HOW TO การโรลเพลย์กับเพื่อน
HOW TO การโรลเพลย์กับเพื่อนความหมายของโรลเพลย์ โรลเพลย์ คือ การจำลองบทบาทสมมติ ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่เกมๆ หนึ่ง แต่เป็นการถอดจิตวิญญาณของเราในการควบคุมคาแรกเตอร์ตัวละครที่สร้างขึ้น เป็นโลกอีกใบที่เราจะได้ปลดปล่อยจินตนาการได้เต็มที่ และ ผู้เล่นก็ควรมีความรับผิดชอบในการต่อโรล ในการเขียนโรลเพลย์มักจะส่งผลต่อพฤติกรรมในโลกจริง หากในโรลเพลย์เราสามารถเป็นผู้รับผิดชอบ ตรงต่อเวลาได้ ในโลกจริงสิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ เกิดขึ้น ถึงแม้บางคนไม่เคยตรงต่อเวลาเลย แต่นิสัยในโลกจริงของผู้เล่นก็จะปรับเปลี่ยนไปเองโดยไม่รู้ตัวใช้ใ
มารยาทในการเขียนโรลเพลย์
[*]ไม่ควรลากคนอื่นมาโรลเพลย์ตามใจชอบ ต้องเดินเข้าไปชักชวนอีกฝ่ายเพื่อจะโรลเพลย์ด้วยกัน
[*]เมื่อคุณที่ถูกลากโรลเพลย์แล้ว ไม่ควรดองโรลเพลย์นานเกินไป เอาใจเขามาใส่ใจเรา บางคนอาจจะมีเวลาน้อย โรลได้ไม่นาน
[*]เมื่อเริ่มเขียนโรลเพลย์กันแล้ว ขอให้มีความรับผิดชอบเป็นที่ตั้ง
[*]ความตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ในสังคมหมู่มาก
[*]1 ID สามารถรับได้เพียง 1 โรลเพลย์เท่านั้น ควรจะเคลียร์โรลเพลย์ที่มีอยู่ให้เสร็จเสียก่อนจะเปิดโรลเพลย์ใหม่
ตัวอย่างการโรลเพลย์แบบ 2 คนขึ้นไป สามารถดูตัวอย่างใต้โพสต์นี้
บุคคลแรก เรียกว่า ผู้เปิดโรลเพลย์
ราชสีห์จรจัดการประลอง 1ทันทีที่เสียงประกาศของงานประลองได้เริ่มขึ้นได้มีผู้คนมากมายต่างขึ้นเวทีประลองในครั้งนี้ รวมถึงเทียนโจวด้วยเช่นกัน คู่ต่อสู้ในรอบแรกของเทียนโจวคือจอมยุทธ์ลึกลับจากแดนเหนือ ซู“ข้าว่าเจ้ายอมแพ้ไปดีกว่า ไม่งั้นแขนขาเจ้าจะไม่เหลือเอานะ”เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม เพราะยังไงเขาก็รู้ตนเองนั้นจะชนะอยู่แล้ว แต่แล้วในจังหวะที่เขากำลังคิดเช่นนั้นก็ได้เกิดบาดแผลขึ้นที่กลางอกของเทียนโจว อย่างมิทันตั้งตัว“โอ้ เเผลสวยดีนิ ข้าชอบมันจริงๆเช่นเดียวกับแผลอื่นๆบนร่างของข้า”
เทียนโจวเริ่มบุกโจมตีซูโซ่ว์อย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เขาพลาดเพราะเผลอไปเท่านั้น แต่เมื่อเทียนโจวได้เริ่มสู้จริงๆ ซูโซ่ว์นั้นก็ไร้ทางตอบโต้ จนในที่สุดจอมยุทธ์จากแดนเหนือก็พลาดท่า แขนข้างหนึ่งของซูโซ่ว์ได้ขาดลง“ฝีมืออย่างเจ้า อย่าหวังจะเทียบเคียงข้าได้”เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมกับการประลองเขาที่ได้สิ้นสุดลงด้วยความพ่ายแพ้ของซูโซ่ว์ เทียนโจวเดินกลับไปยังที่พักของตนนั่งรอการแข่งรอบต่อด้วยสีหน้าตื่นเต้นหวังจะเจอคนเก่งๆซักคน
หลังจากพักผ่อนได้ซักพัก เสียงประกาสได้นำพาให้เทียนโจวก้าวขึ้นสู่ลานประลองอีกครั้ง สายตาจ้องมองไปที่บุรุษผู้หนึ่งที่พึ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาได้ไม่นานพร้อมกับบาดแผลมากมายที่ปรากฎขึ้นบนร่างกาย
“สภาพแบบนั้นยังกล้าขึ้นมาอีกนะ แต่ได้แผลมาเยอะขนาดนี้ก็คงเป็นแค่พวกกระจอกที่ไม่มีปัญญาทำอะไรล่ะสิ”เทียนโจวหัวเราะออกมาเล็กน้อยหลังกล่าวจบ สายตาจ้องมองไปที่อีกฝ่ายเพียงขยะริมทางเท่านั้น
@Jinying
“โอ้ เจ้าจะทำได้อย่างที่พูดรึเปล่านะ”
เทียนโจวกระชับทวนในมืออย่างแน่นก่อนจะวิ่งเข้าใส่ถานเจ๋ออย่างดุดัน การโจมตีของเทียนโจวราวกับสัตว์ป่าที่ไร้ซึ่งรูปแบบ เป็นการโจมตีที่ไร้ซึ่งแบบแผน และการเรียนรู้ เพียงแค่อาศัยความรู้สึกและกำลังเป็นหลักเท่านั้น
@Jinying
“ไม่เลว เจ้ามีดีกว่าขยะชิ้นอื่นๆที่ข้าเคยพบ”
เทียนโจวเริ่มยิ้มเยาะอย่างสนุกสนาน จากตอนแรกที่เขานั้นเป็นฝ่ายที่กดดันอีกฝ่าย ในตอนนี้บุรุษตรงหน้านั้นพยายามอย่างมากในการฟาดฟันมากอย่างต่อเนื่อง บาดแผลจำนวนหนึ่งเริ่มปรากฎขึ้นทั่วร่างของเทียนโจวอย่างมิซ้ำจุด ฝีมือของชายผู้นี้เหนือล้ำกว่าใครที่เขาได้พบเจอมา
@Jinying
“ได้ที่แล้วเอาใหญ่เลยนะ”
เทียนโจวเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสู้ของตน ในตอนแรกที่เขานั้นใช้เพียงแค่ทวน แต่ตอนนี้มือทุกส่วนของร่างกายนั้นคืออาวุธ! หัวของเทียนโจวโหม่งไปที่ศีรษะของอีกฝ่ายทีเผลอ ชายตรงหน้าล่าถอยไปสองสามก้าวก่อนจะยืนตั้งตัวได้ แต่มิรึที่เทียนโจวจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป ขาทั้งสองเร่งฝีเท้าเข้าหาร่างของศัตรู พร้อมกับกระหน่ำฝนทวนจำนวนมากใส่อย่างต่อเนื่อง
@Jinying
“พยายามดิ้นรนใหญ่เลยนะ”
เทียนโจวยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้ย ก่อนจะเร่งการรัวจิ้มใส่อีกฝ่ายอย่างมิหยุดหย่อน จนชายตรงหน้าเริ่มล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดชายหนุ่มผู้นั้นก็ตกลงจากเวทีประลอง ก่อนที่เสียงประกาศของผู้ชนะจะดังขึ้น
“กระจอกสิ้นดี”
เทียนโจวพลันหันหลังไปโดยไม่แยแส่อีกฝ่ายกลับไปยืนที่ฝั่งของตนเอง รอคอยคู่ประลองคนต่อไปอย่างหยิ่งทะนง
@Jinying
God ตอบกลับเมื่อ 2024-2-26 10:02
บุคคลแรก เรียกว่า ผู้เปิดโรลเพลย์
ราชสีห์จรจัดการปร ...
บุคคลที่ 2 เรียกว่า ผู้ตอบโรลเพลย์ (โดยการกดตอบกลับอีกฝ่ายด้วยเพื่ออ้างอิง)
❀ ศึกประชันแห่งศักดิ์ศรี ❀การแข่งขันรอบที่สามและความพ่ายแพ้.. [ดูโพสต์บน] - (โรลราชสีห์จรจัด : การประลอง 1)
ท่าทางดูถูกดูแคลนที่แสนแตกต่างจากคู่ต่อสู้สองคู่แรกที่ยังให้เกียรติตัวถานเจ๋อ ทำเอาอดีตโจรขมกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แน่นอนว่าหลังจากชนะคู่ที่สองมาได้ มันก็ไม่มีแม้แต่เวลาจะเฝ้าดูการประลองของคู่ต่อสู้ลำดับถัดไป เพราะถูกเร่งพาไปรักษาบาดแผลที่ได้รับทั่วทั้งร่างเสียก่อน
และยังไม่ทันที่ถานเจ๋อจะได้ห้ามเลือดหรือรักษาแผลได้ทุกจุด มันก็ต้องขึ้นประลองมาให้คู่ต่อสู้เหยียดหยามเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย จึงคล้ายไม่นึกอยากเสวนาให้ตัวเองยิ่งดูแย่ ถึงอย่างนั้นเพราะประโยคดูหมิ่นในท้ายประโยคมันส่งผลต่อตัวมันที่เป็นผู้ติดตามของผู้เป็นนายแสนดีของมันด้วย ถานเจ๋อจึงกัดฟันกล่าวตอบอย่างไม่ยอมแพ้
" มีปัญญาทำได้มากกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกัน! "
[ดูโพสต์บน] - (โรลราชสีห์จรจัด : การประลอง 1)
ทันทีที่ถูกประชิดตัว ถานเจ๋อก็พยายามใช้กระบวนท่าที่เคยใช้กับคู่ต่อสู้ก่อนหน้าที่ใช้ทวนไม่ต่างกันในการรับมืออีกฝ่าย อนิจจาแรงกำลังที่เหนือขั้นกว่าเป็นไหน ๆ ทำให้ถานเจ๋อเผลอเบิกตาอย่างตกใจไม่น้อย จากที่ใช้มือปัดป้องได้ของคู่ก่อนหน้า ถานเจ๋อจึงจำต้องเปลี่ยนกลยุทธ์เปลี่ยนเป็นสะบัดช่วงดาบพร้อมอาศัยแรงเหวี่ยงของช่วงแขนปัดป้องด้ามทวนให้ไกลตัวแทน
แม้จะทำได้ยากเย็นไม่น้อย จนมันต้องแลกกับบาดแผลใหญ่หลายจุดกว่าจะสามารถพุ่งเข้าหาอีกบุรุษเพื่อแลกบาดแผลที่เล็กน้อยอย่างไม่คุ้มค่าก็ตามที
[ดูโพสต์บน] - (โรลราชสีห์จรจัด : การประลอง 1)
ในยามนี้หูทั้งสองของถานเจ๋อยิ่งอื้ออึงไม่ได้รับรู้ถึงเสียงใด ทั้งบาดแผลจากการต่อสู้ก่อนหน้ากำลังทำพิษให้มันอ่อนแรงลง เป็นเหตุให้ทันทีที่คู่ต่อสู้แสนเก่งกาจเบื้องหน้ากำลังหยุดเอ่ยพูดบางอย่างอยู่นั้น ถานเจ๋อก็อาศัยจังหวะนั้นในตอนที่ปัดป้องทวนอีกคนให้ห่างตัวได้ รุกพุ่งตวัดสันดาบกะให้กระแทกปลายคางอันเป็นจุดอ่อนร่างกายอีกบุรุษให้สลบเหมือดไป
[ดูโพสต์บน] - (โรลราชสีห์จรจัด : การประลอง 1)
แต่แล้วมันกลับไม่นึกว่าคนตรงหน้าจะแข็งแกร่งกว่าที่มันคาดนัก ทวนที่ถูกเหวี่ยงออกก่อนหน้าคล้ายตวัดกลับมาป้องกันได้ทัน ก่อนการต่อสู้ที่ใช้อาวุธจะเปลี่ยนไปเป็นใช้กำลังกายในการร่วมสู้ด้วย และเพียงหัวอีกฝ่ายกระแทกกลับหายังหน้าผากแข็งของถานเจ๋อ มันก็แทบเห็นภาพตรงหน้าพร่าเบลอไม่อาจมองได้ชัด
ในตอนที่คิดว่าเริ่มเป็นฝ่ายรุกไล่ได้บ้าง กลับถูกย้อนรุกหาแทนจนเกือบจะหมดท่า จนถานเจ๋อคำรามลั่นขึ้นมาเมื่อแว่วเสียงตะโกนเรียกชื่อมันจากที่ไกล ๆ ครั้งหนึ่ง
..ผู้เป็นนายที่เอ่ยร้องอย่างขวัญเสีย
และเพราะสิ่งนั้นทำให้มันฮึดขึ้นมาก่อนจะพยายามปัดป้องคมทวนที่กระหน่ำแทงหาราวห่าฝน แม้ในความจริงมันจะแทบปัดป้องไม่ได้เลยจากร่างกายที่แทบจะเกินขีดจำกัดเข้าไปทุกชั่วขณะนี้
[ดูโพสต์บน] - (โรลราชสีห์จรจัด : การประลอง 1)
สุดท้ายก็ไม่อาจทนฝืนร่างกายที่บอบช้ำหนัก ถานเจ๋อถูกไล่รุกเสียหมดท่าพยายามยื้อยุดอยู่บนเวทีประลองให้ได้นานที่สุด แต่สุดท้ายก็เผลอถอยจนร่วงลงออกจากเวทีการประลองไปให้ได้ยิ่งอับอาย กระนั้นในตอนนี้มันแทบไม่อาจตั้งสติมองภาพเบื้องหน้าได้ชัดเจน ลำตัวที่นอนราบนิ่งข้างเวทีทำให้มีบรรดาผู้รักษาพยาบาลเร่งนำเผลผ้ากระสอบมาหอบตัวถานเจ๋อเข้าสู่โรงหมอที่อยู่ไม่ไกลจากลานประลอง
และก่อนที่ห้วงสติจะขาดหาย มันพลันเห็นดวงหน้าของผู้เป็นนายที่คล้ายจะร้องไห้อยู่เต็มทีแต่สุดท้ายกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มดูภูมิใจ พร้อมริมฝีปากเล็กที่ขยับเป็นคำสองคำที่มันสามารถรับรู้ได้
เก่งมาก
เพียงเท่านั้นผู้ที่พ่ายแพ้กลับเผยรอยยิ้มดีใจออกมาหลังดวงตาทั้งสองปิดสนิทลง
หน้า:
[1]