<div align="center" style="list-style-type: none;">
<style>
#Eloise01 {
border-radius: 30px;
border: 6px double #000000;
padding: 3px;
box-shadow: #000000 0px 0px 3em;
background-image: url("https://i.imgur.com/rR3KDvy.png");}
</style>
<style>
#Eloise02 {
width: 800px;
border-radius: 20px;
padding: 3px;
box-shadow: #000000 0px 0px 1em;
background-image: url("https://i.imgur.com/O01jmYP.png");}
</style>
<style>
#Eloise03 {
width: 520px;
border-radius: 20px;
border: 6px double #000000;
padding: 3px;
box-shadow: #000000 0px 0px 3em;
background-image: url("https://i.imgur.com/O01jmYP.png");}
</style>
<div id="Eloise01">
<p>
<br><br></p>
<div id="Eloise02">
<p>
<font face="Kanit"><font size="3"><font color="#fff">
<br></font></font></font></p><div style="text-align: left;"><font color="#ffffff" face="Kanit" size="3"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff8c00" face="Kanit"><font size="5" style="font-weight: bold;">วันที่ 20 ธันวาคม 2025</font><br><font size="5" style=""><b>เวลา 00</b></font></font><font color="#ff8c00" face="Kanit" size="5"><b>:00 น.</b></font></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff8c00" face="Kanit"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font size="3" face="Kanit" color="#ffffff"><img src="https://i.imgur.com/HiVVn9A.gif" border="0"><b style=""><br></b></font></div><div style="text-align: left;"><font size="3" face="Kanit" color="#ffffff"><br></font></div><div style="text-align: center;"><font face="Kanit"><div style="text-align: left;"><div style=""><div><div><font color="#ffffff" size="3">ท่ามกลางแสงสนธยาที่แผดส้มจนแสบตา (แม้เวลาจะดึกแล้วก็ตาม) เอโลอิสพุ่งร่างที่โชกไปด้วยเหงื่อและเขม่าโคลนออกมาจากชายป่า ทัศนียภาพเบื้องหน้าเปิดกว้างเป็นหาดทรายขาวละเอียด ทว่าในเวลานี้มันกลับดูไม่ต่างจากกับดักมรณะ ลมทะเลเค็มปร่าพัดเข้าปะทะหน้ากากหมวกเหล็กจนความชื้นของเกลือเกาะตามช่องลม ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับก้อนสำริดมหึมาที่กำลังกลิ้งอยู่บนผืนทราย ทุกครั้งที่ฝีเท้าเหยียบลงบนทรายที่อ่อนนุ่ม มันกลับสูบเอาแรงจากน่องที่ปวดร้าวของเธอไปจนเกือบหมด</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font size="3" color="#ff8c00">“ถะ...ถึงชายหาดแล้ว...พี่แคลรีส ฉันหยุดได้แล้วใช่ไหม!”</font><font color="#ffffff" size="3"> เอโลอิสตะโกนลอดผ่านช่องว่างของหมวกเหล็ก เสียงของเธอแหบพร่าและขาดช่วง ลมหายใจที่พ่นออกมามีรสคาวเลือดจาง ๆ ติดอยู่ที่ปลายลิ้น</font></div><div><font size="3" color="#9932cc"><br></font></div><div><font size="3" color="#9932cc">“หยุดเหรอ? ใครบอกว่าให้หยุดแค่นี้!”</font><font color="#ffffff" size="3"> เสียงคำรามของแคลรีสดังก้องแข่งกับเสียงเกลียวคลื่น รถม้าสีแดงโลหิตควบตะบึงเข้าหาเธอในมุมหักศอก ใบมีดที่ดุมล้อหมุนวนตัดผ่านผืนทรายจนกระจุยเป็นทางยาวราวกับรอยแผลขนาดใหญ่บนพื้นดิน </font><font size="3" color="#9932cc">“นั่นมันแค่วอร์มอัพยัยช่างเหล็ก! สนามรบจริงมันไม่มีเส้นชัยหรอกจนกว่าจะตาย หรือศัตรูจะตายไปหมดน่ะ! กลับตัวซะ! เป้าหมายต่อไปคือทะเลสาบที่กลางค่าย...วิ่งไปตามชายน้ำนั่นแหละ!”</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">เอโลอิสไม่มีทางเลือก เธอต้องฝืนใจเอี้ยวตัวกลับท่ามกลางแรงเหวี่ยงที่ทำให้ชุดเกราะหนัก 30 กิโลกรัม เหวี่ยงไปด้านข้างจนกระดูกไหปลาร้าแทบเดาะ แคลรีสไม่ได้รอให้เธอหายใจ เธอสะบัดบังเหียนสั่งให้ม้าศึกพุ่งเข้าใส่เอโลอิสทันที บีบให้บุตรีแห่งเฮเฟตัสต้องวิ่งลุยลงไปในจุดที่น้ำทะเลท่วมถึงตาตุ่ม ทรายเปียกน้ำนั่นเหนียวหนึบและหนักราวกับกาวลาเท็กซ์ มันฉุดรั้งทุกย่างก้าวของเธอให้ช้าลง ในขณะที่รถม้าของแคลรีสวิ่งอยู่บนทรายแข็งขนาบข้างไล่กวดมาติด ๆ</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><b><i><br></i></b></font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><b><i>กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!</i></b></font></div><div><font size="3" color="#9932cc"><br></font></div><div><font size="3" color="#9932cc">“วิ่งให้เร็วกว่านี้สิ! อย่าให้ม้าฉันงับหลังเธอได้!!”</font><font color="#ffffff" size="3"> แคลรีสหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่งอยู่บนตัวรถม้าที่โยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อน เธอสะบัดแส้ลงบนอากาศจนเกิดเสียงดังราวกับเสียงปืนใหญ่ที่จุดระเบิดอยู่ข้างหูเอโลอิสตลอดเวลา</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">เอโลอิสรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจม้าศึกที่เป่ารดแผ่นหลังเกราะสำริดของเธอ ทุกครั้งที่เธอเริ่มผ่อนแรงเพราะความเจ็บปวดที่ฝ่าเท้า ความเร็วของรถม้าจะเพิ่มขึ้นจนใบมีดดุมล้อเกือบจะเกี่ยวเข้าที่สนับแข้ง แคลรีสขับรถม้าเบียดเข้าหาเธอเรื่อย ๆ จนเอโลอิสต้องวิ่งลุยน้ำทะเลที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเข่า ชุดเกราะที่หนักอยู่แล้วเมื่อโดนน้ำสาดซัดเข้าไปกลับยิ่งทวีความหนักหน่วงราวกับมีใครเอาแท่งตะกั่วมาผูกติดไว้ที่ขา</font></div><div><font size="3" color="#ff8c00"><br></font></div><div><font size="3" color="#ff8c00">“พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”</font><font color="#ffffff" size="3"> เอโลอิสตะโกนโต้กลับด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวจนหน้ากากหมวกเหล็กเต็มไปด้วยไอสีขาว </font><font size="3" color="#ff8c00">“ฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะ!”</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">เอโลอิสต้องหักเลี้ยวออกจากชายหาดเพื่อมุ่งหน้าตัดเข้าสู่เส้นทางดินลูกรังที่ขนาบข้างด้วยทุ่งหญ้ากว้าง แสงอาทิตย์ที่ยังคงค้างเติ่งเป็นสีส้มฉานทำให้ชุดเกราะที่เธอสวมอยู่เริ่มดูดซับความร้อนจนเอโลอิสรู้สึกราวกับกำลังถูกอบสดอยู่ในเตาหลอมโลหะเคลื่อนที่เหงื่อและน้ำเค็มไหลซึมลงไปตามร่องเกราะจนผิวหนังแสบไหม้ราวกับโดนไฟลวก กลิ่นของโลหะร้อนและเหงื่ออบอวลอยู่ในหมวกเหล็กจนน่าสะอิดสะเอียน</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">ตลอดระยะทางที่วิ่งตัดผ่านทุ่งหญ้าและเนินเขาเตี้ย ๆ แคลรีสไม่ได้ปล่อยให้เอโลอิสได้พักสายตาแม้แต่วินาทีเดียว เธอขับรถม้าซิกแซกไปมา ตัดหน้าบ้าง เบียดข้างบ้าง บีบให้เอโลอิสต้องใช้ไหวพริบในการเปลี่ยนจังหวะการวิ่งและรักษาสมดุลของร่างกายท่ามกลางน้ำหนักมหาศาล เสียงฝีเท้าม้าที่หนักหน่วงราวกับเสียงกลองศึกดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของเอโลอิสจนกลายเป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจที่จวนจะระเบิด</font></div><div><font size="3" color="#9932cc"><br></font></div><div><font size="3" color="#9932cc">“ดูนั่น! ทะเลสาบอยู่ข้างหน้า! ถ้าเธอโดนรถม้าฉันแซงก่อนจะถึงริมตลิ่ง เธอต้องวิ่งวนกลับไปชายหาดใหม่อีกรอบ!” </font><font color="#ffffff" size="3">แคลรีสแผดเสียงแข่งกับเสียงล้อรถม้าที่บดขยี้ก้อนกรวดจนแตกละเอียด</font></div><div><font color="#ffffff" size="3"><br></font></div><div><font color="#ffffff" size="3">จากชายหาดที่แสนไกล มุ่งหน้าสู่เนินที่มองเห็นทะเลสาบอยู่รำไร เอโลอิสคำรามออกมาด้วยความอัดอั้น ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความโกรธจัดและสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่แคลรีสจงใจปลุกมันขึ้นมาด้วยความบ้าคลั่ง ร่างของบุตรีแห่งเฮเฟตัสในชุดเกราะพุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางฝุ่นตลบที่รถม้าศึกสร้างขึ้น สายตามุ่งตรงสู่ผืนน้ำของทะเลสาบเบื้องหน้าท่ามกลางเสียงแส้และเสียงหัวเราะของธิดาแห่งสงครามที่ไล่ล่าเธอไปอย่างไม่ลดละ ราวกับเงาแห่งมัจจุราชที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย</font></div></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div><div><br></div></div><div style="font-size: medium;"><br></div></div><div style="text-align: center;"><font color="#ff0000" size="4"><b>ฝึกครั้งที่ 4 Endurance Run (2)</b></font></div><div style="text-align: center;"><br></div><div style="text-align: center;">@God </div></font></div><div style="text-align: center;"><br></div>
</div><font size="3"><font color="black" face="Kanit">
<br>
</font></font><p></p></div><font size="3" style=""><font color="black" style=""><b style=""><font face="Kanit">
<br></font><br>
</b></font></font></div>
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2026-1-29 01:06
Daemon ตอบกลับเมื่อ 2026-1-1 12:30
DaemonKannel1 · มกราคม · 2026 · 11.30 น. &nbs ...
https://i.imgur.com/ZmPLSo3.png385https://i.imgur.com/ZmPLSo3.pngทะเลไม่เหมือนเดิม
(THU) 01/01/2026 เวลา 11.30 น.
วงน้ำปริศนาผุดขึ้นเหนือคลื่นน้ำชายหาดฮาล์ฟบลัด ส่งตัวของชายหนุ่มสายเลือดโพไซดอนกลับสู่ผืนดินอีกครั้งหลังจากที่ ดีน เอลวิน อัลวาเรซ นีล หายตัวไปจากค่ายฮาล์ฟบลัดเป็นเวลาสองชั่วโมงครึ่ง ป่านนี้ข่าวของการหายตัวไปของเขาคงลือสะพัดทั่วค่าย แต่คราวนี้ดีนไม่ได้หายไปนานเหมือนสองปีก่อนช่วงปลายปี บางทีเขาอาจจะกลับมาที่นี่ก่อนใครหลาย ๆ คนจะทันรู้ข่าวการหายตัวไปของเขาด้วยซ้ำ
และหวังว่าแมคเคนซีจะไม่ตกใจ
สายลมหนาวพัดโบกโบยหอบไอเย็นมาปะทะผิวกายจนหนาวสั่น แม้ว่าหยาดน้ำทะเลจะเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ร่างสูงใหญ่ขึ้นมาจากน้ำแต่ก็มิวายต้องกอดตัวเองเอาไว้แน่นอยู่ดี น่าประหลาดที่เขาสามารถแช่น้ำเย็นกลางมหาสมุทรได้เป็นชั่วโมงแต่กลับมาหนาวเอาบนบก ความจริงหลักการนี้สามารถอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ง่าย ๆ อย่างเช่นการปรับสภาพของร่างกาย การไหลเวียนโลหิต และการระเหยของน้ำบนผิว เมื่ออยู่ในน้ำ ๆ ที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าร่างกายสัมผัสผิวที่อบอุ่น ชั้นน้ำที่เคลือบอยู่บนผิวจึงอุ่นตาม กลับกันเมื่อขึ้นสู่บก น้ำที่อยู่บนผิวระเหยออกไปทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนจนหนาวสั่น กอปรกับแรงลมที่ปะทะผิวกายยิ่งทำให้เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม แม้ตอนนี้จะเกือบเที่ยงวันแล้วแต่อุณหภูมิน่าจะไม่เกินตัวเลขหลักเดียว
มองดูเผิน ๆ ชายหาดทางตอนเหนือของค่ายก็ยังคงดูเป็นปกติ คลื่นน้ำที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระรอกยังคงสะอาดใส แต่ในใจของบุตรเจ้าสมุทรกลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยหลังจากที่คุยเรื่องสำคัญจากพ่อ
ร่าง ๆ หนึ่งขยับมายืนข้าง ๆ จ้องมองทะเลไปด้วยกันกับเขา เป็นชายหนุ่มที่ดีนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเขาคือ ‘เดม่อน เคนเนลท์’ หนึ่งในเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายในภารกิจตามหาตรีศูลที่หายไป ความเงียบปกคลุมทั้งคู่ก่อนที่ดีนจะเอ่ยทักทาย
“ฮาย เดมี่” กะจะทักทายสวัสดีปีใหม่กับเพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งปาร์ตี้กันมาเมื่อคืน (แม้ว่าเดม่อนจะถูกสาวสวยสองคนประกบจนพวกเขาทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันในงานเลี้ยงเลยก็ตามที) แต่สีหน้าไม่สบายใจของอีกฝ่ายทำให้ดีนต้องเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องอื่นแทน “นาย… มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าเดมี่?”
เช่น… ตกลงได้แล้วหรือยังว่าจะเลือกคบใครระหว่างสาวสวยผมบลอนด์แสนฉลาดจากบ้านอะธีน่า หรือจะเป็นสาวเอเซียหน้าคมเฉี่ยวผู้เก่งกาจจากบ้านแอรีส แต่ไม่แน่เดม่อนอาจไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้เพราะพลังมหาเสน่ห์จากสายเลือดอะโฟรไดท์จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง และครองรักกันสามคนด้วยความปรองดองอย่างมีความสุข...
‘ใช่ก็แย่ละ ไม่งั้นหมอนี่คงไม่ทำหน้าเป็นตูดแบบนี้หรอก… ขนาดเทพีอะโฟรไดท์ตัวแม่กูรูด้านความรักยังเคลียร์ปัญหารักสามเส้าเราสามคนของตัวเองไม่รอดเลย’
“ผมเห็นนิมิตบางอย่างมา ดีน... จากแหวนวงนี้” เดม่อนชูนิ้วที่มีแหวนเธซีอุสให้ดู “มันไม่ใช่เรื่องดีเลย”
“หือ? อ้อ…” กลายเป็นว่าดีนเข้าใจผิดไปไกล ก็อย่างว่าดราม่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มันน่าใส่ใจจะตายไปนี่นา “นายบอกว่าเห็นนิมิต.. หมายถึงฝันบอกเหตุ ฝันเกี่ยวกับคำพยากรณ์งั้นเหรอ?”
ตั้งแต่เป็นเดมิก็อดดีนได้ยินเรื่องฝันบอกเหตุมานับครั้งไม่ถ้วน และที่แย่ที่สุดคือมันเคยเกิดขึ้นกับตัวเขาเองในตอนที่ไปช่วยชาร์ล็อตจนเลยเถิดได้ทำภารกิจทำลายพิธีกรรมปลดปล่อยอะพอลลีออน แต่โชคดีที่ช่วงก่อนหน้านี้เขาแทบจะไม่ฝันตอนหลับ (หรืออาจฝันแต่จำไม่ได้) ให้ได้ซวยต้องไปรับคำพยากรณ์แสนน่ารันทดใจ
“ก็จริง.. ความฝันของเดมิก็อดมักเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่างเหมือนกับว่าพวกเรามีพลังจิตแบบจีน เกรย์–.. แล้วเมื่อคำพยากรณ์หมายหัวเอาไว้แล้ว พวกเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”
แล้วก็อดที่จะนึกถึงคำพูดที่โพไซดอนกล่าวกับเขาไม่ได้
‘สายน้ำไม่สงบ บางที… เจ้าอาจสัมผัสได้ มันคือภัยพิบัติใต้ทะเลที่เกิดจาก…’
“คธูลฮู… นายกำลังนึกถึงสิ่งนี้อยู่ใช่ไหม?”
ดีนเติมคำในใจออกมาเป็นคำพูดได้อย่างรวดเร็ว แล้วยิ่งเดม่อนพูดถึงแหวนเธซีอุสผู้กำราบและผนึกเทพปีศาจคลั่งไว้ใต้ก้อนหินด้วยแล้ว ไม่มีอะไรจะเหมาะสมมากไปกว่านั้นอีก บุตรแห่งโพไซดอนนึกถึงคำของบิดาอีกครั้งก่อนจะแค่นยิ้ม
‘ภัยร้ายที่กำลังจะเกิดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามคำทำนายที่ยังไม่มาถึง ทว่าเมื่อถึงครานั้นข้าขอให้วีรบุรุษในการณ์นั้นไม่ใช่เจ้า แต่จงเป็นผู้อื่นที่เต็มใจที่จะแบกรับชะตากรรมไว้บนบ่า’
‘คราวนี้คงไม่ใช่ฉันแต่เป็นนายสินะ…’
“แล้วนายจะเอายังไงล่ะเดมี่?”
ดีนถาม ฝั่งเดม่อนนิ่งไปคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างซึ่งอีกฝ่ายน่าจะมีคำตอบในใจอยู่แล้ว
“ดูเหมือนคำพยากรณ์นั่นจะหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ” เดม่อนถอนหายใจยาว “ผมกะว่าจะคิดดูอีกทีเรื่องที่จะไปหาเรเชล แต่มาถึงขั้นนี้คงไม่ต้องคิดแล้วล่ะ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเรากำลังรับมือกับอะไรกันแน่”
ดีนวางมือลงบนบ่าของเดม่อนก่อนจะตบลงเบา ๆ ไม่รู้ด้วยเหตุใด เขาถึงคิดว่าบุตรแห่งอะโฟรไดท์คนนี้ต้องเอาอยู่และฝากอนาคตของโลกไว้ได้
“ถ้านายพร้อมจะแบกมันไว้บนบ่าก็ลุยเลย ฉันขอให้นายโชคดีนะเพื่อน”
https://i.imgur.com/KH6drOM.png@God
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Dean เมื่อ 2026-3-2 01:13
https://i.imgur.com/ZmPLSo3.png395https://i.imgur.com/ZmPLSo3.pngช่วงเวลาประกายทอง (THU) 26/02/2026 เวลา 17.00 น.
สรุปแล้วผู้ที่ไปตามคำชวนของเทพอะพอลโล่มีเพียงแค่ดีนคนเดียวเนื่องจากแมคเคนซียังคงติดทำรายงาน ดีนจึงกลับไปเอากล้องถ่ายรูปมาจากบ้านพัก ในขณะที่เขากำลังจะออกไปที่ชายหาด ‘ไข่หอยเม่น’ แมวผีนำโชคของดีนก็มาป้วนเปี้ยนที่ขา
“เมี้ยว~”
“หืม อะไรเหรอไข่หอยเม่น หรือว่าอยากจะไปเดินเล่นอีก? ตอนเช้าก็ไปมาแล้วนี่นา รอบเดียวพอ—”
ไม่ได้ตั้งใจอยากจะตามใจลูกแมว แต่เมื่อมองไปเห็นดวงตากลมโตต้องมองเขากลับมาใสแจ๋วชวนใจละลายก็อดที่จะตามใจไม่ได้ จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะฝึกสัตว์เลี้ยงให้มีวินัยในตอนแรกดูเหมือนว่าทุกอย่างจะพังหมดจากความใจอ่อนของตัวเอง
“โธ่เอ๊ย ก็ได้ ๆ งั้นมาด้วยกัน”
ดีนหยิบสายจูงออกมาจากห้องสัตว์เลี้ยง สายตาก็กวาดมองหาแมวเหมียวอีกสองตัว ออมเล็ตแมวยักษ์กำลังนอนหงายสบายใจอยู่กับแอนโทส แมวคู่แฝดกับไข่หอยเม่นซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของแมคเคนซี
“พวกแกสองตัวจะมาด้วยกันไหม?”
“อ๊าว” “เมี้ยว”
แมวเล็กและแมวใหญ่ขานรับเบา ๆ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะลุกออกจากเบาะนอนนุ่ม ๆ เมื่ออยู่ในท่าทางที่สบายตัว โดยปกติแล้วเวลานี้ไม่ใช่เวลาเดินเล่นของสัตว์เลี้ยงด้วย พวกมันจึงชอบที่จะนอนหงายแผ่พุงกันมากกว่า
“ไม่มีใครไปกันเลยสินะ… งั้นพวกเราไปกันสองคนก็ได้ไข่หอยเม่น”
“เมี้ยว~”
ชายหนุ่มติดสายจูงให้แก่มันจากนั้นเดินไปทางชายหาดทิศเหนืออย่างไม่รีบร้อน
. . .
ดวงตะวันคล้อยต่ำลงมาสู่ในช่วงเวลาประกายทอง แสงแดดสาดส่องกระทบผิวน้ำส่องแสงระยิบระยับชวนให้หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพอันสวยงามไว้เป็นที่ระลึก (เอาไปอวดแฟน) ดีนเดินเลียบชายหาดฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งไปพร้อมกับเพื่อนสี่ขาในสายจูง ชายหาดค่ายฮาล์ฟบลัดยังคงเงียบสงบ และเขาชอบที่มันเป็นแบบนี้มากกว่าต้องรับมือกับตัวอะไรก็ไม่รู้ที่มาบุกรุกชายหาด (หวังว่าโลกิและแร็กนาร์จะไม่ทำแบบนั้นอีก)
แต่ตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครเลย เทพอะพอลโล่จะมาหรือยังนะ
“พี่ชาย อยู่แถวนี้หรือเปล่านะ”
ดีนป้องปากตะโกนเรียกโดยไม่ได้เอ่ยนามเทพเจ้า แต่ทันใดนั้นลำแสงสีทองก็พาดผ่านท้องฟ้าลงมายังชายหาดดั่งสะพานไอน์สไตน์โรเซนส่งเทพบุตรในร่างมนุษย์ลงมา รูปลักษณ์ของอะพอลโล่ยังคงงดงามตรึงใจทุกครั้งเมื่อได้เห็น เรือนผมสีทองดุจแสงตะวันเปล่งประกายสะท้อนสายน้ำ ใบหน้าหล่อได้รูปไม่มีจุดใดที่มีตำหนิ รูปร่างสูงโปร่งแบบฉบับหนุ่มเจ้าสำอางในชุดลำลองสบาย ๆ เหมือนมาเดินชายหาด ซึ่งภาพที่เขาเห็นเป็นคนละรูปกับโปรไฟล์ที่ตั้งในเนคทาร์แชท แปลว่าคนที่เขาคุยด้วยคือสุริยะเทพของจริง แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงใช้รูปไม่เหมือนกัน… สงสัยอาจจะเป็นแอคเคาน์หลุม
“อยู่นี่ไงเจ้าตัวเล็ก! แหม พกกล้องมาแบบนี้รู้ใจพี่จริงๆแสงโกลเดนอาวกระทบหน้าพี่ตอนนี้คือที่สุดแล้วอ่ะ รีบเช็กมุมกล้องเลยนะ รับรองว่ารูปวันนี้ยอดไลก์ถล่มทลายชัวร์ พี่โพสต์ท่ารอแล้วเนี่ย!”
มาถึงก็ให้ถ่ายรูปเลยแฮะ คงกะจะใช้แรงงานฟรีขอรูปอัปลงโซเชียลจริง ๆ นั่นแหล่ะ…
“คุณกระตือรือร้นกับการถ่ายภาพดีนะ” ดีนหัวเราะ แอบเหน็บไปนิดหน่อย “แต่ว่าผมมีของมาถวายตามสัญญา อยากจะถ่ายรูปก่อนหรือว่ารับของไปก่อนดีล่ะครับ” ชายหนุ่มเปิดเอาแตงโมสีแดงหวานฉ่ำที่ถูกหั่นพร้อมรับประทานออกมาจากแหวนห้วงมิติ
“ของโปรดเลยนี่นา! เจ้าตัวเล็กรู้งานสมเป็นน้องรักจริง ๆ แต่แหม... แสงระดับพรีเมียมขนาดนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปก็น่าเสียดายนะ เอาเป็นว่าถ่ายรูปพี่ตอนถือแตงโมไปด้วยเลยเป็นไง? ได้ฟีลหนุ่มฮอตริมหาดสุด ๆ อ่ะ รับรองลงสตอรี่แล้วยอดแชร์กระฉูดแน่ จัดมาเลยน้องชาย พี่พร้อมโพสแล้ว!”
“โอเค ได้เลย” เขาส่งแตงโมให้เทพเจ้า จากนั้นยกกล้องถ่ายรูปที่แมคเคนซีซื้อให้เป็นของขวัญเรียนจบขึ้นมาจากสายคล้องคอ ส่งดูหามุมสวย “พี่ชายคงจัดมุมมาแล้ว งั้นผมถ่ายแล้วนะ” บุตรโพไซดอนกดชัตเตอร์ต่อเนื่อง ซึ่งเทพแห่งดวงอาทิตย์ก็โพสต์ท่าได้อย่างมือโปรราวกับรู้แสงรู้มุมหล่อของตัวเองเป็นอย่างดี แล้วเมื่อหนำใจช่างภาพจำเป็นก็โชว์ผลงาน “ฝีมือผมเป็นไง?”
“เช็ดน้ำลายแป๊บ! ไม่ใช่น้ำลายพี่นะ น้ำลายคนดูนี่แหละ สันกรามพี่คมจนจะบาดหน้าจออยู่แล้วเจ้าตัวเล็ก ฝีมือใช้ได้เลยนะเนี่ย แต่ก็นะ... นายแบบมันระดับพระเจ้าอยู่แล้วไง รูปนี้คือจึ้ง! ส่งเข้าแอร์ดรอปเครื่องพี่ด่วน ๆ เลย จะเอาไปลงสตอรี่อวดแฟนคลับหน่อยว่าพี่ฮอตขนาดไหนในยามเย็นแบบนี้!”
“ห๊ะ.. อะไรนะ น้ำลายคนดู?..” ถึงจะไม่เข้าใจมุกระดับเทพแต่ก็ช่างเถอะ “โอเค ได้เลยแต่ผมต้องส่งรูปให้หลังจากที่กลับไปโหลดเมมที่กล้องนะ พี่ชายรอได้หรือเปล่า?” “วิทยาการมนุษย์ไม่ทันใจเทพเจ้าเอาเสียเลย แต่เอาแบบนั้นก็ได้เจ้าตัวเล็ก ยังไงความหล่อของพี่ก็ไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาระหว่างที่เจ้าย้ายรูปจากเมมโมรีหรอก”
อะพอลโล่หลงตัวเองจนแม้แต่คนที่หลงตัวเองอย่างดีนยังยิ้มแหย
“จะว่าไป อัปให้แฟนคลับดูเหรอ ผมคิดว่าพี่จะส่งให้แฟนดูคนแรกซะอีก มอนอกอ. บอซอ. น่ะ ช่วงนี้เป็นไงบ้างครับ แบบนี้เรียกว่ารักระยะไกลได้ไหมนะ หรือว่าเป็นเทพ แค่ปิ๊งเดียวก็ไปถึงนิวโรม” “โมนีก้าเหรอ? ที่รักของพี่คือที่สุดแล้วเจ้าตัวเล็ก! เรื่องระยะทางสำหรับระดับพี่มันไม่มีผลหรอก แค่ดีดนิ้วพี่ก็ไปโผล่ตรงหน้าให้ที่รักชื่นใจแล้ว แต่บางทีพี่ก็ชอบฟีลรักระยะไกลนะ มันดูโรแมนติกแบบวินเทจดีอ่ะ อีกอย่างพี่มันฮอตจนที่รักต้องคิดถึงพี่ทุกลมหายใจอยู่แล้ว วันนี้พี่ส่งรูปนี้ไปอวดด้วยเลยดีกว่า รับรองที่รักกรี๊ดสลบในความหล่อชัวร์!”
“คงไม่ใช่ว่าอยากไปหาตอนไหนถึงค่อยไปหาหรอกนะ…” แอบบ่นอุบอิบ แต่เทพเจ้าก็ยังอุตส่าห์จะได้ยิน
“ปากร้ายนะเรา พี่น่ะสายเปย์เวลาอยู่แล้ว ที่รักคิดถึงตอนไหน พี่ก็วาร์ปไปหาทันทีไม่มีเลทระดับพระเจ้าซะอย่าง!”
“สะดวกจริง ๆ ผมล่ะอยากทำแบบนั้นได้บ้างจัง—... จริงสิ ผมพาแมวมาด้วย ไข่หอยเม่น ทักทายเทพอะพอลโล่สิ”
“เมี้ยว~” ลูกแมวผีนำโชคเดินไปดม ๆ เทพอะพอลโล่ ก่อนจะร้องเหมียวออกมาด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดู
“เจ้าไข่หอยเม่น... แหม ชื่อน่ากินเชียว นี่ขนาดแมวยังเดินมาเช็กอินความหล่อพี่เลยเหรอเนี่ย? สงสัยรังสีความฮอตมันกระแทกจมูกล่ะสิ มามะ เดี๋ยวพี่จะลูบหัวเป็นสิริมงคลให้ซักที สัมผัสจากเทพเชียวนะเจ้าตัวเล็ก! พี่อนุญาตให้น้องแมวโดนตัวพี่ได้เป็นพิเศษเลยนะเนี่ย สิทธิพิเศษสุดๆ!”
“โฮ่…” ภาพที่เทพอะพอลโล่ลูบหัวไข่หอยเม่นก็ดูดีใช่ย่อย ดีนจึงถ่ายไว้เป็นที่ระลึกอีกสองสามแชะ ก่อนที่เขาจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “ผมได้ยินมาว่าเหรียญอะพอลโล่จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงอสุรกายแข็งแกร่งขึ้นได้ ผมพกมาด้วยจำนวนนึง พี่ชายช่วยทำให้ไข่หอยเม่นเก่งขึ้นได้ไหมครับ” จากนั้นก็นำเหรียญอะพอลโล่ (ที่อยู่ในกล่องเหมือนถุงยางอนามัย) ออกมาให้แก่เทพเจ้า
“โห มีเหรียญเยอะขนาดนี้เลยเหรอเจ้าตัวเล็ก? สงสัยจะขยันฟาร์มมาหนักล่ะสิ แต่ก็นะ เหรียญพวกนี้มันมีออร่าของพี่อยู่แล้ว ยิ่งเอามาใช้กับสัตว์เลี้ยงอสุรกายนะ รับรองว่าจึ้ง!” อะพอลโล่ขยิบตาพร้อมกับชูนิ้วโป้งให้ “เดี๋ยวพี่จัดให้เป็นพิเศษ ไหนเอามานี่ซิ... พี่จะร่ายมนตร์อัดพลังแสงอาทิตย์ใส่เหรียญให้แบบฉ่ำ ๆ รับรองว่าเจ้าไข่หอยเม่นจะไม่ได้แค่เก่งขึ้นนะ แต่มันจะดูสว่างไสว ออร่าจับจนมอนสเตอร์ตัวอื่นต้องยอมสยบให้ความเท่ของแมวนายชัวร์ จังหวะนี้ต้องมีแสงสีทองพุ่งออกจากตัวแมวแล้วมั้ง! จัดมาเลยน้องชาย!”
ทันใดนั้นแสงสีทองอร่ามก็ห่อหุ่มรอบตัวของไข่หอยเม่น เจ้าแมวเบิกตาโตด้วยความตกใจเมื่อพลังงานแห่งเทพไหลเวียนเข้าสู้ร่างกายมัน เจ้าตัวเล็กคล้ายกับเติบโตขึ้นอีกเล็กน้อย แล้วเมื่อพลังทั้งหมดซึมซาบเข้าสู่ตัวมันแมวผีนำโชคของดีนก็วิ่งเร็วปร๋อหนีไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับสายจูง
“อ้าว ไข่หอยเม่น แกจะไปไหนน่ะ!” แม้แต่เจ้าของก็ยังตระหนก ดีนหันไปมองทางอะพอลโล่ “สงสัยว่ามันคงตกใจ แต่ว่าจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
“ใจเย็นน่าเจ้าตัวเล็ก! ระดับพี่ประทานพรให้ทั้งที พลังมันก็ต้องล้นจนเก็บไม่อยู่เป็นธรรมดา เจ้าไข่หอยเม่นมันไม่ได้ตกใจหรอก แต่มันกำลังรู้สึกถึงความเทพในตัวไง! สงสัยคงรีบไปหาที่ลองวิชา หรือไม่ก็ไปวิ่งโชว์ความหล่อให้แมวตัวอื่นแถวนี้ดูแน่ ๆ เชื่อพี่เหอะ พลังแสงอาทิตย์มันทำให้ร่างกายเฟรชสุด ๆ อีกเดี๋ยวพอมันเบิร์นพลังงานออกไปบ้างเดี๋ยวก็คงวิ่งกลับมาหาเองแหละ ระหว่างนี้นายไม่ต้องกังวลไปหรอก มาช่วยพี่เช็กโทนรูปในกล้องต่อดีกว่า แสงกำลังจะหมดแล้วเนี่ย ยิ่งดูรูปเมื่อกี้พี่ว่าพี่หล่อทะลุเลนส์สุด ๆ เลยนะเนี่ย!”
“อะ.. โอเค๊”
เรื่องแมวหายกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทพเจ้าจอมเอาแต่ใจใช้ดีนถ่ายรูปอีกรอบ ทั้งสองเดินไปทั่วชายหาด รัวชัตเตอร์อีกเป็นร้อยรูปในเวลาเพียงแค่แป๊บเดียว ให้ตายสิ ดีนคิดว่าเขาบ้าถ่ายรูปแล้วนะ แต่ก็ยังไม่เท่ากับเทพจอมหลงตัวเององค์นี้
“โอ้โห มีฝีมือถึงนี่นาเจ้าตัวเล็ก! แถมยังเลือกฟิลเตอร์ที่มันขับผิวพี่ให้ดูโกลว์แบบลูกรักพระเจ้าสุด ๆ (ก็พี่เป็นลูกรักจริงๆ อะนะ) ดูดิ มุมกล้องกับสีนวล ๆ แบบนี้ พี่โคตรเท่เลยว่ะ นายมีแววรุ่งนะเนี่ย สนใจมาเป็นช่างภาพส่วนตัวให้พี่ป่ะล่ะ? เดี๋ยวพี่ให้ค่าจ้างเป็นบัตรวีไอพีคอนเสิร์ตแถวหน้าสุดของวงดัง ๆ ทั่วโลกเลยนะ แลกกับการมาถ่ายรูปให้พี่ลงไอจีบ่อยๆ รับรองว่าสกิลนายจะอัปเวลไปไกลกว่านี้อีกเยอะชัวร์! ไหนขอดูอีกรูปดิ๊ มุมนี้พี่ดูเหมือนพระเอกซีรีส์ป่ะ?”
“วงดัง ๆ ทั่วโลกน่าสน แต่ถ้าเป็นวง—… อุ๊บ!” ดีนยกมือขึ้นปิดปาก เมื่อกี้เขาเกือบหลุดพูดออกไปว่า ‘แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตของพี่น่ะไม่เอา’ ถ้าหลุดพูดออกไปล่ะก็ถูกแสงพระอาทิตย์เผาตายแน่ ๆ
“เจ้าตัวเล็กกำลังจะพูดว่าวงอะไรเหรอ?”
คำถามจากเทพทำเอาเหงื่อไหลพลั่ก ฉะนั้นได้เวลาแล้วที่จะงัดสกิลพ่อปลาไหลออกมา!
“ผม.. ผมไม่แน่ใจเลยว่าจะว่างตรงกันหรือเปล่า แบบว่า… ผมเองก็ต้องทำงานทำการอะไรแบบนี้ใช่ไหมล่ะ เอางี้ไหม ถ้าพี่อยากให้ผมถ่ายรูปให้ค่อยนัดมาดีกว่า ส่วนของรางวัล เปลี่ยนบัตรคอนเสิร์ตเป็นเงินได้ไหมครับ พอดีว่าต้องกินต้องใช้น่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
ถึงจะน่าเสียดายที่ต้องปฏิเสธบัตรคอนเสิร์ตจากวงดนตรีดัง แต่ตราบใดที่เขาไม่รู้ว่า ‘วงดนตรีดัง’ ที่ว่าคือวงไหน (มีสิทธิ์สูงที่จะเป็นของอะพอลโล่เอง) เขาจึงปฏิเสธไว้ก่อนดีกว่า เพื่อสุขภาพหูในอนาคต
“โธ่ เจ้าตัวเล็ก! กล้าปฏิเสธบัตร VIP ที่คนทั้งโลกแย่งกันเลยเหรอเนี่ย? ใจพี่เจ็บแปล๊บเลยนะเนี่ย” อะพอลโล่ในร่างมนุษย์แสดงท่าทางโอเวอร์แอคติ้งเหมือนกำลังแสดงละครเวที “แต่ก็นะ... พี่ลืมไปว่าพวกนายต้องมีค่าเช่าบ้าน ค่ากาแฟอะไรพวกนั้น โอเค ๆ พี่สายเปย์อยู่แล้ว เรื่องเงินน่ะจิ๊บๆ เดี๋ยวพี่จัด ‘ทิป’ หนัก ๆ ให้แทนค่าเหนื่อยที่มาถ่ายรูปให้พี่วันนี้ละกัน ถือว่าช่วยค่าน้ำมันรถนายไปก่อน ดีลตามนี้! วันไหนแสงสวย ๆ หรือพี่อยากเปลี่ยนลุคใหม่ เดี๋ยวพี่ทักไดเรกไปนัดนะ เตรียมกล้องให้พร้อมล่ะ ฝีมือระดับนายกับหน้านายแบบระดับพี่ ยังไงก็ปังแน่นอน!”
“โธ่ อย่าน้อยใจนะครับ ถ้ามีโอกาส... ผมต้องไปงานคอนเสิร์ตอีกแน่ ๆ ถ้าเดลฟีไม่เอาคำพยากรณ์มาฟาดหน้าผมอีก ...แบบว่ายังอยากใช้ชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดาอยู่น่ะ”
“เข้าใจเลยเจ้าตัวเล็ก! พูดถึงเดลฟีแล้วพี่ก็ปวดตับแทน คำพยากรณ์พวกนั้นมันชอบมาขัดจังหวะความสุขตลอดเลยเนอะ พี่เองก็เคยผ่านจุดที่ต้องเป็น ‘มนุษย์ธรรมดา’ มาก่อน (แบบที่ไม่อยากจำเท่าไหร่) บอกเลยว่าเข้าใจฟีลที่อยากใช้ชีวิตชิล ๆ สุด ๆ”
“แม้แต่พี่ชายยังไม่รอดเลยเหรอเนี่ย น่าสนใจจังว่ากลไกของคำพยากรณ์มันเริ่มมาจากไหนกันแน่ มีคนที่ยิ่งใหญ่กว่าเทพเจ้าอีกงั้นเหรอ”
เป็นเรื่องที่น่าคิด ใครกันนะที่อยู่เหนือชะตากรรมทั้งปวง
“ถามซะลึกเลยนะเจ้าตัวเล็ก! เอาจริงเรื่องนี้มันก็นะ... ขนาดพี่เป็นเทพแห่งพยากรณ์เอง บางทียังแอบเซ็งเลย มันมี ‘ตัวแม่’ อย่างสามพี่น้องแห่งโชคชะตาไงจ๊ะ พวกนั้นน่ะคุมเส้นด้ายชีวิตทุกคนไว้หมดแล้ว แม้แต่ท่านพ่อซุสยังต้องเกรงใจเลยอ่ะ มันเหมือนเป็น ‘ระบบหลังบ้าน’ ของจักรวาลที่เทพอย่างพวกพี่ก็ขัดใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก”
อะพอลโล่หยิบแตงโมหวานฉ่ำขึ้นมากัดแทะไปคำจากนั้นเขาก็พูดต่อออกมาอีกยาว
“แต่นะ... อย่าไปคิดเรื่องเครียด ๆ ให้เสียออร่าเลยเจ้าตัวเล็ก ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าแบบที่พี่ทำอยู่ดีกว่า ทฤษฎีพวกนั้นปล่อยให้พวกมนุษย์แว่นหรือพวกขี้สงสัยเค้าเถียงกันไปเถอะ พี่ขอโฟกัสที่ความหล่อกับที่รักของพี่ก็พอแล้ว! ส่วนเรื่องค่าจ้าง เดี๋ยวพี่โอนเข้าบัญชีให้แบบจุก ๆ เลยนะ ถือเป็นค่าขนมช่างภาพมือโปรฯ แล้วกัน! ไว้เจอกันใหม่นะน้องชาย อย่าลืมแต่งรูปพี่ให้เนี๊ยบก่อนส่งล่ะ พี่ไปล่ะ... เดี๋ยวที่รักรอตอบแชท!”
“เดี๋ยวก่อนพี่ชายอย่าเพิ่งรีบไป เหมือนว่าผมมีธุระอีกเรื่อง ต้องถวายศรัทธาสำหรับพระอาทิตย์จำลองของพี่น่ะครับ เราต้องจับมือกันเพื่อถ่ายพลังกันไหมนะ แบบว่า.. ผมเคยทำแบบนั้นกับพ่อน่ะ” ดีนหัวเราะ สำหรับเขายังไงก็ได้นั่นแหล่ะ
“เรื่องพระอาทิตย์จำลองน่ะเหรอ? ได้ดิ เรื่องแสงสว่างกับความร้อนแรงต้องยกให้พี่อยู่แล้ว ไม่มีใครทำได้ดีกว่านี้แน่นอน ส่วนเรื่องจับมือน่ะ... แหม นายเนี่ยโชคดีสุด ๆ เลยนะเนี่ยที่ได้สัมผัสมือระดับเทพที่ทั้งนุ่มและอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้าแบบนี้อ่ะ มาเลย! ยื่นมือมา เตรียมรับพลังงานแบบฉ่ำ ๆ จากพี่ได้เลย ระวังหน่อยนะ พลังพี่มันแรงระดับซูเปอร์โนวา เดี๋ยวพระอาทิตย์จำลองนายจะสว่างวาบจนคนทั้งเกาะต้องหยิบแว่นกันแดดมาใส่ไม่ทันนะเนี่ย พร้อมยัง? จัดไปวัยรุ่น!”
ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่เอ่ยปากเรื่องนี้ออกไปจนต้องฟังอะพอลโล่ขิงตัวเองให้ฟังอีกหนึ่งดอก แต่ในเมื่อตัวเองเสนอก็มีแต่ต้องยื่นมือไปจับอย่างเสียมิได้ แต่จะว่าไปมือของเทพเจ้าก็อบอุ่นและนุ่มสมราคาโม้ ถ้าไม่ใช่ด้วยขนาดมือของผู้ชายเขาคงคิดว่าจับมือกับผู้หญิงไปแล้ว แต่กระนั้นก็ไม่มีมือไหนที่จับแล้วอุ่นใจมากไปกว่ามือของแมคเคนซีหรอก แย่จังอยากรีบกลับไปจับมือกับแฟนแล้วสิ
“โอเค งั้นพี่เตรียมรับพลังของผมแล้วไปเจอแฟนสาวแบบฟิน ๆ ได้เลย”
ดีนหลับตาลงตั้งจิตภาวนามอบศรัทธาแก่เทพอะพอลโล่ที่อยู่เบื้องหน้า แม้อีกฝ่ายจะขี้โม้ไป (ไม่) บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเทพที่คุยง่ายเหมือนพี่ชายจริง ๆ เขาจึงไม่เสียดายที่จะมอบความปรารถนาทั้งหมดให้ไป
“โอ้โหหหห พลังงานดีมากกกเจ้าตัวเล็ก! ทำเอาออร่าพี่พุ่งปรี๊ดเลยนะเนี่ย รู้สึกหล่อขึ้นแบบสามร้อยเปอร์เซ็นเลยว่ะ ผิวพี่ฉ่ำวาวระดับไฮเอนด์สุด ๆ ขอบใจมากนะน้องรัก พี่รู้สึกเฟรชพร้อมไปหาที่รักของพี่แล้วเนี่ย รับรองโมนีก้าเห็นพี่ในสภาพอัปเกรดแบบนี้ต้องกรี๊ดสลบแน่ ๆ”
ทั้งสองคลายมือออกจากกัน ทันใดนั้นแสงสีทองก็ล้อมรอบเทพอะพอลโล่เอาไว้
“พี่ไปก่อนนะ แสงสุดท้ายกำลังจะหมดพอดี ต้องรีบไปโชว์ความฮอตต่อละ บายยย!”
สิ้นเสียงเทพเจ้าก็เดินทางกลับไปเป็นเส้นแสงอันระยิบระยับเปล่งประกายยิ่งเสียกว่าช่วงเวลาประกายทอง
“โชคดีนะ บ๊ายบายยยยย”
หนุ่มเท็กซัสโบกมือลาอะพอลโล่หวอย ๆ ได้ยินเสียงเขาตะโกนลงมาจากฟากฟ้าแว่ว ๆ เสียด้วย
“อย่าลืมแต่งรูปพี่ให้เนียนกริบนะ เดี๋ยวพี่จะเอาไปอวดที่รักให้ดูว่าช่างภาพคนใหม่พี่ฝีมือจึ้งขนาดไหน ไว้เจอกันในโซเชียลนะน้องชาย! Ciao!” หลังจากเทพเจ้าจากไปชายหาดของค่ายฮาล์ฟบลัดก็กลับมาเงียบสงบเช่นเดิม
“เมี้ยว~”
ไข่หอยเม่นเดินกลับมาหลังจากที่มันปลดปล่อยพลังงานความคึกอันท่วมท้นเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมาอ้อนคลอเคลียดีนเหมือนเดิม
“เป็นไงบ้างไข่หอยเม่น พลังงานล้นจนต้องไประบายออกเลยเหรอ” ดีนย่อตัวลงไปนั่งเกาคางแมว เจ้าตัวเล็กอ้อนมือนั้นก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของดีน ตอนนี้มันคงหิวและอยากกลับไปที่บ้านเต็มทน “หิวแล้วล่ะสิ งั้นกลับบ้านกันเจ้าตัวเล็ก… เฮ้อ เรียกแกแบบนี้เหมือนกับที่อะพอลโล่เรียกฉันเลยแฮะ เขาคงไม่ได้มองว่าฉันเป็นแมวหรอกนะ”
เอาจริงเป็นแมวก็ไม่แย่ แต่เป็นหมาของคนรวยก็ยังน่าสนใจกว่าอยู่ดี
https://i.imgur.com/KH6drOM.pnghttps://img2.pic.in.th/image0276567d31a10c10.png อะพอลโล+20 ความโปรดปรานจากการพูดคุย+10 ความโปรดปรานจากการถวาย [กระเช้าผลไม้]
+5 โบนัสความสัมพันธ์จากการใส่ [กุหลาบสีน้ำเงินทอง]
+25 โบนัสเพิ่มความโปรดปราน จาก HEROES (วีรบุรุษผู้โปรดปราน)static/image/hrline/line3.pngได้รับสกิลติดตัว 'SHINING MODEL'
เมื่อถ่ายภาพหรืออยู่ท่ามกลางแสงแดด เสน่ห์ (CHA) จะเพิ่มขึ้นชั่วคราว และได้รับค่าจ้างพิเศษเป็นเงินจำนวนมากโอนเข้าบัญชีโดยตรงจากเทพอะพอลโล่
static/image/hrline/line3.png
บูชาเหรียญอะพอลโล่ 4 เหรียญ
มอบพรพัฒนาสัตว์วิเศษแก่ [ไข่หอยเม่น] เลื่อนระดับ 20 Level
ถวาย 4,000 เกียรติยศstatic/image/hrline/line3.png
บูชาพระอาทิตย์จำลอง เดือนกุมภาพันธ์ 2026ข้า ดีน เอลวิน อัลวาเรซ นีล ขอถวายศรัทธาแก่เหล่าเทพ แก่เทพอะพอลโล่ เทพแห่งดวงอาทิตย์
จำนวนศรัทธาที่มอบให้: 3,000
[ รวม +210 ความโปรดปราน ]