<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Dosis|Kanit|Exo">
<link rel="stylesheet" href="https://dl.dropboxusercontent.com/scl/fi/1zyx5mj3ridytkffdbrvd/BlueMoon.css?rlkey=7893tvfydfdq9m85yh8uao9qu&dl=0">
<style>#ELLI {--BM-bg-clr1: #0D0D0D ; /* F2EEEB */--BM-bg-clr2: #3D81AE;--BM-clr-icons: #fff;--BM-clr-icon-moon: #45A9BF;--BM-clr-title: #3D81AE;--BM-size-title: 80px;--BM-clr-text: #fff;--BM-clr-border: #45A9BF;--BM-bg-quote: #45A9BF;--BM-clr-quote: #fff;}</style>
<div class="BM-container" id="ELLI"><div class="BM-icons-cont"><div class="BM-icons"><i class="cp cp-menu"></i> <i class="cp cp-search"></i></div><div class="BM-moon"><i class="cp cp-moon"></i></div><div class="BM-icons"><i class="cp cp-heart-o"></i> <i class="cp cp-pin-o"></i></div></div><div class="BM-title">
chapter <strong>
10</strong>
</div><div class="BM-post">
16 กรกฎาคม 2568 <br><br>
16:45 น .<br><br>
ณ ไทม์สแควร์ <br><br>
เป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมงครึ่งที่พวกเราใช้วิธีการเดินเท้าจากที่ท่าเรือนิวยอร์ก สถานที่ที่พวกเราสามคนได้รวมตัวกัน มุ่งหน้ามาที่ไทม์สแควร์เพื่อที่จะมายังร้านเดดาลัส เพื่อที่จะมาซ่อมมือถือก่อนที่จะเริ่มการเดินทางไกลครั้งนี้จริง ๆ เสียสักที อีกส่วนคือถ้ามือถือมันซ่อมไม่ได้มันติดต่อใครไม่ได้เลยนี่สิ <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ขอบคุณนะคะที่ยอมมาออกนอกเส้นทางด้วยกันแบบนี้นะคะคุณแองจี้ คุณทาราส”</font></b><br><br>
<b><font color="Magenta"> “ยัยหนูก็พูดไปนะเธอ มือถือโดนแฮกแบบนั้นก็ต้องรีบซ่อมสิ วัยรุ่นเริ่ด ๆ อย่างเราจะขาดมือถือไปได้ไงจริงไหม”</font></b><br><br>
คุณแองจี้ หรือ แองเจลิก้า ฮาร์ดี้ เอ่ยตอบฉันในจังหวะที่ฉันก็รู้สึกผิดอยู่นิด ๆ ที่ทำช้าอยู่แล้วก็ต้องมาช้าไปอีกเพราะต้องย้อนมาที่นี่ก่อนนี่แหละนะ <br><br>
<b><font color="YellowGreen"> “เอาเถอะน่า สามคนก็ดีกว่าอยู่คนเดียวอยู่แล้วแถม…ดูนั่นสิมันมากันแล้วนู่นไง“</font></b><br><br>
ในจังหวะนั้นที่เรากำลังเดินหาร้านกันอยู่สบาย ๆ อยู่นั้นแหละ ทาราสก็สังเกตเห็นว่ามีแก๊งค์แขกไม่ได้รับเชิญที่ถูกดึงดูดด้วยคำสาปที่ติดตัวฉันอยู่กำลังจะพุ่งเข้ามาโจมตีฉันเหมือนเช่นทุกที <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ให้ตายสิคะ ทาราสคะ แองจี้คะ ตรงนี้เราจัดการเองค่ะ ทั้งคู่สนับสนุนทีนะคะ”</font></b><br><br>
ฉันเตรียมซักหอกกรีกของตัวเองออกมารับการโจมตี ทำให้ได้รู้ว่าอสุรกายที่โจมตีเธอก็คือแจ็คคาโลปนั่นเอง แต่ก็รู้ ๆ กันดีที่นี่มันไทม์สแควร์มันหลบสายตาคนยากมาก ทำให้รู้ได้เลยว่าถูกมองไม่ดีแน่ <br><br>
<b> “นี่ดูนั่นสิเด็กนั้นมันใช้ไม้เท้าตีหมาจรจัดด้วยล่ะ”</b><br><br>
<b> “ไม่น่าแปลกป่ะแก ก็มันเล่นพุ่งไปจะกัดนี่”</b><br><br>
เสียงซุบซิบ สายตาที่มองแปลก ๆ นี่ก็นะ มันก็เป็นผลจากหมอกบังตาพวกมนุษย์ธรรมดาทั่วไปให้เห็นเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวล่ะเนาะ ก็…เหมือนเดิมเลยสินะ ฉันก็ปลงแล้วล่ะนะ ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนจะออกวิ่งล่อแจ็คคาโลปตัวนั้นไปยังตรอกมืด ๆ แถวนั้นก็…ตรอกหลังร้านเดดาลัสนี่แหละของดีเลย ฉันซัดหมัดใส่กลางท้องมันเต็ม ๆ ไปเลย ก่อนที่จะเริ่มต่อสู้กับมัน แต่ปรากฎว่า…แองจี้กับทาราสก็ได้มาร่วมด้วย แองจี้ใช้ทวนส่วนทาราสใช้ดาบกับโล่แบบ…ทำไมมันดูดีกว่าดาบกับโล่ที่ค่ายฮาล์ฟบลัดนี่ เอาเถอะ ฉันยังใช้หอกกรีกจากร้านค้าในค่ายเลยนี่นา ถึงแม้ว่าจะใช้มานานตั้งแต่สมัยนู่น….สมัยมาอยู่ค่ายใหม่ ๆ ก็เถอะนะ แล้วก็ใช้จนปัจจุบัน เริ่ดป่ะล่ะ แต่งงคือก็บอกแล้วนี่นาว่าจะจัดการเองแล้วทำไม…<br><br>
<b><font color="Magenta"> “เราจะช่วยเองนะยัยหนู”</font></b><br><br>
พวกเราร่วมมือกันผลัดกันต่อสู้กับแจ็คคาโลป ตัวแรกผ่านไป ตามมาเป็นแก๊งค์อีกสี่ตัวก็เคผ่านไปได้ แล้วก็มาหนักที่ต้องรับมือกับกริมมาคิมนี่แหละนะ แต่ก็ร่วมมือกันจนหมดได้ก็รีบเปิดประตูเข้ามาในร้านเดดาลัสได้สักที<br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “แฮ่ก ๆ สะ สำเร็จ”</font></b><br><br>
<b><font color="DeepSkyBlue"> “ยินดีต้อนรับครับ มาติดต่ออะไรกันครับเด็ก ๆ”</font></b><br><br>
ในจังหวะที่ฉันกับทีมเข้ามาในร้านแบบหอบแฮ่ก คุณเดดาลัสก็มาต้อนรับพวกเธอพอดี<br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “สวัสดีค่ะคุณเดดาลัส คือว่า…มือถือของหนูโดนแฮกจนไปดูข้อมูลส่วนตัวไม่ได้เลยน่ะ ก็เลย….”</font></b><br><br>
ฉันเอามือถือของตัวเองออกมาให้คุณเดดาลัสช่วยดูให้<br><br>
<b><font color="DeepSkyBlue"> “งั้นรอสักครู่นะครับ”</font></b><br><br>
หลังจากนั้นพวกเราก็มานั่งรอมือถือซ่อมเสร็จก็ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้ก็มีเดินดูของสำหรับเดมิก็อตไปเพลิน ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะซื้ออะไรเพราะคิดว่าคงต้องใช้เงินระหว่างทางแน่ ๆ ควรประหยัดไว้ก่อนดีกว่าล่ะนะ ดรักม่ายิ่งหายากอยู่<br><br>
<b><font color="DeepSkyBlue"> “เสร็จแล้วครับ คราวหลังก็ระวังตัวด้วยนะ พวกแฮกเกอร์พวกนี้มันยิ่งเก่ง ๆ อยู่ด้วย ดีนะกู้ข้อมูลมาได้ครบเรียบร้อยแล้วน่ะ แค่นี้คงจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะนะ”</font></b><br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ขอบคุณนะคะคุณเดดาลัส งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ”</font></b><br><br>
ฉันตรวจสอบมือถือของตัวเองที่ซ่อมเสร็จแล้วพอแน่ใจว่ามือถือใช้งานได้ตามปกติแล้วก็โค้งขอบคุณคุณเดดาลัสก่อนจะพาทีมออกทางหลังร้านที่แบบเออ….เจอแบบตอนขามาเลย แล้วทำไงล่ะสู้สิ คราวนี้พวกเราสู้พวกอสุรกายด้วยกันพร้อมสับขาแหลกวิ่งมุ่งหน้าไปจุดหมายต่อไปพลางต่อสู้กับพวกมันจนครบทุกตัวไปแบบสบาย ๆ เลย <br><br>
<b><font color="YellowGreen"> “นี่จะไปท่าเรือเหรอ”</font></b><br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ใช่ค่ะ พวกเราจะไปที่ท่าเรืออีสต์กัน เราจะเริ่มเดินทางกันด้วยเรือแคนูน่ะ”</font></b><br><br>
<b><font color="Magenta"> “โอ้! ทางเรือ จะได้เริ่มภารกิจเดินทางกันแล้วสินะ”</font></b><br><br>
อือ…ดูเหมือนแองจี้จะดูชอบใจนะนี่ที่ได้เดินทางทางเรือกัน แต่ก็นะ ตอนนี้แหละที่ภารกิจการเดินทางของพวกเราจะได้เริ่มต้นกันจริง ๆ สักที <br><br>
<div align="center">
<img src="static/image/hrline/1.gif" border="0" alt="" style="max-width:400px">
</div><br><br>
18:30 น. <br><br>
ณ ท่าเรือฝั่งแม่น้ำอิสต์ บริเวณบรูคลิน <br><br>
ตอนนี้ฟ้าเริ่มครื้มแล้ว ก็นะมันเริ่มที่จะค่ำแล้วนี่นา พวกเราก็มาถึงที่ท่าเรือกันสักที ฉันก็เอาเรือแคนูไม้ออกมา แล้วพวกเราก็ช่วย ๆ กันเอาเรือลงน้ำ ค่อย ๆ พากันลงเรือแล้วช่วยกันพายเรือจากฝั่งตะวันออกของแมนฮัตตัน ผ่านใต้สะพานบรุกลินไปยังฝั่งบรูคลิน ช่วยกันพายเลียบชายฝั่งบรูคลิน ออกสู่อ่าวนิวยอร์ก มุ่งหน้าไปทางแม่น้ำฮัดสันไปฝั่งตะวันตก ไปน่านน้ำนิวเจอร์ซีย์ก็ใช้เวลาไปถึง 3 ชั่วโมงครึ่งไปเลยทีเดียวก็เอาสิ <br><br>
22:00 น.<br><br>
เมืองบายอนน์ รัฐนิวเจอร์ซีย์<br><br>
สามชั่วโมงกว่ากับการเดินทางทางเรือที่พวกเราแทบไม่ได้หยุดพักเลย ในที่สุดพวกเราก็ได้ตัดสินใจมาขึ้นฝั่งตรงเมืองบายอนน์เพื่อที่จะพักค้างแรมสักหน่อย ถ้าไม่นับว่า….มันมีพวกเดธแมชซีนยกหมู่คณะมา ซึ่งก็…ถ้ามีคนปกติอยู่ก็คงเห็นเป็นตำรวจล่ะนะ พวกเราก็เข้าต่อสู่อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ว่าพอกำลังเสริมชุดสุดท้ายของทางนั้นมาถึงฉันก็…โดนโจมตีสาหัสจนหมดสภาพสลบไปน่ะ ก็หลับให้นิทราเยียวยาทำงานจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วน่ะ (ส่งต่อ….)<br><br>
ฮัลโหล ๆ แองเจลิก้าเองนะแก อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ดยัยหนูก็บาดเจ็บสาหัสหมดสภาพไปซะแล้ว ฉันกับทาราสก็ต้องรับมือกับเดธแมชชีน 4 ตัวกันแค่ 2 คน เจริญสิงานนี้ ว๊าย ฉันก็ติดกับดักมันตั้งหลายรอบ แต่ก็เริ่ดที่พวกฉันมันเก่งนะย่ะ เลยกลายเป็นว่าเอาชนะมาได้ คราวนี้ก็ได้ตั้งแคมป์สักที โป๊ก ๆ ตอก ๆ ตั้งแคมป์ ดูเหมือนยัยหนูจะฮีลตัวเองได้นะนี่ งั้นก็ประหยัดเนคทาร์ไปเยอะเลยสิ เริ่ด ฉันก็ลากยัยหนูนอนแคมป์ด้วยกัน ทาราสก็เฝ้ายาม เยี่ยม เป็นอันจบวัน บ๊ะบายนะตัว<br><br>
</div>
<div class="BM-sky"><div class="BM-img"><img src="https://img2.pic.in.th/pic/IMG_0504655416cc8f1b490a.jpeg"></div><div class="BM-quote">
ความคิดเห็น : ในที่สุดก็ได้ซ่อมมือถือสักที แต่คือเจออริเก่าอ่ะ แล้วก็ตามสภาพ ต้องขอบคุณแองจี้นะคะนี่ที่ช่วยพาเข้าแคมป์น่ะ งั้น Zzzzzz
</div></div><center><a href="https://hakrabi.tumblr.com" class="credi citos">✿ Elli</a></center></div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 11 เดินทางสู่ฟีลาเดลเฟีย</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
12 มกราคม 69<br><br>
5:00 น. <br><br>
ณ เมืองบายอนน์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ <br><br>
อยากจะบ้าตายดูเหมือนฉันจะหลับไปข้ามปีจริง ๆ ด้วยนะนี่ แถมแองจี้กับทาราสก็ดูเหมือนพึ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานเหมือนกัน สงสัยตอนที่หลับไปที่ปราสาทของท่านพี่มอร์เฟียสพลังของเราจะเกิดควบคุมไม่อยู่ทำให้หลับข้ามปีกันทั้งทีมเลยนะนี่ แต่ดูเหมือนของที่ท่านพ่อให้มาจะติดตัวกลับมาโลกความจริงด้วยนะนี่ เงินขวัญถุงเป็นดรักม่าเหรอ แล้วอีกอันคือ…หินเหรอ ไม่เคยเห็นหินแบบนี้มาก่อนเลยมันคืออะไรกันนี่ เออ…ดูเหมือนจะเป็นหินนิทรา หินตราสัญลักษณ์ของท่านพ่อสินะ ดูเหมือนจะใช้ถวายให้เทพใต้พิภพได้นี่นา เอาไว้ให้ท่านพี่ก็คงได้ล่ะมั้งนะ เราคิดแบบนั้นอยู่ในหัว ก่อนที่จะลุกขึ้นมาตั้งสติล้างหน้าล้างตา ทำความสะอาดร่างกายกินอาหารเช้า แล้วก็เอามือถือเดดาลัสของตัวเองมาเช็ดข่าวสารบ้านเมืองสักหน่อย อือ…ดูเหมือนจะแก้ปัญหากลางวันนิรันตร์ได้แล้วนี่นา แล้วก็…มีคนพบเห็นหญิงสาวสองคนกับพวกคนยุคหิน แต่ไม่คุ้นหน้าเลยแฮะ เด็กค่ายจูล่ะมั้งนะ แล้วก็….คอนเสิร์ตของท่านเทพอะพอลโล่ อ่า ก็เทพแห่งกวีนี่เนาะ ปกติแหละ เดี๋ยวนะมีข่าวเราด้วยเหรอนี่ อึ้งไปเลยนะนี่ แล้วใครจับจิ้นท่านเฮคาทีกับเรากันนี่ ช่างกล้ายิ่งนักอย่าให้รู้นะว่าใคร แม่จะแทงให้ แล้วก็ข่าวสุดท้ายทะเลเปลี่ยนสีเหรอทั่วโลกด้วย เอาแล้วไง แล้วต้องเดินทางเรือสลับกับการเดินเท้าด้วยสิ แบบนี้แย่แน่ ๆ เลย <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ดูเหมือนว่าข่าวที่มีโอกาสที่จะมีผลกระทบกับพวกเราตอนนี้จะมีแค่ที่น้ำทะเลกลายเป็นสีเขียวนะคะนี่ งั้น…แองจี้คะ ทาราสคะ พวกเราออกเดินทางกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวคงต้องผ่าฝูงอสุรกายกันหลายศึกด้วย เราอยากเดินทางให้เร็วที่สุดน่ะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="Purple"> “จ้ายัยหนู ว่าไงว่าตามกันนะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “ก็เห็นด้วยล่ะนะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ถ้าดูจากระยะทางแล้ววันนี้พวกเราน่าจะถึงฟีลาเดลเฟียล่ะนะคะ ส่วนจะถึงตอนไหนคงต้องดูพวกแขกไม่ได้รับเชิญเอาแล้วกันนะคะ”</font></b><br><br>
เราดูแผนที่ในมือถือให้ชัวร์เส้นทางสักหน่อยก่อนจะเริ่มพาแก๊งค์เดินเท้าต่อไปทันที <br><br>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
ประมาณ 8 : 00 น.<br><br>
ณ เมืองเอลิซาเบล<br><br>
เพราะอากาศมันเย็นล่ะนะดีที่ทาราสที่เป็นบุตรแห่งเทพอควิลลอนเทพแห่งลมเหนือของฝั่งโรมช่วยใช้พลังควบคุมสภาพอากาศให้เลยไม่หนาวมากเกินไป พวกเราเลยทำการเดินเท้ามาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มาถึงยังเมืองเอลิซาเบลดูเหมือนที่นี่จะเป็นเขตอุตสาหกรรมโรงงานแถมเป็นท่าเรือเก่าด้วยนะนี่ แต่สภาพมันแบบว่าไงดีนี่ เก่าไปนิดคงได้แค่เป็นจุดพักเหนื่อยล่ะนะ แต่ว่า คงไม่ได้พักแล้วมั้งคะนี่ เพราะว่ามันมาต้อนรับนู่นแล้วไง<br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “อ่า กลางเมืองอีกแล้วแฮะ ทาราสคะรบกวนด้วยค่ะ ใช้พลังร่วมกับเราทีนะคะ“</font></b><br><br>
เราใช้พลังควบคุมดอกป๊อปปี้พัดรวมกับพลังควบคุมสภาพอากาศของทาราสพัดดอกป๊อปปี้สีแดงโลหิตไปทั่ว ๆ บริเวณ บดบังไม่ให้คนทั่วไปโดนลูกหลง แถมทำให้หลับไปก่อน ก่อนที่แองจี้จะใช้อาวุธเข้าไปซัดใส่กองทัพอสุรกายมันมีตั้งแต่กริมมาคิม แม่มดดำ แถมเออ…ไม่อยากสู้เผ่าลูกตัวเองแต่มาทำร้ายคงไม่ต้องเกรงใจแล้ว หลังจากจัดการสร้างเวทีเรียบร้อยแล้ว เรากับทาราสก็ช่วยกันหยิบอาวุธของตัวเองเข้าไปร่วมจัดการด้วย แต่คือก็อบลินมันสู้ง่ายจริงแต่ว่ามันยกทัพมาตั้ง 30 ตนนี่มันก็เยอะไป เยอะไม่พอเล่นดรอปแต่ดาบก็อบลินด้วยนี่แหละมันเยอะเกิน แถมมันมีกองทัพแบบนี้มาอีกแก๊งค์เลย วงจรเดิมเป๊ะ ก็สู้นัว ๆ ก่อนจะไปเดินเข้าร้านสะดวกซื้อซ็อกโกแลคร้อนมาสามแก้วแล้วมาดื่มด้วยกันให้ร่างกายอบอุ่นกัน <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “เชิญค่ะทั้งคู่”</font></b><br><br>
<b><font color="Purple"> “โอ้! ขอบใจนะเฟเรีย”</font></b><br><br>
<b><font color="SeaGreen">“ขอบคุณนะครับ”</font></b><br><br>
หลังจากที่แจกจ่ายกันเสร็จพวกเราก็ทำการอบอุ่นร่างกายกันสักหน่อย เพราะคงใช้พังของทาราสตลอดก็คงไม่ได้หรอกเนาะ เลยต้องใส่แจ็คเก็ตกันหนาวกันสักหน่อย ในตอนที่ดื่มอยู่เราก็เห็นอสุรกายอีกแก๊งค์มานู่นแบบเซ็ตเดิมอีกแล้ว เราเลยควบคุมดอกป็อปปี้สองสามดอกเล็ก ๆ ให้ลอยไปโปรยละอองเกสรนิทราให้พวกมันหลับรอพวกเราดื่มเสร็จแล้วก็ตะรุมบอมจนครบแล้วก็เดินทางต่อทันทีโลด รวม ๆ แล้วพวกเราก็ใช้เวลาที่นี่ร่วมไปสองชั่วโมงเลย นานเพราะมันยกพวกใหญ่นี่แหละประเด็น
</div>
<div class="profile-name">
ความคิดเห็น : มันจะยกพวกมาทำไมเยอะแยะนี่ ล่อเป็นกองทัพ
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 12 ผ่าพิภพเมลูซีน
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
วันที่ 12 มกรา 69 <br><br>
13:00 น. ณ เมืองเพิร์ธแอมบอย รัฐนิวเจอร์ซีย์ <br><br>
ตอนนี้พวกเราวิ่งมาแบบฝ่าฝูงกองทัพอสุรกายที่ประกอบไปด้วยกริมมาคิม แม่มดดำ ก็อบลิน ที่ดูเหมือนก็อบลินมันเยอะสุดเลยนะ ตอนแรกมาตัวเดียวให้ตายใจที่ไหนได้ ล่อกองทัพ 30 ตนเลยนี่สิ คนทั่วไปคงเห็นเป็นฝูงหมาจรจัดเป็นหมู่คณะวิ่งไล่พวกเราอยู่แน่เลย ซึ่งบอกตรง ๆ เลยนะ ถ้าจะให้ใช้พลังควบคุมดอกป็อปปี้ปล่อยเกสรให้คนธรรมดาหลับตลอดทางเราคงไม่ไหวหรอกนะ มันต้องคงสมาธิเยอะมาก ๆ ในระดับหนึ่งเลยนะ พลังเราจะหมดก่อนจะได้ทำไรแน่นอนเลย ไม่ค่อยอยากถ่วงใครแล้วด้วยสิ ที่ทำได้ตอนนี้พวกเราเลยต้องรีบให้เร็วมากที่สุดแล้วนั่นแหละนะ เราคิดอยู่ในใจพลางรู้สึกผิดอยู่ในอกที่ทำให้ภารกิจมันช้าเสียซะขนาดนี้<br><br>
“คงต้องรีบแล้วสิ หรือว่าไม่ต้องนอนเลยดีนะ” <br><br>
เราพึมพำกับตัวเองด้วยความครุ่นคิดในระหว่างที่วิ่งมาแถวถนนเลียมอ่าวที่สองข้างทางมีบ้านเรือนอยู่ตามทางก็ดูมีชีวิตชีวาดีนะ แต่เอาตรง ๆ ป่ะ เราอยู่แต่กับตัวเองจนแทบไม่ได้สังเกตอะไรเลยนี่แหละ <br><br>
“เฟเรีย ระวัง!” <br><br>
นั่นคือจังหวะที่เราพึ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังก้าวเท้าข้างหนึ่งลงอ่าวแล้วนี่แหละ <br><br>
“ว้าย!!” <br><br>
“จับไว้! เร็วเข้า!” <br><br>
“ยัยหนู! ทาราสมาช่วยกันเร็ว” <br><br>
โชคดีนะที่ทาราสและแองจี้ช่วยกันเอื้อมมือมาช่วยคว้าตัวเราไว้ ก่อนที่เราจะค่อย ๆ ออกแรงดันตัวเองขึ้นไปอยู่ที่ปลอดภัยจนต้องมานั่งหอบแฮ่ก <br><br>
“แฮ่ก ๆ กะ เกือบไปแล้ว ขอบคุณนะคะทาราส แองจี้ที่ช่วยเราไว้น่ะ” <br><br>
เราเอ่ยขอบคุณทั้งคู่พลางจัดการตัวเองให้เรียบร้อยพร้อมเดินทางต่อ <br><br>
“ไม่เป็นไรหรอกน่าต้องขอบคุณทาราสด้วยซ้ำนะยัยหนู ถ้าเขาไม่เตือนไว้นะ นู่น โดนน้ำพัดไปไหนต่อไหนแล้วเนี่ย” <br><br>
“จริงด้วยสินะคะ ขอบคุณนะคะทาราส” <br><br>
เราเอ่ยขอบคุณพลางหันไปก้มหัวให้อีกฝ่ายมันมีความรู้สึกทั้งรู้สึกขอบคุณและความรู้สึกผิดที่ปะปนอยู่ในใจจนรู้สึกว่าการก้มหัวครั้งนี้มันหมายถึงการขอโทษทั้งสองคนด้วยล่ะนะ <br><br>
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก เธอนั่นแหละคิดอะไรอยู่รึไงล่ะ ถึงได้เหม่อจนเป็นสภาพนี้ได้นี่” <br><br>
“อะเออ….เรารู้สึกผิดและก็โทษตัวเองนิดหน่อยน่ะ ที่ทำให้ภารกิจมันยืดยาวล่าช้ามากถึงขนาดนี้ ไหนจะเรื่องคำสาป ไหนจะพลังเราคุมไม่อยู่อีก เอาจริง ๆ คือเรากลัวนั่นแหละค่ะ ทั้ง ๆ ที่ภารกิจนี้มันเกี่ยวข้องกับความรักคนทั่วโลกแท้ ๆ แต่เรากลับทำให้มันกลายเป็นแบบนี้…” <br><br>
เราสารภาพออกไปอยู่นั่นน้ำตาก็หยดไหลออกมาท่านั่งที่นั่งคุกเข่ามือทั้งสองกำหมัดอยู่บนต้นแขนถูกกำแน่นด้วยความรู้สึกคับแค้นใจในความไม่เอาไหนของตัวเอง ในตอนนั้นเองที่เรารู้สึกถึงแรงเบา ๆ จากมือเรียวที่ดันหัวเราเข้ากับบางอย่างนุ่ม ๆ เด้งดึ้ง ๆ พอสังเกตอีกทีก็พบว่าแองจี้เดินมานั่งข้างเราแล้วเอาหัวเราซบอกอีกฝ่ายเสียซะแล้ว <br><br>
“คะ คุณแองจี้…” <br><br>
“มันไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อยนะเฟเรีย จำคำฉันในเนคทาร์ได้ไหม” <br><br>
“ท่องไว้ ทั้งหมดเป็นความผิดของแก ฉันไม่ผิด แล้วใช้ความแค้นฟาดมันน่ะเหรอคะ” <br><br>
“ใช่ แต่ถ้าอยากร้องก็ร้องได้เลยนะ” <br><br>
“ถึงอยากร้องแต่เราควรที่จะทำตัวเข้มแข็งไว้นี่คะ ก็เรา…เป็นที่ปรึกษาบ้านนี่นา แถมนี่เราก็เป็นผู้นำด้วย แต่ว่า….” <br><br>
ฉันร้องไห้ออกมาปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นของตัวเองออกมาจนหมดคาอกของแองจี้จนหมดก่อนที่จะถึงเวลาเดินทางต่อ คราวนี้เรารู้สึกสดใสขึ้นเยอะเลย <br><br>
“ขอบคุณนะคะทั้งคู่ เอาล่ะ! คราวนี้จะเหนื่อยกันหน่อยนะคะ พวกเราจะพาเรือตามแม่น้ำไปเพนซิลเวลเนียกันเตรียมตัวรับมืออสุรกายทางน้ำได้เลยนะคะ” <br><br>
ฉันเอาเรือแคนูไม้เจ้าเก่าเจ้าเดิมออกมา ก่อนที่จะจัดระเบียงการนั่งพายให้เรียบร้อย แล้วพวกเราก็นั่งพักกันสักพักแล้วจึงพากันลงเรือพายไปยังเพนซิลเวลเนียทันที <br><br>
พวกเราช่วยกันพายเรือจากอ่าวราริทันไปยังปากแม่น้ำเดลาแวร์ก็ใช้เวลาร่วมไปสี่ชั่วโมงพวกเราจึงมาหยุดพักกันให้หายเหนื่อยแล้วจึงเดินทางล่องแม่น้ำเดลาแวร์ต่อ แล้วระหว่างทางนั้น….. <br><br>
สายตานับสิบจ้องมองพวกเราราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่มันจะปรากฎร่างของอสุรกายเพศเมียที่อยู่กันเป็นฝูงถึง 8 ตน พวกมันมี ท่อนบนเป็นมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นงู หรือหางปลา ลักษณะคล้ายเงือก พอแสกนในมือถือเดดาลัสดูจึงรู้ว่าพวกเราบังเอิญเข้ามาในรังของเมลูซีนเข้าซะแล้ว พวกมันพากันพยายามเขย่าเรือให้พวกเราตกเรือดีนะที่ช่วยกันเกาะขอบเรือไว้แน่นได้ทันเลยไม่ตกลงน้ำไป แต่ดูมันแปลก ๆ แฮะเหมือนสายตามันจับจ้องไปที่ข้างหลังเรามากกว่าที่จะเล็งมาที่ตัวเรานะนี่ แล้วพอหันไปแล้วมาอ่านสารานุกรมอีกครั้งเท่านั้นแหละ <br><br>
“ทาราสคะ สลับที่กับเราเร็วเข้าค่ะ” <br><br>
เรารีบลุกขึ้นเบา ๆให้เรือไม่โครกเครกก่อนจะสลับให้ทาราสมานั่งข้างหน้าแทน แล้วมันก็ชัดเลย พวกมันพุ่งมาหาทาราสราวกับจะเอาไปอยู่ด้วยแบบพวกผู้หญิงเจอดาราหนุ่มแบบนั้นเลย เรากับแองจี้ถึงขั้นกดไลท์ให้กับรสนิยมความชอบผู้ชายหล่อของเมลูซีนพวกนี้ แถมทาราสก็ล่อหล่อราวเทพบุตรจุติลงมาเกิดซะขนาดนั้น ถ้าไม่บอกว่าลูกใครคงนึกว่าลูกเทพีวีนัสแน่เลย แต่ที่แน่ ๆ พวกมันหลงใหลในความหล่อของทาราสจนขาดสติแล้ว เรากับแองจี้เลยช่วยกันใช้หอกของตัวเองเข้าจัดการราวกับเป็นสองบอดี้การ์ดสาวที่กำลังปกป้องความบริสุทธิ์ของไอดอลหนุ่มหล่อปานเทพบุตรคนนี้จากพวกแฟนคลับที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อเพราะหลงใหลในความหล่อนั่น แล้วความพุ่งเข้ามาอย่างขาดสติของพวกมันทำให้พวกเราจัดการกับเมลูซีนยกรังได้แบบง่ายดาย ก่อนที่จะเริ่มพายเรือออกเดินทางกันต่อจนมาถึงยังรัฐเพนซินเวเนียก็ล่วงมาจนถึงเวลา 4 ทุ่มแล้ว พวกเราช่วยกันเก็บเรือแคนูไม้แล้วหาที่พักแรมกันในศาลาเก่า ๆ แห่งหนึ่ง พวกเราไปหลบหนาวกันที่นั่น พร้อมทั้งนอนกันในถุงนอนแบบชิด ๆ กันเล็กน้อยเพื่อให้ความอบอุ่น พรุ่งนี้ค่อยเดินทางเข้าเมืองกัน คงจะได้เจอเทพีอะโฟร์ไดท์ได้ทันล่ะนะ เราคิดแบบนั้นพลางหลับตาลงลองใช้สัญชาตญาณกึ่งเทพในการตามหาเทพีอะโฟร์ไดท์ดู ถึงไม่รู้จะเจอไหมรึเปล่านะ แถมใช้ไปใช้มาก็หลับไปในถุงนอนไปแล้ว
</div>
<div class="profile-name">
ความเห็นผู้เขียน : ทาราสนี่หล่ออันตรายสินะคะ แต่ว่า ไม่ใช่ลูกวีนัสจริง ๆ ใช่ไหมคะ ถามจริง
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนพิเศษ
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
12 มกรา 69 <br><br>
23:00 น <br><br>
ณ ริมแม่น้ำเดลาแวร์ รัฐเพนซินเวเนีย <br><br>
ในตอนที่เรานั่นกำลังนอนหลับในสภาพราวกับเป็นหนอนน้อยอยู่ในถุงนอนที่ค่อยข้างอบอุ่น เราก็รู้สึกได้ถึงแรงเขย่าปลุกอย่างแผ่วเบา แถมตามมาด้วยเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นมา <br><br><font color="#4169e1">
"เฟเรีย... ลูกรัก... ตื่นเถอะ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งนั่นขึ้นมาหน่อยสิ... ข้ารู้ว่าเตียงสนามหรือถุงนอนพวกนี้มันไม่ได้สบายครึ่งหนึ่งของหมอนขนนกในวิมานของข้า แต่นี่มันเช้ามืดวันที่ 13 แล้วนะ..." <br></font><br>
ใช่มันคือเสียงของท่านพ่อฮิปนอสของเรานั่นเอง มันแปลกเหมือนกันนะที่อีกฝ่ายมายังโลกมนุษย์เองแบบเป็นกายเนื้อเช่นนี้ ก่อนที่ท่านพ่อจะเอ่ยต่อ<br><br><font color="#4169e1">
"ปกติข้าคงไม่ถ่างตาตื่นมาปลุกใครแบบนี้หรอกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าพวกตาแก่บนโอลิมปัสกับสภาโรมันนั่นดันนึกสนุก อยากจะมอบ 'ของขวัญ' หรือ 'ภาระ' อะไรสักอย่างให้พวกครึ่งเทพรับปีใหม่... ข้าล่ะอยากจะหลับต่อจริงๆ แต่หัวใจข้ามันบอกว่าถ้าไม่มาหาเจ้าด้วยตัวเอง ข้าอาจจะพลาดบทสนทนาดีๆ ไป"</font><br><br>
เราถึงกับหัวเราะในใจเบา ๆ เลย โอ้ย ท่านพ่อนี่บางทีก็น่าเอ็นดูแบบแปลก ๆ เหมือนกันนะนี่ เรารู้สึกได้ถึงมือที่ลูบหัวเราอย่างแผ่วเบา มันเป็นสัมผัสที่ทำให้รู้สึกเคลิ้มฝันมากกว่าจะทำให้ตื่นเต็มตาอีกนะนี่<br><br><font color="#4169e1">
"ตื่นมาคุยกับพ่อหน่อยสิ... ก่อนที่ข้าจะเผลอหลับทับเจ้าไปเสียก่อน..."</font><br><br>
สิ้นเสียงนั่นเราก็ค่อย ๆ ขยับเปลือกอย่างช้า ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมา<br><br><b><font color="#ff8c00">
“ทะ ท่านพ่อเหรอคะ”</font></b><br><br>
เราค่อย ๆ เอื้อมมือไปปลดชิปถุงนอนออกก่อนจะลุกขึ้นนั่งข้างอีกฝ่าย<br><br><b><font color="#ff8c00">
“หายากนะคะ ที่จะเห็นท่านพ่อมายังโลกมนุษย์ด้วยตัวเองแบบเป็นกายเนื้อเช่นนี้ มิใช่อย่างที่เราพบเจอกันในโลกความฝันอย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา”</font></b><br><br>
ท่านพ่อฮิปนอสถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ เขาขยับตัวพิงเสาไม้เก่าๆ ของศาลาที่ดูเหมือนจะพังแหล่ไม่พังแหล่ ท่าทางของเขาดูไร้กระดูกราวกับว่าถ้าไม่มีเสานี้เขาก็คงจะไหลลงไปกองกับพื้นหญ้า ดวงตาสีปรือปรอยของเขามองลูกสาวพลางยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยน<br><br>
เขายื่นมือไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนผมของเราอย่างเบามือ สัมผัสของเขานุ่มนวลและให้ความรู้สึกเหมือนมีเมฆบางๆ มาปกคลุม<br><br>
<b><font color="RoyalBlue">"อา... นั่นน่ะสิ มันลำบากมากเลยล่ะเฟเรีย การรวบรวมตัวตนมาอยู่ในโลกที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยเสียงรบกวนแบบนี้ มันช่าง... หาว... บั่นทอนพลังงานของข้าเหลือเกิน ข้าเกือบจะเปลี่ยนใจกลายเป็นหมอกควันแล้วแฝงตัวเข้าไปในฝันของเจ้าแทนเสียหลายรอบ"</font></b><br><br>
เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ทันใดนั้น หมอนขนนกสีขาวนุ่มใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า เขาคว้ามันมากอดไว้แนบอกเหมือนเด็กติดหมอน ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจังขึ้น (นิดเดียวจริงๆ)<br><br>
<b><font color="RoyalBlue">"แต่ก็นั่นแหละ... ปี 2026 นี้มันมี 'กลิ่นอาย' ที่ต่างออกไป พวกเทพบนโอลิมปัสกับสภาโรมันตกลงกันว่าจะขยับตัวทำอะไรบางอย่างเพื่อกระตุ้นพวกเจ้า ข้าเลยต้องฝืนสังขารมาหาเจ้าด้วยตัวเอง เพราะข้าไม่อยากให้พวกเทพองค์อื่นที่ 'ขยันเกินเหตุ' มาทำเจ้าตื่นด้วยวิธีที่รุนแรงกว่านี้"</font></b><br><br>
ท่านขยับหน้าเข้ามาใกล้เราอีกนิด กลิ่นดอกป๊อปปี้หอมอวลโชยมาจากตัวท่าน<br><br>
<b><font color="RoyalBlue">"ข้ามีของบางอย่างมาให้เจ้า... มันเป็นวาระพิเศษที่เขาว่ากันนั่นแหละ แต่ก่อนจะถึงเรื่องนั้น... เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? อยู่ในค่ายที่แสนวุ่นวายหรือต้องมานอนในที่กันดารแบบนี้ เจ้ายังนอนหลับฝันดีอยู่ใช่ไหม? มีใครมารบกวนการพักผ่อนของเจ้าหรือเปล่า?"</font></b><br><br>
ก็อ่านะ มันกันดารจริงแต่จะเข้าไปในเมืองมันดึกเกินแน่นอนเลย ดังนั้นนอนที่นี่ก็ไม่เลวร้ายมากนักหรอกนะ เพราะว่านอนในคุกใต้ดินก็เคยมาแล้วนี่นา แถมนั่นโดนทำให้ใช้พลังไม่สะดวกอีกด้วยก็เอาสิ บ่เป็นหยั่งอยู่แล้ว<br><br>
<b><font color="DarkOrange">“ท่านพ่อคงลำบากมากเลยสินะคะ เป็นบุญของลูกยิ่งนักนะคะ ที่ได้เห็นท่านพ่อในมุมมองใหม่เช่นนี้“ <br><br>
”ลูกมาทำภารกิจตามหาด้ายแดงที่หาไปให้กับเทพีอะโฟร์ไดท์อยู่เจ้าค่ะ เพียงแต่เพราะคำสาปที่ลูกได้รับจากเทพีเฮคาทีทำให้พวกลูกจำเป็นต้องเดินทางเช่นนี้โดยไม่พึ่งพาพาหนะที่มนุษย์สร้างค่ะ โชคยังดีที่ลูกมีเรือแคนูไม้ลำนี้ จึงพอเดินทางทางเรือมาจนถึงที่นี่ได้เจ้าค่ะ“ </font></b><br><br>
เธอเอ่ยพลางเล่าเหตุการณ์ให้ท่านพ่อฟังพลางเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมดอกป๊อปปี้ที่ตนได้รับเมื่อท่านพ่อเข้ามาใกล้ <br><br><b><font color="#ff8c00">
”แต่ท่านโปรดอย่าโทษท่านเทพีเฮคาทีเลยนะเจ้าคะ มันเป็นความผิดลูกเองที่ไปถอนคำสาปท่านในตอนที่ลูกไปทำภารกิจที่เฮติ คำสาปนี้จึงเป็นดังการชดใช้กรรมของลูก ลูกจึงยอมรับมันด้วยความยินดี“ </font></b><br><br>
ท่านพ่อฮิปนอสขยับหน้าผากไปแตะกับหน้าผากของเราเบาๆ อย่างอ่อนโยนเมื่อได้ยินว่าลูกสาวต้องลำบากเดินทางด้วยเรือแคนูไม้และเดินเท้าเพราะคำสาปของเฮคาที เขาถอนหายใจออกมาเป็นไอหมอกจางๆ<br><br>
<b><font color="RoyalBlue">"ด้ายแดงของอะโฟร์ไดท์งั้นหรือ? ยัยเทพีแห่งความรักนั่นขยันหาเรื่องให้คนอื่นเหนื่อยจริงๆ ส่วนเฮคาที... หึ ข้าล่ะเกลียดความเจ้าคิดเจ้าแค้นของนางนัก แต่ในเมื่อเจ้าบอกว่าเป็นการชดใช้ ข้าก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย... แม้ว่าการที่เจ้าต้องมานอนกลางป่ากลางเขาแบบนี้มันจะขัดใจเทพแห่งการพักผ่อนอย่างข้าก็ตาม"</font></b><br><br>
เขามองดูท่าทางเคลิ้มไปกับกลิ่นดอกป๊อปปี้ของเราแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ มือหนาของเขาขยับเข้าไปในสาบเสื้อคลุมที่ดูเหมือนจะเก็บซ่อนมิติลับเอาไว้ ก่อนจะดึงของบางอย่างออกมา มันถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีนวลตาที่ดูนุ่มนิ่มเหมือนปุยเมฆ<br><br><font color="#4169e1"><b>
"ในวาระปีใหม่ 2026 นี้... ในเมื่อเบื้องบนเขาอยากจะให้รางวัลพวกเจ้า ข้าเองก็คงต้องตามน้ำไปด้วย ข้าขอมอบสิ่งนี้ให้เจ้าไว้ มันเป็นของขวัญจากพ่อ และเป็นพรจากห้วงนิทรา... ข้าจะไม่บอกหรอกนะว่ามันคืออะไรหรือทำอะไรได้ เพราะการค้นหาคำตอบในความฝันน่ะมันสนุกกว่ากันเยอะ"</b></font><br><br>
เขาวางของสิ่งนั้นลงบนมือของเฟเรีย สัมผัสของมันเบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนัก ก่อนที่เขาจะร่ายมนตราเบาๆ ครอบคลุมตัวเธอไว้<br><br>
"และนี่คือพรของข้า... ขอให้การเดินทางของเจ้าต่อจากนี้ ไม่ว่าหนทางจะขรุขระเพียงใด หรือคำสาปจะหนักหนาแค่ไหน ขอให้เจ้าได้พบกับช่วงเวลาแห่งการ 'พักพิง' ที่แท้จริงในทุกค่ำคืน ขอให้ศัตรูที่คิดร้ายต่อเจ้าจมดิ่งสู่ภวังค์อันไม่อาจขัดขืน และขอให้เสียงฝีเท้าของเจ้าเงียบงันราวกับความฝันที่เคลื่อนผ่านยามราตรี..."<br><br>
เรายื่นมือรับของขวัญชิ้นนั้นมาด้วยความตื้อตันใจที่ท่านพ่อลงมาให้ของขวัญและพรนี้ด้วยตัวเองเช่นนี้ ก่อนที่เธอจะนึกอะไรออก<br><br>
“ท่านพ่อคะ ลูกก็มีของจะให้ท่านเหมือนกันเจ้าค่ะ”<br><br>
"หืม? มีอะไรจะให้พ่องั้นหรือลูกรัก... หวังว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ข้าตื่นตัวไปมากกว่านี้นะ เพราะตอนนี้ตาข้าแทบจะปิดสนิทอยู่แล้ว..."<br><br>
เขายื่นมือออกมาข้างหน้าอย่างสั่นๆ (จากความง่วง ไม่ใช่ความกลัว) เพื่อรอรับของจากเฟเรีย<br><br>
"ปกติมีแต่คนมาขอพรจากข้า หรือไม่ก็ส่งคำอธิษฐานมาให้ข้าช่วยทำให้ใครสักคนหลับปุ๋ย... การที่มีคนจะ 'ให้' ของข้าแบบนี้น่ะ... หาว... มันหาได้ยากจริงๆ โดยเฉพาะจากลูกสาวที่น่ารักอย่างเจ้า"<br><br>
“ท่านพ่อคะ เมื่อปีที่แล้วลูกได้ให้เครื่อง PS5 ไปให้ท่านที่โลกความฝันไป แต่ยังไม่ได้ให้แผ่นเกมเลยสินะคะ” <br><br>
เธอล่วงกระเป๋าเป้ออกมา ก่อนจะหยิบแผ่นเกมที่เธอแอบแวะซื้อมาตอนไปรอซ่อมมือถือที่ไทม์สแควร์ออกมา <br><br>
“นี่คือเกม Avatar : Frontiers of Pandora ที่ลูกซื้อมาให้ท่านพ่อเจ้าค่ะ หวังว่าท่านพ่อจะพอใจนะเจ้าคะ เดี๋ยวอีกสักวันสองวันลูกจะเอาไปให้ท่านพี่มอร์เฟียสเช่นกัน ท่านพ่อกับท่านพี่จะได้เล่นด้วยกันได้นะคะ” <br><br>
ยื่นแผ่นเกมให้ท่านพ่อไปอย่างที่ในใจก็หวังให้อีกฝ่สยชอบของขวัญชิ้นนี้ล่ะนะ<br><br>
ดวงตาที่ปรือปรอยของฮิปนอสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นเกมในมือของเฟเรีย เขาเอื้อมมือไปรับมันมาอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า มือของเขาลูบไล้ไปบนปกแผ่นเกม Avatar ด้วยแววตาที่เป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง<br><br>
"อา... เจ้าจำได้ด้วยหรือเนี่ย ลูกรัก... เจ้าเครื่องสีขาวนั่นข้ายังตั้งทิ้งไว้ในวิมานอยู่เลย ข้าพยายามจะเล่นมันนะ แต่มันชอบฟ้องว่าไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่างจนข้าเผลอหลับไปก่อนทุกที ได้แผ่นเกมนี้ไป... ข้ากับมอร์เฟียสคงจะได้มีกิจกรรมทำร่วมกันตอนที่ว่างจากการเฝ้าฝันพวกมนุษย์เสียที ขอบใจเจ้ามากนะ"<br><br>
ได้ยินเช่นนั้นเราก็พอเบาใจ ก่อนจะมีสีหน้าดูลังเลนิด ๆ <br><br>
“ท่านพ่อคะ หากไม่รังเกียจขอลูกทำพิธีปลดพลังสายเลือดกับท่าน ที่นี่ ตอนนี้เลยได้ไหมคะ” <br><br>
เธอนั่งคุกเข่าลงกับพื้นทำการคารวะคำนับเทพฮิปนอส วางฝ่ามือทาบกับฝ่ามืออีกฝ่าย <br><br>
“ในนามของเฟเรีย เฮย์ส ธิดาแห่งฮิปนอส ขอปลดพลังสายเลือด นิทราอมตะด้วยเถิด“<br><br>
บรรยากาศรอบข้างที่เคยง่วงงุนพลันหนักอึ้งและสงบเงียบลงอย่างประหลาด แสงสีม่วงจางๆ จากกายของฮิปนอสเริ่มเข้มขึ้น เขาพยักหน้าช้าๆ และวางฝ่ามือของเขาลงทาบกับฝ่ามือของเฟเรียที่รออยู่ สัมผัสที่เย็นเยียบในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ<br><br>
"ในนามของข้า... ฮิปนอส ผู้ปกครองห้วงนิทราและเจ้าแห่งฝันทั้งปวง... หากหัวใจของเจ้าพร้อมจะแบกรับ และจิตวิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะควบคุมความเงียบงันนี้..."<br><br>
เขาก้มลงกระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังกว่าครั้งไหนๆ<br><br>
"ข้ายินยอม... ให้พลังที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของเจ้าตื่นจากการหลับใหล จงใช้มันอย่างชาญฉลาดเถิดเฟเรีย อย่าให้ความมืดมิดของนิทราอมตะกลืนกินตัวเจ้า แต่จงให้มันเป็นดั่งผ้าห่มที่ปกป้องเจ้าจากภยันตรายทั้งปวง"<br><br>
เกิดแรงสั่นสะเทือนจางๆ ในอากาศรอบตัวเฟเรีย ชั่วครู่หนึ่งเธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบเสียงลงอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่พลังงานลึกลับจะไหลวนเข้าสู่ร่างของเธอ ฮิปนอสยิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสีหน้าที่ดูภูมิใจในตัวลูกสาวอย่างเห็นได้ชัด<br><br>
"พิธีเสร็จสิ้นแล้ว... พลังนั้นเป็นของเจ้าโดยสมบูรณ์ ตอนนี้ข้าคงต้องไปจริงๆ แล้วล่ะ... รักษาสุขภาพด้วยนะลูกรัก แล้วเจอกันในที่ที่เรา... ไม่ต้องลืมตา"<br><br>
ร่างของฮิปนอสสลายกลายเป็นละอองสีทองและม่วงหายไปกับลมหนาว ทิ้งให้เฟเรียนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบในศาลา พร้อมกับพลังใหม่ที่สถิตอยู่ในกายและภารกิจที่ยังรออยู่ข้างหน้า<br><br>
เราที่ได้เสร็จสิ้นพิธีเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ทำการแกะของขวัญออกมาดู ก่อนจะเก็บมันใส่ในกระเป๋าของตัวเอง ปิดกระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วมุดเข้าไปนอนในถุงนอนดังเดิม
</div>
<div class="profile-name">
<div align="center">รับของขวัญกิจพรสวรรค์สายเลือด<br>
หินเพลิงเทพ จำนวน 20 ก้อน / 50 ดรักม่า<br>
มอบ แผ่นเกม PS5 ให้ ฮิปนอส<br>
ปลดพลังสายเลือด นิทราอมตะ<br>
โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15(believer)</div>
<br>
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 13
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
13 มกรา 69 <br><br>
6:00 น.<br><br>
ในยามเช้าวันนี้มันเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น มีหมอกสีเขียวปรากฎปกคลุมในชั้นบรรยากาศเบาบาง แถมน้ำทะเลก็กลายเป็นสีเขียวอี๋ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนี่ มันเหมือนข่าวที่เคยอ่านในข่าวเฮอร์มีสเลยนี่นา มันมาถึงที่นี่แล้วเหรอ แสดงว่าช้าไม่ได้แล้วสินะ <br><br>
“ทางนั้นเป็นไงบ้างคะทาราส แองจี้”<br><br>
“ไม่ดีเลย ไม่รู้ด้วยว่าน้ำสีเขียวนี่มันเกิดจากอะไร แต่แบบนี้คงเดินทางน้ำไม่ได้สักพักหนึ่งแล้วมั้ง”<br><br>
“หมอกบ้า ๆ นี่ก็แปลกเป็นบ้าเลยนะนี่ ไม่รู้จะส่งผลกระทบอะไรอีก ที่แน่ ๆ คือวิสัยทัศน์มันแย่ขึ้นเยอะแน่”<br><br>
“งั้นช่วงนี้พวกเราพยายามจับกันเอาไว้ แล้วหลีกเลี่ยงการเดินทางทางน้ำสักระยะเพื่อความปลอดภัยแล้วกันนะคะ วันนี้ถ้าพวกเราเร่งกันสักหน่อยก็น่าจะถึงฟีลาเดลเฟียทันตอนเย็นล่ะนะคะ แต่ว่านั่นก็….ถ้าไม่นับพวกอสุรกายที่น่าจะมาเหมือนทุกทีล่ะนะคะ“ <br><br>
พอหลังจากที่บรีฟประจำวันเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราก็เริ่มที่จะเก็บของเก็บเรือใส่กระเป๋า กินอาหารมื้อเช้า แล้วออกเดินทางด้วยเท้าทันที โดยพวกเราเดินเท้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ตามทางเดินริมน้ำ ตามทางก็มีพวกบ้านไม้เก่าดูเหมือนจะเคยมีคนอยู่ด้วยล่ะนะ แถมยังลื่นบางจุดด้วยพวกเราเลยต้องใช้อาวุธของตัวเองช่วยกันใช้มันค้ำยันร่างตัวเองเอาไว้ให้มั่นคง ในขณะที่เดินทางอยู่นั่นเองพวกเราก็พบเจอกับใครบางคนที่ดูเหมือนจะโผล่มาผิดยุคเลยนะนี่ แถมทำไมพวกนั้นมันตรงมาทางนี้เหรอ <br><br>
“นั่นพวกเดมิกอต จับตัวพวกนางไว้ ข้าจะใช้พลังพวกนางในการพิซิตโลกใหม่นี้” <br><br>
พอดูให้ชัดเจนพวกนี้มันนโปเลียนกับทหารฝรั่งเศส 4-5 คนนี่นา ทำไมคนในตำนานฝรั่งเศสคนนั้นแถมขี่ม้ามาด้วย มันจะเกี่ยวข้องกับที่มีหมอกกับน้ำสีเขียวพวกนี้รึเปล่านะ <br><br>
“เดี๋ยวสิทำไมถึงรู้กันล่ะ ปกติคนทั่วไปจะดูไม่ออกว่าพวกเราเป็นเดมิก็อตนี่นา” <br><br>
“อสุรกายปลอมตัวมาสินะ ย๊าก” <br><br>
“เดี๋ยวค่ะแองจี้” <br><br>
ไม่ทันขาดคำแองจี้ก็พุ่งไปใช้ทวนพิโรธแดงเข้าจู่โจมนโปเลียนทันที แต่แปลกมากที่ทวนของแองจี้จะทำอะไรไม่ได้เลย หมายความว่าคนพวกนี้คือคนธรรมดาสินะ แต่งั้นทำไมถึงได้รู้จักเดมิก็อตแถมพยายามจะจับพวกเราอย่างกับรู้ว่าพลังของเดมิก็อตมันทำอะไรได้อย่างนั้นแหละ แต่ตอนนี้คงต้องให้หลับไปก่อนล่ะนะ<br><br>
“แองจี้คะหลบมาค่ะ ถึงจะไม่อยากใช้พลังกับคนธรรมดาเท่าไรล่ะนะคะ แต่ช่วยหลับไปเถิดนะคะ“ <br><br>
เราควบคุมดอกป็อปปี้ให้ปล่อยละอองเกสรที่ผสมกับพลังสะกดจิตไปทางนโปเลียนและพวกทหารฝรั่งเศสพวกนั้น หวังจะให้พวกเขาหลับไปก่อน ก็นะถึงเธอจะไม่อยากที่จะหนี แต่ว่าคนพวกนี้ดูเหมือนจะรู้อะไรมากกว่าที่ควรด้วยล่ะนะ แต่ในตอนนั้นเองที่เรากำลังคิดว่าจะพอเบาใจได้อยู่นั้น… <br><br>
“คิดว่าพลังแค่นั้นจะทำอะไรได้รึไง” <br><br>
“อะไรน่ะ! ทำไมคุณถึงไม่หลับไปกันล่ะคะ” <br><br>
“ เสียใจด้วยนะ ข้ามีเครื่องรางที่คนของพวกเจ้าหลงไปฝรั่งเศสของข้าที่ยึดมาได้ ทำให้มันป้องกันเวทมนต์จากคนแบบพวกเจ้า รีบยอมสยบต่อข้าแล้วช่วยข้าพิชิตโลกใบใหม่นี้เถอะ“ <br><br>
“ต้องขออนุญาตปฏิเสธนะคะ พวกเรายังมีภารกิจที่ต้องไปทำอยู่ดังนั้น…..” <br><br>
ดอกป็อปปี้จำนวนมหาศาลปรากฎขึ้นเบื้องหลังของเรา ผสมรวมกับพลังอีกอย่างที่เราไม่ได้ใช้มันบ่อยอย่างฝันร้าย <br><br>
“ไว้พบกันใหม่คราวหน้าเมื่อยามนิทรามาเยือนแล้วกันนะคะ” <br><br>
เราส่งซิกด้วยสายตาให้ทาราสกับแองจี้เริ่มออกตัววิ่งไปทางทิศที่พวกเราวางแผนไว้ตั้งแต่แรก ส่วนเรานั้นก็ใช้ควบคุมดอกป็อปปี้ที่ผสมกับฝันร้ายสร้างพายุดอกป็อปปี้บดบังวิสัยทัศน์ของพวกนโปเลียนไว้ให้มิให้ตามพวกเธอมาได้อย่างน้อยก็พอถ่วงเวลาได้ถึงไม่รู้ว่าพลังฝันร้ายที่สร้างภาพของฝันร้ายของคนพวกนั้นให้ออกมาในโลกความจริงได้ภายใต้ม่านดอกป็อปปี้นั่นมันจะพอได้ผลมากน้อยเพียงใดล่ะนะ แต่ในระหว่างนี้มันก็เป็นโอกาสดีที่ให้พวกเธอนั่นสับขาแหลกวิ่งหนีคนพวกนั้นให้ได้เร็วที่สุดถ้าเช้าเมืองได้ก็คงพอหลบหนีได้บ้างล่ะนะ อย่างน้อย ๆ ต้องไปขอคำปรึกษาจากใครสักคนที่พอรู้สถานการณ์ล่ะนะ
</div>
<div class="profile-name">
ความคิดเห็น : ….(ไม่ได้เขียนกำลังวิ่งหนีแบบเร่งสุดฝีเท้าอยู่)
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 14
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
13 มกรา 69 10:00 น. <br><br>
ณ เมืองเบนซาเลม รัฐเพนซิลเวเนีย <br><br>
พวกเราช่วยกันวิ่งหนีมาอย่างสุดฝีเท้าเพื่อหนีจากพวกนโปเลียน แต่คิดว่าถึงจะสุดฝีเท้าแต่พวกนั้นมีม้า อีกไม่นานก็คงตามมาทัน ตอนนี้ก็คงทำได้แค่เร่งให้หนีได้เร็วที่สุดต่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ด้วย คนที่พอจะติดต่อและขอคำปรึกษาได้ดีที่สุดก็คงเป็นคุณดีกับไครอนล่ะนะ แต่มันมีปัญหาที่ว่าจะติดต่อยังไงนี่สิ ในตอนนั้นเองพวกเราก็มาพักกันในเมืองที่มีชื่อว่าเบนซาเลม เราเลยได้ลองเอา มือถือเดดาลัสออกมาดู ก็พบว่ามีระบบแชทอยู่นี่นาแถมมีรายชื่อคุณดีอยู่ด้วย แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลย เราได้ทำการแชทไปหาอีกฝ่ายทันที<br><br>
<b>[สวัสดีค่ะคุณดี เฟเรียเองนะคะ คือว่าระหว่างทำภารกิจหนูเจอเรื่องแปลก ๆ ระหว่างทางค่ะ เลยอยากจะมาขอคำปรึกษาสักหน่อย พอจะว่างไหมคะ]</b><br><br>
<b>[ว่าไง ฟลอร่า? มีเรื่องประหลาดอะไรก็รีบว่ามา ข้าไม่ได้ว่างทั้งวันนะเนี่ย กะว่าจะไปหาไดเอทโค้กซะหน่อยเดี๋ยวจะลงแดงตายก่อนพอดี ลำไยพวกเด็กค่ายจริงๆ ให้ตายสี่เถอะ เธอนี่ลูกฮิปนอสใช่ไหม? มิน่าดู
ง่วงๆ รีบพูดมา!]</b> <br><br>
อ่ะ ฟลอร่าเหรอ คุณดีนี่เรียกชื่อเราผิดอีกแล้วสิ จากเฟเรียเป็นฟลอร่า แถมดูเหมือนจะหัวร้อนอยู่รึเปล่านะ สงสัยจะเรื่องไดเอทโค้กสินะ งั้นคงต้องมีขอตอบแทนเป็นไดเอทโค้กสักหน่อยแล้วสิ เราคิดแบบนั้นก่อนจะพิมพ์เล่าเรื่องที่พึ่งเจอเมื่อครู่ให้คุณดีอ่าน พร้อมกับสัญญาว่าจะซื้อไดเอทโค้กแปะเทปเฮอร์มีสไปให้ เมืองไปถึงที่เมืองใหญ่แล้ว ซึ่งก็นั่นแหละพวกเราต้องรีบหนีนโปเลียนเลยต้องวิ่งสุดฝีเท้าเหมือนเดิมนะ แต่ในตอนนี้พอมาดูผู้คนในเมืองก็ได้เห็นว่าพวกคนในที่นี่ดูเหม่อลอยเลื่อยลอยแบบแปลก ๆ เลยนะนี่ แต่ในตอนนั้นเองก็มีรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งชนเข้ามาระหว่างเรากับแองจี้พอดีเลย <br><br>
<b><font color="Purple"> “ยัยหนูหลบ!”</font></b> <br><br>
เราได้โดดหลบออกมาในขณะที่แองจี้ใช้โล่ยันสิ่งที่พุ่งเข้ามาใส่ไว้ จึงได้เห็นว่าที่พุ่งมามันคือวัว วัวโคลคีสนี่นา เกือบลืมไปเลยนะนี่ว่าคำสาปมันยังอยู่น่ะ <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ขอบคุณนะคะแองจี้”</font></b> <br><br>
ดีว่าพละกำลังของแองจี้ค่อยข้างเยอะผิดกับรูปร่างที่ผอมเพียวล่ะนะ คงเพราะเป็นธิดาแห่งมาร์สล่ะมั้งนะ ก่อนทาราสจะจัดการโจมตีเปิดฉากใส่มันอย่างรุนแรงแล้วพวกเราก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง น่าจะ 20 นาทีได้มั้งพวกเราก็ปราบมันได้สำเร็จ คุณดีก็ตอบมาพอดีเลย ซึ่งเออ….นั้นดิทำไมตอนนั้นไม่ใช้กำลังกายเข้าสู้มือเปล่าแทนล่ะนี่ แต่ก็นะ ตอนนี้มันทำไรไม่ได้แล้วนี่นา คงต้องถึงเวลาหนีต่อแล้วล่ะ <br><br>
12:05 น. ใจกลางฟีลาเดลเฟีย <br><br>
ในที่สุดพวกเราก็ใช้กำลังกายวิ่งอย่างสุดกำลังจนมาถึงที่ใจกลางเมืองฟีลาเดลเฟียอันเป็นจุดหมายแรกของภารกิจเดินทางครั้งนี้เสียสักที แต่ที่นี่ก็เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาหมอกสีเขียวจาง ๆ ในชั้นบรรยากาศ ผู้คนเดินถนนบางมีสายตาที่เลื่อนลอย ดูเหม่อลอย ดูเหมือนจะเป็นผลจากหมอกสีเขียวนี้ล่ะมั้งนะ ตอนนี้ต้องหาซื้อไดเอทโค้กให้คุณดีก่อนดีกว่า เราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่แรกก็ไม่เจอ ที่ที่สองก็ไม่มี จนมาได้ที่ที่สาม เราก็จ่ายเงินก่อนจะซื้อเทปเฮอร์มีสกับกล่องพัศดุขนาดเล็กมาด้วย แล้วเขียนที่อยู่ค่ายฮาล์ฟบลัด จ่าหน้าซองถึงคุณดีลงไปอย่างชำนาญ ก่อนจะแปะเทปเฮอร์มีสจนพัศดุหายแวบไปกับตา <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “เฟเรียครับนั้นคือ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “อ้อ นั้นคือเทปเฮอร์มีสค่ะ มันใช้ในการส่งพัศดุอย่างรวดเร็วได้น่ะ พอดีเราส่งไดเอทโค้กไปให้คุณดี เออ…เทพไดโอนีซุสที่อยู่ที่ค่ายเป็นการตอบแทนที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานการณ์ที่พวกเราเจออยู่ตอนนี้ค่ะ”</font></b> <br><br>
เราอธิบายถึงของวิเศษทึ่เราพึ่งใช้ไปให้ทาราสฟังก่อนจะพิมพ์ไปบอกคุณดีว่าส่งไปให้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับหมอกสีเขียวกับน้ำสีเขียวมาเยี่ยมยอดกระเทียมเจียวใส่หอมล้านลูก งั้นคงได้เวลาไปต่อแล้วล่ะ พวกเราตัดสินใจเดินตามหาเทพีอะโฟร์ไดท์ที่อยู่ในเมืองแห่งนี้โดยพึ่งพาสัญชาตญาณกึ่งเทพช่วยนำทางด้วยอีกแรง ก็หวังว่าจะพอช่วยได้นะ <br><br>
<div align="center"><img src="https://img2.pic.in.th/IMG_1959fff77f4518f46731.png" border="0" alt="" style="max-width:400px"></div>
</div>
<div class="profile-name">
มอบ ไดเอทโค้ก ให้กับ คุณดี <br>
โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15(believer) <br>
ตามหาเทพีอะโฟร์ไดท์ ในเมืองฟีลาเดลเฟีย ตามคำแนะนำของคุณไครอน
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 15 พบเทพีบนยอดหอระฆัง
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
13 มกรา 69 12:10 น. <br><br>
ในตอนที่พวกเรากำลังตามหาเทพีอยู่นั่น พวกเราก็ได้พบกับนกพิราบตัวหนึ่งมันบินมาหาเรา <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “นกพิราบนี่มัน สัญลักษณ์ของเทพีอะโฟร์ไดท์นี่นา มารับพวกเราเหรอคะ”</font></b> <br><br>
เราเอ่ยทักทายเจ้านกพิราบตัวนั้น ก่อนที่มันจะนำทางพวกเราทั้งสามไปทางหอระฆังของเมืองฟีลาเดลเฟีย ซึ่งมันก็คือ หอระฆังแห่งเสรีภาพ พวกเราก็พากันตามมันขึ้นไปยังยอดหอระฆังนั้นที่มีองค์เทพีอยู่ <br><br>
บนยอดหอระฆังแห่งเสรีภาพซึ่งระฆังเสรีภาพจำลองตั้งอยู่ ท้องฟ้าเหนือเมืองฟีลาเดลเฟียถูกปกคลุมด้วย หมอกสีเขียวจาง ๆ ชั้นบรรยากาศดูบิดเบี้ยวจนมองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมืองไม่ชัดเจน เบื้องล่างบนท้องถนนสายหลักอย่างถนนเชสท์นัท ผู้คนเดินไปมาด้วยดวงตาเลื่อนลอย ในตอนนั้นเองที่พวกเราได้เห็นเทพีอะโฟร์ไดท์ยืนอยู่ตรงระเบียงไม้ของหอคอย ท่านมองลงไปยังแม่น้ำเดลาแวร์ที่ตอนนี้น้ำกลายเป็น สีเขียวอื๋อ อย่างเศร้าสร้อย <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ท่านเทพีอะโฟร์ไดท์….พวกเรามาถึงแล้วค่ะ”</font></b> <br><br>
เราได้นำทั้งแก๊งค์คุกเข่าลงทำความเคารพองค์เทพีด้วยความเคารพโดยพร้อมเพียบกัน <br><br>
<b><font color="MediumTurquoise"> “ในที่สุดพวกเจ้าก็มา….”</font></b> <br><br>
องค์เทพีมองมาที่พวกเราทั้งสามคนโดยเฉพาะทาราสกับแองจี้ทึ่ก็นะ แองจี้ก็รักสวยรักงามจนดูเหมือนบาร์บี้มีชีวิต แถมทาราสนี่ไม่ต้องพูดถึง ขานั้นหล่ออันตรายต่อใจหญิงสาวทุกผู้ทุกนางที่ได้พบเห็นเลยล่ะนะ ก็หล่อปานเทพบุตรขนาดนั้นนี่นา <br><br>
<b><font color="MediumTurquoise"> “ธิดาแห่งมาร์ส บุตรแห่งอควิลอน พวกเจ้าสองคนแม้ในยามโลกวิปริตเช่นนี้ ความงามของพวกเจ้าก็ยังไม่มัวหมอง ขอให้พวกเจ้าใช้ความมั่นใจนั่นเป็นโล่ปกป้องนะ”</font></b> <br><br>
ก่อนที่ท่านจะหันมาทางเราที่ก็ไม่ได้สวยงดงามแบบทั้งคู่ แต่ก็พอมีความสวยในแบบของชาวเอเชียวัย 19 - 20 ปีที่สีหน้าเจียดความเศร้าที่ยังคงแบกรับความผิดบาปที่แบกรับมาตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทางมาเลยล่ะนะ <br><br>
<b><font color="MediumTurquoise"> “เฟเรีย เจ้ายังคงแบกรับสิ่งที่เจ้าเรียกมันว่าบาป เจ้าจงฟังข้าไว้นะ ถึงแม้ยามนี้เจ้าหรือแม้แต่ข้าก็มิอาจทำอะไรกับสิ่งที่เกิดกับเอลลิสและลิเลียน่าได้ แต่สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำต่อไปนี้จะช่วยให้โลกนี้ไม่ต้องมีการสูญเสียจากความรักที่ปั่นป่วนอีก รับไปเถิด นี่คือลูกศรแห่งความจริง ลูกศรนี้จะสามารถปลุกผู้คนให้หลุดพ้นจากมนตร์สะกดแห่งด้ายแดงได้ จงจำไว้แม้จะไม่อาจแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นกับเดม่อนหรืออลิเซียได้ แต่ข้าจะไปรอพวกเจ้าที่เท็กซัส เมื่อพวกเจ้าพบเบาะแสแล้วจงไปพบข้าที่นั่นนะ“</font></b> <br><br>
เรารับลูกศรแห่งความจริงมาเก็บไว้กับตัวเอง สัมผัสของมันทำให้รู้สึกได้ถึงความหวังที่จะได้เห็นอนาคตที่ความรักจะเป็นอย่างที่มันควรเป็น อย่างน้อย ๆ นี่คงเป็นทางเดียวที่จะไถ่บาปนี้ไปได้ล่ะนะ เราเผยน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “เจ้าค่ะ ท่านเทพี หนู…พวกหนูจะพยายามให้เต็มทีเพื่อนำด้ายแดงกลับมาคืนเจ้าของให้ได้ค่ะ”</font></b> <br><br>
องค์เทพีลูบหัวเราเบา ๆ จนเราร้องไห้ออกมาด้วยความอบอุ่น ใช้เวลาสักพักใหญ่ก่อนที่พวกเราจะพากันออกจากที่ยอดหอระฆังแห่งเสรีภาพแล้วมุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไปลาสเวกัสทันที <br><br>
</div>
<div class="profile-name">
<div align="center"> เจอนกพิราบนำทางมาหอระฆัง <br>
รับ ลูกศรแห่งความจริง จากเทพีอะโฟร์ไดท์ <br>
โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15 จาก BELIEVER (ผู้มีศรัทธา) <br>
ค่าสัมพันธ์กับแองจี้กับทาราส จากเอฟเฟคของน้ำหอม UNISEX ทุกครั้งที่โรลเพลย์ลงท้ายด้วยเลขไบต์ 0 2 4 6 8 คู่สนทนาจะได้กลิ่นหอมบนตัวคุณ ได้รับโบนัสพิเศษ +5 แต้ม
</div>
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: center;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอน 16 ออกจากเมืองฟีลาเดลเฟีย
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
13:00 น. <br><br>
พวกเราออกมาจากหอระฆังแห่งเสรีภาพไม่ทันไร คำสาปก็เริ่มทำงานอีกครั้ง วัวโคลดีนตัวหนึ่งวิ่งพุ่งมาจะชนพวกเราอย่างกับว่าตัวที่พวกเราจัดการไปก่อนหน้านี้รึเปล่านะ พอดีมันดูโจมตีพวกเราแบบดุดันกว่าปกติล่ะนะ แต่ก็จัดการได้แบบสบาย ๆ อยู่ จนได้ฟันเฟืองมาอีก 8 ชิ้น แล้วพวกเราก็เดินทางเลียบท่าเรือเพนน์สแลนดิงไปเรื่อย ๆ ต่อไปเพื่อที่จะเดินทางออกจากฟีลาเดลเฟียไปยังลาสเวกัสตามเป้าหมายที่พวกเราวางแผนไว้ แต่ที่แน่ ๆ คือถ้าเดินทางต่อคืนนี้คงต้องพยายามหาที่พักดี ๆ ในเมืองซะแล้วสิไม่งั้นนะ คงจะเพลียกันแน่เลย แถมไม่รู้จะเจอพวกนโปเลียนมาลอบจับตัวพวกเราตอนนอนด้วยรึเปล่านี่สิ ถ้านอนในโรงแรมคงพอมีความปลอดภัยในระดับหนึ่งนั่นแหละนะ แถมจะได้ล้างเนื้อล้างตัวด้วย <br><br>
14:10 น. <br><br>
หลังจากที่พวกเราพักกินอาหารอยู่ที่ริมน้ำของแม่น้ำเดลาแวร์กันสักพัก พวกเราก็พากันเดินเท้าออกจากเมืองฟีลาเดลเฟีย ไปทางชานเมืองทางเหนือกันอย่างชิล ๆ กันไปเรื่อย ๆ ซะเมื่อไรล่ะ แวนมีเทอร์ยกฝูงเลย มันมาตอนที่พวกเราเดินผ่านเขตอุตสาหกรรมเก่าอยู่นั่นแหละ พวกมันก็เข้ามาโจมตีพวกเราแบบทีเดียวพร้อมกันทีเดียวเลย ดีที่พวกเราทำสมาธิป้องกันตัวเองจากมันได้ทันทวงทีและพวกเราก็ช่วยกันโจมตีทั้งรุกและรับ จนกระทั่งพวกเราเอาชนะมันได้สำเร็จแถมยังได้เขาของมันมาถึง 6 อัน ก็นั่นแหละนะ แต่พวกเราก็ไม่มีเวลามากมายนัก เลยต้องเดินทางกันต่อ แบบยาว ๆ เลย จนกระทั่งพวกเราไปถึงที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง <br><br>
16:40 น. <br><br>
พวกเราได้มาถึงที่ริมแม่น้ำเดลาแวร์ก็นั่งพักกันเสียสักหน่อย ก่อนที่จะเริ่มล่องเรือแคนูพายเรือข้ามช่วงโค้งแม่น้ำเดลาแวร์ไปทางทิศเหนือต่อไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นระยะทางถึงประมาณ 7 กิโลเมตร ยังดีนะว่าแม่น้ำมันกว้างแถมลมอ่อนด้วยทำให้ไม่หนาวมากถึงขนาดนั้นล่ะนะ แรงพายของพวกเราสามคนทำให้มันใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ เกือบ 2 ชั่วโมง พวกเราก็ได้ถึงฝั่งเสียสักที ระหว่างทางเราไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก หรือไม่ก็เป็นเพียงแค่เราที่กำลังมีสมาธิครุ่นคิดอะไรบางอย่างกับตัวเองมากเกินไปรึเปล่านะ เลยไม่ได้สนใจการพูดคุยหรืออะไรที่แองจี้กับทาราสคุยกันมาสักเท่าไรล่ะนะ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะครุ่นคิดการรับมือกับอะไรบางอย่างที่ผิดปกติตลอดเวลาที่ผ่านมานี้รึเปล่านะ อย่างน้อย ๆ ก็คงเพราะมันเริ่มแปลกมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วด้วยนั่นแหละนะ เลยต้องคิดมากกว่าปกติเยอะเลย <br><br>
18:25 น. <br><br>
พวกเราขึ้นมาบนฝั่งรัฐนิวเจอร์ซีย์ ก็ช่วยกันเก็บเรือแคนูไม้ ก่อนที่จะทำการเดินเลียบแม่น้ำต่อกันไปทางทิศเหนือ ตอนนี้มันเริ่มเย็นความเงียบปกคลุม หมอกสีเขียวเบาบางก็อยู่บนชั้นบรรยายกาศจนหน้ากลัว เรารู้สึกเริ่มจะแพนิคเล็กน้อย พลางกอดตัวเองไว้ จนแองจี้สังเกตุเห็นเลยมาช่วยดูแลเราเล็กน้อย ก่อนที่เราจะกุมมืออีกฝ่ายไว้พลางสวมเฮคโฟนเอาไว้ ก่อนที่จะหาทางไปเมืองที่ใกล้ที่สุด เมืองแคมเดน พวกเราคอยให้กำลังใจกันเองไปตามทางริมแม่น้ำไปยังเขตเมืองแคมเดน เพื่อที่จะหาที่พักดี ๆ สักที่ล่ะนะ <br><br>
20:35 น. <br><br>
ในตอนที่พวกเรามาถึงเขตเมืองแคมเดน ในยามค่ำคืนที่ยังมีหมอกสีเขียวอยู่แต่ก็เริ่มมีไฟถนนระยิบระยับตามทาง พวกเราเข้าไปพักกันในโมเทลในเมือง มันเป็นโมเทชที่เป็นอาคารอิฐ 2-3 ชั้น เราได้เลือกให้พวกเรานอนกันสองห้อง เรานอนกับแองจี้ และทาราสนอนแยกคนเดียว พวกเราสองคนได้ผลัดกันอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายจนสะอาด แล้วแองจี้ก็ไปเข้านอนไปก่อน ส่วนเรานั่นก็มาทำธุระอย่างหนึ่งก่อน เราเอาหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยนิวโรมมานั่งอ่านอยู่ที่หัวเตียง ก็นะ เราอายุถึงขนาดนี้แล้วถ้าพอมีเวลาก็ต้องเตรียมตัวสอบด้วยการติวสอบด้วยตัวเองไปก่อนล่ะนะ ถึงมันจะหมายถึงในอนาคตเราต้องเรียนม.ปลายคู่กับเรียนมหาลัยนั้นแหละนะ จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่เราก็เก็บหนังสือแล้วหลับไป
</div>
<div class="profile-name">
หมายเหตุ : เดินทางจากฟีลาเดลเฟีย ไป เมืองแคมเดน
</div>
</div>
</div>
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Feria เมื่อ 2026-2-2 17:37 <br /><br /><div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: left;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 17 เดินทางต่อ
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
7:00 น. <br><br>
ณ โมเทลเล็ก ๆ ในเมืองแคมเดน <br><br>
พวกเราตื่นขึ้นมาในห้องพักของตัวเอง ก็อาบน้ำแต่งตัวแล้วในตอนนั้นดูเหมืองแองจี้คงสังเกตว่ามีหนังสือเตรียมสอบอยู่บนโต๊ะด้วยมั้ง <br><br>
<b><font color="Purple"> “เฟเรีย เธออ่านอะไรยาก ๆ พวกนี้ด้วยเหรอ“</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “อ้อ! ค่ะ ถึงจะอ่านไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ“</font></b> <br><br>
<b><font color="Purple"> “ไหนดูสิ….หนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัย…โอ้โห้! ยากเหมือนกันนะนี่”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ก็นะคะ แต่ก็ต้องพยายามนี่คะ ในฐานะที่ปรึกษากระท่อมฮิปนอสด้วยล่ะนะคะ ถ้าสอบเข้าได้ ก็จะได้ลบคำสบประมาณที่มีต่อสายเลือดของท่านพ่อได้ด้วย….เราคิดงั้นล่ะนะคะ”</font></b> <br><br>
เราเอามือแตะกลางอกตัวเองที่ก็แบกรับหลาย ๆ อย่างในชีวิตเอาไว้ล่ะนะ ทั้งบาป ทั้งคำสาป ทั้งภาระหน้าที่ ทั้งคำสบประมาณ ทั้งอะไรต่อมิอะไรมากมายที่มันเยอะแยะด้วยฐานะของตัวเราเอง จนแองเจลิก้าคงอดเอ็นดูไม่ได้เดินมาลูบหัวเราทีก่อนจะช่วยกันเก็บของสัมภาระต่าง ๆ ใส่กระเป๋าพร้อมออกเดินทางกันสักที <br><br>
พวกเราลงมารวมตัวกับทาราสที่รออยู่ก่อนแล้ว ก็มากินอาหารเช้าด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “มาช้านะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “โทษที ๆ”</font></b> <br><br>
<b><font color="Purple"> “โธ่ ๆ ทาราส ก็ให้สาว ๆ ได้คุยกันตามภาษาสาว ๆ กันก่อนสินาย”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “ถึงจะไม่ใช่เรื่องความสวยความงามก็เถอะนะคะ”</font></b> <br><br>
เราพูดตัดบทในตอนที่กินข้าวเสร็จพร้อมเดินทางออกจากโมเทลสักที เราก็ดูแผนที่อยู่ว่าต้องไปไหนต่อ <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “อือ…ตอนนี้พวกเราอยู่เมืองแคมเดน คืนนี้พวกเราคงไปถึงที่พาลไมรา เออ…แต่ก็….ยังไม่พ้นรัฐนิวเจอร์ซีย์อยู่ดีล่ะนะคะ จะพอไหวกันไหมคะ”</font></b> <br><br>
<b><font color="Purple"> “ก็รัฐนี้มันกว้างใหญ่มาก ๆ เลยนี่นา อย่าคิดมากเลยไปกัน”</font></b> <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “ก็จริง”</font></b> <br><br>
<b><font color="Purple"> “งั้นไปกันโลด”</font></b> <br><br>
<b><font color="DarkOrange"> “แองจี้คะ! ระวัง!”</font></b> <br><br>
เรารีบพุ่งไปวิ่งไปอยู่หน้าแองจี้พร้อมใช้หอกกรีกประจำตัวของเราเข้าป้องกันการโจมตีบางอย่างไว้ทันที และในตอนนั้นก็ทำให้เราได้รู้ว่าอะไรที่เข้ามาโจมตีพวกเรามันคือแม่มดดำนั้นเอง พวกเราช่วยกันต่อสู้ทั้งรุกและรับไปมาก็…ตึงมือพอสมควรล่ะนะ มันเก่งขึ้นรึเปล่านี่ เกือบลืมไปเลยว่ารัฐนี้มันแหล่งที่อยู่พวกอสุรกายแบบหลากหลายเลยนี่หว่า กว่าจะเอาชนะได้และได้มูนสโตนมาครอบครองก็นานอยู่เกือบชั่วโมงได้มั้ง
10:15น. <br><br>
พวกเรามานั่งแวะพักกันที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ริมทางแห่งหนึ่งที่อยู่ชานเมืองทางเหนือของเมืองแคมเดน เพื่อพักผ่อนเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อที่จะเตรียมออกเดินทางต่อ พวกเราใช้เวลานานพอสมควรกับการจัดการกับแม่มดดำ ก็นะคัวนี้มันมีความแค้นส่วนตัวกันตั้งแต่ที่เฮตินู่นแล้วนี่นา คงจะต้องเจอกันเป็นระลอกบ่อย ๆ อยู่แหละ ปกติจะตายไป ก่อนที่พวกเราจะออกเดินไปทางเหนือต่อทันที <br><br>
13:15 น. <br><br>
ในตอนนี้พวกเราเดินเท้ามาถึงยังเขตชุมชนริมน้ำที่เริ่มมีบ้านเรือนเริ่มหนาแน่นขึ้น และมันก็มาพร้อมกับ…เดตแมชชีน ดูเหมือนมันจะมาตัวเดียวซะด้วย คนทั่วไปคงเห็นเป็นตำรวจที่มุ่งมาทางพวกเราล่ะนะ ก็แบบก็สู้กันไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายทาราสก็ใช้พลังสายเลือดของเขาปิดฉากได้อย่างสวยงาม แถมเวลาที่ใช้ก็ไม่นานมากด้วย เก็บสินสงครามเสร็จก็กินมื้อกลางวันที่เลคไปกันต่อ ก่อนจะเริ่มเดินทางกันต่อสักที แต่ตอนนั้นก็มีก็อปลินที่เหมือนจะทำไรไม่รู้พอดีโดนเราปาดทีเดียวก็สลายไปแล้วอ่ะ เออ…ก็นะ ดูเหมือนมาตัวเดียวด้วยเลยวิเดียวหาย ทิ้งดาบก็อบลินไว้แค่นั้นจบ แล้วพวกเราก็เดินทางเดินเท้าเลียบแม่น้ำเดลาแวร์ต่อไป จนกระทั่งถึงที่ท่าเรือตอน 15:50<br><br>
</div>
<div class="profile-name">
หมายเหตุ : พูดคุยกับแองจี้ <br>
พูดคุยกับทาราส <br>
เอฟเฟคน้ำหอม unisex เพิ่มค่าความสัมพันธ์ +5 กับทาราส <br>
เดินทางจากแคมเดน มาท่าเรือเล็ก ๆ เลียบแม่น้ำเดลาแวร์ <br>
</div>
</div>
</div>
<div align="center">
<link rel="stylesheet" href="https://fonts.googleapis.com/css?family=Playfair+Display|Kanit">
<style>
.rp-post {
width: 100%;
max-width: 75%;
background-color: #f4eadc;
border-radius: 22px;
font-family: 'Kanit', sans-serif;
margin: 0 auto;
padding: 36px 34px 42px;
}
/* หัวเรื่อง */
.rp-title {
font-family: 'Playfair Display', serif;
font-size: 42px;
color: #9aa28f;
letter-spacing: 2px;
text-align: center;
margin-bottom: 12px;
}
/* เส้นคั่น */
.rp-divider {
width: 48px;
height: 2px;
background-color: #d6cfc0;
margin: 0 auto 18px;
}
/* จุดตกแต่ง */
.rp-dots {
text-align: center;
margin-bottom: 26px;
}
.rp-dots span {
display: inline-block;
width: 9px;
height: 9px;
border-radius: 50%;
margin: 0 4px;
}
.dot1 { background-color: #e6b8a2; }
.dot2 { background-color: #d9d2c3; }
.dot3 { background-color: #9aa28f; }
/* เนื้อหา */
.rp-content {
font-size: 15px;
color: #555;
line-height: 1.9;
text-align: left; /* ← เพิ่มบรรทัดนี้ */
}
/* ชื่อ (ลายเซ็น) */
.profile-name {
background-color: #ffffff;
border-radius: 14px;
padding: 14px 20px;
font-size: 14px;
color: #555;
width: 70%;
margin: 32px auto 0;
text-align: center;
border-left: 4px solid #9aa28f;
}
</style>
<div class="rp-post">
<div class="rp-title">
ตอนที่ 18 สู่เมืองพาลไมรา
</div>
<div class="rp-divider"></div>
<div class="rp-dots">
<span class="dot1"></span>
<span class="dot2"></span>
<span class="dot3"></span>
</div>
<div class="rp-content">
14 มกรา 69 <br><br>
16:20 น. <br><br>
ตอนนี้พวกเรากำลังพายเรืออยู่ท่ามกลางแม่น้ำที่ได้ผลกระทบให้มีสีเขียวอื๋ออยู่ ก็เคยอ่านว่ามีผลกระทบต่อจิตใจ โชคยังดีที่เหมือนคุณเดดาลัสจะติดตั้งแอพพิเศษไว้สำหรับจัดการเรื่องพวกนี้แล้วเลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรที่จะเดินทางเรือเท่าไร อย่างน้อย ๆ ก็ตอนนี้ล่ะนะ ตอนนี้มันช้าไปแล้วด้วยนี่สิ คงต้องทำใจกล้าใจดีสู้เสือใช้การเดินทางทางเรือตามปกติแล้วสิ ถึงจะไม่รู้ว่ามันจะอันตรายมากขึ้นขนาดไหน แต่คงจะดีกว่าเอื่อยเฉื่อยอยู่แบบนี้ล่ะนะพวกเราช่วยกันพายเรือแคนูไม้ ไปตามแม่น้ำเดลาแวร์เหมือนเมื่อวาน ถ้าไม่นับว่า….มีขนนกเหล็กห่าหนึ่งพุ่งมาโจมตีใส่พวกเรา <br><br>
<b><font color="SeaGreen"> “จงปัดป้อง”</font></b> <br><br>
สายลมจากพลังของทาราสช่วยป้องกันไว้ ก็ดีมากเลยนะว่ามีทาราสอยู่กับพวกเราทำให้พอใช้สายลมพัดป้องกันขนนกพวกนั้นไว้ได้ คราวนี้อสุรกายที่เข้ามาโจมตีพวกเราคือนกสติมฟาเลียน ส่วนว่าเรารู้ได้ไงเหรอ เราสแกนดูจากมือถือเดดาลัสของเราไงล่ะ มันเข้ามาโจมตีพวกเราที่พายเรือแคนูอยู่กลางน้ำของแม่น้ำสีเขียว พวกเราก็ทำการต่อสู้กับมันแบบคอยดูสมดุลเรือไม่ให้มันล่มพร้อมกับใช้อาวุธของตัวเองสู้กับมันจนในที่สุดทาราสก็ทำการปิดฉากจนร่างมันสลายไปเหลือเพียงซากนกสติมฟาเลียนเป็นสินสงครามครั้งนี้ก่อนจะเดินทางต่อไป <br><br>
19:05 น. <br><br>
พวกเราขึ้นฝั่งมายังชานเมืองที่สงบและอยู่ใกล้ชุมชนพอที่จะหาเมืองใกล้ ๆ นี้เป็นที่พักอาศัยค้างแรมของคืนนี้เสียสักหน่อย ลาสเวกัสยังอยู่อีกยาวไกลด้วย พวกเราขึ้นฝั่งมาก็ได้พบกับก็อบลินตัวหนึ่ง เราเกิดประมาณลองโจมตีธรรมดาใส่มันด้วยหอกดูแต่ว่ามันก็ไม่แรงพอด้วยการโจมตีครั้งเดียว แองจี้เลยใช้การโจมตีอย่างรุนแรงใส่มันจนสลายกลายเป็นฝุ่นผงเหลือเพียงหมวกไว้เป็นสินสงครามเท่านั้น ก่อนที่พวกเราจะเดินทางต่อไป เพื่อที่จะจบวันนี้ก่อนที่จะเที่ยงคืนหรือจะดึกไปมากกว่านี้ แถมเราก็บาดเจ็บจากการต่อสู้กับเจ้านกสติมฟาเลียนมาพอสมควรเลยคืนนี้คงต้องรักษาตัวสักหน่อยแล้วสิ <br><br>
19:47 น. <br><br>
พวกเรามาถึงในตัวเมืองพาลไมราด้วยการเดินเท้าในยามค่ำคืนที่ก็หนาวเกือบ 0 องศาน่าจะประมาณ 1 - 3 องศาได้มั้ง พื้นโปรยปรายด้วยหิมะหนาวเย็นท้องฟ้าก็ยังคงมีหมอกสีเขียวจาง ๆ อยู่เหมือนเดิม เรามองรอบ ๆ พลางสำรวจข้างในเมืองว่าพอมีที่ไหนพอพักได้บ้างก็… แต่มันไม่ใช่แบบนี้!!! <br><br>
โฮก!!!! <br><br>
ไซคลอปตัวใหญ่เบิ้ลพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเราอย่างจัง ซะเมื่อไรกันล่ะ พวกเราป้องกันตัวเองได้ทันเวลาด้วยอาวุธของตัวเองอย่างชำนาญ เราก็พึ่งรู้ตัวว่าทั้งทีมต่างบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเจ้านกสติมฟาเลียนคนละเล็กคนละน้อย ถึงเราจะหนักมากที่สุดนิดหน่อยล่ะนะ พวกเราช่วยกันต่อสู้กับไซคลอปอย่างลำบากที่เท่ากับสู้ทั้ง ๆ ที่ยังเจ็บกันอยู่ แต่มันไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแถมพวกเธอก็พัฒนามากกว่าคราวก่อนเลยใช้เวลาเพียงไม่นานแบบไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแค่ 25 นาทีก็จัดการมันได้สำเร็จ และได้ตาไซคลอปส์มาครอบครองแล้วเราก็หาที่พักกันสักหน่อย <br><br>
20:22 น. <br><br>
พวกเรามาถึงโมเต็ลแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ดัชต์ โมเต็ล พาลไมราก่อนจะจัดการเช็คอินห้องพัก 1 ห้องนอนกันสามคน ที่นี่ไม่ได้ใหม่ไม่ได้หรูมากนัก พอถึงที่ห้องพวกเราก็ช่วยกันทำแผลรักษาตัวเองกันทีละคน ยกเว้นตัวเราที่จงใจไม่รับการรักษาแต่ไปอาบน้ำอุ่น เปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงทันทีเลย เพื่อใช้นิทราเยียวยารักษาตัวเองให้หายดีในวันรุ่งขึ้นที่ยังคงต้องเดินทางต่อไป แค่นี้ก็คงพอล่ะนะ
</div>
<div class="profile-name">
เดินทางสู่พาลไมรา
</div>
</div>
</div>