-01.01.2026 / 07:13AM-
ยามเช้าแรกของปีใหม่มาเยือนพร้อมอากาศอันเย็นเยือก แม้พายุหิมะอันหนาวเหน็บต้อนรับต้นปีเมื่อคืนวานจะไม่สามารถทำอะไรคนที่นอนซุกผ้าห่มผืนหนาบนเตียงนุ่ม ๆ ในห้องนอนกระท่อมหมายเลขยี่สิบได้ แต่กระนั้นแมคเคนซีก็ยังต้องการความอบอุ่นจากกายคนรักที่นอนเคียงข้างกันอยู่ดี
“อืม…..?”
เรียวคิ้วมุ่นเล็ก ๆ ตามมาด้วยดวงตาสีเฮเซลที่ปรือเปิด เมื่อวงแขนแข็งแรงพาดไปยังตำแหน่งที่ดีนนอนเป็นประจำแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใช้เวลาเล็กน้อยค่อย ๆ ไล่ความง่วงงุนออกไปอย่างไม่เร่งรีบแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งหลังปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืดสลัวในห้องไร้แสงไฟที่ยังไม่สว่างดีตามช่วงเวลาของท้องฟ้า
‘ถึง แมคซี่ที่รัก
สวัสดีปีใหม่แมคซี่! ฉันไปวิ่งนะที่รักแล้วก็กะจะไปช่วยน้องเตรียมตัว เอียนเดินทาง 9 โมง ไว้เจอกันหลังจากนั้น ถ้านายหิวจะกินมื้อเช้าก่อนก็ได้นะ
รัก
จาก แฟนสุดหล่อของนาย’
หนุ่มอังกฤษอ่านข้อความบนกระดาษโน้ตที่ถูกเขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยหลังเห็นว่ามันถูกวางอยู่ก่อนแล้วบนโต๊ะข้างหัวเตียง พอตั้งใจว่าจะหยิบสมาร์ทโฟนเดดาลัสมาส่งข้อความหาก็นึกขึ้นได้ว่าดีนเพิ่งให้โทรศัพท์มือถือของตนเองเป็นของขวัญวันวันปีใหม่แก่ ‘เอียน มาร์โลว์’ สมาชิกคนล่าสุดของบ้านโพไซดอนไปเมื่อคืน
เป็นอันเข้าใจว่าวันนี้เขากับบุตรเจ้าสมุทรใบหน้าละตินชวนฝันจะไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าร่วมกัน เขาวางสมาร์ทโฟนไฮโดรเอ็กซ์และกระดาษแผ่นนั้นลงตรงที่เดิม จัดการทำธุระส่วนตัวภายในห้องอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะออกจากห้องเพื่อไปอาบน้ำที่ห้องน้ำรวมชั้นล่างของกระท่อม
.
.
ไม่รู้ว่าเขาตื่นเช้าเกินไปจนคนอื่นยังไม่ตื่น หรือว่าตื่นสายเกินไปจนสมาชิกในกระท่อมพากันออกไปทำเรื่องต่าง ๆ ที่อยากทำกันหมดแล้ว ภายในกระท่อมของเหล่าบุตรเทพีแห่งม่านหมอกและมนตราประจำค่ายจึงดูเงียบเชียบร้างไร้ผู้คน
เพียงแต่วันนี้กลับมีบางอย่างแตกต่างออกไป
แมคเคนซีที่อาบน้ำจนสดชื่นเดินออกจากห้องน้ำมายังโถงกลางกระท่อม ที่ซึ่งมีประติมากรรมของ ‘เทพีเฮคาที’ ผู้เป็นมารดาตั้งเด่นเป็นสง่า ไม่ว่าจะเดินผ่านกี่ครั้งก็ราวกับถูกเวทมนตร์ดึงดูดให้ต้องมองไปยังรูปปั้นตัวแทนนางแทบทุกครั้ง และทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณนั้น ไอหมอกหนาก็เริ่มก่อตัวขึ้นเต็มพื้นที่ล้อมร่างเขาไว้จนไม่อาจมองเห็นสิ่งใด ๆ รอบตัว แม้จะเคยพบเจอปรากฏการณ์แบบนี้มาก่อนและรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้ไป แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร ในเมื่อเขายังไม่ได้แตะต้องรูปสลักของมารดาแม้เพียงปลายนิ้ว
จนเมื่อหมอกควันค่อย ๆ จางลง ก็ปรากฏร่างร่างหนึ่งในชุดคลุมยาวสีดำสง่างามยืนอยู่ตรงหน้า แมคเคนซีจดจำทุกสิ่งที่รวมเป็นนางได้ ไม่ว่าจะเป็นมือที่ถือคบเพลิงกับกริชสั้น ดอกกุญแจที่ห้อยอยู่ตรงช่วงเอว และเส้นผมกับดวงตาสีดำสนิทเฉกเช่นรัตติกาลที่มองมายังเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาอารมณ์
ไม่ใช่เพียงหนึ่ง…แต่มีถึงสาม
ใช่ วันนี้เทพีผู้เป็นมารดาของเขาปรากฏตัวในรูปลักษณ์ที่มีถึงสามร่างซึ่งหันหลังชนกันอยู่ ดูท่าคงจะเพิ่งเสร็จจากงานมาหมาด ๆ จึงได้มาในร่างเต็มยศเช่นนี้ ว่าแต่ทำไมนางถึงมาปรากฏตัวตอนนี้กันล่ะ
“เอ่อ…อรุณสวัสดิ์…ครับ”
มัวแต่ตื่นตะลึงจนเกือบลืมว่าควรทักทายกันสักหน่อย เขากล่าวออกไปอย่างไม่เต็มเสียงพลางมองดวงหน้าของเทพีแห่งม่านหมอกที่ยังคงรักษาสีหน้าอันนิ่งเฉยไว้ได้เป็นอย่างดี ภายในใจก็คิดว่า ‘ร่างไหนจะเป็นคนตอบคำถามกันนะ’
“อรุณสวัสดิ์แมคเคนซี”
ร่างทั้งสามประสานเสียงเอ่ยคำทักทายกลับมาพร้อมกัน เป็นภาพที่แปลกตานิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้น่าตื่นเต้นตกใจขนาดนั้นในโลกแห่งทวยเทพนี้
“น่ายินดีที่เจ้ากลับมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัย ระหว่างนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
จากนั้นร่างตรงกลางระหว่างสองร่างก็เป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนา
“ก็…โอเคดีครับ ที่ค่ายเวลานี้ยังเงียบสงบดี ผมเลยว่าจะเรียนต่อแบบออนไลน์ อีกไม่กี่วันนี้ก็จะเอาเอกสารไปยื่นเรื่องที่มหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าดำเนินการเรียบร้อยก็คงได้เริ่มเรียนเทอมต้นปีนี้ครับ จะเป็นห่วงก็แต่จูลี่ที่ยังไม่กลับมาเลย”
ไม่รู้ว่านางอยากฟังคำตอบแบบไหน แมคเคนซีจึงเลือกที่จะเล่าเรื่องของตนเอง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับน้องชายที่ยังติดอยู่ในใจมาจนถึงตอนนี้
“เรื่องเด็กคนนั้น กาลเวลาจะนำพาเขากลับมาในไม่ช้านี้ เจ้าอย่าได้เป็นกังวล”
แม้ใบหน้าและแววตายังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ชายหนุ่มจับน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงของผู้เป็นมารดาได้ นางคงล่วงรู้อะไรบางอย่างเพียงแต่ไม่อาจแทรกแซงโชคชะตาและกฎแห่งทวยเทพที่มหาเทพแห่งสายฟ้าบัญญัติขึ้นมา กระนั้นถ้อยคำที่คล้ายกำลังปลอบโยนของเทพีเฮคาทีแม้จะเพียงแค่เล็กน้อยก็ทำให้แมคเคนซีใจชื้นขึ้นมาได้หลายหน่วย
“ส่วนเรื่องเรียนต่อ หากตั้งใจแล้วก็จงหมั่นศึกษาร่ำเรียนให้สำเร็จ และข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ลืม…การฝึกฝนระหว่างเรา”
ดวงตาสีรัตติกาลฉายแววเข้มงวดขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึง ‘การฝึกวิชาระยะเวลาหนึ่งเดือน’ ที่บุตรชายของนางเลือกไว้เมื่อครั้งทำภารกิจที่เอกวาดอร์เสร็จสิ้น ซึ่งตอนนั้นแมคเคนซีขอผัดผ่อนที่จะยังไม่ไปในทันทีโดยให้เหตุผลว่าอยากขอเวลาฟื้นฟูร่างกายตนเองสักระยะเพื่อให้พร้อมสำหรับการฝึกฝนอันเข้มข้นเสียก่อน
“ไม่ลืมครับ ผมต้องไปแน่นอน ขอเวลาผมจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนนะครับ”
ใบหน้าได้รูปพยักหน้ารับน้อย ๆ การที่มารดาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมานั่นแปลว่าคงใกล้ถึงเวลาที่เขาต้องเข้าคอร์สของเทพีแห่งมนตราเสียที และการรับปากเป็นมั่นเหมาะนั้นดูจะสร้างความพึงพอใจให้นางไม่น้อย
“ที่จริงวันนี้ข้าตั้งใจมาเพียงแค่มอบของเล็กน้อยให้เจ้าเท่านั้น…”
เทพีเฮคาทีเงียบค้างไปชั่วครู่ ถุงผ้ากำมะหยี่สีม่วงเข้มและสีดำปรากฏขึ้นบนฝ่ามือข้างหนึ่งจากหกข้างของนาง ก่อนจะยื่นมาให้แมคเคนซี
“รับไปเสีย ถือเป็นของขวัญวันปีใหม่แก่เจ้า ปีที่ผ่านมาเจ้าทำเพื่อน้อง ๆ ของเจ้ามามากมาย มีทั้งรอดชีวิต…และได้ไปยังภพภูมิที่พวกเขาสมควรอยู่ แม้พลังเวทของเจ้าจะยังไม่กล้าแกร่งแต่เจ้ากล้าหาญมากพอที่จะปกป้องและช่วยเหลือเหล่าคนสำคัญของเจ้า ซึ่งนั่น…คือสิ่งที่ข้าภูมิใจ”
ดวงตาสีเฮเซลเบิกกว้างขณะยื่นมือมารับของขวัญจากมารดา ไม่ใช่เพราะสิ่งของอันมีมูลค่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำชมที่ออกมาจากปากของนาง แม้ว่าแมคเคนซีไม่ใช่คนบ่อน้ำตาตื้นที่จะร้องไห้เวลาได้รับคำชมจากผู้เป็นแม่ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงจังหวะของหัวใจที่เต้นรัวขึ้นมาในอกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ
หากพูดถึงปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าช่วงครึ่งปีแรกเขาประสบเรื่องอันหนักหนาสาหัสมาไม่น้อย หลัก ๆ คือการไปทำภารกิจเพื่อช่วยเหล่าน้อง ๆ ร่วมมารดาของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นนิโคไลที่ถูกลัทธิจักพรรดิโรมันจับตัวไปทำการทดลองให้เกือบกลายพันธุ์เป็นอสุรกายแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากทีมทำภารกิจของเขาไปช่วยเอาไว้ได้ทัน จากนั้นเด็กชายจึงมาอยู่ร่วมที่ค่ายฮาล์ฟบลัดด้วย
ถัดมาคือชาร์ล็อตที่เขากับดีนพากันไปช่วยออกมาจากการถูกจับไปเตรียมทำพิธีบูชายัญของเหล่าลัทธิวอชเชอร์เพื่อทำการปลุกปีศาจในตำนานอย่างอะพอลลีออนขึ้นมา รวมถึงไฮรี่บุตรแห่งเฮอร์มาโฟรไดตัสเพื่อนร่วมค่ายที่ช่วยมาได้ระหว่างทาง พวกเขาทั้งสี่ร่วมหัวจมท้ายทำภารกิจกันมากว่าหนึ่งเดือน จนสามารถส่งชาร์ล็อตและไฮรี่กลับมาถึงค่ายได้อย่างสวัสดิภาพในที่สุด
ส่วนกลุ่มเด็ก ๆ ผู้มีสายเลือดเทพีแห่งมนตราร่วมกันกับเขาที่ถูกทำให้กลายเป็นลาเมียนั้นแมคเคนซีไม่อยากพูดถึง ภาพตนเองกระทำสิ่งน่าสะเทือนใจที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตได้สร้างหลุมดำหลุมหนึ่งขึ้นมาและซุกซ่อนอยู่ตรงมุมหนึ่งภายในใจ ซึ่งหากมีใครไปสะกิดมันเข้า ความมืดดำนั้นก็พร้อมจะดูดกลืนตัวเขาให้จมดิ่งสู่ความโศกเศร้าอันลึกล้ำได้ในทันที
ช่วงครึ่งปีหลังคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง แม้ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาซ่อมแซมบ้านดีนที่เสียหายจากการต่อสู้กับฝูงก็อบลิน แต่เป็นช่วงเวลาที่แมคเคนซีรู้สึกว่าได้ชีวิตในแบบคนปกติธรรมดาอย่างที่ควรจะเป็นกลับคืนมา อะไรจะดีไปกว่าการได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีคนรักอยู่เคียงกายและรายล้อมไปด้วยครอบครัวที่อบอุ่นกันล่ะ
ส่งท้ายปีด้วยการไปเยือนกรุงนิวโรมซึ่งถือเป็นเมืองที่รวบรวมเหล่าเดมิก็อดสายเลือดแห่งเทพโรมัน ที่นั่นเขาได้พบมิตรภาพใหม่ที่ดี ร่วมงานเทศกาลประจำปี สักการะ ‘เทพีไทรเวีย’ ซึ่งถือเป็นมารดาอีกภาคหนึ่งของตน รวมถึงเรื่องน่าพิศวงอย่างการได้ ‘ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์’ มาไว้ในครอบครอง และการมีค่ำคืนอันแสนวิเศษที่ได้ฉลองวันครบรอบวันเกิดกับคนรัก ก่อนจะกลับมาที่ค่ายฮาล์ฟบลัดในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา
หากให้สรุปภาพรวมของปีที่แล้ว…อาจเรียกได้ว่า
‘ดราม่าแอ็คชั่นในตอนต้น และแฮปปี้เอ็นดิ้งในตอนท้าย’
ซึ่งแน่นอนว่า นี่ยังไม่ใช่ตอนจบ
ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องเหล่านี้ให้มารดาฟัง ไม่ใช่เพราะไม่สลักสำคัญ แต่ทุกสิ่งล้วนอยู่ในสายตาและการรับรู้ของนางมาโดยตลอด มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเทพีเฮคาทีผู้ไม่เคยแสดงออกถึงความรักและความเมตตา แท้จริงแล้วนางคอยเฝ้ามองเหล่าบุตรธิดาของตนเองอยู่ในเงามืดเฉกเช่นจันทร์มืดในคืนเดือนดับ
“การมีชีวิตอยู่ในฐานะเดมิก็อดไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งข้าและเหล่าทวยเทพไม่อาจตามปกป้องคุ้มครองเจ้าได้ทุกฝีก้าว ฉะนั้นเจ้าจะต้องยืนหยัดและมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกอันโหดร้ายใบนี้ให้ได้ด้วยตัวของเจ้าเอง ซึ่งข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะทำได้เป็นอย่างดี…สมกับที่เป็นบุตรแห่งข้า”
ถุงผ้ากำมะหยี่ทั้งสองใบถูกส่งมอบมายังฝ่ามือของชายหนุ่มพร้อมทั้งถ้อยคำอวยพรและความปรารถนาดีตามแบบฉบับของเทพีแห่งมนตราและม่านหมอกผู้สง่างามและเข้มขลัง แม้ไม่มีถ้อยคำหวาน ๆ หรือการโอบกอดเหมือนดั่งแม่ทั่วไป แต่แมคเคนซีก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยและความรักที่นางมีให้ผ่านประโยคเหล่านั้น ซึ่งเหมาะสมและพอดีแล้วกับระยะเวลาที่พวกเขาพบกันครั้งแรกจนกระทั่งถึงตอนนี้ในความคิดของเขา
แค่เชื่อมั่นในสิ่งที่เขาเป็นและเส้นทางที่เขาเลือก นั่นก็เพียงพอแล้ว
“ขอบคุณสำหรับของขวัญและคำอวยพรครับ แล้วก็สวัสดีปีใหม่นะครับแม่”
ริมฝีปากได้รูประบายยิ้มให้ผู้เป็นมารดา คำว่า ‘แม่’ ถูกเปล่งออกมาได้อย่างไม่กระอักกระอ่วน ไร้ความขัดเขิน และเป็นธรรมชาติมากขึ้น เขามองสบร่างที่ผงกศีรษะรับช้า ๆ รวมถึงดวงตาสีนิลตรงหน้า ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือเปล่าที่เหมือนจะเห็นมุมปากของเทพีแห่งมนตรายกขึ้นเล็กน้อย
แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็ช่างเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง
“สวัสดีปีใหม่ หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง…ในไม่ช้านี้”
สิ้นเสียง ร่างของเทพีเฮคาทีก็ค่อย ๆ จางหายจนปะปนไปกับไอหมอกรอบตัวที่ค่อย ๆ จางลง ภาพของโถงกลางกระท่อมกลับมาชัดเจนในสายตาอีกครั้ง แมคเคนซีก้มลงมองถุงผ้ากำมะหยี่ทั้งสองใบในมือแล้วเก็บมันลงกระเป๋าโดยที่ยังไม่คิดจะเปิดดู
ไม่ว่าสิ่งของข้างในจะเป็นอะไรก็ล้วนล้ำค่าทางจิตใจสำหรับเขาทั้งนั้น
ผิดคาดนิดหน่อยที่คนที่เจอในเช้าวันแรกของปีใหม่ไม่ใช่ชายคนรักแต่กลับเป็นมารดา
แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดี

กิจกรรมพรสวรรค์จากสายเลือดเทพ
ของรางวัล
- หินเพลิงเทพ 20 ก้อน
- 50 ดรักม่า
คะแนนความโปรดปราน (เทพีเฮคาที)
เอฟเฟกต์กุหลาบสีน้ำเงินทอง : โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +5
เอฟเฟ็กต์น้ำหอมเฮคาที (ไม่สุ่มไบต์) : +3
BELIEVER (ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ) : โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15
รวมคะแนนความโปรดปราน : +28