอร์เฒ่าจมอยู่กับแผนที่และภาระอันหนักอึ้งของค่ายต่อไป สำหรับเขา, เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และตาเดินต่อไป...คือการรวบรวมผู้เล่นให้ครบทีม






Power Money Game Music
CABIN 19
@Hye Ri

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 27,087 ไบต์และได้รับ +7 EXP จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2025-7-17 19:17
โพสต์ 27,087 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 ความกล้า จาก ปืนอัจฉริยะ L&E  โพสต์ 2025-7-17 19:17
โพสต์ 27,087 ไบต์และได้รับ +10 EXP +8 เกียรติยศ +14 ความศรัทธา จาก สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง  โพสต์ 2025-7-17 19:17
โพสต์ 27,087 ไบต์และได้รับ +4 ความศรัทธา จาก น้ำหอมบุรุษ  โพสต์ 2025-7-17 19:17
โพสต์ 27,087 ไบต์และได้รับ +5 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-7-17 19:17
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2025-7-18 03:42:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
A. Mikailov
power of calculated luck
To me luck is like a loaded gun—never random, always aimed — Axel

17.07.2025 | 07:00 PM


เมื่อความมืดที่ควรจะมาเยือนไม่เคยมาถึง, ค่ายฮาล์ฟบลัดจึงดำเนินไปตามจังหวะของนาฬิกา, ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ และในเวลานี้, แสงสีทองอ่อนๆ ของยามสนธยาที่ไม่มีวันสิ้นสุดก็อาบไล้บ้านหลังใหญ่, ทำให้มันดูเหมือนอนุสรณ์สถานมากกว่าศูนย์บัญชาการที่มีชีวิต


แอ็กเซลเดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของไครอน, การเคลื่อนไหวของเขาราบรื่นและมั่นคง ทีมของเขาพร้อมแล้ว, แผนการเดินทางถูกร่างขึ้นในใจ, และตาเดินต่อไปคือการได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ


เขาพบเซนทอร์เฒ่าในร่างของมิสเตอร์บรันเนอร์เช่นเคย, กำลังพิจารณาเอกสารกองโตอยู่บนโต๊ะทำงานภายใต้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ไครอนเงยหน้าขึ้นเมื่อเขาก้าวเข้ามา, ดวงตาที่ผ่านโลกมานับพันปีฉายแววรอคอยอยู่ก่อนแล้ว


"ผมมารายงานเรื่องภารกิจครับ, ไครอน" ดีลเลอร์แห่งค่ายฮาฟบลัดกล่าวเปิดประเด็นโดยไม่มีการอ้อมค้อม "ผมต้องการขออนุมัติการเดินทางในคืนวันเสาร์หน้า"


"ทีมของเธอพร้อมแล้วรึ?" ไครอนถามกลับ, วางปากกาขนนกลง


"พร้อมแล้วครับ" บุตรแห่งไทคีตอบอย่างหนักแน่น "สมาชิกร่วมทีมประกอบด้วย...เซเทอร์โนอาห์ วอลเตอร์, และโมสาร์ท บาร์โทลดี้ จากเคบินอพอลโล"


ไครอนรับฟังรายชื่อสมาชิกทีมโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จนกระทั่งได้ยินชื่อสุดท้าย "เอ็มบี?" เขาเอ่ยทวน, คิ้วสีดอกเลาของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย, เผยให้เห็นความกังวลที่แทบจะไม่ได้ปิดบัง "เขา…ยังเด็กมากนะ แอ็กเซล"


มันคือปฏิกิริยาที่เขาคาดการณ์ไว้แล้ว เป็นอุปสรรคเชิงตรรกะที่เขาเตรียมคำตอบไว้พร้อม


ความกังวลของเซนทอร์เฒ่านั้นจับต้องได้ มันไม่ใช่การคัดค้าน, แต่เป็นความห่วงใยของอาจารย์ที่เคยเห็นเด็กหนุ่มสาวมากมายเดินออกไปแล้วไม่ได้กลับมา


"ผมทราบดีครับ" บุรุษชาวรัสเซียยอมรับอย่างใจเย็น, ไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดหรือป้องกันตัว "แต่อายุไม่ใช่ตัวชี้วัดความสามารถเสมอไป...ผมเห็นบางอย่างในตัวเด็กคนนั้น" เขามองตรงไปที่ดวงตาของไครอน, ถ่ายทอดความเชื่อมั่นของเขาออกไปอย่างเต็มที่ "ผมเห็นไฟ, เห็นศักยภาพที่ยังไม่ถูกขัดเกลา"


เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไครอน, คำพูดทุกคำของเขาหนักแน่นและจริงจัง "ผมขอรับผิดชอบความปลอดภัยของเขาทั้งหมด ผมสัญญาว่า ผมจะพาเขากลับมาที่ค่ายอย่างปลอดภัย"


เขาหยุดไปชั่วครู่, ปล่อยให้คำสัญญานั้นหนักอึ้งอยู่ในความเงียบ ก่อนจะเสริมเหตุผลทางยุทธวิธีเข้าไป "ยิ่งไปกว่านั้น, สไตล์การต่อสู้ของเขาคือระยะไกลโดยธรรมชาติ ในทุกการปะทะ, ตำแหน่งของเขาจะอยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุดในสนามรบเสมอ การเลือกเขาเข้าร่วมทีม…ไม่ใช่การตัดสินใจที่มาจากอารมณ์, แต่มันคือการคำนวณความเสี่ยงที่ผ่านการไตร่ตรองมาแล้ว"


ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ไครอนจ้องมองใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์, ชั่งน้ำหนักระหว่างความกังวลในฐานะผู้ดูแลกับความเชื่อมั่นในตัวของเดมิก็อดที่เขาเพิ่งรู้จักได้ไม่นานแต่กลับแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่เกินวัย


เขาถอนหายใจยาว "เมื่อเธอมั่นใจถึงเพียงนี้...ฉันจะเชื่อในการตัดสินใจของเธอ"


การอนุมัติได้ถูกมอบให้แล้ว


"ไปเถิด" ไครอนกล่าวทิ้งท้าย, หยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง "ไปเตรียมตัวให้พร้อม...และจำคำสัญญาของเธอไว้ให้ดี”






Power Money Game Music
CABIN 19
@Hye Ri

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 13,542 ไบต์และได้รับ +4 ความศรัทธา จาก น้ำหอมบุรุษ  โพสต์ 2025-7-18 03:42
โพสต์ 13,542 ไบต์และได้รับ +5 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-7-18 03:42
โพสต์ 13,542 ไบต์และได้รับ +5 เกียรติยศ +5 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์ 2025-7-18 03:42
โพสต์ 13,542 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2025-7-18 03:42
โพสต์ 13,542 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า +3 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์ 2025-7-18 03:42
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
นาฬิกาสปอร์ต
ปากกาหมึกซึม
กางเกงเดินป่า
กล่องดนตรี
ไฟแช็ค
ผู้ควบคุมโชคชะตา
เกมคอนโซลพกพา
กำปั้นแห่งโชค
โชคพลิกผัน
Hydro X
รองเท้ามีปีก(ทั่วไป)
วงล้อแห่งโชค
สายใยแห่งโชคชะตา
ลางสังหรณ์แห่งชัยชนะ
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เข็มกลัดไทคี
ชุดเครื่องเพชร
เซียนเกม
เกราะหนัง
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
สรรสร้าง
ปืนอัจฉริยะ L&E
สัมผัสแห่งความรุ่งเรือง
น้ำหอมบุรุษ
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
ต่างหูเงิน
กำไลหินนำโชค
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x1
x19
x10
x1
x2
x35
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2025-7-19 19:31:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliet เมื่อ 2025-7-19 19:32

profile

บทที่ 4: 

วันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2025
บ้านใหญ่, ค่ายฮาล์ฟบลัด


    ท่ามกลางลมสายอ่อนของยามบ่ายและกลิ่นไอดินที่อวลอยู่ในอากาศ เสียงแมลงปีกแข็งแว่วเบาเป็นระลอก ขณะที่ จูเลียต โอฟีเลีย เดินตามรอยฝีเท้าของม้า… หรืออาจจะไม่ใช่เพียงแค่ “ม้า”


     ชายหนุ่มผู้มีร่างสูง ใหญ่ และตรงบริเวณครึ่งล่างเป็นอาชา แขนยาวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อผ่อนคลายอยู่ในเสื้อกั๊กผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าคมคายแต่เปี่ยมด้วยเมตตา เขาคือ ไครอน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมแห่งค่ายฮาล์ฟบลัด และเป็นผู้อบรมฮีโร่มานับรุ่น


    ภายในบริเวณห้องทำงานของเขาตั้งอยู่ตรงบริเวณชั้นล่างของ บ้านใหญ่ ซึ่งเป็นอาคารไม้ขนาดสองชั้นที่มีระเบียงทอดยาวรอบตัว เหมือนบ้านพักฤดูร้อนในนิทานอันแสนอบอุ่น เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของเวทมนตร์



บทสนทนา ณ ห้องทำงาน ของ คุณไครอน

กลางแสงรุ่งอรุณภายนอกคฤหาสน์...

“คืนนี้มันไม่ง่ายเลย” แอลเฟรดพูดเสียงต่ำ...

คลาร่ากระซิบด้วยความกังวล...

รถดำคันหนึ่งเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์...


สนามบินลองไอแลนต์ - จุดเริ่มต้นใหม่


    ไครอนเชื้อเชิญให้จูเลียตนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงข้ามเขา โต๊ะทำงานของเขาเต็มไปด้วยเอกสารแผนที่ค่าย และหินประหลาดที่ดูเหมือนมีประกายแสงจากภายใน


    ไครอน : “จูเลียต โอฟีเลีย… เด็กสาวผู้รอดชีวิตจากกรงเล็บของอสุรกาย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่เธอมาถึงที่นี่”


(เขาเริ่มทำการส่งรอยยิ้มบาง ๆ พร้อม กับ ทำการหยิบเสื้อยืดสีส้มสดออกมาจากตรงบริเวณลิ้นชักไม้ใบหนึ่ง)


“นี่คือสัญลักษณ์แห่งการเป็นส่วนหนึ่งของเรา เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด”


    จูเลียตรับเสื้อมากอดไว้แนบอก สีของมันเหมือนเปลวเพลิงยามอรุณ อบอุ่นแต่ทรงพลัง


    จูเลียต : “ขอบพระคุณมากค่ะ… มันรู้สึกเหมือน กับว่ามีอะไรบางอย่างในตัว ของ ฉัน... ที่กำลังถูกปลุกให้เริ่มตื่นขึ้นมาตลอดเวลาเลยค่ะ”


    ไครอน : “บางทีอาจจะเป็นสายเลือด… ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในตัวของเธอ หรือบางทีอาจเป็นหัวใจที่กล้าเผชิญกับความจริง ถ้าหากว่าในตอนนี้ตัว ของ เธอพร้อมแล้วแต่ฉันอยาจะบอกให้เธอรู้สึกมั่นใจ ได้เลยว่าค่ายของเราก็พร้อมเช่นกันที่จะยื่นมือรับเธอไว้”


ระหว่างทางสู่กระท่อมหมายเลขที่ 11 เฮอร์มีส


    หลังจากที่คุณไครอน ได้ทำการเดินก้าวออกจากบ้านใหญ่ จูเลียตก็ค่อยๆ ก้าวเรียวขาบางมาเดินอยู่เคียงข้างเขา ท่ามกลางเสียงฝึกซ้อมดาบของเดมิก็อด บ้างก็กำลังปีนไป่กำแพงฝึก บ้างก็กำลังทำการฝึกเหวี่ยงหอกในสนามแข่ง


    ต้นสน ต้นเมเปิล และต้นโอ๊กเรียงรายสองฝั่งทาง เสียงใบไม้เสียดสีไปมากลายเป็นบทเพลงต้อนรับเด็กสาวผู้มาเยือน


    ไครอน (ทำการเอ่ยขึ้นเบา ๆ) : “ที่นี่ เราไม่ใช่แค่ค่ายฝึก แต่คือบ้านของคนที่โลกภายนอกไม่เข้าใจ โลกที่ทำให้พวกเธอรู้สึกแตกต่าง… ทั้งที่แท้จริง เธอคือสิ่งพิเศษที่สุดเท่าที่โลกเคยมี”


     จูเลียต (ค่อยๆ เริ่มเงยหน้าสวยขึ้นไปทำการมองแสงแดดลอดผ่านเรือนยอดไม้) :“มันแปลกมากๆเลยนะคะ … ฉันแถบจะไม่รู้จักใคร และก็ไม่รู้ว่าเทพองค์ไหนเป็นพ่อของฉัน แต่ฉันกลับไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวเลยแม้แต่นิด”


     ไครอน : “เพราะว่าสถานที่แห่งนี่… ความโดดเดี่ยวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการได้พบ ‘ครอบครัว’ ที่แท้จริง”




    เมื่อคุณไครอนเอ่ยคำพูดจบลง ในตอนนี้ทั้งคู่ก็เดินมาหยุดยืนอยู่ที่ตรงบริเวณหน้ากระท่อมไม้หลังหนึ่ง มีป้ายชื่อชัดเจนว่า “กระท่อมหมายเลขที่ 11 เฮอร์มีส”กระท่อมหลังนี้เป็นกระท่อมที่ทำมาจาก ไม้แกะสลักทั้งหลัง และยังมีสัญลักษณ์เป็นรูปคฑาพร้อมปีกและงูคดเคี้ยวอยู่อีกด้วย


หน้า บริเวณกระท่อมหมายเลขที่ 11 เฮอร์มีส


    ทันใดนั้นเองก็เริ่มมีเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของเด็กวัยใกล้เคียงกันดังเล็ดลอดออกมาจากภายในกลายเป็นบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและวุ่นวาย เสียงเตะลูกบอล เสียงทอยลูกเต๋า เสียงกีตาร์เบา ๆ


ไครอน : “กระท่อมแห่งนี้เป็น ที่อยู่อาศัย ของ บุตร และ บุตรี แห่งเทพเฮอร์มีส และคนที่ยังไม่ถูกรับรองทางสายเลือด ซึ่งท่าน ก็คือ เทพแห่งการเดินทางและโชคชะตา ไม่ว่าใครจะมาจากที่ใด ที่นี่ก็คือ ประตูด่านแรกของการเป็นเดมิก็อดอย่างแท้จริง”


 จูเลียต (ค่อยๆ เริ่มทำการเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะทำการพยักหน้ารับทราบเบาๆ) :


     ไครอน (เริ่มทำการส่งรอยยิ้ม ให้ กับ เด็กหญิงตัวน้อยๆ อีกครั้งหนึ่ง) : “และวันหนึ่ง เธอจะเป็นคนต้อนรับเดมิก็อดรุ่นถัดไปด้วยตัว ของ เธอเองเช่นเดียวกัน”


หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการวางมือลงตรงบริเวณบนไหล่ ของ เธอเบา ๆ แล้วค่อยๆ เดินผละจากไป อย่างช้าๆ ก่อนจะปล่อยให้เด็กสาวยืนอยู่หน้าประตูไม้ ซึ่งภายในบริเวณด้านใน ของ กระท่อมหมายเลขที่ 11 เฮอร์มีส คือความชุลมุนวุ่นวายที่กำลังรอคอยที่จะทำการต้อนรับสมาชิกใหม่อีกคน ผู้ซึ่งโชคชะตายังมิได้เปิดเผย


    เด็กหญิงตัวน้อยๆ อย่างจูเลียต ค่อยๆ ทำการเริ่มต้นสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง… แล้ว หลังจากนั้นเธอก็เริ่มค่อยๆ ทำการเอื้อมมือทั้งสองข้างไปทำการผลักประตูไม้เปิดออกกว้างอย่างเบา ๆ พร้อม กับเอ่ยคำพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใสว่า


“ฉันจะเริ่มต้นจากที่นี่…”


ได้รับเสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด จำนวน 1 ตัว





bottom-image

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 16988 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2025-7-19 19:31
โพสต์ 16,988 ไบต์และได้รับ +5 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-7-19 19:31
โพสต์ 16,988 ไบต์และได้รับ +5 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-7-19 19:31
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โพสต์ 2025-7-24 00:00:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Juliet เมื่อ 2025-7-24 09:41

Juliet Ophelia


บทที่ 14 คำอธิบายที่ชัดเจนที่สุด จากปาก ของ ไครอน


วันที่: 20 กรกฏาคม 2025


สถานที่: บ้านใหญ่, ห้องทำงาน ของ คุณไครอน


      เสียงฝีเท้าเล็กๆ จากรองเท้าผ้าใบ ของ เด็กหญิงตัวน้อยๆ จูเลียต ในตอนนี้และเวลานี้มันกำลังบดเบียดไป กับ หิมะที่กำลังตกลงมาอยู่ปรอยๆ จนทำให้ผิวดินในตอนนี้ เริ่มที่จะมีความนุ่มชื่นมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนอาการ ของ จูเลียต ในตอนนี้ ก็ไม่ต่าง อะไร กับ ลมพายุที่กำลังพัดหมุนอย่างบ้าคลั่ง ในตอนนี้เด็กหญิงสาวตัวน้อยๆ กำลังวิ่งฝ่าผ่านแนว ของ ต้นสนที่สูงเสียดฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ราว กับ จรวดเลยก็ว่าได้

     ในตอนนี้ และ เวลานี้ สีผม ของ เธอเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวราว กับ เกล็ดหิมะ และ มันกำลังค่อยๆ เริ่มทำการสะบัดขึ้นลง ตามจังหวะการวิ่ง ของ เด็กสาว และในตอนนี้เสื้อ ของ ค่ายฮาล์ฟบลัด และ กางเกงยีนต์ที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ ก็กำลังเปียกปอน ไปด้วยละอองเย็น จากเกล็ด ของ หิมะ ใบหน้า ของ เด็กหญิงตัวน้อยในตอนนี้ มีสีซีดลงไปเล็กน้อย แต่หัวใจ ของ หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และเอ่ยคำพูดขึ้นว่า

    "ไครอน เขาเป็นคนเดียวที่น่าจะรู้เรื่องราวเหล่านี้ ได้เป็นอย่างดี และ คงเป็นเขาเพียงคนเดียวที่สามารถอธิบายเรื่องราวทุกอย่าง ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ ให้เราเข้าใจได้" พอหลังจากจบคำพูดลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก หลังจากนั้นเด็กหญิงตัวน้อยๆ จูเลียตก็ได้ทำการวิ่งมาถึงยังตรงบริเวณจุดหมายปลายทางต่อไป ของ เธอ ซึ่งก็คือ บ้านใหญ่ สถานที่แห่งนี้เป็นอาคารที่ก่อสร้างจากไม้โอ๊กเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่าท่ามกลางลานโล่ง

    แต่ทว่าในเวลานี้เกิดปรากฏการณ์ที่มีเสียง ของฝนหิมะจำนวนมากมายมหาศาล กำลังค่อยๆ เริ่มทำการตกลงมากระทบกับเสียงของหลังคากระเบื้อง อย่างไม่หยุดหย่อนและพอฟังไปฟังมาก็ดูเหมือน กับเสียงของนาฬิกาทรายที่กำลังเริ่มส่งสัญญาณการนับถอยหลังและนำพาเธอไปสู่ชะตากรรมที่จะดี หรือ ไม่ดี เธอเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ในตอนนี้

   และในที่สุดเด็กสาวอย่างจูเลียต ก็ได้ทำการวิ่งเข้ามาจนถึงตรงบริเวณห้องทำงาน ของ คุณไครอนเป็นที่เรียบร้อย สถานที่แห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและยังคงมีกลิ่นกระดาษหนังสือโบราณคละคลุ้งอยู่เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา

    คุณไครอนเขา ผู้เป็นเสมือนทั้งครู นักปราชญ์ และผู้เฝ้ามองท้องฟ้าในช่วงเวลายามค่ำคืน เขาเองก็กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม่มีโปรแกรมที่จะเดินทางออกไปไหน เหมือน กับ ว่าเขาเองก็กำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่างอยู่ อย่างไร อย่างงั้น  โดยที่ตัวของเขาเองก็ไม่อาจจะกำหนด หรือเรียนรู้เรื่องราวจากโชคชะตา หรือ มีนิมิตรที่สามารถจะหยั่งรู้ได้ว่า ในวันนี้เบื้องบนจะนำพาจูเลียตให้มีโอกาสเดินทางมาหาและพูดคุยสนทนา กับ เขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    หลังจากที่เด็กหญิงตัวน้อยๆ อย่างจูเลียตได้ค่อยๆ เริ่มทำการเอื้อมมือ ไปทำการผลักประตูที่ทำมาจากไม้โอ๊กบานใหญ่นั้น ให้เปิดออกกว้าง หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นานนัก เสียง ของ บานพับประตูก็ดังขึ้นมาเบาๆ ภายในห้องทำงาน ของ คุณไครอนในตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่น ของ หญ้าแห้ง และกลิ่น ของชาดำร้อนๆ ลอยคละคลุ้งกันอยู่อย่างตลบอบอวล ในขณะที่ร่างสูง ของคุณไครอน ซึ่งเขาเป็นครึ่งคน ครึ่งม้า กำลังทำการยืนอยู่ตรงบริเวณใกล้ๆ กับ หน้าต่าง หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการหันมาหา เด็กหญิงตัวน้อยๆ อย่างจูเลียตช้าๆ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเงียบขรึม และ ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นตระหนกตกใจเลยแม้แต่นิด เพราะว่าเขาเองเคยเจอและผ่านสถานะการณ์ต่างๆ เหล่านี้ มาจากเด็กคนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ภายในค่ายฮาล์ฟบลัดแห่งนี้มานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง พร้อม กับ เอ่ยคำพูดขึ้นมาในทันทีว่า

    “จูเลียต … ฉันรู้ว่าสักวันหนึ่งเธอก็จะเป็นเด็กอีกหนึ่งคนที่จะเดินทางมาหาฉันเพราะเรื่อง”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูค่อนข้างทุ้มเป็นอย่างมาก แต่ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของคุณไครอนจะเต็มไปด้วยความทุ้มสักเพียงใดก็ตามแต่สำหรับเด็กหญิงอย่างจูเลียตแล้วนั้น กลับมีความคิดเห็นว่าน้ำเสียง ของ คุณไครอนในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยนแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและอำนาจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูด กับ เด็กน้อยอย่างจูเลียตต่อในทันทีว่า

    “ตราสัญลักษณ์นั้น…  มันได้ทำการปรากฏขึ้นมาแล้วสินะ หลังจากที่คำพูด ของ คุณไครอนได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก เด็กสาวอย่างจูเลียตก็ค่อยๆ เริ่มทำการพยักใบหน้าสวยหวานขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตา ของ เธอในตอนนี้ และเวลานี้เต็มไปด้วยความรู้สึกสั่นไหว ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และเอ่ยคำพูดขึ้นมาในทันทีว่า

   “มันเกิดขึ้นมาใน… ตอนที่ฉันกำลังจะทำการก้าวเรียวเท้าบางเดินทางมาถึงยังตรงบริเวณหน้าบ้าน ของ กระท่อมหมายเลขที่ 11 เฮอร์มีส … และแล้วก็มีหิมะ... และก็ยังมีลม... แล้วมันก็หลังจากนั้น... ก็เริ่มเกิดมีสัญลักษณ์บางอย่างขึ้นมาทำการปรากฏอยู่บนหัว ของ ฉันค่ะคุณไครอน…”

     ในตอนนี้และเวลานี้เธอแทบจะพูดออกมาจนฟังไม่รู้เรื่อง แต่ทว่าคุณไครอนกลับไม่ได้ต้องการฟังคำอธิบายจากปาก ของ เด็กน้อยอย่างจูเลียตไปด้วยถ้อยคำที่มากกว่านั้น สิ่งที่เขาเลือกที่จะทำก็แค่เพียงค่อยๆ ทำการเดินเข้ามาใกล้เด็กหญิงอย่างจูเลียต แล้วบอกให้เธอค่อยๆ เริ่มทำการก้มศีรษะลงเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็เริ่มค่อยๆ ทำการส่องดูตราสัญลักษณ์ที่ในตอนนี้ และ เวลานี้มันก็ยังคงลอย และทำการส่องแสงเรืองรองอยู่ตรงบริเวณเหนือศีรษะของเธออยู่

    หลังจากนั้นเส้นขอบตาของเขา ก็เริ่มค่อยๆ ที่จะมีอาการกระตุกขึ้นมาเล็กๆ น้อย ๆ แต่ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความ “ยอมรับ” ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง พร้อม กับ เอ่ยคำพูด กับ เด็กหญิงสาว อย่างจูเลียตขึ้นมาในทันทีว่า 

“ จูเลียต ฟังฉันพูด และ อธิบายให้ดีๆ นะ เธอ… คือทายาท หรือ ธิดาที่แท้จริงของเทพบอเรอัสจ้าวแห่งลมเหนือแห่งแดนธาราน้ำแข็ง”

 พอหลังจากที่ไครอน ได้ทำการเอ่ยคำพูดจบลงในตอนแรกเสร็จเรียบร้อย เขาก็เริ่มที่จะเว้นวรรคคำพูดอยู่เป็นระยะเวลาสักพักหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เริ่มทำการกล่าวคำพูดต่อไปอย่างช้า ๆ ว่า

“นั่นคือพลังดิบจากห้วงอากาศที่ เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ และ จูเลียตหนูไม่มีทางที่จะฝืน หรือควบคุมมันได้ เข้าใจไหม" หลังจากที่คำพูด ของ คุณไครอนจบลง เด็กหญิงอย่างจูเลียตก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูด กับ คุณไครอนต่อในทันทีว่า

“หนูเข้าใจ ในสิ่งที่คุณไครอน ได้ทำการอธิบายให้หนูฟังแล้วค่ะ แต่ว่าหลังจากจากนี้ไปหนูต้องทำยังไงต่อหรอคะ" พอหลังจากที่คำพูด ของเด็กน้อยได้ทำการเอ่ยจบลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก หลังจากนั้นคุณไครอน ก็ค่อยๆ เริ่มทำการเปล่งน้ำเสียง และ เอ่ยคำพูดว่า 

    "ตามฉันมาก็พอ ฉันจะเป็นคนพาเธอไปเอง" หลังจากที่จบคำพูด ของ คุณไครอน ลงไปได้แค่เพียงไม่นานนัก เขาก็ค่อยๆ เดินนำหน้าเด็กหญิงอย่างจูเลียต และ ก้าวเดินออกจากบริเวณห้องทำงาน ของ ตัวเองไป โดยมีเด็กหญิงอย่างจูเลียตก้าวเดินตามหลังอิกมาติดๆ 


❄ บุตรแห่งบอเรอัส พรายหิมะส่องประกาย ❄ ลมเหนือไม่เคยหลับใหล ❄ จนกว่าโชคชะตาจะนำทาง ❄

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 23594 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2025-7-24 00:00
โพสต์ 23,594 ไบต์และได้รับ +5 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์ 2025-7-24 00:00
โพสต์ 23,594 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-7-24 00:00
โพสต์ 23,594 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-7-24 00:00
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โพสต์ 2025-7-26 14:08:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
19-07-2025 13.50 AM

I want to be your everything little darling




การสนทนากับคริสโตเฟอร์ทิ้งความรู้สึกที่ทั้งหนักอึ้งและปลอดโปร่งไว้ในใจ การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว แต่ภารกิจที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น สองเท้าของไนมีเรียพาร่างที่อ่อนล้าแต่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น เดินตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ ที่ซึ่งภูมิปัญญาและความทรงจำนับพันปีสถิตอยู่

ไครอนรออยู่แล้วที่ระเบียงหน้าบ้าน เขากำลังนั่งเล่นไพ่พิน็อกเคิลอยู่กับคุณดี หรือเทพไดโอนิซุส ที่ดูเบื่อหน่ายโลกอย่างสุดซึ้งตามปกติ ข้างๆ กันนั้นคือเรเชล เอลิซาเบธ แดร์ เธอนั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้โยกด้วยสีหน้าที่ยังคงซีดเซียวจากเหตุการณ์เมื่อสองคืนก่อน

เมื่อเห็นร่างอรชรเดินเข้ามา เซนทอร์ชราก็วางไพ่ในมือลงแล้วหันมาด้วยแววตาที่อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความกังวล “มาแล้วรึ ไนมีเรีย” เขากล่าว “ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากเรเชลแล้ว ช่างเป็นคำพยากรณ์ที่น่ากังวลใจเสียจริงๆ"

ธิดาแห่งเฮคาทีทรุดตัวลงนั่งบนขั้นบันไดอย่างหมดแรง หลังจากยกปอนโซให้ไครอนเป้นของฝากจากเท็กซัสก็เล่าเรื่องราวความฝันอันน่าสะพรึงกลัวที่เห็นภาพของสตรีนิรนามผู้เป็นดั่งรัตติกาลกำลังถูกดูดกลืนพลังไปให้เขาฟังอีกครั้ง

“เทพีนิกซ์” ไครอนพึมพำหลังจากที่ฟังจบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความครุ่นคิด “ดูเหมือนว่าพลังของพระนางกำลังอ่อนแอลงอย่างรุนแรง การที่ราตรีหายไปจากโลกย่อมส่งผลกระทบที่มิอาจคาดเดาได้ และการตื่นขึ้นของสี่อัศวินแห่งกาลวิบัติก็คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด”

บรรยากาศพลันหนักอึ้งลงด้วยความหมายของคำพยากรณ์นั้น ทุกคนเงียบงันไปกับภาพของโลกที่กำลังจะเผชิญกับหายนะ

ทันใดนั้นเอง เรเชลที่นั่งเงียบมาตลอดก็พลันแข็งทื่อไปอีกครั้ง! ดวงตาสีเขียวของหล่อนลุกโชนขึ้นด้วยแสงสว่างวาบราวกับมีใครมาจุดไฟอยู่ข้างใน หมอกสีเขียวจางๆ ระลอกใหม่เริ่มลอยออกมาจากริมฝีปากที่อ้าค้าง

“ไม่น่า.. อย่าบอกนะว่าเอาอีกแล้ว!” ไนท์อุทานเบาๆ

แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่การสิงสู่ที่รุนแรง แต่เป็นการเปล่งเสียงที่ต่อเนื่องและชัดเจนราวกับกำลังอ่านบทกวีที่ถูกซ่อนไว้ในกระแสธารแห่งกาลเวลา

“ราตรีสูญสิ้น สุริยันเรืองรอง”
“เงาจันทร์ไร้ร่องรอย ดาราลาจากห้อง”
“มารดรดำมืด คืนชีพจากพันธนาการ”
“สี่ม้าเพลิงผลาญ เตรียมพิฆาตสถาน”


เสียงที่ก้องกังวานนั้นดังพอที่จะทำให้คุณดีต้องเงยหน้าขึ้นจากเกมไพ่ด้วยความรำคาญระคนสนใจ และมันก็ดังพอที่จะไปถึงหูของใครบางคนที่กำลังเดินผ่านมาพอดี

โห นั่นมันไม่ใช่คำพยากรณ์ระดับไปเก็บสตรอว์เบอร์รีแล้วนะ” เสียงที่ร่าเริงและคุ้นเคยดังขึ้นจากทางเดิน ลีโอ วัลเดซ ในชุดช่างที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเดินเข้ามาพร้อมกับคาลิปโซ แฟนสาวคนสวยผู้มีรอยยิ้มสงบนิ่ง “นี่มันระดับมหากาพย์ชัดๆ!”

แต่ไม่มีใครสนใจคำพูดติดตลกของเขา เพราะเสียงของเทพพยากรณ์ยังคงดำเนินต่อไป บทแล้วบทเล่า ถ้อยคำแล้วถ้อยคำ ถักทอเรื่องราวการเดินทางอันยาวไกลและเต็มไปด้วยภยันตราย ผ่านดินแดนที่ถูกลืมเลือนและยุคสมัยที่สาบสูญ

“สู่แดนหมีขาว ผู้ผูกมัดด้วยใจเย็น ใต้ฐานเหล็กกล้า สี่พิทักษ์เฝ้ารอ”
“ณ แดนผู้ดี อัศวินห้าวหาญ ใต้ซุ้มประตูชัย รุ่งโรจน์และล่มจม”
“ในถ้ำมังกร เมอร์ลินเปิดทางใจ ใต้เงาหินเรียงราย บุตรมืดหมายครอง”
“คู่ชะตาจักมา ผมยาวสลวยงาม”

เมื่อถ้อยคำสุดท้ายจบลง เรเชลก็อ่อนยวบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ลีโอกับคาลิปโซก็เข้ามาช่วยประคองไว้ได้ทัน

“โอเค” บุตรแห่งเฮเฟตัสกล่าวหลังจากที่ช่วยพยุงเรเชลให้นั่งลงอย่างเรียบร้อย “ดูเหมือนว่ารุ่นน้องคนใหม่ของพวกเราจะเจองานช้างเข้าให้แล้ว และฟังจากปริมาณการเดินทางข้ามทวีปในคำพยากรณ์นั่นแล้ว พวกเธอคงต้องการยานพาหนะที่ดีกว่ารถบัสของอาร์กัสแน่ๆ” เขายิ้มกว้าง “ถือซะว่าฉันกับคาลิปโซขออาสาเป็นสปอนเซอร์การเดินทางครั้งนี้ให้ก็แล้วกัน”

ไครอนมองลีโอด้วยความขอบคุณ ก่อนจะหันกลับมาที่ธิดาแห่งเฮคาที ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความจริงจังสูงสุด “ฟังให้ดีนะ ไนมีเรีย คำพยากรณ์บทนี้คือแผนที่ คือเข็มทิศ และคือคำเตือนของเจ้า”

เซนทอร์ชราเริ่มวิเคราะห์บทกวีแห่งโชคชะตานั้นทีละท่อนด้วยสติปัญญาที่สั่งสมมานับพันปี

“ส่วนแรกนั้นชัดเจน” เขากล่าว “มันคือภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบัน พลังของเทพีนิกซ์กำลังถูกจองจำ และอัศวินแห่งกาลวิบัติก็กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา”

“‘สู่แดนหมีขาว ผู้ผูกมัดด้วยใจเย็น’ ข้าเชื่อว่ามันหมายถึงนครยานยนต์ ดินแดนของเหล่าเครื่องจักรกลทางตอนเหนือ และ ‘สี่พิทักษ์เฝ้ารอ’ ก็คงหนีไม่พ้นโกเลมผู้พิทักษ์ทั้งสี่ที่เฝ้าวิหารใต้ดินอยู่ที่นั่น นั่นคือจุดเริ่มต้นของเจ้า”

“จากนั้นการเดินทางจะนำเจ้า ‘สู่ป่ามรกตไพร’ และ ‘บันไดศิลาแกร่ง’ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของปิระมิดอุชมัลในป่าลึกของเม็กซิโก”

“‘ณ แดนผู้ดี อัศวินห้าวหาญ’ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมายถึงเกาะอังกฤษและการหลงยุคกลับไปสู่คาเมล็อต ส่วน ‘ใต้ซุ้มประตูชัย รุ่งโรจน์และล่มจม’ น่าจะหมายถึงการต่อสู้ครั้งใหญ่ในเมืองหลวงของอาณาจักรลีโอเนส”

“‘ในถ้ำมังกร เมอร์ลินเปิดทางใจ’ ส่วนนี้น่าสนใจยิ่งนัก มันอาจไม่ได้หมายถึงถ้ำมังกรจริงๆ แต่อาจเป็นสถานที่ลี้ลับที่เมอร์ลิน บุตรอีกคนหนึ่งของเฮคาที จะนำทางเจ้าไป และที่นั่นเองที่เจ้าจะได้เผชิญหน้ากับ ‘บุตรมืด’ แร็กนาร์ เมสัน ผู้หมายจะครอบครองพลังของเทพีนิกซ์ที่สโตนเฮนจ์”

“‘เหนือยักษ์น้ำแข็ง’ และ ‘เงามายาแตกสลาย’ คือบททดสอบสุดท้ายในการกอบกู้แก่นพลังของนิกซ์กลับคืนมา แม้จะสำเร็จ แต่ ‘ราตรีเพียงชั่วครู่’ ก็บอกเป็นนัยว่าภารกิจของเจ้ายังไม่จบสิ้น”

“และส่วนสุดท้าย” ไครอนหยุดไปชั่วครู่ เขามองลึกเข้ามาในดวงตาของไนมีเรีย “มันคือบทสรุปและจุดเริ่มต้นใหม่ ‘ดวงใจราตรี คืนสู่ความปลอดภัย’ คือการที่ภูตนิกซ์น้อยจะกลับคืนสู่สภาพเทพี แต่คำเตือนที่ว่า ‘การเดินทางเพิ่งเริ่ม ชะตาแขวนบนคมดาบ’ หมายความว่าเจ้ายังต้องปกป้องนางต่อไป ‘สายเลือดเฮคาที จงใช้เวทมนตร์’ คือคำเตือนสำหรับเจ้าโดยเฉพาะ และท้ายที่สุด ‘คู่ชะตาจักมา ผมยาวสลวยงาม’ ปริศนาชิ้นนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะค้นพบคำตอบได้”

สิ้นคำวิเคราะห์อันยาวนาน บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเงียบแห่งความกลัว แต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้งไปด้วยน้ำหนักของโชคชะตาที่ถูกหยิบยื่นมาให้ ไนมีเรียรินกาแฟเติมให้ทุกคนอย่างหนักใจ

"จบกัน ทีนี้ทุกคนในค่ายก็รู้สเปคฉันหมดน่ะสิ" ธิดาบ้านเฮคาทีถอนหายใจเฮือกใหญ่

สงสัยจะเลี่ยงไม่ได้การเดินทางที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของไนมีเรีย ครั้งแรก ก็หวังว่ามันจะไม่ใช่หนสุดท้ายล่ะนะ

******

คำพยากรณ์รัตติกาลที่สาบสูญ
ลีโอ วัลเดช และ คาลิปโซ่ อาสาเข้าร่วมภารกิจเดินทาง

[NPC-58] ไครอน
ให้ปอนโซ ของฝากจากเท็กซัส
+5 ความสนิทสนมการสนทนา

[NPC-23] ลีโอ วัลเดซ, [NPC-44] คาลิปโซ่, [NPC-31] เรเชล อลิซาเบธ แดร์
เลี้ยงกาแฟทั้งสามระหว่างปรึกษา
+5 ความสนิทสนมการสนทนาลึกซึ้งทั้งสาม

@God 

i'll melt your heart into two @HyeRi Codes

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-58] ไครอน เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ 2025-7-26 14:45
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-44] คาลิปโซ่ เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ 2025-7-26 14:44
God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-23] ลีโอ วัลเดซ เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2025-7-26 14:43
โพสต์ 24031 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-7-26 14:08
โพสต์ 24,031 ไบต์และได้รับ +3 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก ธนู  โพสต์ 2025-7-26 14:08
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ต้านทานเวทมนตร์
สื่อสารกับสุนัข
ไฟแช็ค
ปากกาหมึกซึม
กิ๊บติดผม
กล่องดนตรี
ตำราเวทมนต์เฮคาที
การควบคุมหมอกขั้นสูง
เข็มกลัดเฮคาที
ทักษะยิงปืน
แหวนดาราจรัส(D)
คิดค้นคาถา
เส้นทางลับ
เรียกอาวุธจากหมอก
กล้องถ่ายรูป
Daedalus's Legacy
กำไลมิตรประสาน
บันทึกโซเฟีย
ชุดบำรุงอาวุธ
การปลุกผี
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
คบเพลิงเวท
ผลิตภัณฑ์กันแดด
แหวนจันทราทมิฬ
โล่อัสพิส
เกราะหนัง
ชุดเครื่องเพชร
รองเท้าส้นสูง
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
โรคสมาธิสั้น
แว่นกันแดด
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x2
x2
x10
x10
x1
x1
x10
x2
x18
x59
x11
x16
x5
x5
x2
x4
x1
x1
x4
x1
x5
x2
x20
x10
x4
x3
x1
x2
x5
x1
x1
x3
x1
x40
x7
x4
x35
x1
x3
x3
x35
x4
x16
x1
x1
x1
x3
x4
x1
x6
x52
x8
x10
x2
x1
x1
x9
x1
x1
x28
x1
x5
x2
x2
x3
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้