Feria โพสต์ 4 วันที่แล้ว

<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">

<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 60%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}

/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}

/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}

/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}

.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}

.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }

/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left;   /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}


/* ชื่อ (ลายเซ็น) */

.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: center;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}

</style>

<div class="rp-post">

<div class="rp-title">
    ตอนที่ 19 เปลี่ยนแผน
</div>

<div class="rp-divider"></div>

<div class="rp-dots">
    <span class="dot1"></span>
    <span class="dot2"></span>
    <span class="dot3"></span>
</div>

<div class="rp-content">
   วันที่ 15 มกรา 69<br><br>
5:30 น. <br><br>
ตอนนี้พวกเราได้ตื่นขึ้นมาในห้องพักที่พวกเราได้นอนพักเมื่อคืนอย่างสดชื่น อย่างน้อย ๆ ตอนนี้พวกเราก็เติมพลังร่างกายพร้อม 100% แล้ว ก็ผลัดกันอาบน้ำแต่งตัว ระหว่างรอเราก็ลองค้นกระเป๋าดูพร้อมกับเอามือถือเดดาลัสมาเช็กเส้นทางต่อจากนี้จนได้รู้ความจริงอย่างหนึ่ง <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “แย่ล่ะสิแบบนี้”</font></b> <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “แย่อะไรเหรอ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “เราตรวจสอบเส้นทางจากตรงนี้ไปลาสเวกัสน่ะว่าจะต้องใช้เวลาแค่นั้นแต่ว่า….ถ้าพวกเราเดินเท้าอย่างเดียวมันจะใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าเลยอ่านะคะ คิดว่าพวกเราคงต้องรับความเสี่ยงเดินทางทางน้ำยาว ๆ เพื่อย่นเวลาลงหน่อยแล้วล่ะนะคะ ถึงจะรู้ว่าน้ำสีเขียวกับหมอกข้างนอกนั่นมันอันตรายแค่ไหน แต่ถ้าไม่เสี่ยงกว่าจะจบภารกิจคงใช้เวลาเป็นปีแน่เลยค่ะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrchid"> “แล้วถ้าไปทางเรือจะแค่ไหนกันล่ะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “คาดว่าประมาณเดือนกว่านะคะ แต่เราว่าเดี๋ยววันนี้พวกเราล่องเรือไปเมืองถัดไปแล้วจะใช้ของวิเศษที่ได้มาจากกริมมาคิมสักหน่อยล่ะนะคะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “ของวิเศษนี่ที่ทำให้มาถึงที่นิวยอร์กได้เร็วเหรอครับ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ค่ะ”</font></b> <br><br>
เราหยิบกุญแจมิติออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “กุญแจมิติอันนี้จะพาพวกเราไปยังที่ที่กริมมาคิมเคยไปได้ค่ะ คิดว่าน่าจะพอย่นเวลาได้มากโขอยู่ ตอนแรกเรากะจะเก็บไว้ใช้ขากลับจากจีน แต่ตอนนี้คงต้องใช้มันแล้วล่ะนะคะ มีข้อกำจัดแค่ว่า ประตูมิติที่เปิดด้วยกุญแจนี้มันจะอยู่ได้แค่ 10 วินาทีเท่านั้นดังนั้นเปิดแล้วต้องรีบเข้าทันทีเลยนะคะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrchid"> “โอเคจ้า”</font></b> <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “ตามนั้น งั้นไปกัน“</font></b> <br><br>
หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว พวกเราก็รวมตัวกันกินอาหารมื้อเช้าอยู่ในห้องพักก่อนจะเก็บสัมภาระทั้งหมด เก็บห้องให้เรียบร้อยแล้วจึงเริ่มเช็คเอานต์ออกจากอินต์ที่พวกเราพักกันอยู่ แล้วเริ่มเดินทางออกจากเมืองนี้แต่ในจังหวะนั้นเองก็มีกลุ่มคนที่ดูเหมือนเป็นกองกำลังขององค์กรบางอย่างพุ่งเข้ามาล้อมพวกเราพร้อมด้วยปืนไรเฟิลบางอย่างที่ชี้มาทางพวกเรา <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ไม่ทราบว่ามีอะไรกับพวกเรามิทราบค่ะ”</font></b> <br><br>
พวกเขาไม่ได้ตอบแต่เหมือนพวกเขาจะรับรู้การมีอยู่ของพวกเราแถมดูเหมือนมองทะลุหมอกบังตาได้ด้วยนี่สิ เป็นแบบนโปเลียนเหรอต้องระวังตัวแล้วสิ ในตอนนั้นเองที่พวกเขาเริ่มยิงปืนพวกนั้นออกมาทางพวกเรา ดีที่ว่าพวกเราทั้งสามคนพากันโดดหลบจากกระสุนพวกนั้น คงมีแค่เรานั่นแหละที่โดนเฉียด ๆ ขาเล็กน้อย นี่มันกระสุนอะไรกันนี่ เราลองเอากระสุนมาดูก็พบว่าเหมือนปืนนั้นจะเหมือนอาวุธของเราที่สร้างมาจากแร่สัมฤทธิ์วิเศษ แถมกระสุนยังบรรจุพลังเวทย์ไว้อยู่ด้วยคนพวกนี้เกี่ยวข้องกับโลกเทวตำนานเหรอ หรือว่า… เดมิก็อตเหมือนพวกเรา แต่จำไม่ผิดฝั่งฮาร์ฟบลัดมันไม่เคยมีอาวุธแบบนี้ขายเลยนะ นิวโรมเราก็ไม่เคยไปมาก่อนเลยบอกไม่ได้ หรือว่าสายเลือดเทพอื่นกันนะ เราครุ่นคิดพลางลองเช็คดูเลยได้พบว่าพวกเราได้เจอกับพวกองค์กรที่มีชื่อว่า LoNex เข้าให้ซะแล้ว คนพวกนี้มันเป็นกองกำลังพิเศษของพวก LoNex นะนี่ พวกเราสามคนต่อสู้กับกองกำลังพวกนี้แบบบาดเจ็บไปคนละแผลสองแผลที่เท่ากับว่าการป้องกันของพวกเราแทบจะไร้ผล เหมือนว่ากระสุนนั่นมันทะลุเกราะได้ล่ะนะ แต่ในที่สุดพวกเราก็จัดการพวกเขาตรงนั้นจนหมดเรียบร้อย พวกมันทิ้งพวงกุญแจอันหนึ่งไว้ <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “นี่มัน…”</font></b> <br><br>
เราลองเก็บมาดูก็พบว่ามันเป็นพวงกุญแจรูปปืนไรเฟิล อย่าบอกนะว่านี่คือร่างพกพาของปืนไรเฟิลของพวกนั้น มีรูปแบบพกพาแบบนี้มันดีมากเลยนะนี่ ก่อนที่จะลองแตะตรงลวดลายสลักที่พวงกุญแจดู แล้วมันก็กลายเป็นปืนไรเฟิลของเจ้าพวกนั้น <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “โว้ นี่มันปืนไรเฟิลของพวกองค์กรนั้นนี่นา ลวดลายสวยมากเลยนะคะนี่ แถมดูเหมือนไม่น่าจะมีผลร้ายไรถ้าเราจะใช้มันนะคะ”</font></b> <br><br>
เราใช้สองมือรับปืนไรเฟิลนั้นเอาไว้ แล้วลองส่องผ่านกล้องดูก็พบว่ากำลังซูมมันสูงมากแบบมองข้างนอกทะลุถึงข้างในตึกเลย แบบนี้มันสามารถสืบเรื่องภายในคาสิโนได้ง่ายเลยนะนี่ แถมยังมีรูปแบบพกพาอีกแบบนี้ค่อยข้างสะดวกเลยนะนี่ แต่ปัญหาคือเรายิงปืนไม่เป็นนี่แหละคงต้องฝึกไปตามทางก่อนล่ะนะ ตอนนี้ก็ใช้หอกไปก่อนจะดีกว่า <br><br>
<b><font color="DarkOrchid"> “โอ้! ปืนเฟี้ยวดีนี่นาเธอ”</font></b> <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “จะยึดมาใช้เหรอครับ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ก็…คิดว่างั้นนะคะ แต่เราไม่เคยเรียนยิงปืนมาก่อนคงต้องหาเวลาว่าง ๆ ฝึกยิงเองดูซะแล้วสินะคะ“</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrchid"> “นั่นสินะ งั้นไว้ฝึกด้วยกันนะเฟเรีย”</font></b> <br><br>
แองจี้มาแตะบ่าเราเบา ๆ เชิงให้กำลังใจ ก่อนที่เราเก็บปืนไรเฟิลเป็นพวงกุญแจห้อยไว้ที่ข้างเอวแล้วเปลี่ยนมาใช้หอกกรีกประจำตัวของเราเช่นเดิม ในจังหวะที่ทาราสก็พยักหน้าให้กับความเห็นของพวกเรา ก่อนที่พวกเราจะเริ่มออกเดินทางกันต่อสู่ท่าเรือแม่น้ำเดลาแวร์ <br><br>
06:30 น. <br><br>
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงท่าเรือ ก็ใช้เวลาสักพักหนึ่งผ่านหมอกเขียวบาง ๆ บนท้องฟ้า จนแทบมองไม่เห็นแสงไฟสลวยตามถนน หรือแม้แต่แสงอาทิตย์ของท่านเทพอะพอลโล่ ที่กำลังไม่สิควรที่จะขึ้นจากขอบฟ้าแล้วนั่นแหละนะ มันก็พอเห็นแหละแต่โดนหมอกบังไปเล็กน้อยมันก็พอมีแสงที่ใช้นำทางได้อยู่ พวกเราก็ช่วยกันเอาเรือแคนูไม้ลงน้ำที่มีสีเขียวอื๋อน่ากลัว แต่ก็ต้องกดเก็บอารมณ์ความรู้สึกนั้นไว้ เพราะในเวลานี้เราต้องเสี่ยงอยู่แล้ว แม้จะรู้อยู่ว่าน้ำแบบนี้มันอันตรายแต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทำได้แค่ช่วยกันเอาสัมภาระใส่เรือแล้วประชุมตกลงว่าจะเอายังไงจะจัดเวรผลัดพายเรือกันยังไงล่ะนะ ตอนนั้นก็มีเออ…เมื่อกี้กองกำลังองค์กรอะไรอยู่ก็ไม่รู้ คราวนี้มันยังจะมีฝูงก็อบลิน 30 ตัวมาอีกเราะพวกเราต้องรีบกำจัดพวกมันอย่างชำนาญ จนสลายเป็นละอองสีทองทิ้งไว้เพียงดาบก็อบลินเป็นคลังเลย ยอดไปเลย แบบนี้จะได้เดินต่อสักที <br><br>
7:15 น. <br><br>
พวกเราเริ่มลงเรือแคนูไม้แล้วพายไหลลงไปทางเหนือ ถึงตะวันตกเฉียงเหนือตามกระแสน้ำ โชคยังดีนะที่กระแสน้ำช่วยทำให้การพายเรือเลยง่ายขึ้น ฝั่งหนึ่งเป็นป่า อีกฝั่งหนึ่งเป็นเมืองเล็กที่พวกเราพึ่งจากมา ตอนนี้พวกเราช่วยกันพายสองคน อีกคนก็คอยเฝ้าทางน้ำไว้ให้ปลอดภัย ที่แบบถ้าไม่นับไอ้นี่ล่ะนะ ไอ้เดธแมชชีนที่มาโจมตีพวกเราจากทางฝั่งข้างแม่น้ำจนเรือโครงเครงหนักมาก ดีที่แองจี้อัญเชิญวิญญาณทหารเรือที่น่าจะเป็นวิญญาณคู่สัญญาของเธอช่วยคุมหางเสือเรือเอาไว้ ส่วนเรากับทาราสก็ช่วยกันสู้กับมันจนเอาชนะและได้สินสงครามมาเป็นจำนวนมากเลยแต่ก็บาดเจ็บพอสมควรอยู่นะนี่ พอผ่านไปสักชั่วโมงเราก็เลยผลัดเวรไปนอนพักรักษาตัวเองให้หายดีในขณะที่เรือก็ดำเนินเดินทางต่อไป <br><br>
12:05 น. <br><br>
เกือบจะห้าชั่วโมงผ่านไปพวกเราก็พากันมาขึ้นฝั่งมาพักกลางวันอยู่ใกล้เมืองบริสตอล เพื่อที่จะกินอาหารมื้อกลางวันอยู่ริมแม่น้ำพลางผูกเรือไว้ หลังจากกินข้าวเสร็จพวกเราก็ยืดกล้ามเนื้อให้ร่างกายอบอุ่น พร้อมกำลังลองฝึกใช้ไรเฟิลเล็งเป้าอยู่ด้วยล่ะนะ ซะเมื่อไร จะออกกำลังกายเบา ๆ ที่ไหนได้เจอของแรงอีกแล้ว ไซคลอปส์ตัวหนึ่งเข้ามาโจมตีพวกเราตรงท่าเรือที่พวกเรากำลังกินข้าวอยู่และก็เหมือนเดิมต่อสู้กับมันจนเราปิดฉากมันได้และได้ตาไซคลอปส์มาเพิ่ม ก่อนที่จะนั่งพักเหนื่อยให้พร้อมเดินทางต่อ <br><br>
13:10 น. <br><br>
เวลานี้พวกเราเริ่มพายเรือกันต่อ กระแสน้ำเริ่มนิ่งขึ้น สายลมยามบ่ายเริ่มแรง สองข้างทางที่พวกเราเห็นคือสวนสาธารณะริมน้ำ และชุมชนชานเมืองที่ผ่านตาออกไปพร้อมกับร่างมืดของหญิงคนหนึ่งที่เราคุ้นเคยแบบเจ้ากรรมนายเวรอิบอาย ก็แม่มดดำไงล่ะนะคะ ก็…วงจรเดิมเด้อ สู้กันทั้ง ๆ ที่อยู่ในเรือนี่แหละ คราวนี้ทาราสคุมท้ายเรือพวกเราก็สู้กันไปนานสองนานเลยเกือบชั่วโมงได้ แล้วในจังหวะที่มันกำลังสะบัดสะบอนอยู่นั่นก็โดนไม้พายที่ทาราสคุมอยู่ฟาดหน้าเข้าให้เต็มแรงแบบกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งกลิ้งไปไกลจนสลายไปเลย จนเรากับแองจี้มองแบบอึ้ง ๆ ว่าทาราสนี่น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอคะนี่ <br><br>
16:40 น. <br><br>
ตอนนี้พวกเราได้ขึ้นฝั่งอยู่ใกล้ ๆ เมืองโดลส์ทาวน์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก็พากันเก็บเรือแล้วเดินเท้าเข้าไปในเมืองด้วยกันแบบก็เจอก็อบลินหนึ่งตัวที่โดนทาราสปาดจบในวิเดียวบทจบอย่างเร็วไวเลย แบบแทบไม่รู้ตัวเลยนะว่ามาโจมตีแล้วพวกเราก็เดินต่อ <br><br>
18:10 น. <br><br>
ในที่สุดพวกเราก็มาถึงที่เมืองโดลส์ทาวน์เสียสักที ด้วยความที่เริ่มเย็นแล้วเราเลยพาชาวคณะเดินหาประตูที่มีรูกุญแจสักที่ก่อนจะเอากุญแจเสียบเข้าประตูนั้นพลางนึกถึงที่สุสานเซนต์หลุยส์หมายเลข 1 ที่อยู่ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “พร้อมล่ะนะคะ 10 วินาที ลุย!!!”</font></b> <br><br>
เรารีบเปิดประตูแล้วรีบพากันพุ่งตัวผ่านประตูไปให้ทันภายใน 10 วินาทีจนกระทั่งกุญแจหมดฤทธิ์พวกเราก็มาถึงที่สุสานเซนต์หลุยส์หมายเลข 1 เป็นที่เรียบร้อย แต่คือมันใกล้ค่ำแล้วมันจะน่ากลัวหน่อย ๆ ล่ะนะ พวกเราเลยรีบออกจากที่แห่งนี้เข้าเมืองทันที <br><br>
19:10 น. <br><br>
พวกเราได้เดินมาหาที่พักที่ย่านเทรเมที่เป็นย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และพวกเราพักกันในเกสต์เฮาส์กันในห้องเดียว ดูเหมือนทาราสจะคุ้นเคยกับปืนอยู่เขาเลยคอยสอนเราให้คุ้นเคยกับการใช้ไรเฟิลอยู่ในระดับหนึ่งก่อนจะเก็บมันเป็นพวงกุญแจไว้ข้างเอวก่อนจะผลัดกันอาบน้ำแต่งตัว พอทาราสกับแองจี้หลับกันเราก็ใช้เวลาสักชั่วโมงกว่า ๆ อ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยนิวโรมอย่างเงียบ ๆ ที่เท่ากับต้องใส่หูฟังฟังเพลงเบา ๆ คลอให้อาการแพนิคไม่กำเริบจนกระทั่งสามทุ่มครึ่งมั้งเราก็ตามไปเข้านอนด้วยคนทันที
</div>
<div class="profile-name">
    เดินทางจากพาลไมรา &gt; โดลส์ทาวน์ <br>
ใช้กุญแจมิติไปสุสานเซนต์หลุยต์หมายเลข 1<br>
คุยประจำวันกับแองจี้ <br>
คุยประจำวันกับทาราส<br>
เอฟเฟคน้ำหอม Unisex เพิ่มความสัมพันธ์ +5 ถ้าลงท้ายด้วย 0 , 2 , 4 , 6 , 8
</div>

</div>
</div>
หน้า: 1 2 [3]
ดูในรูปแบบกติ: [บันทึกการเดินทาง] พรหายนะกับด้ายแดงที่หายไป