เจ้าของ: God

[บ้านใหญ่] ห้องทำงานไครอน

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2024-12-21 03:02:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Robin เมื่อ 2024-12-22 14:22


Winter is coming
event : day 1 (19 dec 2024)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


โรบินเดินทอดน่องไปตามถนนสายเล็กๆ ในเขตบ้านพักด้วยความเบื่อหน่าย หลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับอสุรกายที่คุณดี. ให้มาศึกษาไปจนจบหนึ่งเล่ม และลงบันทึกข้อมูลที่จำเป็นในรูปแบบตารางเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนตัว เธอก็ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่นให้ทำมากนักในช่วงบ่าย

หิมะที่เพิ่งหยุดตกทำให้บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ ถนนปกคลุมด้วยสีขาวเป็นประกายระยิบระยับใต้แสงแดด โรบินเดินเล่นไปเรื่อยๆ ซึมซับกลิ่นอายความเย็นสดชื่นที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ พลางคิดหากิจกรรมใหม่ทำแก้เบื่อ ถ้ายังอยู่ที่บ้าน ป่านนี้อิกอร์คงลากเธอออกไปนอนเกลือกกลิ้งบนผืนเกล็ดน้ำแข็งสีขาว ปั้นเป็ดตุ๊กตาเป็ด และปาบอลนับแต้มกันอย่างบ้าคลั่ง

คิดถึงบ้านชะมัด..

แต่ยังไม่ทันคิดอะไรได้มาก สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับกลุ่มคนที่ยืนจับกลุ่มหน้าโรงอาบน้ำ พวกเขายืนซุบซิบกันอยู่ตรงบอร์ดประกาศเหมือนกำลังสนใจอะไรบางอย่าง

โรบินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอเดินเข้าไปใกล้ พยายามเบียดตัวผ่านกลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่ตรงนั้นจนเห็นประกาศที่ติดอยู่ มันเป็นกระดาษสีขาวเรียบง่ายแต่สะดุดตาเพราะตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่เขียนไว้ด้านบนว่า:

เทพหนุ่มสุดฮ็อตพาเที่ยวโอลิมปัส: ซิ่งสู่ยอดเขาพร้อมกัน 21 ธันวาคม!

เธอเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกวาดสายตาอ่านรายละเอียดที่อธิบายถึงงานประชุมประจำปีของเหล่าเทพเจ้า ซึ่งปีนี้พิเศษตรงที่เปิดโอกาสให้มนุษย์กึ่งเทพที่สนใจเข้าร่วมได้ แถมยังมีปาร์ตี้สุดเหวี่ยงแบบเทพๆ ให้ได้ร่วมสนุกด้วยกันอีก

“โอลิมปัสหรอ..” โรบินพึมพัมเบาๆ พลางยืนนิ่งพิจารณา สายตาหยุดอยู่ที่บรรทัดสุดท้ายซึ่งระบุว่า ‘โอกาสพิเศษที่จะได้พบพ่อหรือแม่เทพเจ้า’

หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ตีขึ้นมาในใจ เธอคิดถึงเทพเฮอร์มีส ผู้ที่เธอควรเรียกว่าพ่อ แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นเลย ทิ้งไว้แต่เพียงจดหมายโง่ๆ หนึ่งแผ่นกับแผ่นหนังหนึ่งเรื่องที่ส่งผ่านอากาศมาอยู่ในห้องนอน หลังจากวันที่เธอเป็นบ้าอยู่หน้ารูปปั้นกลางโถงบ้านคนเดียว

โรบินถอนหายใจยาวจนเกิดเป็นไอสีขาวเมื่อความร้อนจากร่างกายปะทะกับลมหนาว ความคิดที่ตีวนไปมาในหัวทำให้เธอเบื่อหน่าย ตัดสินใจหมุนตัวเดินตรงไปยังบ้านใหญ่ เพื่อหาไครอนและถามให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้


เมื่อถึงหน้าประตูห้องทำงานของไครอน โรบินเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง เสียงนุ่มนวลแสนคุ้นเคยของเซนเทอร์ตอบกลับมาจากด้านในทันที “เข้ามาได้เลย”

โรบินเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องไม้มะฮอกกานีบัดนี้ได้รับการตกแต่งด้วยสีเขียวและแดง ที่มุมห้องมีต้นคริสต์มาสขนาดห้าฟุตตั้งอยู่ ใต้ต้นไม้มีกล่องของขวัญหลายกล่องหลากสี เอกสารกับหนังสือกองซ้อนกันบนโต๊ะทำงาน แม้จะผ่านมาหลายพันปีแล้วแต่ไครอนยังอินกับเทศกาลอะไรแบบนี้อยู่แฮะ เธอแอบสงสัยว่าเขาอยู่มานานขนาดนี้เคยเจอกับเจ้าของวันเกิดตัวจริงหรือเปล่า หรือจะเป็นชาวค่ายสักคนที่มาทำอะไรแบบนี้ให้ ให้เดาก็คงเป็นเด็กบ้านหมายเลขสิบสองไม่ก็บ้านหมายเลขยี่สิบเอ็ด หรือไม่ก็ทั้งสองบ้านรวมหัวกัน แต่นี่มันเร็วไปไหม? ยังเหลืออีกตั้งห้าวันนะ 

เธอสะบัดหัวไล่ความคิดวุ่นวายออกไป ..แต่ก็ได้ไม่นาน

“โอ้!”

ปู้ดดดดดดด..!

เสียงนกหวีดปาร์ตี้ดังขึ้นจากหลังโต๊ะทำงาน ตามมาด้วยภาพที่ทำให้โรบินอยากจะเป็นลมขึ้นมาสักรอบ

ร่างกึ่งคนกึ่งม้าศึกสีดำบัดนี้กลายเป็น เอ่อ.. เธอจะพูดว่าอะไรดี ‘พ่อม้าปาร์ตี้คริสต์มาส’ หรือเปล่า หมวกกับชุดซานต้าสีแดงขาวบนใบหน้าร่าเริงสุดขีด แล้วหางที่สะบัดไปมาด้านหลังนั่นก็มีโบว์สีแดงอันใหญ่นั่นมัน..

“ว้าว!” โรบินประกบมือสองข้างเข้าหากันด้วยใบหน้าเรียบเฉย “คือมันแบบมหัศจรรย์สุดๆ ไปเลยค่ะไครอน หนูประทับใจ”

“ฉันรู้ๆ” ไครอนว่าพลางยกมือขึ้นโบกไปมา “พวกเด็กๆ บอกให้ฉันลองทำอะไรแบบนี้ดูบ้างน่ะ อย่างที่รู้กันว่าช่วงนี้สถานการณ์ภายในค่ายค่อนข้างจะตึงเครียดกันมากอยู่ ผลตอบรับดีเกินคาดนะดูจากท่าทางของเธอเมื่อครู่ ไหน? เธอมีอะไรล่ะโรบิน”

“อ๋อ” โรบินแทบจะลืมไปแล้วว่าเธอมาหาเขาด้วยสาเหตุอะไร “คือไครอนคะ หนูเจอนี่ติดอยู่บนบอร์ดประกาศ” เธอยื่นกระดาษที่หยิบติดมือมาจากหน้าโรงอาบน้ำให้เขาดู

“อ้อ”ไครอนเงยหน้าขึ้นและรับกระดาษไปอ่าน ก่อนจะคลี่ยิ้มเล็กน้อย เอาตรงๆ นะ ชุดของเขานี่มันกวนใจโรบินชะมัดเลย “นี่เป็นการประชุมสภาพเทพประจำปีน่ะ ปกติจะเกิดขึ้นในวันเหมายันของทุกๆ ปี นอกจากพวกเรื่องสำคัญของเหล่าเทพเจ้าแล้ว ยังมีปาร์ตี้พิเศษที่เปิดโอกาสให้มนุษย์กึ่งเทพเข้าร่วมด้วยนะ”

“ปาร์ตี้แบบไหนจะจัดขึ้นวันแบบนี้หรอคะ? คือหนูว่าตอนนี้เทพเจ้าน่าจะจัดลำดับความสำคัญกันผิดไหม?”

สีหน้าของไครอนอ่อนโยนลงจนเห็นได้ชัด 

“ในวันแบบนี้พลังของเทพเจ้าน่ะอ่อนแอจนถึงที่สุดเลยล่ะ” เขาพูดพร้อมมองโรบินด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะเตรียมใจสำหรับคำถามต่อไปของเธอ

“แล้วไงคะ?” โรบินถามพลางเลิกคิ้ว เธอเริ่มรู้สึกเหมือนเขากำลังพูดอะไรที่เธอควรจะรู้ แต่เธอกลับไม่เข้าใจสักนิด

ไครอนวางกระดาษลงบนโต๊ะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย “นั่นเป็นเหตุผลที่เทพเจ้าต้องรวมตัวกันในวันนี้ พวกเขาไม่ได้จัดลำดับความสำคัญผิดหรอก ที่จริงแล้ว การประชุมและการปาร์ตี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการปกป้องโลกเหมือนกัน”

“กลยุทธ์?” โรบินยิ่งสงสัยหนัก เธอเอียงคอมองเซนเทอร์ตรงหน้าเหมือนต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้

“ใช่” ไครอนยิ้มเล็กน้อย “การรวมตัวของเทพเจ้าในที่เดียวกันทำให้พวกเขาสามารถแบ่งปันพลังงานกันได้ในวันที่อ่อนแอที่สุด และการเปิดโอกาสให้มนุษย์กึ่งเทพเข้าร่วม ก็เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างพันธมิตรใหม่ๆ หากวันหนึ่งเธอจำเป็นต้องร่วมต่อสู้ในสงครามใหญ่ เธอจะรู้ว่าเธอไม่ได้สู้เพียงลำพัง”

“ถ้าเธอไป เธอก็อาจจะได้พบเทพเฮอร์มีส พ่อของเธอด้วยนะ”

คำอธิบายของไครอนทำให้โรบินเงียบไปครู่หนึ่ง เธอไตร่ตรองคำพูดของเขาสักพัก ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “เขาไม่ใช่พ่อหรอกค่ะ คนที่ไม่เคยสนใจแม้แต่มาทักทายหรือพบหน้ากันเลย หนูไม่ได้อยากรู้จักเขาขนาดนั้น”

ไครอนมองเธออย่างเข้าใจ เขาถอนหายใจแผ่วเบา “ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอ โรบิน แต่เด็กเอย.. บางครั้งเทพเจ้าก็เลือกทางที่ไม่เหมาะสมสำหรับลูกของตัวเอง แต่ฉันคิดว่าบางทีการไปครั้งนี้อาจช่วยให้เธอได้คำตอบบางอย่างที่เธอตามหามาตลอดก็ได้นะ”

โรบินส่ายหน้า “ไม่ค่ะ หนูไม่คิดว่ามันจะมีคำตอบอะไรที่หนูอยากฟัง”

“ก็ได้” ไครอนแสดงท่าทียอมแพ้ เขาวางนกหวีดปาร์ตี้สีแดงเขียวลง “ถ้าเธอเปลี่ยนใจ ฉันจะช่วยแจ้งให้ลงทะเบียนเผื่อไว้”

“หนูแน่ใจแล้วค่ะว่าจะไม่ไป” โรบินย้ำหนักแน่น

“‘งั้นลงชื่อในใบนี้แทน” ไครอนหยิบปากกาพร้อมกระดาษอีกแผ่นขึ้นมา มันเขียนว่า ‘ลงชื่อสำหรับคนที่จะไม่ไปโอลิมปัส’

โรบินโน้มตัวลงไปกรอกข้อมูลจนครบทุกช่อง แล้วยื่นมันกลับให้ไครอน จากนั้นค่อยหมุนตัวเดินออกจากห้อง ความรู้สึกในใจยังคงหนักอึ้ง แต่เธอรู้ว่าเธอตัดสินใจแล้วและไม่อยากเปลี่ยนใจ


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

  


แบบฟอร์มลงทะเบียนคนไม่ไปเที่ยวโอลิมปัส


ชื่อเต็ม : โรบิน มิไคเลอร์วิช


สายเลือดเทพ : เฮอร์มีส


หมายเลขบ้านพัก : 11


ระดับความแข็งแกร่ง : 9


จำนวน NPC เพื่อนร่วมค่ายที่จะอยู่ด้วยกัน : -



Robin


----------------------


 ( Robin Gabriellova Mikhailovich )


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ +15 ความกล้า โพสต์ 2024-12-21 07:25
โพสต์ 37534 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์ 2024-12-21 03:02
โพสต์ 37,534 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +5 ความกล้า จาก โล่อัสพิส  โพสต์ 2024-12-21 03:02
โพสต์ 37,534 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก หมวกเกราะ  โพสต์ 2024-12-21 03:02
โพสต์ 37,534 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก เกราะหนัง  โพสต์ 2024-12-21 03:02
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
วิ่งเร็ว
รองเท้าเซฟตี้
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ดาบสัมฤทธิ์
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ต่างหูเงิน
มือเบา
กำไลหินนำโชค
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x10
x1
x2
x3
x3
x1
x1
x1
x4
x14
x4
x23
โพสต์ 2024-12-30 23:34:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Activity Form

[บ้านใหญ่] ห้องทำงานไครอน

ย้อนเวลา 23 / 12 / 2024 เวลาประมาณ 22.00 น.




ถ้าเธอจำไม่ผิดเธอดูจะทำทุกบ้านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วเด็กสาวที่ตอนนี้ ท่องเที่ยวครบทุกบ้านแล้ว


ถ้าเธอไม่ลืมบ้านหลังไหนหลังหนึ่งไปนะ


เธอเดินมาที่ห้องทำงานของคุณไครอน แน่นอนว่าเพื่อภารกิจนี้หลังจากที่ซ่อมแซมบ้านเสร็จ


ก๊อก ก๊อก ก๊อก ” เสียงการเคาะประตูจากทางด้านนอกของเด็กสาว


เธอรอสักครู่ให้มีเสียงตอบรับก่อนแล้วเธอจึงเปิดประตูเข้าไปด้านใน 


สวัสดีค่ะ คุณไครอน ลอร์ร่าเองค่ะ ขอเข้าไปนะคะ ” เธอกล่าวทักทาย ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน 


เธอก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังจัดเเจงของอยู่ด้านในห้องพักของตน เขาหันมาหาเด็กสาวพร้อมการกล่าวทักทายตามปกติ


อ้าวลอร์ร่า มอะไรหอบเธอมาถึงนี่กัน ” ทางไครอน ถึงกับถามเธอและมองเธออย่างประหลาดใจ เพราะปกติเธอจะไปที่ห้องทำงานของคุณดีมากกว่า


ป่าวค่ะ หนูแค่มาขึ้นเงินรางวัล


ใช่แล้วถ้าไม่มีผลประโยชน์ส่วนใหญ่เธอก็ไม่ค่อยเข้ามาห้องนี้หรอก 


ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คือเธอจะมาแลกเงินทำงานนั่นแหละ 


ฮา ฮา ฮาาาา .... ไหนเล่ามาซิ ไปทำอะไรมา จะมารับรางวัลเด็กดีหนะ ” อีกฝ่ายถึงกับยิ้มแล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดของตนเอง


คือหนูไปซ่อมแซมบ้านมาค่ะ ”  เธอพูดด้วยน้ำเสียตื่นเต้นสุดๆ เหมือนจะมีอะไรมาอวดเขายังไงอย่างนั้นเลย


เธอกะแอมเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มเล่า เริ่มด้วยบ้านหลังเเรกเเบบภูมอใจนำเสนอสุดๆ  “ เริ่มจากบ้านหลังแรก บ้านหลังหลังนี้ดูไม่ค่อยเสียหายมากค่ะ อย่างบ้านฮิปนอส ” เธออธิบายถึงบ้านหลังแรกที่เธอไปซ่อม


ก่อนที่จะต้องยิ้มเล็กน้อยแล้วก็พูดถึงบ้านหลังถัดไป เเม้จะเป็นหังที่เเบบว่าอาการหนักสุดเลย เเต่ก็นะ เธอพยายามได้อย่างดีเลย ช่วยบ้านไว้อย่างเต็มที่ ทั้งการซ่อมและการวาดสรังสรรค์เเบบให้สวยงามเลยทีเดียวเชียวนะ


หลังต่อไปคือบ้านหมายเลข 9 บ้านเฮเฟตัสค่ะ แต่บ้านหลังนี้ดูจะโดนเยอะเลย หลังคาเปิดเลยค่ะหนูเอาไม้ไปค้ำไว้ให้แล้ว น่าจะพออยู่ได้อีกสักพัก ” เธอบอกเล่าให้อีกฝ่ายรู้


อ๋อๆ ... แต่ล่าสุดหนูเดินออกมา หนูเห็นว่าหลังคาที่หนูเอาไม้ไปทำมันพังลงมานอนกับพื้นแล้วค่ะ ” เธออธิบายแบบให้อีกฝ่ายเห็นภาพเลย


..... ” หน้าของเขานั้นคือเปลี่ยนสีไปเลยไปเลย แม้จะออกมาแต่ก็สัมผัสได้จากสีหน้า ที่ค่อนข้างชัดเจน


หลังต่อไปหนูก็ไปดูที่บ้านของอะพอลโล หลังนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ มีแค่ของด้านนอกที่ดูจะพังเล็กน้อยหนูก็เก็บกวาดไปแล้วค่ะ ” เธอบอกพร้อมสรุปจบ


แล้วหลังอื่นเป็นยังไงบ้าง ” 


อีกฝ่ายทำถึงบ้านหลังอื่นเพราะดูแล้วจะมีหลายหลังเลยที่เกิดความเสียหาย 


ส่วนมากจะไม่ค่อยมีอะไรมากนะคะเท่าที่หนูดู อาการหนักสุดก็น่าจะบ้านหมายเลขเก้านั่นแหละค่ะ ” เธอยิ้มแห้ง 


หลังทำการอธิบายอีกฝ่ายยกมือแบบว่าพอแล้วไม่ต้องพูดแล้ว 


นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเครียดมากกว่าเดิมหนะนะ กับผลงานการสรรสร้างของลอร์ร่าหนะ


เด็กสาวที่พยายามจะบอกถึงว่าตัวเองทำอะไรไปบ้างเรียกว่าขายตรงแบบสุดๆ 


เอาหละๆ ลอร่าเก่งมาก ” อีกฝ่ายปรบมือเล็กน้อยเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเด็กสาวแม้ว่าเธอจะทำพลาดไปบ้างเล็กน้อยก็ตาม


ที่มา .... นี่จะมารับรางวัลคนเก่งใช่ไหม ” อีกฝ่ายทำย้ำ ก่อนจะเปิดตู้ข้างๆ ตัวเองออก


และมีรอที่เด็กสาวนั้นจะปฏิเสธ  เธอก็เล่นตอบตกลงไปเลยสิคะ “ ใช่ค่ะ ใช่เลย หนูมารับรางวัลคนเก่ง ” 


เธอยิ้มแป้น ด้วยใบที่ที่ดูจะภูมิใจในตัวเองสุดๆไปเลย แม้ว่าผลงานจะไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจเสียเท่าไหร่ แต่มันก็คือค่าแรงของเด็กสาวที่ยอมเหนื่อยแล้วก็เลอะเทอะนั่นเอง


เอามา เอานี่ไปสิ รางวัลเด็กดี ” เค้าหยิบเงินออกมาตามจำนวนวางไว้ให้เด็กสาวเป็นค่าตอบแทน


หรือเรียกได้ว่ามันคือค่าความขยันของเธอนั่นเอง 


ขอบคุณนะคะ ” เธอยิ้มออกมาอย่างพอใจ


มือเล็กๆของเธอนั้นโก้ยเหรียญที่อยู่อยู่บนโต๊ะใส่มือของตนเอง  ก่อนที่เธอนั้นจะเริ่มนับมันอีกครั้ง 


ครบหรือเปล่าล่ะ ” อีกฝ่ายแกล้งแซวเล่น


ท่าทางแล้ว เธอจะออกอาการชัดไปหน่อย ว่าหิวเงินหนะ เธอยิ้มๆ


แห๊ะๆ .... ครบค่ะ ครบ ” เด็กสาว หลังจากที่นับเสร็จแล้วก็เงยหน้าบอกอีกฝ่ายว่ามันครบ


แม้ว่ามันจะเกินเธอก็คงไม่คืนหรอก  แต่อีกฝ่ายให้มาพอดีน่ะสิ


เมื่อธุระเสร็จสิ้นเด็กสาวก็เลยขอตัว  เพราะเธอกะว่าจะไปร่วมงานสักหน่อย แต่ก่อนจะไปก็คงต้องไปอาบน้ำอาบท่าจัดการตัวเองก่อน


ยังไง...หนูขอตัวก่อนนะคะ ” เธอขอตัวแล้วก็บอกลาอีกฝ่ายไป


" ตามสบาย ไปพักผ่อนเถอะ ขอบคุณมากเลย " เขากล่าวบอกลาเด็กสาวที่เดินเข้ามา เเละตอนนี้กำลังจะขอตัวออกไปเนื่องจากเธอนั้นเสร็จธุระของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เด็กสาวเดินตามเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ 


ไปอาบน้ำอาบท่าจะได้ไปเข้าร่วมพิธีไว้อาลัย  กับชาวค่ายผู้เสียสละต่อ แต่ึกไปนึกมา เหมือนเธอจะลืมไป 1 หลังหรือเปล่านะ เเต่ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เธอจะไปเก็บต่อ และจะปดูบ้านของเฮเฟตัสด้วยว่ามันโอเคหรือยัง แบบว่ายังไม่มีอะไรพังลงมากกว่าเดิมใช่ไหมหนะ


สำหรับวันนี้ ไม่ไหวแล้ว เธอว่าวันนี้เธอเหนื่อยเกินไปแล้วด้วยหนะสิ




แลกสะสมไบต์จากการซ่อมแซมบ้าน - 50,000 ไบต์ = +15 ดรักม่า (สะสมได้ 4 ครั้ง)
และ สะสม 100,000 ไบต์ = +30 ดรักม่า (เหลือสิทธิ์เเลกอีก 2 รอบ)

หลักฐานการแลก
บ้านฮิปนอส (บ้านเลข 20) - 15,784
บ้านเฮเฟตัส (บ้านเลข 9) 25,461
บ้านอะพอลโล (บ้านเลข 7)  - 15,689
บ้านอะธีน่า (บ้านเลข 6) - 30,852
บ้านโพไซดอน (บ้านเลข 3) - 13,646 

 ** หมายเหตุ ลอร่า แลกสะสม 100,000 ไบต์ จากการซ่อมแซม = +30 ดรักม่า 
 (คงเหลือสิทธิ์เเลกอีก 2 รอบ) ** 


แสดงความคิดเห็น

God
5 โรลเพลย์ใช้ในการแลกโดยสมบูรณ์  โพสต์ 2024-12-30 23:46
โพสต์ 35210 ไบต์และได้รับ 18 EXP!  โพสต์ 2024-12-30 23:34
โพสต์ 35,210 ไบต์และได้รับ +6 EXP +9 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์ 2024-12-30 23:34
โพสต์ 35,210 ไบต์และได้รับ +6 EXP +6 ความกล้า +9 ความศรัทธา จาก กำไลหินนำโชค  โพสต์ 2024-12-30 23:34
โพสต์ 35,210 ไบต์และได้รับ +15 EXP +20 ความกล้า +20 ความศรัทธา จาก รสชาติแห่งความสุข  โพสต์ 2024-12-30 23:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +30 ย่อ เหตุผล
God + 30

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
Hydro X
บัตรส่วนลดรถไฟ HP 2025
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เข็มกลัดไดโอนีซุส
แว่นกันแดด
ขลุ่ยไม้เถาองุ่น
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
สัมผัสแห่งองุ่น
กระบอกลูกธนู
ธนู
ชุดเครื่องเพชร
หมวกปีกกว้าง
ความคิดสร้างสรรค์
โรคสมาธิสั้น
ต่างหูเงิน
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x4
x3
x1
x3
x1
x3
x1
x4
x1
x3
x3
x5
x8
x9
โพสต์ 2024-12-31 23:01:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Mackenzie เมื่อ 2024-12-31 23:56

63. home renovate cost

-31.12.24   09:00AM.-


เมื่อช่วงเย็นวันก่อนแดนนี่ผู้เป็นแซแทอร์ประจำตัวแมคเคนซีแวะมาบอกที่บ้านว่าคุณไครอนเรียกพบ หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ แมคเคนซีจึงมาบ้านใหญ่ เดมิก็อดหนุ่มยืนอยู่หน้าห้องทำงานของเซนทอร์ผู้ดูแลค่ายก่อนจะเคาะประตู


“ผมเองครับ…แมคเคนซี”


“เชิญเข้ามาได้เลยคุณลินคอล์น”


เสียงอนุญาตจากด้านในเป็นสัญญาณให้แมคเคนซีหมุนลูกบิดประตูเข้าไป คุณไครอนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ภายในห้องที่เขาเคยเข้ามาแทบนับครั้งได้ตั้งแต่มาถึงค่ายฮาล์ฟบลัดยังคงเหมือนเดิม


“เชิญนั่งก่อน อยู่ที่นี่มาจนถึงสิ้นปีแล้วใช่ไหม เป็นยังไงบ้างล่ะคุณลินคอล์น”


คุณไครอนผายมือเชื้อเชิญไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แมคเคนซีกล่าวขอบคุณก่อนจะนั่งลงไป เซนทอร์วัยกลางคนยังคงยิ้มให้อย่างเป็นมิตรดังเช่นทุกครั้งที่พบกัน


“ก็…ดีครับ คิดว่าพอจะเริ่มปรับตัวได้แล้ว”


แมคเคนซีกลอกตาลงอย่างใช้ความคิด เขาอยู่ที่นี่มากี่เดือนแล้วนะ ยังไม่ถึงปีแต่ก็น่าจะเลยครึ่งปีได้


“แต่ว่าผมก็ทำอะไรยังไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้รับภารกิจ ไม่ได้ทำงานพิเศษ เคยเข้าคลาสเรียนแค่ครั้งเดียว ฟังดูเป็นคนใช้ไม่ได้เลยนะครับว่าไหม”


พอประมวลสิ่งที่ตัวเองได้ทำมาตลอดปีแล้ว ถือว่าทำแต่เรื่องตามใจตัวเองทีเดียว ครั้นเมื่อดวงตาสีฮาเซลสบเข้ากับดวงตาสีเข้มของคนตรงหน้าที่ทอดมองมาอย่างอบอุ่นแล้ว ริมฝีปากได้รูปก็ทำได้เพียงยิ้มจาง ๆ


“ผมไม่คิดว่าสิ่งที่คุณทำเป็นเรื่องไม่เอาไหนหรอกนะคุณลินคอล์น คุณค่าของคนเราไม่ได้ตัดสินกันที่การศึกษา งานที่ทำ หรือแม้แต่การรับภารกิจ มันอยู่ที่ว่าเราใช้ชีวิตแบบไหนแล้วพอใจหรือว่ามีความสุขต่างหาก คุณเจอสองสิ่งนั้นหรือยังล่ะ”


แมคเคนซีเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า


“ผมว่าผมเจอแล้วนะครับ สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขจนอยากจะใช้ชีวิตต่อไปทุกวัน…”


ใบหน้าของใครคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาในความคิด บุตรแห่งมหาเทพโพไซดอนคนนั้น นอกจากนั้นยังมีใบหน้าของใครอีกหลายคนที่ผุดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ พี่น้องร่วมบ้านหมายเลข 20 รวมไปถึงอีกหลาย ๆ คนที่ค่ายฮาล์ฟบลัดแห่งนี้ และสุดท้ายคือผู้หญิงคนนั้น ผู้เป็นมารดาของตน…เทพีเฮคาที


“รอยยิ้มในตอนนี้ของคุณเป็นคำตอบที่ดีคุณลินคอล์น ผมดีใจที่คุณใช้ชีวิตที่นี่อย่างมีความสุข”


คุณไครอนผงกศีรษะเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเปิดลิ้นชักหยิบถุงผ้าใบเล็กใบหนึ่งออกมาแล้ววางลงตรงหน้าแมคเคนซี


“นี่คือ…อะไรครับ”


เดมิก็อดหนุ่มหยิบถุงผ้าใบนั้นมาเปิดดูก็พบว่าเป็นดรักม่าจำนวนหนึ่ง เรียวคิ้วเลิกขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย


“เหตุการณ์ที่ผ่านมาคงเหนื่อยไม่น้อยเลยใช่ไหม เสร็จสิ้นจากสงครามแล้วยังต้องมาซ่อมแซมบ้านอีก ดรักม่าจำนวนนี้ถือเป็นสินน้ำใจเล็กน้อยจากการซ่อมแซมบ้านที่ช่วงนี้ผมไม่มีเวลาไปดูแล คุณลินคอล์นรับไว้เถอะ”


ดูเหมือนจะเห็นสีหน้าเจือแววรู้สึกผิดเล็กน้อยจากคุณไครอน แมคเคนซีไม่อยากคาดเดาว่าเซนทอร์ผู้ดูแลค่ายกำลังคิดโทษตนเองอยู่หรือเปล่าเกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น


“ไม่เป็นไรครับ ช่วงนี้คุณไครอนเองก็คงยุ่งเหมือนกัน คุณทำได้ดีมากแล้วครับในทุก ๆ เรื่อง ขอบคุณนะครับสำหรับดรักม่า และทุก ๆ อย่าง”


เดมิก็อดหนุ่มยิ้มให้เซนทอร์ผู้เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนนึงของตน


“ขอบคุณที่ช่วยปกป้องค่ายเช่นกันคุณลินคอล์น…ถึงแม้ผมจะบอกว่าคุณค่าของคนเราไม่ได้วัดกันที่เรื่องต่าง ๆ แต่ผมหวังว่าปีหน้าจะเห็นคุณเข้าคลาสเรียน ลองรับภารกิจหรือคำพยากรณ์ดูบ้างนะ”


ได้ยินแบบนั้นแมคเคนซีก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมกับคุณไครอนที่หัวเราะออกมาเช่นกัน


“โอเคครับ…ปีหน้าผมจะลองทำอะไรให้มากกว่านี้ดู”


“แล้วพบกันปีหน้าคุณลินคอล์น หวังว่าจะได้พบคุณบ่อยขึ้น”


รอยยิ้มใจดีเผยบนใบคุณไครอนอีกครั้ง


“อ้อ…อย่าลืมไปส่งคะแนนบ้านกับคุณดีด้วยล่ะ รีบส่งเข้า…ก่อนจะหมดเวลา”


“ได้ครับ ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่ดี แล้วพบกันครับคุณไครอน”


“เช่นกันคุณลินคอล์น แล้วพบกัน…”


บทสนทนาจบลงเพียงเท่านี้ แมคเคนซีเก็บถุงดรักม่าที่ได้รับมาใส่กระเป๋ากางเกงแล้วออกจากห้องทำงานคุณไครอนไป ดูท่าว่าปีหน้าคงจะมีเรื่องใหม่ ๆ ให้ได้ลองทำมากมายทีเดียว




รับรางวัลซ่อมค่าย 1 ครั้งจากคุณไครอน  :  15 ดรักม่า

หลักฐาน   Link



@God 


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 45163 ไบต์และได้รับ 24 EXP!  โพสต์ 2024-12-31 23:01
โพสต์ 45,163 ไบต์และได้รับ +10 EXP +10 ความกล้า +15 ความศรัทธา จาก เวทมนต์ [II]  โพสต์ 2024-12-31 23:01
โพสต์ 45,163 ไบต์และได้รับ +15 EXP +25 เกียรติยศ +25 ความศรัทธา จาก คบเพลิงเวท  โพสต์ 2024-12-31 23:01
โพสต์ 45,163 ไบต์และได้รับ +10 EXP +10 ความศรัทธา จาก ศาสตร์การปรุงยา  โพสต์ 2024-12-31 23:01
โพสต์ 45,163 ไบต์และได้รับ +5 EXP +6 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2024-12-31 23:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +15 ย่อ เหตุผล
God + 15

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x3
x3
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x14
x90
x90
x5
x6
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x15
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x13
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x11
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x3
x5
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x175
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x91
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2025-1-8 12:03:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Cooper เมื่อ 2025-1-8 12:05

8/01/2025 9.36 น.


บทที่ 19



“คุณไครอน ผมขออนุญาตเข้าไปนะครับ”  


เสียงของชายหนุ่มหลังบานประตูนุ่มนวลแต่ชัดถ้อยชัดคำดังก้องไปถึงข้างในห้อง ไครอนยกศีรษะขึ้นจากกองกระดาษบนโต๊ะไม้สนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาขัดเงา เขาพยักหน้ารับก่อนเอ่ยเรียกเสียงทุ้มนุ่ม  


“เข้ามาสิ คูเปอร์ ประตูนั่นไม่ได้ล็อก”  


ประตูไม้สนส่งเสียงดังเอี๊ยดเมื่อถูกผลักเปิด คูเปอร์เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางผ่อนคลาย แต่ในแววตาของเขากลับมีประกายเฉียบคมที่เหมือนกับกำลังประเมินทุกอย่างรอบตัว ไม่ใช่จากความระแวง แต่เป็นนิสัยที่ฝังลึกอย่างห้ามไม่ได้  


ไครอนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ด้านหลังเขามีหน้าต่างที่มองออกไปเห็นทิวเขาและท้องฟ้าสีคราม คูเปอร์หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก  


“ผมเห็นใบคำร้องแปะอยู่ที่กระดานหน้าบ้านใหญ่ เลยคิดว่าคงมีอะไรที่คุณต้องการความช่วยเหลือ”  


ไครอนหัวเราะเบาๆ และพยักหน้า “ใช่เลย ฉันแปะเอาไว้หวังว่าจะมีคนเห็น และฉันก็ดีใจที่นายมาที่นี่”  


เขาเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าคูเปอร์ มันเป็นแผนที่แบบง่ายๆ ของพื้นที่ป่าต้องห้ามทางทิศเหนือของค่าย พร้อมกับข้อความที่ระบุเป้าหมายของภารกิจ  


“นายต้องไปล่าฮาร์ปี้”  


คูเปอร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ฟังดูเหมือนการทดสอบมากกว่างานช่วยเหลือจริงจัง”  


“นั่นแหละเป้าหมาย” ไครอนตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “การต่อสู้ที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในลานฝึกเสมอไป ถ้านายต้องการจะพัฒนา นายต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด”  


คูเปอร์หยิบแผนที่ขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง “มีอะไรที่ผมควรรู้อีกไหมครับ นอกจากเรื่องฮาร์ปี้”  


“ฮาร์ปี้ในป่านี้ไม่ได้เหมือนในนิยายหรือหนังแฟนตาซีทั่วไป” ไครอนอธิบาย “พวกมันรวดเร็ว ดุร้าย และฉลาดพอที่จะสร้างกับดักเองได้ นายต้องระวังตัวทุกย่างก้าว พยายามอย่าตกเป็นเหยื่อของพวกมัน”  


คูเปอร์พยักหน้า “แล้วถ้าพวกมันรวมตัวกันล่ะ”  


“ถ้าเป็นแบบนั้น นายควรวิ่ง” ไครอนตอบตรงไปตรงมา “แต่ไม่ต้องห่วง ฉันมั่นใจว่านายสามารถรับมือได้”  


“นั่นเป็นคำปลอบใจที่แปลกดีนะครับ” คูเปอร์แค่นหัวเราะ  


“อีกอย่างที่ต้องจำไว้” ไครอนเสริม “ในป่าแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ฮาร์ปี้ พยายามอย่าสร้างศัตรูเพิ่ม แต่ก็อย่าประมาทเด็ดขาด”  


เขาเงียบไปสักพัก ราวกับกำลังจดจำทุกคำพูดของไครอน “ฟังดูเหมือนการผจญภัยที่ดีสำหรับเที่ยงวันพุธนะครับ”  


“และอย่าลืม” ไครอนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการล่าฮาร์ปี้ แต่มันเป็นบทเรียนที่จะทำให้นายรู้จักตัวเองมากขึ้น”  


คูเปอร์ยิ้มบางๆ “งั้นก็ถือว่าผมโชคดีที่ได้มาเรียนรู้จากคุณไครอน”  


ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยราวกับเป็นการแสดงความเคารพ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง แต่ไม่ทันจะก้าวออกไป ไครอนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง  


“คูเปอร์”  


เขาหันกลับมามอง “ครับ?”  


“อย่าลืมนำสินสงครามกลับมาด้วย”  


คูเปอร์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนหันกลับมามองไครอนด้วยคิ้วขมวดเล็กน้อย “สินสงคราม? คุณหมายถึงอะไรครับ?”  


ไครอนยิ้มบางๆ ราวกับคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเจอคำถามนี้ เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มือทั้งสองข้างประสานกันบนโต๊ะไม้ “สินสงคราม หมายถึงหลักฐานที่แสดงว่านายทำภารกิจสำเร็จ อาจเป็นบางสิ่งบางอย่างที่บ่งบอกได้ว่าฮาร์ปี้ตัวนั้นถูกจัดการแล้ว”  


คูเปอร์ขยับแผนที่ในมือก่อนจะเอียงศีรษะด้วยความสงสัย “งั้นผมต้องเอาอะไรมาให้คุณครับ ขนนก? หรือ...หัวของพวกมัน?”  


ไครอนหัวเราะเบาๆ “หัวของพวกมันอาจจะดูโหดร้ายเกินไปสำหรับใครบางคนในค่าย เอาเป็นขนนกก็พอ พวกฮาร์ปี้มีขนนกที่ไม่เหมือนใคร ถ้านายจัดการมันได้ ขนนกจะร่วงหล่น และนายสามารถเก็บมันมาได้”  


คูเปอร์ทำหน้าครุ่นคิดก่อนพยักหน้า “งั้นก็แปลว่าผมต้องระวังไม่ให้ขนนกหลุดหายระหว่างทางกลับ”  


“ใช่ และถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้นายระวังกรงเล็บของพวกมันด้วย” ไครอนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฮาร์ปี้ตัวโตมักมีกรงเล็บที่แหลมคมจนสามารถฉีกเกราะหนังสัตว์หรือแม้แต่โลหะบางชนิดได้ ถ้านายประมาทและปล่อยให้มันเข้าใกล้ นายอาจเสียเปรียบได้ง่ายๆ”  


“กรงเล็บ?” ชายหนุ่มถามด้วยความสนใจ “ฟังดูเหมือนมันเป็นอาวุธที่น่ากลัวพอๆ กับดาบเลยนะครับ”  


“และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด” ไครอนตอบพร้อมขยับตัวเล็กน้อย “ฮาร์ปี้มักโจมตีจากอากาศ พวกมันสามารถบินได้เร็ว และพยายามเล่นงานจากมุมที่นายไม่ทันระวัง พยายามฟังเสียงกระพือปีก หรือเงาบนพื้นดิน มันอาจช่วยให้นายตั้งตัวได้ทันก่อนที่จะสายเกินไป”  


คูเปอร์ถอนหายใจยาว “นี่ดูจะยากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะครับ”  


“นั่นแหละเหตุผลที่นายได้รับภารกิจนี้” ไครอนยิ้ม “มันไม่ใช่แค่การฝึกฝน แต่ยังเป็นโอกาสที่จะให้นายได้ทดสอบตัวเองในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ นายอาจไม่พร้อม แต่บางครั้งการเรียนรู้ก็ต้องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ”  


ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างช้าๆ ขณะเก็บแผนที่เข้ากระเป๋า “ผมจะทำให้ดีที่สุด แล้วจะเอาขนนกกลับมาฝากคุณให้ได้”  


“ฉันรอดู” ไครอนตอบ “และอย่าลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่สินสงคราม แต่มันคือการที่นายกลับมาอย่างปลอดภัย”  


ร่างสูงยิ้มบางๆ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้อง ความคิดเกี่ยวกับฮาร์ปี้และวิธีเอาชนะมันยังคงติดอยู่ในหัว แต่ความท้าทายนี้ก็ช่วยกระตุ้นความตื่นเต้นในตัวเขาไปพร้อมๆ กัน เขาไม่รู้ว่าภารกิจนี้จะพาเขาไปสู่บทเรียนอะไรใหม่ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่คือ มันจะไม่มีวันธรรมดาแน่

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 30918 ไบต์และได้รับ 24 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-1-8 12:03
โพสต์ 30,918 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-1-8 12:03
โพสต์ 30,918 ไบต์และได้รับ +10 EXP +15 เกียรติยศ +15 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์ 2025-1-8 12:03
โพสต์ 30,918 ไบต์และได้รับ +4 ความกล้า จาก ผ้าพันคอไหมพรม  โพสต์ 2025-1-8 12:03
โพสต์ 30,918 ไบต์และได้รับ +5 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-1-8 12:03
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำหอมไอวี่แอนด์แมดเนส
เครื่องวาร์ปฉุกเฉิน
กางเกงเดินป่า
แหวนดาราจรัส(D)
ชุดบำรุงอาวุธ
เรือมินิบานาน่า
Daedalus's Legacy
มีดสั้นสัมฤทธิ์
บทเพลง
การควบคุมอาวุธ (จำกัด)
ปัญญาแห่งการรบ
ร่างจำแลง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กลยุทธ์การรบ
การสื่อสารและควบคุมนกฮูก
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แว่นกันแดด
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
โล่อัสพิส
หอกกรีก
อัจฉริยะ
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x30
x30
x2
x1
x2
x1
x5
x10
x1
x2
x1
x5
x5
x2
x28
x39
x4
x3
x4
x5
x10
x2
x30
x47
x6
x5
x10
x4
x1
x1
x2
x5
x28
x3
x5
x5
x5
x5
x11
x4
x1
x2
x20
x2
x3
x2
x1
x30
x1
x2
x5
x6
x4
x12
x2
x15
x20
x1
x2
x1
x2
x1
x3
x5
x5
x5
x31
โพสต์ 2025-1-8 15:59:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Cooper เมื่อ 2025-1-8 16:06

8/01/2025 13.50 น. - 14.10 น.

บทที่ 22

หลังผ่านพ้นการต่อสู้อันดุเดือดกับฮาร์ปี้ที่ป่าต้องห้าม ชายหนุ่มก็รีบเดินทางกลับมายังบ้านใหญ่โดยทันที ในเมื่อเป้าหมายลุล่วงด้วยดี ถึงจะเจ็บตัวนิดหน่อยแต่ก็ดีกว่าตายเป็นไหนๆ คูเปอร์ไม่ลืมที่จะนำขนฮาร์ปี้ทั้งสองเส้น หรือก็คือสินสงครามที่เขาได้มาจากการพิชิตมาด้วย เพื่อใช้เป็นหลักฐานตามที่คุณไครอนได้บอกไว้  

คูเปอร์เดินขึ้นบันไดไม้สนของบ้านใหญ่ ก่อนจะแง้มเปิดประตูอย่างเบามือ สายตาแรกที่เขาเห็นคือไครอนที่กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดูเหมือนชายแก่ผู้มีท่อนล่างเป็นม้าจะรออยู่แล้ว  

“คุณไครอน ขอโทษที่ให้รอ ส่วนนี่สินสงครามครับ”  

คูเปอร์พูดพลางเดินเข้ามาในห้อง พร้อมยื่นขนนกทั้งสองเส้นให้ ไครอนเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตากลับมีประกายอ่อนโยน  

“นั่งก่อนสิ คูเปอร์” ไครอนกล่าวพลางรับขนนกจากมือเขาไปตรวจสอบ “นายทำได้ดี”  

คูเปอร์ยิ้มบางๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ เขายกมือขึ้นลูบต้นคอเบาๆ รู้สึกถึงความตึงเครียดที่ยังไม่จางหายไปเสียที  

“เป็นยังไงบ้าง” ไครอนถาม ขณะที่พลิกดูขนนกทั้งสองเส้นอย่างพินิจพิเคราะห์  

“ยากกว่าที่คิดไว้มากครับ” คูเปอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “ผมประมาทไปหน่อยตอนแรก เกือบโดนมันเล่นงานหลายครั้งเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็จัดการมันได้”  

ไครอนพยักหน้า “นี่เป็นครั้งแรกที่นายได้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดจริงๆ ไม่แปลกหรอกที่นายจะพลาด แต่นั่นแหละคือบทเรียนสำคัญ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก”  

“จริงครับ ผมรู้สึกเลยว่าการวางแผนสำคัญแค่ไหน ถ้าผมรีบหรือใช้อารมณ์กว่านี้ ผมคงไม่รอดกลับมา”  

“และนั่นคือสิ่งที่ฉันอยากให้นายเรียนรู้” ไครอนกล่าวพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ความกล้าหาญไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับอันตราย แต่คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรรอ เมื่อไหร่ควรโจมตี และที่สำคัญ เมื่อไหร่ควรถอย”  

คูเปอร์หัวเราะเบาๆ “ถอยไม่ทันหลายรอบเหมือนกันครับ แต่ขอบคุณสำหรับบทเรียน ผมจะจำไว้ให้ขึ้นใจ”  

“ดีแล้ว” ไครอนกล่าวขณะวางขนนกทั้งสองเส้นลงบนโต๊ะ “นายสมควรได้รับการพักผ่อน ไปพักผ่อนเสียเถอะ ร่างกายต้องการเวลาฟื้นตัว และจิตใจก็เช่นกัน”  

คูเปอร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับโอกาสนี้ มันทำให้ผมเห็นตัวเองในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”  

“ฉันดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น นายมีศักยภาพมากกว่าที่นายคิด จำไว้เสมอ”  

คูเปอร์ยิ้มให้ไครอน ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้อง เสียงประตูไม้สนที่ปิดลงเบาๆ เป็นดั่งสัญญาณจบวันอันยาวนาน

ส่งภารกิจ

-ฝึกเผชิญหน้ากับฮาร์ปี้-

รับรางวัลภารกิจ

- รางวัลงาน: +50 พลังใจ, 8 เหรียญครักม่า และ +40 EXP
- รางวัลแต้มตื่นรู้ +2 จากการเรียนรู้การชนะฮาร์ปี้ครั้งแรก (ได้ครั้งเดียว)

แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ 40 EXP โพสต์ 2025-1-8 16:18
โพสต์ 8818 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-1-8 15:59
โพสต์ 8,818 ไบต์และได้รับ +2 เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์ 2025-1-8 15:59
โพสต์ 8,818 ไบต์และได้รับ +2 ความกล้า จาก ผ้าพันคอไหมพรม  โพสต์ 2025-1-8 15:59
โพสต์ 8,818 ไบต์และได้รับ +2 ความศรัทธา จาก แว่นกันแดด  โพสต์ 2025-1-8 15:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1พลังน้ำใจ +50 เหรียญดรักม่า +8 ตื่นรู้ +2 ย่อ เหตุผล
God + 50 + 8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำหอมไอวี่แอนด์แมดเนส
เครื่องวาร์ปฉุกเฉิน
กางเกงเดินป่า
แหวนดาราจรัส(D)
ชุดบำรุงอาวุธ
เรือมินิบานาน่า
Daedalus's Legacy
มีดสั้นสัมฤทธิ์
บทเพลง
การควบคุมอาวุธ (จำกัด)
ปัญญาแห่งการรบ
ร่างจำแลง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กลยุทธ์การรบ
การสื่อสารและควบคุมนกฮูก
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แว่นกันแดด
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
โล่อัสพิส
หอกกรีก
อัจฉริยะ
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x30
x30
x2
x1
x2
x1
x5
x10
x1
x2
x1
x5
x5
x2
x28
x39
x4
x3
x4
x5
x10
x2
x30
x47
x6
x5
x10
x4
x1
x1
x2
x5
x28
x3
x5
x5
x5
x5
x11
x4
x1
x2
x20
x2
x3
x2
x1
x30
x1
x2
x5
x6
x4
x12
x2
x15
x20
x1
x2
x1
x2
x1
x3
x5
x5
x5
x31
โพสต์ 2025-1-12 03:51:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Robin เมื่อ 2025-2-17 11:02


Encountering 
the Great One
sidetrack : day 1 (28 dec 2024)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เก้าร้อยเก้าสิบหก

เก้าร้อยเก้าสิบเจ็ด

เก้าร้อยเก้าสิบแปด

เก้าร้อยเก้าสิบเก้า…


“ถ้าจะเอาให้ชัวร์ ผมว่าคุณไปเรียนกับ–แบ๊ะะะ!!” เสียงร้องปริศนาดังขึ้นพร้อมกับใบดาบที่ตวัดไปทางต้นเสียงจนเกือบจะเฉี่ยวเข้าที่คอของคนที่เข้ามาแบบไม่ส่งสัญญาณ

 “โกรเวอร์!” โรบินร้องลั่น เธอลดดาบลงและถอนหายใจอย่างแรง “คุณเข้ามาแบบนี้ได้ยังไง! เกือบโดนดาบฟันแล้วรู้ไหม!” 

โกรเวอร์ยกมือสองข้างขึ้นอย่างปกป้องตัวเอง “ใจเย็นสิ ผมแค่เดินเข้ามาไม่ได้คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้เสียหน่อย” ใบหูแหลมแบบแพะของเขากระดิกอย่างเร็วเหมือนใบพัดจนถ้ามันมีขนาดใหญ่กว่านี้คงพาเขาลอยได้ไปแล้ว “ไครอนเรียกพบคุณ เขารออยู่ที่บ้านใหญ่นะ”

โรบินเช็ดเหงื่อที่หน้าผากด้วยหลังมือและหันไปเก็บดาบเข้าฝักบนชั้นวาง “ขอบใจที่มาบอกนะคะ แต่คราวหลังระวังกว่านี้หน่อย คุณก็รู้ว่าฉัน… ไม่ได้จับดาบบ่อยๆ” เธอลดเสียงประโยคสุดท้ายให้เบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

“เข้าใจแล้วๆ” มนุษย์แพะตอบพลางพึมพัมเบาๆ กับตัวเอง “นี่แหละเหตุผลที่ผมไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับดาบเลย... มันอันตรายเกินไป ขลุ่ยต้นกกยังดีกว่าอีก ไม่อันตรายแถมยังทรงพลัง เอามาประกอบทำนองก็ได้”

แซเทอร์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของแพนผู้ยิ่งใหญ่ถ่ายน้ำหนักไปมาบนขามีกีบของตัวเองด้วยความประหม่า เขาทำให้โรบินนึกถึงโทยา เพื่อนผู้นำทางของเธอที่หายหน้าหายตาไปนาน ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตามแต่แซเทอร์พวกนี้ก็ยังมีมุมขี้กลัวเหมือนกันไปหมดเสียจริง

“ถ้าคุณมาทำฉันตกใจอีก คราวหน้าดรักม่าที่คุณเก็บไว้จะหายหมดแน่” โรบินแซวกลับก่อนจะเดินออกจากสนามฝึก ทิ้งให้โกรเวอร์ยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียว

“นี่คุณขู่ผมหรอ!”



เมื่อเดินมาถึงบ้านใหญ่ โรบินก็เดินไปหยุดอยู่ที่ประตูทำจากไม้มะฮอกกานีแสนคุ้นเคย ก่อนที่จะทันได้เคาะประตู เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านในราวกับรู้ว่ามีแขกมาเยือน

“เข้ามาได้เลย”

“ขออนุญาตนะคะ” แขกที่ว่าผลักประตูเข้าไปตามคำเชื้อเชิญ

ภายในห้องทำงานไม้ ร่างของเซนทอร์ในชุดสีกากีกำลังฮึมฮัมในลำคออย่างอารมณ์ดีขณะนำเอกสารเข้ามาจัดวางไว้บนชั้นหนังสือ “โชคดีที่เธอมาเร็ว”

“คือว่า… มีอะไรหรือเปล่าคะไครอน?” โรบินกวาดสายตาไปรอบห้องด้วยความหวาดระแวง “ขอออกตัวก่อนว่าหนูไม่ได้ไปขโมยเงินใครนะคะ ถ้าคุณไปได้ยินมาจากข่าวลือ คือบอกเลยว่าไม่ใช่ความจริง”

ไครอนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา “โอ้ๆ ฉันไม่ได้เรียกเธอมาสอบสวนเรื่องนั้นหรอกเด็กน้อย พอดีวันนี้เรามีแขกคนสำคัญที่อยากจะแนะนำให้เธอรู้จักต่างหาก”

“แขกคนสำคัญ?” โรบินแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โอเค เรื่องที่เฮคาทีมาขอให้ทำอะไรแปลกๆ เมื่อวันก่อนยังไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี ว่าแต่แขกที่ไครอนพูดถึงคือใครกัน เธอจำได้ว่านอกจากคนในครอบครัวหรือคนในวงสังคมของที่บ้านแล้ว ก็ไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัวอีก เว้นเสียแต่ว่าในกลุ่มคนพวกนั้นมีคนที่ไม่ใช่มนุษย์ปะปนอยู่…

“ใช่แล้ว ส่วนเรื่องขโมย…ไว้เดี๋ยวฉันจะขอคุยเรื่องนั้นกับเธออีกทีแล้วกัน” ประโยคนั้นทำเอาหัวใจของคนฟังตกลงไปอยู่ตาตุ่มทันที เธอตีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความเจ็บใจที่ดันหลุดปากพูดอะไรให้น่าสงสัยไปเสียเอง

ไครอนไม่เว้นจังหวะให้โรบินได้ตบตีกับตัวเองนาน เขาขยับตัวกลับไปยังที่นั่งหลังโต๊ะทำงาน และนั่นก็ทำให้โรบินเห็นร่างของแขกคนสำคัญที่ซ่อนอยู่ข้างหลังม้าศึก

ชายร่างสูงโปร่งที่ขนาดตัวพอๆ กับไครอนเมื่อยืนเต็มตัวส่งยิ้มให้เด็กสาวมาจากมุมชั้นหนังสือ เขามีอายุสักประมาณสี่สิบหรือห้าสิบต้นๆ ชายคนนี้ครอบครองแววตาสีเทาพายุที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ผมสีน้ำตาลสั้นที่มีบางส่วนเริ่มเป็นสีดอกเลากับเคราสีเดียวกันก็ได้รับการแต่งเล็มอย่างเรียบร้อย เขาสวมรองเท้าบูตและกางเกงปีนเขาสีดำกับเสื้อยืดธรรมดาแต่กลับดูมีรสนิยมเมื่ออยู่ในร่างชายสูงวัย และเมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้ๆ โรบินก็สังเกตเห็นว่าที่ฐานลำคอของเขามีรอยสักสีม่วงซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อ

เขาให้ความรู้สึกเหมือนนักการเมืองท่าทางภูมิฐานในวันสบายๆ ที่เพิ่งกลับมาจากเดินป่ากับครอบครัวในวันหยุด

โรบินหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เธอพยายามค้นหาในความทรงจำว่าเคยเจอผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ…ไม่มีเลย

“สวัสดีสาวน้อย” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทัก พร้อมเก็บหนังสือที่ถืออยู่เข้าชั้น “ฉันควินตัส หรือถ้าเธออยากเรียกฉันว่าจิมมี่ก็ได้ หรือ…”

“เดดาลัส คุณเลิกแกล้งเธอเสียทีเถอะ” ไครอนพูดขัดขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงระคนระอา

“ขอโทษทีไครอน พอมีคนเรียกชื่อใหม่ของผมมาหลายศตวรรษเข้า มันก็กลายเป็นเรื่องที่ชินกว่าชื่อเก่าไปเสียแล้ว” ชายที่ถูกเรียกว่าเดดาลัสยักไหล่เล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้โรบินรู้สึกประหลาดใจ

เขายื่นมือออกมา “เดดาลัส”

โรบินยื่นมือที่ชื้นเหงื่อเพราะความตื่นเต้นออกไปจับ ในครั้งแรกที่ไครอนเรียกชื่อเขา เธอคิดว่าตัวเองคงหูฝาดไป แต่เมื่อชายตรงหน้าพูดออกมาเองอีกครั้งก็ทำเอาเธอหูผึ่ง สมองวิ้งไปชั่วขณะ

“คุณคือ…เอ่อ…เดดาลัส? คุณหมายถึงคุณคือเดดาลัสคนนั้นหรอคะ?” พูดแล้วก็จะหาว่าเวอร์ แต่เธอไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าเพิ่งจะเรียกชื่อของสุดยอดสถาปนิกในตำนานออกมา นายช่างเอกผู้เสกสร้างเขาวงกต นักประดิษฐ์คนแรกที่สร้างปีกบินขึ้นฟ้า อัจฉริยะผู้เชื่อมต่อเทคโนโลยีเข้ากับโลกแห่งเทวตำนานด้วยสมาร์ทโฟน Daedalus's Legacy และชายผู้ที่เคยปลิดชีวิตหลานชายของตัวเอง…

ถึงจะไม่คุ้นเคยกับปรกรณัมกรีก แต่หลายคนต้องเคยได้ยินชื่อของชายคนนี้ผ่านหูมาแน่นอน

“ใช่แล้วสาวน้อย ฉันคือ เ-ด-ด-า-ลั-ส คนนั้น ที่เธอหมายถึง ถ้าเข้าใจไม่ผิดนะ” เจ้าตัวยืนยันพร้อมสะกดชื่อให้ฟังทีละตัวอักษร

“แล้วทำไมคุณถึง…เอ่อ…  ” โรบินพยายามหาคำถามที่เหมาะสม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อในหัวของเธอเอาแต่พ่นคำว่า ‘งั้นหนูก็คืออาธีน่า แม่ของคุณล่ะมั้งคะ’ อยู่ตลอดเวลา “คือหนูหมายถึงคุณมาทำอะไรที่นี่ แบบว่าคุณคือแขกของหนูหรอ?”

ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ถ้าเธอคือยัยเด็กถามมากที่ไดโอนีซุส หมายถึงล่ะก็ ฉันว่าฉันคงมาหาไม่ผิดคน”

คำพูดของนักประดิษฐ์ในตำนานทำให้โรบินอึ้ง เธอมองไปทางไครอน แต่เซนทอร์เพียงแค่ยิ้มบางๆ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าปฏิกิริยาของเธอจะเป็นอย่างไร

“มานี่สิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอเสียหน่อย”


ที่โต๊ะน้ำชาในห้องของไครอนมีถ้วยกาแฟกับมัฟฟินบลูเบอรี่ที่ถูกกัดไปครึ่งหนึ่งวางอยู่ ข้างกันมีคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปรูปทรงคุ้นตาแต่โลโก้ของมันไม่ได้เป็นรูปแอปเปิ้ลถูกกัด มันเป็นสามเหลี่ยมแบบตัวอักษรกรีกลำดับที่สี่ที่เปล่งแสงสีเงินออกมาจางๆ หน้าตาแบบ Δ

“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ฉันมีงานมาเสนอให้เธอพร้อมค่าตอบแทน แต่ที่รัก เธอช่วยหุบปากนั่นทีได้ไหม?” เดดาลัสพูดพลางยกมือขึ้นเชยขากรรไกรของโรบินที่ค้างอยู่ด้วยความอึ้งให้หุบลง แล้วเขาก็หันไปกดแป้นพิมพ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาพร้อมหน้าจอที่มีดีไซน์ไดอะแกรมของโครงงานที่เขากำลังทำอยู่

“ขอโทษค่ะ” โรบินตบแก้มเบาๆ สองสามทีเพื่อดึงสติกลับมา “ว่าแต่คุณพอจะบอกได้ไหมคะว่าปีกที่คุณสร้างมาจากขนนกกับขี้ผึ้งนั่นมันบินขึ้นฟ้าไปได้ยังไง คือไม่ใช่ว่าหนูไปแอบถอนขนนกมาลองทำหรืออะไรหรอกนะคะ แต่คือมันดูเหลือเชื่อจนเกินกว่ากฎฟิสิกส์จะอธิบายได้น่ะค่ะ”

ไครอนกระแอมเบาๆ มาจากโต๊ะทำงานกลางห้อง เดดาลัสหัวเราะเบาๆ แววตาสีพายุของเขาวาววับอย่างมีเลศนัย “มันคือขนนกสัมฤทธิ์ อีกอย่างกระแสลมร้อนในตอนนั้นช่วยฉันเอาไว้ได้เยอะทีเดียว… เอาล่ะ เรามาคุยเรื่องของฉันกันต่อดีไหม?”

แม้จะยังมีคำถามอีกสองสามข้อผุดขึ้นมาในหัว แต่เธอก็พยายามข่มมันไว้ เธอเลื่อนสายตาไปยังหน้าจอแผนผังที่เดดาลัสเปิดแสดงอยู่ มันเต็มไปด้วยเส้นสายและสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนเหมือนภาพร่างของงานที่พวกนักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้คุยกัน

“เท้าความก่อนว่าฉันไปคุยกับไดโอนีซุส หรือคุณดี. ของพวกเธอมาเมื่อเช้าแล้วบังเอิญไปเห็นอะไรน่าสนใจเข้า” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้โรบินรู้สึกเหมือนกำลังฟังเรื่องเล่าในตำนาน “เลยเกิดเป็นไอเดียที่พอจะแมปเข้ากับสิ่งที่ฉันกำลังจะทำอยู่พอดี”

เขาปัดไปยังแท็บที่แสดงภาพของแผนที่ที่แคปเจอร์มาจาก Google Map และมีคำอธิบายประกอบ “อย่างที่เธอเห็น นี่เป็นแบบร่างของโครงงานที่ฉันกำลังพัฒนาอยู่ แอปพลิเคชันใหม่ของสมาร์ทโฟนที่ฉันกำลังวางขาย เป็นระบบแผนที่เรียลไทม์ที่สามารถช่วยให้เลือดผสมติดตามสถานการณ์รอบตัวได้ แอปนี้จะมีฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่อันตราย… พอจะคุ้นๆ ไหม?”

“แต่หนูเคยได้ยินมาว่ามนุษย์กึ่งเทพใช้อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้นี่คะ?” เธอเอียงคอด้วยความสงสัย นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ค่ายฤดูร้อนแห่งนี้แทบจะเรียกว่าห่างไกลจากความเจริญขั้นสุด จนแทบจะกลับคืนสู่ยุคหิน ด้วยอะไรบางอย่าง คลื่นวิทยุที่กระจายอยู่ในอากาศทำให้อสุรกายสามารถเข้าถึงตำแหน่งของมนุษย์กึ่งเทพได้พอๆ กับกลิ่นที่พิเศษจากมนุษย์ทั่วไปจนน่ารำคาญ

เดดาลัสเชิดจมูกอย่างถือดี ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เพราะอย่างนี้ Daedalus's Legacy ถึงได้พิเศษกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปยังไงล่ะสาวน้อย ระบบป้องกันสุดล้ำของฉันสามารถปิดกั้นสัญญาณรบกวนจากอสุรกายได้อย่างแนบเนียนเลยล่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแกะรอยอีกต่อไป”

คำตอบนั้นทำเอาคนฟังอึ้งไปอีกรอบ คนตรงหน้าของเธอไม่ใช่ใครอื่น เขาคืออัจฉริยะในตำนานตัวจริงเสียงจริง “แต่ทำไมต้องเป็นหนูล่ะคะ?”

“ฉันได้ข่าวมาว่าเธอคือคนที่ช่วยคุณดี. ทำงานอยู่ เลยคิดว่าเธอน่าจะเหมาะสมกับงานนี้ อีกอย่างฉันพอจะรู้จักญาติสายตรงของเธอคนหนึ่ง นอกจากการสงครามแล้ว เขายังพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักแกะรอยชื่อดังในตำนาน…”

โรบินยังไม่ทันได้ถามว่าเขาคนนั้นเป็นใคร เผื่อเธอจะได้ไปขอลายเซ็นและฝากตัวเข้าทำงานในอีกสิบปีข้างหน้า อีกฝ่ายก็ถามต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เธอพอจะมีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมบ้างไหม?”

“ก็มีบ้างค่ะ ” และโรบินก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกสัมภาษณ์งานในขณะที่ตัวเองยังเรียนอยู่เกรดแปด เธอบอกตัวเองว่าให้บันทึกสิ่งนี้ลงสมอง แล้วกลับบ้านไปจะไปเล่าให้น้องชายฟัง หมอนั่นต้องอิจฉาตาร้อนสุดๆ แน่ๆ 

“ดี ฉันมีไอดีสำหรับเข้าเว็บไซต์ Map.Daedalus.com ให้เธอใช้จัดการเพิ่มข้อมูลลงไปในระบบแผนที่ บ้านเฮอร์มีสน่าจะมีคอมพิวเตอร์เพียงพอสำหรับงานนี้ใช่ไหม?”

“ค่ะ… ใช่ค่ะ มีคอมพิวเตอร์อยู่ที่บ้านเฮอร์มีส แต่คุณหมายความว่า… ให้หนูช่วยอัปเดตข้อมูลลงไปในระบบแผนที่ใช่ไหม?”

เดดาลัสพยักหน้า และเปิดหน้าจอแผนผังไดอะแกรมที่เต็มไปด้วยเส้นทางและจุดหมายปลายทาง

“ใช่ นี่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบที่ฉันเพิ่งออกแบบไว้ตอนรอเธออยู่ แต่ที่เหลือฉันอยากฟังความเห็นจากเธอ มีไอเดียอะไรที่อยากเพิ่มไหม?”

โรบินนิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างกระตือรือร้น “หนูคิดว่า เราอาจจะทำเป็นเว็บแอปพลิเคชันที่เปิดผ่านบราวเซอร์ได้ทั้งในโทรศัพท์และแล็ปท็อป ตัวแอปจะแสดงแผนที่แบบเรียลไทม์ สามารถแสดงตำแหน่งชาวค่ายในขณะนั้นได้ และแจ้งเตือนเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่ที่มีอสุรกายในรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ สำหรับคนที่ต้องการตามหาอสุรกายเพื่อทดสอบฝีมือหรือเหตุผลอื่น แอปนี้จะบอกข้อมูลตำแหน่ง จุดเด่น และจุดอ่อนของอสุรกายตัวนั้นๆ ด้วย”

เดดาลัสฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ

“น่าสนใจมาก เธอมีไอเดียดีจริงๆ ฉันจะเพิ่มระบบนี้เข้าไปในโปรเจกต์และดีไซน์มันตามที่เธอแนะนำ” เขาหันกลับไปที่แล็ปท็อป พิมพ์อะไรบางอย่างยุกยิกๆ อย่างรวดเร็ว

โรบินรู้สึกหัวใจพองโตเมื่อได้รับคำชมจากชายในตำนาน เธอยังรู้สึกเหมือนนี่เป็นความฝันอยู่เลย หรือนี่จะเป็นความรู้สึกของแฟนคลับเค-ป็อปแบบที่เพื่อนในโรงเรียนญี่ปุ่นเคยเล่าให้เธอฟัง ตอนได้สิทธิ์ลุ้นพูดคุยกับศิลปินที่ชอบแบบตัวต่อตัว 

“อ้อ! ฉันมีระบบ Cloud Computing ที่ออกแบบเอง เรียกว่า Daedalus Computing นอกจากจะมีฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูงแล้ว มันยังสามารถทำ Automation Deployment ให้กับโปรเจกต์ได้ทุกรูปแบบ เดี๋ยวฉันจะให้ Username กับรหัสผ่านไว้สำหรับใช้งานระบบนี้”

เดดาลัสเปิดเข้าเว็บไซต์หนึ่งบนหน้าจอที่เขาบุ๊คมาร์คเอาไว้ ตัวอักษรสามเหลี่ยมเดลต้าสีเงินคว่ำที่ถูกออกแบบให้เหมือนหมุดนำทางแห่งอนาคตปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวอักษร DCP ที่เรียงตัวอย่างโดดเด่นอยู่ด้านล่างหมุนคว้างไปไม่กี่วินาทีก่อนจะนิ่งและเผยหน้าตาของเว็บเซอร์วิสที่ถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัย หน้าจอประกอบไปด้วยเมนูหลักที่แสดงฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างชัดเจน และพื้นที่แสดงข้อมูลที่ดูสะอาดตาแต่เปี่ยมด้วยรายละเอียด

จากนั้นเดดาลัสก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่มีไอดีและรหัสผ่านให้โรบิน พร้อมกับช่องทางการติดต่องาน เธอรับมันมาและท่องจำทีละตัวอักษรได้จนขึ้นใจ

“มีคำถามอะไรอีกไหม?”

“เอ่อ…ยังไม่มีค่ะ” โรบินตอบอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“โอเค ฉันเอาข้อมูลทั้งหมดใส่ในไดรฟ์และแชร์เข้าบัญชีที่เพิ่งสร้างไว้ให้เธอแล้ว เธอไปลองเล่นดูก่อน แล้วถ้ามีอะไรสงสัยก็ทักมาถามฉันได้ตลอดเวลา” เดดาลัสพูดพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย เขาก้มมองสมาร์ทวอชบนข้อมือ มันปรากฏข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากแอปพลิเคชั่นแชท เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วผุดลุกขึ้น “ดูเหมือนฉันจะต้องไปแล้ว ผมไปก่อนนะครับไครอน แล้วก็ยินดีที่ได้ร่วมงานนะ…คุณมิไคเลอร์วิช”

เดดาลัสพับจอแล็ปท็อปเข้ากระเป๋าถือ เขาโบกมือให้เธอกับไครอนก่อนจะเปิดประตูออกไป ทิ้งไว้ให้คนที่รอส่งจนลับตานั่งยิ้มอย่างเหม่อลอย


‘เท่ชะมัด… เท่สุดๆ ไปเลย’



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Summary


1. พบเจอบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ (?) : +1 Level Up , 100 ดรักม่า , 100 เกียรติยศ


2. DCP ย่อมาจาก Daedalus Cloud Platform : ระบบที่ออกแบบมาเพื่อจัดการฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานของโปรเจกต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเดดาลัสอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับ +100 เกียรติยศ โพสต์ 2025-1-12 12:06
God
คุณได้รับ 100 EXP โพสต์ 2025-1-12 12:05
โพสต์ 61627 ไบต์และได้รับ 36 EXP!  โพสต์ 2025-1-12 03:51
โพสต์ 61,627 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก วิ่งเร็ว  โพสต์ 2025-1-12 03:51
โพสต์ 61,627 ไบต์และได้รับ +6 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์ 2025-1-12 03:51

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +100 ย่อ เหตุผล
God + 100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
วิ่งเร็ว
รองเท้าเซฟตี้
โล่อัสพิส
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ดาบสัมฤทธิ์
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
ต่างหูเงิน
มือเบา
กำไลหินนำโชค
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x10
x1
x2
x3
x3
x1
x1
x1
x4
x14
x4
x23
โพสต์ 2025-1-13 20:51:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Cooper เมื่อ 2025-1-13 20:57

13/01/2025 13.00 น. - 13.30 น.

บทที่ 33

หลังเดินออกจากถ้ำพยากรณ์ คูเปอร์รีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังบ้านใหญ่ สถานที่ที่เขารู้ว่าจะสามารถหาคำตอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำพยากรณ์ที่ได้รับมาได้ ระหว่างทางเขาพยายามประมวลผลสิ่งที่ได้ฟังเมื่อครู่ เสียงคำพูดแปลกประหลาดยังคงดังก้องในหัว ราวกับจะบอกใบ้บางสิ่งที่สำคัญ แต่กลับชวนให้สับสนมากกว่าจะให้คำตอบ

เมื่อมาถึงบ้านใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางค่าย เขาไม่รีรอที่จะเดินตรงเข้าไป ภายในอาคารนั้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดิ่งลมเบาๆ ที่ดังมาจากด้านนอก คูเปอร์มุ่งหน้าขึ้นบันไดไม้ไปยังห้องทำงานของไครอน ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนที่สงบที่สุดของอาคาร

เมื่อมาถึงหน้าประตูห้อง เขาหยุดชั่วครู่ สูดหายใจลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเคาะประตูสองครั้ง

ก๊อก ก๊อก  

“คุณไครอน ขออนุญาตนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้าไป

ภายในห้องทำงานนั้นตกแต่งด้วยไม้ฮอกกานีที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้เก่า ชั้นหนังสือที่เรียงรายเต็มผนังดูน่าประทับใจ มีหนังสือปรัมปราและบันทึกต่างๆ จากยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบันจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย โต๊ะไม้ตัวใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง และหลังโต๊ะนั้น ไครอนกำลังนั่งอยู่ มือของเขากำลังพลิกดูเอกสารบางอย่าง แต่เมื่อเห็นคูเปอร์เข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มใจดี

“สวัสดีคูเปอร์” เสียงของเขานุ่มลึกและอบอุ่น “ดูท่าคุณมีเรื่องสำคัญจะพูดกับผมใช่ไหม”

“ใช่ครับ” คูเปอร์ตอบ พลางเดินเข้าไปใกล้ “ผมเพิ่งไปที่ถ้ำพยากรณ์มา และได้รับคำพยากรณ์จากคุณเรเชล เลยอยากมาปรึกษาคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“คำพยากรณ์...” ไครอนเอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิด “งั้นบอกผมสิ ว่าคุณได้ยินอะไรมาบ้าง”

คูเปอร์พยักหน้า ก่อนจะเล่าถึงคำพยากรณ์ที่เขาได้รับมาอย่างละเอียด แม้คำพูดเหล่านั้นจะคลุมเครือ แต่เขาพยายามบรรยายให้ไครอนฟังอย่างชัดเจนที่สุด  

ไครอนมองหน้าคูเปอร์ด้วยสายตาเคร่งเครียดเมื่อเขาเริ่มพูดถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำพยากรณ์ที่ชายหนุ่มเพิ่งเล่าจบ

“ใจกลางมหานครแห่งแสงสีที่คำพยากรณ์พูดถึง...น่าจะหมายถึงไทม์สแควร์ และเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับรายงานข่าวที่ผมเพิ่งได้รับเมื่อเช้านี้”







คูเปอร์ขยับตัวเล็กน้อย ความสงสัยเริ่มพุ่งขึ้น “ข่าวอะไรครับ?”  

“เมื่อเช้านี้ มีรายงานมาจากนิวยอร์ก” ไครอนเริ่มอธิบาย น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “มันเริ่มต้นจากร้านหนึ่งในไทม์สแควร์ ท่อปรับอากาศในร้านนั้นเกิดรั่ว และปล่อยหมอกออกมามากผิดปกติ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ หมอกนั้นไม่ได้หยุดแค่ในร้าน มันลุกลามออกไปจนปกคลุมทั้งพื้นที่ไทม์สแควร์”

“หมอก?” คูเปอร์ทวนคำพลางขมวดคิ้ว “แค่หมอกมันไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นไม่ใช่เหรอครับ?”  

ไครอนส่ายหัว “หมอกนี้ไม่ใช่หมอกธรรมดา มันหนาแน่นมากจนแม้แต่ภาพจากดาวเทียมยังไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ในไทม์สแควร์ได้ทุกตารางนิ้ว และที่แย่ที่สุดคือ...ทุกคนที่พยายามเข้าไปสำรวจในหมอกนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้เชี่ยวชาญ ก็หายสาบสูญไป ไม่มีใครตอบกลับมาทางสัญญาณวิทยุ ไม่มีสัญญาณชีวิต ทุกอย่างเงียบสนิท”  

คูเปอร์นิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “แล้วตอนนี้ล่ะครับ ทางรัฐบาลทำอะไรอยู่?”  

“พวกเขาพยายาม แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทางแก้ไขที่ชัดเจน” ไครอนพูดต่อ “หมอกยังคงปกคลุมอยู่ และไม่มีใครกล้าเสี่ยงส่งทีมเข้าไปอีกหลังจากที่กลุ่มแรกหายไป เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาใหญ่ และถ้าคำพยากรณ์ของคุณเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้จริง...”  

“ก็แปลว่าผมต้องเข้าไปที่นั่นใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ผสมระหว่างความกล้าหาญและความระแวง  

ไครอนพยักหน้าอย่างช้าๆ “คำพยากรณ์ระบุชัดว่าคุณมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ และถ้ามันเกี่ยวข้องกับหมอกในไทม์สแควร์ คุณก็คงต้องเริ่มต้นจากที่นั่น แต่จำไว้นะคูเปอร์ นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว คุณต้องการเพื่อนร่วมทาง และที่สำคัญ คุณต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะก้าวเข้าไปในพื้นที่นั้น”

คูเปอร์นั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ผมจะลองไปที่บ้านเฮอร์มีสก่อน อาจจะหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้ และผมจะหาคนไปด้วยแน่นอนครับ”  

“ดีแล้ว” ไครอนพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ แม้จะยังดูเคร่งเครียด “ฉันขอให้คุณโชคดี จำไว้ว่าอย่าละเลยการเตรียมตัว”  

“ขอบคุณครับ คุณไครอน” คูเปอร์กล่าวพร้อมรอยยิ้มที่พยายามดูมั่นใจ ก่อนจะลุกขึ้นและกล่าวลา “ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

หลังจากนั้น ชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องทำงานมุ่งหน้าต่อไปยังบ้านเฮอร์มีส

ปรึกษาไครอนเรื่องคำพยากรณ์


แสดงความคิดเห็น

God
คุณไครอนได้ช่วยวิเคราะห์คำพยากรณ์ให้แล้ว  โพสต์ 2025-1-13 21:14
โพสต์ 24945 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-1-13 20:51
โพสต์ 24,945 ไบต์และได้รับ +10 EXP +15 เกียรติยศ +10 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก กลยุทธ์การรบ  โพสต์ 2025-1-13 20:51
โพสต์ 24,945 ไบต์และได้รับ +10 EXP +8 เกียรติยศ +8 ความศรัทธา จาก ยาดม  โพสต์ 2025-1-13 20:51
โพสต์ 24,945 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก สายตาแห่งนกฮูก  โพสต์ 2025-1-13 20:51
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
น้ำหอมไอวี่แอนด์แมดเนส
เครื่องวาร์ปฉุกเฉิน
กางเกงเดินป่า
แหวนดาราจรัส(D)
ชุดบำรุงอาวุธ
เรือมินิบานาน่า
Daedalus's Legacy
มีดสั้นสัมฤทธิ์
บทเพลง
การควบคุมอาวุธ (จำกัด)
ปัญญาแห่งการรบ
ร่างจำแลง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กลยุทธ์การรบ
การสื่อสารและควบคุมนกฮูก
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แว่นกันแดด
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
โล่อัสพิส
หอกกรีก
อัจฉริยะ
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x30
x30
x2
x1
x2
x1
x5
x10
x1
x2
x1
x5
x5
x2
x28
x39
x4
x3
x4
x5
x10
x2
x30
x47
x6
x5
x10
x4
x1
x1
x2
x5
x28
x3
x5
x5
x5
x5
x11
x4
x1
x2
x20
x2
x3
x2
x1
x30
x1
x2
x5
x6
x4
x12
x2
x15
x20
x1
x2
x1
x2
x1
x3
x5
x5
x5
x31
โพสต์ 2025-1-15 12:46:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
74. Request mission approval

-07.01.25  /  02:47PM.-


หลังออกมาจากห้องทำงานที่ปรึกษาค่ายแล้วแมคเคนซีก็มายังห้องทำงานของผู้อำนวยการค่ายต่อ เมื่อครู่นี้เขาใช้เวลาที่ห้องคุณดีนานไปหน่อย หากไม่หาโอกาสชิ่งออกมาเสียก่อนก็เกรงว่าน่าจะได้อยู่นานกว่านี้ในฐานะคนรินไวน์ไม่ก็เพื่อนร่วมดื่มคนใหม่ เดมิก็อดหนุ่มดูเวลาจากนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องจะยังอยู่หรือเปล่า


ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก ! 


 “คุณไครอน ผมแมคเคนซีครับ ขออนุญาตเข้าไปข้างในได้ไหม”


ข้อนิ้วเคาะประตูไม้บานหนาพร้อมกับเรียกชื่อเจ้าของห้อง ยืนรอเพียงไม่นานก็มีเสียงตอบกลับมา


“เชิญเลยคุณลินคอล์น”


โดยไม่รอให้เสียเวลา เดมิก็อดหนุ่มเปิดประตูเข้าไปทันทีหลังได้รับอนุญาต


“พบกันอีกครั้งในรอบหนึ่งสัปดาห์ ยินดีกับรางวัลบ้านดีเด่นประจำปี หวังว่าปีนี้บ้านหมายเลขยี่สิบจะยังรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้นะ”


คุณไครอนเอ่ยทักทายจากตรงมุมชั้นวางหนังสือ ครึ่งล่างที่เป็นม้าตามแบบฉบับของเซนทอร์ทำให้แมคเคนซีอดไม่ได้ที่จะต้องลอบมองทุกครั้งเมื่อสบโอกาส


“ขอบคุณครับ เรื่องบ้านผมจะพยายาม…คือว่าที่ผมมาวันนี้ผมจะมาขอให้คุณช่วยอนุมัติเรื่องภารกิจการเดินทางน่ะครับ”


แล้วก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง หนุ่มชาวอังกฤษเริ่มเกริ่นเข้าหัวข้อธุระของตนเองโดยไม่ให้เสียเวลา


“หืม…คุณไปรับคำพยากรณ์จากเรเชลมาเหรอ รวดเร็วจริง ๆ เราเพิ่งคุยเรื่องนี้กันไปเมื่อช่วงสิ้นปีเองใช่ไหม”


ใบหน้าไครอนฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ด้วยคงสงสัยว่าเหตุใดบุตรแห่งเฮคาทีที่ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตามใจตัวเองมาเกือบตลอดปีคนนี้อยู่ ๆ ถึงได้รีบลุกขึ้นมารับภารกิจจากตัวแทนแห่งเทพพยากรณ์เดลฟีได้ จะว่าเป็นเพราะบทสนทนาของพวกเขาเมื่อช่วงสิ้นปีที่บอกให้เดมิก็อดหนุ่มลองเข้าคลาสเรียนให้มากขึ้น หรือลองรับภารกิจเพื่อฝึกฝนตนเองอย่างนั้นหรือ


“จะว่าไปรับคำพยากรณ์ก็ไม่เชิงครับ เรียกว่าคำพยากรณ์วิ่งเข้ามาหาผมน่าจะถูกกว่า…“


แมคเคนซียิ้มเจื่อนเมื่อพูดถึงคำพยากรณ์ที่เพิ่งได้รับ แน่นอน…หากไม่ได้ถูกฝันร้ายนั้นคอยตามหลอกหลอน เขาอาจยังคงใช้ชีวิตเรื่อยเฉื่อยแบบที่เคยเป็นไปอีกสักพัก แล้วค่อยเข้าคลาสเรียนหรือไปลองรับภารกิจดูอย่างที่เคยคุยกับเซนทอร์ผู้ดูแลค่ายไว้ แต่เหมือนบางสิ่งไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น อยู่ ๆ ภารกิจลึกลับกลับวิ่งเข้าใส่และพุ่งชนเขาเข้าอย่างจังจนตั้งตัวแทบไม่ทัน ซึ่งถ้าหากไม่อยากติดอยู่ในวังวนแห่งฝันร้ายก็มีแต่ต้องจัดการต้นเหตุให้จบสิ้นไปเท่านั้น


”คำพยากรณ์เลือกผู้รับ ? อืม…กรณีแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี คุณอยากลองเล่ารายละเอียดให้ผมฟังสักหน่อยไหม“


ไครอนพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ดูเหมือนว่าสิ่งที่แมคเคนซีเจอจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับอีกฝ่าย เสียงกีบเท้าม้าเดินกระทบพื้นไม้มาหยุดตรงที่โต๊ะทำงานพร้อมกับผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนนั่ง ดูท่าว่าครั้งนี้พวกเขาคงได้สนทนากันนาน


“ครับ…จะดีมากหากคุณช่วยผมได้ เรื่องมันเริ่มต้นจากคืนวันสิ้นปี ผมฝันเห็นเหตุการณ์แปลก ๆ มันเหมือนจริงมาก ตอนแรกผมคิดว่าคงเป็นแค่ฝันร้ายธรรมดาเลยไม่ได้สนใจอะไร แต่พอผ่านไปทุก ๆ สองวันผมก็ฝันเรื่องเดิม ๆ อีก ในฝันผมเห็น…..”


แมคเคนซีนั่งลงตามคำเชิญแล้วเริ่มเล่ารายละเอียดต่าง ๆ ไปตามลำดับ ทั้งเรื่องความฝัน เรื่องที่ไปปรึกษาเรเชล และหยิบกระดาษที่จดข้อความคำพยากรณ์ฉบับสรุปแบบรวบรัดส่งให้ไครอนหลังจากที่เล่าทุกอย่างจบ


”นี่เป็น…คำพยากรณ์ที่ใช้ภาษาเรียบง่ายที่สุดที่ผมเคยเห็น แต่ก็ชวนงงไม่แพ้กัน“


หลังอ่านจบเซนทอร์ก็พูดติดตลก กระดาษถูกวางลงบนแผ่นรองเอกสารบนโต๊ะไม้ฮอกกานีแล้ววางทับด้วยปากกาหมึกซึมลวดลายงดงาม


”ตอนนั้นผมมัวแต่ตกใจจนลืมสนใจข้อความพวกนั้น เลยสรุปออกมาได้เป็นคีย์เวิร์ดสั้น ๆ แทน คุณไครอนพอจะช่วยผมถอดรหัสคำพวกนี้ได้ไหมครับ“


เดมิก็อดหนุ่มยิ้มเจื่อน มีเพียงข้อความนี้เท่านั้นที่เป็นข้อมูลของภารกิจ หากไม่สามารถถอดรหัสออกก็คงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ซึ่งเขาก็แอบคาดหวังในใจว่าผู้อำนวยการค่ายจะช่วยได้


“ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าเรามาลองช่วยกันดีไหม เริ่มจาก—-”


“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ ผมขอกระดาษกับปากกาได้ไหม ผมไม่อยากพลาดเหมือนคราวที่แล้ว”


แมคเคนซีรีบยกมือขึ้นระดับไหล่เป็นเชิงขออนุญาต ไครอนหัวเราะออกมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มก่อนจะเตรียมสมุดฉีกและปากกาให้ตามที่เขาร้องขอแล้วจึงเริ่มพูดต่อ


“เริ่มจากคำที่ว่า ‘บุตรแห่งกลางคืน’ และ ‘เกิดจากเงา’ คุณพอจะรู้ไหมว่าหมายถึงใคร”


ไครอนไล่นิ้วชี้ไปทีละคำ ดวงตาสีฮาเซลมองตามแล้วมุ่นคิ้ว ฝ่ามือใหญ่กุมคางอย่างใช้ความคิด


“ถ้าสองคำนี้หมายถึงคนคนเดียวกัน…ผมคิดว่าน่าจะเป็นลูกเทพหรือเทพีสักองค์ครับ แล้วจากคำนี้ที่ว่า ‘เลือดเทพีแปลงร่างเป็นปีศาจร้าย’ เป็นไปได้ว่าน่าชี้ชัดแล้วว่าเป็นบุตรของเทพี ส่วนกลางคืนกับเงาน่าจะเป็นสัญลักษณ์แทนเทพีองค์นั้น….”


เมื่อพูดมาถึงตรงนี้แมคเคนซีก็เงียบไป หากลองพิจารณาดูดี ๆ แล้วเทพีที่เกี่ยวข้องกับความมืดนั้นก็มีอยู่ไม่กี่องค์ แต่เงานี่สิ…ยิ่งคิดให้ลึกซึ้งขึ้นก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแปลก ๆ ซึ่งรายละเอียดเล็กน้อยนี้ไม่อาจหลุดรอดสายตาไครอนไปได้ เซนทอร์ผู้ใจดีจึงชี้ไปยังคำต่อไป


“เราพักเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะคุณลินคอล์น มาดูคำต่อไปกันดีกว่า ‘พันธนาการจากความมืด’ จากคำนี้ผมคิดว่าบุตรแห่งกลางคืนที่ว่าน่าจะถูกจับตัวไว้ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งก็คือที่นี่…”


เรียวนิ้วของผู้อำนวยการค่ายชี้ไปยังคำว่า ‘รังอสรพิษมืด ๆ ’ และ ‘เมืองเหนือสุดที่มีหิมะกับแสงเหนือ’ แล้วเหลือบตาขึ้นมองคู่สนทนา


“อย่างนี้นี่เอง…”


แมคเคนซีพยักหน้าแล้วก้มลงเขียนสรุปทุกอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้ามาเห็นสีหน้าของไครอนที่เคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


“คุณลินคอล์น…ผมคิดว่าคุณควรรีบไป”


“ครับ….?”


เหมือนมีเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ขึ้นมาบนใบหน้าของแมคเคนซี เซนทอร์ผู้ดูแลค่ายยืดหลังตรง ใบหน้าที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นใจดียามนี้กลับเคร่งขรึมผิดจากปกติ…ดูเหมือนว่าเกมใบ้คำของพวกเขาจะสิ้นสุดลงตรงนี้แล้ว


“ผมเคยได้ยินข่าวลือในกลุ่มพวกเซนทอร์เกี่ยวกับองค์กรลับที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในตลาดมืดจับเดมิก็อดไปดัดแปลงจากมนุษย์เป็นอสุรกาย จากที่คุณเล่าให้ผมฟังเรื่องความฝันว่าเด็กที่อยู่บนแท่นบูชามีเกล็ดงูงอกออกมาจากผิวหนัง หากการคาดเดาของผมไม่ผิดพลาด อสุรกายที่ว่าน่าจะเป็นลาเมีย…ซึ่งผมคิดว่าคุณเองคงมีคำตอบในใจแล้วใช่ไหมคุณลินคอล์น ว่าเดมิก็อดที่ถูกจับไปในภารกิจนี้เป็นบุตรแห่งเทพีองค์ใด”


แววตาของเซนทอร์ที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเห็นใจ


“ครับ…….บุตรแห่งเทพีเฮคาที…แม่ผม…แล้วคนที่ถูกจับไป…ก็น้องผมเอง”

 

แมคเคนซีผงกศีรษะรับ อยู่ ๆ ก็รู้สึกลำคอแห้งผาก ถึงจะรู้คำตอบแล้วแต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้สิ่งที่ตนเองคิดนั้นผิดไปทั้งหมด แม้รู้สึกเศร้าใจไม่น้อยที่น้องร่วมมารดาซึ่งไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ แต่เขาก็จะมัวมาหดหู่จนไม่เป็นอันทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่เขาควรทำคือต้องรีบไปช่วยเหลือเด็กคนนั้นต่างหาก


“ไม่เป็นไรคุณลินคอล์น ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด คนพวกนั้นจะยังไม่เคลื่อนไหวอะไรจนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม…และจากที่คุณเขียนมา ‘คืนเดือนมืดใกล้เข้าฤดูใบไม้ผลิ’ น่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม นั่นแปลว่าคุณมีเวลาถึงตอนนั้น”


ไครอนเดินอ้อมมาตบไหล่แมคเคนซีเบา ๆ 


“คืนเดือนมืดช่วงเดือนมีนาคม…ผมจะไปลองเช็คดูครับ แล้วคุณไครอนรู้ไหมครับว่าองค์กรลับที่ว่าอยู่ที่ไหน”


“ต้องขอโทษด้วยคุณลินคอล์นที่ผมไม่แน่ใจเรื่องนี้ พวกองค์กรลับไม่เคยเปิดเผยที่อยู่ให้ใครล่วงรู้ ถึงเราจะเคยได้รับรายงานมาแต่พอพวกนั้นไหวตัวทันก็จะเปลี่ยนสถานที่กบดานไปเรื่อย ๆ”


เซนทอร์ยิ้มอย่างจนใจด้วยไม่สามารถชี้ชัดสถานที่ให้แก่เดมิก็อดหนุ่มได้


“ไม่เป็นไรครับ คุณช่วยผมได้มากเลย ผมจะลองไปที่บ้านเฮอร์มีส ในอินเทอร์เน็ตน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม แล้วหลังจากนี้จนกว่าจะออกเดินทางผมต้องทำอะไรต่อบ้างครับ”


แมคเคนซียิ้มให้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ ข้อมูลของผู้ดูแลค่ายนับว่าเป็นประโยชน์มาก เบาะแสที่เหลือเขาคงต้องพึ่งพาตนเอง ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนจะถึงวันออกเดินทางที่นัดกับดีนไว้


“การทำภารกิจการเดินทางแต่ละครั้งมีความยากลำบากและอันตราย สิ่งสำคัญคือคุณต้องไปให้ถึงจุดหมายให้ได้โดยไม่ใช้เครื่องบินหรือรถไฟเฮเฟตัสเป็นพาหนะในการเดินทาง ผมแนะนำให้คุณหาเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนเพื่อคอยช่วยเหลือสนับสนุนกัน และทางค่ายมีอาหารเทพจำนวนหนึ่งเตรียมไว้แก่ผู้ทำภารกิจให้คุณไปรับได้ที่สถานพยาบาล ระหว่างทำภารกิจอย่าลืมเขียนบันทึกเก็บไว้ด้วย คุณต้องส่งมันหลังจากกลับมาถึงค่ายเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น”


หลังจากเซนทอร์อธิบายขั้นตอนต่าง ๆ จบก็เกิดความเงียบชั่วขณะ


“เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะครับ ห้ามใช้เครื่องบินกับรถไฟเฮเฟตัสงั้นเหรอ แล้วแบบนี้ถ้าต้องไปทำภารกิจที่อยู่อีกฟากโลกนึงจะทำยังไง”


เหมือนว่าแมคเคนซีจะตะลึงงันไปตั้งแต่ได้ยินเรื่องวิธีการใช้ยานพาหนะ จนเมื่อได้สติจึงรีบถามข้อสงสัยนั้น


“ภารกิจแต่ละระดับมีความยากง่ายและระยะเวลาของมันคุณลินคอล์น ผู้เดินทางจึงควรวางแผนและจัดสรรเวลาอย่างรอบคอบ ซึ่งผมเชื่อว่าคุณทำได้”


เมื่อฟังแบบนี้ก็พอเข้าใจได้ว่าแต่ละภารกิจคงจะมีระยะเวลาที่เหมาะสมในตัวมันเองอยู่แล้ว ซึ่งภารกิจของเขามีคืนเดือนมืดช่วงเดือนมีนาคมเป็นเงื่อนไข หรือนี่อาจเป็นข้อมูลอีกอย่างที่กำลังบอกว่าจุดหมายครั้งนี้ของเขาอาจไม่ได้อยู่ไกลจากอเมริกาเท่าไหร่


“ส่วนนี่เป็นเงินทุนสำหรับใช้จ่ายที่ทางค่ายเตรียมไว้ให้ผู้ไปทำภารกิจเช่นกัน ผมจะอนุมัติภารกิจของคุณให้เร็วที่สุด ระหว่างนี้ขอให้คุณใช้เวลาเตรียมตัวและหาข้อมูลให้พร้อม ผมขออวยพรจากใจจริง ขอให้คุณและทีมทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วง กลับมาถึงค่ายอย่างปลอดภัย…รวมถึงน้องของคุณด้วย ขอให้เทพเจ้าคุ้มครอง“


ซองกระดาษที่บรรจุธนบัติจำนวนหนึ่งไว้ภายในถูกวางลงตรงหน้าเดมิก็อดหนุ่ม ไครอนกล่าวอวยพรพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นมอบให้


“ผมก็หวังว่าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน ขอบคุณสำหรับคำแนะนำและคำอวยพรนะครับ”


แมคเคนซีเก็บซองธนบัติและหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาทั้งหมดจากผู้ดูแลค่าย ใบหน้าได้รูปยิ้มตอบอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกขอบคุณ ไครอนพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย จากนั้นเดมิก็อดบุตรแห่งเฮคาทีก็เดินออกจากห้องไป หลังจากนี้ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมากมาย และเขาควรเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุดก่อนถึงวันออกเดินทาง




สรุปสถานการณ์

ขออนุมัติและปรึกษาเรื่องภารกิจกับคุณไครอน


@God 

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 85950 ไบต์และได้รับ 48 EXP!  โพสต์ 2025-1-15 12:46
โพสต์ 85,950 ไบต์และได้รับ +20 EXP +35 ความกล้า +40 ความศรัทธา จาก เวทมนต์ [II]  โพสต์ 2025-1-15 12:46
โพสต์ 85,950 ไบต์และได้รับ +15 EXP +25 เกียรติยศ +25 ความศรัทธา จาก คบเพลิงเวท  โพสต์ 2025-1-15 12:46
โพสต์ 85,950 ไบต์และได้รับ +10 EXP +10 ความศรัทธา จาก ศาสตร์การปรุงยา  โพสต์ 2025-1-15 12:46
โพสต์ 85,950 ไบต์และได้รับ +5 EXP +6 เกียรติยศ จาก ต่างหูเงิน  โพสต์ 2025-1-15 12:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินดอลลาร์ +500 ย่อ เหตุผล
God + 500

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x3
x3
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x14
x90
x90
x5
x6
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x15
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x13
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x11
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x3
x5
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x175
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x91
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2025-2-6 20:57:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Leoric เมื่อ 2025-2-6 22:59

Leoric
Hwang
Show you that this LOVE is YOURS to take
สายตาปรายตามเรียวนิ้วของรุ่นพี่ชายหญิงทั้งคู่ไปยังอาคารหินอ่อนหลังใหญ่ที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย ริมฝีปากอ้าออกราวคิดจะถามไถ่ แต่กลับหุบลงด้วยคิดว่า บางเรื่องน่าจะลองหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อน หากถึงที่สุดจริง ๆ ค่อยสอบถามก็ไม่มีปัญหา

อย่าว่าแต่พื้นฐานของลีโอริคเป็นประเภทชื่นชอบความท้าทายด้วยเลย

สายตาของบรรดาชาวค่ายบางส่วนก็ยังคงจับจ้องมา รู้สึกอึดอัดอยู่บ้างก็จริง แต่ก็คิดว่าทุกคนเพียงแค่สงสัยใคร่รู้ ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก ซึ่งก็คาดเดาได้ไม่ยากว่า เรื่องที่ทุกคนอยากรู้ล้วนเป็นบ้านที่เด็กใหม่จะได้เข้าไปอาศัยอยู่ ซึ่งเรื่องนี้น่ะไม่ใช่แค่เหล่าชาวค่ายหรอก ตัวลีโอริคเองก็อยากรู้ไม่แพ้กัน

หากตนเองมีพ่อเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ควรจะมีเทพีเป็นแม่ แต่ก็ได้ยินว่ามีกรณีของเทพและมนุษย์ที่เป็นเพศเดียวกันอยู่เหมือนกัน ให้ตายเถอะ ตัดตัวเลือกทิ้งไปบ้างเลยไม่ได้หรืออย่างไรนะ

เด็กชายก้าวเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร หันซ้ายมองขวาสังเกตสถาปัตยกรรมภายในด้วยความสนใจ เพราะมันช่างแตกต่างกับบ้านที่เขาใช้ชีวิตมาตั้งแต่จำความได้ราวฟ้ากับเหว แต่ก็ดู... คลาสสิคดี

"ขอโทษนะครับ เพิ่งมาถึงค่ายครั้งแรก มีรุ่นพี่บอกให้ผมเข้ามาที่อาคารนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าต้องไปทางไหนต่อ"

เขาตัดสินใจสอบถามคนที่เดินผ่านไปมาสักคนแบบสุ่ม ๆ ก่อนที่จะได้รับคำตอบว่า ต้องเข้าไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการไครอน ตามด้วยการชี้บอกทางซึ่งก็ไม่ได้มีสิ่งใดซับซ้อน

หลังมือยกขึ้นเคาะบานประตูตามมารยาทและตามมาด้วยคำขออนุญาตแบบพื้นฐาน

"สวัสดีครับ ผมเพิ่งมาถึงค่ายเป็นครั้งแรก ขอพบผู้อำนวยการไครอนครับ"

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจพลันเสียงอนุญาตก็ดังขึ้น มือจึงเลื่อนลงไปที่ลูกบิดแล้วเปิดเข้าไปสู่ห้องทำงานด้านใน ทั่วทั้งห้องตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเป็นหลักเนื่องด้วยทั้งชั้นหนังสือ โต๊ะไม้ กรอบหน้าต่าง ไปจนกระทั่งเพดานด้านบนล้วนประกอบขึ้นด้วยไม้ฮอกกานีทั้งสิ้น เด็กชายลอบกวาดตาสำรวจสันหนังสือที่ถูกจัดเรียงอยู่เบื้องหลังของโต๊ะทำงานด้วยความสนใจ ทว่ามิได้ประเจิดประเจ้อจนดูเสียมารยาทมากนัก ร่างสูงค้อมลงเล็กน้อยตามมารยาทของชาวเอเชีย

"ผมชื่อลีโอริค ฮวัง ได้ยินว่าหากมีการรับรองสายเลือดแล้ว ผมสามารถย้ายเข้าไปที่บ้านประจำของเทพแต่ละองค์ได้ แต่ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามีผู้ใดรับรองหรือยัง"

ปกติแล้วความมั่นใจเป็นสิ่งที่เขามีอยู่ตลอดเวลา แต่กลับประหม่าขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวยามเมื่อต้องพูดถึงมารดา หรือไม่ก็บิดาอีกคน ไม่เพียงแต่ตนโดนสั่งห้ามไม่ให้ถามมาทั้งชีวิต แต่ยังรู้สึกว่าเทพหรือเทพีนั้นดูยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะพูดโดยใช้คำอย่างเป็นกันเองได้

มาถึงตอนนี้เด็กชายจึงเพิ่งได้มีโอกาสสังเกตคู่สนทนาชัด ๆ ชาวค่ายบางส่วนบอกเอาไว้ว่า ไครอนนั้นเป็นเซนทอร์ เขามีผิวและดวงตาสีเข้ม ตัดกับเส้นผมและเคราที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาตามกาลเวลา ทว่าไม่อาจลดทอนประกายความปราดเปรื่องไปจากนัยน์ตาคู่นั้นได้เลย

"เธอคิดอย่างไรเล่า"

เซนทอร์ผู้นั้นถามกลับ ทำเอาผู้ถูกถามสามารถรักษาสีหน้าปกติเอาไว้ได้โดยยาก เขาเกือบที่จะหลุดขำออกมาเสียแล้ว ความรู้สึกบางอย่างบอกเอาไว้ว่า ตนจะต้องถูกถามกลับเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นการถามความคิดเห็นจริง ๆ หรือทดสอบกันแน่

"ผมควรจะตอบแบบไหนดีครับ เสนอความคิดเห็นอย่างมั่นใจและตรงไปตรงมาอย่างที่เป็น หรือว่าถ่อมตัวสักเล็กน้อยตามมารยาทที่พึงมีของเด็กอายุสิบกว่าขวบที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่"

คราวนี้เสียงหัวเราะกลับมาจากผู้อำนวยการค่ายแทนเสียอย่างนั้น ส่วนลีโอริคกระทำเพียงวาดรอยยิ้มเชิงขบขันเพียงเล็กน้อยขึ้นมาที่มุมปากเท่านั้น

"ฉันชอบเธอนะ มั่นใจ แต่ก็มีปัญญา ความจริงแม่ของเธอ รับรองเธอแล้ว"

เด็กชายหยุดชะงักเพื่อประมวลผล หากใช้คำว่าแม่ ก็ย่อมต้องเป็นเทพี แต่คนเช่นเขาจะเป็นบุตรของเทพีองค์ใดล่ะ อะโฟรไดตีมั้ย ก็ว่าหล่ออยู่นะ

"กำลังเดาอยู่สินะว่าเป็นบ้านหลังใด เธอจะลองเดาดูก่อนไหมล่ะ"

แต่คราวนี้เขากลับยกมือขึ้นโบกปัดไปมาเป็นเชิงปฏิเสธราว 2-3 ที

"ไม่ล่ะครับ ถ้าให้ผมเดาไปเรื่อย ๆ มันจะเริ่มไร้สาระแล้ว อีกอย่างผมมีอีกหลายคำถามที่ต้องการคำตอบ จะมาเสียเวลากับคำตอบที่ตายตัวอย่าง 1+1 = 2 ไปทำไมกัน"

คราวนี้ทีท่าช่างแตกต่างกับคนที่เพิ่งพูดคำว่า ถ่อมตัวสักเล็กน้อยตามมารยาทที่พึงมีของเด็กอายุสิบกว่าขวบ เสียเหลือเกิน

ผู้อำนวยการหัวร่อยาวนานกว่าเมื่อครู่ ไม่รู้เพราะว่าชอบใจหรือว่าขบขันกันแน่ เอาเถอะ ทำให้ผู้อื่นมีความสุขก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ๆ ที่ควรกระทำเหมือนกัน

"ไปที่บ้านหมายเลข 6 เถอะ"

"อ้อครับ ขอบคุณนะครับ"

แม้จะกล่าวเช่นนั้นพร้อมกับค้อมกายลงอย่างนอบน้อมแต่ทว่า ลีโอริคไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านหลังที่ 6 เป็นบ้านของใคร ก็หนังสือ 3 เล่มที่อ่านตลอดทางนั่นไม่ได้มีข้อมูลของค่ายแห่งนี้อยู่เลยนี่นา
หมายเหตุ
รับเสื้อค่าย | +1 ตื่นรู้ จากการรับรองจากพ่อแม่
บ้านใหญ่ 𓆩†𓆪 ห้องทำงานไครอน

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 12923 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2025-2-6 20:57
โพสต์ 12,923 ไบต์และได้รับ +2 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-2-6 20:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +1 ย่อ เหตุผล
God + 1

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หอกกรีก
ยาดม
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
น้ำหอมบุรุษ
ต่างหูเงิน
อัจฉริยะ
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x4
x5
x4
x1
x1
x1
x2
x4
x3
x22
x4
โพสต์ 2025-2-10 00:12:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ERTAH BROWN
ห้องทำงานไครอน, บ้านใหญ่
Feb, 9, 2025 | 7.00PM

       ข้อมูลที่ได้รับมาจากเด็กหนุ่มผิวเข้มคนนั้น คือการที่เธอจะต้องมาที่บ้านใหญ่ตามที่เขาได้บอกทางมา ในระหว่างที่เดินทางมา ดวงตาสีเปลือกไม้ของหญิงสาวก็ฉายประกายออกมาได้อย่างชัดเจน ศิลปะกรรมที่นี่เป็นอย่างที่เธอคิด มันคงจะเป็นแบบกรีกโบราณ น่าหลงใหลและทรงพลัง ทำให้ขายาวของเธอที่ตั้งใจเดินไปยังบ้านใหญ่ในคราแรกกลับเชื่องช้าไปตามดวงตาที่จับจ้องสิ่งที่เธอสนใจไปเรื่อย ๆ

หลังแล้ว.. หลังเล่า...

กว่าจะมาถึงสถานที่ที่เรียกว่าบ้านใหญ่ได้ก็เป็นเวลาที่นานพอตัวเลย และดีที่มีคนคอยบอกทางให้เธอตลอดทาง ไม่อย่างนั้นเธอคงจะหลงไปไหนต่อไหนแล้ว เพราะเพลิดเพิลนกับศิลปะที่สวยงามนี้ แต่หากว่าบ้านใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเธอก็ไม่ใช่ว่าจะน้อยหน้าเลย ใบหน้าน่ารักของเออต้ามองค้างอยู่อย่างนั้นนานพอตัว จนกระทั่งสิ่งที่ต้องทำในขณะนี้ได้กระชากสติของเธอกลับมาได้

“ นั่นสินะ ฉันต้องรีบไปที่บ้านใหญ่... ” แต่ก็ถึงแล้วนี่สิ...

ไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่มากไปกว่านั้นเลย นั่นเลยทำให้เออต้าทำเพียงการก้าวเข้าไปภายในเท่านั้นเอง ใบหน้าน่ารักหันมองไปซ้ายขวาอย่างขอความช่วยเหลือ เพราะในตอนนี้เธอไม่แน่ใจเลยจริง ๆ ว่าจะต้องไปที่ใด และเธอเองก็ไม่ได้เอ่ยถามใครมาต่อจากนั้นด้วย ถือว่าเป้นเรื่องที่พลาดอย่างมหันต์เลย

“ ขอโทษนะคะ ฉันเพิ่งมาใหม่ ฉันจะต้องไปที่ไหนต่อหรอ? ”

ในที่สุดเออต้าก็จะเป็นจะต้องสอบถามคนที่เดินอยู่แถว ๆ นั้นด้วยท่าทางที่เป้นมิตรของเธอ และคำตอบบที่ได้มานั่นก็คือเส้นทางการไปห้องของผู้อำนวยการค่ายแห่งนี้ เห็นว่าชื่อไครอน เธอจึงต้องไปที่ห้องนั้นโดยเร็ว เพราะเวลาในตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่ดีในการไปพบใครเท่าไหร่ มันเป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ ก็เธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่เองนี่ อย่างไรก็ต้องขอเสียมารยาทหน่อยแล้วกัน

ตัดสินใจได้แบบนั้นแล้ว เออต้าไม่ทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์ ขายาวเดินไปตามเส้นทาง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของคุณไครอน มันเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนเลย

“ ห้องนี้สินะ ”

เธอเอ่ยเพียงทบทวนกับตัวเองก่อนที่จะปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ลดความตื่นเต้นที่กำลังก่อตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ นี้ลงไปให้ได้ และเตรียมคำถามมากมายที่เธอไม่ได้รับคำตอบมาให้เรียบร้อย ทั้งเรื่องค่ายแห่งนี้ เรื่องลูกครึ่งเทพและเรื่องพ่อของเธออีกด้วย

 

ก๊อก ๆ ๆ

มือเรียวสวยยกขึ้นมาก่อนที่จะออกแรงเคาะประตูไปอย่างมีมารยาทในจังหวะที่สม่ำเสมอ และตามด้วยเสียงหวานที่เอ่ยทักทายด้วยเช่นกัน

“ สวัสดีค่ะ ฉันเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก ต้องการพบคุณผู้อำนวยการค่ะ ”

เออต้ากล่าวนำไปก่อนที่มือเรียวจะย้ายจากบานประตูมาที่ลูกบิด ออกแรงเปิดให้เสียงประตูนั้นเบาบางลดการรบกวนบุคคลที่อยู่ภายในห้อง และปิดมันลงเมื่อร่างโปร่งของหญิงสาวได้ก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานแห่งนี้แล้ว

“ เออต้า บราวน์ค่ะ ”

เสียงหวานเอ่ยแนะนำตัวเพียงสั้น ๆ เท่านั้นพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่ฉายรอยยิ้มสดใสราวกับพระอาทิตย์ พลังงานที่เหลือล้นของเธอในตอนนี้ดูเหมือนกำลังแสดงความตื่นเต้นออกมา หากสังเกตดูคงสามารถรับรู้ได้ไม่ยากเลยว่าหญิงสาวคนนี้กำลังตื่นเต้นอย่างมาก ทั้งมือเรียวที่ย้ายไปกระชับสายกระเป๋าเป้ และร่างกายที่เกร็งไปนิดหน่อย

“ ยินดีต้อนรับสู่ค่ายฮาล์ฟบลัดแห่งนี้ ยอมรับจริง ๆ ว่าเธอและเหล่าผู้ปกป้องเธอนั้นทุ่มเทมาก เธอจึงยังเติบโตมาได้เป็นอย่างดีขนาดนี้จนได้มาที่นี่เสียที ที่นี่ เธอจะปลอดภัยจากสิ่งที่ทำอันตรายเธอมาก่อนหน้านี้ มีเหล่าลูกครึ่งเทพของเธออย่างมากมาย พวกเขาได้รับการฝึกและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยที่นี่ นี่เป็นคำตอบที่เธอต้องการหรือเปล่า? ”

ราวกับรับรู้ได้ สิ่งที่ไครอนตอบมาเป็นหนึ่งส่วนในสิ่งที่เออต้าต้องการจะรู้ แต่หากว่า...นั่นเธอได้ยินมาบ่อยแล้ว ใบหน้าน่ารักจึงได้แต่ขมวดคิ้วลงเพียงเล็กน้อย แสดงอารมณ์ที่กำลังครุ่นคิดออกมาให้ได้เห็น

“ คุณผู้อำนวยการ ที่นี่เป็นที่พักพิงและฝึกซ้อมอย่างนั้นหรอ? แล้ว...ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันจะต้องทำอะไรบ้าง? ”

เพราะมันจะกลายเป็นสถานที่พักพิงของเธอเอยเช่นกัน เออต้าจึงได้ถามต่อในประเด็นเดิมที่เธออยากจะรู้ อย่างน้อยเธอก็จะได้ทำตัวได้อย่างถูกต้อง

“ แน่นอน เธอจะต้องฝึกฝนด้วย และมีอีกหลายสิ่งที่เธอจะต้องทำและสามารถทำได้ หลังจากนี้คงมีรุ่นพี่ในค่ายอีกหลายคนที่จะช่วยแนะนำเธอได้ ”

เหมือนว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่จะต้องคอยดูแล และเธอก็คงจะต้องพาตัวเองไปพูดคุยอีกแล้ว ถึงมันจะเป็นเรื่องที่อยากได้คำตอบในเวลานี้เลย แต่เพราะว่าอย่างน้อยคำตอบบที่ได้ก็เป็นข้อมูลได้แล้ว เธอจึงไม่ได้ซักไซร้อะไรต่อไป และเลือกที่จะเอ่ยถามในประเด็นต่อไปที่เธอต้องการจะรู้

“ ขอบคุณค่ะ แล้วอีกเรื่องที่ฉันต้องการจะรู้ ฉันเป็นลูกครึ่งเทพ ฉันรู้แค่ว่าพ่อของฉันเป็นเทพ แล้วพ่อของฉัน... ”

ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยสิ่งที่ต้องการจะถามได้ครบถ้วนดี มือเรียวของไครอนก็ยกขึ้นมาราวกับต้องการบอกอะไรกับเธอสักอย่าง เธอเห็นว่าเขาสื่อสาร แต่เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรกับเธอ จนกระทั่งเขาเอ่ยออกมา

“ ทุกอย่างนั้นบ่งบอกเอาไว้หมดแล้ว ท่านอ้างสิทธิ์ในตัวเจ้า ..บุตรีแห่งอพอลโล ”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ใบหน้าน่ารักของเออต้าชะงักค้าง ถึงจะเคยได้ยินเชื่อเทพเจ้ามาอยู่ตลอดเพราะเธอสนใจศิลปะ แต่ในวันนี้กลับกลายเป็นว่ามีเทพองค์หนึ่งเป็นพ่อของเธอเอง และยังเป็นองค์ที่เธอไม่คิดไม่ฝันเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นพ่อของเธอจริง ๆ หรือ?

เทพแห่งดวงอาทิตย์ที่เจิดจรัส อีกทั้งยังเป็นเรื่องของการยิงธนู เสียงดนตรีและกวี การรักษา และอีกหลายอย่างที่เธอไม่คิดจะจำเท่าไหร่ วันนี้เหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องที่เธอจะต้องรู้ให้ได้เสียแล้ว คนที่อ้างสิทธิ์ในตัวเธอและเรียกตัวเองว่าเป็นพ่อของเธอน่ะเป็นคนอย่างไร ในความคิดหนึ่งของเธอเป็นอย่าง แต่โดยส่วนใหญ่ ตอนนี้เธอยังอยู่ในระยะปฏิเสธอยู่ในใจ

“ หา? อพอลโล? หรอคะ ”

ไม่มีความมั่นใจในคำตอบที่ได้รับมาเลยสักนิด หรือว่าคราวนี้เธอจะต้องยอมรับด้วยความจำยอมอีกครั้งแล้วหรืออย่างไร แต่หากไครอนบอกว่าทุกอย่างได้บ่งบอกเอาไว้หมดแล้ว.. มันก็คงจะไม่มีอะไรที่ปฏิเสธได้แล้ว เธอจึงทำได้แค่ถอนหายใจออกมา ตามด้วยเสียแค่นหัวเราะ ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกเลยจริง ๆ

“ เสียงดนตรีที่รัก ความอบอุ่นและสดใส นั่นล้วนแต่เป็นสิ่งที่คล้ายกับพ่อของเธอ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ไปที่เคบินที่เจ็ดเถอะนะ เธอต้องพักผ่อนได้แล้ว ที่นั่นจะเป็นบ้านของเธอ ”

ยังไม่ได้ทันที่จะได้ระบายความรู้สึกที่น่าสับสนนี่ออกไปเลย ข้อมูลใหม่ก็เข้ามาอีกครั้งแล้ว เธอมองไปที่ประตูห้องทำงานของไครอนอีกครั้ง ก่อนที่จะระลึกความทรงจำที่ยังเหลืออยู่บ้างว่าเคบินที่เจ็ดคือที่ไหน และเธอจะต้องไปที่นั่น ตอนนี้เหมือนว่าจะยังจับอะไรไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่าเธอน่าจะต้องทำตามที่ไครอนบอกไปก่อน แล้ววันพรุ่งนี้ก็ค่อยมาเริ่มต้นกันอีกครั้ง อย่างน้อยคืนนี้เธอก็มีที่พักพิงให้ได้ซุกหัวนอนแล้ว

“ เคบินที่เจ็ด... บ้านหรอคะ อ่า... ขอบคุณค่ะ ”

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 21481 ไบต์และได้รับ 12 EXP!  โพสต์ 2025-2-10 00:12
โพสต์ 21,481 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)  โพสต์ 2025-2-10 00:12
โพสต์ 21,481 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์ 2025-2-10 00:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ตื่นรู้ +1 ย่อ เหตุผล
God + 1

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบอกลูกธนู
ธนู
น้ำหอมสตรี
หูฟังบลูทูธ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์
รองเท้าเซฟตี้
ต่างหูเงิน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x8
x16
x1
x4
x1
x2
x2
x2
x4
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้