DAMON'S DREAM

[คัดลอกลิงก์]

หากท่านเป็นกึ่งเทพผู้หลงทาง สามารถสมัครสมาชิกเข้าร่วมกับเราได้ที่นี่ https://t.me/+etLqVX17bGg5ZjBl

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์นี้ หากยังไม่มีบัญชี กรุณา ลงทะเบียน

×
DAMON'S DREAM THE TEAK PAVILION OVER OCEAN
โรงยิมไม้สักแบบเปิดโล่งบนหน้าผาสูงชันเหนือมหาสมุทรที่สงบนิ่ง
สถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สว่างไสวด้วยแสงแดดยามบ่ายผ่านผ้าม่านสีขาวบางเบา
ที่นี่ไม่มีภาพมายา... มีเพียง ความปลอดภัย และ ความจริงใจ
◈ Art & Strength กลางห้องมีลานกว้างสำหรับฝึกซ้อมร่างกายพร้อมดัมเบลเหล็กที่เป็นระเบียบ ทว่าริมระเบียงกลับมีขาตั้งเฟรมผ้าใบและถาดสีน้ำวางรับแสงธรรมชาติ สะท้อนความแข็งแกร่งที่ผสมผสานกับสุนทรียภาพอย่างลงตัว
◈ Minimalism เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายเพียงไม่กี่ชิ้น หนังสือปรัชญาสองสามเล่มบนโต๊ะข้างเตียง และราวไม้แขวนเสื้อยืดสีพื้นที่สวมสบาย ไร้ซึ่งเครื่องแต่งกายหรูหราที่ใช้ปกปิดตัวตน
"กลิ่นเกลือทะเลจางๆ ผสมไม้สนซีดาร์... สะอาดและมั่นคง"
HIDDEN MIRROR กระจกเงาเพียงบานเดียวถูกตั้งไว้ในมุมมืดและคลุมด้วยผ้าไว้ครึ่งหนึ่ง
มันไม่ใช่ที่สำหรับชื่นชมรูปโฉม แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเดียดฉันท์
ต่อพลังมนตร์มหาเสน่ห์ที่บดบังตัวตนที่แท้จริงของเขาจากสายตาโลก

แสดงความคิดเห็น

God
โพสต์ 7978 ไบต์และได้รับ 4 EXP! [VIP]  โพสต์ 2026-1-12 20:23
โพสต์ 2026-1-12 22:45:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Daemon เมื่อ 2026-1-12 23:23

Aphrodite x Engineering

ECHOES OF LOVE & STEEL

ในมิติแห่งความฝันที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอก ผมยืนอยู่บนลานไม้สักที่อาบด้วยแสงอาทิตย์สีทอง กลิ่นเกลือทะเลจางๆ พัดมาปะทะหน้าจนผมรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

แต่ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบนั้น กลับมีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้ผมอยู่ที่ริมระเบียง ผ้าคลุมสีขาวบางเบาของเธอพริ้วไหวตามลมราวกับระลอกคลื่น 

"เดม่อน... ลูกรัก"

เมื่อเธอหันกลับมา หัวใจของผมแทบหยุดเต้น ใบหน้าของเธองดงามอย่างไร้ที่ติ ผิวพรรณเปล่งปลั่งราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกกู้ขึ้นจากก้นมหาสมุทร แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจที่สุดคือ ดวงตาและโครงหน้าของเธอ เธอมีความคล้ายคลึงกับลิเลียน่าอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นเวอร์ชั่นที่ความสมบูรณ์แบบถูกเติมเต็มจนถึงขีดสุด เป็นความงามที่ทำให้ความจริงรอบข้างดูจืดชางไปทันที

"ท่านแม่... หรือครับ?" ผมพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ "หรือนี่คือกลลวงของโลกิอีก"

เธอหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอเหมือนเสียงกระดิ่งแก้วที่ช่วยชะล้างความวิปลาสในใจผม "โลกิอาจจะเลียนแบบรูปกายได้ แต่เขาไม่อาจเลียนแบบความรักที่ข้ามีต่อลูกได้หรอกนะ... และที่ข้าปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่ลูกคุ้นเคย เพราะหัวใจของลูกกำลังผูกพันอยู่กับเด็กสาวคนนั้นอย่างลึกซึ้ง ความงามคือสิ่งที่สะท้อนจากสิ่งที่ลูกปรารถนา"

เธอก้าวเข้ามาใกล้ และสัมผัสที่แก้มของผม มือของเธออุ่นและให้ความรู้สึกมั่นใจ "ภารกิจที่ลูกกำลังทำอยู่นั้นยิ่งใหญ่กว่าที่ลูกคิด รอยร้าวที่อนุสาวรีย์วอชิงตันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น... สิ่งที่รออยู่ที่ซาวันนาห์คือกระจกเงาที่จะสะท้อนความดำมืดในใจคน หากลูกใช้เพียงอำนาจในการสั่งการ ลูกจะแพ้พ่าย แต่หากลูกใช้ความเข้าอกเข้าใจ ลูกก็จะชนะ"

เธอดึงแหวนเธซีอุสออกจากนิ้วของผมอย่างแผ่วเบา มันลอยอยู่กลางอากาศระหว่างเราสองคน

"โลกใบนี้กำลังสูญเสียสมดุลของความรักและความงามไปเพราะเสียงกระซิบจากก้นบึ้ง อะพอลโลคืนแสงสว่างให้โลกแล้ว แต่ลูกก็ต้องเป็นผู้คืนความสงบให้แก่ดวงใจมนุษย์... จงอย่ากลัวพลังในตัวลูก เดม่อน แต่งจงโอบกอดรับมันไว้"

เธอกุมมือผมไว้ แล้ววางแหวนกลับคืนลงบนนิ้ว แสงสีชมพูเจิดจ้าปะทุออกมาจากทับทิมบนหัวแหวน แต่มันไม่ใช่สีที่แสบตาเหมือนเดิม มันเป็นสีที่ดูนุ่มนวลและมีพลังมหาศาล

"ข้าอาจจะช่วยลูกรบโดยตรงไม่ได้ แต่นี่คือทุนสำรองสำหรับการเดินทางที่ยากลำบาก... เมื่อลูกตื่นขึ้น จงสำรวจสิ่งที่อยู่ในมิติของแหวนวงนี้ ข้าและบิดาของลูก (ผู้ซึ่งยังคงมองดูลูกจากที่ไกลๆ) ได้ฝากของบางอย่างไว้ให้"

ร่างของเธอเริ่มจางกลายเป็นละอองแสงสีทอง

"จงจำไว้... ลิเลียน่าคือสมอเรือของลูก แต่ลูกคือเข็มทิศของเธอ อย่าปล่อยให้หมอกแห่งความบ้าคลั่งทำให้ลูกหลงทาง"

ละอองแสงสีทองจากร่างของเธอไม่ได้จางหายไปในทันที แต่มันกลับควบแน่นกลายเป็นม่านหมอกที่ห้อมล้อมเราทั้งคู่ไว้ในวิหารแห่งความฝัน ผมรู้สึกว่าพื้นไม้ใต้เท้าเริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นผิวน้ำที่นิ่งสงบราวกับกระจก สะท้อนภาพท้องฟ้าสีพาสเทลที่ไม่มีวันสิ้นสุด

"ท่านแม่... ท่านบอกว่าบิดาก็มองดูอยู่?" ผมถามหยั่งเชิง เพราะชื่อของพ่อเป็นปริศนาที่ขัดแย้งในใจผมมาตลอด

เธอยิ้ม เป็นยิ้มที่ละม้ายคล้ายลิเลียน่าตอนที่เธอดีใจเวลาไขปริศนาออก "เขามองดูด้วยความภูมิใจที่ปนไปด้วยความกังวล เดม่อน... เลือดในตัวลูกครึ่งหนึ่งคือความปรารถนา แต่อีกครึ่งหนึ่งคือความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ลูกไม่ได้มีแค่เสน่ห์ที่ล่อลวงคน แต่ลูกมีอำนาจของการโน้มน้าวที่มาจากความจริงใจ นั่นคือสิ่งที่พ่อของลูกมอบให้ผ่านสายเลือด"

เธอยื่นมือมาสัมผัสที่หน้าอกของผม ตรงตำแหน่งหัวใจ

"ก่อนที่ลูกจะกลับไปยังโลกที่แสนโหดร้าย ข้าจะแสดงให้ลูกเห็น... ว่าทำไมลูกถึงต้องปกป้องโลกใบนี้"

ทันใดนั้น ภาพรอบตัวก็บิดเบี้ยว ผมไม่ได้เห็นอสุรกาย แต่ผมเห็นภาพย้อนหลังของคืนวันที่โลกมืดมิด 458 วันที่ผ่านมา ผมเห็นผู้คนนั่งกอดกันร้องไห้ใต้แสงแดดที่ไม่เคยดับ เห็นความสิ้นหวังที่เกาะกินหัวใจมนุษย์จนพวกเขาเริ่มยอมแพ้ต่อเสียงกระซิบ

"ความงามไม่ได้หมายถึงใบหน้าที่ไร้ที่ติ" เธอกระซิบขณะที่ภาพเหล่านั้นไหลผ่านตาผม "แต่ความงามคือการที่มนุษย์ยังคงเลือกที่จะรักและเชื่อใจกันในวันที่มองไม่เห็นทางออก ลูกคือตัวแทนของสิ่งนั้นเดม่อน... ถ้าลูกแตกสลายไป ความหวังที่จะกู้คืนหัวใจของมนุษย์ก็จะสลายไปด้วย"

เธอดึงจี้ห้อยคอเล็กๆ ออกจากคอของเธอ มันคือหินรูปร่างประหลาดที่ดูเหมือนหยดน้ำที่แข็งตัวเป็นผลึก แวววาวสลับสีไปมาอย่างน่าอัศจรรย์ เธอวางมันลงบนฝ่ามือของผม

"หินห้าชิ้นนี้ไม่ใช่แค่เครื่องราง แต่มันคือเศษเสี้ยวแห่งความสว่างที่พ่อและแม่ร่วมกันสร้างไว้ให้ มันจะช่วยประคองสติของลูกและเพื่อนพ้องยามที่ต้องเผชิญกับความมืดมิดที่ซาวันนาห์"

ผมก้มลงมองหินในมือ พลันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก... เสียง ครืด... ครืด... ของรถไฟใต้ดินเริ่มแทรกเข้ามาในโสตประสาท มิติแห่งความฝันเริ่มสั่นคลอน

"เวลาของลูกหมดลงแล้ว... ลูกต้องตื่นไปเผชิญกับความจริง" เธอเริ่มถอยห่างออกไป แววตาที่เหมือนลิเลียน่านั้นฉายชัดถึงความอาลัย "อย่าลืมสำรวจถุงกำมะหยี่ในมิติแหวน นั่นคือทุนรอนที่พ่อของลูกแอบฝากมาให้... เขาอาจจะดูเข้มงวด แต่วันหนึ่งลูกจะได้พบเขา"

"เดี๋ยวก่อน! แม่ครับ!" ผมพยายามจะคว้ามือเธอไว้ แต่ร่างของเธอกลายเป็นฝูงผีเสื้อสีขาวนับพันตัวที่โบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแต่ความรู้สึกอุ่นๆ ที่แก้มยังไม่หายไปไหน พื้นที่ที่เป็นห้องซ้อมกีฬาไม้สักเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนมองผ่านผิวน้ำที่ถูกโยนหินลงไป ภาพบ้านสีขาวหายไปแล้ว กลายเป็นภาพเงาสะท้อนของเหตุการณ์แปลกๆ ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

ผมเห็นตัวเอง... ไม่ใช่สิ เห็นเงาของใครบางคนที่หน้าตาเหมือนผมเป๊ะ กำลังเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนในย่านไทม์สแควร์ที่วุ่นวาย แต่ทุกคนที่เดินผ่านเขาไปกลับหยุดนิ่งแล้วหันมามองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ราวกับว่าแค่เขาเดินผ่าน ความกังวลทุกอย่างในใจของคนพวกนั้นก็ปลิวหายไปเฉยๆ

"นี่คือสิ่งที่แกเป็นได้นะ เดม่อน" เสียงของเธอแว่วมาตามลม แต่มันไม่ใช่เสียงก้องกังวานแบบเทพนิยายแล้ว มันเหมือนเสียงแม่ปกติที่กำลังบ่นแกมสอนลูกชาย "แกไม่จำเป็นต้องตะคอกใส่ใครเพื่อให้เขาทำตาม แกแค่ต้องเป็น... 'แก' ที่ยอมรับตัวเองจริงๆ"

แล้วภาพก็ตัดไป ผมเห็นลิเลียน่า เธอกำลังนั่งกุมขมับอยู่ในห้องสมุดที่ไหนสักแห่ง รอบตัวเธอมีหนังสือกองพะเนิน และมีเงาดำๆ เหมือนควันบุหรี่วนเวียนอยู่รอบตัวเธอ พยายามจะกระซิบอะไรบางอย่างใส่หูเธอให้เธอเสียสติ ในฝันนั้นผมอยากจะวิ่งเข้าไปกระชากเงานั่นออกไปใจจะขาด แต่ขามันก้าวไม่ออก

"ดูแลกันให้ดีๆ ล่ะ" เสียงแม่ทิ้งท้ายไว้ พร้อมกับสัมผัสที่หน้าผากที่เริ่มเปลี่ยนจากความอุ่นเป็นความเย็นชื้นของหยดน้ำ "โลกข้างนอกนั่นมันไม่ได้ต้องการวีรบุรุษที่เก่งที่สุด แต่มันต้องการคนที่รักษาใจกันได้ดีที่สุดต่างหาก"

ภาพผีเสื้อสีขาวและการหายตัวไปของแม่ไม่ได้นำผมกลับไปสู่ความมืดในทันที แต่มันกลับทิ้งผมไว้ในที่ที่แปลกตาไปกว่าเดิม คราวนี้ผมไม่ได้อยู่บนระเบียงหรูๆ หรือบ้านที่ไหน แต่มันคือ "โรงรถ" เก่าๆ หลังบ้านที่ผมคุ้นเคย กลิ่นน้ำมันเครื่อง กลิ่นเหล็ก และเสียงวิทยุคลื่นสั้นที่กำลังเปิดเพลงร็อกยุค 80 เบาๆ มันเป็นกลิ่นของพ่อแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ผมยืนแข็งทื่อ พ่อตายไปตั้งแต่ก่อนผมมาค่ายวันแรก... ตายในอุบัติเหตุที่ผมจำได้ขึ้นใจ แต่นั่นไง... ผู้ชายในชุดหมีเปื้อนคราบน้ำมันคนนั้น เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ใต้กระโปรงรถเชฟโรเลตคันโปรดของเขา

"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะเดม่อน? มาหยิบประแจเบอร์ 10 ให้พ่อหน่อย"

เสียงนั้น... มันไม่ได้ก้องกังวานเหมือนเทพเจ้า แต่มันแหบและแห้งตามสไตล์คนสูบบุหรี่จัดที่ผมเคยได้ยินในความทรงจำ ผมเดินไปหยิบประแจส่งให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา พ่อรับมันไปแล้วโผล่หน้าออกมาจากใต้ฝากระโปรงรถ เขาปาดเหงื่อที่หน้าผากทิ้งรอยดำไว้เป็นปื้น

"พ่อ... พ่อตายไปแล้วนี่" ผมโพล่งออกไปแบบคนโง่

พ่อหยุดชะงักแล้วมองหน้าผม เขาไม่ได้โกรธ แต่แววตานั้นมันดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก "ก็ใช่... ในโลกข้างนอกนั่นพ่อคงเป็นแค่เถ้ากระดูกในแจกันไปแล้ว แต่นี่คือที่ของแกนะเดม่อน แม่แกเขาใจดีพอจะอนุญาตให้พ่อเข้ามาเช็กเครื่องยนต์ให้แกสักหน่อยก่อนจะเดินทางไกล"

เขาวางประแจลงแล้วเดินมาตบไหล่ผม แรงตบนั้นมันหนักแน่นจนผมรู้สึกได้ถึงกระดูก "แกดูเปลี่ยนไปเยอะนะ ดู... มีรัศมีขึ้นเยอะเลยนี่น่า ฟังพ่อนะลูก... พ่ออาจจะไม่ใช่เทพโอลิมปัส พ่อเป็นแค่อดีตนาวิกโยธินที่ผันตัวกลายเป็นช่างกลธรรมดาๆ แต่พ่อจะบอกอะไรแกอย่างหนึ่ง พลังที่แกมีน่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาหรือเสียงหวานๆ"

เขามองลึกเข้าไปในตาผม "พ่อรักแม่แก ไม่ใช่เพราะแม่แกสวยที่สุดในโลก แต่เพราะแม่แกทำให้พ่อรู้สึกว่าพ่อเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลกได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ... นั่นแหละคือสิ่งที่แกมีเดม่อน ความสามารถที่จะดึงส่วนที่ดีที่สุดของคนอื่นออกมา ไม่ใช่การบังคับให้เขาทำตามใจแก"

ผมนิ่งไป... คำพูดของพ่อธรรมดากว่าแม่มาก แต่ทำไมมันถึงทิ่มแทงใจผมได้ขนาดนี้

"ไอ้เรื่องที่แกกังวล... เรื่องที่แกกลัวว่าจะกลายเป็นเหมือนพวกอสุรกายนั่นน่ะ เลิกคิดซะ คนพังๆ น่ะซ่อมได้ รถพังๆ ก็ซ่อมได้ แต่ถ้าแกใจพังซะเอง แกจะไปซ่อมโลกใบนี้ได้ยังไงล่ะ? ดูแลแม่หนูคนนั้นให้ดีๆ ด้วยล่ะ พ่อเห็นนะว่าแกซบไหล่เขาซะเคลิ้มเลย"

พ่อหัวเราะร่วน แล้วภาพโรงรถก็เริ่มจางลง กลิ่นน้ำมันเครื่องถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเย็นชื้นอีกครั้ง

"ไปได้แล้วเจ้าลูกชาย... เครื่องยนต์แกเช็กสภาพผ่านแล้ว ที่เหลือก็แค่เหยียบคันเร่งให้มิด แต่อย่าลืมเบรกบ้างล่ะ"

พ่อค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับโรงรถหลังเก่า แต่สิ่งที่ทิ้งไว้คือความมั่นคงในใจที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความกลัวที่เคยขังผมไว้ดูเหมือนจะเบาบางลงไปเยอะ เสียงล้อรถไฟใต้ดินที่บดกับรางเริ่มดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มรู้สึกถึงนิ้วมือของตัวเองที่ขยับได้อีกครั้ง และความนุ่มนวลของไหล่ลิเลียน่าที่ยังคงอยู่ตรงนั้น... ในโลกแห่งความเป็นจริง
⚙ QUEST ARCHIVE ⚙
  • REWARDS: งินขวัญถุงจากพ่อแม่ +50 ดรักม่า
  • SYMBOL: +5 หินวิเศษสัญลักษณ์จากพ่อแม่ (อะโฟร์ไดต์)
  • ♥ FAVOR STATUS ♥
  • HEROES RANK: +25 จากชื่อเสียง
  • DIALOGUE: +5 ความโปรดปราน
  • EVENT BONUS: +35 โบนัสกิจกรรม 12 มกราคม 2026
  • แสดงความคิดเห็น

    God
    คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [God-12-1] อะโฟร์ไดท์ เพิ่มขึ้น 65 โพสต์ 2026-1-12 23:38
    โพสต์ 31301 ไบต์และได้รับ 9 EXP!  โพสต์ 2026-1-12 22:45
    โพสต์ 31,301 ไบต์และได้รับ +5 EXP +5 เกียรติยศ +10 ความกล้า จาก ประสาทสัมผัสดีขึ้น  โพสต์ 2026-1-12 22:45
    โพสต์ 31,301 ไบต์และได้รับ +5 EXP +9 ความกล้า +10 ความศรัทธา จาก เปลวไฟแห่งความหลงใหล  โพสต์ 2026-1-12 22:45
    โพสต์ 31,301 ไบต์และได้รับ +8 เกียรติยศ +9 ความศรัทธา จาก พันธนาการแห่งเสน่ห์  โพสต์ 2026-1-12 22:45

    คะแนน

    จำนวนผู้เข้าร่วม 1เหรียญดรักม่า +50 ย่อ เหตุผล
    God + 50

    ดูบันทึกคะแนน

    ←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
    Anker PowerCore
    คทาลวงใจจำลอง
    ประสาทสัมผัสดีขึ้น
    เปลวไฟแห่งความหลงใหล
    พันธนาการแห่งเสน่ห์
    Icarus Mirror
    แหวนห้วงมิติ
    คำสาปแห่งแอรีส
    พร: ทนทานไฟ
    โล่แห่งโทสะ
    กางเกงเดินป่า
    การควบคุมความรัก
    ชุดบำรุงอาวุธ
    มนต์มหาเสน่ห์
    ดาบเธซีอุส
    หมวกนีเมียน
    ทักษะดาบ
    นาฬิกาสปอร์ต
    แปลงร่าง
    ล็อคเก็ตรูปหัวใจ
    รองเท้าเซฟตี้
    กำไลหินนำโชค
    หอมเย้ายวน
    โรคสมาธิสั้น
    โรคดิสเล็กเซีย(กรีก)
    เสน่ห์อันเลิศล้ำ
    ←ไอเท็มที่มีอยู่→
    x5
    x1
    x3
    x1
    x10
    x1
    x2
    x3
    x6
    x3
    x4
    x18
    x2
    x6
    x3
    x8
    x344
    x204
    x40
    x2
    x51
    x11
    x1
    x8
    x32
    x17
    x28
    x3
    x1
    x60
    x60
    x1
    x1
    x7
    x4
    x12
    x1
    x9
    x7
    x10
    x2
    x4
    x14
    x4
    x1
    x20
    x6
    x2
    x2
    x1
    x1
    ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

    รายละเอียดเครดิต

    เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

    ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้