เจ้าของ: God

[ทางเข้าค่าย] ประตูค่าย

  [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2025-12-20 01:01:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด





วันที่ 19 ธันวาคม 2025
เวลา 
01:30 น.



เวลาล่วงเข้าสู่ 01:30 น. รถบัสของค่ายฮาล์ฟบลัดค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลงเมื่อเข้าสู่เขตลองไอส์แลนด์ ล้อรถบดไปบนถนนลูกรังที่คุ้นเคย ท่ามกลางท้องฟ้าที่ยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้มอาบส้มหม่น ๆ ราวกับโลกนี้ถูกแช่แข็งไว้ในเวลาพลบค่ำตลอดกาล แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของ ต้นสนของธาเลีย ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา โดยมีมังกรพีลิอุสนอนขดตัวเฝ้าขนแกะทองคำอยู่อย่างเงียบเชียบ

รถบัสจอดสนิทลงที่ตีนเนินเขาหน้าค่าย เสียงเครื่องยนต์ดับลงทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดของพงไพรที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรขับกล่อมเบา ๆ ประตูรถเปิดออกพร้อมเสียงฟู่ยาว ๆ เป็นสัญญาณว่าการเดินทางไกลหลายพันไมล์ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

เอโลอิสสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นของไร่สตรอว์เบอร์รีที่สุกงอมผสมกับกลิ่นไอทะเลและใบสนลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากกลิ่นหอมสะอาดของหินอ่อนและไวน์ในนิวโรมอย่างสิ้นเชิง แต่มันคือกลิ่นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นจังหวะที่ผ่อนคลายที่สุด

เธอทยอยเดินลงจากรถตามหลังเพื่อนร่วมค่ายที่อยู่ในสภาพสะลึมสะลือจากการเดินทาง เอโลอิสเดินไปที่ช่องเก็บของใต้ท้องรถ ยืดตัวขึ้นรับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเธอที่เจ้าหน้าที่ค่ายส่งให้ น้ำหนักของมันย้ำเตือนถึงชัยชนะและของรางวัลที่เธอคว้ามาจากนิวโรม ซึ่งเธอตั้งใจจะเอามาอวดพี่น้องในกระท่อมพรุ่งนี้เช้า

“แยกย้ายกลับกระท่อมได้! เวลาพักผ่อนหมดลงแล้ว พรุ่งนี้ก็กลับมาใช้ชีวิต ตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกฝนกันเข้าล่ะ” รุ่นพี่มิแรนด้าตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงไม่แพ้กัน ก่อนจะเดินนำกลุ่มเด็กกระท่อมดีมิเทอร์หายเข้าไปในเงามืด

เอโลอิสหยุดฝีเท้าลงกะทันหันที่เส้นขอบเขตของยอดเนินเขาฮาล์ฟบลัด เบื้องหน้าของเธอคือความปลอดภัยที่คุ้นเคย แสงไฟสีนวลจากกระท่อมต่าง ๆ และความอบอุ่นของกระท่อมที่พร้อมจะต้อนรับเธอกลับเข้าสู่อ้อมกอด

ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะก้าวข้ามเส้นเขตแดนนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในหัวดั่งประกายไฟจากค้อนที่กระทบทั่ง เธอจำได้ถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดในหมู่เดมิก็อดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าแดร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลกว้างขวาง กำลังเปิดรับซื้อสินค้าจำนวนมาก เพื่อโครงการลึกลับบางอย่าง

เอโลอิสก้มมองกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้งในมือ ภายในนั้นไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้า แต่เต็มไปด้วยของสารพัดสิ่งที่พกติดตัวตลอด

“ถ้าฉันเข้าค่ายไปตอนนี้ ของพวกนี้ก็คงถูกเก็บเข้ากรุไม่ได้ใช้งาน” เธอพึมพำพลางเม้มริมฝีปาก “แต่ถ้าฉันเอามันไปให้แดร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ตอนที่พวกเขากำลังต้องการสินค้าล้นมือแบบนี้...นี่มันคือโอกาสทองชัด ๆ!”

ไม่ต้องคิดซ้ำสอง เอโลอิสหมุนตัวกลับหลังหันอย่างเด็ดเดี่ยว เธอเมินเฉยต่อเสียงกรนเบา ๆ ของมังกรที่นอนขดอยู่โคนต้นสนธาเลีย และเริ่มก้าวเดินลงจากเนินเขาด้วยความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม ทิ้งความอบอุ่นของค่ายไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่ถนนใหญ่ที่ทอดยาวเลียบชายฝั่งลองไอส์แลนด์

บรรยากาศยามเช้ามืดนั้นชวนให้รู้สึกพิศวงอย่างที่สุด ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงค้างอยู่ที่สีสนธยาหม่น ๆ เมฆสีเทาอมส้มลอยนิ่งไม่ไหวติง ราวกับโลกทั้งใบถูกหยุดไว้ในภาพถ่ายย้อนยุค เอโลอิสลากกระเป๋าเดินทางไปตามถนนลูกรังที่ขรุขระ เสียงล้อกระเป๋าที่บดลงบนเศษหินดังสะท้อนก้องในความเงียบงัดของแนวป่าขนาบข้าง

เธอเดินเท้าต่อมาอีกเป็นระยะทางหลายไมล์จนกระทั่งเห็นแสงไฟสีเหลืองนวลจากเสาไฟฟ้าทางหลวง สาย 25A ที่ทอดยาวมุ่งสู่ใจกลางนิวยอร์ก ถนนสายหลักที่ในยามปกติจะคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ บัดนี้กลับดูอ้างว้างและเงียบเหงาราวกับเมืองร้าง แสงไฟจากหน้ารถเพียงไม่กี่คันที่แล่นผ่านมาดูวูบวาบและลึกลับภายใต้แสงพลบค่ำที่ไร้จุดจบ

เอโลอิสยืนสงบนิ่งอยู่ริมขอบถนนยางมะตอยที่เริ่มคายความร้อนออกมาในยามดึก เธอวางกระเป๋าลงข้างกายและพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ สายตากวาดมองไปที่เส้นขอบฟ้าที่เห็นเงาตะคุ่มของอาคารสูงไกล ๆ เธอรู้ดีว่าการโบกรถเข้าเมืองในเวลาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับเด็กสาวที่พกสัมภาระแปลก ๆ และอยู่ในช่วงเวลาที่ธรรมชาติบิดเบี้ยวเช่นนี้

เธอยกมือขึ้นโบกเมื่อเห็นแสงไฟสาดส่องมาจากทางทิศตะวันออก รถกระบะเก่า ๆ คันหนึ่งชะลอความเร็วลงและหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลและเสียงเครื่องที่ทำงานหนักเป็นจังหวะกระแทกหูช่วยย้ำเตือนว่าเธอกำลังกลับเข้าสู่โลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายอีกครั้ง

“จะไปไหนล่ะหนู? ดึกดื่นป่านนี้แล้ว” คนขับรถถามขึ้น

“ไปแมนฮัตตันค่ะ...ฉันมีธุระด่วนที่แดร์ เอ็นเตอร์ไพรส์” เอโลอิสตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันผ่านที่นั่นพอดีถ้าเธออยากติดรถไปด้วยน่ะนะ”

“งั้นขอติดรถไปด้วยนะคะ เวลานี้หาแท็กซี่ยากมากจริง ๆ” ถึงจะมีสามพี่น้องสีเทา แต่เธอขอบายดีกว่า

เธอยกสัมภาระขึ้นไปบนรถด้วยพละกำลังที่มากกว่ามนุษย์ปกติเล็กน้อย ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ รถยนต์ออกตัวมุ่งหน้ากลับสู่มหานครที่ไม่มีวันหลับใหล เอโลอิสพิงหลังลงกับเบาะมองดูทัศนียภาพข้างทางที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยถ้าคนขับคิดจะทำอะไรล่ะก็เธอพร้อมใช้ค้อนทุบเขาให้หัวแบะเลยคอยดู



เดินทางถึงค่าย
และกลับออกไปอีกรอบ 55555

@God 




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 17051 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2025-12-20 01:01
โพสต์ 17,051 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-20 01:01
โพสต์ 17,051 ไบต์และได้รับ +4 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2025-12-20 01:01
โพสต์ 17,051 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2025-12-20 01:01
โพสต์ 17,051 ไบต์และได้รับ +5 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +5 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2025-12-20 01:01
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x150
x150
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2025-12-21 01:12:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Eloise เมื่อ 2025-12-21 01:45





วันที่ 19 ธันวาคม 2025
เวลา 16
:00 น.



แสงแดดสีทองแก่ของยามบ่ายค่อย ๆ ทอดเงายาวพาดผ่านตึกระฟ้าในแมนแฮตตัน ขณะที่เอโลอิสเดินทอดน่องไปตามถนนสายที่ห้า ความวุ่นวายของเมืองใหญ่ดูเหมือนจะเบาบางลงในสายตาของเธอหลังจากภารกิจการค้าและการส่งพัสดุอันแสนวุ่นวายสิ้นสุดลง เธอใช้เวลาที่เหลือไปกับการดื่มด่ำกับบรรยากาศของนิวยอร์ก จนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาบ่ายแก่

เอโลอิสยกมือเรียกแท็กซี่สีเหลืองคันหนึ่งที่แล่นผ่านมา เธอแจ้งปลายทางเป็นจุดหมายที่ลองไอส์แลนด์ รถยนต์เคลื่อนตัวผ่านการจราจรที่ติดขัดข้ามสะพานมุ่งหน้าออกจากความแออัดของเมืองหลวง ทัศนียภาพสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากอาคารคอนกรีตสูงเสียดฟ้าเป็นแนวต้นไม้เขียวขจีและบ้านเรือนแถบชานเมืองที่ดูเงียบสงบขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อรถแท็กซี่แล่นเข้าใกล้เขตลองไอส์แลนด์ฝั่งเหนือ เอโลอิสจึงบอกให้คนขับจอดลงที่ริมถนนหลวงสายหนึ่งที่ดูเปลี่ยวตา เธอจ่ายค่าโดยสารและรอจนกระทั่งรถแท็กซี่สีเหลืองแล่นหายลับไปหัวโค้งถนน เพื่อให้มั่นใจว่ามนุษย์เดินดินธรรมดาจะไม่สังเกตเห็นทิศทางที่เธอจะเดินต่อไป

เธอกระชับสายสะพายเป้ ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่บัดนี้เบาลงไปมากเพราะแร่สัมฤทธิ์ถูกเปลี่ยนเป็นเหรียญดรักม่าในกระเป๋าคาดเอว เอโลอิสเดินลัดเลาะไปตามแนวป่าที่ดูเหมือนไม่มีทางเดิน แต่สำหรับสายตาของเดมิก็อด มันคือเส้นทางที่ทอดนำไปสู่เนินเขาฮาล์ฟบลัด

เอโลอิสเดินขึ้นสู่ยอดเนินเขาอีกครั้ง ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงค้างอยู่ในสีสนธยาหม่น ๆ อันเป็นผลจากอาถรรพ์ที่รัตติกาลยังไม่กลับมา แต่สำหรับเธอในตอนนี้ ความกังวลเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจที่ได้กลับถึงบ้านจริงๆ เสียที เธอเดินผ่านต้นสนของธาเลีย มังกรเพเลอุสขยับปีกเล็กน้อยราวกับจะทักทายเดมิก็อดผู้กลับมาจากทางไกลก่อนจะหลับตาลงต่อ

ทันทีที่เธอเดินผ่านขอบเขตอาคมเวทมนตร์ของค่าย ความรู้สึกอบอุ่นที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง กลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รีในไร่ที่ลอยมาตามลม ผสมกับกลิ่นไอของน้ำทะเลจากอ่าวลองไอส์แลนด์และกลิ่นใบสนที่ชื้นแฉะไปด้วยหยดน้ำค้าง บรรยากาศภายในค่ายยามเย็นนั้นดูมีชีวิตชีวาผิดกับตอนที่เธอจากมาเมื่อเช้ามืด เธอเห็นเด็กค่ายคนอื่น ๆ กำลังซ้อมฟันดาบอยู่ที่ลานกว้าง และเสียงหัวเราะที่ดังมาจากศาลาอาหาร

เอโลอิสระบายรอยยิ้มออกมาอย่างลืมตัว เธอเดินลงจากเนินเขามุ่งหน้าสู่ใจกลางค่าย สายตาของเธอมุ่งตรงไปยังกลุ่มกระท่อมที่เรียงรายเป็นรูปเกือกมา และตรงนั้นเอง... กระท่อมหมายเลข 9 ตั้งตระหง่านอยู่อย่างมั่นคง กระท่อมที่สร้างจากอิฐทนไฟและแผ่นโลหะหนักแน่น ปล่องไฟขนาดมหึมาบนหลังคากำลังพ่นเขม่าควันสีเทาจาง ๆ ออกมาสู่ท้องฟ้าสีสนธยา บ่งบอกว่ากองไฟในเตาหลอมของพี่น้องของเธอไม่มีวันมอดดับ

กลิ่นของน้ำมันเครื่องเขม่าเหล็กและไอความร้อนที่คุ้นเคยเริ่มโชยมาตามลม ยิ่งเข้าใกล้เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สงบลง เธอเดินลากกระเป๋าผ่านพุ่มไม้ที่ตกแต่งอย่างประณีต มุ่งหน้าไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวสู่ประตูเหล็ก แม้ความเหนื่อยล้าจะทำให้ขาของเธอเริ่มหนักอึ้ง แต่ความโหยหาที่มีต่อบ้านกลับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เธอยังคงก้าวต่อไป มือของเธอเอื้อมไปหาที่จับประตูเหล็กที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เตรียมพร้อมที่จะผลักมันเข้าไปเพื่อทิ้งทุกความวุ่นวายไว้เบื้องหลังบานประตูนั้น...




เดินทางถึงค่าย


@God 




แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 11150 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2025-12-21 01:12
โพสต์ 11,150 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า จาก Ignis Anima  โพสต์ 2025-12-21 01:12
โพสต์ 11,150 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม  โพสต์ 2025-12-21 01:12
โพสต์ 11,150 ไบต์และได้รับ [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก เรือมินิบานาน่า  โพสต์ 2025-12-21 01:12
โพสต์ 11,150 ไบต์และได้รับ +2 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ [ถูกบล็อค] ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก มาลาแห่งอัสสัมชัญ  โพสต์ 2025-12-21 01:12
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Ignis Anima
เสื้อแจ็คเก็ตบุนวม
เรือมินิบานาน่า
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เกราะไทเทเนียม
สร้อยไข่มุกตาฮิตี
ผลิตภัณฑ์กันแดด
ค้อนไฟ
ควบคุมโลหะ
เข็มขัดเครื่องมือวิเศษ
ยอดนักสร้าง
หมวกนีเมียน
สัมผัสกับดัก
กลศาสตร์
โล่อัสพิส
กำไลหินนำโชค
ทนทานไฟ
ต่างหูเงิน
รองเท้าเซฟตี้
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x6
x18
x5
x3
x2
x6
x5
x5
x150
x150
x8
x2
x1
x1
x2
x18
x1
x4
x16
x1
x1
x6
x4
x4
x50
x1
x33
x1
x1
x1
x9
x2
x5
x4
x1
x5
x1
x1
x2
x2
x8
x1
x3
x6
x1
x1
x2
x2
x5
x1
x15
x5
x5
x11
x7
x5
x10
x14
x8
x25
x6
x5
x6
x1
x8
x2
x9
x30
x3
x2
x11
x10
x7
x5
x7
x5
x5
x1
x4
x25
x2
x32
x58
x24
x4
x186
x3
x1
x3
x3
x8
x4
x2
x1
x1
x2
x1029
x1
x44
x1
x1
x12
x2
x11
x2
x1
x1
x2566
x23
x1
x1
x1
x3
x1
x170
x8
x16
x2
x9
x142
x16
x58
x149
โพสต์ 2025-12-25 18:32:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด







Daemon  Kannel

25 · ธันวาคม · 2025
 · 14.00 น.
        ผมยืนพิงเสาหินที่ประตูค่าย ในมือถือตั๋วรถไฟเฮเฟตัสสีทองหม่นที่เทพีเฮร่าส่งมาให้ มันระบุวันหมดอายุไว้คือวันที่ 25 มกราคม ปีหน้า นั่นหมายความว่าผมกับไฮด์มีเวลาเพียง 31 วันเท่านั้นที่จะปิดจ๊อบนี้ หากไม่อยากควักกระเป๋าจ่ายค่าตั๋วขากลับที่แพงระยับเอง

        ในระหว่างที่รอคู่หูตัวจิ๋ว ผมหยิบ สมาร์ทโฟนเดดาลัส ออกมาเลื่อนดูข้อมูลของเป้าหมาย จอง ซอจิน นักวาดดาวรุ่งที่กำลังเป็นประเด็น เธอโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเลย จบจาก CalArts สถาบันศิลปะชื่อดังในอเมริกา ข้อมูลนี้ทำให้ผมเบาใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยเรื่องกำแพงภาษาก็ไม่ใช่ปัญหา

        ผมลองกดเข้าไปอ่านมังฮวา "วุ่นรักเทพเจ้าสายฟ้า" ตอนล่าสุดดู...

        "ให้ตายเถอะ นี่มันชีวิตจริงของซุสชัดๆ" ผมพึมพำเมื่อเห็นฉากที่พระเอก 'แพ็ก โดยุน' เดินเที่ยวสวนสนุกกับเทพธิดาจำแลงกาย บทสนทนาที่พร่ำเพ้อถึงความรักบนสวรรค์มันดูสมจริงเกินกว่าจะเป็นแค่จินตนาการ ไม่แปลกใจเลยที่เฮร่าจะสติแตกจนต้องส่งพวกเราไปสืบ

        พอดีกับที่ไฮด์เดินมาถึง เขาอยู่ในชุดโค้ทตัวจิ๋วที่ดูเนี้ยบกริบ ในมือถือแก้วกาแฟดำใบเล็กที่ดูเหมือนแก้วของเล่นแต่นั่นคือของจริง

        “มาวางแผนตำแหน่งงานกันเถอะฟีโอดอร์” ผมย่อตัวลงคุยกับเขา “มีตำแหน่งพ่อบ้านกับผู้ช่วยนักเขียน นายว่าใครควรทำอะไร?”

        ไฮด์จิบกาแฟดำพลางทำหน้าครุ่นคิดแบบผู้ใหญ่ “นายมีรอยสักเต็มตัว แถมเพิ่งปลดล็อกพลังเสน่ห์จากกระท่อมที่สิบมา... ถ้านายไปเป็นผู้ช่วยนักเขียน นายคงทำให้นักวาดสมาธิกระเจิงเปล่าๆ ส่วนผม... แม้ร่างกายจะหดเล็กลง แต่วุฒิภาวะและทักษะจิตวิทยาของผมยังอยู่ ผมจะไปเป็นผู้ช่วยนักเขียนเอง ผมสามารถช่วยเธอวางโครงเรื่องมังฮวาและแฝงตัวเก็บข้อมูลเอกสารได้แนบเนียนกว่า”

        เขามองมาที่ผมด้วยสายตาเย็นชา “ส่วนนาย... ไปเป็นพ่อบ้านซะเดม่อน รูปร่างของนายเหมาะกับการทำงานใช้แรงงานและดูแลความปลอดภัยในบ้าน แต่อย่าลืมใส่เสื้อปิดรอยสักนั่นด้วยล่ะ”

        ผมพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วกดส่งอีเมลสมัครงานทันที

To: Seo-jin@Bmail.com Subject: สมัครงานตำแหน่งพ่อบ้าน และ ผู้ช่วยนักวาด (คู่หู)

เรียน คุณจอง ซอจิน พวกเราได้ทราบข่าวว่าคุณกำลังมองหาผู้ช่วยสำหรับบ้านหลังใหม่ ผม เดม่อน (พ่อบ้าน) มีประสบการณ์ในการดูแลความปลอดภัยและจัดการงานบ้านอย่างเป็นระเบียบ พร้อมเริ่มงานทันที และคู่หูของผม ฟีโอดอร์ (ผู้ช่วยนักวาด) แม้เขาจะอายุน้อย แต่เขาเป็นอัจฉริยะด้านการคำนวณ โครงสร้างเนื้อเรื่อง และมีมุมมองทางศิลปะที่เฉียบแหลมเกินตัว พวกเราพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และพร้อมจะซัพพอร์ตงานของคุณอย่างเต็มที่

หวังว่าจะได้รับการพิจารณา เดม่อน & ฟีโอดอร์


        “เรียบร้อย” ผมพูดพลางเก็บโทรศัพท์ “ตอนนี้ถึงเวลาเรียกรถรับส่งของเราแล้ว”

        ผมก้าวออกไปนอกเขตอาคมของค่ายแล้วใช้นิ้วผิวปากเรียกเสียงดัง ไม่นานนัก รถแท็กซี่สีเทาในตำนานก็พุ่งฝ่าม่านหิมะจำลองมาจอดเอี๊ยดตรงหน้าผมกับไฮด์

        ประตูรถเปิดออกพร้อมเสียงหัวเราะแหบแห้งที่คุ้นเคย หญิงชราสามพี่น้องสีเทาโผล่หน้าออกมามองพวกเราด้วยดวงตาข้างเดียวที่สลับกันใช้

        “โอ้! เจ้าชายรอยสักกับ... พ่อหนุ่มน้ำแข็งที่หดเหลือเท่ามด!” หญิงชราคนหนึ่งตะโกน “จะไปสถานีรถไฟเฮเฟตัสงั้นเรอะ? ขึ้นมาสิ! จ่ายมาสามดรักม่าบวกภาษีนะ!”

        ผมอุ้มไฮด์ขึ้นไปนั่งเบาะหลังก่อนจะก้าวตามเข้าไป “รีบไปเลยครับ เรามีตั๋วเที่ยวถัดไปที่ต้องรีบไปให้ทัน!”

        เครื่องยนต์รถแท็กซี่คำรามลั่นก่อนจะพุ่งทะยานออกไป ทิ้งค่ายฮาล์ฟบลัดไว้เบื้องหลัง ภารกิจข้ามทวีปสู่เกาหลีใต้เริ่มต้นขึ้นแล้ว


ใช้บริการแท็กชี่สีเทาไปสถานีแกรนด์เซ็นทรัลในนิวยอร์ก
โอนเงินแล้ว 3 ดรักม่า+ภาษี (4 ดรักม่า)

@God ขอเปิดดัน ราชสีห์นีเมียน กรุงโซล เป็นอุปสรรคในโซลระหว่างเดินทาง

NC

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 19979 ไบต์และได้รับ 6 EXP!  โพสต์ 2025-12-25 18:32
โพสต์ 19,979 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2025-12-25 18:32
โพสต์ 19,979 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2025-12-25 18:32
โพสต์ 19,979 ไบต์และได้รับ +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2025-12-25 18:32
โพสต์ 19,979 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 เกียรติยศ จาก Icarus Mirror  โพสต์ 2025-12-25 18:32
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Anker PowerCore
คทาลวงใจจำลอง
ประสาทสัมผัสดีขึ้น
เปลวไฟแห่งความหลงใหล
พันธนาการแห่งเสน่ห์
Icarus Mirror
แหวนห้วงมิติ
คำสาปแห่งแอรีส
พร: ทนทานไฟ
โล่แห่งโทสะ
กางเกงเดินป่า
การควบคุมความรัก
ชุดบำรุงอาวุธ
มนต์มหาเสน่ห์
ดาบเธซีอุส
หมวกนีเมียน
ทักษะดาบ
นาฬิกาสปอร์ต
แปลงร่าง
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
รองเท้าเซฟตี้
กำไลหินนำโชค
หอมเย้ายวน
โรคสมาธิสั้น
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
เสน่ห์อันเลิศล้ำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x3
x1
x10
x1
x2
x3
x6
x3
x4
x18
x2
x6
x3
x8
x344
x204
x40
x2
x51
x11
x1
x8
x32
x17
x28
x3
x1
x60
x60
x1
x1
x7
x4
x12
x1
x9
x7
x10
x2
x4
x14
x4
x1
x20
x6
x2
x2
x1
x1
โพสต์ 2026-1-2 20:36:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 25 เดือน ธันวาคม ปี 2025

เวลาบ่าย เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ประตูค่าย ค่ายฮาล์ฟบลัด

◀️┃▶️


แสงบ่ายลอดผ่านม่านต้นสนหนาทึบจนกลายเป็นลำแสงสีทองจางที่ไหลผ่านอากาศเย็นจัดราวกับกระจกแข็ง ประตูค่ายตั้งตระหง่านอยู่กลางแนวไม้สูงพร้อมคบเพลิงสี่ต้นที่ลุกโชติช่วง ฝุ่นหิมะละลายเป็นหยดน้ำเมื่อสัมผัสความร้อนจากเปลวไฟ กลิ่นไม้ไหม้เจือในกลิ่นสนสดใหม่และลมหอบเย็นจากทะเลทางเหนือที่พัดผ่านเข้ามาแผ่วเบา


คีอาร์เดินมาจากปลายถนนดินที่ถูกหิมะกลบจนเหลือรอยเท้าเพียงไม่กี่รอย ผมบลอนด์ทองแดงของเธอสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเป็นประกายเรื่อเหมือนเส้นไหมที่เคลื่อนไหวไปพร้อมลม ทุกก้าวของเธอเงียบจนแทบไม่มีเสียง นอกจากเสียงรองเท้าสัมผัสดินชื้นกับเสียงสายลมที่เหมือนจะกระซิบกับเธออยู่ตลอดทาง


ค่ายฮาล์ฟบลัดในช่วงคริสต์มาสเงียบผิดปกติ เธอมองเห็นเด็กไม่กี่คนกำลังขนฟืนไปกองรวมกันหน้าโรงอาหาร และอีกสองสามคนกำลังตกแต่งต้นสนเล็กด้วยไฟประดับเก่า ๆ ที่คงเหลือจากปีที่แล้ว เสียงหัวเราะของพวกเขาเบาเสียจนกลืนหายไปในอากาศหนาว “กลับมาแล้วสินะ” เธอพูดกับตัวเองแผ่ว ๆ ก่อนเดินลอดใต้ประตูค่าย เสียงลมที่เธอได้ยินเปลี่ยนไปทันที จากเสียงที่กระทบใบไม้กลายเป็นเสียงคุ้นเคยของพลังที่ปกป้องค่ายจากสายตาของมนุษย์ธรรมดา


ลมหิมะที่พัดมาปะทะผิวทำให้แก้มเธอแดงระเรื่อ แต่คีอาร์ไม่ได้รู้สึกหนาวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคืออุณหภูมิที่เธอรู้สึกสบายที่สุด เธอมองเด็กคนอื่นที่เดินผ่านไปในเสื้อกันหนาวทับเสื้อค่ายสีส้มสดแล้วอดคิดไม่ได้ว่าน่ารำคาญนิด ๆ เพราะการป้องกันตัวจากอากาศเย็นสำหรับเธอคือสิ่งฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น


คีอาร์สวมเพียงเสื้อโค้ทบางสีเทาอมเขียว ผ้าพันคอไหมพรมสีเข้มพาดหลวม ๆ ที่คอ กลิ่นแตงโมเมนทอลจาง ๆ ลอยตามแรงลมออกไปก่อนที่เธอจะหรี่ตา มองเข้าไปในแนวค่ายที่คุ้นตาแต่ไม่อบอุ่นนัก แผงเต็นท์สีส้มที่เรียงกันบนลาดเขาเริ่มมีควันลอยขึ้นจากกองไฟเล็ก ๆ เสียงระฆังจากโรงม้าไกล ๆ ดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนเงียบลง


แม่ของเธอตายไปนานแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่ คีอาร์ไม่มีน้ำตากรือความเสียใจ มีเพียงประโยคเดียวที่ผ่านเข้ามาในหัว ว่าที่พึ่งหายไปและในที่สุดก็จบสิ้นเสียที คฤหาสน์ Nordlys กลายเป็นของเธอโดยสมบูรณ์ แต่เธอไม่ได้กลับไปอีก เธอมองว่ามันเป็นเพียงกรงหรูหราที่เคยขังเธอไว้ในชื่อของคำว่าบ้าน


คีอาร์หยุดยืนใต้ซุ้มประตูไม้หิน เธอเงยหน้ามองตัวอักษรกรีกที่สลักไว้บนหินซีด ร่องรอยคบเพลิงสะท้อนแสงไฟสีส้มบนดวงตาเทาอมเขียวจนดูเหมือนเปลวไฟถูกขังอยู่ในนั้น ลมหายใจของเธอขาวจางเมื่อพ่นออกมากับอากาศเย็นจัด เธอไม่คิดจะพูดกับใคร ไม่ต้องการคำต้อนรับหรือคำถามจากยามหน้าประตู เพราะทุกครั้งที่ต้องอธิบายว่าไปไหนมามันเป็นเรื่องสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น คีอาร์เพียงยกกระเป๋าขึ้นข้างหนึ่งแล้วเดินต่อไปอย่างเรียบเฉย ผ่านแนวแสงไฟเข้าสู่เขตค่ายโดยไม่มีรอยยิ้มหรือแววความรู้สึกใดในแววตา


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 13392 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-2 20:36
โพสต์ 13,392 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความศรัทธา จาก แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส  โพสต์ 2026-1-2 20:36
โพสต์ 13,392 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 เกียรติยศ +2 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-1-2 20:36
โพสต์ 13,392 ไบต์และได้รับ +2 EXP +4 เกียรติยศ จาก Ignis Anima  โพสต์ 2026-1-2 20:36
โพสต์ 13,392 ไบต์และได้รับ +2 EXP +2 ความกล้า +2 ความศรัทธา จาก คมมีดวายุ  โพสต์ 2026-1-2 20:36
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x2
x19
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x11
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x400
x4
โพสต์ 2026-1-10 14:34:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 07 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเช้า เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ ประตูค่าย

◀️┃▶️


เช้าตรู่วันที่ 7 ท่ามกลางบรรยากาศเย็นเยือกของต้นปี แสงอาทิตย์ที่ยังไม่พ้นขอบฟ้าดีนักสาดส่องผ่านม่านหมอกจาง ๆ ปกคลุมทั่วบริเวณหน้าประตูค่ายฮาล์ฟบลัด ต้นสนธาเลียที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาดูเคร่งขรึมและทรงพลังราวกับผู้พิทักษ์ที่ไม่มีวันหลับใหล ลมทะเลพัดเอากลิ่นเกลือมาปะทะกับกลิ่นยางสน สร้างความรู้สึกสงบที่แฝงไปด้วยความตื่นตัว


คีอาร์ก้าวเดินไปตามทางลาดหินกรวดด้วยท่วงท่าที่ยังคงความสุขุม ทว่าเสียงส้นรองเท้าบูทหนังยาวที่กระทบพื้นกลับดังกังวานเป็นจังหวะเน้นหนักเบาอย่างมีเสน่ห์ วันนี้เธอเลือกปรากฏตัวในลุคที่ดูอันตรายต่อสายตามากกว่าปกติ เสื้อไหมพรมคอเต่าสีเขียวขี้ม้าเนื้อละเอียดแนบไปกับผิวขาวจัดราวกับเป็นผิวหนังชั้นที่สอง รอยยับของผ้าเน้นย้ำสัดส่วนความโค้งเว้าของช่วงเอวที่คอดกิ่วและแผ่นหลังที่เหยียดตรงอย่างสง่างาม


กางเกงยีนส์สกินนี่สีเข้มรัดรึงไปตามเรียวขาที่ยาวเพรียว ทุกย่างก้าวที่เธอก้าวเดินทำให้กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าขยับเขยื้อนอย่างเป็นธรรมชาติ ดูลื่นไหลและเย้ายวนโดยที่เจ้าตัวแทบไม่ต้องพยายาม ความแน่นรัดของชุดทำให้เธอดูคล่องตัวราวกับเสือดาวที่กำลังซุ่มรอจังหวะ แสงแดดยามเช้าตกกระทบลงบนความมันเงาของหนังบูทที่ยาวขึ้นมาเกือบถึงหัวเข่า ขับเน้นให้ภาพลักษณ์ของเธอในวันนี้ดูโฉบเฉี่ยวและน่าค้นหา จนแม้แต่ลมหนาวจากขั้วโลกที่ห้อมล้อมกายเธอก็ไม่อาจลดทอนความร้อนแรงที่แฝงอยู่ในความนิ่งสงบนั้นได้เลย



‘น่าหงุดหงิดนิดหน่อยที่ต้องใส่ชุดรัดรูปขนาดนี้’ เธอคิดพลางขยับแว่นสายตาทรงกลมให้เข้าที่ ‘แต่จากสถิติและการคำนวณ การนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อัสนีวายุด้วยชุดโค้ตตัวยาวแบบเดิมคงเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยและพลศาสตร์ในการเดินทาง’


ในมือเรียวขาวซีดของเธอถือเสื้อโค้ตตัวหนาที่พับไว้อย่างเรียบร้อยเพื่อเตรียมสวมใส่เมื่อถึงจุดหมาย เธอไม่ต้องการให้รูปร่างของตนถูกจ้องมองมากเกินไปนักแม้ในค่ายจะยังไม่มีคนพลุกพล่านก็ตาม ผิวขาวอมชมพูของเธอตัดกับสีผมแดงสตรอว์เบอร์รีบลอนด์ที่รวบไว้คร่าว ๆ แสงแดดรำไรสะท้อนดวงตาสีเทาอมเขียวที่กำลังกวาดมองไปรอบบริเวณเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยรอบข้างตามนิสัยความเจ้าระเบียบที่ฝังลึกในกมลสันดาน


เธอยืนหยุดนิ่งอยู่ตรงจุดนัดพบหน้าประตูค่าย แผ่นหลังเหยียดตรงและวางท่าทางอย่างสง่างามราวกับรูปปั้นน้ำแข็งที่ถูกแกะสลักไว้อย่างประณีต ไอเย็นจาง ๆ แผ่ออกมาจากตัวเธอเล็กน้อยตามธรรมชาติของธิดาแห่งลมเหนือ คีอาร์ยกนาฬิกาในโทรศัพทผ์เดดาลัสขึ้นดูเวลาด้วยความนิ่งสงบ


“หวังว่ารุ่นพี่จะรักษาคำพูดเรื่องเวลา...ฉันไม่อยากให้ตารางงานที่อุตส่าห์ปรับแก้ใหม่ต้องพังลงเป็นรอบที่สอง” เธอกระชับเสื้อโค้ตในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ยืนรอคอยการมาถึงของบุตรีแห่งซุสด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดผ่านแผ่นดินของเหล่าครึ่งเทพในยามเช้า


ยืนรอเอมีเลีย


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 15041 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-10 14:34
โพสต์ 15,041 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-10 14:34
โพสต์ 15,041 ไบต์และได้รับ +4 EXP +5 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-10 14:34
โพสต์ 15,041 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส  โพสต์ 2026-1-10 14:34
โพสต์ 15,041 ไบต์และได้รับ +4 EXP +5 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-1-10 14:34
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x2
x19
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x11
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x400
x4
โพสต์ 2026-1-11 03:55:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2026-1-11 04:00


วันที่ 07 เดือน มกราคม ปี 2026
เวลาเช้า เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ ประตูค่าย
◀️┃▶️
             ท่ามกลางบรรยากาศสลัวของเช้า คีอาร์ยืนนิ่งเป็นสง่าอยู่ที่หน้าประตูค่าย ท่าทางของเธอเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งที่ถูกสลักไว้อย่างประณีตท่ามกลางม่านหมอก สองมือเรียวประคองเสื้อโค้ตตัวยาวพับไว้อย่างมีระเบียบ เผยให้เห็นชุดไหมพรมรัดรูปสีเขียวขี้ม้าที่โอบรัดทุกสัดส่วนจนเห็นความโค้งเว้าชัดเจน ผิวขาวซีดของเธอตัดกับสีเสื้อเข้ม ๆ ส่งให้รูปร่างที่ผอมบางดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาดในความนิ่งเฉย

            ไม่นานเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอดังแว่วมาจากทิศทางของย่านกระท่อม คีอาร์ขยับแว่นสายตาทรงกลมเล็กน้อยพลางปรายสายตาไปมอง เห็นร่างสูงโปร่งของเอมีเลีย แอร์ฮาร์ต ที่กำลังเดินทอดน่องตรงมาหาเธอ เอมีเลียอยู่ในชุดแจ็กเก็ตหนังและกางเกงยีนส์ขาดเข่าตามสไตล์นักบินสาวผู้รักอิสระ หมวกแก๊ปสีเทาถูกสวมทับเส้นผมสีบลอนด์ที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยดูรับกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มมั่นใจอยู่เป็นนิจ


            ทว่า เมื่อเอมีเลียเดินเข้ามาในระยะที่เห็นรายละเอียดได้ชัดเจน ฝีเท้าของเธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีสดใสกวาดมองคีอาร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายซุกซนอย่างปิดไม่มิด“พระเจ้าช่วย...” เอมีเลียครางออกมาเบา ๆ พลางจ้องมองคุณหนูลมหนาวที่วันนี้ดูจะพกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม“พี่นึกว่าเธอกำลังจะไปเดินแบบที่ปารีสเสียอีกนะคุณหนู ชุดรัดรูปขนาดนี้... นี่กะจะใช้ Sex Appeal แช่แข็งคู่ต่อสู้แทนพายุหิมะหรือไงจ๊ะ?”
            คีอาร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่โหนกแก้มอย่างห้ามไม่ได้ เธอรีบสะบัดเสื้อโค้ตขึ้นมาสวมทับเพื่อปกปิดสัดส่วนที่ถูกจ้องมองอย่างอุกอาจ แม้จะรู้ว่าเอมีเลียดูออกว่าเธอตั้งใจเลือกชุดนี้มาเพื่ออะไร แต่เธอก็ยังเลือกที่จะสวมหน้ากากความสุภาพทับความหงุดหงิดเอาไว้ “กรุณาอย่าล้อเลียนสรีระของฉันด้วยตรรกะแบบนั้นเลยค่ะรุ่นพี่”คีอาร์เอ่ยเสียงเรียบแต่ติดจะแง่งอนเล็กน้อยตามประสารุ่นน้องที่สนิทกัน“ฉันแต่งกายตามหลักพลศาสตร์ค่ะ การซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อัสนีวายุจำเป็นต้องลดแรงต้านอากาศให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัย... และเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อการขับขี่ของรุ่นพี่ด้วย”
           เอมีเลียหัวเราะร่วนพลางก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนน่าใจหาย กลิ่นไอแดดและกระแสไฟฟ้าจาง ๆ จากตัวนักบินสาวพัดเข้าปะทะกับกลิ่นเมนทอลแตงโมของคีอาร์ เอมีเลียทำท่าจะยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าเนียนใส ทว่าคีอาร์กลับขยับถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างอย่างรวดเร็ว แววตาหลังเลนส์แว่นฉายความถือตัวชัดเจนจนคนเป็นรุ่นพี่ต้องยอมลดมือลงแต่โดยดี

            “จ้ะ ๆ พลศาสตร์ก็พลศาสตร์” เอมีเลียเปรยออกมาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม สายตาของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับรูปร่างที่แปลกตาไปจากทุกวัน “แต่พี่บอกเลยนะคุณหนู... ใครจะไปคิดล่ะว่าลูกสาวจอมเย็นชาของเทพบอเรอัสจะซ่อนรูปขนาดนี้ ใส่โค้ตทับไว้น่ะดีแล้ว พี่ไม่อยากเสียสมาธิระหว่างขับ”

            คีอาร์รีบสะบัดเสื้อโค้ตตัวยาวขึ้นมาสวมทับทันที บดบังหน้าอกและเอวคอดที่เธอแสนจะภูมิใจ (ในเชิงความสมบูรณ์แบบของร่างกาย) ไว้ภายใต้ผ้าหนา ‘ก็น่าจะรู้ว่าพูดเหตุผลไป รุ่นพี่ก็คงเอาไปโยงเข้าเรื่องไร้สาระอยู่ดี’ เธอคิดในใจพลางปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท แม้ภายใต้โค้ตตัวหนาจะซ่อนสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบทั้งหน้าอก เอวคอด และสะโพกผายที่เธอพยายามเก็บงำไว้ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหนูผู้เรียบร้อยมาตลอด แต่การที่เห็นสายตาพึงพอใจของเอมีเลียก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ‘น่ารำคาญที่สุด... ’ คีอาร์คิดพลางปรับปกเสื้อให้ตั้งขึ้นเพื่อปกปิดรอยแดงจาง ๆ บนลำคอที่เกิดจากความประหม่า

            “ไปกันเถอะจ้ะ” เอมีเลียเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ เธอยกแขนซ้ายขึ้นถอดนาฬิกาสปอร์ตสีเงินดำเรือนโปรดออกจากข้อมือ นิ้วหัวแม่มือแตะลงบนหน้าปัดเรืองแสงสีฟ้าก่อนจะปล่อยมันลงสู่พื้นถนนในจังหวะที่พอดี

            พริบตาเดียว นาฬิกาเรือนเล็กแปรสภาพอย่างรวดเร็ว โครงสร้างสัมฤทธิ์วิเศษขยายตัวและบิดหมุนส่งเสียงกลไกกระทบกันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นมอเตอร์ไซค์อัสนีวายุ รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตสีเงินเข้มที่มีลวดลายสายฟ้าสีน้ำเงินเรืองแสงพาดผ่านตัวถัง กระแสไฟฟ้าสถิตแลบแปลบปลาบอยู่รอบวงล้อที่สลักลวดลายวงจรเวทมนตร์อย่างประณีต กลิ่นอายของโอโซนและพลังงานอัสนีแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างดูสั่นไหว

            “รู้จักทางไปฮาร์ตเฟิร์ดใช่ไหมคุณหนู?” เอมีเลียขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์พลางหันมาถามคีอาร์ด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย “นอกจากนิวยอร์กกับนิวโรม พี่ก็ยังไม่เคยไปที่อื่นเลยหลังจากพวกดีน เดม่อน และไบร์ทพาออกจากคาสิโนโลตัส สภาพท้องถนนมันเปลี่ยนไปจากสมัยของพี่เยอะมากจนเกือบหลงทางแน่ะ”

            คีอาร์พยักหน้าตอบรับพลางรับหมวกกันน็อกมาสวมใส่อย่างทะมัดทะแมง สายตาภายใต้เลนส์แว่นประเมินเส้นทางในสมองอย่างรวดเร็ว“รู้จักค่ะ ถ้าจะไปให้เร็วและปลอดภัยที่สุด ฉันแนะนำเส้นทาง Merritt Parkway (CT-15) ค่ะ ถนนเส้นนี้ห้ามรถบรรทุกวิ่ง ทำให้เส้นทางโล่งสำหรับรถเล็กและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุจากตัวแปรขนาดใหญ่ได้ดีกว่า... รุ่นพี่น่าจะชอบความคล่องตัวของเส้นนี้มากกว่าทางหลวงหลักค่ะ”
           “หึ... สมเป็นเธอจริงๆ มีเหตุผลรองรับซะครบถ้วนเลย” เอมีเลียหัวเราะในลำคอพลางตบเบาะหลังเบา ๆ “ชอบจังไอ้คำว่าห้ามรถบรรทุกเนี่ย ทางโล่ง ๆ แบบนั้นพี่จะได้ลองกดโหมด Overdrive ดูสักที อยากรู้เหมือนกันว่าไฟฟ้าเวทมนตร์ของเทพเฮเฟตัสจะทำให้พี่รู้สึกเหมือนบินอยู่บนฟ้าอีกครั้งได้ไหม” เธอกดปุ่มสตาร์ท เครื่องยนต์ส่งเสียงครางต่ำที่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้าง เอมีเลียขยับหมวกแก๊ปให้เข้าที่ก่อนจะขยิบตาให้คีอาร์ผ่านกระจกมองข้าง

          “เกาะพี่ไว้ให้แน่นล่ะคุณหนู เพราะพี่ไม่รับประกันว่าท้องของเธอจะยังอยู่ที่เดิมหลังจากพี่บิดคันเร่งนี้นะ!”
            คีอาร์ก้าวขึ้นซ้อนท้ายด้วยท่าทางสง่างาม แม้จะแอบถอนหายใจกับคำขู่ของรุ่นพี่ แต่เธอก็ยอมกระชับมือที่จับราวจับด้านหลังไว้แน่น เตรียมพร้อมรับแรงจีที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการควบทะยานของอัสนีวายุคันนี้ ‘จะขับเร็วแค่ไหนก็ได้ค่ะรุ่นพี่... ตราบใดที่ระบบนำทางของฉันยังทำงานได้แม่นยำ และรุ่นพี่ไม่พาไปตายกลางทางเสียก่อน’ คีอาร์คิดพลางมองผ่านบังลมหมวกกันน็อก มุ่งหน้าสู่ภารกิจวันที่ 7 ด้วยหัวใจที่เย็นเฉียบดั่งเดิม

[NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต
พูดคุยกับ NPC ความสนิทสนม +5
โบนัสจาก HONOR (คนมีเกียรติ) - โบนัสเพิ่มความสัมพันธ์ รุ่นพี่ +20


แสดงความคิดเห็น

God
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [NPC-06] เอมีเลีย (แมรี่) แอร์ฮาร์ต เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ 2026-1-11 03:59
โพสต์ 19014 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-11 03:55
โพสต์ 19,014 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-11 03:55
โพสต์ 19,014 ไบต์และได้รับ +4 EXP +5 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-11 03:55
โพสต์ 19,014 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส  โพสต์ 2026-1-11 03:55
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x2
x19
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x11
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x400
x4
โพสต์ 2026-1-11 21:59:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Mackenzie เมื่อ 2026-1-11 22:01

106.Safely arrived

-25.12.2025 / 03:38PM-                                                                                                                                

 

หลังจากคืนคริสต์มาสอีฟที่ไปร่วมงานแสดงของเทพแห่งแสงสว่างแบบงง ๆ และได้เฉลิมฉลองกันอย่างสุขสันต์และหนักหน่วงไปแล้ว วันนี้เดมิก็อดหนุ่มทั้งสองจึงตื่นสายกันนิดหน่อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาเอาสัตว์วิเศษไปเก็บไว้ในห้องน้ำแทบทั้งคืน จึงต้องรีบเอาพวกมันออกมาก่อนที่จะโดนอินทรีซุสมองแรง รวมถึงแมวผีนำโชคทั้งคู่จะร้องงอแงด้วยความหิว แล้วสลับกันไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย จากนั้นก็พากันเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมและไปหามื้อกลางวันรับประทานก่อนจะเริ่มออกเดินทางในช่วงเที่ยงวัน                                             

                      

แอนซิลอสสยายปีกโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าทันทีที่แมคเคนซีบอกจุดหมายปลายทางซึ่งจากนี้ไปจะถือว่าเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของมัน จากนั้นพวกเขาก็พากันขึ้นรถไฟที่จะมุ่งหน้าสู่ลองไอแลนด์ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการเดินทางอันแสนยาวนานในปีนี้

.           

                 

.                              

             

.             

กว่าสามชั่วโมงกับการนั่งรถไฟ และเดินเท้าจากสถานีมอนทอกอีกร่วมครึ่งชั่วโมง ผ่านทั้งแนวป่าที่มีต้นไม้ขึ้นครึ้ม รูปปั้นเทพีอะธีน่าและต้นสนธาเลียที่คอยปกป้องค่ายแล้ว ตอนนี้ทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าบานประตูโค้งหินอ่อนสีขาวซึ่งถูกประดับประดาด้วยไม้เลื้อยอันงดงามไม่ว่าจะผ่านผันไปกี่ฤดูกาล                                                 

                                                                                                                                                                              

“ในที่สุดก็ถึงสักที”                                                                                                                                                

                                                                                                                                                                              

“เหมือนพวกเราจะพูดแบบนี้ทุกครั้งหลังออกเดินทางไกลเลยนะ” ดีนกล่าวพลางกลั้วหัวเราะ                               

                                                                                                                                                                              

“นั่นสินะ หวังว่าปีหน้าพวกเราคงไม่ต้องเดินทางไกลไปเสี่ยงอันตรายกันอีก…ถ้าไม่จำเป็น”                                

                                                                                                                                                                           

แมคเคนซีเงยหน้าขึ้นมองตัวอักษรสีทองที่ถูกสลักอยู่ด้านบนของซุ้มประตูที่เขาอ่านไม่ออกเมื่อมาถึงที่นี่ในช่วงแรก แต่ก็มารู้ภายหลังจากนั้นไม่นานนักว่ามันคือชื่อของสถานที่แห่งนี้นี่เอง                                                      

                                                                                                                                                                           

‘ค่ายฮาล์ฟบลัด’                                                                                                                                                 

                                                                                                                                                                            

“กิ้ว———”                                                                                                                                                       

                                                                                                                                                                             

เสียงร้องที่เริ่มคุ้นเคยดังก้องไปทั่วบริเวณตามมาด้วยร่างของอินทรีสีทองที่บินร่อนลงมาเกาะบนเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวเก่งของหนุ่มอังกฤษที่เอามาพาดบ่าไว้เพื่อกันกรงเล็บแหลมคมของนกนักล่า แมคเคนซีเพิ่งค้นพบไม่นานนี้จากการสังเกตว่านอกจากท้องฟ้าที่แอนซิลอสชอบแล้ว มันยังชอบเกาะอยู่ที่ไหล่ของเขารองลงมาแม้ว่าเขาจะซื้อถุงมือหนังเพื่อให้อินทรีศักดิ์สิทธิ์เกาะที่แขนโดยเฉพาะแล้วก็ตาม                                                                    

                                                                                                                                                                              

ดวงตาสีอำพันของมันมองประตูรอบ ๆ ประตูค่ายก่อนจะมองเข้าไปยังด้านใน เช่นเดียวกันกับแมวดำอีกสองตัวที่อยู่ในกระเป๋า เหมือนว่าพวกมันจะสนใจสถานที่ตรงหน้าอยู่ไม่น้อย                                                                  

                                                                                                                                                                            

“คราวนี้พวกผมมีสัตว์กลับมาด้วย ขอให้พวกมันเข้าไปหน่อยนะครับ”


ดีนเอ่ยขออนุญาตรูปปั้นเทพีอะธีน่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในค่ายฮาล์ฟบลัด ไม่ว่าจะอสุรกายหรือภูตผีวิญญาณที่ไม่พึงประสงค์ รูปปั้นของเทพีแห่งปัญญายังคงนิ่งสงบไม่ทำตาแดงปล่อยแสงเลเซอร์ใส่ นั่นแปลว่าพระองค์รับรู้และอนุญาต


“นี่คือบ้านอีกหลังของพวกแกไงล่ะ ดูท่าฉันคงต้องทำห้องเลี้ยงสัตว์แบบบ้านนายไม่ก็เอาพวกสัตว์เลี้ยงของฉันไปฝากที่บ้านนายก่อนแล้ว”


แมคเคนซีหันมาบอกดีนยิ้ม ๆ ไม่รู้ว่าแอนซิลอสจะชอบใจไหมที่ต้องไปอยู่ในอาณาเขตบ้านของเหล่าบุตรโพไซดอน แต่จะให้อยู่แต่ในห้องนอนของเขาก็คงจะเล็กไปและน่าอึดอัด แถมอาจได้ตีกับดีนแทบทุกวันอีกด้วย 


“แล้ว…พอเข้าไปในค่ายแล้ว นายจะทำอะไรก่อนดี กลับบ้านนาย——”


ยังถามไม่ทันจบประโยคดี ก็สบเข้ากับสายตาของหนุ่มละตินซะก่อน ดวงตาสีเปลือกไม้ที่ปกติก็หางตาตกอยู่แล้ว พอยิ่งทำหน้าหงุงเข้าไปอีกก็ยิ่งเหมือนเจ้าหมาหงอยเป็นทวีคูณจนแมคเคนซีที่รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรต้องรีบเปลี่ยนคำพูด


“โอเคที่รัก เรากลับบ้านของเรากัน”


เพียงเท่านั้นดีนก็ยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวจนตาปิด


“ฮี่ฮี่ ต้องแบบนั้นแหละที่รัก นายนี่มันน่ารักรู้ใจฉันจริง ๆ”


‘ให้ตายสิ หมอนี่มันน่ารักจริง ๆ’


แมคเคนซียิ้มบางแล้วส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับความคิดของตนเอง อะไรมันจะดีไปกว่าการที่พวกเขายังอยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ล่ะ


ทั้งคู่กุมมือกันไว้แล้วก้าวเท้าเข้าไปยังประตูค่ายของเหล่าเดมิก็อดสายเลือดแห่งเทพกรีก เตียงนุ่ม ๆ และผ้าห่มอุ่น ๆ ที่ห้องนอนในกระท่อมหมายเลข 20 กำลังรอเจ้าของของมันกลับมา 


การเดินทางอันยาวนานกว่าครึ่งปีเพื่อยับยั้งการปลุก ‘อะพอลลีออน’ ปีศาจแห่งการทำลายล้าง ณ ประเทศเอกวาดอร์ ดินแดนแห่งภูเขาไฟของดีนกับแมคเคนซีสิ้นสุดลงที่ตรงนี้

—Hakrabi

แสดงความคิดเห็น

แตะศอกกลับค่ายมากับแมคเคนซี  โพสต์ 2026-1-11 22:34
โพสต์ 51360 ไบต์และได้รับ 16 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-11 21:59
โพสต์ 51,360 ไบต์และได้รับ +9 EXP +10 เกียรติยศ +10 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-1-11 21:59
โพสต์ 51,360 ไบต์และได้รับ +9 EXP +9 ความศรัทธา จาก แหวนดาราจรัส  โพสต์ 2026-1-11 21:59
โพสต์ 51,360 ไบต์และได้รับ +15 EXP +15 เกียรติยศ +20 ความศรัทธา จาก น้ำหอมเฮคาที  โพสต์ 2026-1-11 21:59
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x3
x3
x1
x1
x1
x1
x1
x2
x2
x10
x14
x60
x60
x5
x6
x1
x2
x6
x2
x1
x2
x7
x15
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x13
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x11
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x3
x5
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x175
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x91
x1
x1
x2
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
โพสต์ 2026-1-19 15:15:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด

วันที่ 08 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลาเย็น เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ หน้าค่าย

◀️┃▶️


แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดทอเป็นสีส้มทองทาบทับเนินเขาฮาล์ฟบลัด ต้นสนของธาเลียตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ทอดเงายาวลงมาตามแนวลาดชันขณะที่สายลมโชยเอากลิ่นอายของน้ำทะเลและยางสนมาปะทะจมูก เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์อัสนีวายุค่อย ๆ แผ่วลงก่อนจะดับสนิทที่หน้าเขตอาคมของค่าย


เอมีเลียก้าวลงจากเบาะรถพลางถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมสีบลอนด์สั้นที่เปียกชื้นเล็กน้อยให้เข้าทรง ท่าทางของเธอยังคงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและพลังงานที่ดูเหมือนจะล้นเหลือขึ้นกว่าเดิมหลังจากได้รับการปลดพันธนาการพลังจากมหาเทพ เธอแตะที่หน้าปัดนาฬิกาสปอร์ตสีเงินดำบนข้อมือเบา ๆ พริบตานั้นมอเตอร์ไซค์สปอร์ตสีเงินเข้มก็แปรสภาพกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิกาอย่างแนบเนียน


“ถึงฐานทัพอย่างปลอดภัยนะคุณหนู” เอมีเลียเอ่ยพลางขยับแจ็กเก็ตหนังให้เข้าที่ แววตาที่สดใสของเธอหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย


คีอาร์ขยับแว่นสายตาทรงกลมให้เข้าที่พลางจัดระเบียบเสื้อไหมพรมคอเต่าที่ตอนนี้แห้งสนิทดีแล้ว เธอสวมหน้ากากเด็กสาวใสซื่อและนอบน้อมกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ มือเรียวประสานกันไว้ด้านหน้าขณะส่งรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูไร้เดียงสาให้รุ่นพี่ “พรุ่งนี้เราจะเดินทางไปทำภารกิจกันนะคะรุ่นพี่... เราจะไปกับคุณรูบี้ ซู กันสามคนค่ะ” คีอาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพ


‘การเพิ่มสมาชิกที่มีความสามารถเฉพาะทางเข้ามาในทีม จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของภารกิจที่ควิเบกได้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ และช่วยกระจายความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุม’ คีอาร์บันทึกเหตุผลเชิงตรรกะไว้ในใจภายใต้ใบหน้าที่ดูเรียบร้อย


เอมีเลียเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ แววตาของเธอลุกวาวด้วยความกระหายที่จะเรียนรู้และเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ ๆ ตามนิสัยของนักสำรวจผู้ห้าวหาญ


“รูบี้ ซู งั้นเหรอ? ได้ยินชื่อเสียงมาบ้างเหมือนกัน” เอมีเลียตบไหล่คีอาร์เบา ๆ อย่างเป็นกันเอง “เยี่ยมเลย พี่ชอบการเดินทางที่มีลูกเรือครบมือ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งสนุกจริงไหม? พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะคุณหนู พรุ่งนี้พี่จะพาพวกเธอบินไปให้ถึงที่หมายก่อนที่พระอาทิตย์จะตรงหัวเลยเชียวล่ะ”


คีอาร์ก้มศีรษะลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาทตามแบบแผนที่ถูกปลูกฝังมา “ถ้าอย่างนั้น ดิฉันขอตัวก่อนนะคะรุ่นพี่เอมีเลีย พบกันพรุ่งนี้เช้าค่ะ” เมื่อพูดจบเธอก็ขอหมุนตัวเดินจากไปตามทางเดินหินกรวดมุ่งหน้าสู่กระท่อมบอเรอัส ย่างก้าวของเธอยังคงความสง่างามและสม่ำเสมอ แผ่นหลังที่เหยียดตรงนั้นดูนิ่งสงบดุจผิวน้ำแข็งที่ไร้รอยปริร้าว คีอาร์ไม่ได้หันกลับมามอง ทิ้งให้เอมีเลียยืนอยู่ท่ามกลางแสงสุดท้ายของวันพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้าของบุตรีแห่งซุส


สำหรับคีอาร์... มิตรภาพและความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นบนยอดตึกเทรเวเลอร์สอาจเป็นเพียงตัวแปรหนึ่งในกระดานหมากที่เธอต้องควบคุม แต่สำหรับเอมีเลีย แสงไฟแห่งการผจญภัยครั้งใหม่ได้เริ่มจุดประกายขึ้นแล้วในใจของนักบินสาวผู้ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 15743 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-19 15:15
โพสต์ 15,743 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก ลมหายใจเยือกแข็ง  โพสต์ 2026-1-19 15:15
โพสต์ 15,743 ไบต์และได้รับ +4 EXP +5 ความศรัทธา จาก หลอมรวมเหมันต์  โพสต์ 2026-1-19 15:15
โพสต์ 15,743 ไบต์และได้รับ +5 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความศรัทธา จาก แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส  โพสต์ 2026-1-19 15:15
โพสต์ 15,743 ไบต์และได้รับ +4 EXP +5 เกียรติยศ +5 ความศรัทธา จาก หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล  โพสต์ 2026-1-19 15:15
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x2
x19
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x11
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x400
x4
โพสต์ 2026-1-28 21:05:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Xolotl เมื่อ 2026-1-29 18:40

วันที่ 15 เดือน มกราคม ปี 2026

เวลากลางวัน เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ ประตูค่าย

◀️┃▶️


แสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านยอดสนธาเลียที่ยืนตระหง่านอยู่บนเนินเขาฮาล์ฟบลัด กลิ่นอายของน้ำเค็มจากอ่าวลองไอส์แลนด์และกลิ่นสตรอว์เบอร์รีจากไร่ของค่ายลอยมาปะทะจมูก เป็นสัญญาณว่าการเดินทางที่แสนยาวนานและเหน็บหนาวได้สิ้นสุดลงแล้ว รถประจำทางสายสุดท้ายจอดเทียบท่าส่งคนทั้งสามลงที่ปากทางเข้าค่าย หลังจากที่เอมีเลียตัดสินใจคืนรถเช่าไปตั้งแต่ตอนถึงนิวยอร์กซิตี้เพื่อให้การเข้าค่ายเป็นไปอย่างไม่สะดุดตาจนเกินไป


คีอาร์ยืนนิ่งมองป้ายทางเข้าค่ายอยู่ครู่หนึ่ง ลมหายใจของเธอไม่ได้กลายเป็นไอสีขาวเหมือนตอนอยู่ควิเบกอีกแล้ว เธอขยับแว่นสายตาทรงกลมให้เข้าที่พลางหันไปมองรุ่นพี่ทั้งสองคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับไว้ด้วยตรรกะและการวิเคราะห์เริ่มผุดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ มันไม่ใช่ความโดดเดี่ยวที่เธอเคยโหยหา แต่มันคือความรู้สึกขอบคุณที่เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องเอ่ยปากพูดกับใครในชีวิตนี้ 


คีอาร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเอมีเลียและรูบี้ เธอไม่ได้ก้มหน้ามองพื้นเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเลือกที่จะสบตาคนทั้งคู่ด้วยแววตาที่ดูอ่อนโยนและเป็นมนุษย์มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย


“ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ... สำหรับทุกอย่าง” คีอาร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “หลังจากนี้ถ้ามีเรื่องอะไรที่อยากให้ฉันช่วย หรือมีอะไรที่ฉันพอจะจัดการให้ได้ก็บอกมาได้เลยนะคะ ถึงจะรับประกันไม่ได้ว่าจะทำได้ทุกเรื่อง แต่ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรง ฉันจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่ค่ะ”


คำพูดที่ดูเป็นธรรมชาติและเปิดใจมากขึ้นทำเอา รูบี้ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เธอขยับยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์พลางตบฝักกระบี่เทียนหวงที่ข้างเอวเบา ๆ “พูดได้ดีนี่คีอาร์ เธอเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ใช้ได้เลยล่ะ ไว้มีโอกาสเราคงได้ไปตด้วยกันอีกนะ อย่ามัวแต่หมกตัวอยู่คนเดียวจนฝีมือตกซะก่อนล่ะ” รูบี้พยักหน้าให้ครั้งหนึ่งก่อนจะเดินแยกตัวมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของแอรีสด้วยท่าทางองอาจดั่งนักรบที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจอย่างไร้ที่ติ


และเมื่อเหลือกันอยู่เพียงสองคน เอมีเลียก็ไม่รอช้าที่จะขยับเข้ามาใกล้จนคีอาร์แทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นและประกายไฟฟ้าจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในปลอกแขน นักบินสาวโน้มตัวลงมาสบตากับรุ่นน้องคนสวยด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ชวนให้คนมองต้องใจสั่น “แหม... ได้ยินคำว่าขอบคุณแบบนี้ พี่ก็ชื่นใจจนตัวลอยแล้วล่ะคุณหนูลมเหนือ” เอมีเลียขยิบตาให้พลางเอื้อมมือไปลูบผมคีอาร์เบา ๆ อย่างถือวิสาสะ แต่ชั่วพริบตาก็ขยับออก


“จำคำพูดตัวเองไว้ล่ะ ถ้าพี่เหงา พี่จะไปไปหาเธอคนแรกเลยนะ อย่าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินล่ะคุณหนู”


คีอาร์ที่โดนสัมผัสเส้นผมเธอเหมือนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่เมื่อคนตรงหน้าเป็นรุ่นพี่ที่ช่วยเหลือก็เลยเลือกเบือนหน้าหนีพลางพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังดูเหมือนคำบ่นเรื่องการรักษาระยะห่าง แต่เธอก็ไม่ได้ปัดมือของเอมีเลียออกเหมือนวันแรก ๆ ที่เจอกัน 


และแล้วทั้งสามก็แยกย้ายกันมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตนเอง เอมีเลียเดินผิวปากอารมณ์ดีไปยังกระท่อมบ้านพักของซุส ทิ้งให้คีอาร์ก้าวเดินไปตามทางเดินที่คุ้นเคยเพียงลำพัง ทว่าความอ้างว้างที่เคยเป็นเสมือนเงาตามตัวของเธอกลับเบาบางลงอย่างประหลาด คีอาร์หยิบเข็มทิศวายุไร้ทิศออกมาดูเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋า เข็มของมันยังคงชี้ไปยังทิศทางที่เธอเดินอยู่ ราวกับจะยืนยันว่านี่คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ความอบอุ่นที่ได้รับจากเอมีเลียและความไว้วางใจจากรูบี้ทำให้เธอตระหนักได้ว่าน้ำแข็งในใจของเธอนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อกั้นขวางโลกภายนอก แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องความรู้สึกที่แท้จริงที่เธอเพิ่งจะเริ่มค้นพบต่างหากล่ะ


แสดงความคิดเห็น

ดี: 5.0
God
ดี: 5
  โพสต์ 2026-1-28 21:26
โพสต์ 17182 ไบต์และได้รับ 8 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-28 21:05
โพสต์ 17,182 ไบต์และได้รับ +6 EXP +6 ความกล้า +6 ความศรัทธา จาก เข็มทิศวายุไร้ทิศ  โพสต์ 2026-1-28 21:05
โพสต์ 17,182 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 เกียรติยศ +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส  โพสต์ 2026-1-28 21:05
โพสต์ 17,182 ไบต์และได้รับ +4 EXP +4 ความกล้า +4 ความศรัทธา จาก การบิน  โพสต์ 2026-1-28 21:05
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เข็มทิศวายุไร้ทิศ
กระเป๋ากลอักขระแห่งเฮเฟตัส
การบิน
ลมหายใจเยือกแข็ง
หลอมรวมเหมันต์
แผ่นเสียงไวนิลรวมเพลงฮิตจากโอลิมปัส
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
Ignis Anima
คมมีดวายุ
หมวกเกราะ
เกราะหนัง
ลมกรด
มีดสั้นสัมฤทธิ์
หอกกรีก
โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
โรคสมาธิสั้น
สัมผัสแห่งสายลม
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
น้ำหอม Unisex
ปากกาหมึกซึม
ต่างหูเงิน
แว่นตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x1
x80
x41
x7
x4
x2
x4
x2
x1
x1
x2
x1
x4
x5
x1
x80
x2
x19
x1
x3
x10
x5
x12
x1
x2
x6
x3
x6
x2
x126
x11
x2
x18
x21
x7
x6
x2
x32
x5
x20
x80
x14
x1
x12
x5
x25
x16
x4
x5
x400
x4
โพสต์ 2026-2-1 00:27:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
388
เดินทางเพื่อการศึกษา

               (MON) 05/01/2026 เวลา 6.00 - 11.00 น.

               หลังจากหยุดพักผ่อนแบบชิล ๆ มาหลายวัน ก็ถึงกำหนดการสำคัญที่แมคเคนซีต้องไปยื่นเอกสารเรียนออนไลน์ที่มหาวิทยาลัยแมนฮัตตัน ในวันแรกที่มหาวิทยาลัยเปิดทำการหลังวันหยุดยาว แมคเคนซีดรอปเรียนมานานตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมปีสองพันยี่สิบสี่จนมาถึงตอนนี้ก็รวมเป็นเวลาปีกว่า ๆ เกือบสองปีด้วยกัน

               ก่อนหน้านี้ทั้งสองได้หารือเรื่องอนาคตของพวกเขา ข้อสรุปเอนเอียงว่าหลังแมคเคนซีเรียนจบทั้งสองจะออกจากค่ายไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของแมคเคนซีในเมืองกลอสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แม้ว่าบุตรแห่งเฮคาทีจะไม่ได้ทำตัวหรูหราฟู่ฟ่าทว่าเขาเป็นถึงผู้สืบทอดของ ‘เอ็มลินซ์’ อุตสาหกรรมชีสที่มีชื่อเสียงเจ้าหนึ่งของประเทศอังกฤษ เรียกว่าครอบครัวลินคอล์นเป็นครอบครัวเศรษฐีแห่งกลอสเตอร์ก็ว่าได้ คงจะโง่มากถ้าไม่กลับไปรับช่วงธุรกิจหลายร้อยล้านปอนด์ ซึ่งถ้าตีเป็นเงินดอลลาร์ก็จะมีมูลค่าสูงกว่านั้น

               แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือแมคเคนซียังเรียนไม่จบจึงจำเป็นต้องกลับไปศึกษาต่อในสองปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยแมนฮัตตัน ทว่าด้วยภาระในการเป็นเดมิก็อดพวกเขาจึงยังไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตนอกค่ายได้อย่างเต็มตัว (แม้ไครอนน่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้) ซึ่งการเทียวไปเทียวมาระหว่างย่านบรองซ์กับลองไอแลนด์ที่อยู่กันคนละฟากของรัฐนิวยอร์กใช้เวลาในการเดินทางเยอะเกินไปแมคเคนซีจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนการศึกษาเป็นรูปแบบออนไลน์ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องออกจากค่ายฮาล์ฟบลัดกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อการนี้

               ช่วงที่นั่งรถไฟแอลไออาร์อาร์พอมีเวลาได้งีบหลับอยู่บ้างแม้เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้โดยสารเยอะแยะไปหมด สิ่งที่ต้องระวังคงเป็นเรื่องสัมภาระ และการที่จู่ ๆ ถูกอสุรกายจู่โจมกลางขบวน แต่ดูเหมือนว่าออร่าความแข็งแกร่งของทั้งสองจะมากพอในการข่มขวัญอสุรกายระดับต่ำให้ไม่กล้าเข้ามาปองร้าย ซึ่งก็ดี เพราะว่าเดมิก็อดทั้งสองไม่พร้อมที่จะปะทะในตอนนี้ กระนั้นทั้งคู่ก็พกพาอาวุธประจำตัวพร้อมหยิบใช้ตลอดเวลา

               สามชั่วโมงผ่านไปถึงได้เดินทางมาถึงสถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล ทว่าการเดินทางเพื่อจัดการธุระในฐานะมนุษย์ยังคงไม่จบลงเนื่องจากว่าพวกเขาต้องต่อซับเวย์ไปย่านบรองซ์อีก

               “ว่าไปแล้วก็คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ เนอะแมคซี่ เมื่อสองปีที่แล้วฉันยังเป็นเจ้าถิ่นย่านกรีนิชวิลเลจแท้ ๆ”

               “นายกำลังจะบอกว่าส่วนฉันเป็นเจ้าถิ่นย่านบรองซ์งั้นเหรอ?”

               “บ้าน่า พูดซะเหมือนนายเป็นหัวหน้าแก๊งอะไรสักอย่าง”

               พอได้ยินแบบนั้นดีนก็หัวเราะออกมายกใหญ่ เพราะว่าภาพลักษณ์ของย่านทั้งสองแตกต่างกันอย่างสุดกู่แม้จะมีมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศตั้งอยู่ด้วยกันทั้งคู่ กรีนิชวิลเลจมีชื่อเสียงด้านศิลปะวัฒนธรรมเหมาะสำหรับเป็นย่านแห่งการศึกษาที่แท้จริง ส่วนย่านบรองซ์มีชื่อเสียงในด้านลบมากกว่าดี ผู้อพยพ คนไร้บ้าน ยาเสพติด และการลักขโมย แม้ว่าพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยแมนฮัตตันจะถือว่าปลอดภัยมากแล้วในบริเวณนั้นก็ตาม แต่ดีนก็ยังไม่วายถูกคนไร้บ้านรุมกระทืบในสถานีรถไฟใต้ดิน

               “จะว่าไปก็คิดถึงแมคกี้นะ เมื่อก่อนนายก็ขี่ไปส่งฉันที่ห้องตั้งหลายครั้ง”

               “อย่าพูดถึงแมคกี้เลยดีน ได้โปรด”

               แมคเคนซีถอนหายใจออกมาแทบจะในทันทีเมื่อนึกถึงวันที่เขาสูญเสียมอเตอร์ไซค์คันโปรดไปตอนที่ขี่มันมาลี้ภัยที่ค่ายฮาล์ฟบลัด การจากไปของแมคกี้สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมากสำหรับคนรักรถในระดับที่รักมันเหมือนลูกที่เบ่งคลอดออกมาด้วยตัวเอง

               “นายยังเศร้าเรื่องแมคกี้อยู่เลยเหรอเนี่ย” บุตรแห่งโพไซดอนทำตาโต เขาตบหลังปลอบคนรักเบา ๆ ในระดับที่ไม่กระเทือน “เอางี้ดีไหม เดี๋ยวเราให้ลูกเฮเฟตัสสักคนสร้างแมคกี้วีทูขึ้นมา แบบที่แข็งแรงกว่าเดิม ติดไอพ่น แล้วก็มีปืนรอบคัน—”

               “พูดเป็นเล่น นายทำให้ฉันนึกถึงรถมอเตอร์ไซค์ของแบทแมน”

               “แบทไซเคิลสินะ ฉันไม่ได้นึกถึง แต่เอาจริงก็เหมือน ถ้าจ้างเด็กเฮเฟตัสสร้างจริงกว่าจะหาของเสร็จก็คงนานเป็นชาติแน่ ๆ”

               ขนาดอุปกรณ์ป้องกันที่ดีนสั่งผลิตเมื่อต้นปีที่แล้วกว่าที่เขาจะหาของทุกอย่างมาได้ครบยังใช้เวลาตั้งเกือบปีจากการเจอเองบ้างหรือรับซื้อจากเครือข่ายเดมิก็อดอื่นมาบ้าง แล้วพวกรถที่มีความซับซ้อนสูงจะใช้อะไรในการสร้างบ้างนะ แร่สัมฤทธิ์วิเศษหนึ่งพันก้อนแบบนี้หรือเปล่า แต่ถ้ามันจำเป็นก็คงต้องสั่งผลิตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดก็เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งเขาและคนรักเอง

               “จะเรียกว่าอะไรก็ช่างแต่ตอนนี้เราต้องขึ้นรถไฟกันต่อแล้วที่รัก นายระวังของมีค่าไว้ด้วยล่ะ อย่าหาว่าเจ้าถิ่นย่านบรองซ์เก่าไม่เตือน”

               คำเตือนนั้นทำให้บุตรเจ้าสมุทรกอดกระเป๋าเป้ของตัวเองไว้แน่น จากนั้นทั้งคู่ก็พาตัวเองเข้าไปเบียดเสียดอยู่ในรถไฟใต้ดินอันแน่นขนัด ซึ่งพวกเขาต้องรับความทรมาณนี้ไปอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ กว่าจะถึงมหาวิทยาลัยแมนฮัตตัน

               ถ้าแมคกี้ยังอยู่ก็สะดวกกว่าจริง ๆ นั่นแหล่ะ…


แสดงความคิดเห็น

โพสต์ 25055 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-2-1 00:27
โพสต์ 25,055 ไบต์และได้รับ +15 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +20 ความศรัทธา จาก น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ  โพสต์ 2026-2-1 00:27
โพสต์ 25,055 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก กางเกงเดินป่า  โพสต์ 2026-2-1 00:27
โพสต์ 25,055 ไบต์และได้รับ +7 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ จาก Anker PowerCore  โพสต์ 2026-2-1 00:27
โพสต์ 25,055 ไบต์และได้รับ +9 EXP [ถูกบล็อค] เกียรติยศ +10 ความกล้า +8 ความศรัทธา จาก หมวกคอรินเธียน  โพสต์ 2026-2-1 00:27
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
น้ำมันหอมกลิ่นสุริยะ
กางเกงเดินป่า
Anker PowerCore
หมวกคอรินเธียน
เข็มทิศมหาสมุทร
สื่อสารใต้น้ำ
เซ็นเชอร์น้ำ
เข็มกลัดโพไซดอน
ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
โล่อัสพิสขัดเกลา
หนังสือรับรองไครอน
สร้อยข้อมืออัจฉริยะ
แจ๊กเก็ตยีนส์
แว่นตา
ตรีศูลน้อย
นาฬิกาสปอร์ต
ควบคุมน้ำ
ภูมิคุ้มกันพิษ
ภูมิคุ้มกันเปียก
ทักษะหอก
สายน้ำเยียวยา
สื่อสารกับสัตว์ทะเล&ม้า
รองเท้าเซฟตี้
หายใจใต้น้ำ
โรคสมาธิสั้น
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x10
x4
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x2
x2
x1
x3
x1
x1
x1
x2
x9
x5
x6
x7
x1
x4
x1
x3
x7
x6
x1
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้