Soyeon โพสต์ 2025-6-13 20:25:28

Jung Soyeon (จอง โซยอน)

Jung Soyeon
https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/1000063125adaad9f055d1eec6.jpg
เกี่ยวกับฉัน

ชื่อ: Jung Soyeon (จอง โซยอน)ชื่อเล่น : Yona (โยนะ)วันเกิด: 27 กรกฎาคม 2013สถานที่เกิด: ไม่ได้ระบุไว้ว่าเกิดในสถานที่ใดเชื้อชาติ: เกาหลี
ลักษณะทางกายภาพ: เธอมีใบหน้าสวยหวาน รูปทรงไข่เล็กน้อย ผิวขาวเนียน ดวงตากลมโต จมูกโด่งเล็กน้อย ริมฝีปากอวบอิ่มเล็กน้อย เธอมักจะชอบไว้ผมยาว และ ผมสั้นสีดำเข้ม และเธอมีดวงตาสีดำ และ น้ำตาลเข้ม และมีรอยสักซึ่งมีสัญลักษณ์ ที่สืบทอดความเป็นลูกหลานแห่งโรม ผู้มีสายเลือดแห่งเทพีวีนัส และ ตัวของเธอยังเป็น บุตรีแห่งเทพอพอลโล อยู่ที่ตรงบริเวณแขนข้างขวา ไร้รอยแผลเป็น
ครอบครัว:ต้นตระกูล: Jung Taejin (정태진) “ผู้ค้ำจุนด้วยเกียรติแห่งนักรบ และหล่อหลอมรักแท้ด้วยเลือดแห่งวีนัส”แม่: Jung Sookhee

สิ่งที่ชอบ: 1. เสียงดนตรีจากเปียโนคลาสสิก2. การวาดภาพด้วยสีน้ำ3. แสงแดดยามสาย4. นิทานกรีกโบราณ และตำนานโรมัน5. ดอกคามิเลีย (Camellia)สิ่งที่ไม่ชอบ: 1. เสียงดังและการทะเลาะกัน2. การถูกจ้องมองหรือพูดถึงในที่สาธารณะ3. แสงไฟนีออนจ้า หรือแสงไฟที่กระพริบเร็ว4. ความรู้สึกถูกบังคับหรือควบคุม5. คำโกหก แม้จะเล็กน้อยก็ตามสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข:1. การได้นั่งเงียบ ๆ ข้างคุณแม่ในยามเช้า พร้อมเสียงนกร้องและกลิ่นชาดอกไม้จาง ๆ โซยอนชอบเช้าอันเงียบสงบแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านผ้าม่าน และอ้อมแขนอุ่นของแม่ที่โอบกอดเธอไว้ขณะนั่งจิบชาด้วยกัน “ในช่วงเวลานั้นโลกทั้งใบเงียบงัน… ยกเว้นหัวใจของเราที่เต้นพร้อมกัน”
2. การวาดภาพและระบายสีในสมุดเล่มโปรดของเธอเธอไม่ได้วาดเพื่อความสวยงาม เธอวาดเพื่อถ่ายทอดบางอย่างที่พูดไม่ได้… บางทีเป็นแสงอาทิตย์เหนือทุ่งลาเวนเดอร์ บางทีก็เป็นเงาร่างของใครบางคนที่เธอฝันถึงเสมอ

3. เสียงเปียโนที่ไหลลื่นและแว่วหวานโดยเฉพาะเมื่อเป็นคุณแม่ของเธอที่บรรเลง… หรือบทเพลงที่เธอเคยได้ยินตั้งแต่ในท้อง เสียงนั้นเป็นเหมือนสายน้ำเย็นใสที่ไหลลูบหัวใจเธอให้สงบ เธอหลับตาและยิ้มได้เสมอ

4. การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่า ดอกไม้ หรือ ริมทะเลในฤดูร้อนโซยอนมีจิตวิญญาณเชื่อมโยงกับโลกธรรมชาติ เมื่อเธอได้สัมผัสพื้นดิน ใบไม้ หรือไล่ตามผีเสื้อกลางแสงแดด จิตใจของเธอจะเบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม “แม่ขา หนูว่าเสียงลมกำลังหัวเราะอยู่นะคะ”
5. การเขียนบันทึก หรือจดหมายถึงคนที่เธอรัก แม้พวกเขาจะอยู่ไกลหรือไม่มีคำตอบกลับมา มันเป็นทางลัดของหัวใจ
เธอรู้สึกว่าเมื่อเธอเขียน จิตใจเธอได้เดินทางไปหาผู้รับจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “คุณพ่ออะพอลโล่” หรือ “คุณยายผู้เขียนจดหมายเก่า ๆ ไว้ให้”
6. การได้ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ต้องถูกขอ เธอจะมีรอยยิ้มอบอุ่นและเปล่งประกายที่สุด เมื่อได้หยิบผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อน น้ำดื่มให้คุณลุงคนขายของ หรือแม้แต่เก็บลูกแมวหลงทางมาเลี้ยงไว้ในผ้าห่ม
ความกลัว:
1. การสูญเสียคนที่เธอรักไป … โดยไม่ทันได้บอกลา โซยอนไม่เคยพูดมันออกมา แต่เธอกลัวลึก ๆ ว่าวันหนึ่งแม่ของเธอจะจากไป หรือใครบางคนที่เธอรักจะจางหายไปราวหมอก
"ถ้าหนูตื่นมาแล้วไม่เห็นแม่… หนูจะทำอย่างไรดีคะ?"
2. ความเงียบงันที่ยาวนานผิดปกติ ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความเงียบที่ว่างเปล่า ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงลม ไม่มีแม้แต่เสียงหัวใจตัวเอง เธอเคยฝันถึงมัน และตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตาบนใบหน้า
มันเป็นความเงียบ… ที่เหมือนโลกทั้งใบลืมว่าเธอยังอยู่ตรงนี้
3. การถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในที่ที่เธอไม่รู้จักโดยเฉพาะในที่ที่ไร้ความอบอุ่น ไร้แสงอาทิตย์ และไม่มีมือของใครให้จับไว้ โซยอนจะวิตกอย่างรุนแรงถ้าหลงทาง หรือถูกแยกจากแม่โดยไม่ทันตั้งตัว
และมัน "กำลังจะเอื้อมมือมาหาเธอ"

4. ความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเธอเอง ที่บางครั้งก็หนักเกินไปสำหรับเด็กหญิงวัยสิบสอง แม้เธอจะได้รับรู้ว่าตนเป็นลูกของเทพอะพอลโล่ แต่เธอก็ยังรู้สึก… แปลกแยกและหวั่นไหว ความเป็นเดมี่ก็อตนั้นยิ่งใหญ่ และบางครั้งเธอแค่อยากเป็น “แค่โซยอนธรรมดา” เท่านั้น
5.อสุรกายและเงามืดที่เธอเริ่มเห็นตั้งแต่อายุ 12 มันไม่ใช่เพียงภาพน่ากลัว แต่มันคือความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง "รู้จักเธอ" ดียิ่งกว่าเธอรู้จักตัวเอง
จุดแข็ง:จุดแข็งของจองโซยอน1. หัวใจที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้อื่น (Empathy สูงมาก)โซยอนสามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่นได้ลึกซึ้ง แม้เพียงแค่มองแววตา หรือสัมผัสลมรอบกาย นี่คือพรแห่งสายเลือดเทพ แต่เธอใช้มันด้วยหัวใจของมนุษย์
2. พรสวรรค์ด้านเสียงดนตรี การเล่นเปียโนไม่ใช่แค่ความสามารถ แต่มันคือ “ภาษาหัวใจ” ของโซยอน เสียงที่เธอใช้พูดกับโลกในแบบของเธอทุกครั้งที่เธอวางนิ้วบนคีย์เปียโน เธอเยียวยาความรู้สึกของผู้ฟังได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำ
3. จินตนาการอันลึกซึ้ง และจิตใจที่มีความฝัน เธอมักมองเห็นโลกในมุมที่คนอื่นไม่เคยมอง เธอเชื่อว่าสายลมมีชื่อ และว่าผีเสื้อจำเสียงหัวเราะของเธอได้
4. จิตใจหนักแน่นเกินวัย แม้จะมีรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนบาง แต่โซยอนมีจิตใจมั่นคงและไม่หวั่นไหวต่อคำพูดทำร้ายหรือแรงกดดันจากภายนอก เธอสามารถยืนหยัดในสิ่งที่ตนเชื่อโดยไม่จำเป็นต้องเสียงดัง เธอคือ “ความกล้าที่เงียบงัน”
5. ความกล้าหาญเงียบ ๆ เธอไม่ใช่เด็กที่ชอบต่อสู้ แต่หากใครทำร้ายคนที่เธอรัก เธอจะยืนหยัดอย่างไม่ถอย แม้หัวใจจะสั่นก็ตาม
จุดอ่อน1. อ่อนไหวง่าย และมีความรู้สึกมากเกินไปในบางสถานการณ์ความสามารถในการ “รับรู้ความรู้สึกของคนอื่น” นั้นเป็นพร แต่ก็กลายเป็นภาระเมื่ออยู่ในที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
2. ขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรง เพราะความเป็นเดมี่ก็อตทำให้เธอรู้สึก “แตกต่าง” เธอจึงมักตั้งคำถามว่า “ตัวเองสมควรมีอยู่ในโลกใบนี้หรือไม่”
3. ไม่สามารถโกหกได้ดี ความจริงใจของโซยอนนั้นใสสะอาดจนแทบไม่สามารถปิดบังอะไรได้เลย เธอเป็นหนังสือเปิดที่ทุกคนอ่านออก
4. ไวต่อเสียงและบรรยากาศรอบตัว เสียงดังเกินไป แสงวูบวาบ หรือบรรยากาศที่กดดัน จะทำให้เธอเกิดอาการปวดหัวหรือสั่นกลัว
5. กลัวการสูญเสีย และไม่กล้าผูกพันกับใครง่าย ๆ ถึงแม้เธอจะอบอุ่นและรักทุกคน แต่ในใจลึก ๆ เธอกลัวว่า “ใครคนนั้นจะจากไป” ดังนั้นเธอมักหลบสายตา หรือสร้างกำแพงเล็ก ๆ ไว้เงียบ ๆ
รูปรอยสัก:
https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/1000063284.md.png
ข้อบกพร่องร้ายแรง: ไม่มีโรคโรคประจำตัวเดมี่ก็อต:1.โรคดิสเล็กเซีย (ละติน)2.โรคสมาธิสั้น

แรงจูงใจ"ฉันอยากเข้าใจว่าฉันคือใคร ... และจะรักโลกใบนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ฉันไม่แน่ใจว่ามันรักฉันจริงหรือเปล่า"
1. ค้นหาตัวตนที่แท้จริง
โซยอนเติบโตมาพร้อมความรู้สึกว่าตนเอง "แตกต่าง" แต่ไม่เคยเข้าใจว่าทำไม จนกระทั่งรู้ความจริงว่าเธอเป็นลูกของเทพอะพอลโล่ แรงจูงใจของเธอคือการตามหาว่า แท้จริงแล้วเธอคือใคร และ เกิดมาเพื่ออะไร“หากฉันเป็นแสง... แล้วฉันควรส่องสว่างให้ใคร?”
2. ต้องการรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร
การที่เติบโตมากับแม่เพียงคนเดียว ทำให้เธอซาบซึ้งในความรักที่อ่อนโยนแต่ก็อยากรู้ว่ารูปแบบของความรักอื่น ๆ เช่น ความรักของพ่อ ความรักแบบเพื่อน หรือความรักแบบคู่ชีวิต จะมีอยู่จริงไหม และจะมอบให้ใครได้บ้าง
3. ปกป้องคนที่เธอรักจากอสุรกายและภัยเหนือธรรมชาติหลังจากที่เริ่มเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติและถูกรู้ว่าอาจตกเป็นเป้าของเหล่าอสุรกาย เธอมีแรงผลักดันในการฝึกฝนและเรียนรู้พลังของตน เพื่อจะไม่ต้องหนี แต่จะสามารถ ปกป้องผู้อื่นได้ด้วยตัวเอง “ฉันไม่อยากให้แม่ต้องกลัวอีกต่อไป”
4. ตามรอยบรรพบุรุษ เพื่อคืนชีวิตให้กับชื่อเสียงตระกูล Jung แห่งโรม เมื่อได้รับจดหมายของคุณยาย และได้รู้ว่าตนมีสายเลือดของเทพวีนัสและโรมัน แรงผลักดันอีกส่วนของเธอจึงกลายเป็นการ “ยืนหยัดในนามของผู้หญิงในตระกูล Jung” เพื่อยืนยันว่า เราคือโรม… เรายังอยู่… และเราจะไม่ถูกลืม
5. แสวงหาสถานที่ที่เธอจะ ‘เป็นตัวเอง’ ได้โดยไม่ต้องซ่อน โซยอนรู้สึกว่าตนไม่สามารถเปิดเผยตัวตนในสังคมมนุษย์ได้อย่างแท้จริง เธอจึงแสวงหาดินแดน สถานที่ หรือแม้แต่ผู้คน ที่เธอจะได้ “เป็นตัวของตัวเอง” ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกมองว่าแปลกหรือผิด“มีที่ไหนในโลกไหม ที่ฉันจะหัวเราะโดยไม่ต้องหันหลังกลับไปมอง?”
บุคลิกภาพภายนอกที่ทุกคนเห็น
สงบ เรียบร้อย และลุ่มลึก
โซยอนมักปรากฏตัวอย่างเงียบสงบ คล้ายภาพวาดสีน้ำที่แค่ได้มองก็รู้สึกเย็นใจ เธอไม่ใช่เด็กหญิงที่ชอบเป็นจุดสนใจ แต่เมื่อใดที่เธอเอ่ยปากพูด เสียงนั้นจะคล้ายบทกวีที่ถูกทอด้วยสายลมอ่อน ชวนให้คนฟังหยุดโลกไว้ชั่วขณะ
มีมารยาทสูง และช่างสังเกต
เธอเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ เงียบเพราะฟัง ไม่ใช่เพราะเฉยชา มักสังเกตได้ถึงอารมณ์หรือแม้แต่รอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มของผู้อื่น จึงมักมีคำพูดที่เหมาะเจาะต่อสถานการณ์เสมอ
เปี่ยมเสน่ห์แบบธรรมชาติ
เสน่ห์ของเธอไม่ใช่ความสวยที่แต่งแต้ม แต่เป็นความละมุนที่แผ่ออกมาโดยไม่ต้องพยายาม ผู้คนมักรู้สึกไว้วางใจเธอโดยไม่รู้ตัว ราวกับเธอเป็นพื้นที่ปลอดภัย
ภายในที่แม่รู้ดีที่สุด
อ่อนไหวแต่กล้าหาญ
เธอร้องไห้เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตบาดเจ็บ เธอเจ็บเมื่อเห็นใครถูกทอดทิ้ง… แต่ในเวลาเดียวกัน เธอคือคนที่จะลุกขึ้นปกป้องแม้ตัวเองจะสั่นกลัว
สรุปสั้น ๆ บุคลิกของโซยอนใน 5 คำ
อ่อนโยน – ลึกซึ้ง – อ่อนไหว – กล้าหาญ – ลึกลับ

Soyeon โพสต์ 2025-6-13 20:44:32

ประวัติจอง แทจิน
ณ แผ่นดินเกาหลีใต้ ที่ยังเปล่งประกายด้วยแสงเรืองรองจากผืนฟ้ายามเช้า ปีคริสต์ศักราช 1927 — คือวันที่เด็กชายผู้หนึ่งถือกำเนิดขึ้นกลางใจกรุงโซล เขามีนามว่า “จอง แทจิน” (Jung Taejin) และเป็นบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของ “จอง ฮยอนจุน” (Jung Hyunjoon) ชายผู้ซึ่งสลักจิตวิญญาณของบรรพชนลงในรากเหง้าแห่งตระกูลด้วยความแข็งแกร่งและความรักที่ไม่เคยเลือนราง

บทแรกแห่งชีวิต
เด็กชายแทจินเติบโตขึ้นในเรือนเก่าท่ามกลางแมกไม้และเสียงคลื่นลมจากแม่น้ำฮันที่พัดผ่านในทุกฤดู พ่อของเขาเป็นชายเงียบขรึม แต่แววตาเปี่ยมด้วยอ้อมกอดอ่อนโยน เขาเลี้ยงดูแทจินลำพังหลังการจากไปของมารดาโดยมิได้เอ่ยถึงสาเหตุ หนูน้อยจึงได้เติบโตมาท่ามกลางความสงสัยและช่องว่างของความทรงจำในสายเลือดมารดา

ตั้งแต่วัยเพียงห้าขวบ แทจินรู้จักกับเพื่อนบ้านสองคนคือ “ชเว กียง” เด็กชายจอมขี้เล่น และ “อึนซู” เด็กหญิงผู้เฉลียวฉลาด ทั้งสามเติบโตมาด้วยกันเหมือนหมู่ดาวสามดวงที่ล้อมรอบดวงจันทร์แห่งความฝัน ทุกวันผ่านไปในเสียงหัวเราะ การไล่จับ และการอ่านบทกวีใต้ต้นแปะก๊วยในสวนวัด

กระทั่งอายุ 12 ปี — คืนหนึ่งที่ดวงจันทร์เต็มดวงสูงเด่นเหนือท้องฟ้า เขาเห็นนิมิตแรกในชีวิต ร่างโปร่งแสงประหนึ่งหมอกแห่งแสงดาวปรากฏในห้องใต้หลังคา ราวกับเสียงเพลงบรรเลงในห้วงฝัน เสียงหวานละมุนเปล่งถ้อยคำ:

“เจ้าเป็นสายเลือดแห่งข้า ลูกของข้า บุตรแห่งวีนัส...”

เช้าวันถัดมา ด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ฮยอนจุนเอ่ยกับลูกชายว่า

“เจ้าคือของขวัญจากสรวงสวรรค์... เจ้าเป็นบุตรของเทพีวีนัส ผู้งามเลิศเหนือธรรมชาติทั้งปวง”

โลกของแทจินเปลี่ยนไปในพริบตา ความกระจ่างพัดพาให้เขาตัดสินใจเริ่มต้นการเดินทาง—เดินทางตามเสียงเรียกขานในสายเลือดที่กำลังตื่นขึ้น

ข้ามน้ำข้ามฟ้าสู่โลกใหม่
ปีคริสต์ศักราช 1943 — อายุ 16 ปี เขาล่องเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าสู่ชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา และเมื่อย่ำเท้าสู่รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ตรงเข้าสู่ “บ้านหมาป่า” (Wolf House) ในหุบเขาโซโนมา สถานที่ซึ่งเหล่าผู้มีเชื้อสายเทพและเลือดผสมมารวมตัวกันเพื่อฝึกฝนและเติบโต

ที่บ้านหมาป่า แทจินฝึกฝนทั้งกายและจิต ด้วยพลังแห่งความรักและความงามที่เป็นมรดกจากวีนัส เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการโน้มน้าวจิตใจ การเยียวยา และการเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายลม ความสามารถในการ “สะกดประสาทศัตรู” ด้วยถ้อยคำเดียว กลายเป็นตำนานในหมู่ลูกครึ่งเทพ

ค่ายจูปีเตอร์ และสงครามโลก
ปีคริสต์ศักราช 1945 — เมื่ออายุครบ 18 ปี เขาได้รับคำสั่งให้เข้าร่วมประจำการที่ ค่ายจูปิเตอร์ กองร้อยที่ 3 (Jupiter Camp, 3rd Cohort) ในฐานะทหารพิเศษ และทันทีที่เข้ารับภารกิจแรก เขาถูกส่งไปร่วมภารกิจช่วยเหลือใน สมรภูมิเพิร์ลฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor) แม้จะล่าช้ากว่าเหตุการณ์โจมตีหลักในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 แต่เขาเป็นหนึ่งในผู้ถูกส่งเข้าเก็บกู้เศษซากพลังเหนือธรรมชาติที่เหลือจากสงครามพิเศษอันลี้ลับที่มนุษย์มิอาจรับรู้

ตลอดระยะเวลา 10 ปี (1945–1955) เขารับใช้กองร้อยที่ 3 อย่างภักดี ผลงานเด่นของเขา ได้แก่:

ใช้พลังแห่งคำพูดสะกดกลุ่มปีศาจในยุโรปตะวันออก

ช่วยฟื้นฟูจิตใจทหารบาดเจ็บด้วยออร่าแห่งวีนัส

เป็นหัวหน้าหน่วยจิตวิทยาในการสื่อสารกับวิญญาณทหารตกค้าง

ช่วยสืบสวนเหตุการณ์ “การรั่วไหลของมิติ” ในแถบอาร์คันซอ

รับใช้กองพันที่สิบสองแห่งโรม
หลังสิ้นภารกิจที่ค่ายจูปิเตอร์ เขาเดินทางต่อสู่ยุโรปเพื่อเข้ารับใช้ “กองพันที่สิบสองแห่งโรม” ในอิตาลี ตั้งแต่ ปี 1955 ถึงปี 1965 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาอีก 10 ปีแห่งการบ่มเพาะพลังเทพอย่างลึกซึ้ง

ณ ที่แห่งนั้น เขาได้ฝึกฝนศิลปะโรมันโบราณ ใช้พลังเพื่อการประสานเทพในพิธีกรรมลับ และกลายเป็นผู้ถ่ายทอดพลังงานแห่งวีนัสในลัทธิบูชาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งสันติภาพ

อิสระในโลกกว้าง และการสิ้นชีพ
หลังปี 1965 เขาออกเดินทางไปทั่วโลก—เคยอาศัยอยู่ในอินเดีย ศึกษาความลับของจักระ เคยล่องเรือในน่านน้ำแคริบเบียนเพื่อช่วยเหลือชุมชนวิเศษ เคยเข้าร่วมอารามลับในทิเบต

ในที่สุด เขาสิ้นลมหายใจอย่างสงบที่เกาะซานมิเกล ประเทศโปรตุเกส ในปี 1993 สิริรวมอายุได้ 66 ปี ทิ้งไว้เพียงบันทึก บทกวี และจี้เพชรรูปดอกกุหลาบซึ่งเขามักกล่าวว่า

“ในทุกหยดเลือดของข้า มีความรักของนางผู้มอบแสงจันทร์แก่โลก...”


สายใยแห่งตระกูล
ตามลำดับเครือญาติ:
Jung Taejin คือ คุณปู่ ของ Jung Sookhee (เกิดปี 1987)
และเป็น ทวด ของ Jung Soyeon (เกิดปี 2013)
แม้แทจินจะจากโลกนี้ไปก่อนที่หลานและเหลนของเขาจะลืมตาดูโลก ทว่ามรดกแห่งสายเลือดเทพีวีนัสยังคงไหลเวียนอยู่ในพวกเธอ ทั้งในรูปของเสน่ห์ ความรัก การเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ และเสียงเรียกจากฟากฟ้า

“ตระกูลจองไม่เคยสิ้นสูญ…ตราบใดที่สายใยแห่งความรักยังไม่ขาดหาย”
— คำจารึกเหนือหลุมศพของ Jung Taejin, ปี 1993

Soyeon โพสต์ 2025-6-13 20:47:24

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Soyeon เมื่อ 2025-6-14 19:55

ประวัติตัวละคร ของ คุณ
"ค่ำคืนนี้...ความเงียบงันทำให้เสียงหัวใจของแม่ดังกึกก้องเกินกว่าท่วงทำนองใดจะกลบได้" ข้าพเจ้ามีนามว่า จอง ซูคี สตรีอายุสามสิบแปดปี ผู้เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาในสายตาโลก หากแต่เป็น จักรวาลทั้งดวง ในสายตาของลูกเพียงคนเดียวที่ข้าภาคภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใดบนผืนพิภพนี้ จอง โซยอน หรือ โยนา เด็กหญิงตัวน้อยผู้ถือกำเนิดในยามราตรีท่ามกลางเสียงเปียโนขับขานบทคลาสสิก ณ เวลา 23.00 น. ของคืนวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม บทเพลงนั้นเป็น “Clair de Lune” ที่ถูกบรรเลงด้วยมือของข้าเอง...เป็นเสียงแรกที่เธอได้ยินก่อนแม้แต่จะลืมตาดูโลก ดวงตาใสแจ๋วคู่เล็กนั้น...สบตาข้าอย่างไม่รู้เดียงสา มืออันนุ่มนิ่มยื่นมาเกาะกุมปลายนิ้วของข้าอย่างไม่ลังเล และในห้วงเวลานั้น ข้าก็รู้เลยว่า...แม่จะปกป้องเด็กคนนี้ด้วยลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
คฤหาสน์จอง...คือโลกทั้งใบของเรา
เราสองแม่ลูกอาศัยอยู่ที่ คฤหาสน์จอง กลางกรุงโซล สถานที่เงียบสงบแต่อบอวลด้วยความอบอุ่น ที่ซึ่งข้าพยายามทดแทนทุกอย่างที่เธอควรได้รับจากครอบครัวที่สมบูรณ์ ถึงแม้ข้าจะเป็นเพียงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ตาม
ในยามที่เธอยังเป็นทารก โซยอนเป็นเด็กเลี้ยงง่าย...ขี้อ้อนและรักเสียงดนตรี เธอมักเงียบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเปียโน และเมื่ออายุได้หนึ่งขวบ เธอก็เริ่มฮัมทำนองง่ายๆ ตามข้าอย่างแม่นยำ
เธอมีความรักในธรรมชาติ แม้จะเติบโตในเมืองใหญ่ หากแต่ดอกไม้เล็กๆ ริมทางยังทำให้เธอยิ้มกว้างราวกับพบขุมทรัพย์พอเธออายุได้สี่ขวบ เธอเริ่มวาดภาพ...ภาพดอกไม้ แสงแดด และบางครั้งก็มี ปีกโปร่งแสงของผีเสื้อแปลกตา
โซยอนในวัยเยาว์…ผีเสื้อน้อยกับหัวใจบริสุทธิ์
ตั้งแต่อายุห้าขวบจนถึงสิบเอ็ด โซยอนเติบโตเป็นเด็กหญิงที่เปี่ยมด้วยความสามารถและมีเสน่ห์เกินวัย เธอเป็นนักเปียโนรุ่นจิ๋วที่สามารถเล่นเพลงคลาสสิกยากๆ ได้อย่างแม่นยำราวกับร่างของเธอคือเครื่องดนตรีเธอพูดจานุ่มนวล อ่อนหวาน และมีรอยยิ้มที่อบอุ่นจนคนรอบข้างตกหลุมรักเธอโดยไม่รู้ตัว
เธอมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ ฮาริน เด็กหญิงผู้เรียบร้อยและรักการอ่าน พวกเธอมักแลกไดอารี่กัน และโซยอนก็ชอบวาดรูปในทุกหน้ากระดาษ
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของข้าเต้นรัวที่สุด คือทุกเช้า...ไม่ว่าแดดจะร้อน หรือฝนจะโปรย เธอจะวิ่งมากอดข้าจากด้านหลัง แล้วพูดเบาๆ ว่า “แม่คือแสงแดดของหนู...แม่รู้ไหม?”
จุดเปลี่ยน...เมื่อผีเสื้อเริ่มสั่นปีก
จนกระทั่งวันหนึ่ง วันธรรมดาวันหนึ่ง เมื่อโซยอนอายุได้สิบสองปีพอดี เธอเริ่มเก็บตัวเงียบ ไม่พูด ไม่ยิ้ม ไม่แม้แต่จะเปิดเปียโนที่เธอเคยหลงรัก ข้ารู้ทันทีว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น ข้าจึงเดินเข้าไปหาลูกอย่างช้าๆ แล้วนั่งลงข้างๆ เธอบนเตียงสีขาวนั้น เอื้อมมือไปลูบผมของเธออย่างเบามือ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยห่วงใยว่า...
“โซยอน...ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้นใช่ไหม...เล่าให้แม่ฟังได้ทุกเรื่องนะคะคนดีของแม่”
เด็กน้อยของข้านิ่งไปชั่วอึดใจ...ก่อนน้ำตาคู่หนึ่งจะไหลรินลงจากแก้มใส
“แม่คะ…หนูเห็นอสุรกาย…เห็นแสงประหลาดในห้อง หนูเห็นเงาดำที่ตามหนูอยู่ทุกคืน…หนูกลัว”
ข้าไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ข้าโอบกอดลูกแน่น กดจูบที่กลางศีรษะ แล้วพูดเบาๆ ว่า…
“โซยอน...ลูกไม่ได้บ้า และลูกไม่ได้อยู่คนเดียว”
ความจริงที่แม่ต้องเปิดเผย…และจดหมายจากคุณยาย
ข้าตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้เธอฟัง...ความจริงที่เก็บซ่อนไว้มาทั้งชีวิต เธอไม่ใช่เพียงเด็กหญิงธรรมดา แต่เธอคือบุตรีแห่ง เทพอะพอลโล่ เทพแห่งแสงสว่างและดนตรี และอีกครึ่งหนึ่งของสายเลือดเธอนั้น มาจาก เทพีวีนัส ผ่านสายเลือดตระกูล จอง
และในวันนั้นเอง ข้าได้ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้กับเธอ จดหมายลายมือของ คุณยายจอง ซูนา ซึ่งเขียนไว้ก่อนเสียชีวิต...
“ถึง โซยอน...ผีเสื้อตัวน้อยของยาย บรรพบุรุษของเราคือชาวโรมัน และหนู…คือหนึ่งในเชื้อสายของเทพวีนัส ความงามที่หนูมี ไม่ได้อยู่แค่รูปกาย แต่เป็นแสงแห่งเมตตาในหัวใจถึงเพลาแล้วที่เจ้าจะโบยบิน ไปค้นหาตัวตนของตนเอง จำไว้นะหลานรัก...ผีเสื้อตัวน้อยย่อมกลายเป็นราชินีแห่งท้องฟ้า”
คำมั่นของแม่…ก่อนเธอจะออกเดินทาง
หลังจากที่อ่านจดหมายนั้นจบ ข้าก็ช่วยเธอจัดเตรียมสัมภาระ...แม้ใจจะเจ็บปวด แต่ข้ากลับรู้ว่า นี่คือเส้นทางของเธอ...และข้าไม่สามารถห้ามได้ ก่อนที่เธอจะจากไป ข้าก้มลงกอดลูกแน่นอีกครั้ง และกระซิบข้างหูว่า...“ลูกคือคนพิเศษ...จงจำไว้เสมอและไม่ว่าที่ใดในจักรวาล แม่จะเป็นที่พักใจของลูกเสมอเราคือโรม...ลูกคือความภาคภูมิใจของทั้งสายเลือดมนุษย์และเทพเจ้า”


และก่อนที่เทพอะพอลโล่จะหวนคืนสู่เขาโอลิมปัส ข้าก็ได้รับคำแนะนำสุดท้ายเขาฝากสถานที่ปลอดภัยไว้ และเตือนให้ข้าระวัง... เพราะเมื่อโชคชะตาเริ่มเผยตัว เหล่าอสุรกายจะไล่ล่าเพื่อทำลาย
คำลงท้ายจากหัวใจของแม่
ค่ำคืนนี้ โซยอนไม่อยู่ข้างกาย...แต่หัวใจของเธอยังเต้นในอกของข้าเธอคือแสงแห่งอรุณ เป็นท่วงทำนองของเปียโนในคืนที่ไร้ดาวเป็นทุกลมหายใจ เป็นบทกวีที่ไม่รู้จบในชีวิตของแม่คนนี้
หากใครได้พบลูกของข้า...จงรักเธอด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์เพราะเธอไม่ใช่เพียง เด็กหญิงผู้มีปีก แต่เธอคือ...ผีเสื้อตัวน้อยแห่งดวงตะวัน
จอง ซูคี
มารดาผู้เฝ้ามองการโบยบินอย่างภาคภูมิ












Anonymous โพสต์ 2025-6-14 20:25:12

คอมเม้นประวัติบรรพบุรุษ- รอยต่อเกิดมาในนิวยอร์ก ตั้งแต่เยาว์วัย ข้าเติบโตในบ้านที่เรียกกันว่า บ้านหมาป่าขัดแย้งกัน สรุปจะเกิดที่นิวยอร์ก หรือเกิดที่บ้านหมาป่า ถ้าเกิดนิวยอร์ก แล้วทำไมไปเติบโตที่บ้านหมาป่าได้ คนละฟากเลย นิวยอร์กกับบ้านหมาป่า ราวๆ 2914 ไมล์ นิดๆ   และพ่อแม่ของทวดเราทำไมถึงพาไปทิ้งบ้านหมาป่าตั้งแต่เด็กแบบนั้น ระบุเหตุผลให้ชัดเจนด้วย- ปลดปล่อยหมู่บ้านที่ถูกกองกำลังมืดล้อมไว้ คือหมูบ้านในประเทศอะไร ของยุคหลัง 1980 และปีอะไรที่บรรพบุรุษสร้างผลงานนี้ โปรดระบุให้ชัดเจนด้วย เพราะส่วนนี้แอดต้องนำไปเขียนเป็นประวัติศาสตร์ของกรุงโรมใหม่ - เคยสังหารจอมเวทย์ศัตรูที่ข่มเหงผู้บริสุทธิ์ ศัตรูฝ่ายไหน ประเทศอะไร เกิดเรื่องอะไรขึ้น เป็นใคร เกิดอะไรขึ้น โปรดศึกษาประวัติศาสตร์ยุคนั้นและเอามาเขียนข้อมูลประยุกต์ด้วย ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะส่วนนี้แอดต้องนำไปเขียนเป็นประวัติศาสตร์ของกรุงโรมใหม่ - แล้วทวดปลดประจำการจากค่ายจูปิเตอร์แล้ว ไปทำอะไรนิวยอร์กอีก โปรดระบุเหตุผลให้ชัดเจนด้วย ทำไมถึงเริ่มต้น จากนิวยอร์ก สู่เกาหลีใต้ และจากนั้นอีกหลายประเทศ ข้าได้พบทั้งมิตรและศัตรู แต่ข้ายังคงยึดมั่นในคำสอนของเทพีวีนัส งงว่าปลดประจำการแล้วทำไมไม่ไปเกาหลีใต้จากซานฟรานซิสโกไปเลย ถ้าจะไปที่เกาหลีจริงๆ ทำไมต้องล้อมทวีปไปนิวยอร์ก- ประวัติของตัวเราเองจะยังไม่ตรวจใดๆทั้งสิ้นจนกว่าประวัติบรรพบุรุษผ่าน- ระบุปีเกิดของแม่เราด้วย ตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วแม่อายุเท่าไหร่กันแน่ ในเมื่อคุณย่า อายุ 45 ปี
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: Jung Soyeon (จอง โซยอน)