Esper โพสต์ 2025-9-9 20:18:39

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Esper เมื่อ 2025-9-9 21:30

08 · กันยายน · 2025 · 13.00 น.
ลมหายใจยังคงกระชั้นจากการวิ่งตามร่างสีขาวที่งดงามสง่าของลูปา เขายืนหยุดอยู่ริมทางดินสายหนึ่งที่ทอดยาวสู่ป่าใหญ่ของแคลิฟอร์เนีย รอบกายมีเพียงเสียงสายลมพัดใบไม้เสียดสีกันและแสงตะวันยามบ่ายที่ลอดผ่านกิ่งไม้หนาทึบ ส่องลงมากระทบผิวขาวซีดของเด็กหนุ่มจนยิ่งดูราวกับรูปปั้นแกะสลักที่เปราะบางและงดงาม
เขาเงยหน้าขึ้นผมสีเงินอ่อนพลิ้วสะบัดตามแรงลม ราวกับเส้นไหมต้องแสงแดด ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลึกลับจับจ้องไปยังหมาป่าขาวตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยทั้งความดื้อรั้น ความสงสัย และความหวั่นไหวที่ปะปนจนยากแยกแยะ
เอสเปอร์หอบหายใจแรง ก่อนจะเอ่ยเสียงกระด้างแฝงเหนื่อยล้า “คุณ… จะพาผมไปที่ไหนกันแน่ หรือเพียงวิ่งเล่นให้ผมตามคุณเหมือนตัวตลก”
ลูปายืนอยู่ไม่ไกลร่างใหญ่โตสง่างาม ขนสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะในเทือกเขาแอลป์ เธอหันศีรษะเล็กน้อย จ้องเด็กหนุ่มด้วยดวงตาสีอำพันคมกริบ แววตานั้นไม่ต้องมีถ้อยคำก็สามารถสื่อสารได้ เอสเปอร์สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่าง แรงกดดันที่แตกต่างจากพ่อของเขา หากแต่คล้ายกันตรงที่ผลักดันให้เขาต้อง “เลือก”
แล้วอยู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในใจ ไม่ใช่เสียงของพ่อ แต่เป็นเสียงกระซิบลึกลับ เสียงที่เหมือนมาจากตัวลูปา
“เจ้าจะต้องพร้อมสำหรับเส้นทางใหม่ เอสเปอร์”

เด็กหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีฟ้าหลุบต่ำลง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “พร้อมงั้น...แล้วผมจะต้องทำอะไร”
ลูปาก้าวช้า ๆ เข้ามาใกล้ วางบางสิ่งลงตรงหน้าเอสเปอร์ กระเป๋าลากหนังสีน้ำตาลเข้ม ใบไม่ใหญ่นักแต่ดูทนทานแม้ผ่านกาลเวลามาแล้ว ด้ามจับและล้อมีร่องรอยการใช้งานอย่างหนักหน่วง มันไม่ใช่ของใหม่ หากแต่กลับดูเหมือนมีเรื่องราวบางอย่างซ่อนอยู่ในทุกริ้วรอย
เอสเปอร์กะพริบตาปริบ ๆ มองสิ่งนั้นแล้วเลิกคิ้ว “นี่ กระเป๋า คุณคิดว่าผมจะต้องใช้มันเหรอ”
“หกสิบดอลลาร์แลกกับมัน แล้วเจ้าจะรู้ว่ามันจะเป็นเพื่อนร่วมทางที่จำเป็น”
“หกสิบดอลลาร์” เอสเปอร์หลุดหัวเราะเยาะ ดวงตาแวววาวด้วยความไม่เข้าใจ “คุณคิดว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวเดินห้างหรือไร กระเป๋าลากเก่า ๆ แบบนี้”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและประชดประชันเป็นเกราะกำบังที่เขามักใช้ปกปิดความอ่อนไหวในใจ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ล้วงหาเงินที่พ่อมอบไว้ให้ใช้ยามจำเป็น
ธนบัตรยับเล็กน้อยถูกดึงออกมาหกสิบดอลลาร์ เขายื่นมันออกไปด้วยท่าทีที่เหมือนจำใจ แต่ลึก ๆ ในใจกลับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่บังคับให้เขาต้องทำตาม
“เอาล่ะ หกสิบดอลลาร์” เขาพูดเสียงต่ำ
เอสเปอร์ก้มลงหยิบกระเป๋าลากขึ้น น้ำหนักของมันไม่มากเกินไป เขาจ้องกระเป๋าอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากขบแน่นเป็นเส้นตรง
ลูปาโบนัสจาก (ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ) - โบนัสความโปรดปราน +15BELIEVER (ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ)- โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15
ซื้อกระเป๋า

Esper โพสต์ 2025-9-10 20:47:08

09 · กันยายน · 2025 · 19.00 น.
ท้องฟ้ายามราตรีเต็มไปด้วยหมู่ดาวพร่างพราว ลมเย็นพัดผ่านใบองุ่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบ เสียงจักจั่นแว่วอยู่รอบข้าง และไฟตะเกียงจากบ้านไม้หลังเล็กของ ลูปา ส่องประกายแสงสีส้มอุ่นออกมาเป็นทางยาวกลางความมืด
ผมของเขาในคืนนี้สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายเงินอ่อน ราวกับมีเงาแห่งเทพคุ้มครอง สายตาสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ชุดที่เขาสวมคือเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวหลวมๆ กับกางเกงขายาวเรียบง่ายที่ลูปาจัดหาให้ ร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกหนักยังคงอบอวลไปด้วยความร้อน
ตรงข้ามเขาคือ ลูปา หญิงสาวผู้เคยปรากฏกายในร่างหมาป่าสีขาวงามสง่า แต่ยามนี้เธอกลับอยู่ในร่างมนุษย์ ใบหน้าคมชัดงดงามเกินกว่าจะบรรยายได้ ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์เต็มไปด้วยความเฉียบคมและปัญญา เสื้อคลุมหนังสีเข้มพันรอบกาย เธอนั่งพิงเสาไม้ ราวกับนักล่าที่สงบเสงี่ยม แต่ก็แฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลที่พร้อมปลดปล่อยออกมาเมื่อใดก็ได้
เอสเปอร์ถอนหายใจยาว “ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องเป็นผม… ทำไมพ่อถึงไม่บอกความจริงตั้งแต่แรกว่าผมเป็นลูกของ…ใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่มนุษย์”
เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความกดดันปนแค้นใจ แต่ลูปายังคงเงียบ ราวกับกำลังรอฟังให้เขาได้เทออกมาทั้งหมด
“ผมพยายามฝึก พยายามวิ่ง พยายามยกดาบไม้ตามที่คุณกับเฟอร์รัสสอน แต่ทำไม…มันยังรู้สึกเหมือนผมไม่ใช่ใครเลยสักคน” เอสเปอร์กำมือแน่นจ้องมองฝ่ามือของตัวเองราวกับต้องการหาคำตอบ
ทันใดนั้นเอง
เปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วงลุกโชนขึ้นจากแขนขวาของเขา! รวดเร็วและรุนแรงราวกับเปลวเพลิงจากฟากฟ้า ลุกวาบจนเขาสะดุ้งตะลึง แสงนั้นส่องสว่างกลางความมืด ราวกับประกาศการมีอยู่ของบางสิ่งที่เกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะเข้าใจ
เอสเปอร์ร้องเสียงหลง “อะ…อะไรกันครับ” เขามองแขนขวาของตนเองที่มีสัญลักษณ์โบราณคล้ายวงแหวนสามวงไขว้กันปรากฏขึ้นบนผิว เปลวไฟโอบล้อมเป็นเกราะเรืองแสง แต่อย่างน่าประหลาดที่กลับไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย

ลูปาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเหลืองอำพันหดแคบลงก่อนคลายออกด้วยแววเข้าใจ เธอยิ้มบางๆ ซึ่งหาได้เกิดขึ้นง่ายๆ “ในที่สุดก็แสดงตัวออกมา สายเลือดของเธอ”
เอสเปอร์ตัวสั่น “นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันกำลังเผาผมอยู่ใช่ไหม”
ลูปาส่ายหัวช้าๆ “ไม่ เธอไม่ได้ถูกเผา แต่เธอกำลังถูกปลุก มันคือเครื่องหมายแห่ง เทพีไทรเวีย มารดาที่แท้จริงของเจ้า เทพีแห่งเวทมนตร์ ไฟ และทางแยก… เธอไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา เอสเปอร์ เจ้าคือสายเลือดกึ่งเทพ”
คำพูดนั้นกระแทกใจเอสเปอร์อย่างแรง เขาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นถี่ “กึ่ง…เทพ? ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นใช่ไหม”
“สายเลือดไม่เคยโกหก” ลูปาตอบเสียงหนักแน่น “และสัญลักษณ์นี้จะปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าถึงวัยที่พร้อมจะตื่น… เหมือนกับคืนนี้”
เอสเปอร์ก้มมองเปลวไฟที่ยังโอบล้อมแขนตนเอง รู้สึกทั้งตื่นตระหนกและพิศวง “แล้วผมต้องทำยังไง”
ลูปาลุกขึ้นยืนเดินเข้ามาใกล้ จนแสงไฟสะท้อนบนใบหน้าเธอชัดเจน “เจ้าต้องไม่หนี แต่ต้องเผชิญหน้า ไฟนี้คือพลังแห่งมารดาของเจ้า ไม่ใช่ศัตรู แต่คือส่วนหนึ่งของตัวเจ้าเอง”
เอสเปอร์กัดฟัน “แต่มันมากเกินไป…ผมไม่รู้จะเริ่มตรงไหน”
ลูปาหยุดอยู่ตรงหน้า ยกมือขึ้นพ่นลมหายใจยาวช้า ทว่าลมหายใจนั้นมิใช่เพียงลมธรรมดา มันแฝงพลังโบราณ มวลพลังนั้นไหลเวียนออกมาเป็นละอองแสงสีเงิน อาบทับลงบนร่างของเอสเปอร์
ทันใดนั้นเปลวไฟที่ลุกโชนกลับไม่รุนแรงอย่างบ้าคลั่งอีกต่อไป แต่มันอ่อนลงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยประคองให้มั่นคงขึ้น สัญลักษณ์บนแขนสว่างไสวขึ้นอีกครั้งแต่ไม่ทำให้เจ็บ
ลูปากล่าวเสียงทุ้ม “จงฟังให้ดี เอสเปอร์…เจ้ามีศักยภาพที่ยังหลับใหล พลังแห่งไทรเวียในสายเลือดเจ้าจะทำให้เจ้ามีทางเลือกเสมอ ทางซ้าย ทางขวา หรือทางที่สามที่ไม่มีใครมองเห็น นั่นคือของขวัญแห่งแม่เจ้า แต่จะใช้มันได้…เจ้าต้องควบคุมหัวใจของตัวเองก่อน”
เอสเปอร์หอบหายใจ มองเปลวไฟในแขนที่เริ่มสงบลง เขายกสายตาขึ้นสบกับลูปา “แล้วถ้าผมล้มเหลวล่ะ ถ้าผมควบคุมไม่ได้จนเผาทุกอย่างที่อยู่รอบตัว”
ลูปายิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและน่าเกรงขาม “นั่นแหละเหตุผลที่ข้าอยู่ที่นี่ เพื่อไม่ให้เธอล้มเหลว”
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบของเอสเปอร์และลมที่พัดผ่านไร่องุ่น เด็กหนุ่มหลับตาลงสูดลมหายใจลึก พยายามทำตามคำสอนของลูปา เขาปล่อยให้ไฟไหลไปตามแขนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของโลหิต จนกระทั่ง…มันค่อยๆ จางหาย เหลือเพียงสัญลักษณ์เรืองแสงบนผิว
เอสเปอร์ลืมตาอีกครั้ง “ผม…ทำได้จริงๆ”
ลูปาพยักหน้า “นี่เป็นเพียงก้าวแรก แต่จำไว้นะเอสเปอร์ก้าวเล็กๆ นี่อาจเป็นสิ่งที่ตัดสินชะตาของทั้งเจ้าและโลกที่เจ้าจะต้องเผชิญ”


ลูปาโบนัสจาก (ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ) - โบนัสความโปรดปราน +15BELIEVER (ผู้ศรัทธาเหล่าเทพ)- โบนัสเพิ่มความโปรดปราน +15ปลดล็อกพลังเทพ: + 35 ความโปรดปรานลูปา+1 ตื่นรู้

Esper โพสต์ 2025-9-11 21:15:23

11 · กันยายน · 2025 · 14.00 น.
เสียงกรีดร้องของฮาร์ปี้ยังสะท้อนอยู่ในความทรงจำ แม้มันจะถูกตัดขาดอย่างกะทันหันด้วยเสียงคำรามต่ำและเสียงกระแทกอันหนักหน่วงของพวกหมาป่าที่พุ่งเข้ามาช่วยจัดการศัตรูตัวนั้น ร่างของฮาร์ปี้ตัวที่สองถูกฟาดลงกับพื้น เล็บอันแหลมคมของมันไม่ทันได้สัมผัสเลือดอีกหยด ก่อนที่เสียงขู่คำรามและฟันเขี้ยวของหมาป่าฝีเท้าไวจะฉีกทำลายมันจนร่างสลายไป
เอสเปอร์แทบไม่รู้สึกถึงสิ่งใดนอกจากความเย็นของดินที่ซึมเข้าแผ่นหลัง ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วทั้งร่าง แขนข้างที่ถูกกรีดมีไฟร้อนแผดเผาจากบาดแผลลึก เลือดซึมไม่หยุด เขาอยากตะโกนแต่เสียงขาดหายเพียงแค่ลมหายใจครางแผ่ว ๆ “อึก”
ไกด์เองก็ไม่ต่างกัน แม้ยังยืนหยัดด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง แต่บาดแผลบนสีข้างทำให้การเคลื่อนไหวทุกครั้งเหมือนถูกคมมีดเฉือน เขาทรุดลงข้าง ๆ เอสเปอร์ แต่ยังคงยกแขนยันตัวพยายามประคองอีกฝ่ายไม่ให้จมลงกับพื้นดินเต็มที่
ร่างมหึมาของหมาป่าฝูงใหญ่โผล่เข้ามาในสายตา ดวงตาสีเหลืองคมกริบของ เวล็อกซ์ และ ลูปัส จับจ้องทั้งสองเด็กหนุ่ม ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้กันและกัน พวกมันไม่ได้พูด แต่การเคลื่อนไหวที่แน่วแน่ก็เพียงพอที่จะบ่งบอกเจตนา
“จับ…พวกเขาไว้ให้มั่น” เสียงของลูปัสดังก้องในหัวด้วยพลังสื่อสารของมัน แม้เอสเปอร์จะมึนงงจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็พอเข้าใจว่าไม่ใช่เวลาโต้เถียง
หมาป่าสองตัวใหญ่คาบคอเสื้อและประคองแขนเด็กทั้งสองขึ้นราวกับพ่อแม่ห่วงใยลูกที่บาดเจ็บ ทว่ามือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บและเขี้ยวกลับเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลและระมัดระวังสุดขีด ร่างของเอสเปอร์ถูกยกขึ้นวางบนแผ่นหลังของเฟอร์รัส หมาป่าสีเทาปนดำผู้แข็งแกร่ง ส่วนไกด์แม้จะบาดเจ็บเช่นกัน แต่ยังมีแรงพอจึงถูกเวล็อกซ์ดุนให้วิ่งกะเผลกตามพวกเขาไป
เส้นทางกลับบ้านหมาป่าในหุบเขายาวไกลและขรุขระ แต่แผ่นหลังอุ่นและหนาของเฟอร์รัสทำให้เอสเปอร์ไม่ต้องรับน้ำหนักบาดแผลมากนัก เขารู้สึกถึงการโยกไหวในทุกก้าวเหมือนถูกกล่อมให้หลับ แม้จะยังเจ็บจนต้องกัดฟันแน่น ดวงตาเริ่มปิดลงแต่ใจยังพยายามสู้ “ไกด์” เสียงแผ่วเหมือนคนละเมอรอดออกจากริมฝีปาก
“พี่ผมอยู่ตรงนี้” เสียงของไกด์ดังขึ้นจากด้านข้าง แม้เขาหอบหายใจแรงจนแทบจะล้ม แต่ก็ยังฝืนยืนวิ่งเคียงข้างไป เขาจับมือข้างที่ไม่มีบาดแผลของเอสเปอร์เอาไว้แน่น

เมื่อทั้งคู่ถูกพากลับมาถึงบ้านหมาป่า พวกหมาป่าตัวเล็ก ๆ รีบวิ่งเข้ามาล้อมรอบส่งเสียงครางห่วงใย ก่อนจะถอยออกให้พื้นที่แก่ผู้บาดเจ็บ
เอสเปอร์ถูกวางลงบนเตียงไม้เตี้ย ๆ ปูด้วยขนสัตว์หนานุ่ม กลิ่นควันไฟ สมุนไพรในอากาศอบอวลรอบตัว เขาเพิ่งรู้ตัวอีกทีเมื่อความอุ่นจากแสงไฟส่องกระทบใบหน้า ร่างกายยังปวดแสบปวดร้อน แต่ไม่เหมือนตอนอยู่ในสนามรบ
เมื่อเปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือไกด์นั่งอยู่ข้าง ๆ มือใหญ่กว่าของเด็กวัยสิบสามกำลังจับผ้าชุบน้ำค่อย ๆ ซับเลือด สิ่งสกปรกออกจากบาดแผลที่แขนขวา สายตาของไกด์นิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยสมาธิราวกับกำลังปกป้องสิ่งล้ำค่า
“ฟื้นแล้วเหรอครับ” ไกด์เอ่ยเสียงเรียบ ไม่ใช่คำถามด้วยความตกใจ แต่เหมือนคนที่มั่นใจอยู่แล้วว่าจะเฝ้ารอจนอีกฝ่ายลืมตา
เอสเปอร์พยายามขยับตัว แต่ความเจ็บทำให้เขานิ่วหน้า
“อย่าขยับ” ไกด์กดบ่าเขาเบา ๆ “เลือดยังไหลอยู่”
เด็กหนุ่มผมเงินอ่อนกัดฟัน เขาไม่คุ้นเคยกับการถูกใครดูแลเช่นนี้ นิสัยคุณชายที่เคยเชื่อว่าตนไม่ต้องพึ่งใครกลับสั่นคลอนเมื่อเห็นเด็กที่อายุน้อยกว่ากำลังทำแผลอย่างจริงจังให้ตน
“ฉันควรเป็นฝ่ายปกป้องนาย” เอสเปอร์พึมพำ เสียงเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเขินอายที่ซ่อนอยู่
ไกด์ไม่เงยหน้าขึ้นจากงานในมือ “หากวันนี้ไม่มีผมและพวกหมาป่า พี่คงถูกฮาร์ปี้ฉีกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว”
เอสเปอร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจสั้น ๆ “เด็กบ้า”
ไกด์ยกมุมปากเล็กน้อยแต่ไม่ตอบอะไร เขาใช้สมุนไพรบดละเอียดโปะลงบนบาดแผล เอสเปอร์สะดุ้งร้อง “อึก!” ก่อนที่ไกด์จะพูดเสียงเรียบ “อดทนหน่อย สมุนไพรนี้จะช่วยหยุดเลือด”
แม้คำพูดนั้นจะฟังดูเย็นชา แต่สัมผัสมือที่ประคองกลับอ่อนโยนกว่าที่เอสเปอร์คาดคิด เขามองหน้าคนตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา เห็นเพียงเด็กหนุ่มผู้สูงกว่าตนเล็กน้อย แต่มีแววตาที่นิ่งสงบมั่นคงยิ่งกว่าผู้ใหญ่หลายคน

Esper โพสต์ 2025-9-16 22:02:12

12 · กันยายน · 2025 · 20.00 น.
กลางคืนคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน เหนือหลังคาไม้หนาทึบของบ้านหมาป่า แสงจันทร์ลอดผ่านเรือนยอดของต้นเรดวู้ดโบราณ ตกกระทบเป็นลายเงาสลับบนพื้นดินเย็นชื้น ภายในบ้านหมาป่า เสียงไฟเตาผิงแตกเปรี๊ยะคล้ายจะขับไล่ความหนาวเหน็บ ความเงียบงันออกไป แต่บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร น้ำมันหอมที่ใช้ชโลมแผล
เอสเปอร์นอนเอนอยู่บนเตียงฟางกว้าง ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพันแผลที่ถูกพันอย่างแน่นหนา แม้จะเคยเจ็บปวดแสนสาหัสจากการปะทะกับก็อบลินเมื่อช่วงเย็น แต่ตอนนี้ความปวดร้าวกลับค่อย ๆ คลายลงทีละน้อย เสียงลมหายใจของเขาหนักช้าลงเพราะความอ่อนแรง สายตาคมที่มักแฝงไว้ด้วยความมั่นใจ ดื้อรั้นบัดนี้กลับดูเหนื่อยอ่อนและอ่อนไหวกว่าเดิม
ไม่ห่างกันนัก ไกด์ก็นอนพิงหมอนฟางอีกฟากหนึ่ง แม้จะพยายามฝืนยิ้ม แต่ดวงตากลับเผยให้เห็นความอ่อนล้าและบาดแผลลึกที่ยังแสบระบมอยู่ ความรู้สึกผิดผสมกับความกังวลเกาะกินใจ ความคิดวนเวียนไม่หยุด แต่ก็ถูกตัดขาดเมื่อประตูไม้หนาหนักถูกผลักเปิด
เสียงฝีเท้าเบาแต่มั่นคงดังขึ้น ‘โอไรรอน’ เดินเข้ามาพร้อมบางสิ่งบาง
“แอมโบรเซีย” โอไรรอนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ หมาป่าคาบของยื่นให้เอสเปอร์ “อาหารแห่งฟากฟ้า ที่เหล่าลูกครึ่งเทพอย่างพวกเจ้าได้รับการยอมรับให้ใช้... ไม่มาก แต่พอให้บาดแผลลึกหายสนิท และจิตวิญญาณกลับมามีแรงอีกครั้ง”
เอสเปอร์พยายามยันกายขึ้นนั่ง แม้แขนยังสั่นไหว แต่ความดื้อดึงของเขาไม่เคยหายไป “ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งของแบบนี้ก็ได้” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยออกมา แววตาฝืนแข็งกระด้าง ทั้งที่สังขารแทบไม่ขยับ
ไกด์ที่นอนพิงหมอนรีบพูดเสียงอ่อน “ดื่มเถอะพี่เอสเปอร์ หากฝืนต่อไปจะไม่เหลือเรี่ยวแรงเลยนะ… ผมไม่อยากเห็นพี่ต้องทรมานเพราะดื้อดึงแบบนี้”
ดวงตาของเอสเปอร์เบนมามอง เห็นความจริงใจฉายชัดในแววตาไกด์ มันเหมือนมีบางสิ่งละลายเกราะแข็งในใจเขา แม้ปากยังไม่เอ่ยคำใด แต่ก็ยอมกิน
เมื่อแอมโบรเซียแตะริมฝีปาก รสชาติกลับไม่หวานฉ่ำดังที่คิด หากแต่เย็นลึก ราวกับหยาดน้ำค้างแรกของรุ่งอรุณไหลผ่านลงคอ ร่างกายร้อนวูบขึ้นทันที เลือดลมเหมือนถูกปลุกให้ตื่น เสียงชีพจรที่เคยช้ากลับเต้นเร่งแรงขึ้นทุกจังหวะ
ไกด์ก็กินตาม ร่างกายที่บอบช้ำถึงกระดูกเหมือนถูกพลังอุ่นห่อหุ้ม บาดแผลปริแตกเริ่มสมานเป็นเส้นบาง ก่อนจะค่อย ๆ หายราวกับไม่เคยมี รอยช้ำคล้ำก็จางหายไปท่ามกลางประกายเรืองรองของแอมโบรเซีย
ทั้งสองสบตากันชั่วขณะ ราวกับไม่เชื่อว่าปาฏิหาริย์ที่สัมผัสอยู่ตรงหน้าเป็นเรื่องจริง ความเจ็บปวดที่กดทับจิตใจมาหลายชั่วยามถูกชะล้างออกไป ทิ้งไว้เพียงความอุ่น ความสงบที่ไม่คุ้นเคย
โอไรรอนมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ “เจ้าทั้งสองโชคดีนักที่มีข้าลากกลับมา ไม่เช่นนั้น… แอมโบรเซียก็คงไม่ทันช่วยใคร”
เพลิงไฟในเตาผิงแตกเปรี๊ยะอีกครั้ง โอไรรอนหันหลังเตรียมเดินออกไป ทิ้งท้ายว่า “พักผ่อนให้เต็มที่ และอย่าลืม อย่าบอกเรื่องนี้กับลูปา” ก่อนหมาป่าจะเดินออกไป
ใช้แอมโบรเซีย - เอสเปอร์ใช้แอมโบรเซีย - ไกด์

Carlotta โพสต์ 2025-11-24 06:49:23

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Carlotta เมื่อ 2025-11-25 01:34 <br /><br /><link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Eagle+Lake&amp;display=swap" rel="stylesheet">
<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Sarabun:wght@400;700&amp;display=swap" rel="stylesheet">
<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Eczar:wght@400;500;600;700;800&amp;display=swap" rel="stylesheet">


<main id="The-Deceiver-00" style="--Th-D-Color: maroon; width: 800px; max-width: 100%; margin: 0px auto;">
<div class="the-dec-ctn" style="width: 100%;">
<header style="font-size: 12px;">
<ln></ln>

<div class="The-dc-icon"><img src="https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/IMG_5421_polarr.jpg"></div>
</header>
<section> Y <br>

<span style="font-size: 40px; font-weight: bold; font-family: 'Eczar', cursive;">CARLOTTA</span>
<br>

<span style="font-size: 15px; font-weight: bold; font-family: 'Eagle Lake', cursive;"><i>“ VENI, VIDI, VICI ”</i></span>
<br><br><br>
<div style="line-height: 1.6;">
<span style="font-family: Sarabun, sans-serif; font-size: 15px;"><i><b>
เศษเสี้ยวชีวิต : บทฝึกสอนที่ [???]
<br> ก่อนหน้านี้ฉันมีแค่รูโหว่ที่กลางใจ ตอนนี้กลับมีอีกหนึ่งรูที่กระเป๋าด้วย </b></i><br><br>

<span style="font-size: 14px;">
หากให้ย้อนความ ความประทับใจแรกเกี่ยวกับบ้านหมาป่านั้นมีไม่มาก แต่เพราะระหว่างการเดินทางกลับเลวร้ายยิ่งกว่า คำว่ามีไม่มากในที่นี้จึงกลายมาเป็นมีค่ามหาศาลทีเดียว และด้วยความทรงจำที่ขาดตอนไปจากความตระหนกถึงขีดสุด คาร์ล็อตต้าจำได้แค่ว่าเธอมาถึงที่นี่พร้อมกับกระเป๋าเป้สีแดงบาดตาคู่ใจ เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลสะพรักความอ่อนล้าที่โจมตีร่างกายอย่างไม่ย่อท้อ และจะไม่ยอมหยุดจนกว่าเธอจะสลบเหมือดลงไป —จวบจนรับข้อมูลที่สมองย่อยไม่ทันจนมันกู่ร้องออกมาว่าอยากขย้อนออกแล้วไล่ร่างกายไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้ รวมไปถึงปัญหาอีกมากมายที่เกิดขึ้นในคืนเดียว อย่างไรก็ดี นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้ว่ามีมารดาที่ไม่เคยพบหน้าอยู่อีกหนึ่งคน <i>...หรือองค์ ?</i> แถมยังเป็นตัวตนระดับเทพีในตำนานด้วย <br><br><i>

หมาป่า, สายเลือดเดมิก็อต, ตำนานเทพ และอีกมากมาย&nbsp;</i>ที่ต้องค่อยทยอยเรียนรู้ไปทีละอย่าง <br><br>

นับจากวันนั้นก็ผ่านมาไม่นานนัก คำนวณคร่าว ๆ คงประมาณสองสามเดือน...หรืออาจมากกว่านั้นตามสภาพของคนที่ไม่เคยหวนนึกถึงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แลอาจเพราะไม่เคยมีความจำเป็นที่จะย่างกรายมาแถวนี้เพราะมัวแต่ตรากตรำเคี่ยวเข็ญร่างกายจนเลือดตาแทบกระเด็น ทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับทวารประตูถึงได้รู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับบรรยากาศโดยรอบนัก และแม้แต่ในเวลานี้ สมองของเธอก็ยังคิดถึงเรื่องตารางในวันถัดไปและกลิ่นดินหญ้าบนสนาม ไปจนถึงภูเขาที่ต้องวิ่งขึ้นลงแข่งกับหมาป่าตัวอื่น ๆ ทุกวัน <br><br>

ไม่ว่าจะเป็นการฝึกรบ เรียนภาษาละตินโบราณ อะไรก็ตามแต่ที่ถูกบันทึกไว้ตามตารางในแต่ละวันนั้นฟังดูน่าเหลือเชื่อและเกินกว่าตรรกะปุถุชนคนทั่วไปจะทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ส่วนคาร์ล็อตต้าก็เป็นอดีตคนที่เคยคิดว่ามันฟังดูบ้าบอสิ้นดี ทว่าปัจจุบันดันคุ้นชินกับสิ่งเหนือธรรมชาติไปเสียอย่างนั้น <br><br>

กลิ่นไหม้ของฟืนในเตาผิงลอยอวลผสานไปกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มข้น สีน้ำตาลไหม้ที่เป็นโทนเด่นของบ้านถูกแสงนวลจากหลอดไฟถนอมสายตาและเปลวเทียนช่วยขับความสว่างของเนื้อไม้ขึ้นมาจนมันเปล่งแสงมันเงาระยับ คาร์ล็อตต้าสังเกตเห็นหนังสือที่เปิดทิ้งไว้ กลิ่นกระดาษเก่าทำให้เธอรู้สึกเหมือนบ้านหลังนี้ถูกแยกตัวออกจากกาลเวลา กระนั้นแม้มีความเก่าแก่ก็ยังคงตั้งตระหง่านอย่างไม่มีวันพังทลายลงได้ในความรู้สึก <br><br>

เธอได้ยินเสียงปะทุของสะเก็ดไฟ เพลิงเดชเป็นประกายส้มแสด ทุกครั้งที่มันส่งเสียง <i><b>'เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ'</b></i> หางตาก็ได้ยลแสงวูบวาบไปด้วย&nbsp;</span></span><span style="background-color: rgba(0, 0, 0, 0); font-size: 14px;"><font face="Sarabun, sans-serif">—&nbsp;</font></span><span style="font-family: Sarabun, sans-serif; font-size: 14px; background-color: rgba(0, 0, 0, 0);">สิ่งของทุกชิ้น หนังสือทุกเล่ม เครื่องประดับไปจนถึงพื้นที่ทุกตารางนิ้ว มันส่งผ่านกลิ่นอายความขลังคร่ำคร่า ชนิดที่เธอมองว่าคงไม่สามารถตามหาสิ่งเหล่านี้ได้จากสถานที่อื่นใดบนโลกในปัจจุบันอีกแล้ว</span></div><div style="font-family: 'Sarabun', sans-serif; line-height: 1.6;"><span style="font-size: 15px;"><span style="font-size: 14px;"><br>

ข้าวของเครื่องใช้มีอยู่ครบครัน มีหมาป่าที่นอนเหยียดกายอยู่ สิ่งหรีดหริ่งเรไรก้องกังวาน แต่กลับไม่สามารถเจาะทะลวงบรรยากาศอบอุ่นในบ้านได้ มันเงียบสงบอย่างน่าประหลาดแต่ก็คุ้นเคยในห้วงลึกของใจในเวลาเดียวกัน เหมือนอย่างที่คาร์ล็อตต้าเคยรู้สึกถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน <br><br>

ลูปาเรียกหาเธอในคืนนี้ด้วยเรื่องสำคัญอันเกี่ยวพันกับสายโลหิต ทว่าหันซ้ายเหลือบขวาก็แล้วไม่ยักเจอผู้เพรียกหาเลย <br><br>

เธอย่อตัวลงลูบขนหมาป่าที่นอนอุตุอย่างเกียจคร้าน เมื่อวางทาบทั้งฝ่ามือลงไปและเกาสลับลูบขนให้ มันก็หงายท้องและส่งเสียงครางหงิง ดูผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด อดคิดไม่ได้ว่าแม้แต่หมาป่าตัวนี้ยังกินอยู่สบายยิ่งกว่าตัวเองอีก <br><br>

อันที่จริง นอกจากธุระของลูปาแล้ว คาร์ล็อตต้านึกขึ้นได้ว่ามีอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันแต่กลับลืมมันไปเสียสนิท <br><br>

กระเป๋าเป้เพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานนมใบนั้นของเธอ <b>หมดอายุการใช้งาน</b><i>อย่างสิ้นเชิง</i> ...หรือต้องพูดว่ามันเป็นรูโหว่ใต้กระเป๋าแบบที่ไม่น่าให้อภัยดี ? เพราะของชิ้นนี้ถือเป็นชิ้นโปรดอันดับต้น ๆ ในใจ ต่อให้มันยับเยินแค่ไหนคาร์ล็อตต้าก็ยังเพียรพยายามซ่อมและเก็บรักษาอย่างดี ไม่เคยทำให้เสียหายได้ถึงขนาดนี้ บัดนี้ ระดับความรุนแรงที่มันได้รับถูกจัดอยู่ในหมวด <b><i>'ไม่สามารถซ่อมได้อีกต่อไป'</i></b> และข้อเท็จจริงนี้ทำร้ายจิตใจเธอจนป่นปี้ <br><br><i>

เอาล่ะ อันที่จริงมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น</i> แต่ต้องยอมรับว่ามันทำให้อารมณ์ของเธอขุ่นมัวได้ในระดับหนึ่ง <br><br>

ควรทราบก่อนว่า รสนิยมด้านการเลือกของใช้ไปจนถึงสีที่ชอบของอิสตรีผู้นี้เข้าขั้นเป็น<b>ภัยร้ายแรง</b>ต่อผู้รักศาสตร์ศิลป์และแฟชั่นทั้งหลาย, ต่อให้เจ้าหล่อนจะยืนกรานว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในสายตาก็ตาม เสียงส่วนมากก็ยังบอกว่ามันเชยบรม ที่กล่าวมานี้เพราะต้องการเกริ่นให้ฟังถึงความมั่นคงในใจเธอ ว่าต่อให้สิบปากกระทั่งพันปากว่าอย่างไร คาร์ล็อตต้าก็ยังเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเจ้าเป้แดงสุดจ๊าบ <i>(ที่เน่าในสายตาทุกคน)</i> ใบนี้อยู่ดี <br><br>

ดังนั้น เมื่อมันชำรุดเสียหาย— <i>อืม</i> คงไม่ต้องพูดถึงระดับความกลัดกลุ้มในใจเธอ <br><br>

อันที่จริงมันขาดวิ่นและยับเยินตั้งแต่ตอนที่มาถึงแล้ว แต่ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้คาร์ล็อตต้าไม่ได้สังเกต ทันทีที่ได้เหวี่ยงตัวลงบนเตียงนอนและหลับเป็นตาย เธอก็ลืมนึกถึงมันกระทั่งข้าวของสัมภาระด้านในไปเสียสนิท ต่อมา... เมื่อตื่นขึ้นก็ต้องมานั่งทำความเข้าใจสถานการณ์ ไปจนถึงเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ทำงานเล็กน้อยและฝึกฝนร่างกายเป็นส่วนใหญ่ — ว่าอย่างง่าย เธอลืมทุกสิ่งอย่างในนั้นไปโดยปริยาย <br><br>

ด้วยตารางการฝึกที่ไม่เว้นว่างเวลาให้หายใจ รวมไปถึงความกดดันต่อตัวเองอย่างถึงที่สุด คาร์ล็อตต้าทุ่มเทฝึกซ้อมด้วยใจที่อยากลืมความวูบโหวงจากการถูกทอดทิ้ง พยายามกลบรูโหว่ขนาดใหญ่ในใจด้วยการทำตัวให้ไม่ว่าง ภาระหน้าที่ที่เธอหมั่นเพียรจะทำมันในฐานะนักรบคนหนึ่งหลังได้รับรู้ถึงเรื่องราวสายเลือดของตนเอง ฟังดูบากบั่นจวนเจียนแปรสู่ความดื้อรั้น แต่กระนั้นต้องพูดว่ามันได้ผลดียิ่ง อย่างน้อยคาร์ล็อตต้าก็เลิกคิดมากและปล่อยวางเรื่องในอดีตได้เปราะหนึ่ง ไปจนถึงทำใจยอมรับกับสถานะปัจจุบันได้แล้ว <br><br><i>

แต่... </i><br><br>

รูโหว่ในใจหายไป ดันมี <i>'รูโหว่' </i>ใหม่โผล่มาเสียอย่างนั้น <br><br><i>

อืม หรือต้องพูดว่าเก่าดี ? </i><br><br>

เพราะพัฒนาการในการฝึกเป็นไปได้อย่างคงที่ในระยะนี้แล้ว คาร์ล็อตต้าถึงได้มีเวลาให้ตัวเองผ่อนคลายมากขึ้น และมารับรู้ว่ากระเป๋าเป้ของเธอมันพัง แบบที่ไม่สมควรเรียกว่ารูโหว่ พูดให้ถูกคือ<b>พื้นกระเป๋ามันทะลุ </b><br><br>

คาร์ล็อตต้ายังจำเสียงฉีกขาดของเนื้อผ้าตอนที่เธอหยิบมันขึ้นมาสำรวจครั้งแรกในรอบหลายเดือนได้ดี ราวกับมันกระชากใจของเธอให้แหว่งตามกันไปด้วย และจากสภาพนี้ ต่อให้พินิจด้วยตายังรู้ว่าเย็บไปเหมือนที่เคยทำก็คงยื้อชีวิตลูกรักใบนี้ไม่ได้ เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยืนไว้อาลัยและฝังร่างของมันลงที่ลิ้นชักข้างเตียง จากสิ่งของคู่ใจกลายเป็นสมบัติรักที่ต้องระลึกถึงในทุกคืนไปแล้ว <br><br><i><b>

ด้วยเหตุนี้</b></i> เป้าหมายตามหากระเป๋าใหม่จึงได้เริ่มต้นขึ้น <br><br>

แต่ด้วยความสัตย์จริง ต่อให้มีของก็อปเกรดเอแบบเดียวกับพ่อมหาแดงแรงฤทธิ์ตัวนี้ คาร์ล็อตต้าก็ยังไม่อาจลืมมันได้อยู่ดี ดังนั้นที่ต้องการตอนนี้คือกระเป๋าสัมภาระที่ใหญ่และจุของได้มากกว่าเดิม เพื่อที่จะใช้สำหรับใช้สอยอย่างจริงจังเสียที— <br><br><b><i>

"มาแล้วรึ" </i></b><br><br>

เสียงของลูปาดังขึ้น หล่อนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่าอยู่ตรงนั้นนานแล้วหรือเพียงชั่วอึดใจกันแน่ อาจเพราะคาร์ล็อตต้ากำลังคิดเป็นตุเป็นตะกับเรื่องทรัพย์สินทางใจ จนไม่สามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวอีกฝ่ายได้ กระทั่งเจ้าหมาป่าเด็กตัวนั้นที่เธอกำลังเกาคางมันอันตรธานไปตอนไหนก็ยังไม่ทราบ <br><br>

คาร์ล็อตต้าหยัดกายขึ้น เธอไม่ลืมที่จะทักทายแม่หมาป่าเจ้าของบ้าน, ลูปาเพียงจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง นางเปล่งเสียงนุ่มลึก ถามไถ่ไม่ต่างจากมารดาผู้ห่วงหาบุตรี <br><br><i><b>

"เจ้าดูเหม่อลอยนะ มีเรื่องกลุ้มใจรึ?" <br></b></i><br><i>

ก็ไม่เชิงกว่ากลุ้มใจอะไรขนาดนั้น— </i><br><br>

คาร์ล็อตต้าครวญในใจ รู้สึกอับอายขึ้นมาเมื่อถูกถาม ความจริงแล้วสาเหตุมันมาจากกระเป๋าทรงคุณค่าทางใจใบหนึ่งเท่านั้น <br><br>

<b><font color="#FF5555">"ฉันทำกระเป๋าที่หวงมาก ๆ เสียหายน่ะค่ะ มันซ่อมไม่ได้แล้ว" </font></b><br><br>

เธอพยายามจะเลี่ยงคำว่า<i> 'พังยับเยิบ'</i><br><br>

อย่างไรก็ตาม สาวนางไม่อยากถูกมองเหมือนเป็นเด็ก มันเป็นแค่กระเป๋า และคาร์ล็อตต้าก็ไม่อยากทำให้เรื่องมันยุ่งยาก เธอแค่จะมาขออนุญาตในการออกไปซื้อกระเป๋าใบใหม่ข้างนอกเท่านั้น ส่วนลูปานั้นไม่ได้กล่าวอะไรเป็นพิเศษ หล่อนผงกศีรษะ รับฟังและเข้าใจจุดประสงค์ในทันที ทว่าคาร์ล็อตต้ายังไม่ทันเอ่ยต่อ หมาป่าเจ้าของขนขาวพิสุทธิ์ก็รวบรัดใจความสำคัญให้เพียงว่า <br><br><b><i>

"บ้านหมาป่าของเรามีกระเป๋าสัมภาระมากมาย เจ้าสามารถไปเลือกดูในภายหลังได้ อย่าเสียใจไปเลย" </i></b><br><br>

ความรู้สึกยุบยิบแล่นริ้วขึ้นจากใจสู่ใบหน้า นึกอยากแย้งกับรูปประโยคที่ดูเหมือนการปลอบใจแบบนั้น เสียงของลูปาทำให้เธอนึกถึงแม่ที่เคยกอดโอ๋ตอนเธอกระจองอแงเพราะทำไอศกรีมรสโปรดหล่นจูบพื้น ทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มแถลงไขจากตรงไหน สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปด้วยอีกฝ่ายมีเรื่องที่สำคัญกว่ามากและกำลังจะเปิดประเด็น <br><br><i><b>

"ข้าเรียกเจ้ามาด้วยเรื่องสำคัญ" </b></i>เพียงเกริ่นแค่นี้ก็ทำให้ร่างกายของเธอเกร็งขึ้นมาได้ คาร์ล็อตต้าปรับอารมณ์ไวว่อง ความสงบพาดผ่านนัยน์ตา มาพร้อมกับปฏิกิริยาที่ดูจริงจังขึ้นอักโข <br><br>

ลูปาในร่างหมาป่าไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า นางจับจ้องไปที่รอยสักอันเป็นสัญญะของสายเลือดแห่งเทพีเบลโลน่า ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ในใจ <br><br><i><b>

"เจ้าได้รับการยืนยันสายเลือดโดยเทพีเบลโลน่าแล้วนับตั้งแต่ที่ย่างกรายมาถึง, ทว่ากลับยังไม่สามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงของสายเลือดออกมาได้" </b></i><br><br><i><b>

"ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ร่างกายของเจ้ายังไม่พร้อม ดังนั้นข้าจึงให้เจ้าฝึกฝนการเป็นนักรบ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อที่สักวันเจ้าจะสามารถใช้พลังได้อย่างแท้จริง —เจ้าคงรู้ตัวอยู่แล้วกระมัง ว่ามีพลังบางอย่างทั้งไหลพล่านและเดือดดาลในกาย รอวันที่จะได้ปลุกมันให้ตื่นขึ้น" </b></i><br><br>

ผู้ฟังไม่ได้ตอบรับ แต่ความเงียบก็ถือเป็นคำตอบอย่างหนึ่ง ...ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึก ในทางกลับกัน คาร์ล็อตต้ากล้าพูดได้อย่างมั่นใจว่าเธอมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมมาแต่ไหนแต่ไร เรื่องความเปลี่ยนแปลงในร่างกายไปจนถึงความผิดปรกติอย่างอื่นย่อมต้องสัมผัสได้อย่างชัดเจน ยิ่งพักหลังมานี้ยิ่งจับทางได้เข้มข้นขึ้น หากให้เปรียบเทียบให็เห็นภาพ ก่อนหน้านี้เห็นเพียงปลายเชือกที่สะบัดไหวไปมา ต่อมาได้จับเชือกเส้นนั้นและเริ่มตระหนักถึงบางอย่างได้เลือนราง มาตอนนี้ จะบอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนเธอคว้าเชือกได้มั่นคงขึ้นและพร้อมจะกระชากสิ่งอยู่อีกด้านมาเผชิญหน้ากันได้อยู่รอมร่อ —&nbsp;ตอนนี้เหลือเพียงการรู้วิธีปลุกพลังที่ถูกต้องเท่านั้น <br><br>

ประกายความมุ่งมั่นสาดซัดในตา อัดแน่นไว้เต็มหน่วย ลูปานึกถึงเแววตาที่เด็กคนนี้ได้รับรู้ถึงความพิเศษในสายเลือดตนเองและยอมรับมันเป็นครั้งแรก ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่ามันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว <br><br>

แม้อยู่ในรูปลักษณ์สิงคาลเขื่อง แต่คาร์ล็อตต้าก็สัมผัสได้ถึงความปีติในน้ำเสียงนั้น อดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าอยู่ในร่างมนุษย์ หล่อนคงส่งมอบรอยยิ้มที่โอบอ้อมอารีให้กันไม่เปลี่ยน <br><br><i><b>

"เอาล่ะ ข้าคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว"</b></i> นางปล่อยถ้อยวจีพร้อมกับลมหายใจเบาบาง <br><br><i><b>

"หลับตาเสีย, ตั้งสมาธิและจดจ่อกับมัน เจ้าเองก็รู้สึกถึงพลังในกายใช่ไหม?" </b></i><br><br><i><b>

"ไม่ต้องรีบร้อน แค่ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป นึกถึงเทพีผู้เป็นมารดาของเจ้า —เทพีแห่งสงคราม เบลโลน่า รับรู้ให้ได้ถึงพลังที่กำลังตื่นขึ้นในสายเลือดของเจ้า—..." </b></i><br><br>

เสียงของลูปายิ่งนานยิ่งแผ่วและห่างไกลออกไป คาร์ล็อตต้ารู้สึกกระทั่งว่าเธอถูกตัดจากโลกภายนอก ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะสงบเมื่อพยายามกำหนดจิตตามคำแนะนำของหมาป่า — ไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง, ทุกอย่างสงบนิ่งและหยุดเคลื่อนไหวไปในความคิดราวจะต่อต้านการไหลของเวลา แต่สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนคือบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในห้วงลึกของจิตใต้สำนึก มันกำลังคุกรุ่นและปะทุขึ้นในที่สุด เธอได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง ราวกับมีทำนองหนักแน่นที่เต้นตุบตับอยู่ในหูจนอื้ออึง ชนิดที่เผลอคิดไปว่าหัวใจจะหลุดออกจากหูเลยหรือเปล่า ...ยิ่งนานมายิ่งโหมแรงขึ้น บีบรัดความรู้สึก ในขณะเดียวกันก็ราวกับสายพลังพันลึกนั้นจะพุ่งทะยานออกมาอย่างเดือดดาลเพื่อแสดงตัวตน<br><br>

ร่างกายของสาวเจ้าร้อนระอุ สะพรักพร้อมมีจังหวะหัวใจดังกระหึ่มในโสตประสาทอย่างชัดเจน แทบไม่ต่างอะไรไปจากการอยู่ใจกลางคอนเสิร์ตระดับโลก <b><i>กระแสพลังไม่รู้ที่มาทะลวงจากหทัย แล่นไปตามเส้นเลือดในร่างกายอย่างรวดเร็ว</i></b> ห้อมล้อมให้ทั่วสรรพางค์ของเธอเกิดความเจ็บปวดเกินหยั่ง กระนั้นคาร์ล็อตต้าไม่ได้หลุดจากการจ้องมองจิตสำนึกเบื้องลึกของตนเอง ราวกับดวงแดกำลังถูกล้างผลาญด้วยเดชเพลิงที่พวยพุ่งออกมาไม่รู้จบ กายานี้ปานเป็นภูเขาไฟขนาดย่อส่วนที่มีแม็กมาไหลเวียนและถูกกระตุ้นไม่หยุดยั้ง ...ไม่ต่างอะไรจากทะเลลาวาเดือดปุด<br><br><i>

กระนั้นกลับมีความเปรมปรีดิ์เอ่อล้น</i> คาร์ล็อตต้าไม่ได้สนใจความเจ็บปวดและการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยสักนิด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกกระชากและสร้างใหม่ทีละขั้นตอนด้วยความพิถีพิถัน อย่างไรก็ตาม กับคนที่ได้สัมผัสความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจมาทั้งชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จึงไม่ได้สร้างผลกระทบแบบสะเทือนฟ้าสะเทือนดินสำหรับเธอนัก <br><br>

อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เจ็บปวดและมีแต่ความทุกข์ตรมเหมือนในอดีต —ความยินดีในสายเลือดที่ไม่เคยได้สัมผัสกลับปรากฏอย่างน่าฉงนใจ <br><br>

ชั่วขณะนี้เองที่ความรู้สึกชัดเจนขึ้น มณีราคและที่มาของพลัง รวมไปถึงชื่อของเทพีองค์นั้น <br><br><i>

สัญญะแห่งการทำลาย, ความพินาศ และที่สำคัญที่สุด </i><b style="">สงคราม </b><br><b>
เทพีเบลโลน่า </b><b style=""><i>มารดา</i>ของเธอ </b><br><br>


ความเจ็บปวดเบาบางลง ลดฮวบและถูกแทนที่ด้วยความผ่อนคลายถึงขีดสุด ประสาทสัมผัสของคาร์ล็อตต้าเปิดกว้างกว่าที่เป็นมา ความสงบนิ่งแผ่ซ่านจมลึก — ร่างกายราวกับถูกชำระล้าง แอ่งธารพลังที่แม้จะสงบลงแต่กลับให้ความรู้สึกชัดเจนและทรงอำนาจยิ่งกว่า <br><br>

อึดใจถัดมา เปลือกตาของเธอเปิดขึ้น ประกายสีเลือดเรืองรองในเนตร <br><br><i>

พลังแห่งสายเลือดเทพีแห่งสงคราม <b>ตื่นขึ้นแล้ว


</b></i><br><br><br><b><font color="#ffffff">
หมายเหตุ : </font></b><br>
— ปลดล็อกสกิล<b><font color="#FF5555"> [บงการศาสตราวุธ] </font></b>ใช้<b><font color="#FF5555"> </font></b><br>
— <b><font color="#FF5555">[ปลดล็อกพลังเทพ]</font></b> + 35 ความโปรดปรานลูปา <br>
—<font color="#FF5555"> <b>[ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ]</b> </font>ได้รับโบนัสความโปรดปราน +15 <br>
— ซื้อกระเป๋าลาก (+40 ความจุ)<font color="#FF5555"> <b>*ชำระเงินแล้ว* </b></font><br><br><b><font color="#FF5555">
หมายเหตุ (ooc) : </font></b><i>พยายามจะไม่ตัดตอนแล้ว แต่อืดมาก ตอนท้ายก็รู้สึกว่าตัวเองเขียนเจ้มจ้นเกินชื่อบทไปมาก แต่ก็ขี้เกียจเคิดใหม่แล้วค่ะ ขอรวบไว้ในโรลเดียวทั้งซื้อเป๋าและปลดพลัง *เหลว* ไม่ได้ตรวจทานคำผิด ไม่ได้เช็คว่ามีคำไหนสลับกันไหมด้วย ความขี้เกียจเกาะหลัง แต่แม่จ๋า หนูขอพลัง !

</i></span>
</span></div>

</section>
<footer style="font-size: 12px;"><i class="game-icon game-icon-dagger-rose"></i></footer>
</div>
<a href="https://ciaransoul.tumblr.com" style="font-size: 12px;"></a>
</main>
<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Merriweather:ital,opsz,wght@0,18..144,300..900;1,18..144,300..900&amp;display=swap" rel="stylesheet">
<link href="https://dl.dropbox.com/s/thpzqkqhf1pzqnx/game-icons.css" rel="stylesheet">
<link href="https://dl.dropbox.com/scl/fi/pnutvpsvquzdk9ed9jhqf/54-The-dec.css?rlkey=nc0q7iwplngkffk2t42ke9sw5&amp;st=khi4td34&amp;dl=0" rel="stylesheet">

Seraphine โพสต์ 2025-11-25 15:29:53

<p></p><style>@import url('https://fonts.googleapis.com/css2?family=Bai+Jamjuree:wght@300;400;500;600;700&display=swap');
.sera-rp *,
.sera-rp *::before,
.sera-rp *::after {box-sizing: border-box;}
.sera-rp {max-width: 720px;margin: 20px auto;background: #000000;color: #ffffff;border-radius: 16px;border: 1px solid #3c3c3c;padding: 30px 30px 25px;font-family: "Bai Jamjuree", system-ui, sans-serif;}
.sera-rp-header {display: grid;grid-template-columns: auto minmax(0, 1fr);gap: 12px;align-items: center;margin-bottom: 10px;}
.sera-rp-avatar {width: 76px;height: 76px;border-radius: 16px;background-image: url(https://i.pinimg.com/736x/54/29/25/542925087051c511715d79762b016b10.jpg);background-size: cover;background-position: center;border: 1px solid #777;}
.sera-rp-headtext {display: flex;flex-direction: column;gap: 2px;}
.sera-rp-name-en {font-size: 13px;text-transform: uppercase;letter-spacing: 0.25em;color: #cccccc;}
.sera-rp-name-main {font-size: 20px;font-weight: 600;letter-spacing: 0.08em;text-transform: uppercase;}
.sera-rp-tagline {font-size: 11px;color: #e0e0e0;}
.sera-rp-divider {display: flex;align-items: center;gap: 8px;margin: 8px 0 12px;font-size: 11px;text-transform: uppercase;letter-spacing: 0.18em;color: #bbbbbb;}
.sera-rp-divider-line {flex: 1;height: 1px;background: linear-gradient(to right, #ffffff, transparent);}
.sera-rp-divider-symbol {white-space: nowrap;}
.sera-rp-body {font-size: 14px;line-height: 1.7;text-align: justify;}
.sera-rp-footer {margin-top: 14px;padding-top: 14px;border-top: 1px dashed #333;font-size: 14px;display: flex;flex-wrap: wrap;gap: 8px 16px;color: #d0d0d0;}
.sera-rp-footer span b {font-weight: 600;}
@media (max-width: 600px) {.sera-rp {padding: 14px;}.sera-rp-header {grid-template-columns: 1fr;}.sera-rp-avatar {width: 70px;height: 70px;}}</style>

<div class="sera-rp"><div class="sera-rp-header"><div class="sera-rp-avatar"></div><div class="sera-rp-headtext"><div class="sera-rp-name-en">SERAPHINE VALE</div><div class="sera-rp-name-main">เซราฟีน เวล</div><div class="sera-rp-tagline">Daughter of Minerva • New Rome Demigod</div></div></div><div class="sera-rp-divider"><div class="sera-rp-divider-line"></div><div class="sera-rp-divider-symbol">🦉 MINERVA’S HEIR</div><div class="sera-rp-divider-line"></div></div>
<div class="sera-rp-body">
เซราฟีนวิ่งตามหมาป่าสีขาวไปเรื่อย ๆ จนเสียงลมหายใจกลายเป็นเสียงเดียวที่เธอได้ยิน เธอไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งผ่านถนนไหน เขตอะไรหรือออกจากย่านที่พักมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงว่าต้องตามไปเท่านั้นจนท้ายที่สุด ขาเล็ก ๆ ของเธอหมดแรงและล้มลงบนพื้นดินแข็งของสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
<br><br>
เธอหอบหายใจพยายามยันตัวขึ้นมาช้า ๆ ก่อนมองรอบตัว บริเวณนี้เงียบเกินไป มีเพียงอาคารทรงโรมันที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและลานกว้างที่ดูเก่าแต่ทรงพลังอย่างประหลาด หมาป่าสีขาวยืนอยู่ไม่ไกล จ้องมองเธอด้วยสายตาที่หนักแน่นและอ่านยาก เซราฟีนกลืนน้ำลายถามเสียงแผ่ว
<br><br>
<b>“ที่นี่ที่ไหน…? พาฉันมาทำไม?”</b> หมาป่าสีขาวเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนเปล่งเสียงออกมา ไม่ใช่เสียงสัตว์ธรรมดา แต่เป็นเสียงที่ชัดเจนในหัวของเธอ
<br><br>
<font color="Yellow"><b>“ที่นี่คือที่ที่เจ้าต้องมา สถานที่สำหรับลูกแห่งโรมทุกผู้ทุกนาม”</b></font>
<br><br>
<b>“แต่ทำไมต้องเป็นฉัน?</b>” เซราฟีนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำกล่าวขอหมาป่าตนนั้น แต่หมาป่ากลับตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
<br><br>
<font color="Yellow"><b>“เพราะสายเลือดของเจ้าเรียกเรามา และเจ้าจะต้องอยู่ที่นี่นับจากนี้”</b></font>
<br><br>
<b>“อยู่…ที่นี่?</b>” หมาป่าสีขาวพยักหน้าเล็กน้อยราวกับเป็นการตอกย้ำว่านี่คือเรื่องจริง
<br><br>
<b><font color="Yellow">“ไปสำรวจเถิด เด็กของมิเนอร์วา เมื่อเจ้าเดินครบเส้นทาง เจ้าจะเข้าใจเอง</font></b>” หมาป่าหันหลังให้ ราวกับบอกให้เธอเริ่มก้าวแรกด้วยตัวเอง เซราฟีนจึงสูดลมหายใจลึกก่อนเริ่มสำรวจสถานที่แห่งนี้อย่างช้า ๆ หัวใจเต็มไปด้วยทั้งความกลัวและความไม่รู้แต่ก็มีแรงดึงดูดบางอย่างที่บอกเธอว่า เธอมาถูกทางแล้ว
</div>
<div class="sera-rp-footer">
<span><b>location:</b> Wolf House</span>
<span><b>date/time:</b> 25/11/2025 15.27 pm</span>
<span><b>หมายเหตุ:</b> เดินทางมาถึงบ้านหมาป่า</span></div></div>

Seraphine โพสต์ 2025-11-27 09:51:47

<style>@import url('https://fonts.googleapis.com/css2?family=Bai+Jamjuree:wght@300;400;500;600;700&display=swap');
.sera-rp *,
.sera-rp *::before,
.sera-rp *::after {box-sizing: border-box;}
.sera-rp {max-width: 720px;margin: 20px auto;background: #000000;color: #ffffff;border-radius: 16px;border: 1px solid #3c3c3c;padding: 30px 30px 25px;font-family: "Bai Jamjuree", system-ui, sans-serif;}
.sera-rp-header {display: grid;grid-template-columns: auto minmax(0, 1fr);gap: 12px;align-items: center;margin-bottom: 10px;}
.sera-rp-avatar {width: 76px;height: 76px;border-radius: 16px;background-image: url(https://i.pinimg.com/736x/4a/70/67/4a7067d6737502a5acc6dea309d9740c.jpg);background-size: cover;background-position: center;border: 1px solid #777;}
.sera-rp-headtext {display: flex;flex-direction: column;gap: 0px;}
.sera-rp-name-en {font-size: 13px;text-transform: uppercase;letter-spacing: 0.25em;color: #cccccc;}
.sera-rp-name-main {font-size: 20px;font-weight: 600;letter-spacing: 0.08em;text-transform: uppercase;}
.sera-rp-tagline {font-size: 11px;color: #e0e0e0;}
.sera-rp-divider {display: flex;align-items: center;gap: 8px;margin: 8px 0 12px;font-size: 11px;text-transform: uppercase;letter-spacing: 0.18em;color: #bbbbbb;}
.sera-rp-divider-line {flex: 1;height: 1px;background: linear-gradient(to right, #ffffff, transparent);}
.sera-rp-divider-symbol {white-space: nowrap;}
.sera-rp-body {font-size: 14px;line-height: 1.7;text-align: justify;}
.sera-rp-footer {margin-top: 14px;padding-top: 14px;border-top: 1px dashed #333;font-size: 14px;display: flex;flex-wrap: wrap;gap: 8px 16px;color: #d0d0d0;}
.sera-rp-footer span b {font-weight: 600;}
@media (max-width: 600px) {.sera-rp {padding: 14px;}.sera-rp-header {grid-template-columns: 1fr;}.sera-rp-avatar {width: 70px;height: 70px;}}</style>

<div class="sera-rp"><div class="sera-rp-header"><div class="sera-rp-avatar"></div><div class="sera-rp-headtext"><div class="sera-rp-name-en">SERAPHINE VALE</div><div class="sera-rp-name-main">เซราฟีน เวล</div><div class="sera-rp-tagline">Daughter of Minerva • New Rome Demigod</div></div></div><div class="sera-rp-divider"><div class="sera-rp-divider-line"></div><div class="sera-rp-divider-symbol">🦉 MINERVA’S HEIR</div><div class="sera-rp-divider-line"></div></div>
<div class="sera-rp-body">
เซราฟีนตัดสินใจซื้อกระเป๋าที่บ้านหมาป่าในเช้าวันต่อมา เนื่องจากตอนมาถึงที่นี่เธอวิ่งออกจากบ้านมาด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าสำรอง สมุด หรือของใช้จำเป็นติดตัวมาเลยสักชิ้น เมื่อซื้อเสร็จเธอก็เดินไปที่แท่นไฟหัวใจของเซราฟีนก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ แขนขวารู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนถูกแสงแดดแผดเผา เธอค่อย ๆ วางกระเป๋าลงกับพื้นและมองแขนของตนด้วยความตกใจก่อนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยไหลผ่านเลือดและกระดูกในร่าง ราวกับร่างกายกำลังตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
แล้วเปลวไฟก็ลุกขึ้น
<br><br>
มันไม่ใช่ไฟธรรมดาหากเป็นแสงสีทองอ่อนที่ลุกโชนขึ้นจากแขนขวา ไร้ความร้อนแผดเผา มีเพียงความอบอุ่นและพลังอันนิ่งสงซึ่งทำให้หัวใจเธอสั่นสะท้าน เปลวไฟนั้นหมุนวนช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ รวมตัวเป็นรูปสัญลักษณ์โบราณตราแห่งเทพีผู้เป็นมารดาตราของมิเนอร์วาและลูกหลานของมาร์ส ลวดลายเรืองแสงสลักลงบนผิวอย่างชัดเจนราวกับบอกโลกทั้งใบว่าเลือดในกายนี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป
<br><br>
เซราฟีนยกมือแตะสัญลักษณ์นั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะต้องเผชิญอะไรบ้าง แต่ตอนนี้รู้เพียงอย่างเดียวว่าตนเองได้รับการยอมรับแล้ว
</div>
<div class="sera-rp-footer">
<span><b>location:</b> Wolf House</span><span><b>date/time:</b> 27/11/2025</span><span><b>หมายเหตุ:</b> รับสัญลักษณ์บนแขนแล้ว +1 ตื่นรู้ / ซื้อกระเป๋า 60 ดอลลาร์ (โอนเงินแล้ว)</span></div></div>

Carlotta โพสต์ 2025-12-1 13:30:45


<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Eagle+Lake&amp;display=swap" rel="stylesheet">
<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Sarabun:wght@400;700&amp;display=swap" rel="stylesheet">
<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Eczar:wght@400;500;600;700;800&amp;display=swap" rel="stylesheet">


<main id="The-Deceiver-00" style="--Th-D-Color: maroon; width: 800px; max-width: 100%; margin: 0px auto;">
<div class="the-dec-ctn" style="width: 100%;">
<header style="font-size: 12px;">
<ln></ln>

<div class="The-dc-icon"><img src="https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/IMG_5421_polarr.jpg"></div>
</header>
<section> Y <br>

<span style="font-size: 40px; font-weight: bold; font-family: 'Eczar', cursive;">CARLOTTA</span>
<br>

<span style="font-size: 15px; font-weight: bold; font-family: 'Eagle Lake', cursive;"><i>“ VENI, VIDI, VICI ”</i></span>
<br><br>
<div style="font-family: 'Sarabun', sans-serif; line-height: 1.6;">
<span style="font-size: 15px;"><i><b><font color="#ffffff">
เศษเสี้ยวชีวิต : </font>วันที่ 1 ธันวาคม,
<br> ณ บ้านหมาป่า เวลา 09:00 AM </b></i><br><br>

<span style="font-size: 14px;">
เมื่อราว ๆ สามวันก่อนคาร์ล็อตต้าเกือบจะคิดว่าเธอต้องนอนเลือดไหลตายในหุบเขาไปแล้ว ไม่ทราบว่าใครเป็นคนแบกพวกเรากลับมา แต่หลังจากได้กินแอมโบรเซียไปแผลก็ฟื้นฟูจนหายเป็นปลิดทิ้ง คาร์ล็อตต้ายังจำความรู้สึกที่รสชาติหวานล้ำละมุนลิ้นก็แผ่ซ่านไปทั่วปากได้ดี พร้อมกันนั้นที่ความอบอุ่นไหลเวียนไปตามกระแสเลือด เยียวยาทุกอณูเซลล์ที่สึกหรอของเธอ สลัดความหนักอึ้งออกไป ราวกับถูกกระแสน้ำอันอบอุ่นชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกเบาสบายดุจปุยนุ่นที่ล่องลอยอยู่กลางเวหา

<br><br><i>

ไม่ได้โอเวอร์เลย ความรู้สึกหลังกินจริงล้วน ๆ

</i><br><br>

ถัดจากวันนั้นทำให้เธอพบข้อผิดพลาดของตัวเองอย่างใหญ่หลวง ความมั่นใจที่คุมเกมได้ไปตลอดรอดฝั่งคือความคิดที่ผิดมหันต์ แม้สุดท้ายจะเอาชนะมาได้ แต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากความเลินเล่อของตนเอง เธอใช้เวลาเป็นวันในการทบทวนสิ่งนี้ และฝึกฝนเพิ่มอีกระลอกใหญ่เต็มวัน ราวกับจะตอกย้ำให้ซุกอณูในร่างกายจดจำความผิดและอับอายนี่ไว้ และจะไม่มีวันให้ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

<br><br>

คาร์ล็อตต้าเกลียดความพ่ายแพ้ และความประมาทก็คือความร้ายแรงที่มอบสิ่งที่เรียกว่า <i>'อัปยศ'</i> ให้ไม่ต่างกัน

<br><br>

วันนี้เธอนั่งพักอยู่หน้าระเบียงบ้านหมาป่า คิดว่าถึงเวลาสำคัญที่ต้องกระทำบางอย่าง

<br><br>

หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาและหายดีจากการกินแอมโบรเซีย ดรุณีเรือนผมน้ำตาลไหม้ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามวลพลังงานในร่างกายเธอไม่ค่อยเสถียรนัก, มันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่ดึงพลังสายเลือดออกมาครั้งแรกตามคำแนะนำของลูปา เบางบางแต่หนักแน่น ชัดเจนกระนั้นก็พร่าเลือน จับจุดไม่ได้ และต้องใช้สมาธิ

<br><br><b><font color="#ffffff">

"คาร์ล็อตต้า"

</font></b><br><br>

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น คาร์ล็อตต้าหันศีรษะไปแม้จะยังคงท่านั่งอย่างเฉื่อยชาเอาไว้ เป็นลูปาที่เพรียกหาเธอ

<br><br>

<font color="#FF5555"><b>"อรุณสวัสดิ์ค่ะ ลูปา"</b></font>

<br><br>

ขาที่ชันขึ้นวางลงพื้น เธอจัดแจงร่างกายให้เป็นระเบียบมากขึ้น ลูปาใช้สายตากวาดไปทั่วร่าง หมาป่าขาวตัวใหญ่ยังคงสีหน้าเรียบนิ่ง ...หรืออันที่จริงต้องบอกว่าเปลี่ยนสีหน้าไม่ได้มากกว่า

<br><br><b><font color="#ffffff">

"บาดแผลหายดีแล้วสินะ"

</font></b><br><br>

<font color="#FF5555"><b>"ค่ะ ต้องขอบคุณแอมโบรเซียเลย หลังกินไปฉันก็ฟื้นฟูจนหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว"</b></font> คาร์ล็อตต้ารับคำ เธอผงกศีรษะแล้วลุกขึ้นเดินตามลูปาที่เยื้องย่างเข้าไปในตัวบ้าน บรรยากาศยังคงความชวนพิศวงและน่าถวิลหาในเวลาเดียวกัน ไม่ต่างจากครั้งก่อน ๆ จมูกของเธอได้กลิ่นไม้สนโชยมา เตาผิงไฟยังคงส่องสว่างจากเปลวเพลิงพร้อมกับสะเก็ดการปะทุที่ตกหล่นบ้างปลิวลอยล่องเป็นระยะ

<br><br>

<font color="#FF5555"><b>"ฉันจับทางพลังบางอย่างในตัวได้อีกแล้วค่ะ"</b></font> คราวนี้เธอไม่อ้อมค้อม

<br><br>

<font color="#FF5555"><b>"เลยคิดว่าจะมาคุยเรื่องนี้กับคุณ"</b></font>

<br><br>

ลูปาไม่เรียบร้อยที่จะตอบกลับ เธอทันเห็นนางกำลังคุ้ยหาบางอย่างในกองหนังสือบนโต๊ะทำงาน กระดาษหลายแผ่นซ้อนเป็นชั้น ๆ แล้วท้ายสุดก็ดึงม้วนกระดาษเก่าแผ่นหนึ่ง คาบไว้ในปาก, วินาทีต่อมาจึงส่งให้ตรงหน้าเธอ ก่อนจะอธิบายถึงที่มาของมัน — นี่คือ<b>แผนที่</b>สำหรับการเดินทางไปยังจุดหมายหนึ่งภายในป่า ลูปาบอกว่า<i><b><font color="#ffffff">โอไรออน แบล็ควู้ดเป็นคนนำมันมาให้ตั้งแต่ราว ๆ สองวันก่อน</font></b></i> แต่เพราะคาร์ล็อตต้ายังไม่ฟื้นจึงฝากไว้ที่นี่แทน เขาต้องการให้เธอและเอสเตลล์ไปพบช่วงเย็น พร้อมกันนั้นนี่คือแผนที่บอกทาง

<br><br>

คาร์ล็อตต้าโคลงหัว รับคำมั่นเหมาะ วันนี้เธอไม่มีอะไรทำอยู่พอดี หลังจากพูดคุยเรื่องพลังของเทพีเบลโลน่า คาร์ล็อตต้าก็คิดไว้ว่าจะกลับไปฝึกซ้อมสักหน่อย

<br><br><b><font color="#ffffff">

"ครั้งนี้จะง่ายกว่าครั้งก่อนมาก"</font></b> ลูปาเกริ่น <font color="#ffffff"><b>"เจ้าแค่นึกถึงเทพีผู้เป็นมารดา จดจ่ออยู่กับพลังแห่งสายเลือด เมื่อนึกถึงก็จะรับรู้ถึงสายธารนั้นได้เอง"

</b></font><br><br>

คาร์ล็อตต้าไม่รู้ว่าเงื่อนไขการปลุกพลังเหล่านี้คืออะไรกันแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงนึกขอบคุณแม่อีกตนเสมอ เปลือกตาปิดสนิท บัดนี้ในภวังค์ได้แต่จดจ่ออยู่กับจิตใต้สำนึก คราวนี้กระแสธารที่สัมผัสได้ไม่ได้เชี่ยวกรากและร้อนระอุเหมือนคราวแรก แต่มันนิ่งสงบทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจพลังมหาศาล

<br><br>

เธอไม่รู้เรื่องในอดีตระหว่างหลินเหมยถิงกับเทพีเบลโลน่า

<br><br>

และยากที่จะคิดถึงคำนิยามความรักระหว่างคนกับเทพได้, แต่หากจะมีคำไหนที่อยากมอบให้มารดาองค์นี้เป็นพิเศษ นั่นคงเป็นคำ<i><b>ขอบคุณ</b></i>จากเบื้องลึกของหัวใจ— <i>ฉันอยากจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ความสามารถ ว่าฉันจะยังเป็นที่ต้องการ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ...ฉันต้องการเกียรติยศ ฉันไม่อยากที่จะถูกครอบครัวทอดทิ้งอีกครั้ง

<br><br>

ต่อให้ไม่ใช่ความรัก หรือไม่อาจเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเหมือนแม่ลูกที่ฉันเคยได้สัมผัส

<br><br>

แต่ฉันอยากจะขอบคุณ ที่คุณให้โอกาสฉันในการแสดงคุณค่าของตัวเอง

<br><br>


ไม่จำเป็นต้องมอบความรักให้ฉันก็ได้ แต่ฉันต้องการที่จะได้รับการยอมรับ ...ฉันไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง

<br><br>

ฉันไม่อยาก— ทำให้ตัวเองผิดหวัง

</i><br><br><br><b><font color="#ffffff">
หมายเหตุ : </font></b><br>
— กินแอมโบรเซียเพื่อฟื้นฟู <font color="#FF5555"><b>*ส่งแล้ว*</b></font> <br>
— ปลดล็อคสกิล <font color="#FF5555"><b>[จิตวิญญาณนักรบ]</b></font> ใช้ <font color="#FF5555"><b></b></font> <br>
— <b><font color="#FF5555">[ปลดล็อกพลังเทพ]</font> </b><font color="#FF5555"><b>:</b></font> + 35 ความโปรดปรานลูปา <br>
— <b><font color="#FF5555">[ผู้โปรดปรานเหล่าเทพ] :</font> </b>ได้รับโบนัสความโปรดปราน +15 <br>
— <font color="#FF5555"><b> :</b></font> โบนัสเพิ่มความโปรดปรานทวยเทพ+25 <br><b><font color="#ffffff">
หมายเหตุ (ooc) : </font></b><br>
— Color <font color="#FF5555"><b>#FF5555</b></font>

</span>
</span></div>

</section>
<footer style="font-size: 12px;"><i class="game-icon game-icon-dagger-rose"></i></footer>
</div>
<a href="https://ciaransoul.tumblr.com" style="font-size: 12px;"></a>
</main>
<link href="https://fonts.googleapis.com/css2?family=Merriweather:ital,opsz,wght@0,18..144,300..900;1,18..144,300..900&amp;display=swap" rel="stylesheet">
<link href="https://dl.dropbox.com/s/thpzqkqhf1pzqnx/game-icons.css" rel="stylesheet">
<link href="https://dl.dropbox.com/scl/fi/pnutvpsvquzdk9ed9jhqf/54-The-dec.css?rlkey=nc0q7iwplngkffk2t42ke9sw5&amp;st=khi4td34&amp;dl=0" rel="stylesheet">
หน้า: 1 2 [3]
ดูในรูปแบบกติ: Wolf House